The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระปลัดระพิน พุทธิสาโร (2552). เพศพาณิชย์ : การรื้อปรับค่านิยม “วัตถุ-เพศ” เชิงพุทธ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by raphind, 2023-11-10 19:36:04

พระปลัดระพิน พุทธิสาโร (2552). เพศพาณิชย์ : การรื้อปรับค่านิยม “วัตถุ-เพศ” เชิงพุทธ

พระปลัดระพิน พุทธิสาโร (2552). เพศพาณิชย์ : การรื้อปรับค่านิยม “วัตถุ-เพศ” เชิงพุทธ

เพศพาณิชย์ การรื้อ รื้ ปรับ รั ค่านิยม “วัต วั ถุ-เพศ” เชิง ชิ พุทธ ชาวพุทธมองที่ “คุณค่า” มิใช่ “มูลค่า” พระปลัดระพิน พุทธิสาโร เขีย ขี น


หน้า 1 เพศพาณิชย์ : การรื้อปรับค่านิยม “วัตถุ-เพศ” เชิงพุทธ พระปลัดระพิน พุทธิสาโร (2552) บทคัดย่อ การส่งเสริมนโยบายเขยอุดร ให้เป็นยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด มีกลุ่มเป้าหมายคือฝรั่งเมียไทย ที่แต่งงานและอาศัย อยู่ในจังหวัดอุดรให้เป็นกลุ่มประชาสัมพันธ์ เพื่อการท่องเที่ยวและการลงทุนในระดับจังหวัด จนถึงระดับชาติ มุมหนึ่งอาจ เป็นการส่งเสริมสิ่งที่มีอยู่แล้วให้เป็นยุทธศาสตร์ มีการขับเคลื่อนโดยเน้นไป “ทุน” และ “มูลค่า” มุมหนึ่งอาจเป็นวิธีการ ให้ “ค่า” ที่ผิดบาป และสนับสนุนกลาย ๆ ให้เด็กเยาวชน และสตรีใช้ “เพศ” เข้าสู่ระบบ “พาณิชย์” เป็นการลดคุณค่า และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เหลือให้ลดลงเพียงวัตถุของความพึงพอใจทางเพศ หรือทำเพศเครื่องหมายของความเป็น เมีย เมีย ลูกสาว ให้เป็นเพียง “สินค้า” โดยมีมูลค่าเป็นเครื่องแลก เป้าประสงค์ของ “วัตถุ” อันสนองตอบแต่ความพึงพอใจมี ความสะดวกสบายทางเศรษฐกิจและการเงินเป็นที่สุด เป็นเป้าประสงค์ปลายทาง ในบทศึกษานี้จึง นำเสนอมุมมองเชิงพุทธโดยมีเป้าหมายเพื่อการเรื้อปรับโลกทัศน์แห่งเพศ ที่ไปสัมพันธ์กับการ “ค้า” เป็นการลดคุณค่าของความเป็นมนุษย์ตามแนวคิดพุทธ ซึ่งชาวพุทธมองที่ “คุณค่า” มิใช่ “มูลค่า” รวมถึงการยก จิตวิญญาณของการ “ดิ้นรน” (วิริยะ) ให้เป็นสัญญะของความพยายามในฐานะที่เป็นชาวพุทธ เพื่อเป็นหลักคิดในการ นำไปอธิบายเป็นปรากฏการณ์ตัวเองต่อการสร้างคำอธิบายร่วมในฐานะ ในทัศนะทางพุทธมีอาชีพที่ไม่พึงประกอบสำหรับ ชาวพุทธ ๕ ประการ ๑ ในจำนวนนั้นคือการค้ามนุษย์ ซึ่งหมายรวมถึงการนำตัวเองไปเป็นสินค้าด้วย พร้อมกันนั้นวิธีการ ให้คุณค่าและมูลค่า คุณค่าแห่งชีวิต คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์พร้อมกันนั้นยังสัมพันธ์ไปถึงคุณค่าในฐานะที่เป็นบุคคลที่ พัฒนาได้ด้วย บทนำ “อุดร ฯ ปิ๊งไอเดีย ให้เขยต่างแดน เป็นเสมือนทูตวัฒนธรรม การค้า การลงทุน ไปสู่ชุมชนในบ้านเกิด เพื่อ เป็นการส่งเสริมการค้า” (ไทยรัฐออนไลน์ 4 ส.ค.52) กรณีที่จังหวัดอุดรปรับกลยุทธ์โดยการนำฝรั่งที่มีครอบครัวคนไทย มารณรงค์จนเกิดเป็นประเด็นวิพากษ์ในระดับหนึ่ง โดยฝ่ายหนึ่งตระหนักกลัวว่าจะก่อให้เกิดแรงขับเข้าสู่การบวนการเพศ พาณิชย์มากขึ้น อันเนื่องด้วย “เขยอุดร” ถูกนำไปเป็นประเด็นของการขับเคลื่อนสังคม มุมหนึ่งอาจเป็นเหมาะกับสมัย หนึ่ง แต่อีกมุมหนึ่งกำลังขับเคลื่อนสังคมด้วยการ ใช้เพศ มาเป็นเครื่องมือ ประหนึ่งว่าเพศพาณิชย์คือยุทธศาสตร์ประการ หนึ่ง ในการทำให้สังคมเป็นสังคมแห่งการ "พัฒนา" ที่ถูกใช้ด้วยเงื่อนไขของเม็ดเงินที่สะพัด บ้านที่ปลูกสร้างอลังการ ใหญ่โตกว่าหลังใดในหมู่บ้าน รวมไปถึงการจับจ่ายเกินกว่าในสิ่งอุปาทาน และอุปสงค์แห่งความเป็นมนุษย์ เช่น รถยนต์ โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิดที่บ่งบอกถึงสถานะทางสังคม ดังนั้นการเขียนบทศึกษานี้ไม่ได้เพ่งโทษว่าการมีเงินใช้สอยจับจ่าย หรือการบริโภควัตถุเครื่องอำนวยความสะดวก เป็นเรื่องผิดบาปในฐานะเป็นมนุษย์แต่ประการใด แต่กำลังตั้งขอสังเกตและสะท้อนค่านิยม และมุมมองเกี่ยวกับการให้


หน้า 2 ได้มาซึ่งเงินทอง และวัตถุอื่นใดที่เนื่องเกี่ยวกับวิธีการได้มา มิได้มองว่าคนมีเงินจะผิด แต่กำลังมองถึงวิธีการให้ได้มาซึ่งเงิน และค่านิยมที่คลาดเคลื่อน จนกระทั่งนำนำตัวเองในฐานมนุษย์คนหนึ่งไปสู่การค้า หรือส่งเสริมให้เกิดการค้าผ่าน "เพศ" รวมไปถึงทำตัวให้เป็นสินค้า ซึ่งอาจเป็นความพร่องพลาดของระบบ การศึกษา สังคม และวัฒนธรรม ดังนั้นในการเขียน บทศึกษานี้จึงประสงค์เสนอวิธีการเรื้อปรับเพื่อเสริมสร้างมโนทัศน์ต่อค่านิยมเชิงพุทธที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการเสนอมุมคิดอื่นที่ นอกเหนือจาก “นิยมทุน” เพื่อให้เกิดการเลือก หรือเปรียบเทียบ รวมทั้งจะเป็นฐานข้อมูลในการเรื้อปรับทัศนะคติต่อเพศ พาณิชย์ จนกระทั่งเกิดความตระหนักและเข้าใจ อันมีผลต่อการปรับเปลี่ยนค่านิยม หรือความเข้าใจที่คลาดคลื่น เพื่อ ไม่ให้เป็นการส่งเสริมให้ผู้พยายามจะค้า หรือคิดจะกล้าลดคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์เพียงแค่วัตถุทางเพศ (Sex Object) มามองคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์แทน นัยยะของเพศพาณิชย์ คำว่าเพศพาณิชย์ อาจเป็นคำที่นำมาผสมกัน ในความหมายก็คือเพศหรือผู้ค้าบริการทางเพศ หรือใช้เพศเป็นตัว ขับเคลื่อนโดยมีเป้าประสงค์ต่อวัตถุสิ่งของ หรือเงินตรา รวมไปถึงผลประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับความเป็นเพศ ใน ความหมายของเพศพาณิชย์อาจสัมพันธ์ไปถึงการค้า ที่ใช้เพศเป็นตัวขับเคลื่อน เช่น เครื่องใช้สำหรับสตรีเพศ เพศชาย เพศหญิงก็ถือว่าเป็นเพศที่ถูกนำมาขับเคลื่อนด้วยความเป็นเพศทั้งสิ้น แต่ในนิยามของการเขียนบทศึกษานี้ต้องการสื่อไป ถึงการค้าบริการทางเพศที่มีข้อมูลว่าอาชีพที่เกี่ยวกับเพศมีมูลค่ารวมประมาณถึง 174,050 ล้านบาท หากเทียบกับ GDP โดยรวมของประเทศในปีเดียวกัน (ปี 2550 GDP เท่ากับ 8,485,200 ล้านบาท) รายได้จากการค้าประเวณีคิดเป็นสัดส่วน 2.05 เปอร์เซ็นต์ (ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ : 2551) นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณะสุข ได้ ระบุถึงผลการสำรวจสถานบริการและผู้ให้บริการทางเพศทั่วประเทศปี พ.ศ.2550 ว่ามีสถานบริการทั้งหมด 13,954 แห่ง โดยแบ่งออกเป็น 25 ประเภทธุรกิจหลักๆ มีผู้ชายให้บริการทางเพศ 5,922 คน ผู้หญิงให้บริการทางเพศ 54,719 คน รวม ทั้งหมด 60,641 คน แบ่งเป็นประเภทสถานบริการและผู้ให้บริการ อาทิ สำนักหรือซ่อง 523 แห่ง เป็นชาย 70 คน หญิง 2,768 คน บาร์เบียร์ 1,487 แห่ง เป็นชาย 506 คน หญิง 9,713 คน คาราโอเกะ 5,488 แห่ง เป็นชาย 750 คน หญิง 14,933 คน นวดแผนโบราณ 1,091 แห่ง เป็นชาย 81 คน หญิง 6,254 คน คาเฟ่ 251 แห่ง เป็นชาย 113 คน หญิง 1,064 คน ร้านอาหาร 2,193 แห่ง เป็นชาย 224 คน หญิง 3,451 คน เป็นต้น (ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ : 2551) หากคาดการณ์ ในปัจจุบันโดยเอาตัวเลขที่ปรับแล้วของกระทรวงสาธารณสุข 85,000 คน บวกกับจำนวนหญิงบริการต่างชาติ 36,000 คน โสเภณีเด็กอีกประมาณ 60,000 คน กับกลุ่มที่ทำงานอิสระบางเวลา (Part time) และนักศึกษาขายบริการทางเพศอีก 48,000 คน เมื่อรวมกันแล้วจะมีประมาณกว่า 229,000 คน แรงจูงใจเข้าสู่เพศพาณิชย์ รายการหลุมดำ ได้มีการสัมภาษณ์ เด็กในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ค่านิยมแห่งการเวลาที่ไปสัมภาษณ์เด็กน้อยคำตอบ คือโตขึ้นจะเป็น “เมียฝรั่ง” แล้วเด็กในสมัยผู้เขียนจะมองว่าทหาร ตำรวจ เป็นบุคคลที่ช่วยประเทศชาติเป็นเกียรติภูมิแห่ง อาชีพ การตอบว่าเป็นตำรวจ เป็นทหาร เป็นหมอ เป็นพยาบาล จะเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับ และเป็นค่านิยมแห่งการ


หน้า 3 เวลาโดยมองว่าเป็นอาชีพที่ป้องกันประเทศ เป็นอาชีพที่จะช่วยคนอื่น แต่เมื่อสอบถามเด็กในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของจังหวัด อุดร คำตอบคือ "จะเป็นเมียฝรั่ง" นั่นก็หมายความว่าค่านิยมแห่งการเวลาได้เปลี่ยนไป และเด็กที่เป็นผู้ซึมซับวัฒนธรรม จากช่วงเวลาหนึ่งไปสู่ช่วงเวลาหนึ่งได้มองเห็นและกลายเป็นค่านิยมใหม่ ผสมกับหน่วยงานของรัฐระดับจังหวัด ได้ไป ส่งเสริมจนกลายเป็น "โมเดล" ในการนำเงินเข้าสู่จังหวัด ตรงนั้นอาจไม่ได้ผิดบาปอะไรเพราะเป็นการปรับในเมื่อคนส่วน ใหญ่ หรือคนที่มีอยู่แล้วก็เดินทางเข้าสู่อาชีพ หรือหนทางแห่งเพศพาณิชย์อยู่แล้ว ก็ปรับมาเป็นกลยุทธในการให้ได้เงินเข้า จังหวัดเสีย ก็ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ได้แต่ในอีกมุมหนึ่ง การส่งเสริมเท่ากับยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ การค้ามนุษย์ หรือเป็นอาชีพ หรือส่งเสริมให้คนเข้าสู่อาชีพของเพศพาณิชย์ อาจส่งผลไปถึงการล่อลวง หรืออื่นใดประหนึ่ง เท่ากับยอมรับ โดยตรงอย่างนั้นหรือไม่ งานวิจัยของจงกลนี โตสกุลวงศ์ (2542 : 155-157) ที่ทำการศึกษาเรื่อง “การวิเคราะห์วาทกรรมการให้ ความหมายสื่อสิ่งพิมพ์หลักของ 9 สถาบันในสังคมไทย” ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการประมวลความคิดเห็นของทุกสถาบันพบว่า อันตรายของการปล่อยให้มีสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีลักษณะใช้แรงดึงดูดทางเพศ (Sex Appeal) หรือสื่อสิ่งพิมพ์ลามก หากปล่อยให้ สื่อเหล่านี้อยู่ในสังคมจะส่งผลกระทบใน 4 ประเด็นหลักคือ ประเด็นที่ 1 เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการก่อให้เกิด อาชญากรรมโดยเฉพาะต่อเด็กและสตรี ประเด็นที่ 2 ทำให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้และหมกมุ่นเรื่องทางเพศก่อนวัยอัน ควรหรือนำเสนอข้อมูลทางเพศที่ไม่ถูกต้องแก่เด็กและเยาวชน ประเด็นที่ 3 เป็นสื่อตอกย้ำค่านิยมทางเพศที่ผิด ๆ สนับสนุนระบบสังคมที่ชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) และการกระทำต่อเพศหญิงเปรียบเสมือนวัตถุทางเพศ และประเด็นที่ 4 ทำให้เสื่อมเสียต่อวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ในอีกความหมายหนึ่งการใช้การสื่อสารกรณีเขยอุดร อาจเป็นการสื่อสารในมิติของการขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทาง เศรษฐกิจและการจัดการทรัพยากรในชุมชน แต่ในอีกมิติหนึ่งจะเป็นการนำเสนอภาพของ “เพศ” และส่งเป็นไปเป็น “พาณิชย์” เพื่อเข้าสู่กระบวนการในการเข้าถึงเงื่อนไขทางเศรษฐกิจอย่างที่ปรากฏ “ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการรับรู้ในการ ตอกย้ำค่านิยมทางเพศในสังคมอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้หญิงและอาจรวมถึงการกระทำให้ผู้หญิงทั้งรู้ตัวและไม่ รู้ตัวถูกใช้เป็นวัตถุทางเพศ” (กุลวดี พรหมมินทร์,2549 : 5) การนำเสนอยุทธวิธีใด อันเป็นการสื่อสารสาธารณะย่อมมีผล เป็นการขับเคลื่อนสังคม แต่ในเวลาเดียวกันจะพึงระวังและตะหนักอย่างรับผิดชอบเพราะเมื่อถึงที่สุดจะกลายเป็นการใช้ ผู้หญิงให้เป็นวัตถุทางเพศ (sex object) และกลายเป็นการส่งเสริมค่านิยม เจตคติต่อการรับรู้ที่ผิดจากความเป็นจริง และ กลายเป็นการส่งเสริมค่านิยมที่ผิดแผกไปจากเจตจำนงในการอยู่ร่วมกันของสังคม โดยอาศัยกรอบทาง “จริยธรรม” ทาง สังคมในการเป็นตัวกล่อมเกลาและขับเคลื่อนสภาพสังคมนั้น ๆ หากสมาชิกในสังคมโดยจำเพาะไปที่กลุ่มสตรีเพศรับรู้(Perception)ต่อพฤติกรรม “เขยอุดร” ประหนึ่งเป็นสิ่งดี ได้รับการยอมรับในสังคม พฤติกรรมในฐานะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ก่อให้เกิดสิ่งเร้าภายใน (Internal Stimulus) และ ขับเคลื่อนเป็นพฤติกรรมภายนอกตอบรับต่อพฤติกรรมในเชิงสังคมกรณีเขยอุดร(เมียฝรั่ง) เพื่อมุ่งหวังต่อสิ่งเร้าภายนอก (External Stimulus) อันสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับเงื่อนไขทาง “เศรษฐกิจ” ค่านิยมและการยอมรับในเชิงประชาสังคม “เงิน” หรือทรัพย์สินได้กลายเป็นการตัวกำหนดมูลค่าในฐานะที่เป็นคุณภาพชีวิตเบื้องต้น


หน้า 4 น่าสนใจที่ว่าในกระบวนการของเพศ ที่ถูกทำให้เป็นพาณิชย์ และส่วนหนึ่งถูกนำไปเป็นประเด็นของการขับเคลื่อน สังคม มุมหนึ่งอาจเป็นเหมาะกับสมัยหนึ่ง แต่อีกมุมหนึ่งกำลังขับเคลื่อนสังคมด้วยการ ใช้เพศมาเป็นเครื่องมือในการ ขับเคลื่อนสังคม ประหนึ่งว่าเพศพาณิชย์คือยุทธศาสตร์ประการหนึ่งในการทำให้สังคมเป็นสังคมแห่งการ "พัฒนา" ที่ถูกใช้ ด้วยเงื่อนไขของเม็ดเงินที่สะพัด บ้านที่ปลูกสร้างอลังการใหญ่โตกว่าหลังใดในหมู่บ้าน รวมไปถึงการจับจ่ายเกินกว่า “อุปทาน” และอุปสงค์แห่งความเป็นมนุษย์ เช่น รถยนต์โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้านานาชนิดที่บ่งบอกถึงสถานะทางสังคม การเขียนบทศึกษานี้ไม่ได้เพ่งโทษว่าการมีเงินใช้สอยจับจ่าย หรือการบริโภควัตถุเครื่องอำนวยความสะดวกเป็นเรื่องผิด บาปในฐานะเป็นมนุษย์แต่ประการใด แต่กำลังตั้งขอสังเกตและสะท้อนค่านิยม และมุมมองเกี่ยวกับการให้ได้มาซึ่งเงินทอง และวัตถุอื่นใดที่เกี่ยวกับการได้มาซึ่งเงินทอง ประหนึ่งเราไม่ได้มองว่าคนมีเงินจะผิด แต่กำลังมองถึงวิธีการให้ได้มาซึ่งเงิน ทาง และค่านิยมที่ไม่ปกติ นำไปสู่การนำตัวเองไปสู่การค้า หรือส่งเสริมให้เกิดการค้าผ่าน "เพศ" ที่ประหนึ่งทำตัวให้เป็น สินค้า และส่งเสริมให้เกิดค่านิยมที่ "เพศ" กลายเป็นสินค้า ตรงนั้นจะเป็นสาระสำคัญและค่านิยมแห่งกาลเวลา รายการการหลุมดำ ได้มีการสัมภาษณ์ เด็กในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ค่านิยมแห่งการเวลาที่ไปสัมภาษณ์เด็กน้อย แล้ว เด็กในสมัยผู้เขียนจะมองว่าทหาร ตำรวจ เป็นบุคคลที่ช่วยประเทศชาติเป็นเกียรติภูมิแห่งอาชีพ การตอบว่าเป็นตำรวจ เป็นทหาร เป็นหมอ เป็นพยาบาล จะเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับ และเป็นค่านิยมแห่งการเวลาโดยมองว่าเป็นอาชีพที่ ป้องกันประเทศ เป็นอาชีพที่จะช่วยคนอื่น แต่เมื่อสอบถามเด็กในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของงจังหวัดอุดร คำตอบคือ "จะเป็น เมียฝรั่ง" นั่นก็หมายความว่าค่านิยมแห่งการเวลาได้เปลี่ยนไป และเด็กที่เป็นผู้ซึมซับวัฒนธรรมจากช่วงเวลาหนึ่งไปสู่ ช่วงเวลาหนึ่งได้มองเห็นและกลายเป็นค่านิยมใหม่ ตรงนี้น่าสนใจ ผสมกับหน่วยงานของรัฐระดับจังหวัด กลับไปส่งเสริม จนกลายเป็น "โมเดล" ในการนำเงินเข้าสู่จังหวัด ตรงนั้นอาจไม่ได้ผิดบาปอะไรเพราะเป็นการปรับในเมื่อคนส่วนใหญ่ หรือ คนที่มีอยู่แล้วก็เดินทางเข้าสู่อาชีพ หรือหนทางแห่งเพศพาณิชย์อยู่แล้ว ก็ปรับมาเป็นกุลยุทธในการให้ได้เงินเข้าจังหวัดเสีย ก็ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ได้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง การส่งเสริมเท่ากับยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ หรือเป็นอาชีพ หรือส่งเสริมให้คนเข้าสู่อาชีพของเพศพาณิชย์ อาจส่งผลไปถึงการล่อลวง หรืออื่นใดประหนึ่งเท่ากับยอมรับ โดยตรงอย่างนั้นหรือไม่ กรณีของ นส.ซิน อายุ 20 ปี ได้เล่าให้ฟังว่า เป็นคนอีสานเหนือ มีพี่น้องรวม 4 คน เป็นหญิง 3 คน ชาย 1 คน ตน เป็นพี่สาวคนโต มีอาชีพทำนามาตลอด ที่บ้านมีหนี้สินมากมาย แม่ไม่ได้ทำงานเนื่องจากเจ็บป่วย พ่อทำงานเลี้ยงครอบครัว เป็นหลัก แต่เนื่องจากมีรายได้ไม่มากนัก ประกอบกับแม่เจ็บป่วยและมีหนี้สิน ทำให้มีรายได้พอกินไปวันๆ ไม่สามารถส่ง เสียลูกๆให้เรียนหนังสือได้ตนในฐานะพี่สาวคนโต จึงตัดสินใจเสียสละเพื่อครอบครัว โดยการเข้ามาขายบริการทางเพศ เริ่มแรกไปทำงานที่ภาคใต้ และปัจจุบันได้ย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพ กรณี นส.หลิน และ นส.นิด ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะเข้ามาขายบริการทางเพศนั้น มาจากการที่เข้าไปเล่น Chat ทางอินเตอร์เนตเพื่อหา เพื่อน แรกๆก็ลองทำดูไม่บ่อยนัก แต่ทำไปทำมาเริ่มทำต่อเนื่อง เพราะรายได้ค่อนข้างดีจนปัจจุบันมีอาชีพขายบริการทาง เพศในอาบอบนวด


หน้า 5 กรณี นส.บี อายุ 21 ปี เป็นคนทางภาคเหนือ ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่รัฐบาลมีนโยบายโครงการกู้ยืมเงินหมู่บ้าน ละล้านนั้น ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่รวมทั้งบ้านของตนทำการกู้ยืมเงิน แต่เมื่อกู้ยืมเงินมาแล้วแทนที่จะนำไปลงทุนประกอบ อาชีพ กลับนำไปซื้อรถจักรยานยนต์โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ ตู้เย็น และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆอีกมากมาย จึงต้อง ทำการกู้นอกระบบ โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 25 ซึ่งถือว่าสูงมาก ถึงเวลาครบกำหนดก็ไม่มีเงินชำระหนี้อีก ตนเอง รวมทั้งเพื่อนบ้านที่ประสบปัญหาเดียวกันจึงตัดสินใจเข้ามาทำงานในตัวเมือง เพื่อหารายได้ไปชำระหนี้ ประกอบกับ การศึกษาต่ำ ไม่มีความรู้ที่จะไปประกอบอาชีพที่ทำรายได้สูงๆ จึงได้ตัดสินใจเข้ามาขายบริการทางเพศ การเรื้อปรับค่านิยมเพศพาณิชย์เชิงพุทธ ในฐานะที่ศาสนาพุทธเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย และในเวลาเดียวกันก็เป็นแก่นแกนของการขับเคลื่อนสังคมไทย ในองค์รวม พร้อมกันนั้นยังมีหลักในการให้คำอธิบายร่วมต่อปรากฏการณ์ทางสังคมที่เรียกว่า “เพศพาณิชย์” โดยการใช้ โลกทัศน์ทางพุทธศาสนาในการ “เรื้อปรับ” ค่านิยมบางประการต่อการสร้างมุมมอง อาจให้คำนิยามว่าพระพุทธศาสนามี หลักคิดอย่างไร ต่อประเด็นเพศพาณิชย์ที่ปรากฏในสังคมไทย หรือสังคมอื่นใดที่ขับเคลื่อนด้วยเงินตรา และวัตถุอัน สัมพันธ์เกี่ยวเนื่อง และมาด้วยเพศ ๑) การมองถึงคุณค่าแท้คุณค่าเทียม หากมองเพียงแค่วัตถุ สินทรัพย์ที่ได้ และมูลค่าแห่งเงินทองที่ ปรากฏก็หมายความว่าเงินทองที่ได้ย่อมเป็นปรากฏการณ์ชั่วระยะเวลาหนึ่ง มองเป็นเพียงวัตถุที่จะอำนวยความสะดวก ทางกายภาพได้เท่านั้น และในเวลาเดียวกันอาจตอบสนองในเชิงจิตที่สัมพันธ์กับความมีและไม่มีก็เท่านั้น ไม่ได้มีเหตุผล หรืออื่นใดที่จะเป็นตัววัดถึงความสำเร็จในฐานะมนุษย์ได้เลย ๒) วิธีการมองถึงคุณค่าและมูลค่า อาจมีเหตุผลอื่นที่ว่ามีเงินจากเพศพาณิชย์ ก็สามารถจะแสดงความ กตัญญูพ่อแม่ เลี้ยงดูท่านตอบแทน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และเหมาะต่อการปฏิบัติตามทางพุทธได้สะดวกเพราะมีเงิน ถ้าไม่ มีเงินจะเอาเงินที่ใดไปทำบุญ ซึ่งตรงนี้ต้องทำความเข้าใจเพิ่มต่อไปอีกว่า ถ้าบุญในทางพระพุทธศาสนาถูกจำกัดเพียงแค่ การควักเงินอันเป็นผลได้ โดยไม่จำกัดที่มา แล้วกล่าวอ้างว่าเป็นบุญทั้งหมด ตรงนั้นคงเป็นอันตรายต่อพระพุทธศาสนาใน ระยะยาวอย่างแน่นอน เพราะ”บุญ” ไม่ได้จำกัดขอบเขตเพียงแค่เงิน หรือวัตถุสิ่งของอันเป็นผลได้ต่อวัด หรือพระศาสนา หรือบุคคลแต่อย่างใด บุญเกิดจากกาย วาจา และจิต เรียกว่าแสดงออก ๓ ฐานนี้ก็จัดเป็นบุญในทางพระพุทธศาสนา “เจตนาเป็นเครื่องสำเร็จ” พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับความตั้งใจทำเสียมากกว่า มากกว่าการที่ทำแล้วได้ผลได้เป็น วัตถุเท่านั้น ดังนั้นต้องตั้งโจทย์ใหม่ว่า บุญไม่ใช่เพียงแค่การควักเงินจ่ายแล้วเป็นบุญ ถ้าอย่างนั้นบุญก็เป็นเพียงบัญญัติ ตรายางของการใช้เงินซื้อได้ แล้วบุญจะต่างอะไรกับ “วัตถุชิ้นหนึ่ง” ที่มีคำเรียกว่าบุญเล่า ? พระพุทธศาสนาไม่ได้ส่งเสริมการประกอบอาชีพ ๕ อย่าง (๑) การค้ามนุษย์ในความที่สัมพันธ์ไปถึงการเบียดบัง ชีวิต แรงงาน และผลได้จากการเอาเปรียบสิทธิ์แห่งความเป็นมนุษย์และบุคคล รวมถึงการทำตัวเองให้เป็นสินค้าด้วย (๒) การค้าน้ำเมา รวมทั้งเสพติดให้โทษ รวมไปถึงการประกอบกิจการที่สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับการค้าที่ก่อให้เกิดโทษต่อชีวิต ผู้อื่น (๓) ค้าอาวุธ จะหมายถึงอาวุธที่มีไว้ทำลายผู้อื่น หรือการเบียดบังหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นอาวุธแล้วก่อให้เกิดการ เสียสิทธิ์ประโยชน์(๔) ค้ายาพิษ หรือวัตถุมีพิษอันเป็นอันตรายต่อชีวิต


หน้า 6 ดังนั้นการค้ามนุษย์ ซึ่งหมายถึงการค้าผู้อื่น การค้าแรงงานเถื่อน การเบียดบังประโยชน์อันไม่พึงได้จากผู้อื่นจาก การค้าก็จัดอยู่ในทัศนะนี้ทั้งสิ้น จึงย้อนกลับไปที่การค้าตัวเอง หรือการทำตัวเองให้เป็น ซึ่งอยู่ในข่ายของเพศพาณิชย์ จึง เป็นการสิ่งที่ทัศนะพุทธไม่สนับสนุน และไม่ได้ส่งเสริม ตอบรับกับนโยบาย “เขยอุดร” จึงเป็นการส่งเสริมประหนึ่งที่ชี้ช่อง และทำให้เห็นเป็นเรื่องดี ถูกต้อง และกลายเป็นพฤติกรรมที่น่าเอาอย่าง ซึ่งไม่ได้ดูกระบวนการ หรือช่องทางของการเป็น เขยอุดร หรือกว่าจะมาเป็นเขยอุดร หรือ “เส้นทาง” ของสตรีเพศไปสู่เริ่มต้นเช่นใดนั้นอีกประการหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนมองว่า อาจเป็นช่องทางของเพศพาณิชย์ ในฐานะมีประสบการณ์การเดินทางไปสู่จุดเริ่มต้นของชาวต่างชาติที่มาแต่งงานและใช้ ชีวิตกับคนไทย ส่วนใหญ่ที่พบจะมีเส้นทางที่ผ่านอาชีพเพศพาณิชย์ ไม่ได้ต้องการตอบว่าผิดถูกแต่ประการใด แต่ต้องการ มองว่าเส้นทางของอาชีพ หรือเส้นทางของเขยอุดร ดังนั้นการรณรงค์ในสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์ก็อีกเรื่องหนึ่งโดย มองเรื่องการขับเน้นในเชิงเศรษฐกิจ หรือผลได้กับสิ่งที่มีอยู่แล้วแต่ในเวลาเดียวกัน สิทธิ์แห่งสตรี ความเป็นมนุษย์ไม่ควร ถูกนำมาเป็นเพียงแค่ตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจผ่าน “เพศ” เพราะอย่างไรเสียเพศก็เป็นตัวขับเน้นความในกิจกรรม ดังกล่าว ในเวลาเดียวก็จะเป็นการส่งเสริมให้เกิดารยอมรับ จะเป็นเครื่องหมายยอมรับ หรือการันตีความถูกต้อง หรือสิ่งที่ ถูกให้กับสังคม ว่าเป็นสิ่งถูกต้องชอบธรรมต้องได้รับการสนับสนุนเสียได้ วิธีมองถึงคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์หากมองว่ามนุษย์เป็นเพียง “สินค้า” ที่กำกับด้วยวัตถุสิ่งของ และของมีค่า หากมองอีกมุมหนึ่งมนุษย์มีศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์เท่ากัน จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทุกคนสามารถพัฒนา ศักยภาพออกมาได้เท่า ๆ กัน เมื่อคนหนึ่งทำได้ อีกคนหนึ่งก็ย่อมทำได้ ในที่นี้จะหมายความถึงการพัฒนาในทางที่ไม่ต้อง นำตัวเอง จะโดยตั้งใจหรือล่อล่วงก็ตามเพื่อไปสู่วัตถุทางการค้า โดยปลายทางแห่งเพศพาณิชย์ บางคนอาจบอกว่าโอกาส ไม่เท่ากัน หรือบ้านเขารวย บ้านเราจน ในอีกความหมายหนึ่งความรวยและความจนไม่น่าจะเป็นดัชนีชี้วัดการดิ้นรนเพื่อ จะมีชีวิตอยู่ของมนุษย์มีคนไม่น้อย ที่พัฒนาตัวเองมาจากความยากจน และในเวลาเดียวกันความยากจนก็กลายเป็นแรงขับ ที่ทำให้คนอีกไม่น้อยประสบความสำเร็จ นักกอฟร์โปรชาวไทย ธงชัย ใจดี ที่มีความสำเร็จทำรายได้หลายล้านบาทต่อปี “เพราะความยากจน” และในเวลาคุณวิกรม กรมดิษฐ์ ก็เคยบอกว่ามีเงินติดกระเป๋าเพียงแค่ “บาทเดียว” ดังนั้นหากมอง ความเป็นธรรมชาติมนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความไม่มีเช่นกันหมด แต่ในเวลาเดียวกันธรรมชาติก็ให้สมอง(ปัญญา) ความบากบั่นอดทนสู้ (ขันติ) ความขยันขันแข็งมานะพยายาม (วิริยะ) เป็นธรรมชาติติดตัวของมนุษย์มาด้วยเช่นกัน จึงไม่ เป็นเหตุผลอันใด ที่จะบอกว่าเราเกิดมาต่าง หรือไม่เหมือนคนอื่นแต่ประการใด หากปรับเปลี่ยนทัศนคติมาเป็นผู้สร้างแรง จากสองมือ ก็เชื่อได้เลยว่าคงมีความเหมือนในฐานะเป็นมนุษย์ที่สามารถพัฒนาได้ วิธีการค้าที่ผิดจากความเป็นมนุษย์(วาณิชชชา) มองจากฐานคิดในทางพระพุทธศาสนาย่อมมองว่า การค้าชีวิตอื่น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ก็ตาม ย่อมเป็นการเบียดบังชีวิตอื่น (กรุณา) รวมไปถึงเป็นการไม่ส่งเสริมคุณค่า แห่งความเป็นมนุษย์ในฐานะที่จะเป็นชีวิตหนึ่ง หรือชีวิตอื่นใดที่จะก่อให้เกิดการข่มเหง รังแก หรือในเวลาเดียวกันก็จะเป็น การลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ลงได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พึงสังวรระวัง (๑)เบียดเบียน (ปาณาติบาท) ไร้ซึ่งเมตตา (อเมตตา) รวมไปถึงการไม่ส่งเสริมคุณค่าแห่งการใช้ชีวิตที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม


หน้า 7 สรุป “ขณะที่ เรากำลังหาทางมาป้องกัน ธุรกิจบริการทางเพศกลับขยายใหญ่โตขึ้นและต้องการสินค้า “คน” มากขึ้น ทั้งจากความอ่อนวัย ความแปลกต่างของชาติพันธุ์ ความแปลกใหม่ของการเสนอบริการ การสร้างความพอใจให้ ลูกค้า การให้บริการชายแก่ชายที่ขยายพื้นที่มากขึ้น หรือแม้แต่นโยบายการท่องเที่ยวบางอย่างซึ่งมันก็เป็นตัวชักนำลูกค้า ได้เช่นเดียวกัน ฉะนั้นเวลาคิดนโยบายใดนโยบายหนึ่งจึงต้องมีความระแวดระวังที่มันจะเป็นหน่อของการเกิดปัญหาอื่น ๆ ได้ สิ่งที่ตอกย้ำความทุกข์ของคนในธุรกิจบริการทางเพศ ก็คือกรอบที่กระหน่ำซ้ำให้อยู่ในสภาพที่จำยอมมากขึ้น และการ ตกอยู่ในสภาวะ “คนผิดบาป” ทำให้จำยอมอยู่ในสภาพปิดบังซ่อนเร้น .... จากฐานคิดเชิงศีลธรรม(ปัจจุบัน)ของสังคม ซึ่งเป็นปมรากใหญ่ของปัญหาที่ต้องแก้ไข โดยแนวทางที่เป็นไปได้ คือ การเข้าให้ถึงกลุ่มคนเหล่านี้แล้วจึงจะสามารถพัฒนา รูปแบบความช่วยเหลือที่เหมาะสมได้. เมื่อถึงที่สุด “ค่า” ของความเป็นมนุษย์อยู่ตรงที่ “คุณค่า” มิใช่ “มูลค่า” ในเชิงทรัพย์สินและเงินทองแต่ประการ ใด การทำดำรงตนให้เป็นแบบอย่าง และการส่งเสริมแบบอย่างอันดีงามต่อสังคมย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ ในทางกลับกันผู้ ที่มีคุณค่าต่อสังคมไทย และประชาชาติ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นคนมีเงิน หรือร่ำรวยแต่ประการใด แต่มาตรฐานแห่งคุณค่าใน ฐานะที่เขาเป็นมนุษย์ได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อน และแรงผลักดันให้เกิดความดีงามในฐานะเป็นกระบวนการรักษาสังคมที่ ยั่งยืน ก็ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในองค์รวมทั้งประเทศชาติและประชาชน เอกสารอ้างอิง กุลวดี พรหมมินทร์. (2549). การรับรู้ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในจังหวัดปทุมธานี ต่อการใช้ผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศที่ แฝง อยู่ในโฆษณาทางโทรทัศน์. วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต (สตรีศึกษา) วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กันยา สุวรรณแสง.(2523). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพ ฯ : บำรุงสาสน์. จงกลนี โตสกุลวงศ์. (2542). การวิเคราะห์วาทกรรมการให้ความหมายสื่อสิ่งพิมพ์ลามากของ 9 สถาบันในสังคมไทย. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะวารสารศาสตร์และสื่อมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์. (2551). “ธุรกิจนอกระบบ : ศึกษากรณีการค้าบริการทางเพศในสังคมไทย” ปริญญาโท รัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.


เพศพาณิชย์ การรื้อ รื้ ปรับ รั ค่านิยม “วัต วั ถุ-เพศ” เชิง ชิ พุทธ ชาวพุทธมองที่ “คุณค่า” มิใช่ “มูลค่า” พระปลัดระพิน พุทธิสาโร เขีย ขี น


Click to View FlipBook Version