The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลผลิตและคุณค่าทางโภชนาการของโรติเฟอร์ (Brachionus plicatilis Nevada)
ที่เลี้ยงด้วยอัตราการหมุนเวียนน้้า ชนิดอาหารและวิธีการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน ในระบบการเลี้ยงแบบความหนาแน่นสูง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศพช.เพชรบุรี, 2023-07-12 23:55:50

ผลผลิตและคุณค่าทางโภชนาการของโรติเฟอร์ (Brachionus plicatilis Nevada) ที่เลี้ยงด้วยอัตราการหมุนเวียนน้้า ชนิดอาหารและวิธีการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน ใน ระบบการเลี้ยงแบบความหนาแน่นสูง

ผลผลิตและคุณค่าทางโภชนาการของโรติเฟอร์ (Brachionus plicatilis Nevada)
ที่เลี้ยงด้วยอัตราการหมุนเวียนน้้า ชนิดอาหารและวิธีการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน ในระบบการเลี้ยงแบบความหนาแน่นสูง

Keywords: โรติเฟอร์,Brachionus plicatilis Nevada

ผลผลิตและคุณค่าทางโภชนาการของโรติเฟอร์ (Brachionus plicatilis Nevada) ที่เลี้ยงด้วยอัตราการหมุนเวียนน้้า ชนิดอาหารและวิธีการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน ใน ระบบการเลี้ยงแบบความหนาแน่นสูง มนทกานติ ท้ามติ้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าชายฝั่งเพชรบุรี บทคัดย่อ ศึกษาชนิดของอาหารต่อผลผลิตและคุณค่าทางโภชนาการของโรติเฟอร์ อัตราการหมุนเวียนน้้าและ วิธีการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมของโรติเฟอร์ที่เลี้ยงแบบความหนาแน่นสูงในระบบน้้าหมุนเวียน มี3 การทดลอง ย่อย การทดลองย่อยที่ 1 ศึกษาชนิดอาหาร มี4 ชุดการทดลอง ชุดการทดลองที่ 1, 2, 3 และ 4 ได้แก่ คลอ เรลลาน้้าจืดเข้มข้น, อาหารผงอบแห้งด้วยเครื่องดรัมดราย, อาหารผงอบแห้งด้วยเครื่องสเปรดรายด์และ อาหารผงโรติเฟอร์ โรงงาน ตามล้าดับ เมื่อเลี้ยงครบ 4 วัน พบว่าชนิดของอาหารมีผลต่อน้้าหนักรวมของโรติ เฟอร์อย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 1-4 มีน้้าหนักรวมเท่ากับ 10.19±0.9, 17.76±4.4, 8.19±0.4 และ 14.98±0.42 กรัม ตามล้าดับ โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 2 มี น้้าหนักรวมไม่แตกต่างกันทางสถิติกับ โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 4 (p>0.05) แต่มีค่ามากกว่าโรติ เฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 1 และ 3 (p<0.05) องค์ประกอบและปริมาณกรดไขมันของโรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วย อาหารผงสูตรทดลองที่ 2 และ 3 ใกล้เคียงกัน โรติเฟอร์ที่ได้รับอาหารชนิดที่ 4 มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวรวมมาก ที่สุด 66.89% รองลงมาเป็นอาหารผงทดลองชนิดที่ 2 และ 3 ล้าดับสุดท้ายคืออาหารชนิดที่ 1 อาหารผง ทดลองทั้ง 3 ชนิดมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ไม่อิ่มตัวสูงชนิด 20:5n-3 (EPA) และ 22:6n-3 (DHA) แต่โรติเฟอร์ที่ ได้รับอาหารชนิดที่ 1 ไม่มี DHA การทดลองย่อยที่ 2 ศึกษาอัตราการหมุนเวียนน้้าที่เหมาะสม มี 3 ชุดการ ทดลองๆ ละ 3 ซ้้า คืออัตราการหมุนเวียนน้้า 100, 200 และ 300% ของปริมาตรน้้าในถังเลี้ยงขนาด 1 ตัน มี โปรตีนสกิมเมอร์และไบโอฟิลเตอร์เป็นระบบบ้าบัดและให้ คลอเรลลาน้้าจืดเข้มข้นร่วมกับอาหารผง ส้าเร็จรูปโรติเฟอร์ พบว่าอัตราการหมุนเวียนน้้าระดับต่างกันให้ผลผลิต โรติเฟอร์แตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญ ทางสถิติ (p<0.05) อัตราการหมุนเวียนน้้ามากกว่า 200% ท้าให้อาหารหลุดออกจากระบบมากขึ้นและผลผลิต ของโรติเฟอร์ลดลง (p<0.05) การทดลองย่อยที่ 3 ศึกษาการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม มี 3 ชุดการทดลองๆละ 2 ซ้้า ชุดการทดลองที่ 1, 2 เก็บผลผลิตครั้งละ 30% ทุก 2 วันและ 3 วัน ตามล้าดับ ชุดการทดลองที่ 3 เก็บ ผลผลิตครั้งเดียวเมื่อสิ้นสุดการทดลองที่ระยะเวลา 16 วัน พบว่ารูปแบบการเก็บเกี่ยวมีผลต่อผลผลิตของโรติ เฟอร์อย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) ค้าส้าคัญ : โรติเฟอร์ อาหารส้าเร็จรูป ระบบการเลี้ยงแบบความหนาแน่นสูง ---------------------------------------------------------------------------------------- *ผู้รับผิดชอบ: ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ๗๖๑๐๐ โทร. ๐๓๒ ๗๗๐ ๗๕๐ e-mail : [email protected]


Production and nutritional values of rotifer (Brachionus plicatilis Nevada) culture with different flow rate, food type and harvest method in high density system Montakan Tamtin Phetcha Buri Coastal Aquaculture Research and Development Center Abstract Study on the effect of food types on the production and nutritional values of rotifer (Brachionus plicatilis Nevada), the suitable flow rates and harvest methods on the performance of rotifer. In experiment 1, there were 4 treatments namely Chlorella concentrates, drum dried feed, spray dried feed and commercial rotifer feed, respectively. The results after 4 days of culture period showed that food types significantly effect on rotifers yields (g) (p<0.05). The rotifers yield of treatment 1-4 were 10.19±0.9, 17.76±4.4, 8.19±0.4 and 14.98±0.42 g respectively. Yields of T2 was not difference from T 4 (p>0.05) but it was significantly higher than those of T1 and 3 (p<0.05). Rotifers in T2 and 3 had similar fatty acids profile. Rotifers in T4 had the highest total unsaturated fatty acids which was 66.89%, the second order was T2 and T3. Rotifers in T2-4 contained both 20:5n-3 (EPA) and 22:6n-3 (DHA), while rotifer of T1 contained no DHA. The amounts of rotifers in T2 was 24.98±1.80*106 individuals which was higher than T1 (18.38±2.65*106 ), 3 (21.68±3.5*106 ) and 4 (20.70±2.12*106 ) (p<0.05). In experiment 2, the water renewal rates were 100, 200% and 300% of the 1 ton-culture tanks in recirculation system equipped with protein skimmers and biofilter (3 replications). There were significantly different of rotifer productions among treatments (p<0.05). The water renewal rate higher than 200% resulted in increasing feed losses and decreasing of rotifers production (p<0.05). In experiment 3. T1 and 2 were 30% of rotifers were harvested every 2 and 3 days and T3, completely harvested at day 16. The results revealed that the harvested method significantly effect to rotifer production (p<0.05). Key words : Rotifer, Artificial feed, High density culture system ____________________ Corresponding author: Phetcha Buri Coastal Aquaculture Research and Development Center, 122 Moo1 Laem Pak-Bia, Baan Laem District, Phetcha Buri Province 76100, Tel.032- 770750 E-mail : [email protected]


บทน้า อาหารสัตว์น้้าวัยอ่อนเป็นปัจจัยส้าคัญที่ท้าให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าประสบความส้าเร็จ ในระยะแรก ลูกสัตว์น้้ายังมีสารอาหารสะสมที่ได้รับจากแม่ แต่เมื่อเริ่มกินอาหารได้เองจ้าเป็นต้องได้รับอาหารในปริมาณที่ เพียงพอ มีขนาดเหมาะสมกับขนาดปาก และมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมกับลูกสัตว์น้้าแต่ละชนิด หาก อาหารระยะเริ่มต้นไม่ดี ย่อมส่งผลต่อเนื่องถึงสุขภาพและความสมบูรณ์แข็งแรงของลูกสัตว์น้้าในช่วงอายุต่อไป โรติเฟอร์เป็นแพลงค์ตอนสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีบทบาทส้าคัญต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้้าทั่วโลก สัตว์ทะเลวัยอ่อน หลายชนิด เช่น ปู ปลากะพงขาว ปลากะรัง ปลาการ์ตูน เป็นต้น จ้าเป็นต้องได้รับโรติเฟอร์เป็นอาหารเริ่มต้น เป็นระยะเวลาประมาณ 10-30 วันหลังจากฟักเป็นตัวหรือเริ่มเปิดปาก เนื่องจากมีขนาดเหมาะสมกับขนาด ปาก ก่อนที่จะให้อาร์ทีเมียเป็นอาหาร ปัญหาหลักของการเลี้ยงโรติเฟอร์คือความไม่ต่อเนื่องของผลผลิตและมีคุณภาพขึ้นกับอาหารธรรมชาติ โดยแพลงค์ตอนพืชที่นิยมใช้เป็นอาหารโรติเฟอร์ ได้แก่ คลอเรลลา เตตร้าเซลมิส เมื่อใดที่ประสบปัญหา สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเพาะขยายสาหร่ายก็จะท้าให้ขาดอาหารเลี้ยงโรติเฟอร์ อีกทั้งการเพาะเลี้ยง แพลงค์ตอนพืช เช่น คลอเรลลานั้นมักจะยุ่งยาก มีหลายขั้นตอน ถึงแม้จะมีการลดขั้นตอนลงโดยการขยายจาก หัวเชื้อที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติก็ตาม แต่การเพาะขยายสาหร่ายเซลล์เดียวจ้าเป็นต้องใช้พื้นที่กว้างเพี่อให้ แพลงค์ตอนได้รับแสงอย่างทั่วถึง ซึ่งวิธีดังกล่าวค่อนข้างสิ้นเปลืองทั้งพื้นที่และแรงงาน อีกทั้งยากต่อการ จัดการอาหารให้มีคุณภาพและผลผลิตต่อเนื่องและเพียงพอ นอกจากนี้เมื่อเลี้ยงเป็นระยะเวลานานมักจะมี ปัญหาคุณภาพน้้าเสื่อมลงและเกิดโปรโตซัว จึงท้าให้ระบบการเลี้ยงโรติเฟอร์โดยทั่วไปยังเป็นระบบที่มีการ เปลี่ยนถ่ายน้้า ดังนั้นการเลี้ยงโรติเฟอร์ให้มีความหนาแน่นสูงด้วยระบบน้้าแบบหมุนเวียนนี้ จึงเป็นแนวทาง หนึ่งในการพัฒนาระบบการเลี้ยงโรติเฟอร์ เพื่อรองรับการอนุบาลลูกสัตว์ทะเลที่มีความส้าคัญทางเศรษฐกิจ หลายชนิด อันจะท้าให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาการเพาะและอนุบาลสัตว์น้้าทะเลให้มีศักยภาพแข่งขันกับ นานาชาติได้ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการเลี้ยงโรติเฟอร์ความหนาแน่นสูงในระบบการเลี้ยง แบบน้้าหมุนเวียนโดยศึกษาชนิดอาหาร อัตราการหมุนเวียนน้้า อัตราการให้อาหารส้าเร็จรูป และวิธีการเก็บ เกี่ยวผลผลิตโรติเฟอร์ที่เหมาะสม วัตถุประสงค์ 1. เพื่อทราบชนิดของอาหารที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงโรติเฟอร์ 2. เพื่อทราบอัตราการหมุนเวียนน้้าที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงโรติเฟอร์ในระบบการเลี้ยงแบบน้้า หมุนเวียน 3. เพื่อศึกษาการเก็บเกี่ยวโรติเฟอร์ที่เหมาะสมจากระบบการเลี้ยงแบบน้้าหมุนเวียน


วิธีด้าเนินการ แบ่งการทดลองออกเป็น 3 การทดลองย่อย คือ การทดลองย่อยที่ 1 ศึกษาชนิดอาหารที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงโรติเฟอร์ เป็นการศึกษาเบื้องต้นถึงรูปแบบอาหารที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตอาหารส้าเร็จรูปโรติ เฟอร์ในโอกาสต่อไป และต้องการใช้เป็นข้อมูลในการประเมินอัตราการเจริญเติบโตของโรติเฟอร์ที่ได้รับอาหาร รูปแบบต่าง ๆ กัน โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด (Completely Randomized Design, CRD) ประกอบด้วย 4 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้้า โดยมีชนิดอาหารแตกต่างกัน ดังนี้ คลอเรลลาน้้าจืด อาหารผลิต โดยกรรมวิธีอบแห้งแบบลูกกลิ้งทรงกระบอก (Drum Dried) อาหารผงผลิตโดยวิธีอบแห้งแบบพ่นฝอย (Spray Dried) และอาหารผงโรติเฟอร์โรงงาน ระบบทดลองและอาหารทดลอง น้าโรติเฟอร์ชนิด L-type (Brachionus plicatilis Nevada) ที่มีขนาดประมาณ 100-140 ไมครอน และได้ขยายพันธุ์ที่โรงเพาะฟักของศูนย์ฯ เป็นเวลาประมาณ 5 เดือน มาเลี้ยงในถังขนาด 2 ตัน ปริมาตรน้้า 1.5 ตัน ความเค็มน้้า 22 ส่วนในพัน ด้วย Chlorella sp. น้้าจืดที่ดัดแปลงวิธีจากวารินทร์และคณะ (2548) จากนั้นจึงสุ่มลงทดลองในถังทดลองจ้านวน 12 ถัง ระบบการทดลองใช้ถังพลาสติกก้นกรวยขนาด 200 ลิตร บรรจุน้้าความเค็ม 22 ส่วนในพัน 150 ลิตร ภายในถังเป็นสีด้าพื้นเรียบ ทดลองในร่มและปิดคลุมกันแสง เลี้ยงโรติเฟอร์ที่ความหนาแน่น 100 ตัวต่อ มิลลิลิตร ภายในถังใส่หัวทราย 1 หัวและติดตั้งแอร์ลิฟ 1 จุด เพื่อให้อาหารแขวนลอยในน้้า อาหารผงของทุกชุดการทดลองจะขยี้ผ่านผ้ากรองให้มีขนาดเหมาะสมส้าหรับโรติเฟอร์ ละลายน้้า 900 มิลลิลิตร เก็บรักษาในตู้เย็นอุณหภูมิ 4 o C และแบ่งให้จ้านวน 4 มื้อ เวลา 6.00, 10.00, 14.00 และ 18.00น. โดยปริมาณอาหารรวมจะปรับให้ต่อวันตามปริมาณของโรติเฟอร์เฉลี่ยแต่ละชุดการทดลอง (ค่าเฉลี่ย จาก 3 ซ้้า ของแต่ละชุดการทดลอง) ค้านวณปริมาณอาหารจากสูตร CS = 0.0168 D 0.415 x V เมื่อ D คือ ความหนาแน่นของ โรติเฟอร์ (ตัวต่อมิลลิลิตร) และ V คือปริมาตรน้้าในถังเลี้ยง (ลิตร) (Suantika et al., 2000) ชุดควบคุมซึ่งให้ คลอเรลลาเป็นอาหาร จะให้จ้านวน 2 มื้อต่อวัน มีความหนาแน่นคลอเรลลาไม่ ต่้ากว่า 1 ล้านเซลล์ต่อมิลลิลิตร และให้อย่างเพียงพอ ตรวจนับปริมาณคลอเรลลา ก่อนให้อาหารแต่ละมื้อ ตารางที่ 1 องค์ประกอบทางเคมีอย่างหยาบ (ร้อยละของน้้าหนักสด) ของอาหารผงทดลอง 3 ชนิด ชนิดอาหารทดลอง ความชื้น โปรตีน ไขมัน เถ้า คาร์โบไฮเดรต และเยื่อใย อาหารผงดรัมดรายด์ 5.71±0.05 28.69±0.07 16.68±0.01 31.63±0.01 17.30±0.13 อาหารผงสเปรดรายด์ 8.19±0.05 27.87±0.07 15.32±0.44 31.55±0.04 17.08±0.28 อาหารผงโรงงาน 5 36 8 9 1* หมายเหตุ: ค่า 1% ในอาหารผงโรงงานเป็นผลของเยื่อใยอย่างเดียว


การรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ผลการทดลอง ระหว่างการทดลองไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้้า สิ้นสุดการทดลองเมื่อเลี้ยงครบ 4 วัน (Lavens et al., 1994) โดยเก็บเกี่ยวผลผลิตรวมทั้งหมด นับจ้านวนโรติเฟอร์เพื่อหาความหนาแน่น (ตัวต่อมิลลิลิตร) และ บันทึกจ้านวน โรติเฟอร์ ที่มีไข่ทุกวัน วิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของอาหารทดลองและโรติเฟอร์โดยสกัดกรด ไขมันด้วยวิธี direct esterification (Lepage and Roy, 1984) วิเคราะห์องค์ประกอบกรดไขมัน ปริมาณ โปรตีนและและไขมันตามวิธีของสุพิศและคณะ (2548) ข้อมูลที่ได้น้าไปประมวลผลด้วยวิธีทางสถิติด้วยวิธี วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One way - ANOVA) และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย ด้วยวิธี Tukey , s HSD test (Sokal and Rohlf, 1981) ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% การทดลองย่อยที่ 2 ศึกษาอัตราการหมุนเวียนของน้้าที่เหมาะสม วางแผนการทดลองแบบ CRD ประกอบด้วย 3 ชุดการทดลอง คือ การเลี้ยงในระบบหมุนเวียนน้้าที่ อัตราการไหลของน้้าหรือการหมุนเวียนน้้า 3 ระดับ คือ 100%, 200% และ 300%ของปริมาตรน้้าถังเลี้ยงต่อ วัน แต่ละชุดการทดลองมี 2 ซ้้า วิธีการด้าเนินการวิจัย สัตว์ทดลอง น้าโรติเฟอร์ที่เตรียมแบบเดียวกับการทดลองย่อยที่ 1 มาขยายต่อในระบบการเลี้ยงแบบน้้าหมุนเวียน ที่มีขนาดถังเลี้ยง 300 ลิตร ตามวิธีของมนทกานติและคณะ (2550) ด้วยอาหารผงส้าเร็จทางการค้าส้าหรับโรติ เฟอร์(อาหารผงโรติเฟอร์โรงงาน) ที่อัตราความหนาแน่นเริ่มต้น 200 ตัวต่อมิลลิลิตร เพื่อให้ได้โรติเฟอร์ที่ สะอาดและมีคุณภาพดีส้าหรับการทดลอง ระบบทดลอง ทุกชุดการทดลองมีอัตราความหนาแน่นของโรติเฟอร์เริ่มต้น 200 ตัวต่อมิลลิลิตรและเลี้ยงในถังไฟ เบอร์ขนาด 1000 ลิตรบรรจุน้้าเค็ม 22 พีพีที อุณหภูมิอยู่ในช่วง 28-30๐ C ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้้าและใส่หัว เชื้อโรติเฟอร์ใหม่ แต่เพิ่มระบบบ้าบัดน้้าเลี้ยง โดยภายในถังเลี้ยงมีกระบอกกรองสวมด้วยผ้ากรองขนาด 33 ไมครอนเพื่อป้องกันโรติเฟอร์หลุดออกจากระบบเลี้ยงที่ปลายกระบอกด้านล่างมีวงแหวนท่อพีวีซีสวมไว้ พร้อม เจาะรูเพื่อให้มีการดันน้้ามาชะล้างกระบอกกรอง ติดตั้งหัวทรายเพื่อให้อากาศ 3 หัวต่อถังเพื่อให้โรติเฟอร์และ อาหารแขวนลอยในน้้าได้ดี น้้าจากระบบจะเข้าสู่ระบบบ้าบัดประกอบด้วยโปรตีนสกิมเมอร์ที่ผลิตเองโดย ดัดแปลงจากอนันต์ (2545) ติดตั้งปั๊มน้้าตู้ปลารุ่น Aquanic 3000 น้้าจากโปรตีนสกิมเมอร์จะไหลเข้าถังไบโอ ฟิลเตอร์ขนาด 200 ลิตร ที่มีการเลี้ยงเชื้อไนตริไฟอิ้งแบคทีเรียไว้และวนกลับไปยังถังเลี้ยง อัตราการไหลของ น้้า 100, 200 และ 300% คืออัตราการไหลของน้้าที่ออกจากถังเลี้ยงเข้าสู่ระบบบ้าบัดและวนกลับมายังถัง เลี้ยงอีกครั้งแบบต่อเนื่องที่อัตรา 1000 ลิตรต่อวัน, 2000 ลิตรต่อวัน และ 3000 ลิตรต่อวัน ซึ่งการเลี้ยงในทุก ชุดการทดลองแบบน้้าหมุนเวียนจะสิ้นสุด เมื่อโรติเฟอร์หยุดการเจริญเติบโตแบบ exponential ซึ่งแสดงว่าถึงจุดเกินก้าลังผลิตของระบบ (Suantika et al., 2000)


อาหารทดลอง เพื่อป้องกันปัจจัยที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ จึงใช้อาหารมาตรฐานซึ่งเป็นอาหารผงส้าเร็จทางการค้า ส้าหรับเลี้ยงโรติเฟอร์ มีคุณค่าทางอาหารคือ ความชื้น 5%, โปรตีน 36%, ไขมัน 8%, เถ้า 9%, เยื่อใย 1% ให้ อาหารในอัตรา 350 กรัมต่อ 500 ล้านเซลล์ต่อวัน ทุก 4 ชั่วโมง จ้านวน 6 มื้อเวลา 4.00, 8.00, 12.00 และ 16.00 น. , 20.00 น. และ 24.00 น. โดยละลายอาหารส้าเร็จต่อน้้า 900 มิลลิลิตร แบ่งให้ 6 มื้อ ๆ ละ 150 มิลลิลิตร เก็บรักษาอาหารในตู้เย็นอุณหภูมิ 4 ๐ C การรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ผลทางสถิติ นับจ้านวนโรติเฟอร์ที่ยังมีชีวิต (ไม่นับเปลือกหรือโรติเฟอร์ที่ตัวใส) เพื่อหาความหนาแน่นทุกวันก่อน ให้อาหารมื้อเช้าเวลา 8.00 น. สุ่มมา 1 ลิตร และสุ่มด้วย ไมโครปิเปตปริมาตร 400 ไมโครลิตร 3 ซ้้า (Suantika et al., 2000) ตรวจเช็คอาหารและโรติเฟอร์ที่อาจปะปนหรือหลุดรอดออกจากถังเลี้ยงเข้าสู่โปรตีนสกิมเมอร์(กรวย ดักจับโฟม) วิเคราะห์ผลทางสถิติเช่นเดียวกับการทดลองย่อยที่ 1 การทดลองย่อยที่ 3 ศึกษาวิธีการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เนื่องจากวิธีการเก็บเกี่ยวโรติเฟอร์ มีผลต่อผลผลิตและระยะเวลาเลี้ยงโรติเฟอร์ (พัชราและคณะ 2539, Suantika et al., 2000) การทดลองนี้จึงต้องการหาวิธีการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม หลังจากที่ได้ผลการ ทดลองจาก การทดลองย่อยที่ 1-2 แล้ว เพื่อปรับเทคโนโลยีการเลี้ยงโรติเฟอร์ความหนาแน่นสูงในระบบน้้าแบบหมุนเวียน ให้ได้ผลและประสิทธิภาพดี โดยเลี้ยงได้เป็นระยะเวลานานยิ่งขึ้น วางแผนการทดลองแบบ CRD ประกอบด้วย 3 ชุดการทดลอง ๆ ละ 2 ซ้้า ได้แก่ การเลี้ยงแบบเก็บ เกี่ยวผลผลิต ทุก 2 วัน, ทุก 3 วัน และการเลี้ยงแบบเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งเดียวเมื่อสิ้นสุดการทดลอง โดยเก็บ เกี่ยวผลผลิตที่ 30% (ปริมาตรน้้าเลี้ยง) ให้อาหารที่อัตราการให้ตามผลที่ได้จากการทดลองที่ 1 และมีอัตราการ หมุนเวียนน้้า 200% ตามผลที่ได้จากการทดลองที่ 2 เลี้ยงเป็นเวลา 4 วัน เมื่อมีความหนาแน่นสูงขึ้น จึงเริ่มเก็บ เกี่ยวผลผลิต มีการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเช่นเดียวกับการทดลองที่ 1 และ 2 โปรตีนสกิมเมอร์ ไบโอ น ้ำเข้ำ ฟิ ลเตอร์ ถังเลี้ยง กระบอกกรอง 33 m โฟมที่ดักจับของเสีย น ้ำออก


ผลการทดลอง ผลการทดลองตอนที่ 1 ผลการเลี้ยงโรติเฟอร์ ด้วยอาหารทดลอง 4 ชนิด ได้แก่ คลอเรลลาน้้าจืดเข้มข้น, อาหารผงอบแห้ง ด้วยเครื่องดรัมดราย, อาหารผงอบแห้งด้วยเครื่องสเปรดรายด์และอาหารผงโรติเฟอร์โรงงาน ตามล้าดับ พบว่า ชนิดของอาหารมีผลต่อความหนาแน่น (ตัวต่อมิลลิลิตร) จ้านวน (ตัว) ปริมาณโรติเฟอร์เฉลี่ย (ตัวต่อถัง) และ ผลผลิตรวมโดยน้้าหนัก (กรัม) ของโรติเฟอร์อย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) แต่ไม่มีผลต่อการฟอร์มไข่ของ โรติเฟอร์ (p>0.05) ผลการทดลองแสดงในตารางที่ 2, 3, 4 และ 5 ในช่วงวันที่ 2 และ 3 ของการเลี้ยง โรติ เฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 4 มีความหนาแน่นและปริมาณมากกว่าโรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 1 อย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วนโรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 2 และ 3 ไม่แตกต่างจากโรติเฟอร์ที่ เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 1 และ 4 (p<0.05) เมื่อเลี้ยงครบ 4 วันไม่มีความแตกต่างกันของผลผลิตโรติเฟอร์ใน ด้านความหนาแน่นและปริมาณ แต่มีความแตกต่างกันของผลผลิตโดยน้้าหนักรวม ทั้งนี้โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วย อาหารชนิดที่ 1-4 มีน้้าหนักรวมเท่ากับ 10.19±0.9, 17.76±4.4, 8.19±0.4 และ 14.98±0.42 กรัม ตามล้าดับ โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 2 มีน้้าหนักรวมไม่แตกต่างกันทางสถิติกับโรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วย อาหารชนิดที่ 4 (p>0.05) แต่มีค่ามากกว่า โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 1 และ 3 (p<0.05) ตารางที่ 2 ความหนาแน่นโรติเฟอร์เฉลี่ย (ตัวต่อมิลลิลิตร) เมื่อเลี้ยงด้วยอาหารชนิดต่างๆกัน 4 ชนิด วันที่ อาหารทดลอง T1 T2 T3 T4 คลอเรลลาน้้าจืด อาหารผงดรัมดรายด์ อาหารผงสเปรดรายด์ อาหารผงโรงงาน 1 100.0±0.0a 100.0±0.0a 100.0±0.0a 100.0±0.0a 2 117.0±4.2b 126.0±1.4ab 137.0±11.3ab 144.0±1.4a 3 121.5±0.7c 143.5±7.8bc 166.0±5.7ab 177.0±9.1a 4 122.5±17.7a 166.5±12a 144.5±23.3a 138.0±14.1a หมายเหตุ: ตัวอักษรที่เหมือนกันในแถวเดียวกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) ตารางที่ 3 ความหนาแน่นโรติเฟอร์ที่มีไข่โดยเฉลี่ย (ตัวต่อมิลลิลิตร) เมื่อเลี้ยงด้วยอาหารชนิดต่างๆกัน 4 ชนิด วันที่ อาหารทดลอง T1 T2 T3 T4 คลอเรลลาน้้าจืด อาหารผงดรัมดรายด์ อาหารผงสเปรดรายด์ อาหารผงโรงงาน 1 0.0±0.0 a 0.0±0.0a 0.0±0.0a 0.0±0.0a 2 5.0±1.4a 5.5±0.7a 5.0±1.4a 9.0±1.4a 3 4.5±0.7a 7.0±1.4a 12.0±5.7a 23.5±21.9a 4 3.0±0.0a 17.5±4.9a 3.5±0.7a 14.5±6.4a หมายเหตุ: ตัวอักษรที่เหมือนกันในแถวเดียวกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05)ตารางที่ 4 ปริมาณโรติเฟอร์เฉลี่ย (ตัวต่อถัง) เมื่อเลี้ยงด้วยอาหารชนิดต่างๆกัน 4 ชนิด วันที่ อาหารทดลอง T1 T2 T3 T4


คลอเรลลาน้้าจืด อาหารผงดรัมดรายด์ อาหารผงสเปรดรายด์ อาหารผงโรงงาน 1 15.00±0.00*106 a 15.00±0.00*106 a 15.00±0.00*106 a 15.00±0.00*106 a 2 17.55±0.64*106 b 18.90±0.21*106 ab 20.55±1.70*106 ab 21.60±0.21*106 a 3 18.22±0.11*106 c 21.52±1.17*106 bc 24.90±0.85*106 ab 26.55±1.48*106 a 4 18.38±2.65*106 a 24.98±1.80*106 a 21.68±3.40*106 a 20.70±2.12*106 a หมายเหตุ: ตัวอักษรที่เหมือนกันในแถวเดียวกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) ตารางที่ 5 น้้าหนักรวมโรติเฟอร์เฉลี่ย (กรัมต่อถัง) ที่เลี้ยงด้วย อาหารชนิดต่างๆกัน 4 ชนิดเมื่อสิ้นสุดการทดลอง T อาหารทดลอง น้้าหนัก (กรัม) T1 คลอเรลลาน้้าจืด 10.19 ±0.90b T2 อาหารผงดรัมดรายด์ 17.76 ±4.40a T3 อาหารผงสเปรดรายด์ 8.19 ±0.37b T4 อาหารผงโรงงาน 14.98 ±0.42ab หมายเหตุ: ตัวอักษรที่เหมือนกันในแถวเดียวกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) ผลวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการในอาหารผงโรติเฟอร์แสดงในตารางที่ 1 เมื่อสิ้นสุดการทดลองมีผล การวิเคราะห์องค์ประกอบกรดไขมันในโรติเฟอร์ดังแสดงในตารางที่ 6 ปริมาณกรดไขมันของโรติเฟอร์ที่เลี้ยง ด้วยอาหารผงสูตรทดลองที่ 2 และ 3 ใกล้เคียงกัน ส่วนโรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารชนิดที่ 1 มีไขมันอิ่มตัว, total n-3 และ n-3/n-6 มากที่สุด โดยสัดส่วน total n-3 ที่มากนั้นมาจากกรดไขมัน 18:3n-3 ที่มีสัดส่วนสูง ถึง 16.15% ในขณะที่โรติเฟอร์ ที่ได้รับอาหารผงทั้ง 3 ชนิดมีค่าดังกล่าวอยู่ในช่วง 1.18-2.26 โรติเฟอร์ที่ ได้รับอาหารชนิดที่ 4 มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวรวมมากที่สุด 66.89% รองลงมาเป็นอาหารผงทดลองชนิดที่ 2 และ 3 ล้าดับสุดท้ายคือ อาหารชนิดที่ 1 องค์ประกอบกรดไขมันหลักในโรติเฟอร์ที่ได้รับอาหารทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ 16:0, 18:1n-9 และ 18:2n-6 โรติเฟอร์ ที่ได้รับอาหารผงทดลองทั้ง 3 ชนิดมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ไม่อิ่มตัวสูงชนิด 20:5n-3 (EPA) และ 22:6n-3 (DHA) แต่โรติเฟอร์ที่ได้รับอาหารชนิดที่ 1 ไม่มี DHA ตารางที่ 6 องค์ประกอบกรดไขมันในโรติเฟอร์ที่ได้รับอาหารต่างๆ กัน 4 ชนิดเมื่อสิ้นสุดการทดลอง กรดไขมัน สัดส่วนกรดไขมันในโรติเฟอร์ที่ได้รับอาหารชนิดต่างกัน (% Area) T1 T2 T3 T4 C 14:0 1.62 1.44 1.09 1.91 C 16:0 16.67 14.30 13.73 11.07 C 16:1 2.27 2.72 2.75 9.45 C 17:0 1.13 0.45 0.75 0.67 C 17:1 1.23 0.51 0.79 0.65 C 18:0 7.05 5.71 6.08 7.38 C 18:1n-9 8.32 25.72 23.77 24.75 C 18:1n-7 3.51 6.00 5.88 4.69 C 18:2n-6 13.52 13.81 13.68 8.02


C 18:3n-3 16.15 1.18 1.64 2.26 C 20:0 1.11 0.26 0.25 0.32 C 20:1 1.31 2.02 2.02 3.48 C 21:0 0.61 0.99 1.14 0.55 C 20:4n-6 0.66 2.32 3.28 1.10 C 20:3n-3 1.25 0.20 ND 0.32 C 20:4n-3 2.25 0.57 0.61 1.50 C 20:5n-3 1.71 1.78 1.73 3.46 C 22:1n-9 0.40 0.61 0.56 1.05 C 22:5n-3 ND 0.61 0.76 1.83 C 22:6n-3 ND 1.92 1.61 2.43 Other 15.78 13.84 14.82 10.44 Total unsat fat 54.34 62.33 61.35 66.89 Total sat fat 29.89 23.84 23.85 22.64 Total n-3 21.36 6.42 6.53 11.78 n-3 HUFA 5.21 5.09 4.71 9.53 Total n-6 15.64 17.93 18.50 10.36 n-3/n-6 1.37 0.36 0.35 1.14 หมายเหตุ: ไม่แสดงกรดไขมันที่มีสัดส่วนน้อยกว่า 1% หรือวัดปริมาณไม่ได้ (ND) ผลการทดลองตอนที่ 2 การทดลองย่อยที่ 2 ศึกษาผลของการเปลี่ยนถ่ายน้้าต่อผลผลิตของโรติเฟอร์ที่เลี้ยงในระบบน้้า หมุนเวียน มี 3 ชุดการทดลองๆ ละ 2 ซ้้า คืออัตราการหมุนเวียนน้้า 100, 200 และ 300% โดยเพิ่มอัตราการ หมุนเวียนน้้าจาก 100% เป็น 200 และ 300% ของปริมาตรน้้าในถังเลี้ยงขนาด 1 ตัน มีโปรตีนสกิมเมอร์ และไบโอฟิลเตอร์เป็นระบบบ้าบัดและให้คลอเรลลาน้้าจืดเข้มข้นร่วมกับอาหารผงส้าเร็จรูปโรติเฟอร์ พบว่า อัตราการหมุนเวียนน้้าระดับต่างกันให้ผลผลิตโรติเฟอร์แตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) โดย อัตราการหมุนเวียนน้้า 300% มีผลผลิตของโรติเฟอร์น้อยที่สุด ดังแสดงในตารางที่ 7 ตารางที่ 7 ผลผลิตของโรติเฟอร์ที่เลี้ยงในระบบน้้าหมุนเวียนมีอัตราการหมุนเวียน้้าต่างๆ กัน 3 ระดับ วัน อัตราความหนาแน่นเฉลี่ย (ตัวต่อมิลลิลิตร) จ้านวนตัวเฉลี่ย (*106 ตัวต่อถัง) อัตราการหมุนเวียนของน้้า อัตราการหมุนเวียนของน้้า 100% 200% 300% 100% 200% 300% 1 200a ± 0.0 200a ± 0.0 200a ± 0.0 30.0a ± 0.0 30.0a ± 0.0 30.0a ± 0.0 2 278a ± 2.1 340a ± 0.7 282a ± 91 41.8 a ± 0.3 51.0a ± 0.1 31.4a ± 13.7 3 369a ± 1.4 409a ± 9.2 315a ± 100 55.4a ± 0.2 61.4a ± 1.4 36.2a ± 15.0 4 422a ± 14 500a ± 14 332a ± 140 63.3a ± 2.1 75.0a ± 2.1 34.0a ± 21.0 5 467a ± 2.8 526a ± 3.5 361a ± 159 70.0a ± 0.4 78.9a ± 0.5 36.2a ± 24.0 6 499a ± 2.8 567a ± 8.5 374a ± 169 74.8a ± 0.4 85.0a ± 1.3 37.2a ± 25.4


7 571a ± 9.9 591a ± 9.9 360a ± 162 85.6a ± 1.5 88.6a ± 1.5 36.4a ± 24.4 8 598a ± 2.1 660a ± 4.9 316b ± 124 89.8a ± 0.3 99.1a ± 0.7 32.4 b ± 18.7 หมายเหตุ: ตัวอักษรที่เหมือนกันในแถวเดียวกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) ผลการทดลองตอนที่ 3 การทดลองย่อยที่ 3 ศึกษาการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม มี 3 ชุดการทดลองๆละ 2 ซ้้า ชุดการทดลองที่ 1, 2 เก็บผลผลิตครั้งละ 30% ทุก 2 วันและ 3 วัน ตามล้าดับ ชุดการทดลองที่ 3 เก็บผลผลิตครั้งเดียวเมื่อสิ้นสุด การทดลองที่ระยะเวลา 16 วัน พบว่ารูปแบบการเก็บเกี่ยวมีผลต่อผลผลิตของโรติเฟอร์อย่างมีนัยส้าคัญทาง สถิติ (p<0.05) ชุดทดลองที่ 3 เก็บเกี่ยวผลผลิตโรติเฟอร์ได้มากที่สุด และมากกว่าชุดทดลองที่ 1 และ 2 (p<0.05) ตามตารางที่ 8 ตารางที่ 8 ปริมาณโรติเฟอร์รวมเฉลี่ย (ตัวต่อถัง) ที่เก็บเกี่ยวเมื่อเลี้ยงครบ 16 วัน ชุดทดลองที่ ความถี่ในการเก็บเกี่ยว ป ริ ม า ณ โ ร ติ เ ฟ อ ร์ (จ้านวนตัวต่อถัง) 1 เก็บทุก 2 วัน 185.800b ±1,768 2 เก็บทุก 3 วัน 191,550 b ±3,606 3 เก็บครั้งเดียว 298,200a ±848 หมายเหตุ: ตัวอักษรที่เหมือนกันในคอลัมภ์เดียวกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิติ (p<0.05) 200 324 393 463.5 522.5 466.5 492.5 542 634 442.5 510 566 623 421.5 506.5 573.5 621.5 438.5 522.5 572 606.5 0 100 200 300 400 500 600 700 800 0 2 4 6 8 10 12 14 16 18 อัตราความหนาแน่นโรติเฟอร์ (ตัวต่อมิลลิลิตร) อายุการเลี้ยง (วัน) เก็บเกี่ยวทุก 2 วัน d0-4 d4-7 d7-10 d10-13 d13-16 ภาพที่ 1 อัตราความหนาแน่นของโรติเฟอร์ที่เก็บเกี่ยวทุก 2 วัน


200 323 413 490.5 561 389 466 527 574.5 628.5 433.5 513.5 551.5 590.5 661 428.5 491 542.5 599 677.5 0 100 200 300 400 500 600 700 800 0 2 4 6 8 10 12 14 16 18 อัตราความหนาแน่นโรติเฟอร์ (ตัวต่อมิลลิลิตร) อายุการเลี้ยง (วัน) เก็บเกี่ยวทุก 3 วัน d0-4 d4-8 d8-12 d12-16 200 241.5 428 492.5 548 576 606 679 747.5 998.5 1504.5 1589 175918011870 19461988 0 500 1000 1500 2000 2500 0 2 4 6 8 10 12 14 16 18 อัตราความหนาแน่นโรติเฟอร์ (ตัวต่อมิลลิลิตร) อายุการเลี้ยง (วัน) เก็บเกี่ยวครั้งเดียว ภาพที่ 2 อัตราความหนาแน่นของโรติเฟอร์ที่เก็บเกี่ยวทุก 3 วัน ภาพที่ 3 อัตราความหนาแน่นของโรติเฟอร์ที่เก็บเกี่ยวเมื่อเลี้ยงครบ 16 วัน


สรุปและวิจารณ์ผล การผลิตอาหารด้วยกรรมวิธีต่าง ๆ อาจมีผลต่อความคงตัวและการแขวนลอยของอาหาร ซึ่งจะท้าให้ โรติเฟอร์สามารถกรองกินอาหารได้มากหรือน้อยแตกต่างกันตามชนิดของอาหาร การศึกษาในครั้งนี้พบว่าช่วง 2-3 วันแรก โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารผงทั้ง 3 ชนิดมีจ้านวนใกล้เคียงกัน แต่โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยคลอเรลลามี จ้านวนน้อยที่สุด ซี่งอาจเนื่องจากอาหารผงสามารถเสริมสารอาหารต่างๆ ได้ครบถ้วนทั้งโปรตีนและไขมัน อย่างไรก็ตาม โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารผงโรงงานและอาหารผงสเปรดรายด์มีแนวโน้มลดจ้านวนลง ท้าให้ เมื่อสิ้นสุดการทดลองวันที่ 4 โรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารทั้ง 4 ชนิดมีจ้านวนไม่แตกต่างกัน แต่หากพิจารณา ด้านน้้าหนักรวมแล้วพบว่าอาหารผงสูตรทดลองที่ผลิตโดยวิธีดรัมดรายด์มีผลผลิตโดยน้้าหนักรวมของโรติเฟอร์ มากที่สุดและเทียบเคียงได้กับอาหารโรงงาน ส่วนโรติเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยอาหารผงสเปรดรายด์มีน้้าหนักรวมไม่ แตกต่างจากการเลี้ยงด้วยคลอเรลลา ทั้งนี้ปัจจัยที่มีผลต่อผลผลิตของโรติเฟอร์นอกจากคุณค่าทางโภชนาการ ของอาหารแล้ว ความคงตัวหรือการแขวนลอยในน้้าก็มีผลเช่นกัน แม้ว่าอาหารผงสเปรดรายด์และดรัมดรายด์มี องค์ประกอบทางเคมีไม่แตกต่างกัน แต่อาหารผงดรัมดรายด์แขวนลอยอยู่ในน้้าได้มากกว่าอาหารผงสเปรด รายด์ จึงอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ท้าให้อาหารผงดรัมดรายด์ให้ผลดีกว่าอาหารผงสเปรดรายด์ การเปลี่ยนถ่ายน้้าในระบบการหมุนเวียนน้้าช่วยรักษาคุณสมบัติน้้าให้เหมาะสมตลอดการเลี้ยง แต่ ต้องมีความสมดุลย์กัน หากมีการหมุนเวียนน้้ามากเกินไป จะท้าให้อาหารสูญเสียออกจากระบบมากเกินไป ส่งผลต่อผลผลิตของโรติเฟอร์ ในการศึกษานี้พบว่าการเพิ่มอัตราการหมุนเวียนน้้าสูงกว่า 200% ท้าให้จ้านวน ของโรติเฟอร์ลดลง โดยอัตราความหนาแน่นของโรติเฟอร์ที่อายุการเลี้ยง 8 วัน เมื่อมีอัตราการหมุนเวียนน้้า 100% และ 200% เท่ากับ 598 และ 660 ตัวต่อมิลลิลิตร และมีผลผลิตรวม 89.8 และ 99.1 ล้านตัว ในขณะ ที่เมื่อเพิ่มอัตราการหมุนเวียนน้้าเป็น 300% ท้าให้โรติเฟอร์ลดจ้านวนลงเป็น 316 ตัวต่อมิลลิลิตร และมี ผลผลิตรวมเท่ากับ 32.4 ล้านตัว ซึ่งให้ผลดีกว่าการเลี้ยงด้วยวิธีดั้งเดิมที่เลี้ยงด้วยความหนาแน่นเริ่มต้น ประมาณ 10-12 ตัวต่อมิลลิลิตร หรือ 50-200 ตัวต่อมิลลิลิตร โดยใช้พื้นที่เลี้ยงตั้งแต่ 200-2000 ลิตร ถึง 50 ตัน มีอัตราความหนาแน่นสูงสุด ที่ระบบรองรับได้เพียง 200-300 ตัวต่อมิลลิลิตร (Fushimi, 1989 และ Fukusho,1989) แต่ยังให้ผลผลิตน้อยกว่าการน้าระบบการเลี้ยงโรติเฟอร์โดยใช้น้้าแบบหมุนเวียนมีโปรตีนสกิม เมอร์และไบโอฟิลเตอร์เป็นระบบบ้าบัดร่วมกับการให้กินอาหารส้าเร็จรูปโดยมนทกานติและคณะ (2550) ที่ พบว่าสามารถเลี้ยงโรติเฟอร์ให้มีความหนาแน่นสูงสุด2,194 ตัวต่อมิลลิลิตร ที่อายุการเลี้ยง 10 วัน และมี ผลผลิตรวม 11 วัน เท่ากับ 473.1 ล้านตัว น้้าหนักรวม 150 กรัม รูปแบบการเก็บเกี่ยวมีผลต่อผลผลิตของโรติเฟอร์ โดยการเก็บในคราวเดียวกันเมื่อเลี้ยงครบ 16 วัน ให้ผลผลิตโรติเฟอร์มากที่สุด ทั้งนี้ระบบหมุนเวียนน้้าที่มีระบบบ้าบัดด้วยโปรตีนสกิมเมอร์และไบโอฟิลเตอร ช่วยให้การเลี้ยงโรติเฟอร์ได้เป็นระยะเวลานานขึ้น นอกจากนี้การเก็บเกี่ยวโรติเฟอร์รูปแบบต่าง ๆ จะช่วยให้คง ระยะเวลาเลี้ยงได้นานขึ้นและมีผลผลิตที่มากขึ้น ตลอดจนทราบวิธีการจัดการให้มีผลผลิตโรติเฟอร์อย่าง ต่อเนื่อง การเลี้ยง โรติเฟอร์โดยทั่วไปยังเป็นระบบที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้้า เลี้ยงที่ความหนาแน่นต่้า ใช้อาหาร ธรรมชาติซึ่งเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวท้าให้สิ้นเปลืองทั้งแรงงานและพื้นที่ (Fushimi, 1989 และ Fukusho,1989) Suantika et al. (2000) ได้น้าระบบบ้าบัดที่ประกอบด้วยโปรตีนสกิมเมอร์และไบโอ ฟิลเตอร์มาผลิตโรติเฟอร์แบบความหนาแน่นสูงได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบไบโอฟิลเตอร์นั้นระบบบ้าบัดของเสียที่ส้าคัญของระบบการเลี้ยงแบบน้้า หมุนเวียน โดยทั่วไปหมายถึงการใช้ Nitrifying bacteria เปลี่ยนรูปแอมโมเนียรวม ไปเป็นไนไตรท์และไนเต รท ตามล้าดับ (Wheaton et al., 1994) ในระบบการเลี้ยงแบบปิดหรือใช้น้้าหมุนเวียนนั้นมักจะประสบ ปัญหาการสะสม ของตะกอนแขวนลอยที่มีขนาดน้อยกว่า 100 ไมครอน และสารอินทรีย์ที่ละลายน้้าพวก


โปรตีน ตะกอนที่มีขนาดใหญ่สามารถดักได้ด้วยตะแกรงซึ่งสูญเสียน้้าน้อยกว่าถังพักตะกอน แต่ตะกอนที่มี ขนาดเล็กกว่า 50 ไมครอน ก้าจัดได้ยาก ซึ่งได้มีการพัฒนาโปรตีนสกิมเมอร์มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถลดปริมาณ สารอินทรีย์ในน้้าได้ถึง 81.2% เมื่อเทียบกับระบบการเลี้ยงแบบปรกติ (Suantika et al., 2000) ผลจากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าระบบการเลี้ยงแบบน้้าหมุนเวียนมีโปรตีนสกิมเมอร์และ ไบโอฟิลเตอร์เป็นระบบบ้าบัดท้าให้เลี้ยงโรติเฟอร์ ได้นานขึ้นและมีความหนาแน่นสูง การจัดการด้านการ หมุนเวียนน้้าหรืออัตราการไหลของน้้าจากถังเลี้ยงโรติเฟอร์ให้เข้าสู่ระบบบ้าบัด โดยมีระดับเป็นสัดส่วนกับ ปริมาณอาหารและของเสียในระบบที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณของโรติเฟอร์จะช่วยรักษาคุณสมบัติน้้าให้เหมาะสม และเลี้ยงได้นานขึ้น ทั้งนี้อาหารที่เหมาะสมในการเลี้ยงโรติเฟอร์ความหนาแน่นสูงสามารถใช้อาหารผงที่ผลิต ด้วยวิธีอบแห้งโดยเครื่องดรัมดรายด์ 10. เอกสารอ้างอิงของโครงการวิจัย พัชรา แมเร๊าะ, ซุลกีฟลี ลติฟีปุตราและวันทนี สังทวน.2549. ผลผลิตโรติเฟอร์ขนาดเล็ก (Brachionus rotundiformis Tschugunoff, 1921) จากการเก็บผลผลิตแบบกึ่งต่อเนื่อง. เอกสารวิชาการ ฉบับที่ 3/2549. ส้านักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง. กรมประมง. มนทกานติ ท้ามติ้น, กิตติพงษ์ สันติเสวีกุล, สุพิศ ทองรอด และแพททริค ซอจีลูส. 2550. การเลี้ยงโรติเฟอร์ Stype (Brachionus rotundiformis) ความหนาแน่นสูงด้วยระบบน้้าแบบหมุนเวียนและคุณค่า ทางโภชนาการ. การประชุมทางวิชาการครั้งที่ 45 ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่30 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2550. วารินทร์ ธนาสมหวัง, สุทธิชัย ฤทธิธรรม และสุพิศ ทองรอด. 2548. ผลผลิตและคุณค่าทางโภชนาการของ โรติเฟอร์ (Brachionus plicatilis) ที่เลี้ยงด้วย Chlorella spp. และอาหารสมทบ. เอกสาร วิชาการฉบับที่ 38/2548. ส้านักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง. กรมประมง. สุพิศ ทองรอด, วารินทร์ ธนาสมหวัง, มนทกานติ ท้ามติ้น, จีรรัตน์ เกื้อแก้ว และสิริพร ลือชัย ชัยกุล. 2548. การผลิตอาหารส้าเร็จส้าหรับการเลี้ยงปูม้า. ใน: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการ “การผลิต พันธุ์และการเลี้ยงปูม้า (Portunus pelagicus Linnaeus,1758) เชิงพาณิชย์” โดย วารินทร์ ธนาสมหวัง และคณะ. หน้า 277-338. อนันต์ ตันสุตะพานิช. 2545. โครงการทดสอบและสาธิตมีนเกษตรผสมผสาน บ้านท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา. มูลนิธิชัยพัฒนา. ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งฉะเชิงเทรา. Fukusho, K. 1989. Biology and mass production of the rotifer Brachionus plicatilis. Int. J. Aq. Fish. Technol. 1:232-240. Fushimi, T. 1989. Systematizing large-scale culture methods: 118-134. In: Fukusho, K. and Hirayama, K., (Eds). A live feed – the rotifer Brachionus plicatilis. KoseishaKoseikaku,Tokyo. Larvens, P., Dhert, Ph., Merchie, G., Steal, M. and Sorgeloos, P. 1994. A standard Procedure for the mass production on an artificial diet of rotifers with a high nutritional quality for marine fish larvae: 745-748. In: Chou, L.M., Muno, A.D., Lam, T.J., Chen,


T.W., Cheong, L.K.K., Ding, J.K., Hooi, K.K., Khoo, H.W., Phang, V.P.E., Shim, K.F. and Tan, C.H. (Eds.). The third Asian Fisheries Forum. Asian Fisheries Society, Manila, Philippines. Lepage, G. and Roy, C.C. 1984. Improved recovery of fatty acids through direct transesterification without prior extraction or purification. J. Lipid Res. 25, 1391- 1396. Sokal R. and F. Rohlf. 1981. Biometry. 2na Ed., Freeman and Co. 859 p. Suantika, G., Dhert, M., Nurhudah and Sorgeloos, P. 2000. High density production of the rotifer Brachionus plicatilis in a recirculation system:consideration of water quality, zootechnical and nutritional aspects. Aquacultural Engineering 21:201- 214. Timmons, M.B.1994. Use of foam fractionators in aquaculture. in: Aquaculture water reuse systems:Engineering design and management. Timmons, M.B. and Losordo, T.M. eds. Developments in aquaculture and fisheries science 2:333 p. Wheaton, F.W., Hochheimer, J.H., Kaiser, G.E., Malone, R.F., Krones, M.J., Libey, G.S. and Easter, C.C.1994. Nitrification filter design methods.in: Aquaculture water reuse systems:Engineering design and management. Timmons, M.B. and Losordo, T.M. eds. Developments in aquaculture and fisheries science 2:333 p.


Click to View FlipBook Version