The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เทคนิคการนำชมแหล่งท่องเที่ยว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by baifernn.bonita, 2022-09-25 14:59:25

เทคนิคการนำชมแหล่งท่องเที่ยว

เทคนิคการนำชมแหล่งท่องเที่ยว

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ห น ้ า 1 | 10

เทคนคิ การนำชมแหลง่ ท่องเทย่ี ว

• สำหรบั มคั คเุ ทศก์

หลังออกจากเดินทางแล้ว มัคคเุ ทศก์ควรปฏบิ ัตติ ามข้นั ตอนและวิธกี ารดังต่อไปน้ี

1. กล่าวเปดิ การเดินทาง ซ่ึงประกอบดว้ ย
1.1 กล่าวทักทายและต้อนรับนักท่องเที่ยวพร้อมทั้งแนะนำตนเองและเพื่อนร่วมงาน มัคคุเทศก์ควร

เริ่มต้นการเดินทางด้วยการกล่าวทักทาย และต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่การเดินทาง โดยใช้น้ำเสียง และท่าทางท่ี
แสดงความเป็นมิตรและความจริงใจเพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกอบอุ่น และไว้วางใจในตัวมัคคุเทศก์
หลังจากนั้นควรแนะนำตนเอง โดยบอกชื่อจริงหรือชื่อที่ต้องการให้นักท่องเที่ยวเรียก ตลอดจนหน้าที่ความ
รับผิดชอบของตน พร้อมทั้งเสนอตัวที่จะให้บริการ และให้ความช่วยเหลือต่อนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง
ท่องเที่ยวในฐานะท่เี ปน็ ตวั แทนของบริษัทนำเที่ยว ในกรณที ีม่ ีผู้ชว่ ยมคั คุเทศก์ก็ไปดว้ ย มัคคุเทศก์ก็ควรแนะนำ
ชื่อและหน้าที่ของผู้ช่วยมัดคุเทศก็เป็นอันดับต่อไป ซึ่งตามปกติแล้วผู้ช่วยมัคคุเทศก์ก็มีหน้าที่ช่วยเหลือ
มัคคุเทศกใ์ นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว หลังจากนน้ั จึงแนะนำชื่อและหน้าที่ของพนักงานขับรถ
และผู้ช่วยพนักงานขับรถ ตามลำดับ ตามปกติผู้ช่วยพนักงานขับรถมีหน้าที่ดูแลความสะอาดของรถ
ช่วยยกกระเป๋าเดินทาง และช่วยเหลอื พนักงานขับรถในเร่ืองต่าง ๆ ยกเว้นช่วยขับรถแทนให้กับพนักงานขับรถ
ในการแนะนำไม่ว่าจะแนะนำตนเอง ผู้ช่วยมัคคุเทศก์ พนักงานขับรถหรือผู้ช่วยพนักงานขับรถนั้น นอกจาก
บอกชื่อและหน้าที่แล้ว มัคคุเทศก์อาจเพิ่มสีสันในการแนะนำ โดยการบอกข้อมูล หรือคุณสมบัติของตนเอง
หรอื ของบุคคลอ่นื ให้กับนักท่องเท่ียวไดร้ บั ทราบ เช่น อาจบอกวา่ พนักงานขบั รถท่านนี้มีประสบการณ์ในการขับ
รถมามากกว่าสิบปี และขับรถมาแล้วทั่วทั้งประเทศไทย เป็นต้น แต่ควรระมัดระวังไม่ให้การแนะนำ ถึง
คุณสมบัติดังกล่าวดูเกินความจริง หรือดูเป็นการโอ้อวดจนเกินไป แต่ควรเป็นใช้วิธีการแนะนำที่สามารถเรียก
รอยยิ้มและความรู้สึกไว้วางใจ หรือประทับใจจากนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งวิธีการดังกลา่ วตอ้ งอาศัยน้ำเสยี ง คำพูดที่
เหมาะสมและสภุ าพ ตลอดจนเน้นการใหเ้ กยี รติซ่งึ กันและกัน

1.2 แนะนำนักท่องเที่ยวถึงวิธีการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกบนรถ พร้อมทั้งแจ้งถึงการบริการที่จัดให้
หลงั จากชัน้ ตอนที่ 1.1 แลว้ มัคคุเทศก์กค็ วรแนะนำการใชส้ ิ่งอำนวยความสะดวกบนรถ เช่น เครื่องปรับอากาศ
ดวงไฟบนรถสำหรับผู้โดยสารแต่ละคน การปรับเอนเก้าอี้นั่ง พร้อมกับสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย ถ้าในรถมี
ห้องน้ำ มัดคุเทศก์ก็ควรแนะนำการใช้และการรักษาความสะอาดของห้องน้ำบนรถด้วย นอกจากนี้ควรแจ้งถึง
บริการที่จัดให้สำหรับนักท่องเที่ยวบนรถ เช่น อาหารกล่อง อาหารว่าง เครื่องดื่ม วิดิทัศน์ แผ่นซีดี เทปเพลง
อปุ กรณก์ ารปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมทัง้ การแวะตามสถานท่ีตา่ ง ๆ เพ่อื เปลยี่ นอิริยาบถ

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ห น ้ า 2 | 10

1.3 จัดกจิ กรรมให้นักท่องเทีย่ วรู้จักกัน มัคคเุ ทศก์ก็ควรจัดกิจกรรมใหน้ ักท่องเทีย่ วในคณะได้ทำความรู้จัก
ซึ่งกันและกันเพื่อสร้างความเป็นกันเองและความสัมพันธ์ที่ดีในระหว่างการเดินทาง โดยมัคคุเทศก์ก็อาจให้
นักท่องเที่ยวแนะนำตัวเอง หรืออาจใช้วิธีเล่นเกมส์ก็ได้และระหว่างนี้มัคคุเทศก็ควรพยายามจำชื่อและหน้าตา
ของนักท่องเที่ยวให้ได้หมด แต่ถ้าเดินทางในเวลากลางคืน มัคคุเทศก์ก็อาจจัดกิจกรรมดังกล่าวนักท่องเท่ียวใน
วันรุ่งข้ึน

1.4 ชี้แจงรายการนำเที่ยว ถึงแม้บริษัทนำเที่ยวได้แจกรายการนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวมาก่อนแล้วก็
ตาม แต่มัคคุเทศก์จำเป็นต้องชี้แจงให้นักท่องเที่ยวทราบถึงกำหนดการเดินทางตามรายการนำเที่ยว ตลอดจน
รายละเอียดคร่าวๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งในช่วงเริ่มต้นของการเดินทางด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความ
ความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างมัคคุเทศก์และนักท่องเที่ยว และเพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดข้ึน
จากการที่รายการนำเที่ยวท่ีมัคคุเทศก์ได้รับมีรายละเอียดไม่ตรงกับรายการนำเที่ยวของนักท่องเที่ยว ซึ่งหาก
เกดิ เหตุการณเ์ ชน่ นี้ การชีแ้ จงรายการนำเทย่ี วยอ่ มทำใหม้ คั คเุ ทศก์ทราบปญั หา และหาทางแก้ไขได้ทนั เวลา
โดยการแจ้งใหบ้ ริษัทนำเท่ียวทราบพร้อมทั้งขอคำปรึกษาเพื่อหาแนวทางการแก้ไข สำหรับการอธิบายรายการ
นำเที่ยวนั้นมัคคุเทศก์ควรใช้เทคนิคการพูดที่ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดมโนภาพของสถานที่ท่องเที่ยว เช่น
ใชว้ ิธีการเนน้ คำทแ่ี สดงลักษณะเดน่ ของสถานทน่ี ั้น ๆ นอกจากนีค้ วรใชน้ ้ำเสียงประกอบกับลลี าและท่าทางต่าง
ๆ ที่ทำใหน้ กั ท่องเที่ยวเกิดความรสู้ กึ สนุกสนาน และร้สู ึกว่าการเดนิ ทางท่องเที่ยวตามรายการนำเท่ยี วครั้งนี้เป็น
สง่ิ ทีพ่ วกเขาไมส่ ามารถจะอดใจรอได้อกี ต่อไป

2. จัดกิจกรรมที่เหมาะสมในระหว่างการเดินทางบนรถหลังจากชี้แจงรายการนำเที่ยวแล้ว หากเป็นการ
เดินทางในเวลาเย็นหรือเวลากลางคืนมัดคุเทศกค์ วรเปดิ โอกาสใหน้ ักท่องเทยี่ วได้พักผอ่ นตามอธั ยาศัย เนอื่ งจาก
ชว่ งเวลาดงั กล่าวไม่เหมาะต่อการจัดกิจกรรมนันทนาการ และหากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการฟังเพลง หรือ
ชมวิดีทัศน์ หรือแผ่นซีดี มัคคุเทศก์ควรจัดให้ แต่ควรพิจารณาเรื่องระยะเวลาในการจดั กิจกรรม ดังกล่าวด้วย
กล่าวคือ หากเห็นว่าถึงเวลาที่ควรให้นักท่องเที่ยวพักผ่อนแล้วควรปิดเครื่องเล่นเพลง หรือเครื่องเล่นโทรทัศน์
พรอ้ มกบั ปดิ ไฟในรถ และแจกผา้ หม่ และหมอนใหก้ ับนกั ทอ่ งเท่ยี วด้วย ในกรณเี ดินทางในช่วงเวลากลางวัน และ
เป็นการเดินทางระยะยาว มัคคุเทศก์ควรจัดกิจกรรมบนรถเป็นครั้งคราวเพื่อสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและ
เป็นกันเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มัคคุเทศก์ต้องดูความต้องการของนักท่องเที่ยวด้วยวา่ ตอ้ งการความสนุกสนาน หรือ
ต้องการนั่งเงียบๆ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ในระหว่างการเดินทาง
มัคคุเทศก์ควรจัดให้มีการจอดรถเป็นระยะๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวไดเ้ ปลี่ยนอิริยาบถและเขา้ ห้องนำ้
เมื่อถึงเวลาอาหาร และในขณะนั้นต้องรับประทานบนรถ มัคคุเทศก์และผู้ช่วยมัคคุเทศก์ต้องทำหน้าที่เสิร์ฟ
อาหารและเครื่องดืม่ และหลงั อาหารมคั คเุ ทศก์ควรให้นกั ทอ่ งเทย่ี วได้พักผ่อนโดยอาจเปดิ เพลงเบา ๆ

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว ห น ้ า 3 | 10

• สำหรับหวั หน้าทวั ร์
หลงั จากเครอ่ื งบนิ ออกเดนิ ทางแล้ว หัวหน้าทวั ร์ควรปฏิบตั ติ ามช้ันตอนและวิธีการดังตอ่ ไปน้ี

ในระหวา่ งท่อี ยบู่ นเครื่องบิน
ไกรสีห์ ชาญณรงค์ (อ้างถึงใน พวงบุหงา ภูมิพานิช, 2539 : 246) แนะนำว่า ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน
หัวหน้าทัวร์ไม่ควรนั่งเฉย ๆ แต่ควรปลีกเวลาไปเดินดูและกล่าวทกั ทายนักท่องเที่ยวเป็นระยะๆ และควรสร้าง
สัมพนั ธภาพท่ีดีกบั พนักงานบนเคร่อื งบินด้วย เพือ่ ความร่วมมอื ในการทำงานตอ่ ไป
เมอ่ื เดินทางใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง หัวหนา้ ทัวรค์ วรแจกแบบฟอร์มตรวจคนเข้าประเทศและแบบฟอร์ม
การแจ้งรายการสิ่งของต่อศุลกากร (Custom Declaration Form) ของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทาง
เพ่ือใหน้ ักท่องเทยี่ วลงนาม ซง่ึ ตามปกติเอกสารนจ้ี ะได้รบั การกรอกขอ้ ความมาก่อนแลว้ ล่วงหนา้
เมอ่ื เดินทางมาถึงประเทศท่ีเป็นจดุ หมายปลายทาง
เมื่อลงจากเครื่องบินแล้ว หัวหน้าทัวร์ต้องพยายามให้นักท่องเที่ยวอยู่รวมกันเป็นคณะ และรอให้
นักท่องเที่ยวมาจนครบจำนวนก่อน แล้วจึงนำไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เมื่อมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว
หัวหน้าทัวร์ควรจัดให้นักท่องเที่ยวกระจายกันเข้าแถวตามเคาน์เตอร์ต่างๆ (เนื่องจากประเทศต่างๆ มักจัด
เคาน์เตอร์สำหรับตรวจสอบหนังสือเดินทางไว้หลายเคาน์เตอร์ด้วยกัน) ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็วในการผ่าน
กระบวนการตรวจหนังสือเดินทาง หลังจากนั้นจึงนำนักท่องเที่ยวไปรับกระเป๋าเดินทาง และผ่านด่านศุลกากร
เพ่ือรบั การตรวจสอบสิ่งของท่ีต้องเสียภาษี และนำนักท่องเทยี่ วออกมาทีห่ ้องผู้โดยสารขาออก หัวหน้าทัวร์ต้อง
พยายามมาให้ถึงห้องผู้โดยสารขาออกก่อนนักท่องเที่ยว เพื่อมาประสานงานกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่มารอรับ
คณะนักท่องเที่ยวอยู่ที่ห้องผูโ้ ดยสารนี้ ในกรณีที่มีผู้ชว่ ยเดนิ ทางมาดว้ ย หัวหน้าทัวรค์ วรมอบหมายให้ผู้ช่วยอยู่
ดูแลนักท่องเที่ยวในระหว่างการผ่านกระบวนการดังกล่าว เพื่อที่ตนเองจะได้รีบออกมาที่ห้องผู้โดยสารขาออก
ได้ ในการประสานงานกับมัคคุเทศก็ท้องถิ่น หัวหน้าทัวร์ควรทำความเข้าใจ และตรวจสอบรายละเอียดของ
รายการนำเที่ยว ตลอดจนค่าใช้จ่ายต่างๆ ทันทีเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดภายหลังหากไม่รีบเจรจา
กันไวเ้ ลย
เม่ือนกั ท่องเทยี่ วมาถึงหอ้ งผโู้ ดยสารขาออกครบจำนวน
หัวหน้าทัวรค์ วรพานกั ท่องเที่ยวไปที่รถทันที และต้องตรวจนับจำนวนกระเป๋าเดนิ ทางให้ครบก่อนนำข้นึ
รถ ก่อนออกรถ หัวหน้าทัวร์ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่านกั ท่องเท่ียวทกุ คน และกระเป๋าทุกใบอยู่บนรถแล้ว
สำหรับการนับจำนวนนักท่องเที่ยวนั้น หัวหน้าทัวร์สามารถใช้วิธีนับจำนวนแบบ Head Counting กล่าวคือ
นบั นกั ท่องเทยี่ วทล่ี ะสองคน หรือที่ละแถว โดยนับจากข้างหนา้ ไปขา้ งหลงั และเพือ่ เปน็ การตรวจสอบอีกครั้งให้
แนใ่ จว่านับไมพ่ ลาด ควรนับทวนจากหลังขน้ึ มาข้างหนา้ อีกหน่ึงรอบ ข้อควรระวงั ในการนับจำนวนนักท่องเที่ยว

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ห น ้ า 4 | 10

คือ ไม่ควรใช้นิ้วช้ีที่ตัวนักท่องเที่ยวแล้วนับจำนวน เนื่องจากเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ และนักท่องเที่ยวอาจเห็นว่า
เป็นการไม่ให้เกียรติ แตค่ วรนับจำนวนโดยใชส้ ายตามอง แลว้ นบั ในใจ การนับควรรอจนกระท่ังนักท่องเที่ยวทุก
คนนัง่ ลงบนท่นี ัง่ แลว้ เพื่อปอ้ งกันความสับสนในการนบั

เมอ่ื รถออกจากสนามบิน
ในกรณีทห่ี วั หน้าทวั รม์ ีโอกาสไดท้ กั ทายกับนักท่องเทย่ี วมาบ้างแล้ว เมื่อออกเดินทางจากสนามบิน หัวหน้า
ทัวร์ควรกล่าวทักทายนักท่องเที่ยวอีกครั้ง พร้อมทั้งกล่าวตอ้ นรับนักท่องเที่ยวเขา้ สูป่ ระเทศที่เดินทางมาถึง แต่
หากหัวหน้าทัวร์ยังไม่มีโอกาสได้ทักทาย และทำความรู้จักกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากช่วงเวลาของการเดินทาง
จากประเทศไทยมาถึง ณ ประเทศนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการทักทายและทำความรู้จกั กัน ซึ่งอาจเป็นเพราะเวลาท่ี
สนามบนิ มนี อ้ ยหรือมีคนจำนวนมากท่ีสนามบิน และอีกประการหนง่ึ คือ สถานท่บี นเครื่องบินไม่เอื้ออำนวยต่อ
กิจกรรมดงั กล่าว ในกรณเี ชน่ น้หี วั หน้าอาจใช้เวลาบนรถกล่าวแนะนำตนเอง และทกั ทายนักท่องเท่ียวพร้อมทั้ง
พยายามทำความรู้จักกับนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด และควรแนะนำมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและพนักงานขับรถให้
นักท่องเที่ยวรู้จักด้วย หลังจากนัน้ หัวหน้าทวั ร์ควรสร้างบรรยากาศของความเป็นกนั เอง ตั้งแต่เริ่มแรกโดยอาจ
ให้นักท่องเทยี่ วได้แนะนำตนเอง หรอื เปดิ โอกาสใหน้ กั ท่องเทยี่ วทำความรจู้ ักกันเอง แล้วจึงมอบหนา้ ท่ีในการนำ
เทย่ี วใหก้ บั มัคคเุ ทศกท์ อ้ งถนิ่ ตอ่ ไป
ในกรณีที่มัคคุเทศก์ท้องถิ่นไม่ได้เดินทางไปรับคณะนักท่องเที่ยวที่สนามบิน หัวหน้าทัวร์ต้องทำหน้าที่
อธิบายเรื่องราวทั่ว ๆ ไปของประเทศ หรือท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น เวลาท้องถิ่น ลักษณะทางภูมิศาสตร์
ประวตั ิศาสตร์ วถิ ชี ีวิตความเป็นอยู่ อัตราแลกเปลยี่ นเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น ตลอดจนอธบิ ายถึงสิ่งอำนวย
ความสะดวก อปุ กรณ์ และการบรกิ ารบนรถให้กบั นกั ท่องเท่ียว
หากสถานที่อันดบั ต่อไปทีก่ ำลังจะเดินทางไป คือ โรงแรม เมื่อเดินทางใกล้ถงึ โรงแรมแลว้ หัวหนา้ ทัวร์ควร
สรุปรายการนำเทีย่ วของวันรุ่งขึ้น พร้อมทั้งแนะนำนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการแต่งกายทีเ่ หมาะสมกับรายการนำ
เที่ยวในวันดังกล่าว นอกจากนี้หัวหน้าทัวร์ต้องแจ้งนักท่องเที่ยวให้ทราบถึงเวลาตื่นนอน เวลารับประทาน
อาหารเช้า และเวลาที่ออกจากโรงแรมด้วย แต่ในกรณีที่มีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นอยู่ด้วยไปด้วย หัวหน้าทัวร์ควรให้
มคั คเุ ทศก์เป็นผู้ทำหน้าท่นี ้ี
การเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยว การนำซม และ/หรือ การอำนวยความสะดวกในระหว่างเดินทาง
ท่องเท่ยี ว
ในการเดินทางแต่ละวัน ผู้นำเที่ยวควรเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทายนักท่องเที่ยว ชวนพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ
เพือ่ สร้างบรรยากาศทีเ่ ปน็ กันเอง หากเปน็ เชา้ วันแรกของการเดินทาง ซง่ึ นกั ท่องเทยี่ วนอนในรถในคืนที่ผ่านมา
และยงั ไม่ไดท้ ำความรจู้ กั กัน ผูน้ ำเที่ยวควรใชว้ ลาในชว่ งเช้าของวนั ดงั กล่าวจดั กิจกรรมเพื่อให้นักท่องเท่ียวได้ทำ

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ห น ้ า 5 | 10

ความรจู้ กั กัน แต่ถา้ เปน็ การเดนิ ทางในวนั อน่ื ๆ ซงึ่ ในคนื ท่ีผ่านมานกั ทอ่ งเท่ยี วนอนท่โี รงแรม ผูน้ ำเทีย่ วอาจชวน
คุยโดยถามนักท่องเที่ยวว่าคืนที่ผ่านมาหลับสบายไหม ถ้ามีนักท่องเที่ยวคนใดไปเที่ยวตอนกลางคืน ผู้นำเที่ยว
อาจชวนคุยเกยี่ วกับรายละเอียดของการเทีย่ วนน้ั ๆ เปน็ ต้น

• สำหรบั หัวหน้าทัวร์
ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศตามรายการนำเที่ยว หน้าที่ในการนำเที่ยวส่วนใหญ่เป็นของ

มดั คเุ ทศก์ทอ้ งถ่นิ ซึง่ ต้องนำชมสถานทตี่ ่างๆ และบรรยายข้อมูลประกอบ สว่ นหัวหนา้ ทัวร์มหี นา้ ท่ีอำนวยความ
สะดวกให้กับนักท่องเที่ยว และช่วยเหลือมัคคุเทศก์ท้องถ่ินในการติดต่อประสานงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการ
เดินทางทอ่ งเท่ียว

• สำหรับมัคคเุ ทศก์
หลังจากทักทายและพูดคุยกับนักท่องเที่ยวพอสมควรแลว้ มัคคุเทศก์ควรนำนักท่องเทีย่ วเข้าสู่รายการนำ

เที่ยวของวันนั้น โดยสรุปย่อ ๆ ให้นักท่องเที่ยวรับทราบว่าในวันดังกล่าวจะเดินทางไปที่ใดบ้าง แล้วจึงเล่า
รายละเอียดของแต่ละสถานที่ที่กำลังจะไป สิ่งที่มัคคุเทศก์พึงระวังในการนำเที่ยว คือ ต้องนำนักท่องเที่ยว
เดินทางตามกำหนดการเดินทางอย่างเคร่งครัด และในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นใดๆ ที่ทำให้ต้อง
เปลี่ยนแปลงรายการนำเที่ยว มัคคุเทศก์ต้องแจ้งให้บริษัทนำเที่ยวทราบก่อน เพื่อขอคำปรึกษา แล้วจึงแจ้งให้
นักท่องเที่ยวทราบพร้อมกับอธิบายเหตุผล หรือความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อ
ป้องกันมิให้นักท่องเที่ยวกล่าวหาว่ามัคคุเทศก์หรอื บริษัทนำเที่ยวมีเจตนาเอาเปรียบนักท่องเทีย่ วโดยไม่ปฏิบัติ
ตามรายการทอ่ งเท่ียวท่ีได้ทำการตกลงกนั ไว้

เมือ่ เดนิ ทางใกลถ้ ึงสถานทนี่ ำชมตามรายการนำเท่ียว
มัคคุเทศก์ควรอธิบายความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบข้อมูล และ
เพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจของนักท่องเที่ยวในการเยี่ยมชมสถานที่นั้นๆ ซึ่งนอกจากเนื้อเรื่องที่จะพูดแล้ว
ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่มัคคุเทศก์ควรให้เอาใจใส่ คือ เทคนิคการพูดบนรถซึ่งจัดเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่
สามารถเรียนรู้และฝกึ ฝนได้ ดังรายละเอยี ดตอ่ ไปนี้
เทคนิคการพูดบนรถอยา่ งงา่ ยๆ ทีม่ คั คุเทศก์สามารถใช้เป็นแนวทางในการทำงานได้ มดี ังน้ี
(1) เลอื กตำแหนง่ บนรถท่ีตนเองถนัดเพือ่ ใช้เป็นท่ีบรรยาย ซงึ่ ไดแ้ ก่ บริเวณท่ีเป็นแนวเดียวกับพนักงานขับ
รถ หรือที่เก้าอนี้ ั่งแถวแรกหลงั พนักงานขับรถ และเมอื่ เลอื กตำแหนง่ ได้แล้วมัคคุเทศก์อาจยืนหรอื น่ังพูดก็ได้ ถ้า
เลือกที่จะยืนพูด มัคคุเทศก์ควรใช้มอื ข้างหนึ่งจับท่ีพนักเกา้ อี้ข้าง ๆ ไว้หรืออาจยนื พิงพนกั เก้าอี้ได้ การยืนพูดมี
ข้อดี คือ ทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนบนรถสามารถมองเห็นมัคคุเทศก์ได้และยังทำให้มัคคุเทศก์สามารถสังเกต
ความสนใจ และความตั้งใจฟังของนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย แต่มีข้อเสีย คือ มัคคุเทศก์อาจเสียหลักได้เวลาที่รถ

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ที่ ย ว ห น ้ า 6 | 10

จอด หรือเบรกอย่างแรง ส่วนกรณีน่ังพูดนัน้ มขี ้อดีหลายประการ ได้แก่ 1) ทำให้มัคคุเทศก์เกิดความสะดวกใน
การพูดมากกว่า 2) มัคคุเทศก์ไม่ต้องคอยระวังวา่ ตนจะเสียหลกั 3) มีความสะดวกในการพูดคุยกับพนักงานขบั
รถ 4) ทำให้มีสมาธิในการบรรยายมากกว่า และ 5) สามารถเปิดดูข้อมูลที่เตรียมมาได้ง่าย และรอดพ้นจาก
สายตาของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการนั่งพูด มีข้อเสีย คือ ทำให้มัคคุเทศก์ไม่สามารถพิจารณาพฤติกรรม
ของนักท่องเที่ยวไดต้ ลอดจนไม่สามารถใชส้ ายตาเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวไดอ้ ย่างถนัด

(2) ควรประสานสายตา (Eye Contact) นักทอ่ งเทีย่ วเวลาพดู โดยเร่มิ มองที่คนคนหน่ึงก่อนแล้วจงึ ค่อย ๆ
กวาดสายตาไปทวั่ ๆ จบครบทกุ คน สำหรับมัคคุเทศก์ที่เพงิ่ เริ่มทำงานและรสู้ ึกเขิน หรอื อายเวลาต้องสบสายตา
กบั ผ้อู นื่ อาจใช้วิธีมองเหนือศีรษะของนักท่องเท่ยี วแทนกไ็ ด้

(3) การถอื ไมโครโฟน ควรถือใหใ้ กล้ปากแต่ไม่ชิดปากจนเกินไป และมคั คเุ ทศก์ควรตรวจสอบก่อนว่าเสียง
ที่ออกมาดัง และชัดเจนเพียงพอที่ทุกคนสามารถได้ยินหรือไม่ และท่ีสำคัญตำแหน่งที่พูดไม่ควรอยู่ใกล้ลำโพง
เนือ่ งจากจะทำให้เกดิ เสยี งหวดี หรือเสียงพร่าได้

(4) ในการพูดบรรยายถึงสถานที่ หรือสิ่งสำคัญต่างๆ ที่อยู่สองข้างทาง ควรซักชวนให้นักท่องเที่ยวมองดู
สถานที่ หรือสิ่งสำคัญนั้นๆ ในขณะที่กำลังอธิบายด้วย โดยใช้วิธีการผายมือหรือใช้คำพูดบอกทิศทาง และควร
เตือนให้นักท่องเที่ยวเตรียมตัวดสู ง่ิ สำคัญทีร่ ถกำลังจะแล่นผ่านกอ่ นลว่ งหน้าประมาณ 1 - 2 นาที

(5) ไม่ควรถือแผ่นกระดาษในขณะที่พูด เนื่องจากนักท่องเที่ยวอาจคิดว่ามัคคุเทศก์เตรียมตัวมาไม่พร้อม
แต่อย่างไรก็ตาม มัคคุเทศก์ก็สามารถจดหัวข้อที่จะพูดไว้บนกระดาษและวางไว้ในที่ที่พ้นจากสายตาของ
นักทอ่ งเทีย่ ว แตต่ นเองสามารถมองเห็นไดง้ ่าย

(6) ไม่ควรเอาจริงเอาจังกับการอธิบายเรื่องที่หนักหรือเครียดจนเกินไป เนื่องจากนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่
มาท่องเที่ยวเพ่ือต้องการพักผ่อน หรือต้องการได้รับบรรยากาศใหมๆ่ แต่ไมใ่ ชม่ าเรยี นหนงั สอื

(7) พึงระลึกไว้เสมอว่า คนส่วนใหญ่มักมีสมาธิในการฟังเรื่องราวต่างๆ ประมาณ 25 นาที และมักสนใจ
และตั้งใจฟังมากที่สุดในช่วงเช้า และสนใจฟังน้อยที่สุดในเวลาหลังอาหาร ดังนั้นมัคคุเทศก์จึงไม่ควรใช้เวลา
หลังอาหารในการอธิบายเรื่องราวต่างๆตลอดจนไม่ควรใช้เวลาในการบรรยายเรื่องราวใดๆ นานจนเกินไป
นอกจากนี้มัคคุเทศก์ควรหมั่นสังเกตปฏิกิริยาของนักท่องเที่ยวด้วยว่ามีความตั้งใจในการฟังมากหรือน้อย
เพียงใด หากสังเกตว่านักท่องเที่ยวไม่ค่อยสนใจฟังเรื่องที่ตนกำลังพูด ควรหาทางยุติการพูดนั้นๆ และจัด
กิจกรรมอน่ื ๆ แทน เชน่ เปดิ เพลงเบาๆ เปน็ ตน้

(8) ถ้าเส้นทางที่รถกำลังแล่นผ่านไม่มสี ิง่ ทีน่ า่ สนใจ มัคคุเทศก์ควรพูดเรื่องท่ัวไปๆ ของจังหวัดนั้น เช่น คำ
ขวญั ของจังหวัด วถิ ีชีวติ สนิ คา้ พื้นเมือง ฯลฯ

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ห น ้ า 7 | 10

(9) ในการพูดเรอื่ งใดกต็ าม กค็ วรวิเคราะหข์ อ้ มูลเกี่ยวกบั นกั ทอ่ งเท่ยี วในดา้ นต่างๆ ประกอบดว้ ย เช่น เพศ
วัย อาชีพ ฯลฯ เพราะข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้มัคคุเทศก์ สามารถตัดสินใจเลือกเรื่องที่เป็นที่ความสนใจของ
นักทอ่ งเท่ียวได้ดียงิ่ ข้นึ

นอกจากน้หี ากในสถานทีท่ ่องเทีย่ วน้ันๆ มกี ฎระเบยี บสำหรับผ้เู ยี่ยมชม มคั คุเทศก์ควรแจง้ ให้นักท่องเที่ยว
ทราบและเตือนให้ปฏิบัติตาม ตัวอย่างเช่น ในการนำชมในเขตอุทยานแห่งชาติมัคคุเทศก์ควรบอกให้
นักท่องเที่ยวทราบถึงกฎระเบียบต่างๆ ในการเยี่ยมชม หรือเมื่อพานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมวัดทางพุทธศาสนา
มัคคเุ ทศก์ควรแนะนำนกั ท่องเที่ยวว่าก่อนเข้าไปในพระอโุ บสถ ตอ้ งถอดหมวกและถอดรองเทา้ กอ่ น เป็นต้น

เมื่อเดนิ ทางถึงสถานทท่ี อ่ งเทย่ี วแล้ว
เมื่อเดินทางถึงสถานที่ทอ่ งเท่ียวแลว้ ก่อนแนะนำใหน้ ักท่องเทีย่ วลงจากรถ มัคคุเทศก์ควรตกลงเร่ืองเวลา
กบั นกั ท่องเท่ียวก่อน โดยบอกเวลาในขณะน้ัน (เพอื่ ให้นักทอ่ งเท่ียวได้ทราบเวลาทตี่ รงกนั เนอื่ งจากนาฬิกาของ
บางคนอาจถูกตง้ั เวลาไวเ้ รว็ หรือช้าไป) เวลาที่จะอยู่สถานทดี่ ังกลา่ ว และเวลาท่ีต้องข้นึ รถอีกคร้ัง พรอ้ มทั้งเตือน
นักท่องเที่ยวว่าไม่ควรมาขึ้นรถช้ากว่าเวลาที่กำหนด เพราะจะทำให้การเดินทางไปตามรายการอื่นๆ ล่าช้าไป
ด้วย สำหรับเทคนคิ การจัดการกับนกั ท่องเทย่ี วท่มี าสายจะพดู ถงึ ตอ่ ไปในบทที่ 11 หลงั จากนั้นมัคคุเทศก์ต้องรีบ
ลงจากรถเพื่อช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเทีย่ วในการลงจากรถ ถ้ามัคคุเทศก์เป็นผู้ชายควร
ระมัดระวังการปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยวที่เป็นเพศหญิง โดยเฉพาะที่เป็นผู้หญิงสาวท่ีเดินทางมากับญาติ โดยไม่
ควรเอาใจใส่ หรือละเลยมากจนเกินไป มัคคุเทศก์ต้องตระหนักว่า"ต้องปฏิบัติกับนักท่องเที่ยวทุกคนให้เท่า
เทียมกัน" เมื่อนักท่องเที่ยวลงจากรถมาครบจำนวนและพร้อมที่จะชมสถานที่แล้ว มัคคุเทศก์ควรเริ่มปฏิบัติ
หนา้ ที่นำชมและบรรยายตามจุดต่างๆตามท่ไี ดอ้ ธบิ ายไว้บนรถ
ในการนำชมนักทอ่ งเที่ยวภายในสถานทท่ี ่องเทยี่ ว มคั คุเทศก์ควรปฏบิ ัติดังนี้
(1) เลอื กเส้นทางทเ่ี ดนิ งา่ ยและสะดวกกับนกั ทอ่ งเที่ยวทุกเพศทกุ วยั
(2) หากการเดินทางในเสน้ ทางนั้นต้องอาศัยความระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เช่น ทางลื่นมีหลุมอยู่ข้างหนา้
กำลังขึ้นที่สูง หรือลงที่ต่ำ หรือต้องเลี้ยวไปทางใด มัคคุเทศก์ควรบอกให้นักท่องเที่ยวทราบก่อนล่วงหน้าถึง
ลักษณะของเส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งเตือนให้ระมดั ระวังในการเดินทางมากข้ึน
(3) หากต้องมีการช่วยเหลือในระหว่างการเดินทาง เช่น ในกรณีที่ต้องปีนขึ้นที่สูง มัคคุเทศก์ควรให้การ
ช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและเท่าเทียมกันทุกคน แต่ถ้าหากมีนักท่องเที่ยวคนใดที่ไม่ต้องการขึ้นที่สูง หรือเดิน
ตอ่ ไปไม่ไหว มัคคุเทศก์ไม่ควรบังคับ แตค่ วรแนะนำให้นักทอ่ งเทีย่ วคนนั้นนัง่ รอในบรเิ วณร่มๆ หรอื ไปนั่งรอที่รถ
ก็ได้
(4) หยดุ รอนกั ท่องเทย่ี วเป็นครง้ั คราวเพอื่ ให้ทง้ั คณะเดนิ ทางเดินไปด้วยกันอยา่ งพร้อมเพรียง

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ห น ้ า 8 | 10

(5) นบั จำนวนนักท่องเทีย่ วเปน็ ระยะๆ
(6) ไม่ควรนำชมอย่างรีบร้อนจนเกินไป เนื่องจากนักท่องเที่ยวทุกคนย่อมพอใจที่จะได้ชื่นชมกับสถานท่ี
ทอ่ งเท่ยี วท่ีพวกเขาอุตส่าหเ์ ดินทางมา
(7) นำชมและบรรยายตามจุดตา่ งๆ ตามท่ีไดอ้ ธิบายไวบ้ นรถ
(8) ในแต่ละจุดนำชมที่สำคัญ มัคคุเทศก์ควรปล่อยให้นักท่องเที่ยวมีอิสระในการเดินชมทัศนียภาพ และ
ถา่ ยรูปตามความพอใจ มคั คเุ ทศก์ไม่ควรกะเกณฑใ์ ห้นักท่องเที่ยวเดินตามตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ถงึ แมว้ ่ามัคคุเทศก์จะมีหน้าที่ในการบรรยาย และให้ขอ้ มลู ทีส่ ำคัญในระหว่างการนำชม แต่มัคคุเทศก์ควร
คำนึงถึงวตั ถุประสงค์ในการเดินทางท่องเท่ยี วของนักท่องเทีย่ วด้วย กลา่ วคือ หากพิจารณาแล้วว่านักท่องเท่ียว
เดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อต้องการพักผ่อนและต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ มัคคุเทศก์ไม่ควรให้ข้อมูลที่มากและ
ละเอียดจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความเบื่อหน่าย แต่หากคณะนักท่องเที่ยวเป็นนักเรียน
ท่ีเดนิ ทางทศั นศกึ ษา มัคคุเทศก์ควรให้ขอ้ มูลที่ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว และนอกจากวตั ถุประสงค์
ของการเดินทางแล้ว มัคคุเทศก์ควรพิจารณาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวด้วยว่ามีความสนใจต่อการรับทราบ
ข้อมูลมากน้อยเพียงไร หากนักทอ่ งเท่ียวแสดงพฤตกิ รรมว่าไมส่ นใจฟัง หรือตอ้ งการทำกิจกรรมอ่นื ๆ ในสถานท่ี
นั้น เช่น ถ่ายรูป หรือพูดคุยกนั เองระหว่างผู้ร่วมเดินทาง มัคคุเทศก์ควรเปิดโอกาสให้นกั ท่องเที่ยวได้ทำในสิง่ ท่ี
เขาต้องการ อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่มัคคุเทศก์มีโอกาสบรรยายข้อมูลต่าง ๆ มัคคุเทศก์ควรใช้เทคนิคที่สามารถ
สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งตามปกติมัคคุเทศก์แต่ละคนมักมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป บางคนมี
พรสวรรค์ในการพูดอยู่แลว้ แต่สำหรบั ผู้ทีไ่ ม่มีพรสวรรค์ ไมค่ วรท้อแท้ เพราะการพูดเป็นส่ิงท่ีฝึกฝนได้ โดยอาจ
อาศยั แนวทางดงั ต่อไปน้ี
แนวทางในการทำใหก้ ารบรรยายน่าสนใจ มีดงั นี้
(1) ใชน้ ้ำเสยี งทช่ี วนฟงั และเน้นข้อความท่สี ำคัญ
(2) ใช้ระดับเสียงทีด่ ังพอที่ทุกคนสามารถได้ยินอยา่ งชดั เจน หากเป็นการบรรยายให้คนกลุ่มใหญ่ฟัง หรือ
บรรยายในสถานที่ทม่ี ีเสียงรบกวน มคั คเุ ทศกค์ วรใชเ้ คร่อื งขยายเสียงชว่ ยในการบรรยาย
(3) ใชส้ ายตาเรยี กความสนใจจากผฟู้ งั ซึง่ วธิ ีนี้ยังสามารถใชใ้ นการพิจารณาความสนใจ
ของผฟู้ งั ได้ดว้ ย เพ่ือว่าจะไดเ้ ปลีย่ นเรอ่ื งบรรยาย หรอื นำเดนิ ไปชมทจ่ี ดุ นำชมอืน่ หากสังเกตเห็นวา่ นักทอ่ งเท่ียว
ไม่สนใจในเรื่องที่กำลังพดู
(4) ใช้ทา่ ทางประกอบการบรรยาย
(5) ถามความคิดเหน็ ของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกบั สถานทน่ี น้ั ๆ
(6) ใชอ้ ารมณ์ขนั อย่างเหมาะสมประกอบการบรรยาย

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ห น ้ า 9 | 10

(7) ไม่ควรโกรธ หรือแสดงความไม่พอใจ หากนักท่องเที่ยวบางคนแสดงท่าทางไม่สนใจต่อการนำชมและ
การบรรยายของตน แต่ควรดูคนกลุม่ ใหญ่เปน็ สำคญั อยา่ งไรกต็ ามมัคคุเทศก์ไมค่ วรละเลยนักท่องเที่ยวท่านนั้น
โดยอาจแนะนำใหเ้ ขานัง่ พกั รอในที่ร่ม หรอื ไปรอที่รถกอ่ น

(8) เสริมข้อมูลทเี่ ป็นเกร็ดเล็กเกรด็ นอ้ ยเก่ียวกบั สถานที่น้ันๆ
(9) เลือกใชส้ ถานท่ีในการบรรยายท่ีเออ้ื อำนวย เช่น ในทร่ี ม่ หรอื บรเิ วณที่นักท่องเท่ียว
สามารถน่ังฟังได้อย่างสบาย
เม่อื มีนกั ทอ่ งเทย่ี วถามคำถาม
เม่ือมนี กั ท่องเที่ยวถามคำถามในระหว่างการนำเทีย่ ว มัคคเุ ทศก์ควรทวนคำถามให้นักท่องเท่ียวท่านอ่ืนได้
รบั ทราบก่อน แล้วจึงตอบคำถามน้ันโดยควรตอบให้ตรง และครบทกุ ประเด็นและควรกล่าวชมเชยนักท่องเที่ยว
ท่านนน้ั วา่ ถามคำถามท่ีดี ซงึ่ การกล่าวชมเชยเช่นน้เี ป็นการใช้หลักจิตวิทยาอยา่ งหน่ึงท่สี ามารถความสร้างความ
พึงพอใจกับนักท่องเที่ยวได้ แต่ถ้าหากมัคคุเทศก์ไม่สามารถตอบคำถามได้ มัคคุเทศก์ก็ควรกล่าวขอโทษ และ
รับปากกบั นักท่องเทีย่ วว่าจะหาคำตอบมาบอกให้ทราบภายหลังใหเ้ ร็วทีส่ ุด หรอื อาจถามนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ
ว่ามใี ครทราบคำตอบหรือไม่ สิ่งท่มี คั คุเทศก์ไม่ควรกระทำอย่างเดด็ ขาดในการตอบคำถาม คือ การตอบข้อมูลที่
ผิดหรือข้อมูลที่ตนเองไม่มั่นใจว่าเป็นคำตอบท่ีถูกต้อง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเสี่ยงต่อการที่นักท่องเที่ยว
อาจทราบในภายหลงั และทำใหล้ ดความเช่ือมนั่ ในตวั มคั คุเทศกใ์ นท่สี ุด

เ ท ค นิ ค ก า ร น ำ ช ม แ ห ล่ ง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ห น ้ า 10 | 10


Click to View FlipBook Version