G สี : เหลือง สี : สม้
M อุณหภมู ิ : 5,000-6,000 K อณุ หภมู ิ : 3,500-5,000 K
ตัวอย่างดาวฤกษ์ : ดวงอาทิตย์ (Sun) ตัวอย่ างดาวฤกษ์ : ดาวดวงแก้ ว
ดาวแอลฟาเซนเทารี (Alpha Centauri)
ดาวคาเพลลา (Capella) K (Arcturus) ดาวโรหิณี (Aldebaran)
สี : แดง
อณุ หภมู ิ : 2,500-3,500 K สเปกตรัมของดาวฤกษจ์ าไดง้ ่าย ๆ จากประโยคน้ี
ตัวอย่ างดาวฤกษ์ : ดาวบีเทลจูส O Be A Fine Girl Kiss Me
(Betelgeuse) ดาวปาริชาต (Antares)
ตวั อกั ษรแรกของแต่ละคา คือ สเปกตรัมของดาวฤกษ์
50/103
● ดาวฤกษใ์ นช่วงท่ีอยบู่ นแถบลาดบั หลกั (main sequence) 51/103
จะมีความเสถียร สีของดาวจะค่อนขา้ งคงท่ี
● เม่ือดาวมีอายมุ าก โครงสร้างภายในของดาวจะเกิดการ
เปลี่ยนแปลง ทาใหอ้ ุณหภูมิพ้ืนผวิ ของดาวและสีของดาว
เปลี่ยนแปลงไปดว้ ย
สาหรับดาวฤกษ์มวลมาก
● เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิ วชนั ท่ีแก่นดาวไดม้ าก ผิวดาวจึงมีอุณหภูมิสูง และมี
สีน้าเงินหรือสีขาว
● เมื่อดาวมีอายมุ ากจะเปล่ียนแปลงโครงสร้างเป็ นดาวยกั ษแ์ ละมีอุณหภูมิพ้ืนผิว
ลดลง สีของดาวจึงเปล่ียนเป็ นสีแดง
สาหรับดาวฤกษ์มวลน้อย
● เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิ วชันไดน้ ้อยกว่าดาวฤกษ์มวลมาก
ผิวดาวจึงมีอุณหภูมิต่า และมีสีเหลืองหรือสีส้ม
● เม่ือดาวมีอายมุ ากจะเปล่ียนแปลงโครงสร้างเป็ นดาวยกั ษแ์ ดง
ทาใหม้ ีสีแดง
● แต่ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยมาก ๆ แมอ้ ย่ใู นช่วงอายนุ ้อยก็จะมี
สีแดงเช่นกนั
52/103
3.3 ความสว่างของดาวฤกษ์
ความสว่างปรากฏของวตั ถุท้องฟ้าที่สังเกตได้บนโลก
ข้ึนอยู่กบั ระยะห่างและความสว่างจริงของวตั ถุ โดยวดั เป็ นค่า
อนั ดบั ความสว่าง หรือ โชตมิ าตร (magnitude)
ดวงดาวที่มีความสว่างมากจะมีค่าอนั ดับความสว่างน้อย
ส่วนดวงดาวท่ีมีความสวา่ งนอ้ ยจะมีค่าอนั ดบั ความสวา่ งมาก
53/103
นกั ดาราศาสตร์กาหนดให้ดาวที่มีอนั ดบั ความสว่าง 1 สว่างกว่าดาวท่ีมีอนั ดบั ความสวา่ ง 6 อยู่ 100 เท่า
ดงั น้นั ดาวที่มีอนั ดบั ความสวา่ งแตกต่างกนั 1 จะสวา่ งแตกตา่ งกนั 5 100 เท่า หรือประมาณ 2.5 เท่า
หมายความว่า
● ดาวที่มีอนั ดบั ความสวา่ ง 1 สวา่ งกวา่ ดาวท่ีมีอนั ดบั ความสวา่ ง 2 ประมาณ 2.5 เท่า
● ดาวที่มีอนั ดบั ความสวา่ ง 2 สวา่ งกวา่ ดาวที่มีอนั ดบั ความสวา่ ง 3 ประมาณ 2.5 เท่า
● ดาวท่ีมีอนั ดบั ความสวา่ ง 3 สวา่ งกวา่ ดาวที่มีอนั ดบั ความสวา่ ง 4 ประมาณ 2.5 เท่า
54/103
อนั ดบั ความสว่างของวตั ถุต่าง ๆ ในอวกาศ
ดาวซีรีอสั เควซาร์
ท่ีสวา่ งท่ีสุด
ดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ ดาวศกุ ร์ ดาวแอลฟา
เซนเทารี ดาวเคราะห์นอ้ ย
–25 –20 –15 –10 –5 0 +5 +10 +15 +20 +25
● ดวงอาทิตยม์ ีอนั ดบั ความสวา่ ง –26.7 ● ดวงจนั ทร์เตม็ ดวงมีอนั ดบั ความสวา่ ง –12.6
● ดาวซีรีอสั มีอนั ดบั ความสวา่ ง –1.5 ● ดาวเหนือมีอนั ดบั ความสวา่ ง 2
● ดาวศุกร์มีอนั ดบั ความสวา่ ง –4.8 ● ดาวยเู รนสั มีอนั ดบั ความสวา่ ง 5.7
55/103
(หนงั สือเรียนหนา้ 23)
56/103
1. ดาวฤกษม์ ีลกั ษณะเป็ นอยา่ งไร
2. หากดาวฤกษก์ ่อนเกิดมีมวลนอ้ ยกวา่ 0.08 เท่าของดวงอาทิตย์ จะเกิดเป็ นดาวฤกษไ์ ดห้ รือไม่ อยา่ งไร
57/103
3. จุดจบของดาวฤกษม์ วลนอ้ ยและดาวฤกษม์ วลมากแตกตา่ งกนั อยา่ งไร 5. ถา้ ดาวเหนือมีโชติมาตรเท่ากบั
4. สีของดาวฤกษม์ ีความสมั พนั ธก์ บั อายขุ องดาวฤกษอ์ ยา่ งไร 2 ส่วนดาวศุกร์มีโชติมาตร
เท่ากับ –4 ดาวดวงใดมีความ
สวา่ งมากกวา่
58/103
ระบบสุริยะ (solar system) มีดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะ
เป็ นดาวฤกษศ์ ูนยก์ ลาง ตาแหน่งของระบบสุริยะ 59/103
ต้งั อยบู่ นแขนขา้ งหน่ึงของกาแลก็ ซีทางชา้ งเผือก
อยู่ห่ างจากจุดศูนย์กลางของกาแล็กซี ทาง
ชา้ งเผือกประมาณ 8,500 พาร์เซก หรือ 30,000
ปี แสง ซ่ึงจดั ว่าอยู่ในบริเวณที่มีความหนาแน่น
ของวตั ถตุ า่ ง ๆ ในกาแลก็ ซีคอ่ นขา้ งต่า
4.1 ววิ ฒั นาการของระบบสุริยะ
ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 อิมมานูเอล คานต์
และปี แอร์ -ซีมง มากีร์ เดอลาพลาส ได้เสนอ
สมมติฐานเนบิวลา (nebula hypothesis) ที่ ใช้
อธิบายการกาเนิดระบบสุริยะ
ระบบสุริยะก่อกาเนิดข้ึนเม่ือประมาณ 4,600
ลา้ นปี ก่อน จากการยบุ ตวั ของเมฆโมเลกลุ ขนาดยกั ษ์
ที่เรียกวา่ เนบิวลาสุริยะ (solar nebula)
อิมมานูเอล คานต์ ปี แอร์-ซีมง มากีร์ เดอลาพลาส
(Immanuel Kant) (Pierre-Simon, marquis de Laplace)
60/103
45123
เสบเดบแเทฟจวกวนนิกา่วีเรรวลิลหดวบิินเเนมชาววเาเลิควีรผแนัปกณณผือูปรล็ก่าลทน่าใอทานรส๊าานก่ีะแดย่ี่าอสไงแลหรกู่ไงาขยปุลรเอเ้วป์นนใคหู่ิอหยะปบฤกอี้นยงมฝะลรกลงย่เๆันืุอบทนะาษด้ทานดยบ่ีมรปบเงว์กปสาว้จอารแิรวงใ็่องินิาณบเยอหลละวจนนจลลาะกณาน้กัแ1าทเา้ส้าเลอกนท0บขนนิตุรุ่ิม0บดรวอนิปยย,ป์แนบด0เีวะมี์อปกแ0ม้งวนมดีอ็นส๊0แกายีอคุณากภแห๊ดสแปวกวลหาีววแกเาซคะแคนงภมล๊ส่ึงฝฝอกรูขมะหม่่แนุุานนาอฝิแีอนทละ่ยกงแุนลุณาิบตะุหดลละทแฝยหตา์ตาแะนี่เ่วซ์ุวนงหัภ่ราแเ่น่มเึงคงูมทขลกมีมอรโิืาตอ่ี้๊สหๆีานมุณสา่าชะบนกวู่แ้มศมหนหขาลลานูถีรภก์ง้ึแนมะดู่วยปสูมนันไกาาง์ ่อริวสวกไดส่ลนุ่ณานหปูถงรู้งางไถับงึาถมหงทสดงแึงูอากภ9ี่้สลรสทแิทเ19ูมับะราลมา5.ธิ่สรเ8งใคะรบิพทล%อูหงิ่วมลูรลข้า่ีมอต้ชัห่ืนนณ้ขจึนีมกถิ้นมากอเ์ุขวมคสกุนแเงรลนศาล่แวมระจมาษวรนอะวแดาินงบหหเลกเทกโลิตทมนแจทนกาก็ วัุ้ะนะงกัแาม้จใเหกตใอนรลนาถห่อิดงมอกหะ่รวต้กเบดะกงฝกมวัน่นับตุานิดุแนเ้อรปจบวัปตทแ็เนยเสน่อกยฏี่เลจมุหรดงิงัิดกะะิียขมเาลิยรซกะวนีแิื็บุยอวูเรเกาปคขรกะดน๊ส้รวึนอลจใิาวมแราเหาะรเลต์ยโยคื่หญออะวันเลย์ปห่ขกฝอียว็่้ิึนุนนนัๆกรา์
อยา่ งชา้ ๆ แลว้ ก่อตวั เป็นดาวเคราะห์แกส๊ ขนาดใหญ่
1 2 3 4 5
4,600 ปัจจุบัน
ล้านปี ก่อน
61/103
**คลิกที่ 1 - 5 เพ่ือใหข้ อ้ ความปรากฏหรือเปล่ียนขอ้ ความ
4.2 ดวงอาทติ ย์
ดวงอาทิตยเ์ ป็ นดาวฤกษศ์ ูนยก์ ลางของระบบสุริยะ
มีดาวเคราะห์ จานวน 8 ดวง ดาวเคราะห์แคระ
ดาวเคราะห์นอ้ ย และดาวหางเป็ นบริวารโคจรอยรู่ อบ ๆ
ดวงอาทิตย์
62/103
ข้อมูลทวั่ ไปของดวงอาทติ ย์
อายุ : 4,600 ลา้ นปี
ชนิดสเปกตรัม : G2V
อุณหภมู ิยงั ผล : 5,770 องศาเซลเซียส
รัศมี : 6.955×105 กิโลเมตร หรือ 109 เท่าของโลก
มวล : 1.989×1030 กิโลกรัม หรือ 333,000 เทา่ ของโลก
ปริมาตร : 1.409×1018 ลูกบาศกเ์ มตร หรือ 1,300,000 เทา่ ของโลก
ความหนาแน่น : 1.409 กรัมตอ่ ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร หรือ 0.256 เท่าของโลก
ความโนม้ ถ่วง : 274.0 เมตรตอ่ วนิ าที2 หรือ 27.96 เท่าของโลก
คาบการหมุน : ท่ีเส้นศูนยส์ ูตร 25 วนั ที่ข้วั 35 วนั
องคป์ ระกอบของดาว : ไฮโดรเจน 92.1% ฮีเลียม 7.8%
ระยะห่างจากโลก : 149.6 ลา้ นกิโลเมตร หรือ 1 หน่วยดาราศาสตร์
ระยะห่างจากศูนยก์ ลางกาแลก็ ซี : 26,000 ปี แสง
คาบการโคจรรอบกาแลก็ ซี : 230 ลา้ นปี
อตั ราเร็ววงโคจรรอบกาแลก็ ซี : 720,000 กิโลเมตรตอ่ ชว่ั โมง 63/103
● ดวงอาทิตยเ์ ป็ นก้อนพลาสมาขนาดใหญ่และไม่มีส่วนที่เป็ น
ของแข็ง จึงทาใหอ้ ตั ราเร็วในการหมุนรอบตวั เองแต่ละบริเวณ
ไม่เท่ากนั
● คาบการหมนุ บริเวณเสน้ ศูนยส์ ูตรจะนอ้ ยกวา่ ที่ข้วั ดวงอาทิตย์
● อัตราเร็ วในการหมุนบริ เวณเส้นศูนย์สู ตรเร็ วกว่าที่ข้ัว
ดวงอาทิตย์
● เมื่อสังเกตดวงอาทิตยจ์ ากโลก คาบการหมุนของดวงอาทิตย์
จะมีค่า 28 วนั ซ่ึงมากกว่าค่าจริง (25 วนั ) เนื่องจากโลกโคจร
รอบดวงอาทิตยไ์ ปในทิศทางเดียวกบั การหมุนรอบตวั เองของ
ดวงอาทิตย์ จึงมองเห็นว่าดวงอาทิตยห์ มุนรอบตวั เองช้ากว่า
ความเป็ นจริง
64/103
โครงสร้างและช้ันบรรยากาศของดวงอาทติ ย์
นักวิทยาศาสตร์แบ่งโครงสร้างของดวงอาทิตยอ์ อกเป็ น 2 ส่วนหลกั ๆ ไดแ้ ก่ โครงสร้างภายในดวงอาทิตยแ์ ละ
ช้นั บรรยากาศของดวงอาทิตย์
โครงสร้างภายในดวงอาทติ ย์
เขตพาความร้อน
บริเวณที่กระแสพลาสมาเคลื่อนท่ีหมุนวน
ดว้ ยการพาความร้อนจากเขตแผร่ ังสี
เขตแผ่รังสี
บริเวณท่ีอยถู่ ดั จากแก่นของดวงอาทิตย์
พลงั งานจากแกน่ ของดวงอาทิตย์
จะส่งผา่ นมายงั บริเวณน้ีดว้ ยการแผร่ ังสี
แก่น 65/103
บริเวณที่เกิดปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์ฟิ วชนั
ซ่ึงเป็นแหล่งพลงั งานของดวงอาทิตย์
จุดมืดบนดวงอาทติ ย์ ช้ันบรรยากาศของดวงอาทติ ย์
โฟโทสเฟี ยร์
ช้นั บรรยากาศดา้ นในสุด แสดงใหเ้ ห็นสีของดวงอาทิตย์
นกั ดาราศาสตร์กาหนดใหช้ ้นั น้ีเป็นผวิ ของดวงอาทิตย์
โครโมสเฟี ยร์
ช้นั บรรยากาศบาง ๆ อยูเ่ หนือโฟโทสเฟี ยร์ มีการพงุ่ ของ
พวยแกส๊ มีสีแดงที่เกิดจากการลุกจา้ ของแก๊สไฮโดรเจน
คอโรนา
ช้นั บรรยากาศดา้ นบนสุด ช้นั คอโรนาจะมองเห็นได้
ชดั เจนเม่ือเกิดสุริยปุ ราคาเตม็ ดวง
66/103
ดวงอาทิตยจ์ ะเผาผลาญไฮโดรเจนเปล่ียนเป็ นพลงั งาน เม่ือคานวณปริมาณธาตุไฮโดรเจนท่ีลดลงจะพบวา่ ดวงอาทิตย์
จะมีอายตุ อ่ ไปไดอ้ ีกประมาณ 5,000 ลา้ นปี
ดวงอาทิตยจ์ ะเขา้ สู่วาระสุดทา้ ยโดยกลายสภาพเป็ นดาวยกั ษ์แดง และหลงั จากน้ันผิวของดวงอาทิตยจ์ ะหลุดออก
กลายเป็ นเนบิวลาดาวเคราะห์ ส่วนแก่นของดาวก็จะกลายเป็ นดาวแคระขาว
ช่วงชีวติ ของดวงอาทติ ย์
เนบิวลาสุริยะ ดาวฤกษก์ ่อนเกิด ปัจจุบนั ดาวยกั ษแ์ ดง เนบิวลาดาวเคราะห์ ดาวแคระขาวจะค่อย ๆ
0 24 6 8 10 มืดลงจนดบั ไป
ล้านปี 11 12 13
67/103
จุดมืดบนดวงอาทติ ย์ปรากฏ จุดมืด
ให้เห็นจานวนมาก ดวงอาทิตย์
เงามืด
เงามวั
โลก
ความรู้เพมิ่ เตมิ
จุดมืดดวงอาทิตย์ (sunspot) เป็ นบริเวณท่ีมีสนามแม่เหล็กความเขม้ สูงและมีรังสีแผอ่ อกมานอ้ ยในช้นั โฟโทสเฟี ยร์
มีอุณหภูมิต่ากวา่ พ้นื ท่ีรอบ ๆ จึงปรากฏเป็ นบริเวณมืด มกั มีขนาดใหญก่ วา่ โลก
บริเวณใจกลางจะมืดกวา่ บริเวณรอบ ๆ เรียกวา่ เงามืด (umbra) ส่วนบริเวณรอบ ๆ เรียกวา่ เงามวั (penumbra)
จุดมืดดวงอาทิตยเ์ กิดจากความแปรปรวนของสนามแม่เหล็ก เนื่องจากดวงอาทิตยม์ ีอตั ราเร็วในการหมุนรอบตวั เอง
แต่ละบริเวณไม่เท่ากนั จึงทาใหเ้ สน้ สนามแมเ่ หลก็ ที่ห่อหุ้มดวงอาทิตยไ์ วม้ ีความบิดเบ้ียว บางคร้ังอาจปลดปล่อยพลงั งาน
ในรูปคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้าออกมาอยา่ งรุนแรง เรียกวา่ เปลวสุริยะ (solar flare)
68/103
ลมสุริยะและพายสุ ุริยะ
ลมสุริยะ (solar wind) เกิดจากการขยายตวั ของช้นั คอโรนาท่ีประกอบด้วยอนุภาคท่ีมีประจุไฟฟ้าจนทาให้อนุภาค
หลุดพน้ จากแรงดึงดูดของดวงอาทิตยแ์ ละแผอ่ อกไปทุกทิศทาง มกั เกิดข้ึนบริเวณข้วั เหนือและข้วั ใตข้ องดวงอาทิตย์
ห า ก อ นุ ภ า ค ที่ มี ป ร ะ จุ ไ ฟ ฟ้ า ที่ พุ่ ง อ อ ก ม า
มี จ าน วน ม หาศ าล แ ล ะมี ค วาม เ ร็ วม ากกว่า
800 กิโลเมตรต่อวินาที จะเรี ยกว่า พายุสุริยะ
(solar storm)
จุดมืดดวงอาทิตยจ์ ะส่งผลต่อความรุนแรง
ของพายุสุริยะ ถ้าจานวนจุดมืดดวงอาทิตย์มาก
อนุภาคท่ีมีประจุไฟฟ้าจะเพิ่มมากข้ึน ทาให้
ความรุนแรงของพายสุ ุริยะเพิ่มมากข้ึนดว้ ย
69/103
ปรากฏการณ์ออโรรา (aurora) เกิดจากอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า
เน่ืองจากลมสุริยะบางส่วนเคล่ือนท่ีเขา้ สู่บรรยากาศโลกบริเวณ
ข้วั โลกเหนือและข้วั โลกใต้ เมื่ออนุภาคท่ีมีประจุไฟฟ้าปะทะกับ
อะตอมของแก๊สในช้นั ไอโอโนสเฟี ยร์ จะคายพลงั งานออกมาในรูป
ของแสง
ลมสุริยะที่รุนแรงจนเกิดเป็ นพายุสุริยะจะส่งผลกระทบต่อ
ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาจทาให้ไฟฟ้าดับ การส่ื อสาร
ขดั ขอ้ ง และวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์เกิดความเสียหายได้
ลมสุ ริ ยะส่ งผลต่อดาวหางโดยทาให้หางเกิ ดการเรื องแสง
และช้ีไปยงั ดา้ นตรงขา้ มกบั ดวงอาทิตย์
70/103
บริวารของดวงอาทติ ย์
บริวารที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ได้แก่ ดาวเคราะห์ท้ัง 8 ดวง แถบดาวเคราะห์น้อยที่โคจรอยู่ระหว่างดาวองั คาร
และดาวพฤหสั บดี วตั ถใุ นแถบไคเปอร์ และดาวหาง
ดาวอีรีส
ดาวเคราะห์ช้ันนอก
ดาวเคราะห์
ช้ันใน
แถบไคเปอร์
ดาวพลูโต
ดวงอาทิตย์ ดาวมาเกะมาเกะ
ดาวซีรีส ดาวหาง
แถบดาวเคราะห์น้อย
71/103
เม่ือใชล้ กั ษณะการเกิดและองคป์ ระกอบของดาวเป็ นเกณฑ์ จะแบ่งขอบเขตของระบบสุริยะไดเ้ ป็ น 5 เขต ดงั น้ี
1. ดาวเคราะห์ช้ันใน (inner planets) เป็ นดาวเคราะห์หิน
ไดแ้ ก่ ดาวพธุ ดาวศุกร์ โลก และดาวองั คาร
2. แถบดาวเคราะห์น้อย (asteroids belt) เป็ นวตั ถุขนาดเล็กท่ีโคจรอยู่ระหว่าง
ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี เกิดจากวัตถุที่ไม่สามารถรวมตัวกันเป็ น
ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ไดเ้ น่ืองจากมีแรงโนม้ ถว่ งของดาวพฤหสั บดีรบกวน
3. ดาวเคราะห์ช้ันนอก (outer planets) เป็ นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ท่ีมีองคป์ ระกอบ
เป็ นแก๊ส ไดแ้ ก่ ดาวพฤหสั บดี ดาวเสาร์ ดาวยเู รนสั และดาวเนปจูน
72/103
4. แถบไคเปอร์ (Kuiper belt) ประกอบด้วย แถบไคเปอร์ เมฆออร์ต
73/103
ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์นอ้ ย ดาวหาง และวตั ถุ
ขนาดเลก็ เช่น ดาวพลูโต ดาวอีรีส ดาวหางคาบส้นั
5. เมฆออร์ ต (Oort cloud) หรือ ดงดาวหาง
ระบบสุริยะมีขอบเขตเป็ นเมฆทรงกลมขนาดใหญ่
ห่อหุ้มอยู่ ประกอบดว้ ย ฝ่ ุน หิน น้าแข็ง แอมโมเนีย
มีเทน เป็ นแหลง่ กาเนิดของดาวหาง มีขนาดประมาณ
1-3 ปี แสง
ความรู้เพมิ่ เตมิ
ดาวหาง (comets) เป็ นวตั ถขุ นาดเลก็ ไม่มีแสงสวา่ งในตวั เอง ประกอบดว้ ยเศษฝ่ นุ หิน กอ้ นน้าแขง็ และแกส๊ ในสถานะ
ของแข็ง มีวงโคจรเป็ นวงรีมาก เมื่อโคจรเขา้ ใกลด้ วงอาทิตย์ ความร้อนและลมสุริยะทาให้ดาวหางขยายตวั ส ว่างข้ึน
และมีหางปรากฏ โครงสร้างของดาวหางประกอบดว้ ยส่วนตา่ ง ๆ ดงั น้ี
ดาวหางเฮลลบ์ อบบ์ 74/103
ความรู้เพม่ิ เตมิ ช้ันไฮโดรเจน
1. นิวเคลียส (nucleus) เป็ นส่วนที่ประกอบด้วยหิน หางฝ่ ุน หางแก๊ส
น้าแข็ง และแก๊สในสถานะของแข็ง เช่น แอมโมเนีย มีเทน นวิ เคลยี ส
คาร์บอนไดออกไซด์ โคมา
2. โคมา (coma) เป็ นแก๊สท่ีระเหิดจากนิวเคลียสและ ลมสุริยะ วงโคจรของดาวหาง
ห่อหุ้มนิวเคลียสอยู่ เป็ นส่วนของดาวหางที่เห็นได้ชดั เจน ดวงอาทติ ย์ 75/103
ที่สุด
3. หางแก๊ส (gas tail) เกิดจากแก๊สที่แตกตวั ออกมาจาก
นิวเคลียสและโคมา ปรากฏเมื่อดาวหางโคจรเข้าใกล้
ดวงอาทิตยเ์ นื่องจากผลของลมสุริยะ มีลกั ษณะเป็ นแนวตรง
เกิดในทิศทางตรงขา้ มกบั ดวงอาทิตย์
4. หางฝ่ ุน (dust tail) เกิดจากเศษฝ่ ุนท่ีหลุดออกมาจาก
นิวเคลียส มีลกั ษณะโคง้ ไปตามวงโคจร สะทอ้ นแสงอาทิตย์
ไดด้ ี จึงมีความสวา่ งและเห็นไดช้ ดั เจนกวา่ หางแก๊ส
ดาวเคราะห์ทเ่ี อือ้ ต่อการมสี ิ่งมชี ีวติ ร้อนเกนิ ไป เหมาะสม
เขตทเ่ี อือ้ ต่อการมีส่ิงมชี ีวติ เย็นเกนิ ไป
( habitable zone) คื อ บ ริ เ ว ณ
โดยรอบดาวฤกษ์ที่มีระยะห่าง
จากดาวฤกษท์ ่ีเหมาะสมที่ทาให้
น้ ายงั คงสถานะเป็ นของเหลว
บนผิวดาวเคราะห์ได้
มีขนาดใกล้เคยี งโลก
76/103
โลกเป็ นดาวเคราะห์ท่ีเอ้ือต่อสิ่งมีชีวิต เน่ืองจากมีวงโคจรห่างจากดวงอาทิตยใ์ นระยะเหมาะสม จึงมีอุณหภูมิพ้ืนผิว
ที่ไมร่ ้อนหรือเยน็ จนเกินไป ทาใหน้ ้ายงั คงสถานะของเหลวได้
ถา้ หากโลกมีวงโคจรอยใู่ กลด้ วงอาทิตยม์ ากข้ึน จะไดร้ ับพลงั งานจากดวงอาทิตยม์ ากเกินไป พ้ืนผิวโลกอาจมีอุณหภูมิ
สูงจนทาใหน้ ้าระเหยออกไปหมด
ถา้ หากโลกมีวงโคจรไกลจากดวงอาทิตยม์ ากข้ึน พ้นื ผิวโลกอาจมีอุณหภมู ิต่าจนทาใหน้ ้ากลายเป็ นน้าแขง็ ได้
77/103
นักดาราศาสตร์เช่ือว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงอ่ืนนอกจากโลกของเรา จึงพยายามคน้ หาดาวเคราะห์
นอกระบบสุริยะ (exoplanet) ท่ีโคจรรอบดาวฤกษแ์ ละอยใู่ นเขตที่เอ้ือต่อการมีส่ิงมีชีวติ
ปัจจุบนั มีการคน้ พบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจานวนมากกวา่ 4,000 ดวง และพบดาวเคราะห์หลายดวงที่มีลกั ษณะ
คลา้ ยโลก เช่น Kepler-22b Kepler-62e
Kepler-22b Kepler-69c Kepler-69e Kepler-62f โลก
78/103
วนั ที่ 22 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2560 องคก์ ารนาซาไดป้ ระกาศการคน้ พบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะท่ีมีขนาดใกล้เคียงกบั โลก
ในระบบแทรปพสิ ต-์ 1 (Trappist-1) ซ่ึงเป็ นดาวแคระแดงขนาดเลก็ มีมวล 0.08 เท่าของดวงอาทิตย์
ระบบแทรปพสิ ต์-1
bc d e fg มีดาวเคราะห์ในระบบแทรปพิสต์-1
h จานวน 3 ดวง โคจรอยู่ในเขตท่ี
ระบบสุริยะ ขยาย 5 เท่า
เอ้ือต่อการมีสิ่งมีชีวิตและอาจมีน้ า
ในสถานะของเหลวอยบู่ นผิวดาว
ดาวพธุ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร
79/103
(หนงั สือเรียนหนา้ 34)
80/103
1. ระบบสุริยะอยทู่ ่ีตาแหน่งใดของกาแลก็ ซีทางชา้ งเผือก
2. ระบบสุริยะเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร ใหน้ กั เรียนอธิบายมาพอสงั เขป (อาจใชร้ ูปภาพหรือแผนภาพประกอบการอธิบาย)
81/103
3. จากรูปโครงสร้างของดวงอาทิตย์ ใหน้ กั เรียนเติมคาลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
คอโรนา
82/103
4. ลมสุริยะส่งผลตอ่ โลกอยา่ งไรบา้ ง
5. ถา้ วงโคจรของโลกอยไู่ กลจากดวงอาทิตยม์ ากกวา่ เดิม 3 เท่า นกั เรียนคิดวา่ จะมีส่ิงมีชีวติ เกิดข้ึนไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
83/103
เอกภพ
● เอกภพ คือ อวกาศอนั กวา้ งใหญ่
ที่ประกอบดว้ ยทุกสรรพส่ิงใน
ธรรมชาติ เกิดจากการขยายตวั
อย่างรวดเร็วตามทฤษฎีบิกแบง
เม่ือประมาณ 13,700 ลา้ นปี ก่อน
● ทฤษฎี บิกแบงมีหลักฐานที่
สาคัญสนับสนุน 2 ประการ
ได้แก่ การขยายตวั ของเอกภพ
และการคน้ พบรังสีไมโครเวฟ
พ้นื หลงั
84/103
เอกภพ
● เอ็ดวนิ ฮบั เบิล อธิบายการขยายตวั ของเอกภพ
โดยศึกษาการเลื่อนทางแดงของกาแล็กซี และ
ได้เสนอกฎของฮับเบิลไวว้ ่ากาแล็กซีกาลัง
เคล่ือนที่ออกจากกนั และมีอตั ราเร็วแปรผนั ตรง
กบั ระยะทางจากโลก
● รังสีไมโครเวฟพ้ืนหลงั เป็ นร่องรอยของการ
เ กิ ด บิ ก แ บ ง มี อุ ณ ห ภู มิ 2 . 7 2 5 เ ค ล วิ น
ซ่ึงเท่ากับอุณหภูมิของเอกภพ ค้นพบโดย
อาร์โน เพนเซียส และรอเบิร์ต วลิ สนั
85/103
กาแลก็ ซี่
● กาแล็กซี คือ กลุ่มของดาวฤกษ์ เนบิวลา และ
สสารระหวา่ งดวงดาวท่ีประกอบดว้ ยแก๊ส ฝ่ ุน
และสสารมืดอยรู่ วมกนั ดว้ ยแรงโนม้ ถว่ ง
● กาแล็กซีแบ่งตามรูปร่างออกเป็ น 3 ประเภท
ได้แก่ กาแล็กซี รี กาแล็กซี ก้นหอย และ
กาแลก็ ซีไร้รูปแบบ
● ระบบสุริยะต้ังอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือก
ซ่ึงจดั เป็ นกาแล็กซีกน้ หอยมีคาน มีโครงสร้าง
ท่ีประกอบดว้ ยนิวเคลียส จาน และฮาโล
86/103
ดาวฤกษ์
● ดาวฤกษ์ คือ กอ้ นแก๊สร้อนขนาดใหญ่ มีองคป์ ระกอบหลกั เป็ น
ธาตุไฮโดรเจน พลงั งานของดาวฤกษ์เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์
ฟิ วชนั ที่แก่นของดาว
● ดาวฤกษส์ ่วนใหญ่อยรู่ วมกนั ต้งั แต่ 2 ดวงข้ึนไปดว้ ยแรงโนม้ ถ่วง
เรียกวา่ ระบบดาวฤกษ์ โดยดาวฤกษ์ 2 ดวงท่ีโคจรรอบกนั และกนั
เรียกวา่ ดาวคู่ ส่วนดาวฤกษท์ ่ีอยรู่ วมกนั เป็ นจานวนมาก เรียกว่า
กระจุกดาว
87/103
ดาวฤกษ์ 88/103
● ดาวฤกษ์เกิดจากเมฆโมเลกุลที่มี
ค ว า ม ห น า แ น่ น สู ง ยุ บ ตัว ล ง ด้ ว ย
แรงโน้มถ่วง เม่ือมีความหนาแน่น
มากข้ึนจนกลายเป็ นแก๊สท่ีร้อนจัด
และหมุนเป็ นรูปทรงกลม จะเกิด
เป็ นดาวฤกษ์ก่อนเกิด และเม่ือ
บริเวณแก่นของดาวมีอุณหภูมิสูงถึง
15 ลา้ นเคลวิน จะทาใหเ้ กิดปฏิกิริยา
นิวเคลียร์ฟิ วชัน หลอมนิวเคลียส
ของธาตุไฮโดรเจนให้กลายเป็ น
นิวเคลียสของธาตุฮีเลียม และเกิด
เป็ นดาวฤกษ์
ดาวฤกษ์
● พลังงานที่ปลดปล่อยจากปฏิกิริยา
นิวเคลียร์ฟิ วชันท่ีแก่นของดาวจะ
ทาให้เกิดแรงดันบนผิวดาวท่ีสมดุล
กบั แรงโนม้ ถว่ งของดาวฤกษ์ เรียกวา่
สภาวะสมดุลอุทกสถิต
89/103
ดาวฤกษ์
● ววิ ฒั นาการของดาวฤกษจ์ ะข้ึนอยกู่ บั มวลของดาว
ดาวฤกษม์ วลน้อย เม่ือเขา้ สู่วาระสุดทา้ ยจะกลายเป็ น
ดาวยกั ษ์แดง จากน้ันเปลือกนอกของดาวขยายตัว
ออกไปเป็ นเนบิวลาดาวเคราะห์และแก่นดาวจะ
กลายเป็ นดาวแคระขาว
ดาวฤกษม์ วลมาก เมื่อเขา้ สู่วาระสุดทา้ ยจะกลายเป็ น
ดาวยกั ษ์ใหญ่สีแดง จากน้นั จะเกิดซูเปอร์โนวาทาให้
ดาวฤกษม์ วลมากกลายเป็ นดาวนิวตรอน ส่วนดาวฤกษ์
มวลยงิ่ ยวดจะกลายเป็ นหลมุ ดา
90/103
ดาวฤกษ์
● สีของดาวฤกษ์มีความสัมพนั ธ์กับอุณหภูมิและอายุของดาว
ดาวฤกษ์ท่ีมีมวลมากจะมีอายุส้ัน ผิวดาวมีอุณหภูมิสูง จึงมี
สีน้าเงินไปจนถึงสีขาว ส่วนดาวฤกษ์ท่ีมีมวลน้อยจะมีอายุ
ยนื ยาว ผวิ ดาวมีอุณหภมู ิต่า จึงมีสีเหลืองไปจนถึงสีแดง
● ความสว่างปรากฏของวตั ถุท้องฟ้าข้ึนอยู่กับระยะห่างและ
ความสว่างจริงของวตั ถุ โดยวดั เป็ นค่าอนั ดบั ความสว่างหรือ
โชติมาตร
91/103
ระบบสุริยะ ระบบสุริยะ
92/103
● ระ บ บ สุ ริ ยะ มี ด วง อาทิ ต ย์เ ป็ น
ด าว ฤ ก ษ์ศู น ย์กล าง ซ่ึ ง เ กิ ด ข้ึ น
เมื่อ 4,600 ลา้ นปี ก่อน
● ระบบสุริยะมีตาแหน่งอยู่บนแขน
ขา้ งหน่ึงของกาแล็กซีทางชา้ งเผือก
ห่างจากจุดศูนยก์ ลางของกาแล็กซี
ประมาณ 8,500-30,000 ปี แสง
ระบบสุริยะ
● ระบบสุริ ยะเร่ิมต้นข้ึนเม่ือเนบิวลาสุริ ยะเกิดการยุบตัว
เนื่องจากแรงโนม้ ถ่วงและเร่ิมหมุนรอบตวั เอง แก๊สและฝ่ ุน
กระจายตวั ออกรอบแกนหมุนจนมีรูปร่างเหมือนจานแบน
บริเวณใจกลางเกิดเป็ นดวงอาทิตย์ มวลส่วนที่เหลือรอบ ๆ
ดวงอาทิตยเ์ กิดเป็ นดาวบริวารโคจรรอบดวงอาทิตย์
93/103
ระบบสุริยะ คอโรนา เขตพาความร้อน
โฟโทสเฟี ยร์ เขตแผ่รังสี
● โครงสร้างของดวงอาทิตย์แบ่ง แก่น
ออกเป็ น 2 ส่วนหลกั ๆ ดงั น้ี โครโมสเฟี ยร์
1. โครงสร้างภายในดวงอาทิตย์ 94/103
แบ่งออกเป็ น 3 ส่ วน ได้แก่
แ ก่ น เ ข ต แ ผ่ รั ง สี แ ล ะ เ ข ต
พาความร้อน
2. ช้ันบรรยากาศของดวงอาทิตย์
แ บ่ ง อ อ ก เ ป็ น 3 ช้ัน ไ ด้แ ก่
โฟโทสเฟี ยร์ โครโมสเฟี ยร์ และ
คอโรนา
ระบบสุริยะ 95/103
● ลมสุริยะเกิดในช้ันคอโรนาซ่ึงประกอบด้วย
อนุภาคท่ีมีประจุ เช่น อิเลก็ ตรอน โปรตอน และ
ไอออนของธาตุต่าง ๆในสถานะพลาสมา
ซ่ึงส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลกจึงทาให้เกิด
ปรากฏการณ์ ออโรรา หรื อแสงเหนื อแสงใ ต้
และยังส่ งผลให้หางของดาวหางเกิดการ
เรืองแสงและช้ีไปยงั ดา้ นตรงขา้ มกบั ดวงอาทิตย์
● ลมสุริยะท่ีรุนแรงจนเกิดเป็ นพายุสุริยะจะส่ง
ผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
อาจทาให้ไฟฟ้าดับ การส่ือสารขัดข้อง และ
วงจรอิเลก็ ทรอนิกส์เกิดความเสียหายได้
ระบบสุริยะ
● เม่ือแบ่งขอบเขตของระบบสุริยะโดยใชล้ กั ษณะการเกิด
และองคป์ ระกอบของดาวเป็ นเกณฑส์ ามารถแบ่งไดเ้ ป็ น
5 เขตได้แก่ ดาวเคราะห์ช้ันใน แถบดาวเคราะห์น้อย
ดาวเคราะห์ช้นั นอก แถบไคเปอร์ และเมฆออร์ต
● โลกเป็ นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่มีสิ่งมีชีวิต เพราะ
โค จ รร อบ ด ว ง อ าทิ ต ย์ใ น เ ข ต ท่ี เ อ้ื อต่ อก าร มี สิ่ ง มี ชี วิต
มีอุณหภูมิเหมาะสม และสามารถเกิดน้าที่ยงั คงสถานะ
เป็ นของเหลวได้
96/103
1. “เอกภพเกิดข้ึนจากการระเบิด” นกั เรียนคิดวา่ แนวคิดน้ีมีความน่าเช่ือถือมากหรือนอ้ ยอยา่ งไร
2. นกั วทิ ยาศาสตร์ที่พบวา่ เอกภพมีการขยายตวั อยตู่ ลอดเวลาคือใครและทราบไดอ้ ยา่ งไร
97/103
3. รังสีไมโครเวฟพ้ืนหลงั คืออะไร ถูกคน้ พบไดอ้ ยา่ งไร
4. หากนกั เรียนสังเกตกาแล็กซีที่กาลงั เคลื่อนท่ีตามการขยายตวั ของเอกภพจากโลกจะมีความแตกต่างจากการสังเกต
ท่ีกาแลก็ ซีอ่ืนหรือไม่ อยา่ งไร
98/103
5. ใหน้ กั เรียนยกตวั อยา่ งกาแลก็ ซีมาอยา่ งนอ้ ย 5 ตวั อยา่ ง พร้อมระบุประเภทของกาแลก็ ซี
6. กาแลก็ ซีทางชา้ งเผอื กจดั อยใู่ นกาแลก็ ซีประเภทใด
7. ดวงดาวบนทอ้ งฟ้าท่ีสงั เกตเห็นในยามค่าคืนของทุกวนั น้ีคือสิ่งที่เกิดข้ึนในปัจจุบนั ใช่หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
99/103