ปก
คู่มือผู้เล่าเรื่อง
ภูมิประเทศเเบบคาสต์ : Karst Topography สวนหินผางาม
อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายสมหมาย เตชวาล
ผู้อำานวยการกองธรณีวิทยา นายสุรชัย ศิริพงษ์เสถียร
ผู้อำานวยการส่วนบริหารจัดการธรณีวิทยา นายนรรัตน์ บุญกันภัย สารบัญ
บทที่ หน้า
พิมพ์ครั้งที่ 1 จำานวน 500 เล่ม (กันยายน 2563)
จัดพิมพ์โดย กรมทรัพยากรธรณี 1. เกริ่นนำ� 1
75/10 ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
2. ธรณีวิทย� 3
ข้อมูลทางบรรณานุกรม 3. ก�รกำ�เนิดผ�ง�ม 5
กรมทรัพยากรธรณี (2563)
คู่มือผู้เล่าเรื่อง Karst topography : สวนหินผางาม 44 หน้า 4. ภูมิประเทศแบบค�สต์ 7
5. เส้นท�งท่องเที่ยวภ�ยในสวนหินผ�ง�ม 9
6. เส้นท�งท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง 29
7. คุณค่�ของค�สต์ 36
8. ก�รเดินท�งเข้�สู่สวนหินผ�ง�ม 37
เอกสารฉบับนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ กรมทรัพยากรธรณี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
คู่มือผู้เล่าเรื่อง
ภูมิประเทศเเบบคาสต์ : Karst Topography สวนหินผางาม
อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายสมหมาย เตชวาล
ผู้อำานวยการกองธรณีวิทยา นายสุรชัย ศิริพงษ์เสถียร
ผู้อำานวยการส่วนบริหารจัดการธรณีวิทยา นายนรรัตน์ บุญกันภัย สารบัญ
บทที่ หน้า
พิมพ์ครั้งที่ 1 จำานวน 500 เล่ม (กันยายน 2563)
จัดพิมพ์โดย กรมทรัพยากรธรณี 1. เกริ่นนำ� 1
75/10 ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
2. ธรณีวิทย� 3
ข้อมูลทางบรรณานุกรม 3. ก�รกำ�เนิดผ�ง�ม 5
กรมทรัพยากรธรณี (2563)
คู่มือผู้เล่าเรื่อง Karst topography : สวนหินผางาม 44 หน้า 4. ภูมิประเทศแบบค�สต์ 7
5. เส้นท�งท่องเที่ยวภ�ยในสวนหินผ�ง�ม 9
6. เส้นท�งท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง 29
7. คุณค่�ของค�สต์ 36
8. ก�รเดินท�งเข้�สู่สวนหินผ�ง�ม 37
เอกสารฉบับนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ กรมทรัพยากรธรณี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
1 จังหวัดเลย จัดทำาขึ้นโดยกองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี สำาหรับนักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไป
์
คู่มือผู้เล่าเรื่อง ภูมิประเทศเเบบคาสต : Karst Topography สวนหินผางาม อำาเภอหนองหน
ิ
และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ตาม “โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา” พ.ศ. 2563
ี
ุ
ี
ของกรมทรัพยากรธรณ โดยม่งหวังให้นักท่องเท่ยวได้รับความร เก่ยวกับการเกิดลักษณะรูปร่างแบบ
ี
ู
้
ิ
ู
ู
ิ
ู
ี
ั
์
เกริ่นนำ� ต่างๆ ของธรณสณฐานคาสต ในภมประเทศภเขาหนปน ที่ถูกกัดกร่อนจนมีลักษณะสวยงาม แปลกตา
และเป็นสถานท่ท่องเท่ยวท่มีช่อเสียงในปัจจุบัน นอกจากน้สวนหินผางามยังได้รับการส่งเสริมให้เป็น
ี
ื
ี
ี
ี
เเหล่งท่องเที่ยงเชิงธรณี หรือการท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา (Geotourism) อีกด้วย
1 2
1 จังหวัดเลย จัดทำาขึ้นโดยกองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี สำาหรับนักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไป
์
คู่มือผู้เล่าเรื่อง ภูมิประเทศเเบบคาสต : Karst Topography สวนหินผางาม อำาเภอหนองหน
ิ
และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ตาม “โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา” พ.ศ. 2563
ี
ุ
ี
ของกรมทรัพยากรธรณ โดยม่งหวังให้นักท่องเท่ยวได้รับความร เก่ยวกับการเกิดลักษณะรูปร่างแบบ
ี
ู
้
ิ
ู
ู
ิ
ู
ี
ั
์
เกริ่นนำ� ต่างๆ ของธรณสณฐานคาสต ในภมประเทศภเขาหนปน ที่ถูกกัดกร่อนจนมีลักษณะสวยงาม แปลกตา
และเป็นสถานท่ท่องเท่ยวท่มีช่อเสียงในปัจจุบัน นอกจากน้สวนหินผางามยังได้รับการส่งเสริมให้เป็น
ี
ื
ี
ี
ี
เเหล่งท่องเที่ยงเชิงธรณี หรือการท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา (Geotourism) อีกด้วย
1 2
2
ธรณีวิทย�
โครงสร้างทางธรณีวิทยาที่พบในหินแสดงถึงชั้นหินที่มีความหนาปานกลางในตอนลาง
่
และแสดงชั้นที่มีความหนามากในตอนบน ส่วนรอยคดโค้ง รอยแตกและรอยเลื่อนในชั้นหิน
เกิดจากการถูกแรงดึง แรงบีบอัด แรงเฉือน ตามกลไกธรรมชาติของแผ่นเปลือกโลกที่มีการ
ลักษณะทางธรณีวิทยาของสวนหินผางาม ประกอบด้วยหินปูน หินปูนเน้อโดโลไมต ์ ขยับตัว ผ่านกาลเวลาที่ยาวนาน
ื
หินปูนเนื้อปนโคลน (mudstone) ถึง หินปูนเกรนสโตน (grainstone) สีเทา สีเทาอ่อน ถึงสีขาว
แบบเป็นชั้นหนาพบก้อนหินเชิร์ต (chert nodule) กระจายตัวอยู่ทั่วไป ในลักษณะฝังประในเนื้อ
ึ
ำ
ของหินปูน บางส่วนเปลี่ยนเป็นหินโดโลไมต์ เนื่องจากอิทธิพลของรอยเลื่อนพบซากดกดาบรรพ ์
แบรคิโอพอด สาหร่าย ฟิวซูลินิด บ่งอายุยุคเพอร์เมียนตอนล่าง ซึ่งหินคาร์บอเนตบริเวณนี้จัดอยู่ใน
้
หมวดหินนามโหฬาร (Nam Mahoran Formation) โดยพบแนวแตก รอยเลื่อนตัดผ่านเนื้อหิน
ำ
จำานวนมาก ในแนวเกือบเหนือ-ใต้ แนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ แนวตะวนตก
ั
เฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ และในแนวเกือบตะวันตก-ตะวันออก
3 4
2
ธรณีวิทย�
โครงสร้างทางธรณีวิทยาที่พบในหินแสดงถึงชั้นหินที่มีความหนาปานกลางในตอนลาง
่
และแสดงชั้นที่มีความหนามากในตอนบน ส่วนรอยคดโค้ง รอยแตกและรอยเลื่อนในชั้นหิน
เกิดจากการถูกแรงดึง แรงบีบอัด แรงเฉือน ตามกลไกธรรมชาติของแผ่นเปลือกโลกที่มีการ
ลักษณะทางธรณีวิทยาของสวนหินผางาม ประกอบด้วยหินปูน หินปูนเน้อโดโลไมต ์ ขยับตัว ผ่านกาลเวลาที่ยาวนาน
ื
หินปูนเนื้อปนโคลน (mudstone) ถึง หินปูนเกรนสโตน (grainstone) สีเทา สีเทาอ่อน ถึงสีขาว
แบบเป็นชั้นหนาพบก้อนหินเชิร์ต (chert nodule) กระจายตัวอยู่ทั่วไป ในลักษณะฝังประในเนื้อ
ึ
ำ
ของหินปูน บางส่วนเปลี่ยนเป็นหินโดโลไมต์ เนื่องจากอิทธิพลของรอยเลื่อนพบซากดกดาบรรพ ์
แบรคิโอพอด สาหร่าย ฟิวซูลินิด บ่งอายุยุคเพอร์เมียนตอนล่าง ซึ่งหินคาร์บอเนตบริเวณนี้จัดอยู่ใน
้
หมวดหินนามโหฬาร (Nam Mahoran Formation) โดยพบแนวแตก รอยเลื่อนตัดผ่านเนื้อหิน
ำ
จำานวนมาก ในแนวเกือบเหนือ-ใต้ แนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ แนวตะวนตก
ั
เฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ และในแนวเกือบตะวันตก-ตะวันออก
3 4
3
ก�รกำ�เนิดผ�ง�ม
สวนหินผางามจัดเป็นแหล่งอนุรักษ์ทางธรณีวิทยาประเภทแหล่งธรณีสัณฐาน (ภูมิประเทศ
้
โดดเด่น) เกิดจากอิทธิพลทางธรณีวิทยาของการผุพัง การกัดกร่อน ของหินปูน เน่องจากนำาฝน และ
ื
้
ั
่
ี
ั
ิ
นำาใต้ดินที่มีสภาพเป็นกรดอ่อน โดยเฉพาะตามแนวรอยแตก และรอยเลื่อนทตดผานชนหน
่
้
บริเวณพ้นผิวหินปูนด้านบนของเทือกเขามักพบลักษณะเป็นยอดแหลมหลายยอด ในบางบริเวณ
ื
้
้
้
ี
จะพบลักษณะของถำาธารนำาลอดเดิมก่อนท่ทางนำาใต้ดินจะลดระดับลงหรือแผ่นดินบริเวณน้มีการ
ี
้
้
้
ู
ี
ำ
ยกตัวทาให้ถำาหรือโพรงท่เคยอย่ใต้ระดับทางนำาใต้ดินมีการยกตัวพ้นระดับทางนำา ต่อมาเกิดการ
้
้
้
กัดกร่อน ผุพัง ทำาให้เพดานถำาบางลงจึงเกิดการพังถลายลงมาของเพดานถำาและพนังถำา
ู
รวมกับการยุบตัวของพ้นผิวตามแนวโพรงท่อย่ด้านล่างเน่องจากโพรงใต้ดินมีการขยายตัวและเพดาน
ื
ี
ื
้
โพรงบางลง จากการกัดกร่อนของนาใต้ดินที่เป็นกรดอ่อน จึงทำาให้เกิดป่าหินที่มีความสลับซับซ้อน
ำ
ิ
และจากอทธิพลของการผุพังและการละลายของหินคาร์บอเนตโดยเฉพาะตามแนวรอยแตก
ที่ตัดผ่านชั้นหิน จึงทำาให้เกิดประติมากรรมหินรูปร่างต่าง ๆ ตามจินตนาการ
5
3
ก�รกำ�เนิดผ�ง�ม
สวนหินผางามจัดเป็นแหล่งอนุรักษ์ทางธรณีวิทยาประเภทแหล่งธรณีสัณฐาน (ภูมิประเทศ
้
โดดเด่น) เกิดจากอิทธิพลทางธรณีวิทยาของการผุพัง การกัดกร่อน ของหินปูน เน่องจากนำาฝน และ
ื
้
ั
่
ี
ั
ิ
นำาใต้ดินที่มีสภาพเป็นกรดอ่อน โดยเฉพาะตามแนวรอยแตก และรอยเลื่อนทตดผานชนหน
่
้
บริเวณพ้นผิวหินปูนด้านบนของเทือกเขามักพบลักษณะเป็นยอดแหลมหลายยอด ในบางบริเวณ
ื
้
้
้
ี
จะพบลักษณะของถำาธารนำาลอดเดิมก่อนท่ทางนำาใต้ดินจะลดระดับลงหรือแผ่นดินบริเวณน้มีการ
ี
้
้
้
ู
ี
ำ
ยกตัวทาให้ถำาหรือโพรงท่เคยอย่ใต้ระดับทางนำาใต้ดินมีการยกตัวพ้นระดับทางนำา ต่อมาเกิดการ
้
้
้
กัดกร่อน ผุพัง ทำาให้เพดานถำาบางลงจึงเกิดการพังถลายลงมาของเพดานถำาและพนังถำา
ู
รวมกับการยุบตัวของพ้นผิวตามแนวโพรงท่อย่ด้านล่างเน่องจากโพรงใต้ดินมีการขยายตัวและเพดาน
ื
ี
ื
้
โพรงบางลง จากการกัดกร่อนของนาใต้ดินที่เป็นกรดอ่อน จึงทำาให้เกิดป่าหินที่มีความสลับซับซ้อน
ำ
ิ
และจากอทธิพลของการผุพังและการละลายของหินคาร์บอเนตโดยเฉพาะตามแนวรอยแตก
ที่ตัดผ่านชั้นหิน จึงทำาให้เกิดประติมากรรมหินรูปร่างต่าง ๆ ตามจินตนาการ
5
4
ภูมิประเทศแบบค�สต์ :
Karst Topography
้
้
ี
ื
์
คาสต (Karst) หมายถึง พ้นท่หินปูนท่นาฝน นาท่า ชะละลายหินออกไปมากจนเป็น
ำ
ำ
ี
่
้
้
่
ุ
ตะปุ่มตะปำาเต็มไปด้วยหลมบอ ถำา และทางนำาใต้ดินซึมหายลงไป แต่เดิมใช้กับที่ราบสูงคาสต ์
ี
อันเป็น ท่ราบสูงหินปูนชายฝ่งทะเลเอเดรียติกในเขตประเทศยูโกสลาเวีย (ราชบัณฑิตยสถาน, 2516)
ั
หากมองภาพรวมจากมุมสูง หรือจุดชมวิวภูป่าเปาะ จะพบว่า บริเวณวนอุทยานผางาม
เป็นหุบเขาหลุมยุบ (Polje) ลักษณะแรกของการเกิดคาสต์สังเกตได้จากรอยหลุมฝน (Rainpits)
้
้
และรอยร่องนำา (Karren) บนพ้นผิวหินปูน จากนั้นนำาจะไหลไปตามรอยแตกของช้นหิน ขยายตัวเปน
็
ั
ื
้
รโพรงในแนวดง และแนวนอน จนกลายเปนถาในทสด บรเวณวนอทยานผางามส่วนใหญเปนถา ้ ำ
ำ
ุ
่
็
ิ
ี
่
ุ
็
่
ู
ิ
แห้ง (Dry cave) ที่ขยายตัวในแนวดิ่ง ส่วนหลุมยุบ (sinkhole) เกิดขึ้นภายหลัง จากการที่เพดาน
้
ำ
ถาถล่มลงมา ลักษณะของสวนหิน (stone forest ) ป่าช้าหิน (Lapies) และดินหินปูน (Terra rosa)
ี
ู
ึ
พบในท่ราบในหุบเขาหลุมยุบซ่งบ่งบอกว่าอย่ในช่วงปัจฉิมวัย (Old age karst) สะพานหินธรรมชาต ิ
(natural bridge) และหน้าต่างคาสต์ (Karst window) ขนาดเล็กพบเห็นได้บ้าง แต่ไม่โดดเด่น
้
้
้
้
ส่วนนาตกเพียงดิน และนาตกสวนห้อม เป็นนาตกคราบหินปูน (Tufa waterfall) ที่เกิดจากนาซับ
ำ
ำ
ำ
ำ
ที่เกิดตามเชิงเขา มีอัตราการไหลที่ไม่แน่นอน
7 8
4
ภูมิประเทศแบบค�สต์ :
Karst Topography
้
้
ื
ี
คาสต (Karst) หมายถึง พ้นท่หินปูนท่นาฝน นาท่า ชะละลายหินออกไปมากจนเป็น
์
ำ
ี
ำ
่
้
้
ุ
่
ตะปุ่มตะปำาเต็มไปด้วยหลมบอ ถำา และทางนำาใต้ดินซึมหายลงไป แต่เดิมใช้กับที่ราบสูงคาสต ์
ี
ั
อันเป็น ท่ราบสูงหินปูนชายฝ่งทะเลเอเดรียติกในเขตประเทศยูโกสลาเวีย (ราชบัณฑิตยสถาน, 2516)
หากมองภาพรวมจากมุมสูง หรือจุดชมวิวภูป่าเปาะ จะพบว่า บริเวณวนอุทยานผางาม
เป็นหุบเขาหลุมยุบ (Polje) ลักษณะแรกของการเกิดคาสต์สังเกตได้จากรอยหลุมฝน (Rainpits)
้
้
็
ื
ั
และรอยร่องนำา (Karren) บนพ้นผิวหินปูน จากนั้นนำาจะไหลไปตามรอยแตกของช้นหิน ขยายตัวเปน
้
้
ี
่
่
ำ
รโพรงในแนวดง และแนวนอน จนกลายเปนถาในทสด บรเวณวนอทยานผางามส่วนใหญเปนถา
ุ
็
ำ
่
ิ
ุ
็
ู
ิ
แห้ง (Dry cave) ที่ขยายตัวในแนวดิ่ง ส่วนหลุมยุบ (sinkhole) เกิดขึ้นภายหลัง จากการที่เพดาน
้
ำ
ถาถล่มลงมา ลักษณะของสวนหิน (stone forest ) ป่าช้าหิน (Lapies) และดินหินปูน (Terra rosa)
ู
ี
ึ
พบในท่ราบในหุบเขาหลุมยุบซ่งบ่งบอกว่าอย่ในช่วงปัจฉิมวัย (Old age karst) สะพานหินธรรมชาต ิ
(natural bridge) และหน้าต่างคาสต์ (Karst window) ขนาดเล็กพบเห็นได้บ้าง แต่ไม่โดดเด่น
้
้
้
้
ำ
ำ
ส่วนนาตกเพียงดิน และนำาตกสวนห้อม เป็นนำาตกคราบหินปูน (Tufa waterfall) ที่เกิดจากนาซับ
ที่เกิดตามเชิงเขา มีอัตราการไหลที่ไม่แน่นอน
7 8
5
เส้นท�งท่องเที่ยวภ�ยใน
สวนหินผ�ง�ม
5
เส้นท�งท่องเที่ยวภ�ยใน
สวนหินผ�ง�ม
ซุ้มธารลอด ถ้านางครวญ
ำ
ื
แนวรอยแตกหรือแนวรอยเล่อนท่ควบคุม
ี
้
ั
โถงถำ ท้งโถงหลักและโถงรอง สังเกตว่าจะเป็นแนวดง
ิ
่
้
่
ิ
ิ
บางทีเห็นร่องหรือม่านหินย้อยในแนวดงพบหนนำ
ไหล ซึ่งบางส่วนจะเป็นม่านหินย้อยฟันเลื่อย ส่วน
้
้
ท่เป็นรอยเว้าตามผนังถำเรียกว่ารอยร้วนำไหล
ิ
ี
้
ี
ิ
(scallop) ส่งน้จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเม่อก่อนถำนี้มี
ื
้
ี
นำไหลผ่าน บริเวณท่มีการยุบตัวหรือถล่มลงไป
้
้
่
้
แสดงใหเห็นวาใตพื้นยังมีถำอีกถำระดับหนึ่ง แสดง
้
้ ้
้
้
ใหเหนถงวิวัฒนาการของถำ ถำนถอว่าเป็นถำเก่าหรือ
ื
้
ี
ึ
็
้
ถำตายแล้วเนื่องจากไม่มีการเกิดของหินงอกหินย้อย
้
ี
ในอดีตคาดว่าจะมีความสวยงามมากและมนำ
้
้
ี
ซุ้มธารลอด แสดงลักษณะของถำธารลอด ในอดีตเคยมีระดับทางนำท่สูงมาก ปริมาณมาก เพราะมีหินนำไหลขนาดใหญ่ พบ
้
้
้
้
ี
ี
้
ึ
ถงรอยเวา เรียกว่ารอยเว้าผนังถำ หรือ cave notch ถำบริเวณน้ส่วนท่กำาหนดโถงถำหลักคือ หินปะการังถำ (cave coral) เล็ก ๆ อยู่เป็นกลุม
้
่
้
้
้
ื
ั
รอยแตกหรือรอยเล่อนในแนวต้งและจะเห็นได้ว่าเป็นเส้นตรง ถำหลายถำในถำหินปูนจะถูกกำาหนด สวนใหญเปนแร aragonite พบรากต้นไม้แหย่
่
่
็
่
้
ี
ี
ด้วยรอยแตกหรือระบบรอยแตกในลักษณะน เพดานถำจะตรงบางทีเป็นหลุมร่องท่ถูกละลาย หรือ ทะลุลงมาในถำแสดงให้เห็นว่าเพดานถำมีความบาง
้
้
้
้
้ ้
บางถำมีม่านหินย้อยในแนวตรง บริเวณนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการอธิบายการเกิดถำ ถำหินปูนเกิด มากแล้ว แตจดนมลกษณะพิเศษเน่องจากมีการถล่ม
่
ุ
ี
ื
ั
ี
้
้
้
ื
ื
จากการละลายของนำฝน เน่องจากนำฝนเม่อปนกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศจะม ี ของหนลงมาจากข้างบนด้วย แสดงว่าเพดานถำจะ
้
ิ
สภาพเป็นกรด เมื่อซึมผ่านรอยแตกช่องว่างต่าง ๆ ในหินละลายกลายเป็นโพรง ช่วงแรกจะลงไป บางลงเรื่อยๆ
ำ
้
ลักษณะแนวแคบ พอนาไปขังที่จุดใดจุดนึงก็จะเกิดการขยายไปเรื่อย ๆ เฉพาะในส่วนของรอยเวา
้
้
้
้
็
ั
ั
ผนงถำ เป็นช่วงท่นำไหลและคางอยทระดบนนเปนเวลานาน จนกระท่งเกิดการกัดเซาะผนังให้เป็น
ี
ั
ั
่
่
ู
้
ี
้
้
ี
ั
้
้
ี
ี
รอยเวาดงท่เห็น บ่งบอกระดับนำในอดีตของถำนได้ ท่เห็นเป็นย้อยๆลงมา (หินย้อย) ซ่งเป็นส่วน
ึ
้
็
หน่งของหินนำไหล เกิดจากสารละลายของสารหินปูนท่มีความเข้มข้นมากพอไหลซมออกมากเรม
ิ
ึ
่
ึ
ี
้
็
พอกตกตะกอนกลายเป็นแร่แคลไซต์ที่ติดกับพนังถำ มีหลายจุด รอยเล็ก ๆ รวมทั้งรูเล็ก ๆ เปน
้
้
้
ส่วนหน่งของระบบถำทจะเชอมไปด้านบน สีดำา ๆ ตรงผนังถำ จะพบได้บ่อยในถำหินปูนคือเเร่แมงกานีส
ื
่
ึ
่
ี
ซึ่งเกิดจากการละลายของเนื้อหินเดิมที่อยู่เหนือหินปูนขึ้นไป ตัวหินปูนเองบางส่วนมีแร่แมงกานีส
้
้
อยู่พอละลายออกมาจะเป็นนำใส ๆ เม่อถูกอากาศภายในโถงถำเกิดการออกซิไดซ์ กลายเป็น
ื
้
แมงกานีสออกไซด์ ส่วนสีดำานอกถำจะไม่ใช่เเร่แมงกานีสแม้จะมีลักษณะคล้ายกัน แต่จะเป็นพวก
สารอินทรีย์
13 14
ซุ้มธารลอด ถ้านางครวญ
ำ
ี
แนวรอยแตกหรือแนวรอยเล่อนท่ควบคุม
ื
้
่
ิ
ั
โถงถำ ท้งโถงหลักและโถงรอง สังเกตว่าจะเป็นแนวดง
้
่
ิ
ิ
บางทีเห็นร่องหรือม่านหินย้อยในแนวดงพบหนนำ
ไหล ซึ่งบางส่วนจะเป็นม่านหินย้อยฟันเลื่อย ส่วน
้
้
ี
ิ
ท่เป็นรอยเว้าตามผนังถำเรียกว่ารอยร้วนำไหล
้
ิ
ี
(scallop) ส่งน้จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเม่อก่อนถำนี้มี
ื
้
นำไหลผ่าน บริเวณท่มีการยุบตัวหรือถล่มลงไป
ี
้
้
แสดงใหเห็นวาใตพื้นยังมีถำอีกถำระดับหนึ่ง แสดง
้
่
้
้
้ ้
ใหเหนถงวิวัฒนาการของถำ ถำนถอว่าเป็นถำเก่าหรือ
ื
ี
้
้
็
ึ
้
ถำตายแล้วเนื่องจากไม่มีการเกิดของหินงอกหินย้อย
้
ี
ในอดีตคาดว่าจะมีความสวยงามมากและมนำ
้
้
ี
ซุ้มธารลอด แสดงลักษณะของถำธารลอด ในอดีตเคยมีระดับทางนำท่สูงมาก ปริมาณมาก เพราะมีหินนำไหลขนาดใหญ่ พบ
้
้
้
้
ี
ี
้
ึ
ถงรอยเวา เรียกว่ารอยเว้าผนังถำ หรือ cave notch ถำบริเวณน้ส่วนท่กำาหนดโถงถำหลักคือ หินปะการังถำ (cave coral) เล็ก ๆ อยู่เป็นกลุม
้
่
้
้
้
ั
ื
รอยแตกหรือรอยเล่อนในแนวต้งและจะเห็นได้ว่าเป็นเส้นตรง ถำหลายถำในถำหินปูนจะถูกกำาหนด สวนใหญเปนแร aragonite พบรากต้นไม้แหย่
่
่
่
็
้
้
ี
ด้วยรอยแตกหรือระบบรอยแตกในลักษณะน เพดานถำจะตรงบางทีเป็นหลุมร่องท่ถูกละลาย หรือ ทะลุลงมาในถำแสดงให้เห็นว่าเพดานถำมีความบาง
ี
้
้
้ ้
้
บางถำมีม่านหินย้อยในแนวตรง บริเวณนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการอธิบายการเกิดถำ ถำหินปูนเกิด มากแล้ว แตจดนมลกษณะพิเศษเน่องจากมีการถล่ม
่
ื
ุ
้
ี
ั
ี
้
้
จากการละลายของนำฝน เน่องจากนำฝนเม่อปนกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศจะม ี ของหนลงมาจากข้างบนด้วย แสดงว่าเพดานถำจะ
ื
ื
้
ิ
สภาพเป็นกรด เมื่อซึมผ่านรอยแตกช่องว่างต่าง ๆ ในหินละลายกลายเป็นโพรง ช่วงแรกจะลงไป บางลงเรื่อยๆ
ำ
ลักษณะแนวแคบ พอนาไปขังที่จุดใดจุดนึงก็จะเกิดการขยายไปเรื่อย ๆ เฉพาะในส่วนของรอยเวา ้
้
้
้
ผนงถำ เป็นช่วงท่นำไหลและคางอยทระดบนนเปนเวลานาน จนกระท่งเกิดการกัดเซาะผนังให้เป็น
ั
ี
ี
่
้
ั
ั
ั
้
่
็
ู
้
้
ั
รอยเวาดงท่เห็น บ่งบอกระดับนำในอดีตของถำนได้ ท่เห็นเป็นย้อยๆลงมา (หินย้อย) ซ่งเป็นส่วน
้
ี
ี
้
ี
ึ
้
็
ึ
หน่งของหินนำไหล เกิดจากสารละลายของสารหินปูนท่มีความเข้มข้นมากพอไหลซมออกมากเรม
ิ
่
ึ
ี
้
พอกตกตะกอนกลายเป็นแร่แคลไซต์ที่ติดกับพนังถำ มีหลายจุด รอยเล็ก ๆ รวมทั้งรูเล็ก ๆ เปน
็
้
้
้
ส่วนหน่งของระบบถำทจะเชอมไปด้านบน สีดำา ๆ ตรงผนังถำ จะพบได้บ่อยในถำหินปูนคือเเร่แมงกานีส
ี
่
ื
่
ึ
ซึ่งเกิดจากการละลายของเนื้อหินเดิมที่อยู่เหนือหินปูนขึ้นไป ตัวหินปูนเองบางส่วนมีแร่แมงกานีส
้
้
ื
อยู่พอละลายออกมาจะเป็นนำใส ๆ เม่อถูกอากาศภายในโถงถำเกิดการออกซิไดซ์ กลายเป็น
้
แมงกานีสออกไซด์ ส่วนสีดำานอกถำจะไม่ใช่เเร่แมงกานีสแม้จะมีลักษณะคล้ายกัน แต่จะเป็นพวก
สารอินทรีย์
13 14
ซุ้มหินโค้ง ผาสิงโต
้
ลักษณะเป็นซุ้มหินโค้งธรรมชาติ เกิดจากการละลายตามรอยแตกโดยนำามีฤทธิ์เป็น เกิดจากการท่หินปูนหลงเหลือจากการผุพังและสลายตัวเน่องจากการละลายด้วยนาที่มี
้
ี
ื
ำ
กรดอ่อน เป็นสิ่งที่เกิดจากการหลงเหลือจากการละลาย ไม่ใช่เกิดจากการที่หินถล่มแล้วมาทับ สภาพเป็นกรดอ่อนตามแนวรอยแตกโดยเฉพาะรอยแตกในแนวดิ่งซึ่งพบมากในบริเวณนี้
ตามช่องว่าง เป็นปรากฎการณ์ที่ค่อนข้างหายาก
15 16
ซุ้มหินโค้ง ผาสิงโต
้
ลักษณะเป็นซุ้มหินโค้งธรรมชาติ เกิดจากการละลายตามรอยแตกโดยนำามีฤทธิ์เป็น เกิดจากการท่หินปูนหลงเหลือจากการผุพังและสลายตัวเน่องจากการละลายด้วยนาที่มี
้
ี
ื
ำ
กรดอ่อน เป็นสิ่งที่เกิดจากการหลงเหลือจากการละลาย ไม่ใช่เกิดจากการที่หินถล่มแล้วมาทับ สภาพเป็นกรดอ่อนตามแนวรอยแตกโดยเฉพาะรอยแตกในแนวดิ่งซึ่งพบมากในบริเวณนี้
ตามช่องว่าง เป็นปรากฎการณ์ที่ค่อนข้างหายาก
15 16
ไดโนเสาร์คาบเหยื่อและอินเดียนแดง ช้างร้องไห้และหินกระต่าย
้
ั
์
ปรากฏการณการพฒนาของหินปูน หินรูปช้างร้องไห เกิดจากการ
ี
ี
ั
มีระบบรอยแตกท่เก่ยวข้องในแนวต้ง และช่อง ละลายของหินปูนตามแนวรอยแตกท่มีมุม
ี
ว่างระหว่างชั้นหิน ส่วนปากหรือลิ้นไดโนเสาร์ เอียงเทสูง โดยบริเวณงวงช้างที่เป็นสีแดงคาด
้
ี
เป็นส่วนท่เลื่อนยื่นออกมาโดยรอยแตกในแนว ว่าเป็นเหล็กออกไซต์ท่ละลายมากับนำาแล้ว หินรูปกระต่าย
ี
้
้
ำ
ราบหรือแนวเอียง ส่วนที่เป็นคล้ายนาลายนั้น มาเคลือบบริเวณผิวหินปูน และนาตาช้าง
ำ
้
้
้
เป็นหินนาไหล เพราะมีนาท่มีสารหินปูนไหลลง เป็นตะกอนหินปูนท่เกิดจากการนาท่มีสาร
ี
ำ
ี
ำ
ี
ำ
ิ
่
มาจากด้านบน เม่อตกตะกอนจะเป็นร้วๆลงมา คาร์บอเนตไหลและตกตะกอนเป็นแผนบาง ๆ
ื
ในแนวต้ง ส่วนหินรูปอินเดียนแดงก็มีระบบ ฉาบหน้าผิวหินเดิม
ั
รอยแตกเป็นตัวควบคุมเช่นเดียวกัน หินรูปกระต่าย เป็นส่วนท่หลงเหลือ
ี
จากการผุพังและละลายของหินปูนตามระบบ
รอยแตกท่ตัดกัน โดยเฉพาะการละลายตาม
ี
้
ำ
ึ
ขอบมุมของรอยแตกจงทาใหมลกษณะคลาย
ั
ี
้
ทรงกลม
17 18
ไดโนเสาร์คาบเหยื่อและอินเดียนแดง ช้างร้องไห้และหินกระต่าย
้
ั
์
ปรากฏการณการพฒนาของหินปูน หินรูปช้างร้องไห เกิดจากการ
ี
ี
ั
มีระบบรอยแตกท่เก่ยวข้องในแนวต้ง และช่อง ละลายของหินปูนตามแนวรอยแตกท่มีมุม
ี
ว่างระหว่างชั้นหิน ส่วนปากหรือลิ้นไดโนเสาร์ เอียงเทสูง โดยบริเวณงวงช้างที่เป็นสีแดงคาด
้
ี
เป็นส่วนท่เลื่อนยื่นออกมาโดยรอยแตกในแนว ว่าเป็นเหล็กออกไซต์ท่ละลายมากับนำาแล้ว หินรูปกระต่าย
ี
้
้
ราบหรือแนวเอียง ส่วนที่เป็นคล้ายนำาลายนั้น มาเคลือบบริเวณผิวหินปูน และนาตาช้าง
ำ
้
้
้
ำ
ี
เป็นหินนาไหล เพราะมีนาท่มีสารหินปูนไหลลง เป็นตะกอนหินปูนท่เกิดจากการนาท่มีสาร
ำ
ี
ำ
ี
มาจากด้านบน เม่อตกตะกอนจะเป็นร้วๆลงมา คาร์บอเนตไหลและตกตะกอนเป็นแผนบาง ๆ
่
ิ
ื
ในแนวต้ง ส่วนหินรูปอินเดียนแดงก็มีระบบ ฉาบหน้าผิวหินเดิม
ั
ี
รอยแตกเป็นตัวควบคุมเช่นเดียวกัน หินรูปกระต่าย เป็นส่วนท่หลงเหลือ
จากการผุพังและละลายของหินปูนตามระบบ
รอยแตกท่ตัดกัน โดยเฉพาะการละลายตาม
ี
้
ำ
ึ
ขอบมุมของรอยแตกจงทาใหมลกษณะคลาย
ั
ี
้
ทรงกลม
17 18
ำ
ถ้าส่องดาว ถ้าลับเเล
ำ
(ถ้ำ�ลับแลเล็ก)
้
ื
เป็นถำาหินปูนเน้อโดโลไมต สีเทา มีก้อน ถ ้ ำาลับแล มีลักษณะเป็นร่องลึกแบบตารางจะเรียก “Maze Cave” ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก
์
ิ
์
็
ิ
ู
ื
ั
้
เชรตขนาดเลก ฝงประในเนอหนปน พบสายแร ่ รอยแตกแนวตั้ง 2 แนว ตัดกัน รอยแตกจึงถูกละลายแนวตั้งได้มาก เกิดเป็นลักษณะของเขาวงกต
้
แคลไซต์ตัดผ่านเน้อหินค่อนข้างมาก มีรอยแตกตัด แต่เนื่องจากบริเวณนี้มีรอยแตกจำานวนมาก จึงไม่ค่อยหลงเหลือรอยเว้าผนังถำา เนื่องจากพังลงมา
ื
้
ำ
ผ่านเนื้อหินหลายแนว โดยถาส่องดาวมีลักษณะเป็น เป็นส่วนใหญ่
้
้
ำ
ถาธารลอดเดิม พบรอยเว้าผนังถาที่เป็นแนวยาวต่อ
ำ
้
้
ื
เน่อง บริเวณเพดานถำาจะพบหน้าต่างถำาซ่งเกิดจาก
ึ
้
้
การพังทลายลงมาของเพดานถำาเดิม โดยเพดานถำา
บางสวนจะพบรากของตนไทรแทรกตามรอยแตก
่
้
้
ำ
ของชั้นหินลงมา บ่งบอกถึงเพดานถาที่ค่อนข้างบาง
้
ำ
พบร่องรอยของหินท่โดนทางนาโบราณกัดเซาะใน
ี
่
้
ช่วงท่เพดานถายงตาอย่ มีเกลียวหินปูนท่หลงเหลือ
ี
ี
ำ
ำ
ู
ั
้
ื
จากการผุพังบริเวณผนังถำา พ้นบางส่วนพบการยุบ
้
ตัวของพื้นถาเนื่องจากด้านใต้ผิวดินมีโพรงอยู่
ำ
19 20
ำ
ถ้าส่องดาว ถ้าลับเเล
ำ
(ถ้ำ�ลับแลเล็ก)
้
เป็นถำาหินปูนเน้อโดโลไมต สีเทา มีก้อน ถ ้ ำาลับแล มีลักษณะเป็นร่องลึกแบบตารางจะเรียก “Maze Cave” ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก
์
ื
ั
์
ิ
็
ิ
ู
เชรตขนาดเลก ฝงประในเนอหนปน พบสายแร ่ รอยแตกแนวตั้ง 2 แนว ตัดกัน รอยแตกจึงถูกละลายแนวตั้งได้มาก เกิดเป็นลักษณะของเขาวงกต
ื
้
้
ื
แคลไซต์ตัดผ่านเน้อหินค่อนข้างมาก มีรอยแตกตัด แต่เนื่องจากบริเวณนี้มีรอยแตกจำานวนมาก จึงไม่ค่อยหลงเหลือรอยเว้าผนังถำา เนื่องจากพังลงมา
้
ำ
ผ่านเนื้อหินหลายแนว โดยถาส่องดาวมีลักษณะเป็น เป็นส่วนใหญ่
้
้
ำ
ำ
ถาธารลอดเดิม พบรอยเว้าผนังถาที่เป็นแนวยาวต่อ
้
้
ึ
ื
เน่อง บริเวณเพดานถำาจะพบหน้าต่างถำาซ่งเกิดจาก
้
การพังทลายลงมาของเพดานถำาเดิม โดยเพดานถำา ้
้
บางสวนจะพบรากของตนไทรแทรกตามรอยแตก
่
้
ำ
ของชั้นหินลงมา บ่งบอกถึงเพดานถาที่ค่อนข้างบาง
้
ำ
ี
พบร่องรอยของหินท่โดนทางนาโบราณกัดเซาะใน
่
้
ี
ำ
ั
ี
ช่วงท่เพดานถายงตาอย่ มีเกลียวหินปูนท่หลงเหลือ
ู
ำ
้
ื
จากการผุพังบริเวณผนังถำา พ้นบางส่วนพบการยุบ
้
ำ
ตัวของพื้นถาเนื่องจากด้านใต้ผิวดินมีโพรงอยู่
19 20
รอยเว้าผนังถ้า ซากดึกดำาบรรพ์
ำ
ไครนอยด์ (Crinoid) เป็นสัตว์ทะเลท่มีรูปร่างคล้ายต้นไม บางคร้งจึงมีผ้เรียกว่าพลับพลึง
ู
ี
ั
้
์
ทะเล ไครนอยดมีส่วนหัวซ่งมีลักษณะคลายดอกเป็นพม ส่วนลาตนประกอบด้วยวงเเหวนซ้อนต่อกัน
ึ
ำ
ุ
้
้
่
ส่วนล่างสุดคล้ายรากไม้แผ่กระจายออกไปทำาหน้าที่ยึดเกาะกับพื้นทะเล ซากดึกดำาบรรพ์ส่วนใหญ่
พบเพียงชิ้นส่วนลำาต้นที่หลุดออกมาเป็นวง ๆ
หอยฝ�เดียว (gastropod) หรือที่รู้จักกันในชื่อหอยกาบเดี่ยว หรือ หอยฝาเดี่ยว เช่น
หอยขม หอยสังข์ หอยทาก หอยเจดีย์ รวมไปถึงพวกทากด้วย ปรากฏขึ้นมาบนโลกตั้งแต่
้
เป็นรอยเว้าท่ปรากฎอย่ตามผนังถาเเสดง ยุคแคมเบรียน (ประมาณ 541 ล้านปีก่อน) และแพร่ขยายพันธุ์ไปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
ำ
ี
ู
้
ำ
้
้
ำ
ื
ถึงระดับนาภายในถา เม่อแผ่นดินเกิดการยกตัวระดับ โดยกระจายพันธุ์ในระบบนิเวศที่หลากหลาย ทั้งบนบก นาจืดและในทะเล จึงมักใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึง
ำ
ี
ำ
้
้
นำาในถาจะปรับสมดุล มีการลดระดับเกิดเป็นรอยเว้า สภาพแวดล้อมบรรพกาลได้เป็นอย่างด และบ่งบอกได้ถึงตาแหน่งทางภูมิศาสตร์บรรพกาลได้อีกด้วย
ำ
็
์
ี
ั
ั
ที่ระดับต่างกัน ฟิวซูลินิด (fusulinid) บางคร้งเรียกว่า คตข้าวสาร หรือข้าวสารหิน เปนสตว์ทะเลเซลลเดยว
ั
ุ
ู
ี
มีชวิตอย่ในช่วงยุคเพอร์เมยน ประมาณ 250 ล้านปีก่อน และได้สญพันธ์ในช่วงการสูญพันธ์คร้งใหญ ่
ุ
ู
ี
ตอนปลายของยุคเพอร์เมียน ทำาให้ฟิวซูลินิดถือเป็นซากดึกดำาบรรพ์ดัชนี
21 22
รอยเว้าผนังถ้า ซากดึกดำาบรรพ์
ำ
ไครนอยด์ (Crinoid) เป็นสัตว์ทะเลท่มีรูปร่างคล้ายต้นไม บางคร้งจึงมีผ้เรียกว่าพลับพลึง
ู
ี
ั
้
์
ทะเล ไครนอยดมีส่วนหัวซ่งมีลักษณะคลายดอกเป็นพม ส่วนลาตนประกอบด้วยวงเเหวนซ้อนต่อกัน
ึ
ำ
ุ
้
้
่
ส่วนล่างสุดคล้ายรากไม้แผ่กระจายออกไปทำาหน้าที่ยึดเกาะกับพื้นทะเล ซากดึกดำาบรรพ์ส่วนใหญ่
พบเพียงชิ้นส่วนลำาต้นที่หลุดออกมาเป็นวง ๆ
หอยฝ�เดียว (gastropod) หรือที่รู้จักกันในชื่อหอยกาบเดี่ยว หรือ หอยฝาเดี่ยว เช่น
หอยขม หอยสังข์ หอยทาก หอยเจดีย์ รวมไปถึงพวกทากด้วย ปรากฏขึ้นมาบนโลกตั้งแต่
้
ำ
ี
เป็นรอยเว้าท่ปรากฎอย่ตามผนังถาเเสดง ยุคแคมเบรียน (ประมาณ 541 ล้านปีก่อน) และแพร่ขยายพันธุ์ไปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
ู
้
ำ
้
้
ถึงระดับนาภายในถา เม่อแผ่นดินเกิดการยกตัวระดับ โดยกระจายพันธุ์ในระบบนิเวศที่หลากหลาย ทั้งบนบก นาจืดและในทะเล จึงมักใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึง
ำ
ำ
ื
ำ
ี
้
้
นาในถำาจะปรับสมดุล มีการลดระดับเกิดเป็นรอยเว้า สภาพแวดล้อมบรรพกาลได้เป็นอย่างด และบ่งบอกได้ถึงตาแหน่งทางภูมิศาสตร์บรรพกาลได้อีกด้วย
ำ
ั
็
ั
ี
์
ที่ระดับต่างกัน ฟิวซูลินิด (fusulinid) บางคร้งเรียกว่า คตข้าวสาร หรือข้าวสารหิน เปนสตว์ทะเลเซลลเดยว
ุ
ั
ู
ี
มีชวิตอย่ในช่วงยุคเพอร์เมยน ประมาณ 250 ล้านปีก่อน และได้สญพันธ์ในช่วงการสูญพันธ์คร้งใหญ ่
ุ
ู
ี
ตอนปลายของยุคเพอร์เมียน ทำาให้ฟิวซูลินิดถือเป็นซากดึกดำาบรรพ์ดัชนี
21 22
สี่แยกเขาวงกต จุดชมวิว
้
้
้
ำ
ี
ำ
่
็
ิ
ี
์
ี
ื
ส่แยกเขาวงกต มีลกษณะเป็นถาธารลอดโบราณทมีทางแยกของโถงถาเดมออกเปน 4 เสน พ้นท่ท่มีลักษณะโครงสร้างแบบคาสต หรือพ้นท่ภูมิประเทศหินปูน มีรูปร่างแปลกตาท่ถูก
ี
ี
ื
ั
ี
้
้
ำ
ทาง โดยผนังหินบริเวณนี้จะพบรอยเว้าผนังถำาอย่างน้อย 3 ระดับ บ่งบอกถึงการท่วมขังของธารนา สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ พื้นที่นี้เดิมเป็นหินปูนเกิดในทะเล ต่อมามีการยกตัวของแผ่นดิน
้
้
้
้
่
ำ
่
โบราณและการเปลยนระดบของลานาภายในถา ซ่งเกดจากการยกตัวของพ้นผวและการกัดเซาะใน ผานกระบวนการกัดเซาะทางธรรมชาติบางส่วนถูกละลายด้วยนำาฝน นำาที่ไหลซึมไปตาม
ั
ี
ำ
ิ
ึ
ิ
ำ
ื
้
้
็
แนวดิ่งของลำานา ้ ำ รอยแตก รอยเเยก ทำาให้ เกิดเป็นโพรงถำา เมื่อพัฒนามากขึ้นถำาจะเกิดการพังทลายลงมาเปน
่
หลุมยุบ สลับกับภูเขาสูง ๆ ตำา ๆ ลักษณะภูเขาที่เห็นจะมีความเป็นเอกลักษณ์ เพราะด้านบน
จะแสดงลักษณะเขายอดแหลม บางส่วนมีรูปร่างที่แปลกตาไม่ว่าจะเป็นหุบเขาหลุมยุบ หลุมยุบ
้
้
้
ี
่
ู
่
้
ั
ซบซอน หรือแอ่งนาธรรมชาติ นาผุด นาพ ทอยรอบๆ จะทำาให้เกิดการสร้างสรรทรัพยากรธรรมชาติ
ำ
ุ
ำ
ำ
ี
่
้
ี
ี
่
อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ดิน ลักษณะของดิน terra rossa เปนดนทดตอการใชในการเกษตร มแหลงนา ้ ำ
่
ิ
็
ธรรมชาติจากเทือกเขาหินปูนมาหล่อเล้ยงในช่วงหน้าแล้ง สามารถเห็นประติมากรรมหินรูปทรง
ี
คล้ายเต่า คล้ายหงส์ มีรูปร่างที่เเปลกตา
23 24
สี่แยกเขาวงกต จุดชมวิว
้
้
ี
ื
่
้
็
ิ
ำ
ี
ั
ี
ี
ส่แยกเขาวงกต มีลกษณะเป็นถาธารลอดโบราณทมีทางแยกของโถงถาเดมออกเปน 4 เสน พ้นท่ท่มีลักษณะโครงสร้างแบบคาสต หรือพ้นท่ภูมิประเทศหินปูน มีรูปร่างแปลกตาท่ถูก
ี
ี
์
ำ
ื
้
ทาง โดยผนังหินบริเวณนี้จะพบรอยเว้าผนังถำาอย่างน้อย 3 ระดับ บ่งบอกถึงการท่วมขังของธารนา ้ ำ สร้างสรรค์โดยธรรมชาติ พื้นที่นี้เดิมเป็นหินปูนเกิดในทะเล ต่อมามีการยกตัวของแผ่นดิน
้
้
้
้
่
ิ
ั
ำ
่
โบราณและการเปลยนระดบของลานาภายในถา ซ่งเกดจากการยกตัวของพ้นผวและการกัดเซาะใน ผานกระบวนการกัดเซาะทางธรรมชาติบางส่วนถูกละลายด้วยนำาฝน นำาที่ไหลซึมไปตาม
ี
ำ
ึ
ิ
ื
ำ
้
้
้
แนวดิ่งของลำานา รอยแตก รอยเเยก ทำาให้ เกิดเป็นโพรงถำา เมื่อพัฒนามากขึ้นถำาจะเกิดการพังทลายลงมาเปน
ำ
็
่
หลุมยุบ สลับกับภูเขาสูง ๆ ตำา ๆ ลักษณะภูเขาที่เห็นจะมีความเป็นเอกลักษณ์ เพราะด้านบน
จะแสดงลักษณะเขายอดแหลม บางส่วนมีรูปร่างที่แปลกตาไม่ว่าจะเป็นหุบเขาหลุมยุบ หลุมยุบ
้
้
้
ู
ี
ซบซอน หรือแอ่งนาธรรมชาติ นาผุด นาพ ทอยรอบๆ จะทำาให้เกิดการสร้างสรรทรัพยากรธรรมชาติ
่
่
ำ
ำ
ำ
้
ั
ุ
้
่
้
ี
ี
็
่
อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ดิน ลักษณะของดิน terra rossa เปนดนทดตอการใชในการเกษตร มแหลงนำา
ี
่
ิ
ธรรมชาติจากเทือกเขาหินปูนมาหล่อเล้ยงในช่วงหน้าแล้ง สามารถเห็นประติมากรรมหินรูปทรง
ี
คล้ายเต่า คล้ายหงส์ มีรูปร่างที่เเปลกตา
23 24
rock pendant Tension crack
ถ้ำ�ลับเเลใหญ่ ถ้ำ�ลับเเลใหญ่
้
ดูคล้ายหินย้อย แต่เป็นเน้อหินปูนล้วนๆท่ถูกกัดกร่อนโดยนาท่ไหลวนไปมา เกิดข้นในช่วง
ี
ื
ึ
ี
ำ
่
้
้
้
ำ
ำ
ั
ี
ท่หลังคาถำาตา ทาให้นำาท่ไหลผ่านกัดเซาะท้งด้านบนและด้านล่าง แสดงว่าในอดีตมีนำาค่อนข้างเต็ม
ี
้
และยังแสดงร่องรอยนาในปัจจุบันให้เห็นด้วย ตัวหินปูนค่อนข้างจะถูกเเรงมากระทำามาก สังเกตได้
ำ
จากรอยแตก มีเเร่มาแทรกจำานวนมาก พบแร่แคลไซต์ตกผลึกตามรอยแตก นอกจากนี้ยังมีหินถล่ม
ี
่
ท่พังลงมาจากเพดานด้านบนมีลักษณะรูปร่างของผิวบนของหินถล่ม กับผิวด้านล่างของหนทเพดาน เป็นลักษณะรอยแยกท่เกิดจากแรงดึงเนองจาก
ิ
ี
ื
ี
่
้
้
้
่
ถามความสอดคลองกน ถอเปนพฒนาการของถาอกอยางหนงทเกยวกบการตอเนืองระหวางถาในยค พื้นถามีการทรุดตัว พบได้ท่วไปในถาหนปนหลายแห่งทั่ว
้
ั
่
ำ
ุ
่
ี
ั
ำ
ำ
ี
็
ั
ื
่
่
ี
่
ี
่
ึ
้
้
ั
ำ
ำ
ู
ิ
้
ำ
แรก ๆ กับถาที่อยู่ใต้ดินที่มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ
้
ประเทศไทย บริเวณนี้หลังคาถำามีความบาง เพราะพบ
ิ
ั
ื
รากพืชทะลออกมา เพราะฉะนนนอกเหนอจากอทธพลของ
ิ
้
ุ
้
นาโดยปกติแล้ว อิทธิพลของพืชโดยเฉพาะรากต้นไม้ท่แทรก
ำ
ี
ตัวเข้าตามรอยแตกจะมีบทบาททำาให้หินมีรอยร้าวรอยแตก
้
ึ
ำ
ึ
มากข้น ทาให้นำาจากข้างบนลงไหลมาข้างล่างได้มากข้น ใต ้
้
พื้น flowstone มักมีตะกอนของพื้นถำาในอดีต บางแหง ่
มีหลายระดับ
25 26
rock pendant Tension crack
ถ้ำ�ลับเเลใหญ่ ถ้ำ�ลับเเลใหญ่
้
ี
ื
ึ
ี
ำ
ดูคล้ายหินย้อย แต่เป็นเน้อหินปูนล้วนๆท่ถูกกัดกร่อนโดยนาท่ไหลวนไปมา เกิดข้นในช่วง
่
้
้
้
ำ
ำ
ี
ท่หลังคาถำาตา ทาให้นำาท่ไหลผ่านกัดเซาะท้งด้านบนและด้านล่าง แสดงว่าในอดีตมีนำาค่อนข้างเต็ม
ั
ี
้
ำ
และยังแสดงร่องรอยนาในปัจจุบันให้เห็นด้วย ตัวหินปูนค่อนข้างจะถูกเเรงมากระทำามาก สังเกตได้
จากรอยแตก มีเเร่มาแทรกจำานวนมาก พบแร่แคลไซต์ตกผลึกตามรอยแตก นอกจากนี้ยังมีหินถล่ม
่
ี
ิ
ท่พังลงมาจากเพดานด้านบนมีลักษณะรูปร่างของผิวบนของหินถล่ม กับผิวด้านล่างของหนทเพดาน เป็นลักษณะรอยแยกท่เกิดจากแรงดึงเนองจาก
ี
ื
ี
่
้
้
้
่
ุ
ั
้
ี
ำ
่
่
ั
ำ
ี
ื
ั
ถำามความสอดคลองกน ถอเปนพฒนาการของถาอกอยางหนงทเกยวกบการตอเนืองระหวางถาในยค พื้นถามีการทรุดตัว พบได้ท่วไปในถาหนปนหลายแห่งทั่ว
็
่
ี
่
่
ี
ึ
่
้
้
ั
ำ
ำ
ู
ิ
้
ำ
แรก ๆ กับถาที่อยู่ใต้ดินที่มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ
้
ประเทศไทย บริเวณนี้หลังคาถำามีความบาง เพราะพบ
ิ
ั
ื
รากพืชทะลออกมา เพราะฉะนนนอกเหนอจากอทธพลของ
ิ
้
ุ
้
นาโดยปกติแล้ว อิทธิพลของพืชโดยเฉพาะรากต้นไม้ท่แทรก
ำ
ี
ตัวเข้าตามรอยแตกจะมีบทบาททำาให้หินมีรอยร้าวรอยแตก
้
ึ
ำ
ึ
มากข้น ทาให้นำาจากข้างบนลงไหลมาข้างล่างได้มากข้น ใต ้
้
พื้น flowstone มักมีตะกอนของพื้นถำาในอดีต บางแหง ่
มีหลายระดับ
25 26
ผาบ่อง
วิธีการท่องเที่ยวสวนหินผางาม มี 2 แบบ
โดยการใช้รถนำาเที่ยวของ
องค์การบริหารส่วนตำาบลปวนพุ
เข้าสู่ด้านในของสวนหินผางาม
เเล้วเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว
่
ุ
ิ
ึ
ี
่
ี
ทามกลางหบเขาหนปูนซ่งลักษณะภูมิประเทศแบบน้ท่มีความสูงๆตำาๆมีท่ราบ มีแอ่งต่างๆ การเดินเท้าเข้าไปซอกแซกชมหินรูปร่างแปลกตา ต้นไม้ประจาถ่น และส่งท่น่าสนใจอ่นๆ
ี
ี
ื
ิ
ำ
ิ
ี
่
ี
็
หรอทเรียกว่าภูมิประเทศแบบคาสต เปนลักษณะเด่นของหินปูนถูกกัดเซาะ ปรากฏการณ์ทเหนเป็น ซ่งวิธีน้ควร ให้ไกด์ท้องถ่นนาชมเพ่อจะได้ไม่หลงทางและจะได้รับคาอธิบาย เกี่ยวกับสภาพพ้นท่และ
่
็
ื
์
ี
ำ
ิ
ึ
ื
ี
ำ
ื
ี
ี
ภูเขารูปร่างต่างๆ น มีปัจจัยหลักท่เก่ยวข้อง คือ ลักษณะของหินปูนท่มีแร่แคลไซต์ท่สามารถละลาย การเกิดหินที่มีรูปร่างแปลกประหลาดอย่างเต็มที่
ี
ี
้
ี
้
ั
้
ำ
นาได เเละมีระบบรอยแตกจานวนมาก มีรอยแตกในแนวต้งอย่างน้อยสองแนวตัดกันเป็นช่องทางท ่ ี
ำ
้
้
้
ำ
ำ
นาไหลผ่านทำาให้นาละลายเนื้อหินปูนได้ จนเกิดโพรงถำาและหินถล่มลงมาได้
้
ส่วนที่เห็นเป็นหินเต่า บริเวณหัวเต่าที่มีรูตรงกลางเป็นดวงตานั้น เกิดจากส่วนที่เป็นถาๆ
ำ
้
่
ึ
ี
่
หนง ทลักษณะของตัวถำาส่วนใหญ่พังหมดแล้วทำาให้เห็นเป็นช่องว่างตรงหน้าผาเป็นช่องลงไป
่
่
็
ุ
็
ี
่
สวนทเหนเปนหบเขาระหวางตัวเต่ากับคอเต่าเกิดจากพัฒนาการของระบบรอยแตก บริเวณที่มี
รอยแตกมากทาให้ผุพังไปด้านล่างเป็นท่ราบซ่งถามองลงไปจะเห็นได้ว่าเริ่มเป็นหลุมยุบ บริเวณน ี ้
ำ
ึ
ี
้
้
ี
ในอดีตคาดว่าจะมีถาจานวนมาก แต่เกิดพังและยุบตัวลงไปด้วย ดินท่เกิดจากการผุพังของหินปูน
ำ
ำ
เป็นดินสีแดง แร่ธาตุท่สาคัญคือสนิมเหล็กทาให้เกิดสีแดง และยังม แคลเซียม ฟอสฟอรัสท่เป็น
ี
ำ
ี
ำ
ี
ประโยชน์ต่อพืช ถ้ามองภาพกว้างในพื้นที่นี้ เราจะมองเห็นภูเขาเป็นรูปโดม รูปกรวย หรือเขาโดด
สลับกับที่ราบ เรียกว่า Peak cluster
27 28
ผาบ่อง
วิธีการท่องเที่ยวสวนหินผางาม มี 2 แบบ
โดยการใช้รถนำาเที่ยวของ
องค์การบริหารส่วนตำาบลปวนพุ
เข้าสู่ด้านในของสวนหินผางาม
เเล้วเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว
่
ึ
ิ
่
ุ
ี
ี
ทามกลางหบเขาหนปูนซ่งลักษณะภูมิประเทศแบบน้ท่มีความสูงๆตำาๆมีท่ราบ มีแอ่งต่างๆ การเดินเท้าเข้าไปซอกแซกชมหินรูปร่างแปลกตา ต้นไม้ประจาถ่น และส่งท่น่าสนใจอ่นๆ
ี
ิ
ี
ื
ำ
ิ
หรอทเรียกว่าภูมิประเทศแบบคาสต เปนลักษณะเด่นของหินปูนถูกกัดเซาะ ปรากฏการณ์ทเหนเป็น ซ่งวิธีน้ควร ให้ไกด์ท้องถ่นนาชมเพ่อจะได้ไม่หลงทางและจะได้รับคาอธิบาย เกี่ยวกับสภาพพ้นท่และ
ี
่
่
์
็
็
ื
ี
ำ
ึ
ี
ิ
ื
ี
ำ
ื
ี
ี
ภูเขารูปร่างต่างๆ น มีปัจจัยหลักท่เก่ยวข้อง คือ ลักษณะของหินปูนท่มีแร่แคลไซต์ท่สามารถละลาย การเกิดหินที่มีรูปร่างแปลกประหลาดอย่างเต็มที่
ี
ี
้
ี
้
ั
้
ำ
นาได เเละมีระบบรอยแตกจานวนมาก มีรอยแตกในแนวต้งอย่างน้อยสองแนวตัดกันเป็นช่องทางท ี ่
ำ
้
้
้
ำ
ำ
นาไหลผ่านทำาให้นาละลายเนื้อหินปูนได้ จนเกิดโพรงถำาและหินถล่มลงมาได้
้
ส่วนที่เห็นเป็นหินเต่า บริเวณหัวเต่าที่มีรูตรงกลางเป็นดวงตานั้น เกิดจากส่วนที่เป็นถาๆ
ำ
้
่
ึ
ี
่
หนง ทลักษณะของตัวถำาส่วนใหญ่พังหมดแล้วทำาให้เห็นเป็นช่องว่างตรงหน้าผาเป็นช่องลงไป
่
ี
็
ุ
็
่
่
สวนทเหนเปนหบเขาระหวางตัวเต่ากับคอเต่าเกิดจากพัฒนาการของระบบรอยแตก บริเวณที่มี
รอยแตกมากทาให้ผุพังไปด้านล่างเป็นท่ราบซ่งถามองลงไปจะเห็นได้ว่าเริ่มเป็นหลุมยุบ บริเวณน ี ้
ำ
ึ
ี
้
้
ี
ในอดีตคาดว่าจะมีถาจานวนมาก แต่เกิดพังและยุบตัวลงไปด้วย ดินท่เกิดจากการผุพังของหินปูน
ำ
ำ
เป็นดินสีแดง แร่ธาตุท่สาคัญคือสนิมเหล็กทาให้เกิดสีแดง และยังม แคลเซียม ฟอสฟอรัสท่เป็น
ี
ำ
ี
ำ
ี
ประโยชน์ต่อพืช ถ้ามองภาพกว้างในพื้นที่นี้ เราจะมองเห็นภูเขาเป็นรูปโดม รูปกรวย หรือเขาโดด
สลับกับที่ราบ เรียกว่า Peak cluster
27 28
6
เส้นท�งท่องเที่ยว
บริเวณใกล้เคียง
ภูป่าเปาะ
6
เส้นท�งท่องเที่ยว
บริเวณใกล้เคียง
ภูป่าเปาะ
ำ
ถ้าโพธิสัตว์ ภูป่าเปาะ
้
้
ำ
ำ
เป็นถาธารนาลอดเดิม ที่เกิดจากการละลายของหินคาร์บอเนต ต่อมาภายหลังระดับทาง ลักษณะทางธรณีวิทยา ภูป่าเปาะมีลักษณะเป็นภูเขาขนาดเล็ก ประกอบด้วย หินทราย
้
้
้
้
ำ
ิ
นาใตดนลดลงหรอแผ่นดินบริเวณนี้มีการยกตัวทำาให้ถำาหรือโพรงที่เคยอยู่ใต้ระดับทางนำาใต้ดิน สีนำาตาลแกมแดง ขนาดละเอียดถึงปานกลาง การคัดขนาดดี เม็ดกึ่งเหลี่ยมถึงกึ่งมน แสดงชั้น
ื
้
้
้
ึ
ิ
ื
ี
้
ี
ำ
ื
ิ
ิ
ี
ิ
ี
้
ั
มีการยกตัวพ้นระดับทางนำา ประกอบกับพ้นท่บริเวณน้มีรอยแตก รอยแยก ท่ตัดผ่านเน้อหินจานวน ปานกลาง วางชนสลับกับ หนทรายแปง และหนดนดาน สเทา ถงเทาแกมม่วง ของหมวดหนนาพอง
ำ
้
้
ำ
ี
ำ
ำ
มากจึงทาให้เกิดการผุพัง กัดกร่อน ด้วยนาท่มีสภาพเป็นกรดอ่อน ทาให้โพรงถำาขยาย และเพดานถำา ้ กลุ่มหินโคราช อายุไทรแอสซิก
้
ี
ื
ื
บางลง เกิดการถล่มของเพดานถา รวมกบการยุบตัวของพ้นผิวตามแนวโพรงท่อย่ด้านล่าง จึงทาให้เกิด ลักษณะเด่นของแหล่งภูป่าเปาะ เป็นจุดชมวิวภูหอที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉยงเหนอ
ี
ู
ำ
ั
ำ
้
ู
ิ
ู
ู
หนปนรปรางต่าง ๆ และป่าหินที่มีความสลับซับซ้อน โดยบริเวณถาโพธิสัตว์ มีรอยแตกในแนวดิ่ง อย่าง ซงภหอมลกษณะเป็นภูเขาลูกโดด ที่วางตัวอยู่บนที่ราบ ยอดเขามีลักษณะภูมิประเทศแบบเขา
่
่
ำ
ั
ี
ึ
่
ิ
ั
ุ
่
้
น้อย 2 แนวตัดกัน ทำาให้เกิดช่องว่างในรอยแตกซึ่งทำาให้เกดการละลาย เเละผพงไดมาก สวนการเกดรอง ยอดราบ (butte) เป็นลักษณะเฉพาะของภูเขาโดดที่เกิดจากหินชั้นหลายชนิดที่มีความคงทน
ิ
้
้
ี
ั
ำ
ี
ทางเดนเกิดจากโครงสร้างทางธรณเป็นตวกาหนด โดยภายในถาแหงน้จะมโถงถาขนาดตางๆเรยง ต่อการ กัดเซาะผุพังไม่เท่ากันเรียงตัวซ้อนกันในราบหรือเกือบแนวราบ โดยยอดเขาจะเป็นหินท ี ่
ิ
ำ
ำ
่
ี
่
ี
้
ำ
ู
รายอย่ตามซอกหลืบของโตรกผาหินปูนจานวนหลายโถงถำา ห้องท้องพระโรง โรงละคร ห้าแพร่ง คงทนต่อการผุกร่อนได้มากกว่าทาให้ยอดเขาจะมีลักษณะแนวราบคล้ายโต๊ะ มองดูคล้ายภูเขาไฟ
ำ
้
ห้องขังแปด เป็นต้น และมีประติมากรรมถาอยู่หลายบริเวณ ฟูจิในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังสามารถเห็นความแตกต่างของลักษณะภูมิประเทศแบบหินปูน
ำ
(karst topography) กับลักษณะภูมิประเทศของหินตะกอนกล่มหินโคราช ซ่งเป็นรอยต่อของ
ุ
ึ
มหายุคของพาลีโอโซซิกตอนปลายกับมหายุคมีโซโซอิกได้อย่างชัดเจน
33 34
ำ
ถ้าโพธิสัตว์ ภูป่าเปาะ
้
้
ำ
เป็นถาธารนาลอดเดิม ที่เกิดจากการละลายของหินคาร์บอเนต ต่อมาภายหลังระดับทาง ลักษณะทางธรณีวิทยา ภูป่าเปาะมีลักษณะเป็นภูเขาขนาดเล็ก ประกอบด้วย หินทราย
ำ
้
้
้
้
ื
ิ
้
นำาใตดนลดลงหรอแผ่นดินบริเวณนี้มีการยกตัวทำาให้ถำาหรือโพรงที่เคยอยู่ใต้ระดับทางนำาใต้ดิน สีนำาตาลแกมแดง ขนาดละเอียดถึงปานกลาง การคัดขนาดดี เม็ดกึ่งเหลี่ยมถึงกึ่งมน แสดงชั้น
้
้
ิ
ำ
ี
ิ
ื
ี
ี
มีการยกตัวพ้นระดับทางนำา ประกอบกับพ้นท่บริเวณน้มีรอยแตก รอยแยก ท่ตัดผ่านเน้อหินจานวน ปานกลาง วางชนสลับกับ หนทรายแปง และหนดนดาน สเทา ถงเทาแกมม่วง ของหมวดหนนำาพอง
ื
ิ
้
ั
ิ
้
ี
ึ
้
้
้
ี
ำ
มากจึงทาให้เกิดการผุพัง กัดกร่อน ด้วยนาท่มีสภาพเป็นกรดอ่อน ทาให้โพรงถำาขยาย และเพดานถำา กลุ่มหินโคราช อายุไทรแอสซิก
ำ
ำ
้
ี
ื
บางลง เกิดการถล่มของเพดานถา รวมกบการยุบตัวของพ้นผิวตามแนวโพรงท่อย่ด้านล่าง จึงทาให้เกิด ลักษณะเด่นของแหล่งภูป่าเปาะ เป็นจุดชมวิวภูหอที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉยงเหนอ
ื
ี
ำ
ู
ำ
ั
้
ู
ิ
ั
่
่
ี
ู
ำ
หนปนรปรางต่าง ๆ และป่าหินที่มีความสลับซับซ้อน โดยบริเวณถาโพธิสัตว์ มีรอยแตกในแนวดิ่ง อย่าง ซงภหอมลกษณะเป็นภูเขาลูกโดด ที่วางตัวอยู่บนที่ราบ ยอดเขามีลักษณะภูมิประเทศแบบเขา
ู
ึ
่
่
ิ
ั
ุ
น้อย 2 แนวตัดกัน ทำาให้เกิดช่องว่างในรอยแตกซึ่งทำาให้เกดการละลาย เเละผพงไดมาก สวนการเกดรอง ยอดราบ (butte) เป็นลักษณะเฉพาะของภูเขาโดดที่เกิดจากหินชั้นหลายชนิดที่มีความคงทน
้
ิ
้
้
ทางเดนเกิดจากโครงสร้างทางธรณเป็นตวกาหนด โดยภายในถาแหงน้จะมโถงถาขนาดตางๆเรยง ต่อการ กัดเซาะผุพังไม่เท่ากันเรียงตัวซ้อนกันในราบหรือเกือบแนวราบ โดยยอดเขาจะเป็นหินท ่ ี
ิ
ี
่
ี
ำ
ำ
ี
่
ำ
ั
ี
้
รายอย่ตามซอกหลืบของโตรกผาหินปูนจานวนหลายโถงถำา ห้องท้องพระโรง โรงละคร ห้าแพร่ง คงทนต่อการผุกร่อนได้มากกว่าทาให้ยอดเขาจะมีลักษณะแนวราบคล้ายโต๊ะ มองดูคล้ายภูเขาไฟ
ำ
ู
ำ
้
ห้องขังแปด เป็นต้น และมีประติมากรรมถาอยู่หลายบริเวณ ฟูจิในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังสามารถเห็นความแตกต่างของลักษณะภูมิประเทศแบบหินปูน
ำ
ึ
(karst topography) กับลักษณะภูมิประเทศของหินตะกอนกล่มหินโคราช ซ่งเป็นรอยต่อของ
ุ
มหายุคของพาลีโอโซซิกตอนปลายกับมหายุคมีโซโซอิกได้อย่างชัดเจน
33 34
ำ
น้าตกเพียงดิน
7
(น้ำ�ตกเพียงดิน)
คุณค่�ของค�สต์
้
้
มีลักษณะเป็นนำาตกชั้นเดียว สูงประมาณ 15 เมตร ผานำาตกกว้างประมาณ 10 เมตร
้
้
ึ
ผิวนาตกถูกเคลือบด้วยหินปูนนำาจืด (Tufa) ซ่งเกิดการตกตะกอนของสารละลายแคลเซียม
ำ
้
้
้
คาร์บอเนตที่ละลายในนำา และเนินเขาบริเวณใกล้แนวนำาตกจะพบลักษณะคล้ายหินนำาไหล
้
หรือ หินปูนนาจืดปรากฏอยู่จำานวนมาก
ำ
ี
ภูมิประเทศเขาหินปูนเป็นระบบท่ซับซ้อน มักแสดงถึงวิวัฒนาการทางธรณีสัณฐานของ
้
ี
ี
ี
ี
ื
พ้นท่ท่มีการเปล่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะการเกิดถำา การปรากฏหลุมยุบ ท่ราบในหุบเขา
้
้
้
และอ่นๆ ท่ส่งผลต่อความสามารถในการเก็บกักนำาผิวดินและนำาใต้ดินท่อานวยนำาให้แก่พ้นท่ใกล ้
ี
ื
ี
ื
ี
ำ
เคียงได้ตลอดป ทาให้ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่ามีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์สูงแล้ว ยังเกิด
ี
ำ
้
ี
ู
ิ
ี
ลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของส่งมีชีวิตท่ปรับตัวสอดคล้องกับระบบนิเวศถำาท่อย่อย่างหนาแน่น ไม่ว่า
้
จะเป็นป่าไม้ประเภทต่างๆ ตามยอดเขาชัน หรือที่เชิงเขา ตลอดจนค้างคาวที่อาศัยในโถงถา แมลง
ำ
้
ี
ต่างๆ ท่สามารถปรับตัวให้มีชีวิตในความมืดภายในถำาได ดังน้นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร
ั
้
เหล่านี้จึงดึงดูดให้มนุษย์เข้าไปใช้ประโยชน์ในบริเวณดังกล่าวตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน
35 36
ำ
น้าตกเพียงดิน
7
(น้ำ�ตกเพียงดิน)
คุณค่�ของค�สต์
้
้
มีลักษณะเป็นนำาตกชั้นเดียว สูงประมาณ 15 เมตร ผานำาตกกว้างประมาณ 10 เมตร
้
้
ึ
ผิวนาตกถูกเคลือบด้วยหินปูนนำาจืด (Tufa) ซ่งเกิดการตกตะกอนของสารละลายแคลเซียม
ำ
้
้
้
คาร์บอเนตที่ละลายในนำา และเนินเขาบริเวณใกล้แนวนำาตกจะพบลักษณะคล้ายหินนำาไหล
้
หรือ หินปูนนาจืดปรากฏอยู่จำานวนมาก
ำ
ี
ภูมิประเทศเขาหินปูนเป็นระบบท่ซับซ้อน มักแสดงถึงวิวัฒนาการทางธรณีสัณฐานของ
้
ี
ี
ี
ี
ื
พ้นท่ท่มีการเปล่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะการเกิดถำา การปรากฏหลุมยุบ ท่ราบในหุบเขา
้
้
้
และอ่นๆ ท่ส่งผลต่อความสามารถในการเก็บกักนำาผิวดินและนำาใต้ดินท่อานวยนำาให้แก่พ้นท่ใกล ้
ี
ื
ี
ื
ี
ำ
เคียงได้ตลอดป ทาให้ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่ามีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์สูงแล้ว ยังเกิด
ี
ำ
้
ี
ู
ิ
ี
ลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของส่งมีชีวิตท่ปรับตัวสอดคล้องกับระบบนิเวศถำาท่อย่อย่างหนาแน่น ไม่ว่า
้
จะเป็นป่าไม้ประเภทต่างๆ ตามยอดเขาชัน หรือที่เชิงเขา ตลอดจนค้างคาวที่อาศัยในโถงถา แมลง
ำ
้
ี
ต่างๆ ท่สามารถปรับตัวให้มีชีวิตในความมืดภายในถำาได ดังน้นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร
ั
้
เหล่านี้จึงดึงดูดให้มนุษย์เข้าไปใช้ประโยชน์ในบริเวณดังกล่าวตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน
35 36
8
ก�รเดินท�ง
เข้�สู่สวนหินผ�ง�ม
จากอำาเภอวังสะพุง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ไปทางอำาเภอหนองหิน ถึงตลาดหนอง
หิน เลี้ยวขวาเข้าถนนสายหนองหิน-สวนผางาม ไปตามถนนถึงตำาบลปวนพุ ให้ตรงไปจะผ่านบ้าน
ห้วยไผ่เหนือ บ้านสวนห้อม และบ้านผางาม ให้เลี้ยวขวาเข้าไปสวนหินผางาม อีกราว 500 เมตรก็
จะพบกับคุนหมิงเมืองไทย
ผู้สนใจสอบถ�มข้อมูลเพิ่มเติม :
ติดต่อผู้นำาชมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของ อบต.หนองหิน โทร. 0 81462 1719
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสวนหินผางาม โทรศัพท์ 0 4280 1900
37 38
8
ก�รเดินท�ง
เข้�สู่สวนหินผ�ง�ม
จากอำาเภอวังสะพุง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ไปทางอำาเภอหนองหิน ถึงตลาดหนอง
หิน เลี้ยวขวาเข้าถนนสายหนองหิน-สวนผางาม ไปตามถนนถึงตำาบลปวนพุ ให้ตรงไปจะผ่านบ้าน
ห้วยไผ่เหนือ บ้านสวนห้อม และบ้านผางาม ให้เลี้ยวขวาเข้าไปสวนหินผางาม อีกราว 500 เมตรก็
จะพบกับคุนหมิงเมืองไทย
ผู้สนใจสอบถ�มข้อมูลเพิ่มเติม :
ติดต่อผู้นำาชมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของ อบต.หนองหิน โทร. 0 81462 1719
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสวนหินผางาม โทรศัพท์ 0 4280 1900
37 38
ปกหลัง