The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เรื่องกล้องจุลทรรศน์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิริยา ภวภูตานนท์, 2020-07-01 05:07:07

กล้องจุลทรรศน์

ความรู้เรื่องกล้องจุลทรรศน์

Keywords: ิBook

0

ชุดการสอนรายวชิ าพืน้ ฐาน ชวี วิทยา (ว 31103)
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4

หนว่ ยการเรยี นรู้ ดลุ ยภาพของสง่ิ มชี วี ิต
ชุดที่ 1 เรอื่ ง กล้องจุลทรรศนก์ บั การศึกษาเซลล์

นางพทุ ธวรรณ รตั นพรหม
ครู วิทยฐานะ ชานาญการ

โรงเรียนหวั ดงราชพรหมาภรณ์ อาเภอเกา้ เล้ียว จงั หวดั นครสวรรค์
สังกดั สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 42

1

ชุดที่ 1

ช่อื เดอื น เลขที่ .
วิชา ช้นั กลมุ่ ที่ .
อาจารยผ์ ู้สอน .
วนั ท่ี พ.ศ.
.

2

ชดุ การสอนที่ 1

รายวชิ าพน้ื ฐาน ชีววิทยา (ว 31103) ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรยี นรู้ ดุลยภาพของสง่ิ มชี วี ติ
เรือ่ ง กล้องจลุ ทรรศนก์ บั การศึกษาเซลล์ เวลา 3 ชัว่ โมง

คาชแ้ี จงสาหรับผู้เรยี น

1. ชุดการสอนที่ 1 เรื่อง กลอ้ งจุลทรรศน์กบั การศึกษาเซลล์ ใชเ้ วลา 3 ช่วั โมง

2. ผู้เรยี นรบั เอกสารจากครู ดังน้ี

2.1 คมู่ อื ผูเ้ รียน พรอ้ มใบความรู้ ใบงาน

2.2 อุปกรณ์การทากิจกรรม

2.3 แบบทดสอบ เรือ่ ง กล้องจลุ ทรรศน์กับการศึกษาเซลล์

3. กจิ กรรมที่ผเู้ รยี นต้องปฏบิ ัติ

3.1 ผเู้ รียนศึกษาคมู่ ือใหเ้ ข้าใจอย่างละเอยี ด และปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอนทีก่ าหนดให้

อยา่ งเครง่ ครัดและมีความซอื่ ตรงตอ่ ตนเอง

3.2 ผู้เรียนทากระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูต้ ามลาดบั ดงั นี้

3.2.1 แบ่งกลุม่ ผู้เรยี นจานวน 5 กล่มุ ๆ ละ 5 - 6 คน ให้สมาชิกแตล่ ะกลุม่ เลือก

หัวหน้ากลุ่มและเลขานกุ ารกลุ่มเพือ่ ปฏิบัติหนา้ ท่ี

3.2.2 ศกึ ษาจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรขู้ องกิจกรรม

3.2.3 ทากิจกรรมตามใบงานที่ 1 และใบงานที่ 2

3.2.4 อภปิ รายและสรปุ แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ การทากิจกรรม

3.2.5 ศึกษาเอกสารสรปุ ความรู้ที่ได้จากกจิ กรรมและในใบความรู้เพิม่ เติม

3.2.6 ทาแบบทดสอบหลงั การทากิจกรรมด้วยตนเอง

3

บทบาทของผู้เรยี น

1. ให้ผ้เู รยี นในแต่ละกล่มุ เลอื กหัวหนา้ กลุม่ และเลขานกุ ารกลุ่ม
2. ให้หัวหนา้ กล่มุ อา่ นบทบาทและหนา้ ท่ขี องหัวหน้ากลุ่ม เลขานกุ ารกลุ่ม และสมาชิกของกลุ่ม
ให้สมาชิกไดร้ บั ทราบ

ประธานกลุ่ม มหี นา้ ท่ดี งั นี้

1. อ่านคาสั่งในใบงานให้สมาชิกในกลุ่มฟงั
2. ควบคุมดูแลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมภายในกลุ่ม
3. ตรวจสอบวัสดุอุปกรณใ์ ห้เรยี บร้อย เมือ่ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเสร็จ
4. หลังจากทาแบบฝึกหัดเสรจ็ หวั หนา้ กล่มุ รบั เฉลยจากครแู ล้วอา่ นเฉลยใหส้ มาชกิ ในกล่มุ ฟัง
เพือ่ ตรวจคาตอบ
5. เป็นผนู้ าในการปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ
6. เป็นผตู้ ดิ ตอ่ ประสานงานกบั ครูเมื่อมปี ญั หาหรือข้อสงสัย

เลขานุการกลุ่ม มหี น้าท่ดี งั น้ี

1. บนั ทึกขอ้ มูลทไ่ี ด้จากการปฏิบัตกิ ิจกรรมของกลมุ่
2. เป็นผนู้ าการอภปิ รายกจิ กรรม

สมาชกิ ในกลมุ่ มีบทบาทดังนี้

1. ปฏิบตั กิ จิ กรรมดว้ ยความตงั้ ใจและใหท้ ันตามเวลาทกี่ าหนด
2. ตัง้ ใจทาแบบฝกึ หดั และตอบคาถาม อยา่ งเตม็ ความสามารถทั้งรายบคุ คลและรายกลุม่
3. ช่วยกันเก็บวสั ดุอปุ กรณ์ตา่ งๆ ให้เรียบร้อย เม่อื ปฏิบตั กิ ิจกรรมเสรจ็
4. ใช้ชุดการสอนอย่างระมดั ระวงั ไมข่ ีดเขียนข้อความใดๆ ลงในบัตรตา่ งๆ
5. ขณะผู้เรียนปฏิบัตกิ ิจกรรม ห้ามสง่ เสยี งดังหรือทากิจกรรมใดๆ ท่เี ปน็ การรบกวนผอู้ ่นื

4

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

เม่ือเรียนจบหน่วยการเรยี นร้นู แ้ี ลว้ ผู้เรียนสามารถ
1. อธบิ ายส่วนประกอบและหลกั การทางานของกล้องจลุ ทรรศนแ์ บบใชแ้ สงและกล้องจลุ ทรรศน์

แบบอเิ ลก็ ตรอน
2. อธบิ ายความหมายของเซลลแ์ ละทฤษฎีเซลล์
3. ศึกษาโครงสร้างเซลลข์ องส่ิงมชี วี ิตบางชนิด
4. บอกลกั ษณะของโครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องสว่ นตา่ งๆ ของเซลล์ที่ศกึ ษาด้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์
5. บอกหลักการการลาเลยี งสารผา่ นเซลล์
6. บอกการแบ่งเซลลแ์ ละความสาคัญของการแบ่งเซลลแ์ บบตา่ งๆ

5

ใบความรทู้ ี่ 1
กล้องจลุ ทรรศน์

กล้องจลุ ทรรศน์ (microscope) เปน็ เคร่ืองมอื วทิ ยาศาสตรท์ ่ใี ชศ้ กึ ษาสงิ่ มชี ีวิตทม่ี ีขนาดเลก็ มาก
และมองดว้ ยตาเปล่าไม่เหน็

 ตน้ ศตวรรษท่ี 17 กาลิเลโอ ได้ประดิษฐ์แวน่ ขยายขึน้ สอ่ งดสู ่งิ มีชีวิตเล็กๆ มีกาลงั ขยาย 2 - 5
เทา่

 ค.ศ. 1590 - 1591 พน่ี ้องตระกลู แจนเสน (Zaccharias Janssen หรือ Hans Janssen)
ชาวฮอลนั ดาได้ประดษิ ฐ์กล้องจลุ ทรรศนส์ าเรจ็

 ค.ศ. 1655 โรเบริ ์ต ฮุค (Robert Hooke) นักวทิ ยาศาสตร์ชาวองั กฤษ ได้ประดษิ ฐ์
กลอ้ งจุลทรรศนเ์ ลนส์ประกอบ (compound microscope) ใชเ้ ลนส์ 2 เลนสม์ าประกอบกนั ทาให้มี
กาลังขยายสูงสดุ ประมาณ 200 เทา่

รูปภาพแสดงกล้องจุลทรรศนท์ ี่โรเบิร์ต ฮคุ สร้างข้นึ
ที่มา http://www.vcharkarn.com/vblog/38804

6

 ค.ศ. 1672 อนั โตนี วาน เลเวนฮกุ (Antoni van Leewenhoek) ไดด้ ัดแปลงแว่นขยายให้เป็น
กล้องจุลทรรศน์ แต่เปน็ ชนดิ เลนส์เดียว (Single lens) แลว้ นาไปส่องดูหยดนา้ พบสงิ่ มชี วี ิตท่ีมอง
ไมเ่ หน็ ดว้ ยตาเปล่าในน้าเป็นครัง้ แรก

 ตอ่ มามผี ้นู ากลอ้ งจุลทรรศน์จากแบบของโรเบิร์ต ฮุค มาดดั แปลงใหเ้ ปน็ กล้องจุลทรรศนท์ ี่มี
กาลงั ขยายสูงข้ึน และเป็นกล้องทีใ่ ช้แสงธรรมดา (light microscope) โดยอาศยั แหลง่ กาเนิดแสงจาก
หลอดไฟหรอื แสงจากดวงอาทิตย์ มกี าลังขยายสูงถึง 1,000 - 1,500 เทา่ และเปน็ กล้องทีน่ ิยมใช้กันมาก
นอกจากน้ียงั มีกลอ้ งจลุ ทรรศนอ์ กี แบบหนึ่งท่ใี ชแ้ สงธรรมดาซึง่ เรยี กวา่ กลอ้ งสเตอรโิ อ (stereo
microscope) แต่มีกาลังขยายไม่มาก สงู สดุ ประมาณ 40 - 50 เทา่ ซงึ่ ใชศ้ ึกษาสง่ิ มชี ีวิตหรอื โครงสรา้ ง
ทมี่ ขี นาดใหญ่และทึบแสงได้ เชน่ ใบไม้ แมลงตา่ ง ๆ

 ค.ศ. 1931 เอิรน์ สท์ รุสกา (Ernst Rusca) ไดป้ ระดิษฐก์ ลอ้ งจลุ ทรรศนอ์ ิเลก็ ตรอนแบบ
ส่องผ่าน (transmission electron microscope : TEM) ไดเ้ ป็นครงั้ แรกของโลก โดยพัฒนาการนา
อเิ ล็กตรอนมาใชแ้ ทนแสงธรรมดา สามารถขยายภาพสูงถงึ 500,000 เทา่

รปู ภาพแสดงกล้องจลุ ทรรศน์อเิ ลก็ ตรอนแบบสอ่ งผ่าน
ที่มา http://www.microscopic.center.sci.buu.ac.th/service.html

7

 ค.ศ. 1938 เอ็ม วอน เอนเดนน่ี (M.Von Andenne) ไดส้ ร้างกลอ้ งจุลทรรศนอ์ ิเลก็ ตรอนแบบ
ส่องกราด (scanning electron microscope) : SEM)

รูปภาพแสดงกลอ้ งจลุ ทรรศน์อเิ ล็กตรอนแบบส่องกราด
ท่มี า http://www.mtbk.ac.th/v.2009/technique%20of%20work/
pornpimon/kindofmicroscope4electron.html

8

ส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง

1. จานหมนุ (Revolving nosepiece) คอื ส่วนของกลอ้ งท่ีใช้หมุนเมือ่ ต้องการเปลยี่ นกาลังขยาย
ของเลนส์ใกล้วัตถใุ ห้กาลงั ขยายสูง หรอื ตา่

2. เลนสใ์ กลว้ ตั ถุ (Objective Lens) จะติดอยู่เป็นชดุ กับจานหมนุ ซึ่งเป็นสว่ นของกลอ้ งที่
ประกอบด้วยเลนสน์ ูน ซ่ึงรบั แสงทส่ี อ่ งผา่ นมาจากวัตถทุ ี่นามาศกึ ษา (Specimen) เมื่อลาแสงผา่ นเลนส์
ใกล้วตั ถุ เลนส์ใกล้วตั ถุจะขยายภาพของวตั ถุนนั้ และทาให้ภาพทไี่ ด้เปน็ ภาพจริงหวั กลบั (Primary
Real Image)โดยเลนส์ใกล้วัตถุจะมกี าลังขยายต่างๆ กันได้แก่ เลนสใ์ กลว้ ตั ถกุ าลังขยายตา่ (Lower
Power) กาลังขยาย 4× , 10× เลนส์ใกลว้ ตั ถุกาลังขยายสงู (High Power) 40× เลนส์ใกล้วัตถุแบบ
Oil Immersion ขนาด 100×

9

3. แทน่ วางวัตถุ (Stage) เปน็ แทน่ สาหรับวางสไลด์ตัวอยา่ งทต่ี ้องการศึกษา มลี กั ษณะเปน็ แท่น
ส่ีเหล่ียม หรือวงกลมตรงกลางมรี ูใหแ้ สงจากหลอดไฟส่องผ่านวัตถุ แทน่ นี้สามารถเล่ือนขนึ้ ลงได้
ด้านในของแท่นวางวัตถจุ ะมีคลปิ สาหรบั ยดึ สไลด์และมอี ปุ กรณช์ ่วยในการเล่อื นสไลด์ เรียกว่า
Mechanical Stage นอกจากน้ยี งั มสี เกลบอกตาแหนง่ ของสไลด์บนแท่นวางวตั ถุ ทาใหส้ ามารถบอก
ตาแหนง่ ของภาพบนสไลดไ์ ด้

4. ไดอะแฟรม (Diaphragm) คือสว่ นที่อยใู่ ต้แทน่ วางวัตถุ ใช้ปดิ เปิดเพ่อื ควบคุมปรมิ าณแสง
ใหพ้ อเหมาะ

5. ปมุ่ ปรับเลนส์รวมแสง (Condenser control knob) สาหรับปรับเลนสร์ วมแสง

6. สวทิ ช์ (Switch) สาหรบั เปิด - ปดิ ไฟ กลอ้ งจลุ ทรรศน์

7. เลนสใ์ กลต้ า (Eyepiece Lens หรอื Ocular Lens) คือสว่ นทป่ี ระกอบด้วยเลนสน์ นู ทาหน้าท่ี
ขยายภาพท่ไี ดจ้ ากเลนสใ์ กล้วัตถุ ภาพที่เกดิ จากเลนสใ์ กล้วัตถจุ ะเปน็ วตั ถเุ สมือนให้แก่เลนส์ใกลต้ า
ทาให้เกิดภาพสดุ ทา้ ยเป็นภาพเสมือนหัวกลบั (Secondary Virtual Image)

8. ลากล้อง (Body Tube) คอื สว่ นทอ่ี ยู่ระหว่างเลนส์ใกลต้ าและเลนส์ใกลว้ ัตถุ ปอ้ งกนั
การรบกวนของแสงจากภายนอก

9. แขน (Arm) คือตวั กล้องทยี่ ดึ ลากลอ้ งและฐานไว้ดว้ ยกัน ใช้เปน็ ทจ่ี ับ ขณะเคลอื่ นย้ายกลอ้ ง
จุลทรรศน์

10

10. ท่ีหนีบสไลด์ (Stage Clip) อยบู่ นแท่นวางวัตถุ มี 1 คู่ ใช้สาหรบั หนีบสไลด์ใหต้ ิดกับแท่น
วางวัตถุ

11. เลนสร์ วมแสง (Condenser) ทาหนา้ ท่ีรวมแสงใหม้ ีความเข้มสงู เพอ่ื ให้แสงส่องผ่านวัตถมุ ี
ความเข้มมากพอ

12. ปมุ่ ปรบั ภาพละเอยี ด (Fine adjustment) เป็นปุ่มขนาดเลก็ อยถู่ ดั จากปุ่มปรบั ภาพหยาบ
ออกมาทางดา้ นนอก ท่ตี าแหน่งเดียวกนั หรือกล้องบางชนดิ อาจจะอยใู่ กล้ ๆ กนั เมือ่ ปรับดว้ ยปุ่ม
ปรบั ภาพหยาบจนมองเห็นภาพแล้วจึงหมุนปุ่มปรบั ภาพละเอยี ด จะทาใหไ้ ด้ภาพคมชัดย่ิงขน้ึ

13. ปุม่ ปรบั ภาพหยาบ (Coarse adjustment) ใช้เลื่อนตาแหนง่ ของแทน่ วางวตั ถขุ ึ้นลง เมอื่ อยู่
ในระยะโฟกสั ก็จะมองเหน็ ภาพได้ ปุ่มนม้ี ีขนาดใหญ่จะอย่ทู ด่ี ้านขา้ งของตัวกลอ้ ง

14. กระจกเงา (Mirror) หรอื หลอดไฟ ทาหนา้ ทีส่ ะทอ้ นแสงแดดหรือแสงไฟ (กระจกเงา) และ
ให้แสงสวา่ ง (หลอดไฟ)

15. ฐาน (Base) ทาหนา้ ที่รับนา้ หนกั ท้งั หมดของกลอ้ งจลุ ทรรศน์ มีรูปรา่ งส่ีเหลี่ยม หรือวงกลม
ทฐ่ี านจะมีปมุ่ สาหรบั ปดิ เปดิ ไฟฟ้า

11

ตารางเปรียบเทยี บความแตกต่างระหวา่ ง
กล้องจุลทรรศน์แบบใชแ้ สงและกล้องจุลทรรศนอ์ ิเลก็ ตรอน

สงิ่ ที่เปรียบเทียบ กล้องจุลทรรศนแ์ บบใช้แสง กลอ้ งจลุ ทรรศน์

1. แหลง่ กาเนดิ แสง แสงปกติ อิเล็กตรอน
2. ชนดิ ของเลนส์ เลนส์แกว้ ลาแสงอเิ ล็กตรอน
เลนสแ์ ม่เหล็กไฟฟ้า
3. กาลังขยาย ประมาณ 2,000 เทา่ (สนามแม่เหล็กไฟฟา้ )
4. ขนาดวัตถุเลก็ ทส่ี ดุ ที่ 0.2 ไมโครเมตร ประมาณ 500,000 เท่า
0.0005 ไมโครเมตร
สามารถมองเห็นได้
5. สภาพภายในกลอ้ ง มีอากาศ สญุ ญากาศ
6. ภาพสุดทา้ ยท่ีเกดิ ขึ้น
ภาพเสมอื นหัวกลบั สามารถรับ ภาพปรากฏบนจอหรือ
7. ทิศทางของภาพทีเ่ กดิ ขึ้น
ด้วยนยั น์ตาโดยตรงได้ ฉากท่ฉี าบด้วยวตั ถุ
8. สภาพของวัตถทุ ่ใี ช้ดู
เรอื งแสง

ภาพท่เี ห็นจากกลอ้ งมที ิศทาง ภาพที่เหน็ จากกล้องจะมี

ตรงขา้ มกบั วตั ถุ ทิศทางเดียวกบั วตั ถุ

มหี รือไมม่ ีชีวติ ไมม่ ีชวี ิต

12

วธิ ีการใช้และการดแู ลรักษากล้องจลุ ทรรศนแ์ บบใชแ้ สง

การยกกลอ้ งจลุ ทรรศน์อยา่ งถูกวธิ ี

 ใชม้ ือหนง่ึ จับแขนกล้องและอีกมอื หน่งึ รองรับนา้ หนักทีฐ่ านกลอ้ ง ตอ้ งยกในสภาพ
ที่กลอ้ งตงั้ ตรงเสมอ เพ่อื ป้องกันส่วนประกอบบางส่วนของกลอ้ งเล่อื นหลุด เชน่ กระจกเงา เลนสใ์ กลต้ า

การวางกล้องจุลทรรศน์

 วางตัวกล้องบนโต๊ะปฏิบตั ิการที่มีความแข็งแรงและมีแสงสว่างเพียงพอ โดยให้ลากลอ้ ง
ตัง้ ตรง

 ในกรณีใชก้ ระจกเงาควรให้กลอ้ งอยูห่ า่ งจากแหล่งแสงประมาณ 1 ฟตุ

การปรับกลอ้ งจุลทรรศน์

 เอยี งลากล้องเข้าหาตวั (กล้องบางแบบเอยี งไมไ่ ด้) ประมาณให้เลนสใ์ กลต้ า อยใู่ กลต้ า
พอมองไดโ้ ดยไมต่ ้องยืดตัวหรอื ก้มลงมองจะทาให้เม่ือย ในการเอียงลากลอ้ ง ต้องใช้มอื ซ้ายกดฐานไว้
และมือขวาจับแขนตรงช่องเวา้ แลว้ ดึงเข้าหาตัวเรา แตถ่ า้ สไลดท์ ี่ดูมหี ยดนา้ อยดู่ ว้ ยตอ้ งตั้งลากล้อง
ให้ตรง

13

 หมุนจานหมุนใหเ้ ลนส์ใกล้วัตถุทมี่ ีกาลังขยายตา่ สุดเข้าท่ี โดยใหอ้ ยู่ตรงกับแนวลากลอ้ ง
(ขณะหมนุ เมอ่ื ได้ยนิ เสียงดงั คล๊กิ แสดงวา่ เลนส์เขา้ ท่ีถกู ต้องแลว้ ) ต้องใช้กาลังขยายต่าสดุ ก่อนเสมอ
เพราะจะปรบั หาภาพได้สะดวก

ถ้าใชเ้ ลนสใ์ กลว้ ตั ถุกาลงั ขยายตา่ พนื้ ที่ภาพที่เห็นจะมาก
แต่เห็นรายละเอียดของภาพน้อย และภาพจะสวา่ งมาก

ถ้าใช้เลนสใ์ กลว้ ตั ถกุ าลงั ขยายสูง พื้นท่ีภาพที่เห็นจะนอ้ ย
แต่เห็นรายละเอยี ดของภาพมาก และภาพจะสว่างนอ้ ยลง

 ตามองผา่ นเลนสใ์ กล้ตา ปรบั กระจกเงาใตแ้ ทน่ วางวัตถุ
ใหแ้ สงเข้าลากล้องเต็มที่ โดยใช้มอื จับขอบกระจกหมนุ
ไปตามทศิ ทางที่แสงเขา้ มา ไมค่ วรจับตรงกลางส่วนทก่ี ระจก
เพราะกระจกจะสกปรก แสงสวา่ งจะเข้ากลอ้ งได้นอ้ ย หรือเปิดสวทิ ช์ของหลอดไฟฟา้ ในกรณที ีใ่ ช้
กลอ้ งแบบทใี่ ชห้ ลอดไฟฟ้า

 นาสไลด์ท่ตี ้องการตรวจดไู ปวางบนแท่นวางวตั ถุ ให้ส่วนทีจ่ ะตรวจดูอยูก่ ึง่ กลางบริเวณท่ี
แสงผ่าน และหนบี สไลด์ด้วยทห่ี นบี สไลด์ สิ่งสาคญั จะต้องตรวจดแู ผ่นสไลดแ์ ละกระจกปิดใหแ้ หง้
ทกุ ครัง้ กอ่ นวางบนแท่น

14

การปรบั ภาพ

 มองดา้ นข้างตามแนวระดับแทน่ วางวัตถแุ ล้วค่อย ๆ หมุนปุม่ ปรับภาพหยาบให้ลากล้อง
เล่ือนลงจนเลนส์ใกลว้ ตั ถุอยใู่ กลก้ ระจกปดิ สไลด์มากท่สี ดุ แต่ต้องระวังอยา่ ให้เลนสส์ ัมผสั กับกระจก
ปิดสไลด์

 ตามองผา่ นเลนส์ใกล้ตา หมนุ ป่มุ ปรบั ภาพหยาบใหเ้ ลนสใ์ กลว้ ตั ถเุ คล่อื น เล่อื นหา่ ง
จากสไลด์ จนกระทง่ั เหน็ ภาพของวตั ถุ ถา้ หากแสงมากเกินไปใหป้ รบั ไดอะแฟรม โดยหร่ใี หม้ แี สง
น้อยลงจนพอเหมาะกับการตรวจดู (การมองผ่านเลนส์ใกลต้ าลงไปตามลากล้อง โดยฝึกลมื นัยน์ตา
ทงั้ สองขา้ ง)

 หมุนปุ่มปรบั ภาพละเอยี ดเพื่อปรบั ภาพใหช้ ดั เจนยง่ิ ขึ้น โดยหมนุ เดินหน้าหรอื ถอยหลงั
เพยี งเลก็ น้อย (ถา้ วตั ถไุ ม่ปรากฏอยู่ตรงกลางให้เลื่อนสไลด์ไปมาเล็กน้อย)

 ถ้าต้องการขยายภาพให้ใหญ่ขน้ึ กห็ มนุ จานหมุนให้เลนส์ใกล้วัตถุอันทม่ี ีกาลังขยายสูงเขา้ ที่
ให้อยใู่ นแนวลากล้อง (จะมีเสยี งดงั คล๊ิก) และหมุนป่มุ ปรับภาพละเอยี ดเพอ่ื ปรับภาพใหช้ ดั เจน

 กรณีใช้กาลงั ขยาย 100× จะตอ้ งใช้น้ามันซดี าร์ (cedar oil) วธิ ีการหยดน้ามันซดี าร์
สามารถทาไดท้ งั้ ท่ีวตั ถทุ ีต่ อ้ งการตรวจดูและทีห่ น้าเลนส์ โดยหมนุ หนา้ เลนสก์ าลังขยาย 100×
ข้ึนดา้ นบน เม่ือหยดนา้ มนั แล้วหมุนกลบั เข้าท่ีเหมือนเดมิ และเม่ือเลิกใช้งานให้ใช้กระดาษเช็ดเลนส์
เช็ดน้ามันทต่ี ิดอยทู่ ี่เลนส์ใกลว้ ัตถอุ อกให้หมด ใชก้ ระดาษเช็ดเลนสช์ ุบไซลีน (xylene) เช็ดหัวเลนส์
ใกล้วัตถเุ อานา้ มันท่ีตกค้างอย่อู อกให้หมด แล้วเช็ดด้วยกระดาษเชด็ เลนส์ทส่ี ะอาดให้แหง้ อีกคร้ังหนึง่

15

การทาความสะอาดและการเกบ็ กล้องจลุ ทรรศน์

 ทาความสะอาดกล้องทุกส่วน หลังการใชง้ านแลว้ โดยใช้ผ้านุม่ ทาความสะอาด
ส่วนทีเ่ ป็นโลหะ สว่ นของเลนสใ์ กลว้ ัตถแุ ละเลนส์ใกลต้ าทาความสะอาดด้วยกระดาษเช็ดเลนส์ กรณที ่ี
มนี ้ามันตดิ ที่เลนสใ์ หเ้ ช็ดดว้ ยกระดาษเช็ดเลนส์ชุปไซลีน (xylene) หรอื นา้ ยาผสมสาหรับเชด็ เลนส์
โดยเฉพาะ (อเี ทอร์ผสมแอลกอฮอล์ ในอัตราสว่ น 7 : 3) จากนัน้ เช็ดใหแ้ หง้ อกี ครั้งดว้ ยกระดาษเช็ด
เลนส์

 หมุนเลนส์ใกล้วตั ถทุ ่มี กี าลังขยายตา่ สดุ มาอยตู่ รงกับลากลอ้ ง แล้วเล่อื นให้อยูร่ ะดับ
ต่าสุด

 ถา้ เป็นกล้องที่ใช้กระจกรบั แสง ตอ้ งตงั้ ใหส้ ่วนทเี่ ป็นขอบกระจกตง้ั ไดฉ้ ากกบั พ้นื
เพอื่ เป็นการปอ้ งกันไม่ใหฝ้ ่นุ ตกตดิ บนกระจก แต่ถา้ เป็นกลอ้ งทีใ่ ชห้ ลอดไฟฟา้ ตอ้ งปิดสวิตช์
ถอดขาปลั๊กออกจากปลก๊ั ไฟ และพันสายไฟให้เรียบรอ้ ย

 นาไปเก็บในท่เี ก็บกลอ้ งจุลทรรศนโ์ ดยเฉพาะ

 ทเี่ ก็บกล้องต้องแหง้ ไมม่ กี รด หรือสารเคมอี ยใู่ กล้ และอย่าให้ถกู ละอองฝน
เพราะความชืน้ จะทาใหเ้ กดิ ราข้ึนท่ีเลนสไ์ ด้

16

ใบงานที่ 1

ชุดการสอนท่ี 1

รายวชิ าพื้นฐาน ชวี วทิ ยา (ว 31103) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 หน่วยการเรียนรู้ ดลุ ยภาพของสงิ่ มชี ีวติ
เรื่อง เซลลแ์ ละทฤษฎเี ซลล์ เวลา 40 นาที

- กจิ กรรม กล้องจุลทรรศน์

คาถาม .
1. การทากจิ กรรมนี้ วัตถปุ ระสงค์คืออะไร .
2. ผู้เรียนคดิ ว่ากลอ้ งจุลทรรศน์ชนิดใชแ้ สง ประกอบด้วยเลนส์ชนดิ ใดบ้าง .

.
จดุ ประสงค์ของกิจกรรม
1. ผ้เู รยี นสามารถชแ้ี สดงสว่ นตา่ งๆ ของกลอ้ งจลุ ทรรศนช์ นดิ ใชแ้ สงได้
วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. กลอ้ งจลุ ทรรศน์ 1 ตวั
2. ภาพกล้องจลุ ทรรศน์ชี้แสดงส่วนต่างๆ 1 ภาพ
วิธีทา
ให้ ผู้เรียนชแี้ สดงสว่ นต่างๆ ของกล้องจุลทรรศนช์ นดิ ใช้แสง

17

คาชแี้ จง ชแี้ สดงสว่ นประกอบของกล้องจุลทรรศนล์ งในช่องสเ่ี หล่ียม

คาถามหลงั ทากิจกรรม

1. สว่ นประกอบทส่ี าคัญของกลอ้ งจุลทรรศนช์ นิดใช้แสงมีอะไรบา้ ง .

..

2. เพราะเหตุใดกล้องจุลทรรศนจ์ งึ ทาใหเ้ ราสามารถเห็นวตั ถทุ ่ีมองดว้ ยตาเปลา่ ไมเ่ ห็น

จนเหน็ วัตถมุ ีขนาดใหญ่ชัดเจนขึน้ ได้ .

..

3. ผูเ้ รยี นคดิ วา่ จะใช้กลอ้ งจุลทรรศนส์ อ่ งดเู ชื้อโรคทีม่ ีขนาดเล็กมากๆ ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

..

18

แบบฝึกหัด

คาชแี้ จง ตอบคาถามข้อต่อไปน้ี

1. ถา้ ต้องการเพิ่มความชัดเจนของภาพ ควรปฏบิ ตั ิอยา่ งไร .

.

2. ภาพท่ีเกดิ จากกลอ้ งจลุ ทรรศนแ์ บบใช้แสงและกลอ้ งจุลทรรศน์อเิ ลก็ ตรอนมีลักษณะอยา่ งไร

.

3. วัตถทุ ี่นามาศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงตา่ งจากกล้องจลุ ทรรศนอ์ เิ ล็กตรอน

อย่างไร .

.

4. ในการทางานของกลอ้ งจุลทรรศนอ์ ิเล็กตรอน ส่วนประกอบทีเ่ ทยี บได้กบั เลนส์แกว้

ของกลอ้ งจลุ ทรรศน์แบบใชแ้ สง คอื .

.

5. เมอ่ื วางสไลด์บนแทน่ วางสไลด์ ควรปฏิบตั ิอยา่ งไรเพือ่ ให้สไลดอ์ ยูก่ บั ท่ี

.

.

19

ใบความรู้ที่ 2
การคานวณหากาลงั ขยายของภาพ และขนาดของวตั ถุ

ในการวัดขนาดของเซลลน์ ้นั นิยมใช้มาตราตา่ ง ๆ กนั ทงั้ น้ีข้นึ อยู่กบั ขนาดของเซลลท์ ่ีใชว้ ดั
หน่วยทนี่ ยิ มใชส้ าหรับวดั เซลล์ในปัจจุบนั มดี ังนี้

1 อังสตรอม (Angstrom , Ao) = 10-10 เมตร
1 นาโนเมตร (Nanometer , nm) = 10-9 เมตร
1 ไมครอน (Micron , µm) = 10-6 เมตร
1 มลิ ลิเมตร (Millimeter, mm) = 10–3 เมตร
1 เซนติเมตร (Centrimeter, cm) = 10-2 เมตร

สูตรการหากาลังขยายของกล้อง

กาลังขยายของกล้อง = กาลังขยายของเลนส์ใกลต้ า × กาลังขยายของเลนสใ์ กล้วัตถุ

สตู รการหากาลงั ขยายของภาพ

กาลังขยายของภาพ = ขนาดของภาพ
ขขนาดของวตั ถุ

20

ตัวอยา่ ง 1 ถา้ ใชก้ ล้องจลุ ทรรศน์ส่องดูจุลนิ ทรยี ช์ นดิ หนึ่ง โดยใช้เลนสใ์ กลต้ าที่มีกาลังขยาย
20 เทา่ และเลนส์ใกลว้ ตั ถทุ ่ีมีกาลังขยาย 100 เทา่ สามารถมองเห็นจุลนิ ทรียด์ งั กลา่ ว ยาว 100
ไมโครเมตร ขนาดจริงของจลุ ินทรียเ์ ป็นเท่าใด (ใช้หนว่ ยเป็นนาโนเมตร)
วธิ ีทา
กาลงั ขยายของกล้อง = กาลังขยายของเลนสใ์ กล้ตา × กาลงั ขยายของเลนส์ใกลว้ ตั ถุ

= 20 × 100

(หาขนาดของภาพโดยเปลีย่ นหนว่ ยใหเ้ ป็นนาโนเมตร)

= 101000x1×0160 -6 ข
1x110×19 0-9

= 100 × 10-6 × 109

= 100 × 103

( 1 ไมโครเมตร = 103 นาโนเมตร)

กาลังขยายของภาพ = ขขนนาาดดขขอองงภภาาพพ
ขขขนนาาดดขขอองงววตัตั ถถุ ุ

20 × 100 = 10100×0 1x01303 ข
ขนขานดาขดอขงอวงัตวถตั ุ ถุ

ขนาดของวัตถุ = 110000x1×0130 3 ข
2200x1×01000

= 11000000 × 10 3 ข
2200
ตอบ ขนาดของจลุ ินทรีย์
= 50 nm.

21

ตัวอยา่ ง 2 เมอื่ นาสาหรา่ ยสีเขยี วเซลลเ์ ดยี วชนดิ หน่งึ มาตรวจดดู ้วยกลอ้ งจุลทรรศน์ วดั ขนาด
เสน้ ผา่ นศูนย์กลางภาพของสาหร่ายได้ 1.5 มลิ ลเิ มตร โดยดดู ว้ ยเลนสใ์ กล้วตั ถแุ ละเลนสใ์ กล้ตา
กาลังขยาย 10× และ 10× ตามลาดับ ขนาดจรงิ ของสาหร่ายสีเขยี วเซลล์เดียวดงั กลา่ วเทา่ กบั กี่
ไมครอน (ไมโครเมตร)
วธิ ที า

กาลังขยายของกล้อง = กาลงั ขยายของเลนส์ใกล้ตา × กาลงั ขยายของเลนสใ์ กล้วตั ถุ

= 10 × 10
(หาขนาดของภาพโดยเปล่ียนหน่วยใหเ้ ป็นไมโครเมตร)

= 1.15.5x1×0130 -3 ข
1x11×0160 -6

= 1.5 × 10-3 × 106

= 1.5 × 103
( 1 มลิ ลเิ มตร = 10 3 ไมโครเมตร)

กาลังขยายของภาพ = ขขขขขนนนนาาาาดดดดขขขขอออองงงงภภววตัาาตั พพถถุุ

10 × 10 = 1.51×5 1x01303 ข
ขนขานดขาดอขงวอตังวถตัุ ถุ

ขนาดของวัตถุ = 1.15.5x1×0130 3 ×03
1100x1×010

= 1.5 × 1000 × 0
100

ตอบ ขนาดของสาหรา่ ยสีเขยี วเซลล์เดียว = 15 µm

22

ใบงานที่ 2

ชุดการสอนที่ 1

รายวชิ าพน้ื ฐาน ชีววทิ ยา (ว31103) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 หนว่ ยการเรียนรู้ ดลุ ยภาพของสงิ่ มีชวี ิต
เรอื่ ง เซลลแ์ ละทฤษฎีเซลล์

- กิจกรรม การศึกษาวตั ถขุ นาดเลก็ ดว้ ยกลอ้ งจุลทรรศนช์ นดิ ใช้แสง เวลา 50 นาที

คาถามก่อนทากิจกรรม

1. การทากิจกรรมน้ี วตั ถปุ ระสงค์คืออะไร .
2. ผู้เรียนคดิ ว่าภาพทเ่ี ห็นจากกล้องจุลทรรศนช์ นดิ ใชแ้ สง เปน็ อย่างไร
.
3. ผเู้ รยี นคิดวา่ ภาพทเ่ี หน็ จากกล้องจุลทรรศน์เม่อื เล่ือนสไลด์ไปทางขวาและซ้าย
เลื่อนขนึ้ ลง ผลจะเปน็ อย่างไร .
.
4. ผ้เู รยี นคิดวา่ อักษร ง ท่นี าไปส่องดดู ้วยกล้องจลุ ทรรศน์ชนิดใช้แสง จะเห็นภาพเป็น .
อย่างไร
.

จุดประสงคข์ องกจิ กรรม
1. ใชก้ ลอ้ งจุลทรรศนช์ นดิ ใชแ้ สง สอ่ งดูวตั ถขุ นาดเล็กได้

2. อธบิ ายภาพทเ่ี ห็นในกล้องจลุ ทรรศนเ์ มอื่ เลอื่ นสไลด์ไปทางซ้าย ขวา บน ลา่ ง ได้
3. คานวณขนาดของภาพได้

วัสดุอปุ กรณ์

1. กล้องจลุ ทรรศน์ 1 ตัว 23
2. สไลดม์ ตี ัวอกั ษร ง ขนาดความสูง 1 - 2 มิลลิเมตร เขยี นไว้ 1 แผน่
.
ง .
.
วิธที า .
1. จดั กลอ้ งจุลทรรศน์ใหม้ ีกาลงั ขยายตา่ สุด .
.
2. นาสไลด์ทม่ี ีตัวอกั ษร ง ขนาดความสูง 1 - 2 มิลลเิ มตร ไปส่องดูดว้ ยกลอ้ ง .
จลุ ทรรศน์ .
.
3. เล่ือนสไลด์ไปมาซ้าย ขวา บน ลา่ ง สังเกตภาพตงั อักษร ง ว่าเป็นอย่างไร .
บันทกึ ผล .
.
บันทกึ ผลการทากจิ กรรม .
.
.

24

คาถามท้ายกิจกรรม

1. วัตถุจรงิ กับภาพทเี่ ห็นจากกล้องจลุ ทรรศนเ์ หมอื นกันหรอื ไม่ อย่างไร .
.
2. ถา้ ผู้เรยี นเพมิ่ กาลงั ขยายของเลนส์ ผลจะเปน็ อยา่ งไร .
.
3. ถ้าพยัญชนะ ง มขี นาดความสูง 1 มิลลิเมตร เมอ่ื นามาสอ่ งดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศนท์ ี่มี
กาลังขยายของเลนส์ใกลต้ า 10× และกาลังขยายของเลนสใ์ กลว้ ตั ถุ 10× ผ้เู รียนจะเหน็ ภาพ .
พยัญชนะ ง มคี วามสูงเทา่ ใด .
.
.
.

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

25

แบบฝึกหัด

คาชแ้ี จง ตอบคาถามขอ้ ต่อไปน้ี

1. เม่ือต้องการเคลือ่ นย้ายกล้องควรปฏิบัติอยา่ งไร .

.

2. การทาให้สนามภาพของกล้องจลุ ทรรศน์สวา่ ง กอ่ นนาสไลดท์ ่ตี ้องการศึกษาไปวางบนแท่น

วางวตั ถุ ต้องปฏิบัติตามลาดบั ข้นั ตอนดังนี้

2.1 หมนุ เลนส์ ทมี่ กี าลงั ขยาย ให้อยูต่ รงกลางกบั แนวลากล้อง

2.2 ตามองผ่าน .

2.3 เปดิ และปรับ ใหแ้ สงเข้าลากลอ้ งเต็มท่ี

3. การหาภาพจากกล้องจุลทรรศนจ์ ะตอ้ งหมุน .

และการปรับภาพคมชดั ยิ่งขึ้นต้องหมนุ .

4. ควรมขี ้นั ตอนการปฏิบัติอย่างไรในการเกบ็ และรกั ษากล้องภายหลังจากทสี่ อ่ งดูวตั ถุ

ด้วยเลนสใ์ กล้วตั ถุ 40× .

.

.

.

5. ถา้ ขนาดจริงของพารามีเซยี มวัดได้ 100 µm เมอ่ื นาไปศกึ ษาดูด้วยกาลงั ขยายของเลนส์

ใกล้ตา 10× และกาลังขยายของเลนส์ใกล้วตั ถุ 10× นกั เรียนจะเห็นภาพพารามีเซียม มคี วามยาว

เพ่มิ ข้ึนก่เี ทา่ และภาพของพารามีเซียมมีความยาวกี่เซนติเมตร

.

.

.

.

.

.

.

.

6. ถ้าวัตถมุ คี วามยาว 4 µm เมื่อนามาศึกษาภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศนจ์ ะมีความยาวประมาณ 4 mm

กล้องน้มี ีกาลังขยายเท่าใด

26

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ใบงาน ศูนยส์ ารอง

27

เกมจบั คู่ : กลอ้ งจลุ ทรรศน์

คาชีแ้ จง ให้ผเู้ รยี นศกึ ษาและปฏิบัติตามใบงานดังน้ี

1. กจิ กรรมในศูนย์สารอง เปน็ การทบทวนเน้ือหารายวชิ าพ้ืนฐาน ชวี วทิ ยา

2. กจิ กรรมในศนู ย์สารอง เปน็ เกมจบั คู่ : กล้องจลุ ทรรศน์ ใหส้ บื ค้นข้อมลู ส่วนประกอบและ
หนา้ ท่ขี องสว่ นประกอบของกลอ้ งจุลทรรศน์ชนิดใช้แสง ลงในกรอบท่วี า่ ง ทีก่ าหนดให้

โครงสร้าง กลอ้ งจลุ ทรรศนช์ นดิ ใช้แสง หน้าท่ี
โครงสร้างหลัก
ลากลอ้ ง

28

แบบทดสอบหลงั เรยี น

29

ชุดการสอนท่ี 1

เรอ่ื ง กล้องจลุ ทรรศนก์ บั การศกึ ษาเซลล์

คาชี้แจง ให้ผ้เู รยี นเลอื กตอบคาตอบท่ีถูกตอ้ งทสี่ ดุ เพยี งข้อเดยี วแล้วทาเครอื่ งหมาย  ลงในกระดาษคาตอบ
1. ผปู้ ระดษิ ฐ์กลอ้ งจุลทรรศนอ์ เิ ล็กตรอนคือใคร
ก. Leewenhoek

ข. Maxknoll และ E.Ruska
ค. Schwann และ Schleiden
ง. Purkinje
2. ขอ้ ใดผดิ เกีย่ วกับกล้องจุลทรรศนแ์ บบใช้แสง
1. ภาพทเ่ี ห็นในกลอ้ งจะกลับซา้ ยเปน็ ขวาและกลบั บนเป็นล่าง
2. ภาพทเ่ี กดิ จากเลนส์วัตถุเป็นภาพจริงหวั กลับ
3. ภาพทเ่ี กดิ จากเลนส์ตาเปน็ ภาพจริงหวั กลับกับวัตถทุ ี่นามาศึกษา
4. กลอ้ งจลุ ทรรศนแ์ บบใชแ้ สงใช้ดูตวั อยา่ งทม่ี ชี วี ิตหรอื ไมม่ ีชวี ิตก็ได้
คาตอบคอื ข้อใด
ก. ข้อ 1
ข. ข้อ 2 และ 3
ค. ข้อ 3 และ 4
ง. ข้อ 3

3. ข้อใดทาหนา้ ทแ่ี ตกต่างจากข้ออน่ื ๆ
ก. กระจกหรอื หลอดไฟ
ข. เลนส์รวมแสง
ค. ทห่ี นบี สไลด์
ง. ไดอะแฟรม

4. ข้อใดมคี วามสัมพันธ์กันมากท่ีสุด

30

ก. เลนสใ์ กล้วัตถกุ าลังขยายตา่ - ภาพท่ีเหน็ จะมาก รายละเอียดของภาพน้อย
ข. เลนสใ์ กลว้ ัตถุกาลังขยายตา่ - ภาพทีเ่ หน็ จะมาก รายละเอยี ดของภาพมาก

ค. เลนส์ใกล้วัตถกุ าลังขยายสูง - ภาพท่เี หน็ จะนอ้ ย รายละเอียดของภาพนอ้ ย
ง. เลนส์ใกลว้ ัตถุกาลงั ขยายสงู - ภาพทเ่ี ห็นจะมาก รายละเอยี ดของภาพมาก

5. ขนาดเลก็ ที่สดุ ของวตั ถทุ ่ีจะดดู ว้ ยกล้องจุลทรรศนธ์ รรมดาคอื 0.2 µm ผูเ้ รียนคดิ ว่าความสามารถน้ี
ข้นึ อยู่กับประสทิ ธภิ าพของส่วนใด

ก. เลนส์ใกล้วตั ถุ
ข. เลนสใ์ กลต้ า
ค. ปุ่มปรับภาพละเอียด
ง. ท้ัง ข้อ ก. และ ข.

6. หนว่ ยท่ใี ช้วดั ขนาดเซลล์ในข้อใดเทา่ กับ 1 นาโนเมตร (nm)
ก. 105 cm. หรอื 104 mm.
ข. 106 cm. หรอื 105 mm.

ค. 107 cm. หรอื 106 mm.
ง. 108 cm. หรือ 107 mm.

7. ใช้กลอ้ งจลุ ทรรศน์สอ่ งดจู ุลนิ ทรยี ์ชนิดหนึ่ง โดยใช้เลนสใ์ กลต้ าทม่ี ีกาลังขยาย 15× และเลนส์ใกลว้ ตั ถุ
ท่มี กี าลังขยาย 100× สามารถมองเห็นจลุ ินทรีย์ขนาดยาว 90 µm ขนาดจรงิ ของจลุ ินทรียเ์ ปน็ เท่าใด
(ใช้หน่วยเปน็ นาโนเมตร)
ก. 70 nm.
ข. 60 nm.
ค. 50 nm.
ง. 40 nm.

8. คากลา่ วตอ่ ไปน้ี “สิง่ มีชวี ติ ประกอบด้วยเซลลแ์ ละผลติ ภัณฑข์ องเซลล์” เป็นอะไร
ก. ข้อเทจ็ จริง
ข. สมมตฐิ าน
ค. ทฤษฎี
ง. หลกั เกณฑ์

9. ข้อใดผิด

31

ก. เซลล์เมด็ เลอื ดแดง - มองเหน็ ด้วยตาเปลา่
ข. กรดอะมิโน - ศึกษาดว้ ยกลอ้ งจุลทรรศน์อเิ ล็กตรอน
ค. ไขก่ บ - มองเหน็ ดว้ ยตาเปลา่

ง. แบคทีเรยี - ศึกษาดว้ ยกล้องจลุ ทรรศน์แบบธรรมดา

10. ส่วนประกอบของกล้องจลุ ทรรศนส์ ่วนใดไมเ่ กีย่ วขอ้ งกับการทาหน้าท่ปี รบั ภาพใหช้ ดั เจน
ก. Ocular

ข. Objective
ค. Diaphragm
ง. Body tube



32


Click to View FlipBook Version