The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน

.

คำนำ

การเพาะเล้ยี งไสเ้ ดือนดิน เป็นการประยุกตใ์ ชป้ ระโยชนจ์ ากไส้เดือนดนิ โดยเฉพาะผลผลติ ท่ี
ได้ คือป๋ยุ หมกั มลู ไสเ้ ดอื น เป็นการนำวสั ดุกลบั มาใชใ้ หมห่ รอื เป็นการจดั การทำ ใหส้ ภาพแวดลอ้ ม
ใน ระบบนเิ วศเพอื่ ก้าวไปสคู่ วามเป็นเกษตรกรรมทย่ี ่งั ยืน การใช้ไสเ้ ดือนเป็นตัวหลักในการจดั การ
เศษของเสยี เพ่อื เปลย่ี นให้ เป็นวัสดทุ ่ี มีสารอาหารพืชสงู และพรอ้ มทีจ่ ะเป็นประโยชนต์ ่อพชื โดยใส่
ลงในพ้ืนทีก่ ารเกษตรเพอื่ เป็นการปรบั ปรงุ โครงสร้างของดนิ ให้มคี วามอุดมสมบรู ณ์ หรอื เพอื่ เป็น
การเพม่ิ คณุ คา่ ทางการค้าเป็นวัสดใุ นการปลกู ไมด้ อกไมก้ ระถางหรอื เป็นวสั ดุสำหรบั ปลกู พชื อนื่ ๆ
อย่างหลากหลาย

เอกสารฉบบั น้ี จดั ทำขึ้นเพอื่ ประกอบการเรยี นรายวชิ า Amazing Worm สำหรบั
นักเรียนในระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น และสำหรับผู้ที่สนใจรกั ธรรมชาตเิ พอ่ื การเรยี นรู้ สนใจเลย้ี ง
ไสเ้ ดอื นดิน

Krupen…

ความมหัศจรรยข์ องไสเ้ ดอื นดิน

Earth worm ไส้เดอื นดนิ ไสเ้ ดอื น ซึง่ เปน็ ประโยชน์สำหรบั สงิ่ มชี ีวิตตัง้ ตน้
หรอื รากดนิ เป็นสัตว์ ไม่มกี ระดูกสันหลัง จำพวกพชื ทจี่ ะใช้ประโยชนต์ อ่ ไป เปน็ การ
และกไ็ ม่มีเปลอื กแข็งหมุ้ ภายนอก ดังนน้ั แม้ หมุนเวยี นของสารอาหารในหว่ งโซน่ ัน่ เอง
มันจะชอื่ วา่ worm แตม่ นั กไ็ ม่ไดก้ ลายร่าง
เป็นดกั แดห้ รอื แปลงรา่ งเป็นผีเสอื้ หรอื แมลง ไสเ้ ดือนดนิ มคี วามสามารถมากกวา่
มีปกี อน่ื ๆ มันอุทศิ ทัง้ ชีวติ ของมนั อยู่แตใ่ น แปลเปลี่ยนซากพืชซากสัตวเ์ ปน็ สารอาหาร
ดนิ และทเี่ รยี กวา่ ไสเ้ ดือนดินก็เพราะวา่ มัน ความสามารถในการขุดและมุดของมันในดนิ
ยังมีญาตอิ ยู่ในนำ้ ในทะเลอีก ทำใหม้ นั เป็นผพู้ รวนดนิ ตามธรรมชาติ ทำ
อยา่ งเช่น Tubifex ซงึ่ ค้นุ ตาในหมูน่ กั ให้ดินรว่ นซยุ และเพมิ่ คณุ สมบัตทิ าง
เพาะเลีย้ งปลา เพราะว่าไสเ้ ดอื นน้ำเปน็ กายภาพของดิน ดงั น้นั ดินทีม่ ไี สเ้ ดอื นดนิ
อาหารสำหรับปลาและสตั วน์ ้ำจดื ทมี่ ีโปรตีน อาศยั อยู่จงึ มลี กั ษณะทางกายภาพและทาง
สงู นิยมใช้กันมานาน และ Sand
worm ไส้เดอื นทะเล หรอื เพรยี งทรายกถ็ กู
เพาะเล้ยี งเพอ่ื เปน็ อาหารสำหรับฟารม์ เลย้ี ง
กุ้งเชน่ กนั รปู ร่างของไสเ้ ดือนชนิดตา่ ง ๆ
โดยรวมแลว้ ล้วนแตม่ ีลกั ษณะเป็น
ทรงกระบอกยาว หวั และทา้ ยเรยี วแหลมซงึ่
เหมาะกบั การเล้ือย หรอื ชอนไชไปในพน้ื ผิว
ตา่ ง ๆ และมสี สารจำพวกเมอื กหุม้ อยเู่ พือ่
หล่อลน่ื คงความชุ่มชนื้ ให้เหมาะสม อุปนสิ ยั
หลกั ๆของสตั วใ์ นตระกูลน้ีคือยอ่ ยสลาย
ซากพืชซากสตั ว์ ไสเ้ ดอื นดินจดั การอาหาร
ในดิน ไสเ้ ดือนน้ำกห็ าอาหารในน้ำ ไส้เดอื น
ทะเลกก็ นิ อาหารอยใู่ นทะเล และส่งิ ที่เราได้
จากการยอ่ ยเหลา่ นก้ี ็คอื สารอาหารที่
กลับคนื สธู่ รรมชาติในรปู แบบของมลู

เคมีเหมาะสมต่อการเพาะปลกู อยา่ งมาก ดนิ ได้ มันใชท้ เี่ พยี งเล็กน้อย ใชเ้ วลาในการดแู ล
ไมแ่ ขง็ จนเกนิ ไป อากาศสามารถถ่ายเทได้ มี ตอ่ วันไมม่ าก แม้ว่าอาจจะมกี ลิ่นของขยะอยู่
สารอาหารเพม่ิ จากมลู ไส้เดือน ปจั จบุ นั จึงมี บ้าง แตก่ ็คงไมแ่ ยจ่ นเกนิ ไป และเรากจ็ ะ
การเพาะเลีย้ งไสเ้ ดอื นดนิ เพอื่ ใหเ้ กษตรกร สามารถเปลยี่ นขยะอนิ ทรยี ใ์ หก้ ลายเป็นปุย๋
นำไปใช้งานในพน้ื ทขี่ องตนกนั อย่าง ได้ เราจะไดด้ ินทรี่ ่วมและอดุ มสมบรู ณ์ขนึ้ และ
กวา้ งขวาง แตท่ ต่ี ้องระวงั คอื ความเป็นจริง แนน่ อนว่ามนั นา่ สนกุ ไมน่ อ้ ยทีเ่ ราจะมเี พอ่ื น
ท่วี ่าเรานำสตั วเ์ ข้าไปใช้งานในแปลงเกษตร ตัวเลก็ ๆไวค้ อ่ ยให้สงั เกตพฤตกิ รรม มันไม่
ดังน้ันการใชส้ ารเคมตี า่ งๆไมว่ ่าจะป๋ยุ เคมี ส่งเสยี ง และไมห่ นอี อกมาจากกระบะ ไมว่ ่ิง
หรือเคมกี ำจดั ศตั รพู ืชต่าง ๆ ล้วนสง่ ผล เลน่ กัดสง่ิ ของหรือทำให้เลอะเทอะ ไสเ้ ดอื น
กระทบตอ่ ชวี ติ ของไส้เดอื นดนิ มนั จงึ เหมาะ ดินอาจจะกลายเป็นสตั วเ์ ล้ยี งเศรษฐกจิ ใน
กบั การเกษตรแบบอนิ ทรยี ม์ ากกวา่ และใน ฝนั ของใครหลายๆคนกเ็ ป็นได้
ปจั จุบนั เราก็อยู่ในยุคทไี่ ส้เดอื นดินไม่ได้
จำเปน็ ต่อภาคเกษตรเพยี งอย่างเดียว ยงั มี แหลง่ ขอ้ มลู
การใชไ้ สเ้ ดอื นดนิ ในเขตเมอื งดว้ ย เพราะ How to start a worm farm in 4 steps:
ไสเ้ ดือนดนิ กินซากพชื สารสัตว์ ท่เี ป็น vermiculture made easy
สารอินทรยี ต์ า่ งๆ เศษอาหาร หรอื สว่ นที่
เหลือจากกระบวนการประกอบอาหารซึ่ง เวบ็ ไซตท์ รปู ลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพยี งผูใ้ ห้บริการพน้ื ที่
เป็นสารอนิ ทรยี ก์ ส็ ามารถเปน็ อาหารใหก้ บั เผยแพรค่ วามรเู้ พอื่ ประโยชนข์ องสังคม ข้อความและรปู ภาพ
ไส้เดือนได้ และการยอ่ ยของไส้เดอื นทำให้ ที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพรโ่ ดยผู้ใชง้ าน หากพบ
การกำจดั ขยะมลู ฝอยจำพวกเศษอาหาร เห็นขอ้ ความและรูปภาพที่ไมเ่ หมาะสมหรือละเมิดลขิ สิทธ์ิ
จากในเขตเมืองเปน็ ไปไดอ้ ยา่ งมี กรุณาแจง้ ผู้ดแู ลระบบเพ่ือดำเนินการต่อไป
ประสทิ ธภิ าพและเกิดประโยชน์เพยี งแคเ่ รา
เตรยี มกระบะเพาะเลย้ี ง มีเศษกระดาษ
เกา่ ขยุ มะพรา้ วหรือเศษใบไม้เพอ่ื เป็นทอี่ ยู่ มี
ทีฉ่ ดี นำ้ เพอื่ รกั ษาระดบั ความชนื้ ไส้เดอื น
ดนิ จำนวนหน่งึ และแนน่ อนวา่ เศษอาหารท่ี
คุณอาจจะเหลือค้างในแต่ละวนั เรากจ็ ะ
สามารถเพาะเล้ยี งไส้เดอื นดนิ ในบา้ นของคณุ

มารจู้ กั ไสเ้ ดอื นดนิ กนั หนอ่ ย

ไสเ้ ดอื นดนิ หรือทนี่ ยิ มเรยี กส้ัน ๆ วา่ ไสเ้ ดอื น (อังกฤษ: Earthworm) เป็นสัตวไ์ ม่มกี ระดูก
สันหลังในไฟลมั แอนเนลิดา ในอนั ดับยอ่ ย Lumbricina มีลกั ษณะลำตวั เป็นข้อปลอ้ ง พบไดท้ ัว่ ไปใน
ดิน ใต้กองใบไม้ หรอื ใต้มลู สตั ว์ เป็นสัตว์ที่มี 2 เพศในตวั เดียวกนั แตม่ ีการสบื พันธุแ์ บบท้ังอาศัย
เพศและไมอ่ าศัยเพศ
ปจั จุบนั พบท่ัวโลกประมาณ 4,400 ชนดิ โดยแบง่ ออกได้ตามลกั ษณะแหล่งทีอ่ ยู่อาศัย

กลมุ่ อาศยั อยูบ่ ริเวณหน้าดิน

กลุ่มอาศัยในดินชนั้ บน ท่ีมีความลึกประมาณ 20-30 เซนติเมตร

กลมุ่ อาศัยในดนิ ชัน้ ล่าง ท่มี ีความลกึ ประมาณ 2-3 เมตร
ลกั ษณะโดยทว่ั ไปของไสเ้ ดอื นดนิ
ไสเ้ ดอื น ดินมกั พบโดยทัว่ ไปในดิน เศษ
กองซากพืช มูลสัตว์ ทีๆ่ มคี วามชน้ื
พอสมควร ปจั จบุ ันไสเ้ ดือนมีอยู่ดว้ ยกัน
หลายชนิด โดยมโี ครงสรา้ งทม่ี ลี ักษณะ
เหมอื นกนั คอื

เป็นสตั ว์ท่มี ลี ำตัวยาวลำตวั เป็น
ปลอ้ งทง้ั ภายนอกและภายในรา่ งกาย
โดยมีเยื่อกน้ั ระหวา่ งปลอ้ ง

มีช่องลำตวั ท่แี ทจ้ รงิ แบบ
Schizocoelomate ซึง่ เป็นซีลอมทเี่ กิด
จากเน้ือเย่อื ชั้นกลางแยกออกเป็นช่อง
และช่องน้ขี ยายตัวออกจนเป็นซลี อม

ผนงั ลำตวั ชน้ั นอกสดุ เป็นควิ ตเิ คิล ทป่ี ระกอบด้วยสารจำพวกโพลแี ซคคาไรด์ เจลาตนิ และ
ชัน้ อิพเิ ดอรม์ ิส มเี ซลลต์ อ่ มชนดิ ต่างๆ ทที่ ำหน้าทส่ี ร้างนำ้ เมือกทำให้ผวิ ลำตัวชุ่มชนื้ ถดั ลงไปเป็น
กล้ามเนอ้ื ตาม ขวางและกลา้ มเนือ้ ตามยาวและชั้นในสุดเป็นเย่ือบชุ ่องทอ้ งแบง่ แยกระหวา่ งชอ่ ง
ลำตวั กบั ผนังรา่ งกาย

มีขนแขง็ ส้ันท่เี ป็นสารจำพวกไคตนิ งอกออกมาในบริเวณรอบลำตัวของแตล่ ะปลอ้ ง
มีระบบทางเดินอาหารทสี่ มบูรณ์ คอื มปี าก และ ทวารหนกั โดยมลี ำไสเ้ ป็นท่อตรงยาวตลอด
ลำตัว
ระบบขับถา่ ยประกอบดว้ ยอวัยวะทเี่ รยี กวา่ เนฟริเดยี ต้งั อยูบ่ รเิ วณดา้ นขา้ งของลำตวั ปลอ้ ง
ละ 1 คู่
ระบบหมุนเวียนโลหติ เปน็ แบบปิด
ระบบแลกเปลีย่ นก๊าซเปน็ แบบการแพร่ผ่านผนังลำตวั
มีระบบประสาท ประกอบดว้ ย ปมประสาทสมองด้านหลงั ลำตัวในบริเวณสว่ นหัว 1 คู่
เสน้ ประสาทรอบคอหอย 1 คู่ และเสน้ ประสาทด้านท้องทอดตามความยาวของลำตัวอีก 1 คู่
มีอวัยวะรับสัมผสั ประกอบด้วย ปุม่ รบั รส กลุ่มเซลลร์ บั แส
เป็นสัตวท์ ่มี สี องเพศอยู่ในตวั เดียวกัน คือ ประกอบด้วย รังไข่และถงุ อณั ฑะ

ลกั ษณะภายนอกโดยทวั่ ไปของไสเ้ ดอื นดนิ

ลักษณะ ภายนอกท่ีเดน่ ชัดของไสเ้ ดือนดิน
คือการที่มีลำตัวเป็นปลอ้ งตั้งแตส่ ว่ นหวั จนถึง
ส่วนทา้ ย มีรปู รา่ งเป็นรูปทรงกระบอก มคี วามยาว
ในแต่ละชนิดไม่เทา่ กนั เมอ่ื โตเตม็ ทีจ่ ะมปี ล้องประมาณ
120 ปลอ้ ง แตล่ ะปลอ้ งจะมีเดอื ยเล็กๆ เรียงอยู่โดยรอบ
ปลอ้ ง ไม่มีส่วนหวั ทชี่ ัดเจน ไมม่ ตี า มไี คลเทลลัม ซง่ึ จะ
เห็นไดช้ ัด ในระยะสบื พนั ธ์ุ และยังประกอบด้วยอวยั วะตา่ งๆทส่ี ำคญั ดงั นี้

พรอสโตเมียม ( Prostomium) มี ลักษณะเป็นพเู นอื้ ทีย่ ดื หดไดต้ ิดอย่กู บั ผิวดา้ นบนของช่อง
ปาก เป็นตำแหน่งหนา้ สดุ ของไส้เดือนดนิ ทำหนา้ ทค่ี ลา้ ยริมฝปี าก ไมถ่ ือวา่ เป็นปลอ้ ง มหี น้าที่
สำหรับกวาดอาหารเขา้ ปาก

เพอริสโตเมียม ( Peristomium )
สว่ นน้ีนบั เป็นปล้องแรกของไสเ้ ดอื นดนิ มี
ลกั ษณะเป็นเนอ้ื บางๆ อยูร่ อบช่องปาก
และยืดหดได้

ช่องปาก อยู่ในปลอ่ งท่ี 1-3 เป็นช่องทางเขา้ ออกของอาหารเขา้ สู่รา่ งกาย ซงึ่ จะมีต่อม
น้ำลายอยใู่ นเย่ือบุช่องปากดว้ ย

เดือนหรือขน ( Setae ) จะ มีลักษณะเป็นขนแข็งส้ัน ซงึ่ เป็นสารพวกไคตนิ ท่งี อกออกมา
บริเวณผนงั ชั้นนอก สามารถยืดหดหรอื ขยายได้ เดอื นนม้ี หี นา้ ที่ ในการชว่ ยเรอ่ื งการยดึ เกาะและ
เคล่ือนท่ีของไสเ้ ดอื นดนิ

ชอ่ งเปดิ กลางหลงั ( Dorsal pore ) เป็น ชอ่ งเปดิ ขนาดเลก็ ตง้ั อยู่ในรอ่ งระหวา่ งปลอ้ ง
บริเวณแนวกลางหลังสามารถพบชอ่ งเปิดชนิดน้ีได้ในไสเ้ ดือนดนิ เกือบทกุ ชนดิ ยกเวน้ ไสเ้ ดอื น
จำพวกทีอ่ าศยั อยใู่ นน้ำหรือก่ึงนำ้ ในรอ่ งระหว่างปลอ้ งแรกๆ บรเิ วณสว่ นหวั จะไม่คอ่ ยพบชอ่ งเปดิ
ดา้ นหลงั ช่องเปิดดังกล่าวจะเชอ่ื มตอ่ กับชอ่ งภายในลำตัวและของเหลวในช่องลำตัว มหี นา้ ที่ขบั
ของเหลวหรอื เมอื กภายในลำตวั ออกมาชว่ ยลำตัวภายนอกชุม่ ชน่ื ป้องกันการระคายเคอื ง ทำให้
เคลื่อนไหวงา่ ย

รูขับถา่ ยของเสยี (
Nephridiopore ) เป็นรู
ทมี่ ีขนาดเลก็ มาก
สังเกตเหน็ ได้ยาก เป็นรู
สำหรบั ขบั ของเสียออก
จากร่างกาย เป็นรเู ปดิ
ภายนอก ซ่งึ มอี ยเู่ กอื บ
ทกุ ปลอ้ ง ยกเวน้ 3-4
ปลอ้ งแรก

ชอ่ งสบื พันธเ์ุ พศผู้ ( Male pore ) เป็นชอ่ งสำหรบั ปลอ่ ยสเปริ ม์ จะมีอยู่ 1 คู่ ตั้งอย่บู ริเวณ
ลำตวั ดา้ นท้องหรือข้างทอ้ ง ในแตล่ ะสายพนั ธ์ชุ ่องสืบพนั ธอ์ุ ยู่ในปลอ้ งทไ่ี ม่เหมือนกนั มีลกั ษณะ
เป็นแอ่งคลา้ ยหลอดเลก็ ยาวเขา้ ไปภายใน

ชอ่ งสืบพนั ธุ์เพศเมีย ( Female pore ) เป็นช่องสำหรบั ออกไข่ โดยทัว่ ไปมกั ตง้ั อยใู่ นปล้อง
ถัดจากปลอ้ งท่ีมรี งั ไข่ ( avary) มกั จะพบเพยี ง 1 คู่ ตัง้ อย่ใู นรอ่ งระหว่างปล้องหรือบนปลอ้ ง
ตำแหน่งท่ตี ัง้ มักจะแตกตา่ งกันในไส้เดอื นแต่ละพันธุ์

ช่องเปดิ สเปิรม์ มาทีกา ( Spermathecal porse ) เป็น ชอ่ งรบั สเปิรม์ จากไส้เดือนดนิ คผู่ สม
อกี ตวั หน่ึงขณะมกี ารผสมพนั ธ์ุแลกเปล่ียน สเปริ ์มซง่ึ กนั และกนั เมอื่ รบั สเปิรม์ แลว้ จะนำไปเกบ็ ไว้
ในถุงเกบ็ สเปริ ์ม ( Seminal receptacle )

ปมุ่ ยดึ สืบพันธ์ุ ( Genital papilla ) เป็นอวัยวะท่ชี ่วยในการยึดเกาะขณะที่ไส้เดอื นดนิ จบั คผู่ สม
พนั ธกุ์ นั

Clitellum,
Genital setae (segment 26). During
mating, the pair of genital setae are used
to help bind two worms together while
facing in opposite directions.
Sperm grooves As two worms mate,
sperm released at the sperm ducts travels in the worm’s sperm grooves to the
seminal receptacle opening of the other worm
Sperm ducts.
Female genital pores. These are only visible when the worm is in reproductive
condition.
Seminal receptacles. These are only visible whenthe worm is in reproductive
condition

ไคลเทลลมั ( Clitellum) เป็นอวัยวะท่ีใช้ในการสรา้ งไข่ขาวหมุ้ ไข่ และสร้างเมือกโคคูน ไคล
เทลลมั จะพบในไส้เดอื นดินท่โี ตเตม็ ไวพรอ้ มทีผ่ สมพันธุ์แลว้ เท่านนั้ โดยจะตัง้ อยู่บริเวฯปลอ้ งดา้ นหน้า
ใกลก้ บั สว่ นหวั ครอบคลุมปลอ้ งต้งั แต่ 2-5 ปลอ้ ง

ทวารหนกั ( Anus ) เป็นรเู ปดิ ท่ีค่อนขา้ งแคบเปิดออกในปล้องสดุ ท้าย ซง่ึ ใชส้ ำหรับขบั กาก
อาหารทีผ่ า่ นการยอ่ ยและดดู ซึมแล้วออกนอกลำตวั

โครงสรา้ งภายในของไสเ้ ดอื นดนิ
( ขอ้ ความจากหนงั สอื ไสเ้ ดอื นดนิ ของ ดร.อานฐั ตนั โช )

การผสมพนั ธข์ุ องไสเ้ ดอื นดนิ
ไส้เดือนดินโดยปกติจะผสมพนั ธุ์กนั ในช่วงกลางคืน โดยไส้เดือนดนิ สองตวั มาจบั คกู่ ันโดยใช้

ดา้ นท้องแนบกนั และสลบั หัวสลับหางกนั ชอ่ งสบื พนั ธุเ์ พศผขู้ องตัวหนงึ่ จะแนบกบั ช่องสเปิร์มมาที
กาของอกี ตัวหน่งึ โดยมีปุ่มสืบพนั ธุ์กับเมอื กบริเวณไคลเทลลมั ยดึ ซง่ึ กนั และกนั เอาไว้ สเปริ ์มจาก
ช่องสบื พนั ธ์ุเพศผขู้ องตวั หนึง่ จะสง่ เขา้ ไปเกบ็ ในถงุ สเปริ ม์ มาที กาทล่ี ะค่จู นครบทกุ คู่ การจบั คจู่ ะ
ใช้เวลาประมาณ 1 ชว่ั โมง จงึ แยกออกจากกนั

ในขณะทม่ี กี ารจบั คแู่ ลกเปล่ียนสเปริ ์มกนั ไส้เดอื นดนิ ทัง้ 2 ตวั จะไมต่ อบสนองตอ่ ส่ิงเร้า
ภายนอกอย่างฉับพลนั กรณเี ช่นสิง่ เรา้ จากการสัมผัสและแสง เมอ่ื ไส้เดอื นดนิ แยกจากกัน
ประมาณ 2-3 วัน จะมีการเปล่ียนแปลงบรเิ วณไคลเทลลัม เพ่ือสรา้ งถุงไข่ ( Cocoon ) ต่อมเมอื ก
จะสร้างเมอื กคลมุ บริเวณไคลเทลลมั และตอ่ มสรา้ งโคคูน ( Cocoon secreting gland ) จะสรา้ ง
เปลอื กของโคคูน ซง่ึ เป็นสารคล้ายไคติน สารน้จี ะแขง็ ตวั เม่อื ถกู อากาศกลายเป็นแผน่ เหนียวๆ
ต่อมาต่อมสรา้ งไขข่ าว ( Albumin secreting gland) จะขบั สารอลั บูมนิ ออกมาอยใู่ นเปลือกของโค
คูน Pheretima ซึ่ง มชี อ่ งสืบพนั ธเ์ุ พศเมยี อย่ทู ไี่ คล
เทลลัม จะปล่อยไขเ่ ข้าไปอยู่ในโคคูน หลงั จากน้นั โค
คนู จะแยกตวั ออกจากผนงั ตวั ของไส้เดอื นดินคลา้ ย
กับเป็นปลอกหลวมๆ เม่ือไส้เดอื นหดตัวและเคลื่อน
ถอยหลัง โคคูนจะเคล่ือนไปข้างหน้า เมือ่ เคล่อื นผา่ น
ชอ่ งเปดิ ของถงุ เกบ็ สเปริ ม์ กจ็ ะรบั สเปิรม์ เขา้ ไปในโค
คนู และมกี ารปฏิสนธิภายในโคคูน เมอ่ื โคคนู หลดุ
ออกจากตัวไส้เดอื นดินปลายสองด้านของโคคูนกจ็ ะ
หดตวั ปดิ สนทิ เป็นถงุ รปู ไขม่ สี ีเหลืองออ่ นๆ ยาว
ประมาณ 2-2.4 มลิ ลิเมตร กวา้ งประมาณ1.2-2
มิลลเิ มตร ถุงไขแ่ ตล่ ะถงุ จะใชเ้ วลา 8-10 สปั ดาห์จงึ
ฟกั ออกมา โดยทวั่ ไปจะมีไข่ 1-3 ฟอง ข้นึ อยกู่ ับแต่
ละสายพันธ์ุ ไสเ้ ดอื นบางชนดิ อาจมไี ขม่ ากถึง 60
ฟอง

ตวั ออ่ นของไสเ้ ดอื นดินทอี่ ยูใ่ นไขก่ จ็ ะเจริญและพฒั นาร่างกายในสว่ นต่างๆ โดยใช้
สารอาหารทีอ่ ยภู่ ายในถงุ ไข่ ระหวา่ งที่ตวั อ่อนเจริญเติบโตและพัฒนาอยูใ่ นถุงไขน่ ั้น ผนังของถุงไขก่ ็
จะเปล่ยี นสไี ปด้วย โดยถงุ ไขท่ ี่ออกจากตวั ใหมๆ่ จะมีสจี างๆ และเม่อื เวลาผ่านไปสีของถงุ ไข่กจ็ ะมสี ีท่ี
เข้มข้ึนตามลำดับ และจะฟกั เป็นตวั ในเวลาต่อมา ไสเ้ ดอื นดินบางสายพันธุ์สามารถที่จะสืบพันธุ์แบบ
ไม่ตอ้ งเกิดการผสมกนั ระหวา่ งไขก่ ับสเปิรม์ ได้ ซ่ึงเป็นการสืบพันธ์ุแบบ
Parthenogenetically จะพบลกั ษณะการสืบพันธ์ุเชน่ นีไ้ ดใ้ นไสเ้ ดอื นดินสกลุ
Dendrobaena เป็นตน้ ซึ่งพบวา่ มักจะมกี ารสืบพนั ธแ์ุ บบไม่อาศัยการผสมพนั ธุ์ นอกจากการ
สบื พันธแ์ุ บบไมอ่ าศัยเพศแลว้ ยังมีการสบื พนั ธุ์แบบไม่อาศยั เซลล์ สืบพนั ธ์ุดว้ ยเชน่ กระบวนการ
แบง่ เป็นชน้ิ เล็ก และ กระบวนการงอกใหม่

อทิ ธพิ ลของสภาพแวดลอ้ มตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและการดำรงชวี ติ ของไสเ้ ดอื นดนิ

สำหรบั ชว่ งเวลาการเจรญิ เตบิ โตของไสเ้ ดือนดนิ เมือ่ ฟักออกจากถงุ ไข่แลว้ องคป์ ระกอบ
สง่ิ แวดล้อมมผี ลกระทบอย่างมากตอ่ ระยะเวลาเจริญเตบิ โตของไสเ้ ดือน ดนิ ไม่ว่าจะเป็นอณุ หภมู ิ
ความช้นื ขึ้นอยูก่ ับการดำรงชวี ติ ของแตล่ ะสายพันธ์ุ บางสายพันธใ์ุ ช้เวลาเตบิ โต 17-19 สัปดาห์
เม่ือเลีย้ งท่ีอุณหภูมิ 15 องศาเซลเซยี ล บางสายพนั ธุ์ใชเ้ วลา 13 สัปดาห์ท่ี 18 องศาเซล
เซียล ไส้เดอื นดินจะมอี ายขุ ัยยืนยาวถงึ 4 – 25 ปี ข้นึ อยู่กบั แตล่ ะสายพันธ์ุ สำหรบั ประเทศไทย
อณุ หภูมทิ ี่เหมาะสมในการเล้ียงไส้เดอื นดิน อณุ หภมู อิ ย่ทู ี่ประมาณ 15-25 องศาเซลเซยี ล ในฤดู
ฝนท่ีมคี วามช้ืนสูงไสเ้ ดอื นจะสร้างถงุ ไข่ได้มากกว่าช่วงฤดรู อ้ นและฤดู หนาว เพราะฉน้ันอณุ หภมู ิ
และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสามารถทำให้ชวี ิตของไส้เดอื น ดินดำรงชวี ติ ได้ยาวนานขน้ึ

( บทความจากหนงั สอื การเลย้ี งไสเ้ ดอื นดนิ )

ไสเ้ ดอื นเป็นสัตวท์ ม่ี ีความสำคญั อยา่ งมากตอ่ ระบบนเิ วศ เป็นสัตวท์ ี่มคี วามสำคญั อย่าง
มากในการยอ่ ยอินทรียสารในดิน และการเคลื่อนทใ่ี นดนิ ของไสเ้ ดือน ถือเป็นการพรวนดนิ ทำให้
ดินมีช่อววา่ งทจ่ี ะเพ่มิ ปรมิ าณออกซเิ จนใหแ้ ก่ดิน ซ่งึ มคี วามสำคญั ต่อการปลกู พชื อกี ทัง้ ยงั ใช้ใน
การผลิตป๋ยุ หมกั และน้ำหมกั ชวี ภาพจากไสเ้ ดอื นอีกดว้ ย และนอกจากนแี้ ล้ว ไส้เดอื นยงั เป็นที่นิยม
อยา่ งยาวนาน ใช้เป็นเหยื่อสำหรบั ตกปลา

ดร.นชุ นารถ ตัง้ จติ สมคิด นักวชิ าการโรคพืชชำนาญการพิเศษ กล่มุ งานไส้เดอื นฝอย
สำนกั วจิ ัยพัฒนาการอารกั ขาพชื กรมวชิ าการเกษตร กลา่ ววา่ ขณะน้ีใช้ไส้เดอื นฝอยกำจัดแมลง
ศตั รูพืชไดร้ ับความสนใจจากเกษตรกรกันมาก การควบคุมแมลงศตั รพู ืชโดยไสเ้ ดอื นฝอยมี
ประสิทธภิ าพในการควบคมุ แมลงศตั รูพชื ไดห้ ลายชนิด ไดแ้ ก่ หนอนใยผกั หนอนกระทู้หอม
หนอนกระท้ผู ักและหนอนด้วงหมดั ผัก ไส้เดอื นฝอยสามารถทำให้แมลงศัตรูพชื เหลา่ นต้ี ายไดอ้ ย่าง
รวดเร็ว กลมุ่ งานไสเ้ ดือนฝอย ไดท้ ำการศกึ ษาวจิ ัยอยา่ งต่อเนือ่ งเพอื่ ใหไ้ ดช้ ีวภัณฑท์ ่มี ปี ระสิทธิภาพ
นำมาทดแทนหรอื ลดการใชส้ ารปอ้ งกนั กำจดั ศัตรพู ชื ลงในระดบั ท่ปี ลอดภัย และเพอ่ื ให้เป็นไปตาม
นโยบายของรัฐบาลท่ีเนน้ ความสำคญั ในเรอ่ื งความปลอดภยั ด้านอาหาร (Food Safety) เพือ่ ให้
ผลผลิตเกษตรปลอดภยั จากสารพิษ และเป็นท่ียอมรบั ทั้งตลาดภายในและตา่ งประเทศ
ไสเ้ ดอื นฝอยที่มจี ำหนา่ ยเป็นการค้าในปจั จบุ นั มรี าคาคอ่ นข้างสูง หรอื ซอื้ ยาก อาจประสบปัญหา
ในขณะเกบ็ รกั ษาและการขนส่งผลติ ภัณฑ์ ทำให้ไสเ้ ดอื นฝอยลดประสทิ ธภิ าพในการฆา่ แมลงได้ จึง

ไดท้ ำการศกึ ษาวจิ ัยวิธีการเพาะเลี้ยงไสเ้ ดือนฝอยอยา่ งงา่ ยๆ เพอื่ ให้เกษตรหรอื ผู้สนใจเพราะเลี้ยง
ใชเ้ องไดแ้ ละมีราคาถูก

ไสเ้ ดอื นฝอยสายพนั ธไุ์ ทย (Steinernema sp. Thai isolate)
เมอ่ื ปี พ.ศ. 2539 ไดค้ ้นพบไสเ้ ดือนฝอยกำจัดแมลงชนดิ ใหม่ เรียกว่า ไส้เดอื นฝอยสาย

พนั ธไ์ุ ทย มปี ระสทิ ธิภาพในการกำจัดแมลงศัตรพู ชื ได้หลายชนดิ มีความปลอดภยั ต่อพืช สัตว์ และ
สภาพแวดลอ้ ม จงึ เป็นชีวภัณฑอ์ กี ชนิดหน่งึ ทไ่ี ดร้ ับความสนใจนำมาใช้ทดแทนสารเคมีกำจัด
ศัตรพู ืชที่เป็นอนั ตราย โดยเฉพาะการนำไสเ้ ดือนฝอยมาใช้พน่ กำจดั แมลงในการผลิตพชื ผัก
ปลอดภยั จากสารพษิ หรอื ใชใ้ นแปลงเกษตรอนิ ทรยี ์

คณุ สมบตั ไิ สเ้ ดอื นฝอยสายพนั ธไ์ุ ทย
ไสเ้ ดือนฝอยสายพนั ธไ์ุ ทย สามารถเพาะเล้ยี งขยายปรมิ าณไดง้ า่ ยในอาหารเทียมหลาย

ชนดิ นอกจากนนั้ ยงั มีคุณสมบัตทิ นทานอุณหภูมไิ ด้สูงถึง 27 ?C 35 องศาเซลเซยี ส จัดเป็นสาย
พนั ธ์ุทนร้อนทีม่ ีชีวิตรอดไดด้ ีในสภาพอณุ หภมู ิ ในเขตร้อนช้ืน เชน่ ประเทศไทย โดยไมต่ อ้ งเกบ็
รกั ษาผลติ ภัณฑไ์ สเ้ ดอื นฝอยในหอ้ งควบคุมอณุ หภูมิ จงึ เป็นขอ้ ดีทจ่ี ะผลติ เปน็ ผลิตภณั ฑก์ ำจดั
ศตั รพู ชื เพ่ือการคา้ หรือผลิตไวใ้ ช้เอง เน่อื งจากสามารถเพาะเล้ยี งและขยายปริมาณไดด้ ใี นอาหาร
เทยี มทีม่ ีราคาถกู ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ เหมาะสำหรบั เกษตรกรรายย่อยหรือกลมุ่ เกษตรกรท่ีจะ
หนั มาใชไ้ ส้เดือนฝอยทดแทนหรือลดการซอื้ สารเคมมี าใช้ในการกำจดั ศตั รูพืช
จากการศกึ ษาวจิ ยั พบวา่ ไส้เดือนฝอยสามารถเจรญิ เติบโตในสภาพอุณหภูมิห้อง
ปกติ (30 ?C 33 องศาเซลเซยี ส) กลมุ่ งานไสเ้ ดอื นฝอยไดท้ ำการศกึ ษาวจิ ัยและพฒั นา
กระบวนการผลิตไส้เดอื นฝอยกำจดั แมลงศัตรูพืชให้เป็นเทคโนโลยที ง่ี ่าย ตน้ ทนุ ตำ่ และ
กระบวนการเพาะเล้ยี งไม่ย่งุ ยาก เป็นเทคโนโลยีการผลิตระดับเกษตรกรผลติ ไวใ้ ช้เองเปน็
ผลสำเรจ็ แลว้ พรอ้ มท่ีจะถา่ ยทอดความรูก้ ารผลิตไสเ้ ดือนฝอยไปส่เู กษตรกร และสนับสนุนให้
เกษตรกรเพราะเล้ียงไสเ้ ดอื นฝอยใช้เอง ซึ่งจะช่วยลดรายจา่ ยซ่ึงเป็นต้นทุนการซอ้ื สารเคมี
ป้องกนั กำจดั ศตั รพู ืชหรอื สารชวี ภัณฑ์อ่ืนทม่ี รี าคาแพง นอกจากนัน้ การใชไ้ ส้เดอื นฝอยกำจัด
ศตั รูพืช ยงั มีความปลอดภยั ตอ่ ผู้ใช้ ไม่มสี ารพิษตกค้างในผลิตผลเกษตรและปลอดภยั ตอ่
สภาพแวดลอ้ ม ไสเ้ ดอื นฝอยทเ่ี พาะเลยี้ งเองสามารถนำไปใช้ไดท้ ันที มีความแข็งแรงและมีศกั ยภาพ
ในการฆา่ แมลง

อ้างองิ : กลุ่มงานไสเ้ ดอื นฝอย สำนกั วจิ ยั พฒั นาการอารกั ขาพืช กรมวิชาการเกษตร

ตวั อยา่ งไสเ้ ดอื น

ไสเ้ ดอื นดิน ไส้เดอื นฝอย

ที่มา :
http://chm-thai.onep.go.th/chm/agricluture_ecosystem/Status/a5.html

ชนิดของไสเ้ ดอื นที่นิยมเล้ียง
สายพนั ธ์ุทีน่ ยิ มนำมาเลีย้ งเพ่อื กำจดั ขยะอนิ ทรีย์ มี 4 สายพนั ธุ์ ดงั น้ี
1. สายพนั ธ์ุ อายซิเนีย ฟูทิดา

(Eisenia foetida) ชอื่ สามญั The Tiger
worm, Manure worm, Compost worm
เป็นไสเ้ ดือนดนิ สีแดงที่มีลำตวั กลม ขนาด
เล็ก ลดตัวมีสีแดงสด เห้นปลอ้ งแต่ละ
ปลอ้ งแบ่งอยา่ งชดั เจน สามารถแพร่
ขยายพันธุ์ไดร้ วดเรว็ และมีกลนิ่ ตัวทีร่ ุนแรง
มลี ักษณะท่ัวไปดังนี้
ลำตัวมขี นาด 35 – 130 X 3-5 มลิ ลิเมตร
ลำตวั มสี แี ดง ร่างระหวา่ งปล้องและบรเิ วณปลายหางมีสีเหลอื ง
มีอายยุ ืนยาว 4-5 ปี แตม่ ักจะอยู่ได้ 1-2 ปี เม่อื เลีย้ งในบอ่

2. สายพนั ธุ์ ยูดรลิ สั ยูจีนแิ อ (Eudrilus eugeniae) ชอื่ สามญั African Night Crawler
(AF) ลักษณะโดยท่ัวไป
 ลำตวั มขี นาด 130 – 250 X 5-
8 มลิ ลเิ มตร
 ลำตวั มีสีนำ้ ตาลแดงปนเทา
 สบื พันธุ์โดยอาศัยเพศ
 จบั คู่ผสมพนั ธ์ุใต้ดิน
 สร้างถุงไข่ไดโ้ ดยเฉล่ยี ประมาณ
162- 188 ถงุ /ตัว/ปี
 ใชเ้ วลาในการฟักเป็นตัวประมาณ
13-27 วัน โดยเฉลี่ยฟกั 2 ตัว/ถงุ ไข่
ใชเ้ วลาในการเตบิ โตเตม็ วัย 6 – 10 เดือน
อาศัยอย่บู ริเวณผวิ ดิน กินเศษซากอนิ ทรยี วตั ถุท่ีเนา่ สลายเป็นอาหาร
มีอายุยืนยาว 4-5 ปี

3. สายพนั ธุ์ ล้มบริคสั รูเบลลัส )Lumbricus rubellus) ชื่อสามญั Red worm, Red
Marsh worm, Red wriggler
ลกั ษณะโดยทวั่ ไป
ลำตวั มีขนาด 60-150 X 4-6
มิลลิเมตร
ผิวบริเวณทอ้ งมสี ีขาวขุ่น บรเิ วณ
ด้านหลังมีสีแดงสด รอ่ งระหวา่ งปลอ้ งมีสี
เหลอื ง
เป็นไสเ้ ดือนดนิ ในกลุ่ม อพิ ิจนี คิ อาศัย
อยูบ่ รเิ วณผิวดนิ หรอื ในกองมลู สัตว์
กินเศษซากพืชทเี่ นา่ เป่ือย ขยะอนิ ทรยี ์ และมลู สัตว์เป็นอาหาร
สืบพันธุ์โดยอาศัยเพศอย่างแท้จริง
จบั คผู่ สมพันธ์ุใตด้ ิน
สามารถผลิตถุงไข่ได้ 79-106 ถงุ /ตวั /ปี

 ใชเ้ วลาในการฟักเป็นตัวประมาณ 27-45 วนั โดยเฉลี่ยฟัก 2 ตัว/ถุงไข่
ใช้เวลาในการเตบิ โตเตม็ วัย 5-6 เดือน
มีอายยุ นื ยาว 2-3 ปี

4. สายพันธื ฟีเรททิมา พีกวั นา (Pheretima peguana) ชอ่ื ท้องถ่นิ ขี้ตาแร่
ลักษณะโดยทั่วไป
ลำตวั มขี นาด 130-200 X 5-6
มลิ ลิเมตร
ลำตวั มสี ีน้ำตาลแดงเขม้
อาศัยอยูบ่ ริเวณผวิ ดนิ ใตก้ องมลู สตั ว์
เศษหญ้า กนิ เศษซากอินทรยี ว์ ัตถุท่เี นา่
เป่ือย และมูลสัตว์เป็นอาหาร
สืบพนั ธโุ์ ดยอาศัยเพศ
จับคูผ่ สมพนั ธบ์ุ รเิ วณผวิ ดนิ
สามารถผลติ ถงุ ไข่ได้ 24 – 40 ถุง/ตวั /ปี
ใช้เวลาในการฟกั เป็นตัวประมาณ 25-30 วัน โดยเฉลีย่ ฟกั 10 ตวั /ถุงไข่
ใช้เวลาเจริญเตบิ โตเตม็ วัย 5-6 เดอื น
มีชวี ติ ยืนยาว 2-4 ปี

ไสเ้ ดอื นดินสายพันธุ์น้ี เป็นไส้เดือนดินสแี ดงทีพ่ บไดท้ ่วั ไปในทวีปเอเซีย รวมท้ังในประเทศ
ไทย มีลำตัวกลมขนาดปานกลาง โดยมขี นาดใกล้เคยี งกบั ไสเ้ ดอื นดนิ สายพันธ์ุ แอฟรกิ ัน ไนท็ ครอ
เลอร์ โดยพบในมลู วัวนม และใต้เศษหญา้ ที่ตัดท้งิ ในนาข้าว โดยอาศัยอยบู่ ริเวณผวิ ดนิ ไม่ขุดรูปอยใู่ น
ดนิ ทลี่ ึกเหมือนกบั ไสเ้ ดอื นพนั ธุ์สเี ทา ทอี่ าศยั อยใู่ นสวนผลไมแ้ ละอยูใ่ นชน้ั ดนิ ท่ลี ึกลงไป ชาวบา้ น
แถบภาคเหนือเรยี กว่า “ข้ีตาแร่”

การเพาะเล้ียงไส้เดือนดนิ

ใช้โมเดลการพฒั นาแหลง่ เรยี นร.ู้ ..สูอ่ าชพี
1. การสร้างแรงบนั ดาลใจ : พฒั นาจิตใจ :

Heart กระตุน้ ความสนใจ ความสงสัย และ
ความนา่ ฉงนของไสเ้ ดอื นดิน

2. สร้างความรู้ : พฒั นาสมอง
: Head ให้ความร้เู รือ่ งไสเ้ ดอื น ความ
มหัศจรรยข์ องไส้เดือนดินท่มี ีตอ่ โลกใบ
นแ้ี ละความเป็นสัตว์โลกลา้ นปีของ
ไส้เดอื นดนิ

3. สรา้ งประสบการณ์ : พัฒนา
ทักษะปฏิบัติ : Hand นักเรยี นลงมอื เลีย้ ง
ไส้เดือนดินในกะละมงั เพอื่ ง่ายตอ่ การดูแล
รกั ษา ใช้เวลาเพียง 1 เดอื น

4. สรา้ งสุขบัญญัติ : พัฒนาสุขภาพ : Health
การนำผลิตภณั ฑจ์ ากไสเ้ ดอื นดิน (มูลไสเ้ ดอื น) ไปใชป้ ลูกพืชผกั สวนครวั ไวเ้ พอ่ื รบั ประทาน
ปลอดภยั ต่อสขุ ภาพ ของตนเองและสิ่งแวดลอ้ ม

การเลยี้ งไสเ้ ดอื นดนิ ในกะละมงั

มขี นั้ ตอนดงั นี้
1. การเตรยี มทอี่ ยู่ (Bedding) ให้ไสเ้ ดอื นดนิ

1.1 นำมลู ววั ไปตากแดดใหแ้ หง้ สนทิ
1.2 นำมลู ววั ทตี่ ากแดดแหง้ ดแี ลว้ ไปแชน่ ้ำ โดยต้องถา่ ยนำ้ ทิ้ง ทุก ๆ 2-3 วนั เพอ่ื

ลา้ งความรอ้ นของขวี้ วั และแกส๊ ออกให้หมด ใชเ้ วลาอยา่ งนอ้ ยประมาณ 2 สปั ดาห์ แลว้ แตค่ วามรอ้ น
ของขว้ี วั

1.3 นำขวี้ วั ทแ่ี ชน่ ำ้ ไวอ้ ยา่ งนอ้ ย 2 สปั ดาห์ ขน้ึ จากนำ้ พกั ไว้ ประมาณ 1 – 2 ชวั่ โมง

2. เลี้ยงไสเ้ ดือนดนิ ลงกะละมงั
2.1 เลอื กกะละมงั

สำหรับเพาะเลย้ี งไส้เดือน ควรมี
ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง
มากกวา่ 12 น้วิ

2.2 นำขว้ี วั ทพ่ี กั ไว้ ใส่
ในกะละมงั ประมาณ 3 ใน 4
สว่ น ของกะละมงั

2.3 ใส่ ไสเ้ ดอื นดนิ พนั ธ์ุแอฟรกิ นั ไนทค์ ทั เลอร์ (AF) ประมาณ 3 ขดี ลงในกะละมงั ที่
เตรียมไว้

3. การดแู ลรกั ษาไสเ้ ดอื นดนิ ที่เราเลย้ี งในกะละมงั
3.1 หมนั่ ดแู ล โดยรดนำ้ 3-4 วนั ต่อครง้ั ในช่วง 3 สปั ดาห์แรก หรอื สงั เกตความชนื้ ใน

กะละมงั เลย้ี ง อย่าใหแ้ ห้งหรอื เปยี ก ใหค้ วามชน้ื ในทอ่ี ยขู่ องไสเ้ ดอื น ไส้เดอื นชอบความช้นื และเย็น

3.2 สปั ดาหท์ ่ี 4 จะสังเกตเห็นว่า มมี ูลไสเ้ ดอื น และมีไข่ไสเ้ ดอื นใหเ้ หน็ มากขึ้น ถ้าในกะละมงั
ยงั มีความชื้นอยู่กไ็ มต่ อ้ งรดน้ำ หรอื รดนำ้ เพยี งคร้ังเดยี วพอให้ช้ืน

3.3 สปั ดาหท์ ี่ 5 ไสเ้ ดอื นกนิ มลู วัวในที่อยู่หรือเบดด้งิ
หมดแลว้ (มมี ลู ไส้เดอื นเตม็ กะละมัง) เรากแ็ ยกตวั เตม็ วยั ออก
เพอ่ื เอาไปเลย้ี งในกะละมงั ใหม่ แล้วพักมูลไส้เดือนไว้เพอ่ื รอเกบ็
ตัวอ่อน ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์

4. การเพิ่มปรมิ าณไส้เดอื นดนิ
4.1 รน่ หรอื แยกตวั ออ่ นไสเ้ ดอื นออกจากปยุ๋ มลู ไสเ้ ดอื น นำปยุ๋ มูลไส้เดอื นไปใชใ้ ส่ พชื ผกั

ผลไม้ หรอื จำหน่ายได้เลย


Click to View FlipBook Version