The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

650200399 วรินทร จุงาม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Warintorn Jungam, 2023-08-13 05:12:28

ดาราอั้ง

650200399 วรินทร จุงาม

ประวตความเปนมา ศนยประสานงานองคกรเอกชนพฒนาชาวภเขา (2558) ระบไววา ชนเผาดาราอง หรอ ปะหลอง เปนชนเผาทไดอพยพมาจากประเทศสหภาพเมยนมาร เขามายงประเทศไทยไทยเมอประมาณป พ.ศ. 2511 จากเอกสารทางประวตศาสตรหลายฉบบกลาวถงชาวปะหลองวา เปนพลเมอง หรอ ชนเผากลม หนง ทอยภายใตการปกครองของนครรฐแสนหว เปน1ใน9 นครรฐของอาณาจกรไตมาว ซงเปรอาณา จกรทยงใหญของชนชาตไต ในป พ.ศ. 1200 โดยศนยกลางของอาณาจกร ตงอยบรเวณเมองแสนหว ในรฐฉานของประเทศพมา ในขณะนน ชนเผาประหลองมถนฐานเดมอยใน โกสมพซงกเปนขอมลทตรง กน เพราะคดวา โกสมพเปนการเรยกนครรฐแสนหว และจากการสรวจพบวา ปะหลองมถนทอยอาศย กนอยางหนาแนน บรเวณเทอกเขาในรฐฉาน แถบเมอง ตองแปง นซน สปอ เมองมต และทางตอนใต ของ รฐฉาน คอ เมองเชยงตง นอกจากนยงพบวาปะหลองกระจดกระจายกนอยทางตอนใตของรฐคะฉน และภาคตะวนตกเฉยงใตของยนาน ในประเทศจนอกดวย การอพยพเข้ามาสู่ไทย ศูนย์ประสานงานองค์กรเอกชนพัฒนา ชาวไทยภู เขา (2558) ระบุไว้ว่า ในราวปีพ.ศ. 2511 ชนเผ่าดาราอ้ ั งหรือปะหล่องบางกลุ่มได้เร่ ิมอพยพ เข้ามาในประเทศไทย จนถึงปีพ.ศ. 2527 ได้ พบ ชาวปะหล่อง จํานวนประมาณ 2,000 คน อพยพ มารวมกันที่ชายแดนไทย - สหภาพเมียนม่าร์ บริเวณดอยอ่างขาง อําเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ท้องที่บ้านนอแล ซ่ึงเป็นหมู่บ้านท่ีอยู่ใกล้กบั พื้นที่ รับผิดชอบของโครงการหลวงดอยอ่างขาง สถานการณ์คร้ ั งน้ ั นนําความลําบากใจมาสู่เจ้า หน้าท่ีผู้ปฏิบตัิงานในพื้นท่ีเป็นอย่างย่ ิง เพราะบุคคลเหล่านี้เป็ นบุคคลอพยพเข้าเมืองโดยผิด กฎหมาย สาเหตุของ การอพยพสืบต่อเนื่องมาจากสถานการณ์ในประเทศสหภาพเมียนม่าร์ที่ได้ รับคืนอิสรภาพ จากรัฐบาลประเทศอังกฤษ ส่งผลทําให้เกิดความ ระสําระสายไปท่วั เกิดความขัด แย้งและสู้รบกัน ซ่ึงต่อมาเม่ือพระบาทสมเด็จพระเจา้อยู่หวัเสด็จเย่ียมเยือนราษฎรชาวเขาเผ่า มู เซอที่บ้าน ขอบด้ง ในพื้นที่โครงการหลวงดอยอ่าขาง ชาวปะหล่องคนหน่ึงจึงได้นําความกราบ บังคมทูลขออนุญาตอาศัยอยู่ในประเทศไทย ซ่ึงเป็น ผลให้พระองค์ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้จัดที่อยู่ อาศัย ให้กับชนเผ่าปะหล่องในฐานะผู้อพยพที่ บ้านนอแลจนถึงปัจจุบัน ชาวประหล่องบางกลุ่มพา กันอพยพโยกย้ายหาที่ อยู่ใหม่ และกระจายกนั ไปต้งับ้านเรือนอยู่หลายพื้นท่ีจากการสอบถาม ชาวประหล่องที่อพยพ แยกย้ายกนั ไปต้งับ้านเรือนอยู่ตามท่ีต่าง ๆ แต่ยังมีการเดินทางไปมาหาสู่ กันอยู่ พอประมาณได้ว่า ใน ปัจจุบนัหมู่บ้านชาวประหล่องต้งัอยู่ในพื้นท่ีอําเภอฝาง อําเภอ เชียงดาว อําเภอแม่อาย จํานวน 10 หมู่บ้าน ชนเผาดาราอง หรอ ปะหลอง


ภาษา โดยท่วัไปชนเผ่าปะหล่องสามารถพูดภาษา ฉานได้นอกจากนี้ภาษาปะหล่องยังปรากฏการ หยิบยืมคํามาจากภาษาต่าง ๆ มากมาย ท้งัภาษาพม่า ภาษาคะฉ่ ิน ภาษาฉาน และภาษาลีซอใน การติดต่อ กับคนต่างเผ่า โดยปะหล่องจะใช้ภาษาไทยใหญ่ หรือภาษาฉานเป็ นหลัก สําหรับใน ปัจจุบัน ปะหล่องในประเทศไทยส่วนใหญ่ เด็ก ๆ และผู้ชายวัยกลางคนมักพูดภาษาไทยเหนือได้ บ้าง ส่วนการ สื่อภาษากับผู้หญิงต้องอาศัยล่าม เนื่องจากผู้หญิง ฟังภาษาไทยเข้าใจ แต่ไม่กล้า โต้ตอบด้วยภาษาไทย การแต่งกาย ลักษณะ การแต่งกายที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดถึงเอกลักษณ์ของเผ่า คือ กางเกงของชาวดาระอ้งั เรียกว่า “กางเกง เซียม” ทําจากผ้าฝ้ ายสีดํา หรือ นําเงิน ลักษณะคล้ายกับกางเกงเล หรือ กางเกง ไทยใหญ่ โดยเวลาสวมใส่ จะทบให้กระชับกับลําตัว แล้วใช้เชือกหรือเข็มขัดรัดให้แน่น การแต่งกายผู้หญิง เครื่องแต่งกายของผู้หญิง ประกอบไปด้วย เสื้อผ่าหน้า แขนกระบอก เอวลอย สีพื้นสดใส ส่วนใหญ่ มักเป็ นสีฟ้ า สีนําเงิน สี เขียวใบไม้ตกแต่งสาบเสื้อด้านหน้าด้วยแถบผ้าสีแดง สวมผ้าสิ้ นท่ีทอขึ้นเอง สี แดงสลบัลายริว้ขาวเล็กๆขวางลําตวัความยาวจรดเท้า โพกศรีษะด้วยผ้าผืนยาว การแต่งกายผู้ชาย เสื้อผู้ชายจะเป็ นเสื้อแขนยาวผ่าหน้าคล้ายกับเสื้อไทยใหญ่ ทําจากผ้าฝ้ ายสีนําเงิน หรือสีดํา ความ ยาวพอดีกับเอว


ลักษณะบ้านเรือน ชนเผ่าปะหล่องจะปลูกบ้านแบบยกพื้นมีความสูงประมาณ1- 3 เมตร ท้งันี้ขึ้นอยู่กบัความลาดชนั ของไหล่ เขา ก่อสร้างด้วยเสาไม้พื้นและฝาใช้ฟาดไม้ไผ่ หลังคามุงหญ้าคา พื้นที่ใช้สอยประกอบ ด้วยชานบ้าน ห้องอเนกประสงค์ซ่ึงใช้สําหรบัการรบัแขกและหุงหาอาหาร บริเวณด้านในสุดเป็ น ส่วนใช้นอนของสมาชิกในครอบครัว มี เตาไฟอยู่กลางห้องและหิ้ งพระอยู่ท่ีหวันอน วิถีชีวิตของชนเผ่าดาราอ้งั ชนเผ่าดาราอ้งัจะต้งับ้านเรือนอยู่ร่วมกนัเป็นหมู่บ้านบนสนัเขา บางหลังคาเรือนอยู่ร่วมกันถึง 20 ครอบครัว แต่ละครอบครัวอาจมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติหรือไม่ก็ได้หากสมัครใจรักใคร่สนิท สนม และปรารถนาจะอยู่บ้านเดียวกันก็จะตกลงและช่วยกันสร้างบ้านหลังยาว จํานวนห้องเท่ากัน ทุก ครอบครัวต้องปรองดองและเคารพเชื่อฟังผู้อาวุโสของบ้าน LOCATION


วิถีชีวิตด้านการละเล่น 1.การรําวงหนุ่มสาว เป็ นการละเล่นเพื่อสร้างความเพลิดเพลิน โดยหนุ่มสาวจะมารําวงร่วมกัน เพื่อความสนุกสนานและผ่อนคลายจากการทํางานมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ท้งัยงัเป็นการสรา้งความ สามัคคีในกลุ่มชุมชนของชนเผ่าอีกด้วย โดยห้ามผู้ชายล่วงเกินผู้หญิงหากมีการล่วงเกินเกิดขึ้นจะ ถือว่าผิดผี 2.รํานางร้อยเงิน หรือ การรําของนางกินรีเป็ นการเต้นตามจังหวะของเครื่องดนตรีเน้นจังหวะ โดยการใช้เท้าและมือ จัดแสดงช่วงที่มี เทศกาลสําคัญ เช่น เข้าพรรษา-ออกพรรษา วันสงกรานต์ โดยผู้นําจะมี เทคนิคในการรําเฉพาะตัวบุคคล 3.การรําดาบ ผู้ที่ เก่งกาจในการใช้ดาบเป็ นอาวุธได้นํามาประยุกต์กลายเป็ นการรําดาบแทน เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นถึงความสําคัญและการใช้ดาบเป็ นอาวุธในอดีต และเพื่อบอกเล่าเรื่องราว ของการใช้ดาบเป็ นอาวุธในอดีตให้ชนเผ่าปะหล่องได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน 4. การรํากระบอง กระบองเป็นอาวุธท่ีใช้ในการต่อสู้อีกชนิดหน่ึงของชนเผ่า และการที่ชนเผ่า อาศัยอยู่บริเวณผาสูงชัน จึงจําเป็ นต้องใช้กระบองในการป้ องกันตน และใช้ในการเดินทางจาก ช่องแคบระหว่างหน้าผาหรือภู เขาสูงชัน ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนมาประยุกต์ให้กลายเป็ นการรํา กระบองแทน เพื่อให้ลูกหลานของชนเผ่าได้เห็นถึงความสําคัญของกระบอง


วัฒนธรรม และประเพณี 1.ประเพณีการแต่งงาน หนุ่มสาวไม่นิยมแต่งงานกับคนต่างเผ่า เมื่อถึงเทศกาลหรือพิธีทําบุญต่างๆหากชายหนุ่มถูกใจ หญิงสาวคนใดก็จะหาโอกาสไปเที่ยวบ้านฝ่ ายหญิงในตอนกลางคืน โดยจะเป่ าปี่ หรือดีดซึง เพื่อ บอกกล่าวให้ฝ่ายหญิงต่ืนขึ้นมาเปิดประตูรบัหากฝ่ายหญิงไม่รงัเกียจก็จะลุกขึ้นมาเปิดประตูให้ และพากนัเข้าไปในบ้านเพ่ือน่งัคุยกนัท่ีเตาไฟ จนหนุ่มสาวเข้าใจกันและตกลงจะแต่งงานกัน ถึง บอกพ่อแม่ของฝ่ ายชายไปสู่ขอกับพ่อแม่ฝ่ ายหญิง ส่วนใหญ่สินสอดที่ เรียกร้องกันจะอยู่ระหว่าง 3-4 พันบาท พอเสร็จพิธีแต่งงานฝ่ ายหญิงต้องไปอยู่กับครอบครัวฝ่ ายชาย 2. ประเพณี เกี่ยวกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ในแต่ละหมู่บ้านจะมีบุคคลผู้ซ่ึงมีความรูใ้นเร่ืองการรกัษาแบบพื้นบ้าน ท้งัโดยการทําพิธีเซ่นสรวง บูชาใช้มนต์คาถาและการใช้ยาสมุนไพรเรียกว่า สล่า ซ่ึงมีหน้าท่ีในการรกัษาอาการเจ็บป่วย การ ทํานายทายทักเหตุการณ์ต่างๆ ต้งัช่ือเด็กเกิดใหม่ เพื่อความเป็ นมงคลและทําหน้าที่ปลุกเสก เครื่องรางของขลัง เป่ ามนต์คาถาเพื่อให้ได้ผลทางการป้ องกันตัวหรือทําเสน่ห์มหานิยมด้วย หาก มีการตายเกิดขึ้นในหมู่บ้านญาติพ่ีน้องจะต้งัศพไว้เป็นเวลา 2 วัน ระหว่างน้นัจะมีการเลี้ยงอาหาร ชาวบ้านท้งัหมู่บ้านตลอดงานพิธีและนําศพไปเผาที่ป่ าช้า


ศาสนา ชนเผ่าปะหล่อง มีวิถีชีวิตอยู่กันอย่างสุขธรรม ปราศจากอบายมุข ยึดถืออคติธรรมคําสอนของ พระพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด ทุกหมู่บ้านจะมีวัดเป็ นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา มีการสนับสนุนให้ ลูกชายบวชเณรเพื่อเล่าเรียนธรรมะ และบวชพระเพื่อเเผ่อานิสงส์ให้แก่บิดามารดาอีกด้วย ความเชื่อ ชนเผ่าปะหล่อง มีความเชื่อในเรื่องวิญญาณควบคู่ไปกับการนับถือศาสนาพุทธ พิธีกรรม นอกจากการทําบุญและประกอบพิธีกรรมในวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา มีพิธีที่สําคัญที่สุด คือ การบูชาผี เจ้าที่ โดยจะทําปี ละ 2ครง้ั คือช่วงเข้าพรรษา 1ครง้ัและช่วงออกพรรษา 1ครง้ั เครื่องดนตรี วอ ผู้ชายเป็นผู้บรรเลงเท่าน้นั ในอดีตใช้เป่ าเพื่อจีบสาว พ่อแม่ฝ่ ายหญิงจะไม่ชอบหากฝ่ ายชาย ไม่มี เครื่องดนตรีชนิดนี้ ดึง เป็นเคร่ืองดนตรีสําหรบัผู้ชายเท่าน้นั ใช้สําหรับจีบสาวเหมือน วอ แต่จะมี เอกลักษณ์คล้ายกับ กีตาร์ปัจจุบัน ซะกวัน เป็นเคร่ืองดนตรีท่ีทําขึ้นจากไม้ไผ่ เพื่อคลายความเหงาในช่วงเวลาที่ออกไปทํางานนอก บ้าน เช่น ไปเลี้ยงควาย ทําไร่ ไปหาของได้ป่ า ใช้จีบสาว และยังใช้ในงานเทศกาลต่างๆ เช่นวันพระ วนัขึ้นปีใหม่


อพยพมาจากเมยนมารี ์ ตงบ้ั ้ านเรอนอยูื ่ ร่ วมกนั เป็ นหมู่ บ้ านบนสนเขาั ใช้ ภาษาไทยใหญ่ หรอืภาษาฉาน เพาะปลูก เล้ ยงสีตวั ์ตเหลีก็ เกบของป ็ ่ า ทอผ้ าเยบผ็ ้ าขาย ทําไม้ เสยบเนี อจากไม้ื ้ ไผ่ ขาย การแต่ งกายเป็ นเอกลกษณั ์ โพกผม ผ้ าซิ่ น ทอเอง เชือเร่ืองว่ญญาณิ และนบถัอศาสนาพุืทธ ปลุกเสกเครืองรางของขล่งั เป่ าคาถาป้ องกนตัวั ทําเสน่ ห์ ไม่ นยมแติ ่ งงานต่ างเผ่ า ใช้ เครืองดนตร่ในการจ ีบสาวี และบรรเลงในพธิตี ่ างๆ สร ุ ป ชนเผ ่ *าดาราอง้ั /t # · * · · emmmm ·· · & T Apartment M·· * · · · * * · # :# ·> · · * ···I· · · <- · * ··· . * · · · · · * * น·@@@@ · =


Click to View FlipBook Version