Academic Article; Received: 2016-07-10; Revised: 2016-09-19; Accepted: 2016-10-28.
ดนตรใี นพระไตรปิฎกวา่ ด้วยการบาบัด บญุ และการบรรลธุ รรม
Music in Tipitaka for Therapy, Merit Making, and
Enlightenment
มลั ลกิ า ภูมะธน1, ดเิ รก ด้วงลอย2, พระปลัดระพนิ พทุ ฺธิสาโร3
Mallika Phumathon1, Direk Duangloy2, Phrapalad Raphin Buddhisāro3
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครสวรรค1์ ,
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตนครสวรรค์2,
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย3
Nakhon Sawan Rajabhat University1,
Mahachulalongkornrajavidyalaya University, Nakhon Sawan Campus2,
Mahachulalongkornrajavidyalaya University3
Corresponding Author, E-mail: [email protected]
บทคดั ยอ่
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาแนวคิดและกรณีศึกษาของดนตรี
พร้อมผลจากการปฏิบัติในพระไตรปิฎก ใช้วิธีการศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยและ
เรยี บเรยี งเปน็ บทความวิชาการ
ผลการศึกษาพบว่า ในพระไตรปิฎกมีดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงอุดม
คติทางศาสนา ทั้งยังเป็นกลไกร่วมระหว่างศาสนา สังคมกับความเช่ือ ดนตรีมี
ความหมายเพ่ือความสนุกสนานรื่นเริง สมโภชสนุกสนาน ส่วนคัมภีร์พระไตรปิฎก
ดนตรีมองว่า เป็นอุปสรรค หากเก่ียวข้องจะเป็นอาบัติตามวินัย ขวางกั้นการบรรลุ
ธรรมหรอื เปน็ อุปสรรคต่อพรหมจรรย์ แต่ก็มหี ลักฐานขอ้ มลู หลายแหล่งในพระไตรปฎิ ก
ท่ียืนยันว่า ดนตรีมีส่วนในทาบุญและมีอานิสงส์ คือ เกิดในสวรรค์ ได้บรรลุมรรคผล
ดนตรีตามที่ปรากฏในพระไตรปิฎกจึงเป็นเครื่องประกอบการทาบุญ ดังน้ัน ดนตรีท่ี
ปรากฏในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา อาจตีความได้หลายนัย อาทิ เป็นดนตรีเพื่อการ
บาบดั ดนตรีเพอื่ ผลบุญผลทาน จนกระทง่ั ไปสมู่ รรคผลข้ันสงู รวมทั้งดนตรใี นฐานะเป็น
เคร่ืองประโคมในวิถคี วามเช่อื และศาสนาดงั ปรากฏในบรบิ ททางสังคมปัจจุบัน
วารสารบณั ฑติ แสงโคมคา ปที ี่ 1 ฉบับที่ 2 | กรกฎาคม – ธันวาคม 2559 119
คาสาคัญ: ดนตรใี นพระไตรปิฎก; การบาบัด; การบรรลธุ รรม
Abstract
The purpose of this academic article is to study concepts of
Music, case studies, and results of the practice of the Tipitaka.
Documentary study and research are used for the study and compiled
into the academic article.
The results of the study show that there is music related to the
access of religious ideals in the Tipitaka. It is also a common mechanism
between religions, society, and beliefs. Music is meant for fun and
happy. On the other hand, music is considered an obstacle as in the
Tipitaka, including an offense according to discipline that blocking the
attainment of Dharma or hinder celibacy. There are many sources of
evidence confirming that the music in Tipitaka is for making merit, and
the advantage of this is to be born in heaven and able to get
enlightened. Hence, music in the Tipitaka is complemented by making
merit and may be interpreted in many ways, such as music for healing,
music for deeds until reaching the Nibbana, including music as a fanfare
in the beliefs and religions as shown in today's social context.
Keywords: Music in Tipitaka; Music Therapy; Music for Enlightenment
บทนา คัมภีร์พระไตรปิฎกน่าจะเป็นไปเพื่อคา
สอนหรือแนวทางการบรรลุธรรม ตาม
ดนตรีกับศาสนา ฟังดูอาจเป็น เจ ต น า ร ม ณ์ แ ล ะ เป้ า ห ม า ย ข อ งท า ง
คนละข้ัวคนละแนวทาง แต่มีหลักฐาน ศาสนาทีใ่ ห้ความรู้สกึ หรือภาพลักษณ์ท่ี
ในพระไตรปิฎก ว่ามีดนตรีเข้ามา ต้องสงบเงียบและน่าศรัทธา ซ่ึงในการ
เก่ียวข้องหรือหนุนเสริมการเข้าถึงอุดม น า เส น อ บ ท ค ว า ม นี้ ต้ อ ง ก า ร ศึ ก ษ า
คติทางศาสนา หรือเป็นกลไกร่วมตาม บริบทดนตรีท่ีปรากฏในคัมภีร์ และ
แนวทางศาสนา สังคมและความเช่ือ วิเคราะห์ดูว่าได้เข้ามามีส่วนร่วมกับ
ห า ก พิ จ า ร ณ า แ ล้ ว ด น ต รี อ า จ มี บริบททางความเชื่อตามคัมภีร์ในทาง
ค ว า ม ห ม า ย เป็ น ค ว า ม ส นุ ก ร่ื น เริ ง
สมโภชน์ประโคม สนุกสนาน ส่วน
120 Journal of SaengKhomKham Buddhist Studies Vol. 1 No. 2 | July – December 2016
พระพุทธศาสนาในบริบทไหน อย่างไร เคร่ืองดนตรี ประกอบพิธกี รรมเสียเป็น
เพราะอย่างน้อยจะทาให้เห็นว่าดนตรี ส่วนใหญ่ เมื่อพิเคราะห์ดูจึงทาให้เห็น
กับการดารงชีวิตที่ผสมผสานหลาย ๆ ว่า ดนตรีเหล่าน้ันมีสภาพเพื่อการสื่อ
อย่างเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ ธรรมท้ังปวง จะตีความได้หรือไม่ว่า
สังคม ชีวิตและวัฒนธรรมดนตรีได้เข้า นั่นคือ ดนตรีเพื่อการบรรลุธรรม หรือ
มาเกี่ยวข้องกับคาสอน และแนวคิด เครื่องบาบัดก่อนการบรรลุธรรม ซ่ึงใน
ในทางพระพุทธศาสนาในหลายมิติ ไม่ เว ล า เดี ย ว กั น ถ้ า เร า ย อ ม รั บ ว่ า
ว่าจะเป็นดนตรีเพื่อการทาบุญ หรือ เหตุการณ์การบาเพ็ญทุกรกริยาของ
ผลได้จากการทาบุญใหญ่เป็นดนตรีท่ี เจ้าชายสิทธัตถะ "ดนตรี” ได้เข้ามามี
ปรากฏในคัมภีร์ ดนตรีเพ่ือการบาบัด ส่วนเก่ียวข้องดังหลักฐานปรากฏแบบ
หรือล่วงไปถึงดนตรีเพอ่ื การบรรลุธรรม อุปมาอุปไมย และในความเก่ียวข้อง
ความน่าสนใจอยู่ตรงท่ีว่าดนตรีได้เข้า นั้น คือ “จุดเปลี่ยน” แนวปฏิบัติของ
มามีส่วนเก่ียวข้อง กับ “ศาสนา” ใน “เจ้าชายสิทธัตถะ” ท่ีมีผลเป็นการ
มิ ติ ใด อ ย่ า งไร พ ร้ อ ม กั น นั้ น ได้ เปลี่ยนแปลง “บาบัด” ตนเองได้ผ่อน
กอ่ ใหเ้ กิดผลอันใดต่อ “โลกทัศน์” ของ คลาย ได้ความคิดใหม่ มีท่าที่ผ่อนปรน
ชาวพุทธต่อการมองดนตรี รวมไปถึง ต่ อ ส่ิ งเชื่ อ จ น ได้ แ น ว ท างใน ก าร
ก า ร ใ ช้ ด น ต รี ใ ห้ เป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง แก้ปัญหา หรือค้นพบวิธีการใหม่ ๆ
พิธกี รรม หรือพิธีกรรมทางศาสนาดว้ ย คล้ายกับแนวทางของดนตรีบาบัดใน
ปั จจุบั น โดย ใน บ ท ค วาม น้ี จะได้
หากวิเคราะห์ตามแนวคิดทาง ทาการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับดนตรีท่ี
พระพุทธศาสนา ซึ่งมีหลักคาสอนเพื่อ ปรากฏในพระไตรปิฎก พร้อมท้ังศึกษา
การปลุกปลอบ ส่งเสริมหรือทาใจให้ แนวคิดว่าพระพุทธศาสนากับดนตรีท่ี
เอิบอาบศรัทธา เช่ือ เคารพ ปฏิบัติไป ป ร า ก ฏ ใ น พ ร ะ ไต ร ปิ ฎ ก มี ห ลั ก ฐ า น
ตามแนวทางศาสนา แต่เม่ือกลับไปดู ปรากฏอย่างไร และมีความเก่ียวข้อง
แนวทางของดนตรีกลับมีลักษณ ะ ในมิติใด รวมทั้งใช้เป็นแนวปฏิบัติตาม
ตรงกันข้าม แต่ก็ได้มีการประยุกต์ แนวทางของการบาบัดอย่างไรตามที่
ดนตรีให้เข้ากับบริบททางศาสนา ดัง ปรากฏในพระไตรปฎิ ก
ประโยคที่ว่า “ธรรมเภรี” กลองหรือ
ดนตรีแห่งพระธรรม ถ้าดนตรีทาให้คน
อิ่มเอิบ ธรรมะก็มีสถานะคล้ายกัน จึง
ท า ให้ ใน พิ ธี ก ร ร ม ข อ ง พุ ท ธ ศ า ส น า
โดยเฉพาะในฝ่ายมหายาน จึงปรากฏ
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตพะเยา | MCU, Phayao Campus
วารสารบณั ฑติ แสงโคมคา ปที ี่ 1 ฉบบั ที่ 2 | กรกฎาคม – ธันวาคม 2559 121
เน้อื เรอื่ ง ดนตรีเคร่ือง 5 เป็นอย่างไร
ประกอบด้วยอะไรบ้าง ในคัมภีร์ยังมี
เค ร่ืองดน ตรีท่ี ป รากฏ ใน ข้อมูลเสริมต่อไปอีกว่า ดนตรีเคร่ือง 5
พระไตรปฎิ ก ประกอบด้วย (1) อาตฏะ กลองท่ีหุ้ม
หนังหนา้ เดียว เชน่ กลองยาว หรือโทน
ในคัมภีร์พระไตรปิฎกปรากฏ (2) วิตฏะ กลองหุ้มท้ัง 2 หน้า เช่น
หลักฐานเกี่ยวกับเคร่ืองดนตรี ใน ตะโพน (3) อาตฏวิตฏะ กลองหุ้มหนัง
คัมภรี ์ท่ีวา่ “เครื่องดนตรี 60,000 ชนิ้ ” โดยรอบ เช่น บัณเฑาะว์ (4) สุสิระ
(พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่ม 33 ข้อ เครื่องเป่า เช่น ป่ีและสังข์ (5) ฆนะ
69: 345) บ้าง หรอื มากสุดทป่ี รากฏใน เค ร่ื อ ง ป ร ะ โ ค ม เช่ น ฉ า บ ฉิ่ ง
คมั ภีร์ คอื 100,000 ช้ิน (พระไตรปิฎก (พระไตรปฎิ กพร้อมอรรถกถาแปล เล่ม
ภาษาไทย เล่ม 32 ข้อ 316: 695) ซึ่ง 13: 502)
ในข้อเท็จจริงจะหมายถึงเครื่องดนตรีมี
จานวนมากอย่างนั้นจริง หรือว่าเป็น ดังปรากฏข้อความเกี่ยวกับ
เพียงการอุปมายังเป็นข้อสันนิษฐาน เคร่อื งดนตรีท่ีวา่
แต่หลักฐานที่ปรากฏในคัมภีร์ซึ่งมีอยู่
หลายชนิดอาจจาแนกได้เป็นเครื่องดีด ข อ ทู ล เ ชิ ญ พ ร ะ อ ง ค์
สี ตี เป่า ตามรูปแบบของเคร่ืองดนตรี ทอดพระเนตรกลอง ตะโพน สงั ข์
ทปี่ รากฏอยู่ในปจั จุบนั
บัณเฑาะว์ มโหระทึก และ
ใน ส่ ว น ข อ ง เค รื่ อ ง ด น ต รี ที่ เครอื่ งดนตรที ุกชนดิ
ปรากฏเป็นหลักฐานในพระไตรปิฎก
ดนตรีเครื่อง 5 เป็นอีกประเภทหน่ึงที่ ท่ธี รรมชาติได้เนรมิตไว้ในแก้ว
ถูกกล่าวถึงในพระไตรปิฎก ดนตรี มณีดวงนี้
เคร่ือง 5 เป็นลักษณะของดนตรีที่มีไว้
เพื่อการประโคมดังปรากฏว่า “ดนตรี ข อ ทู ล เ ชิ ญ พ ร ะ อ ง ค์
เครื่องห้า ท่ีบุคคลปรับเสียงดีประโคม ทอดพระเนตรเปิงมาง (ฉิ่ง) กังสดาล
ดีแล้ว บรรเลงโดยผู้เชี่ยวชาญ ย่อมมี พณิ
เสียงไพเราะ น่ายินดี ชวนฟังชวนให้
เคลิบเคลิ้ม ฉันใด ข่ายกระด่ิงเหล่าน้ัน การฟ้อนราขับร้อง เครื่อง
ยาม เมื่ อต้องลมเกิดเสียงไพ เราะ ดนตรีดดี สีตเี ป่าที่เขาประโคมกกึ กอ้ ง
น่ายินดี ชวนฟังชวนให้เคลิบเคลิ้ม ฉัน
นั้น” (พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่ม 10 ท่ธี รรมชาติได้เนรมิตไวใ้ นแก้ว
ขอ้ 258: 191) มณีดวงน้ี (พระไตรปิฎกภาษาไทย
เล่ม 28 ข้อ 1406-1407: 402)
ดนตรีเคร่ือง 5 หรือปัญจดุร
ยางค์ในประโทน (อาตตะ) กลอง
บัณเฑาะว์ (อาตตะวิตตะ) ตะโพน
122 Journal of SaengKhomKham Buddhist Studies Vol. 1 No. 2 | July – December 2016
(วิต ต ะ ) สั งข์ (สุ สิ ระ ) ปี (สุ ริระ ) บาบัด” ท่ีสอดประสานกับดนตรีบาบัด
บัณ เฑาะว์ มโหระทึก กลองใหญ่ หากอาศัยแนวคิดในการใช้ดนตรีเพื่อ
บรรเลงอย่างไพเราะในวิมานน้ัน ” มาเป็นเคร่ืองหมายสื่อธรรม ประหน่ึง
(พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่ม 33 ข้อ ดนตรีเป็นเครื่องมืออย่างยิ่งยวดในการ
147: 53) เข้าให้เข้าถึง และเป็นเครื่องมือในการ
สื่อสารธรรมะกระบวนการยกจิตของผู้
จากข้อมูลท่ีปรากฏ กับผล ปฏบิ ตั ิ
การศึกษาของอสิมาภรณ์ มงคลหว้า
(2 5 5 5 ) ใ น เ ร่ื อ ง “ ด น ต รี ใ น เหตุการณ์ของพระพุทธเจ้า
พระพุทธศาสนาเถรวาท” ท่ีให้ผล ขณ ะบ าเพ็ ญ สมณ ธรรมด้วยการ
การศึกษาว่า “...การใช้ดนตรีในพุทธ บาเพ็ญทุกรกิริยา “ดนตรี” ถูกนามา
ศาสนาเถรวาทสามารถสร้างความรู้สึก อธิบายประกอบกับพฤติกรรมของ
กล่อมเกลาจิตใจให้เกิดความศรัทธา “สิทธัตถะ” ประหนึ่งเป็นเคร่ืองมือชี้
และความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ขุมทรัพย์ให้กับพระองค์ “พิ ณ 3
และการใช้ดนตรใี นพระพุทธศาสนายัง สาย” คือ ส่ือโลกทัศน์ของการปฏิบัติ
มีส่วนเก่ียวข้องกับการประกอบใน ให้กับพระองค์ และในเวลาเดียวกันจะ
พธิ ีกรรมทางศาสนา เช่น การบูชา การ เป็นไปได้หรือไม่ว่า ดนตรีเพ่ือส่ือธรรม
อุปมาอุปมัย และการสอนธรรม เป็น แ ต่ พิ ณ ถู ก น าม าใช้ ใน ฐ าน ะ เป็ น
ต้น ทาให้ผู้ศึกษาได้เข้าใจ ในหลักคา เคร่ืองมือสื่อธรรมเป็นพิณ 3 สาย หรือ
สอนเกี่ยวกับดนตรีที่เกี่ยวข้องทาง การดีดเป็น 3 คร้ัง โดยใช้วิธีการของ
พระพทุ ธศาสนา และสามารถนาดนตรี พิณทุกสายท่ีมีลักษณะหย่อน ตึง และ
ไป ป ระยุ ก ต์ ใช้ กั บ พิ ธีก รรม ท าง พ อ ดี ซ่ึ ง จ ะ ท า ใ ห้ เ ห็ น ค ว า ม
พระพทุ ธศาสนาได้...” เปล่ียนแปลงของแต่ละคร้ังได้ชัดกว่า
ในเวลาเดียวกันก็จะทาให้เห็นได้ว่า
ดนตรีสื่อธรรมเพ่ือการบาบัด รูปแบบของดนตรีดังกล่าวเป็นรูปแบบ
คร้งั พทุ ธกาล ที่สอดคล้องกับการดีดในทุ กครั้ง
เพราะถ้าสามสายตึง หย่อน ซึ่งอาจ
หากมองภาพของดนตรีอาจ อธบิ ายได้วา่
ไม่สามารถนึกได้ เหมือนกับในปัจจุบัน
เราจะได้ยินเพลงสวดมนต์ประกอบ พิณสายที่ 1 ถ้าตามหลักของ
ดนตรีหรือเพลงธรรม อาจมองได้อีก ตนดรีถือว่า เป็นสายเอก จะมีรหัสทาง
มุมหน่ึง คือ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นมนต์ ดนตรีว่า “มี” แต่ในทางส่ือธรรม อาจ
เพลงท่ีมีความหมายเพื่อการส่ือธรรมะ อธิบายในข้อท่ีว่า แนวทางการดาเนิน
หรืออาจจะเป็นจัดอยู่ในกลุ่ม “มนตรา
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตพะเยา | MCU, Phayao Campus
วารสารบณั ฑติ แสงโคมคา ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 | กรกฎาคม – ธันวาคม 2559 123
ชีวิตของมนุษย์เปรียบเทียบได้ว่า ถ้า กรณี พระโสณโกฬิวิสะก่อน
ปฏิบัติในทางสายหย่อนยานเกินไปก็ บวชเป็นนักพิณ มีศรัทธามาบวชใน
เปรยี บได้กับกามสุขัลลกิ านโุ ยค พระพุทธศาสนา เมื่อบวชเข้ามาแล้ว ก็
ใชก้ ารบาเพ็ญสมณธรรมดว้ ยวิธที รมาน
พิณสายท่ี 2 เป็นสายทุ้ม ขึ้น ตน เร่ิมตั้งแต่เดินจงกลมอย่างหนักบน
สายเปล่าเป็นเสียง ลา เปรียบได้ พ้ืนดินขรุขระจนเท้าแตกเลือดไหล
กับอัตตกิลมถานุโยค คือ เส้นท่ีตงึ มาก ต่อมาเมื่อเดินด้วยเท้าไม่ไหวจึงใช้เข่า
อาจทาให้เห็นว่า เส้นทางดังกล่าวมัน เดินและใชม้ ือยัน จนในทส่ี ุดทงั้ เข่าและ
หนัก เปรียบเทียบกับสายดนตรี ก็คือ มือก็แตกอีก แต่กระน้ันก็ยังมิได้มรรค
ตึงไปก็ไม่เพราะ ขาดความนุ่มนวลอัน ผลอันใด ปฏิบัติด้วยอาการแบบนี้ จน
จะเกิดจากเสียงดูแข็งและไร้อรรถรส เกิดความท้อแท้ใจว่า เดชบุญจะไม่มี
ทางด้านตรี เม่ือฟังแล้วไม่อาจให้เกิด หรือประการใด จึงไม่ถึงที่สุดแห่งทุกข์
สุนทรียะ เปรียบได้กับการดาเนินชีวิต เพื่อให้ถึงธรรม จนเกิดอาการลังเลไม่
ของม นุ ษ ย์ ที่ ห ย่อ น ยาน แ ละไม่ มี ม่ันใจ ละคลายเจตจานงต่อการเข้าถึง
เป้าหมายในการดาเนินชีวิตก็จะทาให้ อุดมการณ์สูงสุดของพระพุทธศาสนา
เกิดความไม่ปกติสุขในการดาเนินชีวิต แล้ว “บรรดาสาวกของพระพุทธเจ้า
นั้นเอง
ผู้บาเพ็ญเพียรอย่างหนักนั้น เราก็
พิณสายท่ี 3 จะข้ึนสายเป็น
เสี ย ง ป ร ะ ส า น เป รี ย บ ไ ด้ กั บ เป็นผู้หน่ึงที่มิได้ย่อหย่อนกว่าผู้อ่ืน ๆ
มัชฌิมาปฏิปทา ซ่ึงเป็นแนวทางที่
พอดี ไม่มากไปไม่น้อย เป็นรูปแบบใน ถ้ากระไรเราควรลาสิกขาออกไปครอง
การปฏบิ ัติธรรม รวมท้ังการดาเนนิ ชีวิต
ที่อยู่ในลักษณะที่พอดี ไม่มากไปไม่ เพ ศ ฆ ร า ว า ส ท า บุ ญ ส ร้ า งกุ ศ ล ต า ม
น้อยไป เป็นการดาเนินชีวิตท่ีอยู่ใน
สภ าวะกลาง ไม่มากไป ไม่น้อยไป สมควรแก่ฆราวาสวิสัยจะดีกว่า”
กอ่ ใหเ้ กิดความพอดใี นการดาเนนิ ชีวติ
แปลว่า “ท้อ” จนกระท่ังพระพุทธเจ้า
หากเทียบกับวิธีการทางดนตรี ทราบ จึงเสด็จมาตรัสสอน พระองค์
3 สายเป็นเงื่อนไขอธิบายความเป็น ทรงทราบดีว่า ท่านมีความชานาญใน
ธรรม หรือสภาวธรรมแล้วจะเหน็ ว่า สง่ิ การดีดพิณมาก่อน จึงทรงชวนสนทนา
ที่เกิดขึ้นเป็นไปได้จริง พร้อมกันนั้นก็ เร่ืองการดีดพิณเปรียบเทียบกับการ
จะเข้าใจว่าสภาวธรรมเหล่าน้ีเกิดข้ึน บาเพ็ญเพียร ดงั นี้
ต่อเนือ่ งตลอดเวลา
พระพุทธเจ้า: โสณะ สายพิณ
ที่ขึงตึงจนเกินไป เวลาดีดเสียงพิณจะ
ดังเพราะหรือไม่
124 Journal of SaengKhomKham Buddhist Studies Vol. 1 No. 2 | July – December 2016
พระโสณะ: ไม่เพราะ พระเจ้า บาเพ็ญทุกรกิริยา ปรับวิธีการในการ
ข้า ปฏิบัติจึงบรรลุธรรมในท่ีสุด ดนตรีทา
หน้าท่ีชี้ทางธรรมให้ โดยเหตุการณ์
พระพุทธเจ้า: โสณะ สายพิณ ต อ น ท่ี เจ้ าช าย สิ ท ธั ต ถ ะ บ าเพ็ ญ ทุ ก ร
ที่ขึงหย่อนเกินไป เวลาดีดจะดังเพราะ กิริยา ด้วยสภาพจิตที่มุ่งอยู่การปฏิบัติ
หรือไม่ ขั้นอุกฤษฏ์ อาจตีความได้ว่า จิตของ
พระองค์อาจตึงเครียดอยู่กับสภาวะ
พระโสณะ: ไม่เพราะ พระเจ้า ของการบาเพ็ญอย่างหนัก เมื่อได้ฟัง
ข้า ดนตรีตามลักษณะของการบรรเลงตึง
หย่อนและพอดี และใน 3 ลักษณะน้ัน
พระพุทธเจ้า: โสณะ สายพิณ มีเสียงที่เปลี่ยนไปตามแต่ลักษณะของ
ท่ีขึงได้ระดับพอดี ไม่ตึงหรือหย่อน สาย การที่พระองค์เป็นผู้มีปัญญาอยู่
เกินไป เวลาดีดจะดังเพราะหรอื ไม่ แล้ว จึงทาให้ง่ายต่อการพิจารณา
เปรียบเทียบ จึงได้ปริศนาธรรมผ่าน
พระโสณะ: เพราะ พระเจ้าขา้ ดนตรีนั้น อาจมีผู้เห็นแย้งว่า ถ้าอย่าง
พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า : เ ช่ น น้ันเจ้าชายสิทธัตถะที่มีปัญญา ทาไม
เดียวกันโสณะ การบาเพ็ญเพียรก็ จ ะ ต้ อ ง ม า ใช้ ด น ต รี เ ป็ น ภ า ว ะ น า จิ ต
เหมือนการขึงสายพิณ ถ้ามีความเพียร ผู้เขยี นเองกลับคิดว่า ประเด็นนี้อาจจะ
แรงกล้าเกินไป จิตก็ฟุ้งซ่าน ถ้ามีความ เป็นเหตุผลแสดงว่า เพราะเจ้าชาย
เพียรหย่อนเกินไป จิตก็เกียจคร้าน สิทธัตถะ คือ ผู้ยังไม่บรรลุธรรม เมื่อ
เพราะฉะน้ัน เธอจงบาเพ็ญเพียรให้ พระองค์คิดว่า “การบาเพ็ญ ทุกร
พอดี ปรับอินทรีย์ คือ ศรัทธา วิริยะ กิริยา” คือ เห็นทางแห่งการดับทุกข์
สติ สมาธิ ปัญญา ให้เสมอกนั เถดิ แน่นอน จึงทาให้พระองค์มุ่งไปทาง
ค รั้ น ได้ รั บ ก า ร แ น ะ แ น ว ก า ร เดียว จึงทาให้เจ้าชายสิทธัตถะยังไม่ได้
ปฏิบัติจากพระพุทธเจ้าแล้ว พระโสณ พบธรรม และไม่ได้ใช้ปัญญาท่ีมีอยู่
โกฬิวิสะก็บาเพ็ญเพียรแต่พอดี คือ ไม่ พิจารณาในส่วนอื่น แต่เมื่อมีส่ิงเร้าเข้า
ตึงเกินไปห รือห ย่อนเกินไป ท่ าน มาจึงทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และ
สามารถปรับอินทรีย์ให้เสมอกันได้ ไม่ ในเวลาเดียวกันการท่ีพระองค์ปฏิบัติ
นานจากนั้นก็ได้บรรลุอรหัตผลในป่าสี มานานยังมองไม่เห็นหนทาง แต่เมื่อมี
ตวนั (บรรจบ บรรณรุจิ, 2555) ส่ิงเร้าเข้ามาทาให้เกิดการเปรียบเทียบ
ในความหมายนี้ ดนตรีจึงมีนัย จึงทาให้พระองค์มองเห็นความจริง
ของการใช้ดนตรีเพ่ือเป็นอุปกรณ์ส่ือ
ความ ดังหลักฐานปรากฏว่า ดนตรีถูก
ท าให้ เป็ น เค ร่ือ งส่ื อ ค ว าม ห ม าย
จ น ก ร ะ ท่ั ง เจ้ า ช า ย สิ ท ธั ต ถ ะ ที่ ก า ลั ง
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตพะเยา | MCU, Phayao Campus
วารสารบณั ฑติ แสงโคมคา ปีท่ี 1 ฉบับที่ 2 | กรกฎาคม – ธนั วาคม 2559 125
ดังกล่าว ระหว่างความจริงจากการ จนกระทั่งนาไปสู่การบรรลุธรรม ซึ่ง
ปฏิบัติกับความจริงผ่านดนตรีน้ัน ทา ในขณะท่ีร่างกายอ่อนล้า จิตใจอาจ
ให้ เกิ ด ก ารเป ลี่ ย น แ ป ล ง แ ล ะ ก็ เคร่งตึงอยู่อารมณ์ ของการปฏิบัติ
ปรับเปล่ียนวิธีการของการปฏิบัติและ บาเพ็ญ “ทุกรกิริยา” สภาพความรู้สึก
นาไปสู่การบรรลุธรรมในที่สุด ใน และร่างกาย “ล้า” เมื่อได้ฟังดนตรี
ความหมายนี้ผู้เขียนตีความว่า ดนตรี อาจทาให้เจ้าชายสิทธัตถะในขณะน้ัน
เพอ่ื การบรรลุธรรม จติ ถกู นาออกจากภาวะของการบาเพ็ญ
ทุกรกิริยา ภาวะผ่อนคลายอันเกิดจาก
อีกนัยหนึ่ง ดนตรีส่ือธรรม ดนตรี ทาให้พระองค์ “ระลึก” ขึ้นได้
หรือเพ่ือการบาบัด หมายถึง การนา ด้วยปรีชาญาณของพระองค์ นาไปสู่
ดนตรีและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การเปรียบเทียบและมองเห็นช่องทาง
กับดนตรีมาใช้ประกอบ เพ่ือการสร้าง ว่า พระองค์จะทาอะไรหลังจากฟัง
แรงจูงใจให้เกิดผลในด้านต่าง ๆ ที่ไม่ ดนตรี การปรับเปล่ียนพฤติกรรมจึง
เก่ียวเนื่องกับดนตรี เช่น นักดนตรี เกิดขึ้นด้วยการเสวยพระอาหาร ชาระ
บาบัดอาจใช้ความชานาญส่วนตัวใน รา่ งกาย รวมถงึ การมีปฏสิ ัมพนั ธ์กบั คน
ฐานะนักดนตรี เพื่อสร้างสรรทักษะ รอบข้าง
และการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ทาง
กายภาพ การส่ือสารทางสังคมและ การรับอาหารของนางสุชาดา
การแสดงอารมณ์ของผู้ท่ีเข้ารับการ หากมองเฉพาะแนวคิดดนตรีบาบัด ใน
บาบัด ผู้รับการใช้ดนตรีบาบัด ไม่ ทัศนะผู้เขียนมองว่า นั่นคือ การ
จาเป็นต้องเป็นผู้ป่วย เน่ืองจากบท ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปตามแนวทาง
สวดมนต์ที่ศรีลังกากับอินเดีย มีดนตรี ที่มุ่งหวัง เหตุผลหนึ่งน่าจะสัมพันธ์
ประกอบด้วย ซ่ึงทาให้มีสีสัน น่าฟัง เก่ียวเน่ื องกับ ดนตรีใน ฐาน ะเป็ น
และทีส่ าคัญมันทาให้สมาธิดขี ึน้ อุปกรณ์นาไปสู่การบรรลุธรรมในข้ัน
ตอ่ ไป
ในครงั้ พุทธกาล การทเ่ี จ้าชาย
สิทธัตถะขณะบาเพ็ญทุกรกิริยา มี อีกความหมายหน่ึงที่ปรากฏ
เทวดามาดีดพิณ มองได้ว่า ดนตรี ในพระพุทธศาสนา คือ “ธรรมเภรี”
บาบัดทาให้จิตของพระพุทธเจ้าผ่อน เป็นคาท่ีชาวพุทธส่วนใหญ่จะรู้จัก โดย
คลายในขณะที่เคร่งเครียดอยู่กับการ ความหมาย ก็คือ การนาธรรมะของ
บาเพ็ญทุกรกิรยิ า จนคดิ ออกมาไดผ้ ่าน พ ร ะ พุ ท ธ เจ้ า ห รื อ น า ห ลั ก ก า ร ท า ง
อิ ริ ย า บ ถ ท่ี ผ่ อ น ค ล า ย ว่ า ต้ อ ง พระพุทธศาสนามาใช้ ในการปกครอง
ป รั บ เป ลี่ ย น แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ บ้านเมืองของพระเจ้าอโศก เหตุการณ์
126 Journal of SaengKhomKham Buddhist Studies Vol. 1 No. 2 | July – December 2016
เกิดขึ้นภายหลังจากท่ีพระองค์ได้ยก แห่งใดทาให้เกิดความสุขในการอยู่
ทั พ ไป ป ราบ แค ว้น กลิงค รัฐ และ ร่วมกนั
เหตุการณ์ท่ีปรากฏในพระไตรปิฎก ก็
คอื ศพนอนกันเกล่ือนกลาด เลือดนอง ด น ต รี กั บ โ ล ก ทั ศ น์ ใ น ท า ง
แผ่นดิน จึงทาให้พระองค์มองเห็น ศาสนา
“ ค ว าม จ ริง” ป ระ ก ารห น่ึ งก็ คื อ
สงครามนามาซ่ึงความสูญเสียทาให้ จ า ก ห ลั ก ฐ า น ใน คั ม ภี ร์
พระองค์ต้องปรับเปล่ียน “นโยบาย” พ ร ะ ไต ร ปิ ฎ ก มี อ ยู่ ห ล า ย ต อ น ที่ ใ ห้
ด้วยการใช้ “ธรรมยาตรา” หรือ คาอธิบายเก่ียวกับโลกทัศน์ท่ีสัมพันธ์
“ ธ ร ร ม เภ รี ” คื อ เมื่ อ ก อ ง ทั พ กับเครื่องดนตรี แต่ทัศนะเหล่าน้ีอยู่ท่ี
“ยาตรา” ไปแห่งใด เสียงกลองที่ เปา้ หมายและการอธบิ าย
เรียกว่า “ยุทธเภรี” เสียงกลองศึก
1. ในฐานะเป็นอุปกรณ์หรือ
ย่อมคารามไปท่ัว และสภาพของความ เคร่ืองมือในการปฏิบัติธรรม ซ่ึงตรงนี้
“สูญเสีย” ต้องกระจายไปยังพื้นท่ีน้ัน เป็ น ก า ร ม อ ง ต า ม ค ว า ม เข้ า ใจ ข อ ง
ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราช และพระองค์ ผู้เขียนเองว่า ถ้าดนตรีในทัศนะทาง
ก็ ป ร ะ ส บ ด้ ว ย ตั ว เอ ง ท่ี แ ค ว้ น พระพุทธศาสนาอาจมีหลากหลาย แต่
“กลงิ ครัฐ” ดนตรีในทัศนะทางศาสนาดนตรีได้เข้า
มามีส่วนในการสนับสนุนและเก้ือต่อ
ดังน้ัน ในแนวคิดนี้สะท้อนให้ การปฏิบัติธรรมได้ ดังกรณีท่ีเจ้าชาย
เห็นว่า ดนตรีเป็นเคร่ืองมือในการ สิทธัตถะ ซ่ึงขณะบาเพ็ญทุกรกิริยา
บาบัดให้เกิดภาวะต่อการเรียนรู้ดัง “พิณ” ซึ่งจะมีรูปร่างเหมือนพิณใน
ปรากฏกรณีเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระ ปัจจุบันหรือไม่อย่างไรไม่ทราบได้ แต่
โสณโกฬิวิสะนกั พณิ ที่คลายการปฏิบัติ ได้เข้ามามีส่วนเป็น “ปริศนา” ให้
ธรรม ดนตรีได้มาเป็นเคร่ืองมือในการ เจา้ ชายสิทธัตถะในขณะนน้ั ได้ “ผอ่ น
ส่ือธรรม อกี นยั หนึ่งเพ่ือการบาบดั ผอ่ น คลาย” ประหนึ่ง “ดนตรีบาบัด”
คลายจนกระทั่งได้มุมคิดวิธีคิดและ หรือไม่ผู้เขียนไม่ยืนยัน แต่ทาให้
เข้าถึงการแสวงหาความรู้ขั้นสูง หรือ พระองค์ในขณะที่ฟังพิณที่บรรเลงนั้น
อกี ความหมายหนึ่งเป็นการส่ือธรรมดัง เกิดการเปรียบเทียบ และนาไปสู่การ
กรณี พ ระเจ้าอโศกมห าราชใช้ใน แสวงหาแนวทาง วิธีการปฏบิ ตั ิใหม่ จะ
ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ก า ร สื่ อ ธ ร ร ม แ ท น ตีความตรงน้ันได้หรือไม่ว่า ดนตรีได้
สงครามและความรุนแรงประหนึ่งไป เข้ามามีส่วนในการปฏิบัติธรรมได้ ซ่ึง
หากพิจารณาในยุคร่วมสมัย การนา
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตพะเยา | MCU, Phayao Campus
วารสารบณั ฑติ แสงโคมคา ปที ่ี 1 ฉบับท่ี 2 | กรกฎาคม – ธนั วาคม 2559 127
ดนตรีมาอธิบายธรรมะ มนต์เพลง ว่า ดนตรีเป็นสื่อนาจิตให้ได้ความคิด
ศ าส น าห รือ เพ ล งธ รรม ะ ล้ ว น มี ใหม่เพ่ือการบรรลุหรือการปฏิบัติธรรม
เป้าหมายเพ่ือการส่ือสารธรรมะในอีก ก็คงไมผ่ ดิ เสยี ทีเดยี ว
รูปแบบหน่ึง ประหน่ึงเป็นการเอา
ดนตรีเข้าไปเป็นส่วนในการผสมผสาน แม้กระท่ังดนตรีในยุโรปยุค
เพื่อให้ง่ายต่อการ “เสพ” ธรรมะด้วย หลัง ดนตรีได้เข้ามาเป็นส่วนหน่ึงของ
วิธีการทางดนตรี รวมไปถึงเพื่อเป็นวีธี ศาสนา เพราะหากดูพัฒนาการของ
การในการส่ือจิต ยึดโยงจิตให้เข้าสู่ ดนตรีตะวันตก ไม่วา่ จะเป็นในยคุ กลาง
ภาวะธรรมตามเป้าหมายที่ต้องการ (Medieval) ระหว่าง ค.ศ.450-1450
ตามแนวดนตรแี ละธรรมะ ท่ีผสมผสาน เลยไปถึงยุคเรเนซองส์ (Renaissance
กนั นัน้ Period) ค.ศ. 1450-1600 หรือยุคบา
โร้ค (Baroque Period) 1600-1750
ดังกรณี กบ ตัวหน่ึงในสระ วัฒนธรรมดนตรีมีฐานเกิดจากศาสนา
โบกขรณี นอนถือนิมิตในพระสุรเสียง โ ด ย เกี่ ย ว ข้ อ ง บ ท ส ว ด ใ น โ บ ส ถ์ ห รื อ
ด้วยธรรมสัญญาว่า นี้เรียกว่าธรรม อยู่ ดนตรีท่ีเป้าหมายเพ่ือการประกอบ
ท้ายบริษัท (ท้ายผู้คน) ขณะน้ัน คน พิธีกรรม ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวคิด
เล้ียงลูกโคคนหนึ่งมาที่นั้น เห็นพระ ข อ ง บี โ ธ เ ฟ่ น ( Ludwig van
ศาสดากาลังทรงแสดงธรรม และ Beethoven, ค.ศ. 1170-1827, 56
บริษัทกาลังฟังธรรมอย่างสงบเงียบส่ง ปี) ท่ีว่า “ดนตรี คือ เสียงของพระ
ใจไปในเรื่องน้ัน ยนื ถือไม้ [สาหรับต้อน เจ้า” ดนตรีจึงถูกออกแบบมาโดย
โค] ไม่ทันเห็นกบ จึงได้ยืนปักไม้บนหัว มนุษย์แต่มีปลายทางเพ่ือการเซ่นสรวง
กบเข้า กบขณะท่ีมีจิตเลื่อมใสอยู่ด้วย บูชาเทพเจ้า ในส่วนของพุทธหรือใน
ธรรมสัญญา ได้ทากาละตายในขณะ ราชสานักดนตรีถูกนาไปเป็นส่วนหน่ึง
น้ันเอง ไปบังเกิดในวิมานทอง 12 ของพิธีกรรมเพื่อการประโคม แห่ ใน
โ ย ช น์ ใ น ส ว ร ร ค์ ชั้ น ด า ว ดึ ง ส์ พิธีการต่าง ๆ ตั้งแต่งานเกิดจนตายใน
(พระไตรปิฎกพรอ้ มอรรถกถาแปล เล่ม สังคมไทย ดังปรากฏในงาน “การ
48: 420) แม้กระทั่งค้างคาวฟังพระ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของครูดนตรี
สวดมนต์ เท้าหลุดลงมาตาย ก็ได้ไป ไท ย กั บ ห ลั ก ค า ส อ น ใน ศ า ส น า พุ ท ธ ”
เกิดในวมิ านเช่นเดียวกนั (มาศสุภา เพชรรักษ์, 2558: 95-104)
หรือในงาน “ดนตรีในพิธีกรรมแซปาง
เจ้ าช าย สิ ท ธัต ถ ะ กั บ ก าร ของชาวไทดา” (สุรดิษ ภาคสุชล,
เปรยี บเทียบดนตรี นาไปสู่การแสวงหา 2553: 223-229) รวมถึงงานเรื่อง
แนวทางในการบรรลุธรรม ตีความได้
128 Journal of SaengKhomKham Buddhist Studies Vol. 1 No. 2 | July – December 2016
Chinese Ceremonial Music in ความผิดปกติทางด้านอารมณ์ ทาง
Mahayana Buddhism in รา่ งกาย และสติปญั ญา
Southern Thailand ( Ungpho,
2010), The Dance from Concept ด น ต รี มี ผ ล ต่ อ ก า ร
of Trilaksana in Buddhism เปล่ียนแปลงของร่างกาย จิตใจและ
( Charassri and Chandnasaro, การทางานของสมองในหลาย ๆ ด้าน
2016: 35-54) รวมทั้งงานเร่ือง Wai จากการศึกษาวิจัยพบ ว่า ผลของ
Khru Ceremony: The Life and ดนตรีต่อร่างกาย สามารถทาให้เกิด
Soul of Thai Music ( Pidokrajt, การเปล่ียนแปลงของอัตราการหายใจ
2011: 22-31) เป็นต้น หรือการท่ีพระ อัตราการเต้นของชีพจร ความดัน
ในแบบมหายานในพิธีกรรมต่าง ๆ ก็มี โลหิต การตอบสนองของม่านตา
ด น ต รี เข้ า ม า เป็ น ส่ ว น ห นึ่ ง จ ะ ด้ ว ย ความตึงตัวของกล้ามเนื้อและการ
เหตุผลเพ่ือการเข้าถึงธรรม สร้าง ไหลเวียนของเลือด จึงมีการนาดนตรี
จังหวะในการบริกรรม หรือจะเป็น มาประยุกต์ใช้ในการรักษาโรคภัยไข้
อปุ กรณอ์ ย่างหนงึ่ ในการสือ่ ธรรม เจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ เรียกกันว่า
ดนตรีบาบัด (Music Therapy)”
2. ดนตรีกับการ “บาบัด”
(Music Therapy) ซึ่ ง ห า ก เอ า ค า หากเอาคานิยามน้ีมาอธิบาย
นิยามของอาจารย์ทางด้านดนตรี สุร อาจอธิบายเสริมต่อได้หรือไม่ว่า การ
ศักดิ์ จานงสาร ให้คานิยาม “ดนตรี ท่ีเจ้าชายสิทธัตถะ ขณะบาเพ็ญทุกร
บาบดั ” กับผู้เขียนไว้ว่า “ดนตรีบาบัด กิริยา เม่ือสภาพร่างกายที่ทรงบาเพ็ญ
คือ การนาดนตรีและกิจกรรมต่าง ๆ มานานอ่อนล้าและเคร่งตึงท่ีเกิดจาก
ท่ีเกี่ยวข้องกับดนตรีมาใช้ประกอบ การปฏิบัตินั้น ทาให้พระองค์ประหน่ึง
เพื่อการสร้างแรงจูงใจให้เกิดผลใน ต้องการพักผ่อน “ดนตรี” เข้ามามี
ดา้ นตา่ ง ๆ ทไี่ ม่เกยี่ วเนือ่ งกับดนตรี ส่วนในการทาให้พระองค์ “ผ่อน
คลาย” ตามแนวทางดนตรีบาบัด
ตามความหมายของวิกิพีเดีย และในเวลาเดียวกัน ดนตรีได้มาสร้าง
สารานุกรมเสรี “ดนตรบี าบดั คือ การ แ ร ง จู ง ใ จ ใ ห้ เกิ ด ก า ร ตี ค ว า ม ส ร้ า ง
วางแผนในการใช้กิจกรรมทางดนตรี ความคิดใหม่ จนกระท่ังให้พระองค์ได้
ควบคุม ในกลุ่มของคนทุกวัยไม่ว่าจะ เปลี่ยนทัศนะคติและเปลี่ยนแนวทาง
เป็นวัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ เพ่ือให้ ในการปฏบิ ตั ใิ นท่สี ดุ
เกิดผลบรรลุในการรักษาโรคต่าง ๆ ท่ี
เกิดมาจากความบกพร่องต่าง ๆ เช่น 3. เป็ น คุ ณ สมบั ติใน การ
ทาบุญหรือการทาความดี ในคัมภีร์
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตพะเยา | MCU, Phayao Campus
วารสารบณั ฑติ แสงโคมคา ปีท่ี 1 ฉบบั ท่ี 2 | กรกฎาคม – ธนั วาคม 2559 129
ทางศาสนาจะเห็นได้ในหลายกรณีที่ว่า การถวายธง” (พระไตรปิฎกภาษาไทย
ดนตรีเข้ามามีส่วนในการ “สร้าง” เลม่ 32 ขอ้ 93: 133)
กระบวนทัศน์ต่อการทาความดีตาม
“ทัศนะ” ทางพระพุทธศาสนาได้ ดัง ข้ อ เท็ จ จ ริงใน ท างด น ต รี
ปรากฏในคัมภีร์ท่ีอธิบายถึงผลของ จานวนชิ้นของดนตรีต่อผลของการทา
ความดีในรูปแบบตา่ ง ๆ เชน่ ดี ทาไมต้องต่างกัน หรือทาไมจานวน
เครื่องดนตรีเยอะขนาดน้ัน อย่างไรก็
ผลจากการบูชาพระพุทธเจ้า ตาม คงไม่มีคาตอบในการค้นคว้าน้ี
ดังมีข้อความว่า “เคร่ืองดนตรี 1,060 เพียงแตต่ ้องการส่ือให้เห็นถึงความเป็น
ชิ้น กลองที่ประดับตกแต่งสวยงาม จัก ดนตรีในบริบทนี้เท่าน้ัน ว่าดนตรไี ด้ถูก
บารุงบาเรอผู้นี้เป็นนิตย์ น้ีเป็นผลแห่ง นามาเป็นตัวอธิบายภาวะทางศาสนา
การบูชาพระพุทธเจ้า” (พระไตรปิฎก ซ่ึงหากดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน
ภาษาไทย เลม่ 32 ข้อ 245: 40) ห รื อ เก่ี ย ว ข้ อ ง กั น แ ต่ ด น ต รี ได้
ก ล า ย เป็ น คุ ณ ส ม บั ติ อั น ห น่ึ ง ข อ ง ผู้
ถวายอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ป ระ ก อ บ “ กุ ศ ล ธรรม ” อั น เป็ น
“ท่านจงดผู ลการบารุงพระผู้มี เจตจานงในทางศาสนา อาจตีความได้
พระภาค ผู้ทรงเปน็ ท่ีพึง่ ของสตั ว์โลก ผู้ ว่า ม นุ ษ ย์ ผู้ เส พ คุ้ น อ ยู่ กั บ ค ว าม
ค งที่ เค รื่อ งด น ต รี 6 0 ,00 0 ชิ้ น สนกุ สนานรื่นเริง ยังพอใจอยู่กับการให้
แ ว ด ล้ อ ม ข้ า พ เ จ้ า ทุ ก เ ม่ื อ ” คาอธิบายการทาความดีด้วยลักษณะ
(พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่ม 32 ข้อ ของสังคมในช่วงเวลานั้น หรือในอีก
57: 247) ความหมายหน่ึง ดนตรีเป็นลักษณะ
ถวายทานทุกชนิด รวมถึง ของความสุขประการหนึ่งในแบบวิถี
การถวายสงั ฆาราม โล ก การขับ ก ล่อ ม ป ระโค ม คื อ
“เคร่ืองดนตรี 60,000 ชิ้น สัญลักษณ์ของความพึงใจ ท่ีผู้คนในยุค
กลองที่ประดับตกแต่งสวยงาม จะ สมยั นัน้ กาลงั ต้องการสภาวะดังกล่าว
แวดล้อมผู้นเ้ี ป็นนิตย์ น้ีเปน็ ผลแห่งการ
ถวาย สังฆ าราม ” (พ ระไตรปิ ฎ ก 4. เป็น “เคร่ืองขวางกั้น”
ภาษาไทย เลม่ 32 ขอ้ 477: 72) ก า ร ป ฏิ บั ติ ธ ร ร ม ทั ศ น ะ ข อ ง
การถวายธง พระพุทธศาสนาเกี่ยวกับเร่ืองดนตรี
“เครื่องดนตรี 60,000 ช้ิน อาจมี 2 ส่วนด้วยกันหลัก ๆ เกี่ยวกับ
กลองที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ส่วนเก้ือต่อการปฏิบัติธรรม หรือ
แวดล้อมท่านเป็นนิตย์ น้ีเป็นผลแห่ง เป้าหมายของการกระทาความดีดังท่ี
กล่าวมา แต่ในเวลาเดียวกันดนตรีก็
130 Journal of SaengKhomKham Buddhist Studies Vol. 1 No. 2 | July – December 2016
เปน็ เครอื่ ง “กน้ั ” หรอื ไม่สนบั สนนุ การ “ศรัทธาของพุทธบริษัท” ดังพุทธ
ปฏิบัติธรรม ดังปรากฏข้อความในวิ วจนะท่ีว่า “ภิกษุทั้งหลาย การกระทา
ชยาสูตรที่กล่าวถึงมารได้มาชวนนาง อย่างน้ี มิได้ทาคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้
ภิกษุณีขณะปฏิบัติธรรมว่า “เธอยัง เลอื่ มใส หรือทาคนทเ่ี ลือ่ มใสอยู่แล้วให้
สาวมีรูปงาม และฉันเองก็ยังหนุ่มแน่น เลื่อมใสย่ิงข้ึนได้เลย” (พระไตรปิฎก
มาเถิดน้องนาง เรามาร่วมบรรเลง ภาษาไทย เล่ม 3 ขอ้ 1174: 356)
ดนตรีเคร่ืองห้า สาเริงสาราญกันเถิด”
(พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่ม 15 ข้อ รวมไปถึงการบัญญัติสิกขาบท
165: 221) แต่วิชยาภิกษุณีก็ทราบว่า แก่สามเณร (พระไตรปิฎกภาษาไทย
มารมาด้วยประสงค์จะให้เคลื่อนจาก เล่ม 4 ข้อ 106: 168-169) หรือศีล
สมาธิจึงได้กล่าวคาถาจนมารต้องล่า อุโบสถ (ศีล 8) ก็เป็นการบัญญัติโดยมี
ถอยไป ลักษณะเพื่อป้องกัน “งดเว้นจากการ
ฟ้อนรา ขับร้อง บรรเลงดนตรีและดู
ในวินัยหรือข้อห้ามของพระ ก า ร ล ะ เล่ น อั น เป็ น ข้ า ศึ ก ต่ อ
ภิกษุณีในปาจิตตีย์ภัณฑ์ สิกขาบทที่ พรหมจรรย์”
10 ระบุว่า “ภิกษุณีไปดูการฟ้อนรา
การขับร้อง หรือการประโคมดนตรี ป ร า ก ฏ ใ น จุ ฬ ศี ล ว่ า
ต้องอาบัติ 2 อย่าง คือ 1. กาลังไป “พระสมณโคดม (รวมท้ังพระภิกษุ
ตอ้ งอาบัติทุกกฏ 2. ยืนอย่ใู นท่ีท่ีพอจะ สงฆ์) ทรงเว้นขาดจากการฟ้อนรา ขับ
ม อ ง เห็ น ห รื อ ได้ ยิ น ต้ อ ง อ า บั ติ รอ้ ง ประโคมดนตรี และดูการละเล่นที่
ปาจิตตีย์” (พระไตรปิฎกภาษาไทย เปน็ ขา้ ศึกแก่กศุ ล”
เล่ ม 8 ข้ อ 231: 291) ห รื อ ก ร ณี
พ ร ะ ภิ ก ษุ ไป ดู ม ห ร ส พ บ น ย อ ด เข า หากดูเจตนารมณ์ของวินัยใน
ชาวบ้านจึงตาหนิว่า “ไฉนพวกพระ ข้อต่าง ๆ จะมงุ่ ไปที่ “ดนตรี” ในฐานะ
สมณะเช้ือสายศากยบุตรจึงไปดูการ เป็น “ข้าศึก” ต่อการปฏิบัติธรรม
ฟ้อนราบ้าง การขับร้องบ้าง การ เค รื่ อ งด น ต รี ถู ก ก า ห น ด ให้ เป็ น
บรรเลงดนตรีบ้าง เหมือนคฤหัสถ์ เคร่ืองมือในการโน้มน้าวจิต ซ่ึงอาจมี
ผู้บริโภ คกามเล่า” (พระไตรปิฎ ก ลักษณะของการรื่นเริง สนุกสนาน แต่
ภาษาไทย เล่ม 7 ข้อ 248: 10) จึงเป็น ในทางกลับกันถ้ามีการใช้ในส่ิงที่เป็น
สาเหตุให้มีการบัญญัติวินัยเพื่อป้องกัน ประโยชน์ เพื่อการบูชา หรือเพ่ือการ
“ ข้ า ศึ ก ” ก า ร ป ฏิ บั ติ ธ ร ร ม ข อ ง นาจิตไปในทางท่ีสร้างสรรค์และเป็น
พระภิกษุพร้อมท้ังป้องกันหรือรักษา ประโยชน์ดนตรีก็น่าจะได้รับก าร
ยกเว้น ประหนึ่งเพราะความหมายการ
ห้ามในหมวดน้ี ก็คือ เพื่อป้องกันการ
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตพะเยา | MCU, Phayao Campus
วารสารบณั ฑติ แสงโคมคา ปีท่ี 1 ฉบับท่ี 2 | กรกฎาคม – ธนั วาคม 2559 131
ไหลของอารมณ์และการปฏิบัติเพ่ือ (2555) ได้ ท าการศึ กษ าไว้ เรื่อ ง
ไมใ่ ห้ไปสสู่ ภาวะทไ่ี มพ่ งึ ปรารถนา “ดน ต รี ใน พ ระพุ ท ธ ศาส น าเถร ว าท ”
เสนอเปน็ แนวคดิ ผลการศึกษาไว้ว่า “...
5 . เป็ น ไป เพื่ อ ก า ร บู ช า การใช้ดนตรีของพระพุทธศาสนาใน
สักการะ นอบน้อมบูชา แนวคิดน้ีเป็น สงั คมไทย มีการพฒั นาการใช้ดนตรเี ข้า
บริบทหน่ึงของสังคมในฐานะที่ดนตรี มาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาใน
เป็นส่วนหน่ึงของการแสดงออกต่อ สั งค ม ไท ย โด ย ใช้ ป ร ะ ก อ บ งา น
ความเชื่อ ซึ่งมีให้เห็นประจา เพราะ ประเพณี เช่น งานมงคล จะใช้เพลง
ดนตรีในบริบทปัจจุบันส่วนใหญ่ ก็คือ มหาฤกษ์ เพลงป่ีพาทย์สาธุการ เป็น
เป็นไปเพ่ือเป็นส่วนหน่ึงของพิธีกรรม ต้น งานอวมงคลใช้เพงวงป่ีพาทย์มอญ
หรือการเซ่นสรวงบูชา ในส่วนของ เปน็ หลกั ในพธิ กี รรม เชน่ การบชู า การ
พระไตรปิฎกมีเหตุการณ์ของดนตรีเข้า ไหว้ครู หรือใช้ดนตรีในการเผยแผ่ตาม
ไปมีส่วนร่วมในพธิ ีกรรม ซ่ึงอาจจะเป็น หลักพระพทุ ธศาสนาโดยใชส้ ื่อการสอน
ด้วยเหตุผลของรูปแบบสังคมเดิม ใน จากเสียงดนตรีร่วมสมัยมาบรรเลง
สงั คมฮินดู ดนตรีอาจเป็นส่วนหน่ึงของ เพลงประกอบเป็นจังหวะในบทนานอง
พิธีกรรมศพ ดังนั้น การแสดงออกของ เนื้อรองของบทสวดมนต์แต่ละบท ทา
การกระทาพิธีกรรมนี้โดยมีดนตรีเป็น ให้ฟังเกิดความกล้าหาญ และเข้าใน
เคร่ืองประกอบจึงน่าจะสัมพันธ์กับ ก า ร ด า เนิ น ชี วิ ต อ ย่ า ง มี ค ว า ม สุ ข ใ น
บริบทของสังคมเดิม แต่มีเป้าหมาย สังคมไทย...” หรือในงานศึกษาเร่ือง
เพ่อื การเซ่นสรวงบูชา “ ด น ต รี ป ร ะ ก อ บ พิ ธี ก ร ร ม เข้ า ท ร ง
(โจลมม็วด): กรณีศึกษา บ้านสองช้ัน
6. ดนตรีกับความเช่ือ ดนตรี ตาบลสองชั้น อาเภอกระสัง จังหวัด
กับความเช่ืออาจเป็นรูปแบบของทุก บุรีรัมย์” (กิตติภัทท์ ดงวัง และสุพจน์
สังคม จะทาให้เห็นว่า ในพระไตรปิฎก ยุคลธรวงศ์, 2553) รวมถึงงาน “กา
มีเหตุการณ์ของดนตรีที่นามาเป็นส่วน หลอ ดนตรีในพิธีศพ: กรณีศึกษาคณะ
ห น่ึ ง ข อ ง ก า ร ป ร ะ ก อ บ พิ ธี ก ร ร ม ใ น มีนากาหลอ บ้านต้นส้มเหม้า ตาบล
รูปแบบต่าง ๆ ท่ีสัมพันธ์กับความเช่ือ หนองช้างแล่น อาเภอห้วยยอด จงั หวัด
การเซ่นสรวงบูชา อันเก่ียวเนื่องกับ ตรัง” (ธนภัทร์ ไกรเทพ และสุพจน์
ความเชอื่ และรปู แบบท่เี ขาเหลา่ น้ันเคย ยุ ค ล ธรวงศ์ , 2 5 55 ) ห รือ ใน งาน
ปฏิบัติ จึงทาให้เห็นได้ว่ารูปแบบของ ศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาดนตรี
ด น ต รี จึ ง มี ส่ ว น ต่ อ ก า ร ก า ห น ด ประกอบพิธีกรรม : กรณีศึกษาวงโกงส
พฤติกรรมของบุคคลในสังคมได้เป็น
อย่างดี ดังอสิมาภ รณ์ มงคลหว้า
132 Journal of SaengKhomKham Buddhist Studies Vol. 1 No. 2 | July – December 2016
โกและวงทัมมิง คณะครูอม มงกุล ประโคมดนตรี ระเบียบดอกไม้และ
จังหวัดเสียมเรียบ ราชอาณ าจักร ของหอม ทรงดาดเพดานผ้า ตกแต่ง
กมั พูชา” (เมธี พันธุว์ ราทร, 2561: 46- มณฑลมาลาอาสน์ ให้วันน้ันหมดไป
59) เป็นต้น ดังน้ันดนตรีในความหมาย ด้วยกิจกรรมอย่างนี้ (พระไตรปิฎก
นี้ จึงห มายถึง ดน ตรีที่ เนื่ องด้วย ภาษาไทย เลม่ 10 ขอ้ 227: 170-171)
พิ ธี ก ร ร ม แ ล ะ ค ว า ม เชื่ อ ที่ ป ร า ก ฏ ใ น และก็กระทาอย่างน้ีตลอด 7 วัน
สังคม ชุมชนนั้น ๆ โดยมีศาสนาความ จนกระทั่งถวายพระเพลิงพระบรมศพ
เชื่อเป็นเป้าหมายหลักและดนตรีเป็น ในข้ันสุดท้าย
องค์ประกอบร่วมต่อความเช่ือหรือการ
แสดงออกตอ่ ความเช่ือนน้ั ร ว ม ทั้ ง ใ น น า ค สู ต ร
(พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่ม 22 ข้อ
ห รื อ ใน ม ห า ป ริ นิ พ พ า น สู ต ร 43: 498) เคร่ืองดนตรีใช้ประโคมเป็น
เป็ น เห ตุ ก า ร ณ์ ต อ น ท่ี พ ร ะ พุ ท ธ เจ้ า เคร่ืองหมายของส่ิงที่เป็นมงคล ดังช้าง
ปรินิพพาน “ดนตรีทิพย์ก็บรรเลง ใน ของพระมหากษัตริย์ที่ลงเล่นน้าอยู่
อากาศเพื่อบูชาพระตถาคต ทั้งสังคีต เมื่อจะขึ้นจากน้าก็ให้มีดนตรีประโคม
ทิพย์ก็บรรเลงในอากาศเพื่อบูชาพระ สมฐานะแก่ช้างทรงกษัตริย์ท่ีว่า “สมัย
ตถาคต” (พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่ม นั้น พระเศวตกุญชร ของพระเจ้าป
10 ข้อ 199: 148) และมัลละกษัตริย์ เสนทิโกศล ข้ึนจากทา่ นา้ ปุพพโกฏฐกะ
ผคู้ รองกุสนิ ารา พระองค์ทราบขา่ วการ เพราะเสียงดนตรีใหญ่ที่เขาตีประโคม
ปรินิพพานจากพระอานนท์จึงมีความ เหล่าชนเห็นช้างน้ันแล้วจึงกล่าวชม
ประสงค์ท่ีจะบูชาพระพุทธสรีระ จึงได้ อย่างนี้ว่า ‘นาคของพระราชาช่างงาม
รับสั่งกับข้าราชบริพารว่า ‘พนาย ถ้า ย่งิ นัก นาคของพระราชาช่างน่าดู นาค
อย่างน้ัน ท่านท้ังหลายจงเตรียมของ ของพระราชาช่างน่าเลื่อมใส นาคของ
หอมระเบียบดอกไม้และเคร่ืองดนตรี พระราชามอี วัยวะสมบรู ณ์”
ทกุ อย่างท่ีมีในกรุงกสุ ินาราไวใ้ หพ้ ร้อม’
แ ล้ ว ท ร ง ถื อ เอ า ข อ ง ห อ ม ร ะ เบี ย บ ดังนั้น ดนตรีในนัยทางสังคม
ดอกไม้ เคร่ืองดนตรีทุกอย่างและผ้า กับโลกทัศน์ทางศาสนาในการนาเสนอ
500 คู่ เสด็จเข้าไปยังสาลวันของพวก น้ี ไ ด้ ส ะ ท้ อ น ถึ ง ด น ต รี ใน ฐ า น ะ เป็ น
เจา้ มัลละซง่ึ เปน็ ทางเขา้ เมือง ตรงไปยัง เครื่องมือในการปฏิบัติธรรม รวมไปถึง
พระพุทธสรีระแล้ว ทรงสักการะ เพ่ือการบาบัดรักษา และอีกนัยหน่ึง
เคารพ นบนอบ บูชาพระสรีระของผู้มี เพ่ือการทาบุญ หรือทาความดี อัน
พระภาคด้วยการฟ้อนรา ขับร้อง เป็นไปเพือ่ การบูชา สักการะ นอบน้อม
บู ช า แ ต่ อี ก นั ย ห นึ่ ง ด น ต รี ก็ มี
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตพะเยา | MCU, Phayao Campus
วารสารบณั ฑติ แสงโคมคา ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 | กรกฎาคม – ธันวาคม 2559 133
ความหมายเป็น “เครื่องขวางกั้น” การ สบื ต่อจากช่วงสูช่ ่วง จนกระท่งั ปัจจบุ ัน
ปฏิบัติธรรมดังที่ปรากฏเป็นฟข้อห้าม ดนตรีในพระไตรปิฎก อาจไม่ใช่เร่ือง
ใน วินั ยบั ญ ญั ติที่ ห้ ามเว้น สาห รับ เดียวกับดนตรใี นปัจจุบัน แต่ความเป็น
พระภิกษุสามเณรหรือวิถีนักบวช ดัง “ดนตรี” จะยังคงสะท้อนเหตุการณ์
ปรากฏการณท์ ย่ี กนาเสนอน้ี รวมไปถึงความเปล่ียนแปลง เปลี่ยน
ผ่านของช่วงเวลา แต่เจตจานงของ
สรุป “ดนตรี” ก็ยังคงอยู่ไม่ได้เปล่ียนแปลง
อย่างใด เป้าหมายของดนตรีเพื่อการ
ดนตรีในพระไตรปิฎกนี้ อาจ ผ่อนคลาย เพื่อฉลองรื่นเริง สมโภช
ไม่ได้ต้องการเสนอสาระในเชิงคัมภีร์ รวมไปถึงเข้าส่วนหน่ึงของพิธีกรรม
แต่ เพี ยงต้ องการสะท้ อน มิติ ขอ ง หรอื เป็นส่วนสนับสนุนการปฏิบัตธิ รรม
เหตุการณ์ผ่านโลกทัศน์ของดนตรีใน ก็ยังปรากฏอยู่นับแต่อดีตจนกระท่ัง
พระไตรปิฎก ซ่ึงดนตรีเป็นวิถีชีวิต ปัจจุบัน
วัฒนธรรม พร้อมกันนั้นดนตรียังได้
กลายมาเป็นผลิตผลเชิงสงั คม ซ่ึงมีการ
บรรณานุกรม
กิตติภัทท์ ดงวัง และสุพจน์ ยุคลธรวงศ์. (2553). ดนตรีประกอบพิธีกรรมเข้าทรง
(โจลมม็วด): กรณีศึกษาบ้านสองช้ัน ตาบลสองช้ัน อาเภอกระสัง จังหวัด
บุรรี มั ย์. วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลัยราชภฎั บุรีรมั ย์. 2 (1), 49-68.
ธนภัทร์ ไกรเทพ และสุพจน์ ยุคลธรวงศ์. (2555). กาหลอ ดนตรใี นพิธีศพ: กรณีศึกษา
คณะมีนากาหลอบ้านต้นส้มเหม้า ตาบลหนองช้างแล่น อาเภอห้วยยอด
จังห วัด ต รัง. ว ารส ารม นุ ษ ย ศ าส ต ร์วิช าก าร ค ณ ะม นุ ษ ย ศ าส ต ร์
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ 19 (2), 130-144.
บรรจบ บรรณรุจิ. (5 ตุลาคม 2555). อสีติมหาสาวก: กล่มุ พระตา่ งแค้วน (ตอนท่ี 94).
สบื ค้นเมื่อ 10 พฤษภาคม 2559, จาก https://mgronline.com/dhamma
/detail/9550000121187
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณ
ราชวทิ ยาลัย เล่ม 3, 4, 7, 8, 10, 15, 22, 28, 32, 33. กรุงเทพมหานคร: โรง
พมิ พ์มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั .
มหามกุฏราชวิทยาลัย. (2543). พระไตรปิฎกพร้อมอรรถกถาแปล เล่ม 13, 48.
กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
134 Journal of SaengKhomKham Buddhist Studies Vol. 1 No. 2 | July – December 2016
มาศสุภา เพชรรักษ์. (2558). การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของครูดนตรีไทยกับหลักคา
สอนในศาสนาพุทธ. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย. 10
(33), 95-104.
เมธี พันธ์ุวราทร. (2561). การศกึ ษาดนตรีประกอบพิธกี รรม: กรณศี กึ ษาวงโกงสโกและ
วงทัมมิง คณะครูอม มงกลุ จังหวัดเสียมเรียบ ราชอาณาจักรกัมพูชา. วารสาร
สถาบนั วฒั นธรรมและศิลปะ มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ. 19 (2), 46-59.
สุรดิษ ภาคสุชล. (2553). ดนตรใี นพิธกี รรมแซปางของชาวไทดา. วารสารศรีนครินทรวิ
โรฒวจิ ัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์). 2 (1), 223-229.
สรุ พงษ์ บนุ นาค. (2548). ดนตรแี หง่ ชีวิต. กรงุ เทพมหานคร: สารคดี.
อสิมาภรณ์ มงคลหวา้ . (2555). ดนตรีในพระพุทธศาสนาเถรวาท. วิทยานิพนธ์ปรญิ ญา
พุทธศาสตรมหาบัณฑิต มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย.
Charassri, Naraphong and Chandnasaro, Dharakorn. (2 0 1 6 ). The Dance
from Concept of Trilaksana in Buddhism. Journal of Social
Sciences, Humanities, and Arts Silpakorn University. 16 ( 1 )
(January - April), 35-54. Retrieved May 20, 2016, from
https://www.tci-thaijo.org/index.php/hasss/
article/view/56802/47253
Pidokrajt, Narongchai. (2011). Wai Khru Ceremony: The Life and Soul of
Thai Music. Rangsit Music Journal. 6 (2), 22-31.
Ungpho, Rewadee. ( 2 0 1 0 ). Chinese Ceremonial Music in Mahayana
Buddhism in Southern Thailand. Dissertation. Philosophischen
Fakulät der Martin-Luther-Universität Halle-Wittenberg. Retrieved
May 10, 2016, from: https://d-nb.info/1025133870/34
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา | MCU, Phayao Campus