51
ท่นี ้ีคือพระประธานปางมารวิชัยในพระอุโบสถ สอดคล้องกับเนื้อความใน
คัมภีร์พระปฐมสมโพธิกถาที่กล่าวว่าเมื่อพระโพธิสัตว์ทรงชนะมาร ก็มี
เทวดา “...หม่เู ทพบตุ รแลพรหมท้งั หลายก็ออกจากพมิ านแห่งตน ๆ เกลื่อน
กล่นกันมา มีหัตถ์ถือประทีปสุคนธบุปผาธวัชปฎากต่าง ๆ มาแวดล้อม
พร้อมกันอุโฆษถวายชัยแก่พระมหา บุรุษว่า ชัยชำนะมีแก่พระสัมมาสัม
พทุ ธเจ้าผ้ทู รงสิริสวัสดี ปราชัยมแี ก่มารผูป้ รารถนาบาปธรรม
...” และเมื่อทรงตรสั รู้อนตุ รสมั มาสัมโพธญิ าณเทพเจา้ ทง้ั หลายก็
มาเฝ้าอกี ครงั้ หนงึ่ โดย
“...เทพยเจ้าท้ังหลายนมิ ิตสขุ มุ กายเทา่ อณูปรมาณูลงประชมุ กนั อยู่
ในท่ีมีประมาณเท่านั้นถงึ 10 องค์บ้าง 20 องค์บ้าง 30 องค์บ้างตราบเท่า
ถึง 1000 องค์ 10000 องค์ 100000 องค์จนถึง แสนโกฎิองค์ก็มีเปนอัน
มากหม่เู ทพยดาทงั้ หลายอันมาแต่หมืน่ จักรวาฬ ประดิษถานเตม จกั รวาล
อนั น้ีเพ่ือจะทศั นาบูชาภิวนั ทนชุลี พระผูท้ รงภาคยม์ ากเหลอื ล้น...” (สมเด็จ
พระมหา สมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชโิ นรส, 2537)
เอกสารอ้างองิ
กรมสมเดจ็ พระปรมานชุ ติ ชโิ นรส. (2505). พระปฐมสมโพธิกถา.
กรงุ เทพมหานคร: กรมการ ศาสนา.
ปฏสิ งั ขรณ์วดั เทวราชกญุ ชร. (2458). ราชกิจจานเุ บกษา เล่ม 32 หน้า
1433 (26 กนั ยายน พ.ศ. 2458).
ประยรู อลุ ุชาฏะ. (2530). พจนานกุ รมศลิ ปะ. (พมิ พ์ครัง้ ที่ 3 โดย น.ณ
ปากนำ้ (นามแฝง)). กรุงเทพมหานคร: ศนู ย์การพิมพพ์ ลชัย.
ประเสรฐิ ศลี รัตนา. (2526). จิตรกรรม. กรุงเทพมหานคร: โอเดยี นสโตร์.
52
พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์. (2543). สวุ รรณสามชาดก.
(พมิ พค์ รัง้ ที่ 3). กรุงเทพมหานคร: อกั ษรเจริญทัศน์.
พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สรุ เตโช). (2548). ราชบัณฑติ พจนานุกรมเพอ่ื
การศึกษาพทุ ธศาสน์ ชดุ คำวัด. กรุงเทพมหานคร: วัดราชโอรสา
ราม.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยตุ โฺ ต). (2543). พจนานุกรมพทุ ธศาสน์ ฉบบั
ประมวลศพั ท.์ (พิมพค์ รัง้ ที่ 9). กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์มหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
. (2551). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ (ชำระ
เพิ่มเติม ช่วงท่ี 1). (พมิ พ์ ครัง้ ที่ 12). กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พม์ หาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลยั .
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว. (2547). ประชมุ พระราชนิพนธ์
ภาษาไทย ใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว.
กรุงเทพมหานคร: มหาเถรสมาคม.
พระพทุ ธโฆสเถระ. (2562). พระวสิ ทุ ธิมรรค เล่มเดียวจบ, แปลโดยวงศ์
ชาญบาล.ี กรุงเทพมหานคร: เลี่ยงเซียงจงเจรญิ .
พระมหานยิ ม อตุ ตฺ โม. (2523). หลักสตู รย่อบาลีไวยากรณ.์
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์ เลีย่ ง เชยี ง.
พระมหาสมใจ ปญญฺ าทโี ป. (2526). พระพุทธัปปิยะ, ปทรปู สทิ ธฺ ิ.
กรุงเทพมหานคร: เฉลมิ ชาญ การพมิ พ.์
พระมหาสมปอง มุทิโต. (2545). มลู นริ ุตติ กจั จายนสูตร ธาตวานุกรม.
(พิมพ์คร้ังที่ 3). กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ ธรรมสภา.
53
พระโสภณ มหาอำมาตย์ตรี พระยาโชฎกึ ราชเศรษฐี (ผ่อง โชติพกุ กณะ)
เจ้ากรมทา่ ซา้ ย กระทรวงมหาดไทย. (247). อักษรกิจพิมพ์ช่วยใน
งานยืนชิงชา้ . กรุงเทพมหานคร: กระทรวงมหาดไทย.
พสั วสี ริ ิ เปรมกุลนันท์. (2552). จิตรกรรมฝาผนัง: พระราชประสงค์รชั กาล
ท่ี 4 เร่อื งจรยิ วตั ร สงฆ์. ใน วทิ ยานิพนธศ์ ิลปศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวชิ าประวตั ิศาสตร์ศิลปะ. มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร.
พัสวสี ริ ิ เปรมกลุ นนั ท.์ (2554). ภาพเทวดาในรัชกาลท่ี 4: ความสบื เนอ่ื ง
ทางงานช่าง. ใน ประมวลผลงานด้านประวัติศาสตร์ศิลปะของ
ศาสตราจารย์ ดร. สนั ติ เลก็ สขุ ุม ภาควิชาประวตั ศิ าสตรศ์ ลิ ปะ คณะ
โบราณคด.ี มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.
มหามกุฏราชวทิ ยาลยั . (2530). พระสตู รและอรรถกถาแปล ทฆี นกิ าย
มหาวรรค เล่มที่ 2 ภาค ที่ 2. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพแ์ หง่
มหามกฏุ ราชวิทยาลัย.
วกิ ิพเี ดยี สารานุกรมเสร.ี (2563). อสุภ. เรยี กใช้เมอื่ 18 มกราคม 2563
จาก https://th.wikipedia.org/wiki/
วิไลเลขา ถาวรธนสาร. (2545). ชนชนั้ นำไทยกบั การรบั วัฒนธรรม
ตะวันตก. กรงุ เทพมหานคร: เมอื งโบราณ.
สนกุ กูร.ู (2556). จิตรกรรมไทย. เรียกใชเ้ มอื่ 18 มกราคม 2563 จาก
https://guru.sanook.com/2313/
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (247). อธิบาย
เครือ่ งบูชา. พระนครศรอี ยธุ ยา: โสภณพิพรรฒธนากร.
สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรส. (2537). ปฐมสมโพธิ
54
(ภาษาบาล)ี ฉบับ คดั ลอกจากคัมภีร์ใบลานอักษรขอม.
กรุงเทพมหานคร: คณะสงฆ์วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม
วรมหาวิหาร.
สุปราณี พณชิ ยพงศ.์ (2556). รอ่ งรอยธรรมกายในคัมภรี ์จตุรารักขา. ใน
รายงานการวจิ ยั . สถาบนั วิจยั นานาชาติธรรมชัย (DIRI).
สุภีร์ ทุมทอง. (2555). มรณสตใิ นพระไตรปิฎก. กรุงเทพมหานคร: หา้ ง
หนุ้ ส่วนจำกดั ภาพพมิ พ.์
55
พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ๑*
INDRA HOLDS THE ERAWAN ELEPHANT
พระเทพคณุ าภรณ์ (โสภณ โสภณจิตโฺ ต พุ่มพวง)
Phra Thepkhunaporn (Sophon Sophanachitto Phumphuang)
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย
Mahachulalongkornrajavidyalaya University
E-Mail [email protected]
บทคดั ยอ่
ตำนานพระอนิ ทรงช้างเอราวัณ มีการกล่าวถึงในพระไตรปิฎกมากที่สุด
เพราะเป็ นเทพ ผู้พิ ทักษ์ รักษาพ ระพุ ทธศ าส นาเป็ นบุ คคลาธิษ ฐานในตำนานที่มี
อิทธิพลอย่างมากต่อผู้เคารพ เชื่อถือทั้งในศาสนาต้นกำเนิด คือ ศาสนาพราหมณ์
และพระพุทธศาสนา ผู้นํำที่ผู้ตามเป่ียมด้วยศรัทธาเพราะด้วยความเปี่ยมเมตตา
เปน็ พุทธสาวกผูอ้ ุปฎั ฐาก สามผี ู้ยึดม่นั บรรพบุรุษผู้ตัง้ ม่นั ทานบดี กัลปญ์ าณมิตรต่อ
ผู้ประพฤติธรรม บุคลธิษฐาน เปรียบองค์ด้วยกฎแห่งกรรม พระโพธิสัตว์บำเพ็ญ
บารมี บิดาผู้เท่ียงธรรม นักสังคมสงเคราะห์บำเพ็ญประโยชน์ บุตรกตญั ญู ญาติผู้
ออ่ นน้อมต่อผู้ใหญ่ แม้พระอินทร์จะเป็นผ้ยู ง่ิ ใหญ่ในเทวโลกกย็ ังมีวาระท่ี เปลี่ยนไป
เร่ือยๆบทบาทสำคัญที่เปล่ียนแปลงไปในแต่ละยุคมีท้ังรุ่งเรืองและตกต่ำถูกลด
บทบาทลงเทพชั้นรองจากพระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม ทางพระพุทธศาสนา
พระอินทร์ต้องถือศีล 5 บริสุทธ์ิ และ บํำเพ็ญวัตตบท 7 ประกำร จึงไม่มีกำร
๑*เคยตพี ิมพ์เผยแผใ่ น วารสาร มจร การพฒั นาสงั คม ปที ่ี 6 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-
สงิ หาคม 2564 หน้า 186-197.
56
เปลย่ี นแปลงเพรำะคณุ งาม ความดี เปรยี บเหมือนผูป้ กครองใน ปัจจุบนั จะไมม่ ีความ
เส่ือมหำกยึดม่ัน ปฏิบัติม่ันในหลักธรรม ดังน้ันพระอินทร์ทรงช้ำงเอรำวัณ จึงเป็น
เทพทป่ี ก ปักรักษำพุทธศำสนิกชนท่ยี ึดมั่นในศีลธรรมอนั ดีงาม กำรมสี ร้ำงพระอนิ ทร์
ทรงช้ำงเอรำวัณ เครื่องเตือนใจเป็น รูปหล่อ รูปเหมือน และอื่นๆ เพ่ือเป็นเครื่อง
เตอื นใจใหร้ ะลึกว่า คนดเี ทพรักษา พระค้มุ ครอง และเป็นเครื่อง ปอ้ งกันภยั จากสง่ิ ที่
ไมส่ ามารถสัมผัสได้ทจี่ ะมาทำร้าย เพราะพระอนิ ทร์ทรงช้างเอราวัณ เป็นเทพเทวรา
ชาคอยปราบปรามส่ิงช่ัวรา้ ยทง้ั 3 โลก คอื สวรรค์ มนุษย์ และนรก
คาํ สําคัญ: ความเช่ือ, พระอนิ ทร์, ชา้ งเอราวณั
Abstract
Legend of Indra holds the Erawan elephant. It is most
mentioned in the Holy Scriptures. Because he is the guardian
deity of Buddhism, it is the personification in the legend that
has a great influence on the respectful. Trust in both religion,
the origin is Brahmanism and Buddhism, a leader whose
followers are full of faith because of compassion, is a follower
of a follower, a loyal husband, a firm ancestor, and a friend to
the practitioner. , Personification with the Law of Karma,
Baphen Charismatic Bodhisattva, the upright father, the
ministering social worker, the grateful child, the meek relative
to the adult, even though Indra is a great person in the world,
it still has its own ever changing agenda. The changing
57
significance of each era, both prosperous and depressed, was
reduced to the secondary deities of Shiva, Vishnu and Brahma
in Buddhism. Indra has to hold the five holy precepts and
practice seven chapters, so there is no change because virtue
is like a ruler in the present. Act adhering to the principles
Therefore Indra holds the Erawan elephant It is a god that
protects Buddhists who adhere to good morals Indra has built
an Erawan elephant. Reminders are statues, figures, and so on
as a reminder to remember that good people, gods, heal gods
and protect them from the unseenable things that will harm.
Because Indra holds the Erawan elephant Is a deity,
suppressing evil in all 3 worlds namely Heaven, human
landscape and hell landscape.
Keywords: The belief, Indra, the Erawan elephant.
บทนํา
ความเช่ือของมนุษย์เกิดจากความรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ความกลัว
จากอำนาจเหนือธรรมชาติ เม่อื เกิดเหตุการณ์ทางธรรมชาติท่ีทำอันตราย
ตอ่ ชีวิต ความกังวล ความกลัว ทํำให้ความเช่ือเป็นส่วนหนึ่งของความเป็น
มนุษย์ ความเช่ือในสง่ิ เหนอื ธรรมชำตยิ อ่ มมีอิทธิพลต่อชีวิตมนษุ ย์ หมายถึง
เช่ือในพลังอํำนาจท่ีจะบันดาลให้เกิดการเปล่ียนแปลงสิ่งใดส่ิงหนึ่งใน
จักรวาล ความเชอื่ ของคนไทย ก็ไมไ่ ด้แตกตา่ งจากชนชาติอนื่ ๆ คือมีความ
58
เชือ่ ถือในเรือ่ งไสยศาสตร์ ผสี างเทวดา เชื่อในสง่ิ ทีม่ องไม่เห็นและมีฤทธอ์ิ ํำ
นาจท่ีจะบนั ดาลรา้ ย-ดี ใหแ้ ก่มนุษย์ ได้การท่คี นไทยมคี วามสัมพนั ธ์ใกลช้ ิด
กับธรรมชาติและส่ิงที่เหนอื ธรรมชาติ ความเชื่อของคนไทยแต่เดมิ คือ “ผี”
อนั ได้แก่ ผีบรรพบุรุษ ผีฟ้า (แถน-เทวดา) ผีนา (แม่ขวัญขา้ ว-แม่โพสพ) ผี
ดนิ (แม่ธรณี) ผีนำ้ (แม่คงคา) และผอี ่ืน ๆ อกี มากมาย ความกลัวและความ
ไม่รจู้ งึ เปน็ เหตุทํำใหเ้ กิดความเชื่อ ความเชอื่ เป็นเหตุใหเ้ กิดศาสนา ในสังคม
มนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าไปมากแต่
มนุษย์ก็ยังมีพฤติกรรมการ แสดงออกทางความเช่ือ ความเชอ่ื เร่ือง ผีสาง
เทวดาและสิง่ ศักดิ์สิทธ์ทิ ้งั หลาย เป็นปรากฏการณ์ทางศาสนาในสงั คมไทย
ยงั มีความเชื่อเช่นนี้อย่างม่ันคง ในเรอ่ื งต่าง ๆ เช่น ประเพณีการเกิด การ
ตาย การปลูกบ้านเรอื น การเปลี่ยนวัย การทำศกึ สงคราม ยอ่ มมีเรอื่ งของผี
สางเทวดา และสงิ่ ศกั ด์ิสิทธท์ิ ัง้ หลายซึ่งเช่ือกันว่าทรงอำนาจ ปรนนิบัติบชู า
ใหถ้ กู ตอ้ ง เพอ่ื เป็นหลักประกันหรอื การประกนั ภัยทางด้านจติ ใจอยา่ งหน่ึง
ในสังคม ความเชอื่ ของมนุษย์ทกุ ชนชาติ มกั จะเช่ือในสง่ิ ศกั ดสิ์ ิทธ์หิ รอื สิ่งท่ี
มีอิทธิพลเหนือมนุษย์ดลบันดาลให้เป็นไป บังเกิดเป็น คุณและโทษได้
มนุษย์จึงมีความกลัวและความเชื่อว่าไม่สามารถควบคุมได้ส่ิงท่ีมนุษย์
กระทํำ คือการเอาอกเอาใจสิ่งศักด์ิสิทธิ์ท่ีมีอิทธิพลเหนือมนุษย์เหล่านั้น
ด้วยการเซ่นไหว้ บวงสรวง บนบานศาลกล่าว อธิษฐาน หรืออ่ืน ๆ และ
มนุษย์ต้องการสง่ิ ใด เพอ่ื ใหบ้ รรลุวัตถุประสงค์ เพ่อื เกดิ ความเจรญิ ก้าวหน้า
ในการดำํ รงชีวติ จงึ บนบาน ขอให้ส่ิงนั้นๆ พระอนิ ทรท์ รงช้างเอราวัณ เป็น
หนึ่งในความเชื่อของของคนไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจาก
59
พระอินทร์ทรงชา้ งเอราวัณแล้วก็ยังมีความเช่ือของเทพเจ้าในแต่ละยุค มี
ดงั นี้
ความเชอ่ื ชาวกรกี มเี ทพต่าง ๆ เชน่
1. ซุส (Zeus) เทพผู้เป็นราชาแห่งเทพท้ังมวล ไม่เว้นแม้แต่เหล่า
มนุษย์ ซึ่งมี สายฟ้า หรอื อัศนีบาต เป็นอาวุธ และมีพี่นอ้ ง 5 องค์ คือ โพ
ไซดอน ดมี ิเทอร์ เฮรา่ ฮาเดส และ เฮสเทยี
2. โพไซดอน (Poseidon) เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ผู้เป็นน้องชาย
ของซุส มี ตรศี ูล หรอื สามงา่ ม เป็น อำวธุ
3. ดีมิเทอร์ (Demeter) เทพีแห่งความสมบูรณ์ ผู้ควบคุมด้าน
เกษตรกรรม
4. เฮร่า (Hera) ราชินีแห่ง สวรรค์ ผู้ซึ่งเป็นทั้งพี่สาวและภรรยา
ของซสุ เธอเป็นเทพีแห่งการให้กำํ เนิด และสตรี ผมู้ ีนกยูงเป็นสัตว์ ประจํำ
ตัว
5. แอเรส (Ares) บุตรของ ซุส กับ เฮร่า เป็นเทพแห่งสงคราม มี
สตั ว์ประจํำตัวคอื เหยี่ยว และสุนัข มังกรไฟ มีน้องสาวชื่อ อีริส เทพีแห่ง
การววิ าท ซึ่งเป็นภรรยาของเขาด้วย
6. อพอลโล่ (Apollo) บตุ รของซสุ กับ เทพเี ลโต และมีนอ้ งสาวฝา
แฝด คือ อาร์เทมิส (Artemis) เทพเจ้าแห่งการทำนาย กฬี า และการรักษา
โรค ท้ังยังเปน็ เทพแหง่ พระอาทิตย์ มีพณิ เปน็ เครอ่ื งดนตรีประจํำตวั
7. อาร์เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์ และการล่าสัตว์ ฝา
แฝดของ อพอลโล่ และเป็น 1 ใน 3 เทพีพรหมจรรย์ ท่ีมีอาวธุ เป็นคันธนู
โดยมสี นุ ัขเป็น ผ้ตู ิดตาม
60
8. เฮอร์มีส (Hermes) บุตรของซุส กับนางไม้มีอา เป็นเทพแห่ง
การคา้ การโจรกรรม ทั้งยังเป็นผสู้ ่งสารของเหลา่ ทวยเทพ มีคฑาคะดเู ซยี ส
(สญั ลักษณแ์ ห่งการแพทย)์ ประจำํ กาย ชอบสวมหมวกปกี กว้าง
9. อาร์เธน่า (Arthena) เทพีแห่งความเฉลยี วฉลาด ผ้ซู ึ่งเชียวชาญ
ศิลปศาสตร์กรีกทุกแขนง และเป็นท่ีมาของชื่อเมืองเอเธนส์ (Athens) มี
สตั วป์ ระจำํ ตัวเป็น นกฮกู
10. อโฟร์ไดร์ (Aphrodite) เทพีแห่งความรักและความ งดงาม
บุตรขี องซุส และเทพีไดโอนี่ ซ่ึงนางมีสัมพันธ์ชู้สาวกับ แอเรส (Ares) จน
เกดิ เปน็ ทายาทคือ ควิ ปิด (Cupid) นนั่ เอง
11. ฮีเฟสตุส (Hephaestus) เทพแห่งไฟ และการช่าง บุตรของ
ซสุ กับ เฮร่า เปน็ เทพท่ีพิการ และรูปร่างอัปลกั ษณ์
12. ไดโอเนซสั (Dionysus) เทพแห่งไวน์ และเทพแห่งละคร ผู้ซ่ึง
เป็นความหวงั ในการเก็บเกี่ยวผลไม้
ความเชื่อชาวโรมนั กม็ เี ทพต่าง ๆ เช่น อเี นียสของโรมันกถ็ ูกดึงไป
เป็นสามีของลาวเิ นียพระราชธิดาของกษัตริย์ลาตินัสผู้เป็นบรรพบุรษุ ของ
ชนละติน ฉะนั้นจึงเป็นบรรพบุรุษของรอมิวลุส และรีมุส ฉะน้ันตํำนาน
เก่ยี วกับโทรจันจึงกลายเป็นตำํ นานลึกลบั เกย่ี วกับบรรพบรุ ุษของชาวโรมัน
ซ่งึ เป็นสำเหตใุ หท้ หารมา้ โรมนั แต่ง เครอื่ งแบบทมี่ าจากภาพวาดของโทรจนั
กวีนิพนธ์ “เอนิอิด” (Aeneid) และ หนังสือสองสามเล่มแรกโดยนัก
ประวตั ศิ าสตร์โรมนั ลิว”ี
ความเชื่อชาวนอร์ส ชนชาวเจอร์แมนิกเหนือ, ชนชาวไวกิ้ง,หรือ
ยโุ รปเหนอื มศี าสนาเกา่ แก่เป็นความเช่อื
61
พหุเทวนิยม และยงั คงเล่าสืบเนอื่ งกันมา แม้ภายหลงั จากชาวสแกนดเิ นเวีย
หันมานับถือศาสนาคริสต์ จนกลายมาเป็นคติชาวบ้านสแกนดิเนเวียแห่ง
สมัยใหม่ เทพเจ้าชาวนอร์ส, ชนชาวเจอร์แมนิกเหนือ, ชนชาวไวก้ิง, หรือ
ยุโรปเหนอื เป็นช่ือเรยี กรวมของเทพเจ้าท่รี ู้จักกนั ดีในนามเทพเจา้ ของชาว
นอร์ส เทพสูงสุดคือโอดิน มหาเทพ ได้แก่ ธอร์ เทพสายฟ้าผู้มีค้อนใหญ่
เปน็ อาวุธ โดยเป็นเทพนักรบผพู้ ิทักษ์มนุษยชาติ โอดนิ น์เทพเจ้าพระเนตร
เดยี ว ผู้ทรงขวนขวายหาความรใู้ นโลกธาตุทั้งหลาย และพระราชทานอักษร
รนู ให้แก่มนุษย์;
เฟร็วยำ (Freyja) เทพสตรีผู้ทรงสิริโฉม ผู้ใช้เวทมนตร์ (seiðr)
และทรงฉลองพระองค์คลมุ ขนนก ผทู้ รงม้าเขา้ สู่สมรภูมิ เพื่อเลอื กเอาดวง
วิญญาณในหม่ผู ้ตู าย; สคาดดี (Skaði) ยักขนิ ีและเทวีแห่งการสกี ผู้อาศยั อยู่
ทา่ มกลางฝงู หมาป่าบนภูเขาในฤดูหนาว; นิยอรเ์ ดอร์ (Njörðr) เทพเจ้าทรง
ฤทธ์ิผู้อาจปราบได้ทั้งทะเลและไฟและยังประทาน ความม่ังค่ังและที่ดิน;
เฟรอือร์ (Freyr) ผู้นำํ สันติภาพและความเพลิดเพลนิ สู่มนุษยชาติ ผา่ นทาง
ฤดกู าลและ การกสกิ รรม; อิดุนน์ (Iðunn) เทพเจ้าผู้ทรงรกั ษาแอปเปิลทใี่ ห้
ความเยาว์วัยช่ัวนิรันดร์; เฮย์มดัลเลอร์ (Heimdallr) เทพเจ้าลึกลับผู้
ประสูติแต่มารดาเก้าตน ทรงสามารถฟังเสียงหญ้าโต มีพระทนต์เป็น
ทองคํำ และ มีเขาสัตว์ที่เป่าได้ดังกึกก้อง; และยอตุนน์โลกี ผู้นํำโศกนำฏ
กรรมมาสู่ทวยเทพโดยวางแผนใหบ้ ัลเดอร์ (Baldr) พระโอรสแหง่ เทพเจ้าฟ
ริกก์ ตอ้ งตาย เป็นตน้
ความเช่ือศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู มีการนับถือเทพหลายองค์
เหตุผลท่ีสํำคัญก็คือเทพเจ้าท้ังหมดมี ฤทธานุภาพสามารถบันดาลทุกข์สุข
62
ให้กับมนุษย์บนพื้นโลกน่ันเอง เช่น พระศวิ ะหรือพระอิศวร เทพผู้ทํำลาย
และสร้างโลก พระวิษณุหรือพระนารายณ์ เทพผู้รักษาคุ้มครองโลก พระ
พรหม เทพเจ้าผู้สร้างจกั รวาลและโลก พระอินทร์ เทพผ้รู กั ษาทางด้านทิศ
ตะวันออกและผู้พิทักษ์พุทธศาสนา พระนางอุมาเทวี ผู้ซึ่งเป็นเทวีแห่ง
ความเมตตา พระสุรัสวดี ผซู้ ่ึงเป็นเทวแี หง่ ภาษาและความรู้ พระนางลกั ษมี
เทวีแห่งความม่ังคั่งและเทวีแห่งความดีงาม พระพิฆเนศวร เทพแห่งศิลปะ
วิทยาการและเทพแหง่ ความสํำเร็จ พระอาทิตย์ เทพแหง่ ไฟหรอื ดวงตะวัน
พระจันทร์ เทพเจ้าแห่งเสน่ห์ พระราหู เทพนพเคราะห์ พระยม เทพแห่ง
ความเที่ยงธรรมและความตาย พระกามเทพ เทพแห่งความรัก พระอินทร์
เทพผู้พิทักษ์รักษาพุทธศาสนา ในคติความเชื่อทางพุทธศาสนา มักเรียก
พระอินทร์ ในชื่อ ท้าวสักกะ หรือ ท้าวศักระ เป็นผู้ปกครองสวรรค์ช้ัน
ดาวดึงส์ ท้าวสักกะน้ัน ในบางคร้งั มกั ถูกเรยี กดว้ ยชอ่ื “อนิ ทระ”หรือในชื่อ
ที่เรียกขานท่ัวไปอีกช่ือว่า “เทวานัม อินทระ” อันหมายถึง “จอมเทพ”
หรือ “หัวหน้าแหง่ เทพทง้ั หลาย”(สนั สกฤต: อนิ ฺทรฺ , บาลี: อินทฺ ) เปน็ เทพท่ี
ปรากฏในพระไตรปฎิ ก มากท่สี ุด ศาสนาพุทธพระอินทร์อยู่ในฐานะเทวดา
ที่เปน็ สาวกของพระพุทธเจ้า เป็นเทพผพู้ ิทกั ษ์รักษาพทุ ธ ศาสนาคอยรบั ใช้
ใหค้ วามช่วยเหลือ ในคัมภีรพ์ ระเวทของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ในสมัยน้ัน
พระอินทร์เป็น เทพเจ้าสูงสดุ เม่ือศาสนาพราหมณ์-ฮินดจู ะกลบั มารงุ่ เรอื ง
อกี คร้ังก็ลดลํำดับพระอินทร์ลงมาเป็นเทพชั้นรอง และยกพระตรีมูรติขึ้น
เป็นใหญ่ ประเทศไทยกล่าวถึงพระอินทร์บ่อยครั้ง ดังที่ปรากฏอยู่ในงาน
จิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปกรรม สัญลักษณ์ หรือการต้ังชื่อต่าง ๆ
63
มากมาย จึงเป็นทนี่ ่าสนใจใครก่ ารศึกษาถงึ ประวตั ิ ความเป็นมา หนา้ ท่ี คณุ
งามความดตี ่างๆ
1. กาํ เนดิ พระอินทร์ เทพผู้พทิ ักษ์รักษาพทุ ธศาสนา
2.1 กาํ เนิดพระอินทร์ ตามแนวทางของพระพุทธศาสนาผูท้ ่ีจะเปน็
พระอนิ ทร์ได้ตอ้ งถอื ศลี 5 บริสุทธิ์ และ บำํ เพ็ญวตั ตบท 7 ประการ จะตอ้ ง
ประกอบคณุ งามความดี ด้วยการปฏิบัติตนตามหลักวัตตบท 7 ประการ คือ
1. มาตาเปติภโร การเลย้ี งดมู ารดาบดิ าตลอดชีวิต
2. กุเลเชฏฺฐาปจายี การประพฤติอ่อนน้อม ต่อผู้ใหญ่ในตระกูล
ตลอดชวี ติ
3. สณหฺ วาโจ การพดู จาแตค่ ํำออ่ นหวาน ตลอดชีวิต
4. อปสิ ุณวาโจ หรือ เป สุเณยยฺ ปฺปหายี การไมพ่ ูดคำํ ส่อเสียด พูด
สมานสามคั คีตลอดชีวิต
5. ทานสวิภาครโต หรือ มจฺเฉรวินโย ยินดี ในการแจกทาน
ปราศจากความตระหน่ี
6. สจจฺ วาโจ พดู แต่คำํ สัตยต์ ลอดชีวิต
7. อโกธโน หรือ โกธาภิภู ไม่โกรธตลอดชวี ิต ถ้าความโกรธเกิดข้ึน
ก็จะรีบกํำจดั โดยฉบั พลนั ทันที
2.2 กําเนิดเร่ิมในสมัยฤคเวท ก่อนการปรากฏของยุคตรีมูรติ ใน
หนังสือเทวกํำเนิดได้ กล่าวถึงพระอินทร์ในเชงิ ประวัติศาสตรว์ ่า เป็น 1 ใน
8 เทพ ท่ีปรากฏบทบาทสํำคัญในหมู่ชาวอริยกะ (ประมาณปี 1700 B.C)
พระอินทรเ์ ปน็ เทพแห่งพายุ-บรรยากาศ-เทพแหง่ สงคราม ทรงใชว้ ชิระหรือ
64
สายฟ้าเป็นอาวุธ เป็นเทวดำที่ โดดเด่นใน คัมภีร์ฤคเวท มีหน้ำท่ีปกป้อง
เทพเจ้าและมนุษย์จากภูตร้ายที่เป็นตัวแทนความโหดเห้ียมทางธรรมชาติ
โดยเฉพาะความแห้งแล้งและความมืด ประจํำทิศตะวันออกและเป็น
เทพารักษ์ท่ียงิ่ ใหญ่ของชาวอริยกะทท่ี ํำให้รบชนะพวกทัสยหุ รือชาวเงาะป่า
พน้ื เมือง สมยั ต่อมาพระอินทรถ์ ูกยกบทบาทเข้าแทนทพี่ ระวรณุ อยา่ งค่อย
เปน็ ค่อยไปจนโคน่ อํำนาจในฐานะเทพผเู้ ปน็ ใหญ่เหนือเทพ แต่บางตํำราว่า
เป็นเทพองค์เดียวกันมาตั้งแต่ในยคุ ต้น มชี ายาในชว่ งแรกองค์เดียวนามว่า
อินทรานี-เปาโลมี-เอนทรี-ศจี มีพาหนะประจํำองค์คือช้าง ไอราพต-
เอราวัณ และม้าสีขาวช่ืออุจไฉศรวะ-อุจไฉศรพ (เทพพาหนะท่ีเกิดคร้ัง
เกษียรสมุทร) ดํำรงคอ์ ยู่โดยการดื่มน้ำอมฤตเป็นนิตยเ์ พ่ือให้แกล้วกล้าใน
การศึกสงคราม ความสํำคัญของพระอินทร์ในยุคแรกนี้ปรากฏ ชัดเจนจาก
ความยาวของบทสวดที่แต่งขึน้ เพอื่ สรรเสริญและพบว่าในพระอินทร์มีบท
สวดมากถึงหน่ึงในสี่ของ บทสวดท้ังหมด ซึ่งท่ีมาของพระอินทร์ภายใต้
อิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยอยู่ ตลอดเวลา
เพื่อให้สอดรับกับบรบิ ทของสังคมอินเดีย
2.3 กําเนิดพระอินทร์ในคัมภีร์อถรรพเวท กล่าวไว้วา่ พระอินทร์
น่าจะเป็นพี่น้องร่วมมารดา กับพระอัคนี มีมารดานามว่าเอกาษฐกา (เอ
กาษฺฐกา), เทวีปริถิวี, เทวีนิษฏิกริ หรือสถวี ผู้เป็นพระธิดำของพระ
ประชาบดี แต่ไม่ระบุว่าใครเป็นบิดา และในคมั ภรี ์กล่าวว่า พระอนิ ทร์อาจ
มกี ำํ เนิดด้วยอำํ นาจบํำเพญ็ ตบะของนางเอกาษฐฺ กา แตบ่ างคมั ภีรก์ ็กลา่ วว่า
พระประชาบดี เป็นผู้สร้าง พระอนิ ทร์
65
2.4 กําเนิดพระอินทร์ในคัมภีร์ฤคเวท กล่าวว่า เทยาส-เทยาสฺ-
ทยาอุส เป็นบดิ าของพระองค์ แต่ในบางตำรากล่าวว่าเป็นโอรสของ เทยาส
และ ปฤถิวี เป็นพี่น้องร่วมบิดากับพระอัคนี ซ่ึง เทยาส หมายถึงฟ้า ส่วน
ปฤถวิ ี หมายถงึ ดิน พระบดิ าของพระอินทร์ไดส้ ร้างวัชระใหแ้ ตม่ ขี ้อขัดแย้ง
อกี หลายตอนท่ีกล่าวไว้ใน คัมภีร์ว่า อสูรชื่อ ตวัษฎา เป็นผู้สร้างวัชระให้
โดยเมื่อเกดิ มาพระองค์ก็ทรงดื่มนำ้ โสมเหมือนลกู กวางกระหายนำ้ และทํำ
ให้มารดาเป็นม่ายโดยการสังหารบิดาที่คาดว่าน่าจะเป็น ตวัษฎาอสูร สํำ
หรับมารดาของพระอินทร์ คือ นางอทิติ แต่ในเทพปกรณัมสมัยหลังกล่าว
ว่า สวามขี องนางอทาติ คือ กัศยประชาบดีและ บางตำรายังว่าพระอินทร์
เป็นโอรสของกศั ยปะกับนางอทิตโิ ดยมเี หล่าอสรู หรือ อสุระ เป็นพ่ีนอ้ งต่าง
มารดา (คือบุตรนางนติ ิ และ นางทนุ) ซึ่งเป็นไปได้ว่า ตวัษฎาสูร กับ กัศย
ปะ อาจเปน็ องค์เดียวกัน
2.5 กําเนิดพระอินทร์ในคัมภีร์มหากาพย์ มีกำรพัฒนำปรับแต่ง
ให้พิสดำรขึ้น โดยเน้นกำรบูชำยัญ เป็นหลัก ทํำให้ท่ีมาของพระอินทร์
แตกต่างจากกํำเนิดยคุ แรกๆ ทก่ี ล่าวว่า มบี ดิ ามารดาเป็นผู้ใหก้ ำํ เนดิ โดยใน
ยุคน้ีถือว่าบุคคลที่ปรารถนาเป็นพระอินทร์ต้องกระทํำพิธีอัศวเวธ หรือ
อัศวเมธ ถึง 100 ครั้งขณะเป็นมนุษย์ และเมื่อเป็นพระอินทร์ก็จะมี
ระยะเวลาปกครองเพียง 100 ปีทิพย์เท่าน้ัน จากน้ันจะมีเทพองค์อ่ืนข้ึน
ปกครอง แทน ซึ่งอาจเป็นมนุษย์หรือผมู้ ีบญุ ขึ้นแทนตามวาระ โดยในคมั ภรี ์
วิษณุปุราณะกล่าวถึงเรื่องมนษุ ย์บํำเพ็ญตบะ พยายามยกฐานะตนขึ้นเช่น
ท้าวสัคระะทำให้พระอินทรห์ วาดกลวั จนต้องเสียอทนิ นาทานลงมาขโมยมา
66
เพ่ือ ทำลายตบะหรอื พธิ ีเสียหลายครง้ั ในศาสนาพราหมณ์ พระอินทร์ มชี ่ือ
หลายช่อื ดังน้ี
1) เทวปต-ิ เทวเทวะ-เทวานมินทะ ผเู้ ปน็ ใหญใ่ นหมเู่ ทวดา
2) ทวิ ัสปติ เจ้าแห่งอากาศ
3) มเหนทร-มหนิ ทร ผู้เปน็ ใหญ่
4) มารุตวาน เจ้าแหง่ ลม
5) เมฆวาหนะ ผขู้ ่ีเมฆ
6) วฤตระหา- ผ้สู งั หารความแห้งแล้ง
7) วริตราหา มสี ายฟา้ เป็นอาวธุ
8) วาสวะ-วาสพ ผู้เป็นใหญใ่ นวสเุ ทพ
9) วชั รี-วชั รนิ ทร์-วชิรปราณี ผถู้ อื วชิระ
10) ศตกรต- เจ้าแห่งการบวงสรวงมกี ำหนดได้ 100
11) ศจปี ติ ภัสดาแห่งนางศจี
12) สตมขะ เจ้าแห่งการประกอบพิธีอศั วเมธ 100 ครง้ั
13) สวรรคปติ-สวรรคบดีจอมสวรรค์
14) สักระ-สักรนิ ทร์ ผู้มคี วามสามารถยงิ่
15) สุรปติ-สุรบดี-สรุ บ ดินทร์-สรุ ินทร์ ผ้เู ป็นใหญใ่ นหมสู่ รุ ะ
16) อมรินทร์ ผู้เป็นใหญใ่ นหมอู่ มร, และสมัญญาอ่ืนๆ เช่น อคุ ระ
จันวนั , อุลูกะ, จาณ ทาล,ี วัลภทิ , ทวิ สั ปติ, สรุ ปติ, สะโยนี
67
3. คณุ ลักษณะของพระอนิ ทร์
3.1 คุณลักษณะของพระอินทร์ในอรรถกถา อธิบายความว่า
พระอนิ ทร์มรี ปู ร่างสูง 3 คำวตุ พระวรกายเปลง่ รศั มีสีเขยี ว ลกั ษณะงดงาม
ดังเทพบุตรทัว่ ไปอมิ่ เอิบด้วยการดำรงอยูใ่ นศีล อายุกลั ป์ 1,000 ปีทิพย์ ซ่ึง
ในอรรถกถาวิมานวัตถุกล่าวว่าเป็น อากาสัฏฐเทวดา 1 ในเทวดา 3
ประเภท แต่มีทิพยฐานะที่สูงกว่าเทวดา ทั่วไปในฐานะท้งั 10 ประการ คือ
อายุทิพย์ วรรณทิพย์ ยศทิพย์ สุขทิพย์ อธิปไตยทิพย์ รูปทิพย์ เสียงทิพย์
กล่ินทิพย์ รสทพิ ย์ โผฏฐพั พทพิ ย์ 32 แต่เม่ือสน้ิ บญุ กต็ ้องจตุ ิ และมีผอู้ นื่ เกดิ
เป็นท้าวสักกะใหม่ทดแทน แม้วาระพระอินทร์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ละ
องค์ก็ยังคงมีคุณสมบัติเหมือนกันราวกับเป็นเทพองค์เดียวกันไม่สามารถ
จำํ แนกออกได้ ดังปรากฏยืนยันในเหตุการณ์สักกปัณหสูตรว่าเมอ่ื ครง้ั ท่ีถูก
มรณภัยคุกคามมีดํำริไปเฝ้าทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้าเมื่อได้รับพุทธ
พยากรณ์พระองค์พร้อมเทวดาบรวิ าร ท้ังแปดหม่ืนต่างบรรลโุ สดาปตั ตผิ ล
กลับมาจตุ ใิ หมใ่ นอตั ภาพเดิมเป็นท้าวสักกะหนุ่มอกี คร้งั
3.2 คุณลักษณะของพระอินทร์ในคัมภีร์ฤคเวท กล่าวว่า พระ
อินทร์มีลักษณะพระเกศาสีน้ำตาลพระปฤษฎางค์สีน้ำตาลใหญ่ พระศอ
มหึมา วรกายใหญ่โต พระอุทรมีขนาดใหญ่บรรจุนำ้ โสมได้หลายสระ ทรง
พละกำลังอันหาใครต้านมิได้ พระโอษฎ์กว้าง ทรงมีพระทาฐิกะ(เครา) สี
ทอง หรอื น้ำตาลปนเหลืองที่ส่ันพลิ้ว
3.3 คุณลักษณะของพระอินทร์ในไตรเพท กล่าวว่ามีผิว สีทอง
บ้าง สีแสดบ้าง สนี วลบ้าง มแี ขนยาว แปลงรูปร่างตามใจนกึ บางตำํ ราว่ามี
2-4 กร ในช่วงต้นเป็นผู้สร้างโลกเทพแห่งสงคราม ทรงเสพสุราที่ทํำจาก
68
รากไม้ชนดิ หนึ่ง เรียกว่า โสมะ สรุ าชนิดนีจ้ งึ เรยี กว่า น้ำโสม มกี ารประกอบ
พธิ ถี วายน้ำโสมแก พระอินทร์เป็น พิธีใหญ่จนต้องมคี ำํ สวดถวายน้ำโสมแก่
พระอินทร์อยู่ในคัมภีร์สามเวท เรียกว่า โสมยัชญ์ แต่เม่ือเสวยแล้วมักมี
พฤตกิ รรม เทย่ี วเกะกะระราน ชอบโอ้อวด จนมักเปน็ เรอื่ งราววุ่นวาย
3.4 ในอรรถาธิบายกล่าวถึงพระอินทร์ ว่าทรงมีปรีชาสามารถ
ด้านปัญญาเม่ือจะช้ีแนะแก้ไขทางออกปญั หาให้แก่เหล่าเทวดาและมนษุ ย์
ในการเป็นผู้ตัดสินคดีความ หรือเป็นท่ีปรึกษาคลี่คลายสถานการณ์จาก
ปัญหาทางจริยธรรมท่ีเกินความสามารถของท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 เช่น
เหตุการณ์พระนางโรหิณีที่ในอดีตชาติได้ ประกอบกุศลทาน สร้างศาลา
ถวายพระภกิ ษดุ ้วยศรัทธา และได้ฟงั ธรรมจนบรรลุโสดาบันไปจุติยังสวรรค์
ชน้ั ดาวดึงส์ระหว่างเขตแดนวิมานเทพบตุ รทั้ง 4 เพราะเหตุท่ีนางมรี ปู ร่าง
งดงาม เทพบุตรจึงเกดิ จิตสมัครรักใคร่ไม่ สามารถตัดสนิ ความว่าควรคคู่ วร
กับใคร พระอินทร์ได้ทรงออกอุบายไตร่ถามเทพบุตรทั้ง 4 ว่ารู้สึกเช่นไร
ได้รบั คํำตอบว่า เทพบุตรองค์ท่ี 1 จิตเหมือนกับกลองในคราวสงครามไม่
สามารถสงบลงได้, เทพบุตรองค์ที่ 2 จิต เหมือนแม่น้ำที่ตกจากภูเขำ,
เทพบุตรองค์ที่ 3 ตาท้งั 2 ของตนถลนออกเหมือนตาป,ู เทพบุตรองค์ที่ 4
เหมือน ธงที่โบกสะบัดบนเจดีย์ไม่สามารถน่ิงได้ พระอินทร์ได้ตอบกับ
เทพบุตรทั้ง 4 ว่าจิตของพวกท่านยังพอข่มได้แต่เรา เม่ือไม่ไดน้ างจักต้อง
ตาย เหตนุ ้ีเทพบุตรทง้ั 4 จำยอมยกนางใหซ้ ึง่ เป็นไหวพรบิ ทีจ่ ะมิให้เกดิ การ
ววิ าท
69
4. ชา้ งเอราวณั หรือ ชา้ งสามเศียร
พระอินทร์เป็นมหาเทพที่ย่ิงใหญ่เหนือชีวิตของมนุษย์และสรรพ
สัตว์ มหี น้าทป่ี กปอ้ งดแู ลโลกใหพ้ ้นจากสงิ่ เลวร้ายต่าง ๆ เป็นผู้นำํ เหล่าเทพ
เจ้าไปกำจัดอสูรร้ายในหลายคราวพาหนะ ของพระอินทร์มี 2 อย่าง คือ
"รถม้า" และอีกอย่างคือ "ช้างเอราวัณ" หรือช้าง 3 เศียร (แต่เดิมมีถึง 33
เศียร) ในภาษาสันสกฤต เรียก ช้างเอราวัณ ว่า ไอราวต ไอราวณ ภาษา
บาลีเรียก เอรำวณ ส่วนในภาษาไทยเรียกว่า ไอราพต ไอราวัต ไอราวัณ
และ เอราวัณ ชื่อต่าง ๆ ทั้งหมดน้ีมีความหมายถึง น้ำ เมฆฝน รุ้ง แปลรวม
วา่ กลุ่ม ก้อนเมฆทีม่ ีฟ้าแลบ และทำให้เกดิ ฝนตก ในคัมภีร์ไตรภูมิพระร่วง
มีหลายช่อื เรียกไดแ้ ก่ "เตภมู ิกถา" "ไตรภูมิ กถา" "ไตรภูมิโลกวนิ ิจฉยั " และ
"เตภูมิโลกวินิจฉัย" เป็นวรรณกรรมศาสนาพุทธท่ีแต่งในสมัยสุโขทัย
ประมาณ พ.ศ. 1888 โดยพระราชดำริในพระมหาธรรมราชาท่ี 1 รวบรวม
จากคมั ภีร์ในศาสนาพุทธ มเี น้ือหาเก่ียวกบั โลก สณั ฐาน ท่ีแบ่งเป็น 3 สว่ น
หรือ ไตรภูมิ ไดแ้ ก่ กามภมู ิ รปู ภูมิ และอรูปภมู ิ เทพยดาองค์ 1 ชื่อ ไอยรา
วรรณ เทพบุตร ผิแลเมอ่ื พระอินทร์เจ้าแลมีทสี่ เด็จไปเล่นแหง่ ใด ๆ กด็ ี แล
ธ จะใคร่ข่ชี ้างไปเลน่ จึงไอยราวรรณ เทพบตุ รก็นมิ ิตรตวั เป็นช้างเผือกตัว 1
ใหญ่นกั โดยสูงได้ 1,200,000 วา แลมหี วั ได้ 33 หัว ๆ น้อย ๆ อยสู่ องหวั อยู่
สองข้าง นอกหัวท้ังหลายน้นั แลว่าหวั ใหญ่ได้ 2,000 วา แลหัวถัดเข้าไปทั้ง
สองข้างแลหัวแล 3,000 วา ถัดน้ันเข้าไปแลหัวแล 4,000 วา ถัดนน้ั เข้าไป
แลหัวแล 5,000 วา ถดั น้ันเข้ากว้างแลหัวแล 6,000 วา เร่งเข้าไปเถิงในก็
เริงใหญ่ตัดกันเข้าไปดังกล่าวนี้แล ส่วนหัวอันใหญ่ท่ีอยู่ท่ามกลางท้ังหลาย
ช่ือ สุทัศ เป็นพระท่ีน่ัง แห่งพระอินทร์โดยกว้างได้ 2,400,000 วาแลฯ
70
เหนือหัวตัวนั้นแลมีแท่นแก้วหน่ึงกว้างได้ 96,000 วา แลมีปราสาทกลาง
แท่นแก้วนั้นมีท้ังสองแก้วฝูงน้ัน โดยสูงได้ 8,000 วา ทั้งฝูงนั้นเทียรย่อม
แก้ว 7 สิ่ง แลมีพรวน ทองคำห้อยย้อยลงทกุ แห่งแกวง่ ไปมา แลมีเสียงน้ัน
ไพเราะนักหนาดังเสียงพาทย์พิณในเมืองฟ้า ในปราสาทนั้น เทียรย่อมดัด
เพดานผ้าทิพย์แลมีแท่นนอนอยู่ในท่ีน้ันกว้างได้ 8,000 วา แลมีราชอาสน์
หนาหมอนใหญ่ หมอนน้อย หมอนอิง องค์พระอินทรน์ ั้นสูงได้ 6,000 วา
แลประดับนี้ด้วยแก้วถนิอาภรณ์ทั้งหลายแล ธ นั่งเหนือ แท่นแก้วน้ัน หัว
ช้างได้ 33 หัวไส้ พระอินทร์ให้เทพยดำทั้งหลายขี่ 22 หัวน้ัน มีบุญเพียง
ประดุจพระอนิ ทรไ์ สฯ้ อนั ว่า หัวช้างทงั้ 33 หัว แลหัวๆ มีงา 7 อันแลงาแต่
ละอันยาวได้ 400,000 วา แลงานนนั้ มสี ระได้ 7 สระๆ แลสระน้ันมบี ัวได้ 7
กอๆ บัวแลกอนั้นมีดอก 7 ดอกๆ แลอันนั้นมีกลีบ 7 กลีบๆ แลอันๆ มี
นางฟ้ายืนรำระบำ บรรพต แล 7 คน แลนางแลคนๆ น้ันมาสาวใชไ้ ด้ 7 คน
โสด...ในคัมภีร์วิษณุปรุ าณะของศาสนาฮินดกู ็กล่าวว่า ช้างเอราวัณเปน็ หนึ่ง
ในสิ่งวิเศษท่ีเกิดข้ึนเม่ือคราวเหตุการณ์กวนเกษียรสมุทร เม่ือครั้งที่พระ
วิษณุอวตารลงมา เป็นเต่าที่เรยี กว่า กูรมาวตาร และในคัมภีร์ไตรภูมิกถา
กล่าวว่า ชา้ งทม่ี าฆมานพใช้งานในการสร้างศาลาเพ่ือบำเพ็ญประโยชนบ์ น
โลกมนษุ ย์นน้ั ตายไปไดไ้ ปเกิดเปน็ เทพบตุ รเอราวณั เพื่อเป็นช้างทรงให้กับ
มาฆมานพที่อานิสงคไ์ ด้หนุนส่งให้ไปเกิดเป็นพระอินทร์เอราวณั เป็นช้างที่
รปู ร่างสูงใหญเ่ หมอื นภูเขา ผวิ กายเผือกผ่อง เป็นช้างท่ี มีพลงั มาก ถือเป็น
เจ้าแห่งช้างทั้งหลาย ในคัมภีรม์ หาภารตะ กล่าวว่า “ช้างไอราวตะมีงา 4
งา มี 3 งวง รูปร่างใหญ่มหมึ า และเปน็ ช้างเผอื กบางตำนานก็ว่า พระอิศวร
ไดป้ ระทานช้างเอราวณั ใหเ้ ป็นช้างทรงของพระอินทร์ บ้างก็ว่าชา้ งเอราวัณ
71
นั้นเป็นเทพบุตร อยู่บนสวรรค์ช้ันดาวดึงส์เม่ือพระอินทร์จะเสด็จไปที่ใด
เทพบุตร เอราวณั จะแปลงกายเปน็ ช้างเผือกสีขำว ชื่อว่า เอราวัณ
กล่าวโดยสรุป ช้างเอราวัณเป็นช้างที่มีขนาดใหญ่มาก ผิวกายสี
ขาว มีหัว 33 หัว แตล่ ะหัวมีงาเจ็ดงา แต่ละอันยาวสีล่ ้านวา แต่ละงามสี ระ
โบกขรณีเจ็ดสระ แตล่ ะสระมีกอบัวเจ็ดกอ แตล่ ะกอมีดอกบัวเจ็ดดอก แต่
ละดอกมีกลบี เจด็ กลีบ แต่ละกลีบมีเทพธิดาฟ้อนรำอยเู่ จ็ดองค์ แต่ละองค์มี
บริวารอีกเจ็ดนาง รวมได้ว่า ช้าง เอราวัณมี 33 หัว มีงา 231 งา มีสระบัว
1,617 สระ มีกอบัว 11,319 กอ มีดอกบัว 79,233 ดอก กลีบ บัว
554,631 กลีบ เทพธิดา 3,882,417 องค์ และบริวารของเทพธิดาอีก
27,176,919 นาง
บทบาทและหนา้ ทอี่ ันสาํ คัญยง่ิ ของชา้ งเอราวัณ คอื เปน็ พาหนะที่
นำเสด็จพระอินทร์ไปยังสถานที่ ต่าง ๆ ท้ังบนสวรรค์และมนุษยโ์ ลก เพ่ือ
ดูแลทกุ ข์สุขของชาวโลก เปน็ ช้างศกึ ให้พระอินทรอ์ อกไปทำการรบกับ พวก
อสูร ทำหน้าท่ีดูแลโลกทางด้านตะวันออกควบคู่กับพระอินทร์ และ
เนอื่ งจากพระอินทร์ทรงเป็นหัวหน้า เทพทก่ี ํำกบั ดูแลดินฟ้าอากาศ มวี ัชระ
สายฟ้าเป็นอาวุธ เป็นศัตรูกับความแห้งแล้ง นํำความอุดมสมบูรณ์และ
ความชุ่มฉ่ำสู่โลกมนุษย์ ช้างเอราวัณจึงมีหน้าที่ดูดน้ำจากโลกขึ้นไปบน
สวรรค์ ใหพ้ ระอนิ ทรบ์ นั ดำลใหเ้ กิดน้ำ จากฟ้าตกลงสโู่ ลกมนษุ ย์ โดยเฉพาะ
ประเทศทางเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงประทับใจและช่นื ชมใน
ตวั ช้างเอราวัณที่ทำํ ประโยชนใ์ หแ้ ก่ชาวโลก
5. พระอนิ ทรท์ รงช้างเอราวณั วัดเทวราชกญุ ชร วรวหิ าร
72
พระอนิ ทร์ เปน็ ช่อื เทวราชผู้เป็นใหญ่ในสวรรคช์ นั้ ดาวดึงส์ และช้ัน
จาตุมมหาราช หรือผู้เป็นใหญ่ ในเทวโลก เทวโลกมี 6 ชั้น รู้กันทั่วไปว่า
สวรรค์ ซง่ึ เป็นภมู หิ รือกำํ เนิดอนั สมบูรณเ์ พยี บพร้อมกนั ไปด้วยความ ผาสุก
ทุก ๆ ส่ิงล้วนชวนให้เพลิดเพลินเจริญใจท้ังนั้น ดังจะเห็นได้ในคํำ
เปรยี บเทียบส่ิงสวยงามว่าเหมือนกับ ชำวสวรรค์ เช่น หญิงท่สี วยงามก็ว่า
เหมือนกับเทพอัปสร ชายงามก็ว่าเหมือนเทพบุตร บ้านเมืองสะอาด
สวยงามก็ว่าเหมือนเมืองสวรรค์ เป็นต้น เรื่องมีอยู่ว่า พระอินทร์กับเทพ
สหจร รวม 33 องค์ เป็นใหญ่เป็น ผู้ปกครองเทวโลกช้นั นี้ เทวโลกช้ันน้ีถึง
ความร่งุ เรืองด้วยบญุ ญานภุ าพของพระอินทร์ และเทพสหจรเหล่านี้ ท่าน
พรรณนาไว้ว่า มีเวชยันตปราสาท มีสุธรรมสภา มีสวนนันทวัน มีสวน
จติ รลดา มีสุนันทาโบกขรณี ล้วนแต่ น่าร่ืนรมย์เกิดข้ึนเพราะบุญญานุภาพ
ของพระอินทรแ์ ละพระราชเทวี พระอินทร์เปน็ พระราชาของทวยเทพชั้นน้ี
พระนามที่หมายถึงพระอนิ ทร์องค์นี้มีมากถึง 27 พระนาม พระนามเหล่านี้
ล้วนเป็นเนมิตตกนาม ไมม่ ีใครต้ัง ให้เกดิ ขึ้นตามคุณสมบัติ พระนามท่ีร้จู ัก
กนั โดยมากคือ พระอินทร์ ท้าวสักกเทวราช ท้าวมฆวะ ท้าวปุรินททะ ท้าว
วาสวะ ท้าวสหสั สักขะ ท้าวสุชัมบดี ท้าวเทวานมนิ ทะ เปน็ ต้น
พระอินทร์มีเวชยันตราชรถเป็นราชพาหนะ มาตลิเทพบุตรเป็น
สารถมี ้าสนิ ธพทใ่ี ชเ้ ทยี มเวชยนั ตราชรถเป็นม้าเนรมิต เพราะในเทวโลกไมม่ ี
สตั ว์เดรัจฉาน ส่วนช้างของพระอินทร์นั้นชื่อว่า เอราวัณ เป็นช้าง จำแลง
กล่าวคือ มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อว่า เอราวัณ ทํำหน้าที่เป็นช้างทรงในเวลา
พระอนิ ทร์และเทพสหจรเสด็จ ประพาสอุทยาน เอราวัณเทพบุตรจะเนรมติ
กายเป็นช้างใหญ่ประมาณ 150 โยชน์ มีกระพอง 33 กระพอง แต่ ละ
73
กระพองวัดโดยรอบประมาณ 3 คาวุต วัดผ่าศูนย์กลางก่ึงโยชน์ ใน
ท่ามกลางกระพองท้ังหมด จะมีกระพอง หนึ่งประมาณ 30 โยชน์ ชื่อสุ
ทัศนะ เป็นท่ีประทับของพระอินทร์ บนกระพองเหล่าน้ันมีรัตน-มณฑป
ประมาณ 12 โยชน์ ในระหว่างกระพองเหล่านั้นประดับด้วยธงแก้ว 7
ประการ สงู ธงละ 1 โยชน์ บลั ลังกแ์ ก้วมณี ประมาณ 1 โยชน์ ซง่ึ ลาดดแี ล้ว
สำหรับพระอินทร์มีอยู่ในท่ามกลางรัตนมณฑป กระพองอื่นนอกจากนี้ ก็
มีรตั นบัลลังก์ประจำสำหรับเทพสหจรเหล่าน้ันประทบั กระพองหน่ึง ๆ มี
งากระพองละ 7 งา งาหน่ึง ๆ ยาว 50 โยชน์ แต่ละงามีสระโบกขรณี 7
สระ แต่ละสระโบกขรณีมีกอปทุม 7 กอ แตล่ ะกอมีดอกปทุม 7 ดอก แต่
ละดอกมีเทพอัปสรฟ้อนรำอยู่ 7 นาง ทั้งน้ี เกิดขึ้นด้วยการเนรมิตของ
เอราวณั เทพบตุ ร
พระอริยมนุ ี (ศรี ฐติ พโล ป.ธ.8 ) อดีตเจ้าอาวาสวดั เทวราชกุญชร
ได้นำเร่อื งช้างพระอินทร์มากล่าวไวโ้ ดยย่อ ด้วยเห็นว่าตรงกับนามของวัด
เทวราชกุญชร นามของวัดนี้หากจะแปลเป็นไทยโดยใจความก็แปลวา่ ชา้ ง
พระอนิ ทร์ (เทวราช แปลว่า เทวดาผเู้ ป็นใหญ่ เทวดาผูพ้ ระราชา หมายถึง
พระอนิ ทรน์ ั่นเอง กุญชร แปลว่า ช้าง) และท่านผูท้ ำนุบำรุงวดั นี้ปรากฏว่า
เป็นเจ้านายผู้ใหญ่ในราชสำนักและเป็นเชอ้ื สายของพระบรมราชจักรีวงศ์
เจ้านายเหล่านั้นก็ได้รับมอบหมายให้ทรงบัญชาการเกี่ยวกับราชพาหนะ
เช่นกรมอัศวราช กรมพระคชบาล วดั เทวราชกุญชร นามเดิมวา่ สมอแครง
เป็นวัดเก่าแก่โบราณ มีมาก่อนสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าฟ้า
กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เจ้าแผ่นดินวังหน้ารัชกาลท่ี 1 ปฐม
กษัตริยใ์ นพระบรมราชจักรวี งศ์ได้ ทรงสถาปนาใหม่ ตอ่ มาเจ้าฟ้ากรมหลวง
74
พิทกั ษม์ นตรี (ต้นสกลุ มนตรกี ุล) พระองคเ์ ป็นโอรสของสมเด็จเจ้าฟ้า กรม
พระยาเทพสุดาวดีเจ้านายชั้นที่ 1 ปฐมกษตั ริย์พระบรมราชจักรีวงศ์ ทรง
บรู ณะปฏิสังขรณ์ จากนั้นกรม พระพิทักษ์เทเวศร (ต้นสกุลกญุ ชร ณ อยุธ
ยำ) พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ากุญชร พระองค์เป็นพระราชโอรสของ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภาลัย ทรงทำการบูรณะปฏิสังขรณ์
อย่างมาก ในสมยั รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ทรง
พระราชทานนามวา่ วัดเทวราชกุญชร โดยท่ีพระองค์ทรงนำคำว่า เทวราช
มานำหน้าพระนามของพระองค์เจ้ากุญชร ต่อมาภายหลังพระองค์เจ้าสิง
หนาทราชดุรงคฤทธ์ิ ได้บูรณะ ปฏิสังขรณ์อีก ตามพจนานุกรม ฉบับ
ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายคำว่า เทเวศ เทเวศร์
(เทเวศร) เทเวศวร์ แปลว่า เทวดาผู้เป็นใหญ่ หัวหน้าเทวดา พระราชา
เจ้านาย
พระอรยิ มุนี (ศรี ฐิตพโล ป.ธ. 8) ได้บันทึกไว้ว่า ตอ่ แต่น้ันมาก็ไม่
ปรากฏผู้บูรณะปฏิสังขรณ์ คงเป็น หน้าที่ของเจ้าอาวาสบอกบุญเก็บเล็ก
ผสมน้อยจุนที่น้ันค้ำท่ีน่ีเร่ือยมา เนื่องจากเจ้าอาวาสกํำลังไม่พอ เห็นร่วง
โรยมากเกินกํำลังจะรักษาไว้ก็รื้อถอนเสีย จนปรากฏว่าวัดนี้ร่วงโรยและ
ทรุดโทรมมาก จากหลักฐานของพระอาจารย์เลยี บ (พระเทพสิทธินายก)
ได้เขียนไว้ว่า ท่านได้รับแต่งต้ังมาครองวัดเม่ือ พ.ศ. 2457 สมัยน้ันสภาพ
ของวดั รว่ งโรยทรุดโทรมเกือบจะเปน็ วดั ร้างอยู่แลว้ พระท่อี ย่อู าศัยมีไม่ถึง
10 รปู เสนาสนะในวดั ไม่น่าอยนู่ า่ อาศยั โย้ รวนเร รั่ว ชํำรดุ ทุกหลงั
ในสมัยท่ีพระอาจารย์เลยี บ (พระเทพสิทธินายก) เป็นเจ้าอาวาส
ปรากฏว่าวัดน้ีคืนสภาพเป็นวัดอีก คร้ังหน่ึง ท่านมีเวลาปรับปรุงวัดนี้อยู่
75
ประมาณ 16 ปี แล้วท่านก็จากไปสร้างวัดใหม่ (วดั เลา ในปจั จุบนั ) ที่ตำํ บล
ท่าข้าม อำํ เภอบางขนุ เทียน จงั หวัดธนบรุ ี ต่อจากน้ันมาเปน็ สมัยของท่าน
เจ้าคุณพระอริยมุนี (หว่าง ธมฺมโชโต) กาลเวลาผ่านไปเสนาสนะและ
ถาวรวัตถุท่ีมีอยู่ก็ถึงความคร่ำคร่าร่วงโรย คอยแต่จุนที่นั้นค้ำท่ีนี่อยู่ตาม
กำลังสามารถเพ่ือใหส้ งิ่ ต่าง ๆ คงสภาพอยู่ หางหงสแ์ ละใบระกาถูกพายพุ ัด
หลน่ ลงมาทำแทนไม่ได้ เพราะกำลงั ไม่พอ ตลอดเวลาทีท่ ่านครองวัดนที้ ่าน
ไม่ได้เพียงแต่น่ังแต่นอนอยู่เฉย ๆ เพราะอยากจะให้สิ่งต่าง ๆ ท่ีมีอยู่แล้ว
คงสภาพอยู่ จงึ คอยแต่ค้ำจุนของเก่าไว้ของใหม่จงึ ไม่ปรากฏขน้ึ ถึงกระนั้น
ของเก่าบางสิ่งกเ็ อาไวไ้ ม่อยู่ จะเห็นได้วา่ สภาพวดั เทวราชกุญชรนี้ มีสภาพ
ทรงอยู่บ้าง ชํำรุดทรุดโทรมบ้าง บูรณะปฏิสังขรณ์ข้ึนบ้าง แล้วกลับลงสู่
สภาพเดมิ อีก พลกิ กลับไปกลับมาอยา่ งนเ้ี หน็ แลว้ นา่ สลดใจ
พระอริยมุนี (ศรี ฐิตพโล ป.ธ.8) ท่านได้เขียนเปรียบเทียบไว้ว่า
เหมือนคนท่ีเป็นโรคร้าย เป็นเชิงปรึกษากับกรชกายว่า สมัยท่ีตัวท่านเอง
เปน็ เจ้าอาวาสทํำหน้าท่ีดูแลเสนาสนะและถาวรวัตถุท่ีมีอยู่เข้าถึงความชรา
เต็มท่ี หากจะนํำมาเปรียบกบั คนก็ท้ังแก่ทั้งหงอ่ ม และโรคร้ายกำํ ลงั รบกวน
โรคท่ีเป็นกเ็ ป็นโรคที่ไม่ สามารถจะรักษาให้หายได้ด้วยยาปฎิชีวนะ จะให้
หายจากโรคได้มีอยู่ทางเดียว คือรักษาตามแผนปัจจุบัน ซ่ึงจํำต้องเชือด
เฉือนและตัดอวัยวะที่เป็นโรคร้ายนั้นทิ้งเสีย และการผ่าตัดโรคร้ายนั้น
คนไขจ้ ำเป็นต้องมกี ำลงั สมบูรณ์ทุกประการ เพราะจะต้องเสียโลหิตในการ
ผ่าตัดคนไข้จะสมบูรณ์ได้ก็ต้องบำรุงกำลัง โดยการได้อาหาร ท่ีเป็น
ประโยชน์ให้เพียงพอ กำลงั จงึ จะเพมิ่ ข้นึ ได้ ถาวรวตั ถใุ นวัดโดยเฉพาะพระ
อุโบสถและศาลาการเปรียญ ขณะน้ีบางสิ่งบางอย่างตัวไม้ผุกร่อน จะ
76
ซอ่ มแซมบูรณะเฉพาะส่ิงที่ผุที่กรอ่ นเท่าทม่ี องเห็นไม่ได้ เน่ืองจากเป็นของ
เก่าสร้างมานาน ประการหนงึ่ ตัวไม้เหล่านั้นทเี่ ปน็ ตัวไม้สำํ คัญกม็ ี คือเป็นตวั
ไม้ที่รองรับและการตัวไม้อื่นอยู่ ย่อมเป็นการยากที่จะแกะ จะงัด จึง
เปรียบเทียบกับคนผู้มีโรคร้าย ซ่ึงจำํ เป็นท่ีสดุ ต้องรักษาดว้ ยการผ่าตดั ทุน
บูรณะซอ่ มแซมเป็นการเกบ็ เล็กผสมน้อยท้ังนัน้ ท่านรปู ใดมีบารมีมากกท็ ำ
ได้มาก รปู ใดนอ้ ยวาสนาบารมีก็ทำ ได้น้อย เพราะไมม่ มี ลู นิธเิ พ่อื การบรู ณะ
ปฏสิ ังขรณ์ชว่ ยเหลอื หากว่าท่านรูปใดไรว้ าสนาบารมีมาครองวัดก็ เท่ากับ
ว่ามาช่วยทำํ ลายหรือมาชว่ ยร้ือช้างพระอินทร์ เปน็ ช้างจำํ แลงของเทพบตุ ร
นามว่า เอราวณั เอราวัณเทพบุตรจะกลายร่างเปน็ ช้างก็ ต่อเมื่อพระอนิ ทร์
และเทพสหจร มีความประสงค์จะเสด็จออกจากเทพวิมานสู่เทพอุทยาน
เท่าน้ัน หมายความว่า จะปรากฏเป็นคชาชาตทิ ี่มอี านภุ าพนา่ อศั จรรย์และ
น่าเลือ่ มใสทสี่ ดุ เพราะเดชแห่งบญุ ของท่านผ้มู ีบุญ เท่าน้นั มิเชน่ นนั้ แล้วจะ
ปรากฏแต่เพียงนาม ส่วนเอราวัณน้ันจะปรากฏเป็นเทพบุตรเหมือน
เทพบุตรทั้งหลาย ในเทพนคร ผูต้ ่ำศกั ดิ์น้อยบุญวาสนาแมป้ รารถนาจะพบ
จะเห็นพอเป็นขวัญตาก็ไม่อาจสมปรารถนาได้เลย ช้างพระอินทร์หรือ
เทวราชกุญชรที่ทรงประทานให้เป็นนามวัดสมอแครงน้ัน ย่อมมีคติ
เชน่ เดียวกัน คอื เมอื่ ใดท่านผู้ศรัทธาทะนบุ ํำรงุ เป็นผู้มีบญุ ญาธิการ หรือผู้
เฝ้าดูแลรักษามีบุญญาธิการได้สร้างสมมาแต่ปุเรชาติ ย่อมสามารถและมี
โอกาสไดพ้ บเห็นวัดเทวราชกญุ ชรนีส้ ง่างามนา่ เลอื่ มใส ถ้าบญุ ญาธกิ ารนอ้ ย
ย่อม ตกอยู่ในสภาพตรงกันข้ามเหมือนความสง่าน่าอัศจรรย์ของช้าง
เอราวัณ ซ่ึงเป็นช้างคชาธารของพระอินทร์และเทพ สหจร ในสวรรค์ช้ัน
77
ดาวดงึ ส์จะไม่กลายร่างเป็นช้าง 33 กระพอง ใหเ้ ทพเจ้าเหล่าอื่นได้ทรงเปน็
อนั ขาด เพราะเทพเจ้าเหล่าอื่นมบี ุญญาธิการไม่คูค่ วรกัน
สรปุ
วิเคราะห์หลักธรรม ใน พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ วัดเทวราช
กุญชร วรวิหารพระอินทร์ในศาสนาพรหมณ์มีสีทอง มีฐานะย่ิงใหญ่เป็น
ผสู้ ร้างโลก เปน็ เทพเจ้าแห่งสงคราม พวกพราหมณ์ เพราะสที อง เป็นสีที่
แสดงถึงความมั่งค่ัง ม่ังมี อบอุ่น เป็นมิตร สร้างสรรค์ หรือ นักคิดค้น
ประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ อิสระ ความเมตตา การมองโลกในแง่ดี สติปัญญา –
ความร่ำรวย – ความสว่าง – ความสํำเร็จ – โชคลาภ เป็นต้น ใน
พระพุทธศาสนาพระอินทร์ มีพระฉวีเป็นสีเขียว และมีพระเนตรมากถึง
1,000 ดวง และพระอนิ ทร์ ประกอบคณุ งามความดี ถือศีล 5 บริสุทธ์ิ และ
บำเพญ็ วัตตบท 7 ประการ คอื 1.กำรเลี้ยงดมู ารดาบดิ าตลอด ชีวติ 2. การ
ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูลตลอดชีวิต 3. การพูดจำแต่คํำ
อ่อนหวานตลอดชีวิต 4. การไม่พูดคํำส่อเสยี ด พูดสมานสามัคคีตลอดชีวิต
5. ยินดีในการแจกทาน ปราศจากความตระหนี่ 6.พูดแต่คํำสตั ย์ ตลอดชวี ิต
7. ไม่โกรธตลอดชีวิต ถ้าความโกรธเกดิ ขึ้น ก็จะรบี กำจัดโดยฉับพลันทันที
พระอินทร์ในศาสนา พราหมณ์เป็นผู้ย่ิงใหญ่ในเทวโลกก็ยังมีวาระท่ี
เปล่ียนไปเรื่อย ๆ บทบาทความสํำคัญที่เปล่ียนแปลงไปในแต่ละยุค มีทั้ง
รุ่งเรืองและตกตำ่ ถูกลดบทบาทลงเปน็ เทพชน้ั รองจาก พระศิวะ พระวิษณุ
และพระพรหม แต่ในทางพระพทุ ธศาสนา พระอนิ ทร์ต้องถือศลี 5 บริสุทธ์ิ
และ บํำเพ็ญวัตตบท 7 ประการ จึงไม่มีการเปล่ียนแปลง เพราะคุณงาม
78
ความดี เปรียบเหมือนผู้ปกครองในปัจจุบันจะไม่มีความเส่ือมหากยึดม่ัน
ปฏิบัติม่ันในหลักธรรม พระอินทร์ จึงมีหน้าท่ีสํำคัญอีกอย่างคือ การ
ป้องกนั ภัยจากสงิ่ ทไี่ ม่สามารถสมั ผสั ไดท้ ่ีจะมาทำร้าย เพราะพระอนิ ทร์ทรง
ช้างเอราวัณ เป็นเทพเทวราชาคอยปราบปรามส่ิงชั่วร้ายท้ัง 3 โลก คือ
สวรรค์ มนษุ ย์ และนรก
เอกสารอา้ งองิ
กรณุ ำ-เรอื งอุไร กุศลาศยั , ภารตวิทยา, พิมพ์คร้ังท่ี 6, (กรุงเทพมหานคร:
บริษทั เคล็ดไทย, 2550)
เก้อื พันธ์ นาคบปุ ผา, “พระอนิ ทรใ์ นวรรณคดสี นั สฤต บาลี และวรรณคดี
ไทย”, คอสมอส. (2546) ตํำนานเทพ ชาวเหนอื .
กรงุ เทพมหานคร: เครือเถา,
ตำํ นาน เท พ แ ห่ งศาสนาพราหมณ์ ห รื อ ฮิ น ดู สื บ ค้ น จาก
http://www.oceansmile.com/KHM/ Tamnanthep.htm
สบื ค้นเมื่อ 17 มนี าคม 2564
ไตรภมู พิ ระร่วง จำกวกิ ิพีเดยี สารานกุ รมเสรี สบื คน้ จาก
https://th.wikipedia.org/wiki/ไตรภมู ิพระ ร่วง#cite_ref-1
สบื ค้นเมอ่ื 18 มีนาคม 2564
มนตรี สริ ะโรจนำนนั ท์. (2561). พระอนิ ทร์ในคัมภรี ์พระพุทธศาสนาเถร
วาท. วารสารมหาจุฬาวชิ าการ. 5 (1),50.
ผาสกุ อนิ ทราวธุ , "ดาวดึงส์ :สวรรค์ของศาสนาพราหมณ์หรือศาสนาพทุ ธ",
ดำรงวิชาการ, 3, 5 (มกราคม- มิถุนายน):
79
พระยาสัจจาภริ มย์ฯ (สรวง ศรเี พญ็ ), เทวกําเนิด, (กรงุ เทพฯ: สํำนักพิมพ์
อมรนิ ทร์,2555),
พทิ กั ษ์ โค้ววันชัย พระอนิ ทร์ “ราชาผ้คู รองสวรรค”์ สืบคน้ จาก
www.siamganesh.com/ indra.html สืบคน้ เม่ือ 18 มนี าคม
2564
มนต์ ทองชชั , 4 ศาสนาสำํ คัญของโลกปจั จุบนั , (กรุงเทพฯ: สำํ นกั พมิ พ์โอ
เดียนสโตร์, 2530),
เมืองโบราณ “ตาํ นานและคติความเช่อื เกี่ยวกับพระอินทรแ์ ละช้างเอราวัณ
ผ้พู ิทกั ษ์พระพุทธศาสนา ” สบื ค้นจำก
https://www.erawanmuseum.com/history/ สบื ค้นเมื่อ 18
มีนาคม 2564
วัชทนีย์ เสนาะล้ำ, “คตคิ วามเช่อื เรอื่ งพระอินทรใ์ นศิลปกรรมแบบเขมรใน
ประเทศไทย”, สารนพิ นธ์ศลิ ปศำสตรบณั ฑิต (โบราณคด)ี ,
(ภาควิชาโบราณคด:ี มหาวิทยาลัยศลิ ปากร, 2530).
ศานติ ภกั ดีคำํ . (2565). พระอนิ ทร์. กรุงเทพฯ: สํำนกั พิมพ์อมรนิ ทร์.
สวุ รรณ สุวรรณเวโช. (2546). พืน้ ฐานความเช่ือของคนไทย. กรุงเทพฯ:
บรรณกจิ 1991.
Alan Cameron Greek Mythography in the Roman World (2005)
OUP, Oxford (reviewed by T P Wiseman in Times
Literary Supplement 13 May 2005 )
80
ภาคผนวก
81
ชื่อ : พระเทพคณุ าภรณ์
(โสภณ โสภณจิตโฺ ต)
วนั /เดือน/ปี : ๕ เมษายน ๒๕๐๖
สถานทีเ่ กดิ : บ้านกาหลง ตำบลกาหลง อำเภอเมอื ง
จงั หวัดสมุทรสาคร
การศกึ ษา : พ.ศ. ๒๕๒๑ จบนกั ธรรมเอก
พ.ศ. ๒๕๓๖ จบเปรยี ญธรรม ๙ ประโยค
พ.ศ. ๒๕๔๑ จบศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
(ศศ.ม.) มหาวิทยาลยั เกริก
: พุทธศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิตกติ ติมศกั ดิ์
สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
(๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕) : บรหิ ารธรุ กจิ ดุษฎีบณั ฑิตกติ ตมิ ศกั ดิ์
สาขาวชิ าการจดั การ มหาวทิ ยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
(๒๗ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๕)
: ศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑติ กติ ตมิ ศักดิ์
สาขาวิชาพทุ ธศาสน์ศึกษา
มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวทิ ยาลัย
82
หนา้ ท่กี ารงาน (๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗)
: ปรชั ญาดษุ ฎบี ณั ฑิตกิตติมศักด์ิ
อุปสมบท
สงั กดั สาขาวิชายทุ ธศาสตร์การพฒั นา
มหาวิทยาลัยราชภฏั พระนคร
ปที ีเ่ ข้าศกึ ษา (๒ สิงหาคม ๒๕๕๗)
ปที ่สี ำเรจ็ การศึกษา : เจา้ อาวาสวดั เทวราชกญุ ชร
ทอ่ี ยปู่ จั จุบัน เจ้าคณะภาค ๑๓
กรรมการมหาเถรสมาคม
ผลงานวิชาการ : วนั ท่ี ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๘
: วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร
แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสติ
กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐
: พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓
: พุทธศกั ราช ๒๕๖๕
: เลขที่ ๙๐ วดั เทวราชกุญชร วรวหิ าร
ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต
กรงุ เทพมหานคร ๑๐๓๐๐
: พระเทพคุณาภรณ์, “พระอินทร์ทรงชา้ ง
เอราวัณ”, วารสาร มจร การพฒั นาสงั คม,
ปที ่ี ๖ ฉบบั ท่ี ๒ (พฤษภาคม - สิงหาคม,
๒๕๖๔): ๑๘๖-๑๙๗.
83
: พระเทพคุณาภรณ์, “ศาสนสมบัติภายใน
วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร”, วารสารมหา
จุฬ าน าครทรรศ น์ , ปี ท่ี ๘ ฉบั บ ท่ี ๔
(เมษายน, ๒๕๖๔): ๑๓๑-๑๔๑.
: พระเทพคุณาภรณ์, “ภาพจติ รกรรมฝาผนัง
พระอุโบสถวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร”,
วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, ปีท่ี ๘
ฉบับท่ี ๕ (พฤษภาคม, ๒๕๖๔): ๕๘-๗๒
: พระเทพคุณาภรณ์, “การบริหารองค์กรยุค
ใหม่: ผู้นำแนวพุทธ”, วารสารมหาจุฬา
นาครทรรศน์, ปีที่ ๘ ฉบับที่ ๗ (กรกฎาคม,
๒๕๖๔): ๒๑๗-๒๓๒.
: พระเทพคุณาภรณ์, “การพัฒนาศักยภาพ
การบริหารจัดการศาสนสมบัติของวัด ใน
ก รุงเท พ ม ห าน ค ร ” , ว า รส า ร ม จ ร
สังคมศาสตร์ปรทิ รรศน์, ปที ี่ ๑๒ ฉบับท่ี ๔
(กรกฎาคม-สงิ หาคม, ๒๕๖๖).
84
(รา่ ง-ปกหลงั )