The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณี แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ บ้านพนังเสื่อ จ.ชัยภูมิ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prdmr.pr, 2022-03-03 04:25:23

คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณี แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ บ้านพนังเสื่อ จ.ชัยภูมิ

คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณี แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์ บ้านพนังเสื่อ จ.ชัยภูมิ

คู่มือผู้เล่าเร่ืองธรณี

แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์

บา้ นพนงั เสื่อ
จังหวัดชัยภูมิ

aur-6783727

คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณี
แหล่งเรียนรู้: ไดโนเสาร์บ้านพนังเส่ือ

อธิบดกี รมทรพั ยากรธรณี นายสมหมาย เตชวาล
รองอธิบดีกรมทรพั ยากรธรณี นายนิวัติ มณีขัติย์
รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณ ี
ผ้อู �ำนวยการกองธรณีวทิ ยา นายมนตรี เหลืองอิงคะสุต
ผู้อำ� นวยการส�ำนกั งานทรัพยากรธรณี เขต 2 นายสุรชัย ศิริพงษ์เสถียร
ผู้อำ� นวยการกองค้มุ ครองซากดึกดำ� บรรพ์
เขยี นเร่อื ง นายทินกร ทาทอง
สนับสนนุ ขอ้ มลู นายนิมิตร ศรคลัง
นายประชา คุตติกุล
นางสาวศศอร ขันสุภา
นายปรีชา สายทอง

¾ÔÁ¾ì¤ÃÑé§·Õè 1 ¨Ó¹Ç¹ 1,000 เลม่ à´×͹ กรกฎาคม 2562
¨Ñ´¾ÔÁ¾ìâ´Â กองค้มุ ครองซากดึกดำ� บรรพ์ ¡ÃÁ·ÃѾÂҡøóÕ
75/10 ¶¹¹พระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรงุ เทพมหานคร 10400
โทรÈѾ·ì 0 2621 9847 โทรสาร 0 2621 9841

ข้อมลู ทางºÃóҹءÃÁ
¡ÃÁ·ÃѾÂҡøóÕ, 2562,
¤ÙèÁ×ͼÙéàÅèÒàÃ×èͧ¸Ã³Õ แหลง่ เรยี นรู:้ ไดโนเสาร์บา้ นพนังเสอ่ื , 46 ˹éÒ
1.¸Ã³ÕÇÔ·ÂÒ 2.ซาก´Ö¡´ÓºÃþì 3.ไดโนเสาร์ 4.หอยสองฝา 5.พนังเส่อื

¾ÔÁ¾ì·Õè ·Ù·ÇÔ¹¾ÃÔé¹µÔé§
10/122 หมู่ท่ี 8 µ.ÊÓâçà˹×Í Í.เมอื งสมทุ รปราการ ¨.ÊÁطûÃÒ¡Òà 10270
â·ÃÈѾ·ì 0 2185 9953 และ 09 6996 5447
E-mail: [email protected]

กว่าร้อยล้านปีท่ีหลับใหล

แหลง่ เรยี นรไู้ ดโนเสารบ์ า้ นพนงั เสอื่ อำ� เภอหนองบวั ระเหว จงั หวดั ชยั ภมู ิ เกดิ ขนึ้ จาก
ความชา่ งสงั เกต การเอาใจใสต่ อ่ ชมุ ชนของคณุ ถนอม หลวงนนั ท์ และชาวบา้ นพนงั เสอ่ื ทกุ ทา่ น
คณุ ปู การจากความปรารถนาดตี อ่ ประเทศชาตใิ นครงั้ นไ้ี มเ่ พยี งเกดิ แกช่ มุ ชนพนงั เสอื่ แตข่ ยายผล
ต่อเนอ่ื งถึงประเทศไทย และวงการบรรพชีวนิ วิทยาทั่วโลก
โลกได้รับรู้มานานแล้วว่าประเทศไทยเป็นแหล่งอาศัยแห่งหนึ่งของสัตว์เลื้อยคลาน
โบราณขนาดใหญ่แห่งมหายุคมีโซโซอิก กว่าสองทศวรรษก่อนหน้าวงการบรรพชวี นิ วทิ ยา
ท่ัวโลกไดร้ บั รวู้ า่ เมอื งไทย คน้ พบซากดกึ ดำ� บรรพไ์ ดโนเสารส์ ายพนั ธใ์ุ หมท่ ม่ี สี ภาพสมบรู ณ์
เกอื บครบทง้ั ตัวท่ีจังหวัดกาฬสินธุ์ มาบัดน้ีข่าวการพบซากไดโนเสาร์ยักษ์แห่งบ้านพนังเส่ือ
ได้เขย่าวงการบรรพชวี นิ วทิ ยาโลกอกี คร้งั หนง่ึ
การคน้ พบ และการเอาใจใส่ต่อสมบตั ชิ าติของชาวพนังเสอ่ื ท�ำให้เกิดแหล่งเรียนรู้
ไดโนเสารบ์ ้านพนงั เสื่อขึ้น สิ่งเหลา่ น้ีเปน็ การเร่ิมตน้ ท่ีถูกตอ้ ง แต่เรายังมหี นทางท่ีตอ้ งเดนิ ไป
ข้างหน้าอีกยาวไกล การศึกษาวิจัย เปรียบเทียบซากดึกด�ำบรรพ์เป็นกระบวนการที่อาศัย
ระยะเวลา และความอดทนของหลายฝ่าย ทั้งนักบรรพชีวินวิทยา องค์กรของรัฐท่ีเก่ียวข้อง
สนบั สนนุ และทส่ี ำ� คญั คอื ชมุ ชนทจี่ ะเปน็ ผดู้ ำ� เนนิ การปกปอ้ งดแู ลรกั ษา อนรุ กั ษ์ และเผยแพร่
องคค์ วามร้ใู ห้กบั ผู้มาเยือนจากทว่ั โลก
กรมทรพั ยากรธรณหี วงั วา่ เอกสารคมู่ อื ผเู้ลา่ เรอื่ งธรณี แหลง่ เรยี นรไู้ ดโนเสารบ์ า้ นพนงั เสอื่
ทไี่ ดร้ วบรวมขอ้ มลู เบอื้ งตน้ เกยี่ วกบั ไดโนเสารย์ กั ษแ์ หง่ บา้ นพนงั เสอื่ ไว้ จะเปน็ ประโยชนก์ บั เจา้ หนา้ ที่
ยุวมัคคุเทศก์ท้องถ่ินอาสา และมัคคุเทศก์ชุมชนอาสาในการศึกษาเพื่อน�ำเสนอต่อผู้มาเยือน
จากทวั่ ทิศ รวมถึงจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ นกั เรยี น นกั ศึกษา และนกั ท่องเท่ยี วทุกท่าน

(นายสมหมาย เตชวาล)
อธบิ ดกี รมทรัพยากรธรณี

สารบัญ

เม่ือยักษใ์ หญเ่ ผยตวั 1
ยกั ษ์โบราณทบ่ี ้านพนงั เสอื่ 2
ธรณีวทิ ยาชัยภูม ิ 4
• ธรณวี ทิ ยาโครงสรา้ ง 6
• ธรณีวทิ ยาแหลง่ ไดโนเสาร์บ้านพนังเสือ่ 8
เรือ่ งของไดโนเสาร์ 10
• ไดโนเสารต์ ระกูลคอยาว 12
• ไดโนเสารท์ บ่ี ้านพนงั เสอ่ื 14
เทือกเถาเหลา่ กอเจา้ คอยาว 18
วางกระดูกใหถ้ กู ท่ถี ูกทาง ที่หน้ากลางพิเศษ
• ตามหาญาติ...ต้องสงสยั 21
• ฤๅจะใช.่ .ญาตกิ า 22
• ยังไม่พบญาต.ิ . แตเ่ พ่ือนเยอะ 24
เพื่อนสองฝารว่ มสมัย 26
• ธรณวี ิทยาแหลง่ ซากหอย เขาจอมจ้อง 28
แหลง่ เรยี นร้ไู ดโนเสาร์บา้ นพนังเสอ่ื อ . หนองบ วั ระเหว 30
เขตสำ� รวจและศึกษาวจิ ยั ฯ 34
เอกสารอ้างองิ ไดโนเแสหาลรบ์่งเา้รนียนพรนู้ งั 3เส8่อื

ภาพจาก https://www.google.co.th/maps/search/พนงั เสอ่ื +ชัยภูม/ิ @15.7613595,101.7212194,13z/data=!3m1!4b1

เมื่อยักษ์ใหญ่เผยตัว

วนั ท่ี 2 มนี าคม 2559 คณุ ถนอม หลวงนนั ท ์ ช าวบา้ นพนงั เสอื่  ห  มทู่  ่ี 5  ไดเ้ ขา้ ไปหาปลา
บรเิ วณรมิ สระน�้ำสาธารณประโยชน์ ในเขตเทศบาลตำ� บลหนองบวั ระเหว อ.หนองบวั ระเหว
จ.ชยั ภมู ิ และไดพ้ บชนิ้ สว่ นคลา้ ยโครงกระดกู ของสตั วข์ นาดใหญ่ จงึ ไดแ้ จง้ ใหท้ างราชการทราบ
เมอื่ สำ� นกั งานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม (ทสจ) จงั หวดั ชยั ภมู ไิ ดร้ บั ขา่ วจงึ ได้
แจ้งกรมทรัพยากรธรณีทราบผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก พร้อมกันนั้นได้แจ้งให้เทศบาลต�ำบล
หนองบัวระเหว ให้ท�ำเรื่องแจ้งไปยังกรมทรัพยากรธรณี ตามท่ีก�ำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ
คุ้มครองซากดึกด�ำบรรพ์ พ.ศ. 2551
เมื่อได้รับแจ้งข่าว นักบรรพชีวินวิทยา และนักธรณีวิทยาจากกรมทรัพยากรธรณี
จึงได้เข้าตรวจสอบเบื้องต้น และท�ำการส�ำรวจเพ่ือประเมินศักยภาพของแหล่ง พบว่าส่ิงที่
คณุ ถนอม หลวงนันท์เจอในวันนน้ั คือ ชน้ิ สว่ นส�ำคัญทีส่ ามารถระบุไดว้ ่าเป็นไดโนเสาร์กินพชื
พวกซอโรพอด สะสมตวั ในชนั้ หนิ ทรายหมวดหนิ โคกกรวด กลมุ่ หนิ โคราช อยใู่ นยคุ ครเี ทเชยี ส
ตอนตน้ (Early Cretaceous) หรอื ประมาณ 100 ลา้ นปี มศี กั ยภาพสงู สำ� หรบั การสำ� รวจ
ศึกษาวิจัย เพ่ือพัฒนาเป็นแหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ขึ้นทะเบียน เนื่องจากมลี กั ษณะไม่เหมอื นกับ
ทเี่ คยพบมากอ่ น และคาดวา่ นา่ จะเปน็ ชนดิ ใหม่ของโลก
จากวนั นน้ั เป็นตน้ มา ด้วยความร่วมมืออยา่ งดียิ่งระหว่างชมุ ชนกบั หน่วยงานทุกฝ่าย
ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง บรเิ วณสระน�้ำสาธารณะประโยชนบ์ า้ นพนงั เสอ่ื จงึ ไดร้ บั การอนรุ กั ษ์ และพฒั นาเปน็

แหลง่ เรยี นรูไ้ ดโนเสารบ์ า้ นพนังเสอ่ื

แหลง่ เรยี นรไู้ ดโนเสารใ์ นแหลง่ ซากดกึ ดำ� บรรพไ์ ดโนเสารต์ วั จรงิ ซงึ่ มเี พยี งไมก่ แ่ี หง่ ในเมอื งไทย

วดั หนองแกพนงั เส่อื

1

ยักษ์โบราณ 

บา้ นพนงั เสื่อตงั้ อยู่บนพนื้ ทร่ี าบ หา่ งออกไปทางใต้
ประมาณ 2 กิโลเมตร จากตัวอ�ำเภอหนองบวั ระเหว

จังหวัดชยั ภมู ิ ภมู ิประเทศทางดา้ นเหนอื มีความสงู ชนั มากข้นึ
เปน็ ล�ำดบั เลยขึ้นไปประมาณ 25 กิโลเมตรเป็นเทอื กเขา
ขนาดใหญว่ างตวั ในแนวตะวนั ตก-ตะวนั ออก ประกอบดว้ ย

ภตู า่ งๆ เช่น ภูแลนคา  ภูค�ำนอ้ ย  และภูเขยี ว
ชิ้นสว่ นซากดกึ ด�ำบรรพไ์ ดโนเสารข์ นาดยกั ษถ์ ูกพบ

อยบู่ รเิ วณริมสระน�้ำทีอ่ ยู่ทางใต้ของโรงเรยี นหนองบัวระเหว
วทิ ยาคาร ซงึ่ จากขอ้ มลู เบอื้ งตน้ ทางธรณวี ิทยาพอจะระบไุ ดว้ ่า
ชิ้นส่วนเหล่านฝี้ งั ตัวอย่ใู นช้นั หินตะกอนอายุกวา่ ร้อยล้านปี
นอกจากนีบ้ รเิ วณวดั หนองแกพนงั เสอ่ื ท่ีอยใู่ กล้ๆ กันน้ียงั พบ
ชน้ั หินทรายที่อัดแน่นไปด้วยซากดกึ ดำ� บรรพห์ อยสองฝาน้� ำจดื

จำ� นวนมาก ซ่ึงทำ� ให้ระบุสภาวะแวดลอ้ มโบราณไดด้ ียิ่งข้ึน
นอกจากท่บี า้ นพนังเสอ่ื แล้ว เหนือขีน้ ไปประมาณ 20 กม.
ทเี่ ขาจอมจอ้ งยงั มกี ารคน้ พบซากดกึ ดำ� บรรพไ์ ดโนเสาร์ ทงั้ สว่ น
กระดกู สนั หลงั และสว่ นอนื่ ๆ อกี หลายชนิ้ และเปน็ แหลง่ ทมี่ ี
ศกั ยภาพทจ่ี ะศกึ ษาวจิ ยั ตอ่ ไป โดยหลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาระบวุ า่

มอี ายแุ กก่ วา่ ยกั ษใ์ หญแ่ หง่ บา้ นพนงั เสอ่ื หลายสบิ ลา้ นปี
กว่ารอ้ ยล้านปีท่ียักษใ์ หญเ่ หลา่ นถี้ ูกเก็บรักษาไว้
ด้วยกระบวนการทางธรณีวทิ ยา จนถึงยุคปจั จุบัน
ท่ีซากยกั ษโ์ บราณได้เผยตวั ใหโ้ ลกไดเ้ หน็ อีกครงั้

เพ่ือเปน็ สกั ขพี ยานการเคยดำ� รงอยขู่ องสิ่งมีชวี ิตขนาดใหญ่ท่สี ดุ
ในโลก ในภูมภิ าคท่ี ณ เวลานเ้ี ปน็ ภาคอสี านของประเทศไทย
2

 ท่ีบ้านพนังเส่ือ

ข้อมูลเบ้ืองต้นเก่ียวกบั แหลง่ ซากดกึ ด�ำบรรพ์ไดโนเสาร์
พนังเสื่อ ทีน่ ักบรรพชีวินวทิ ยาบอกเรา ทั้งที่เกี่ยวกบั
ตวั ซากดกึ ดำ� บรรพ์ รวมถงึ อายุ เชอ่ื ถอื ไดม้ ากนอ้ ยแคไ่ หน?
เขารูไ้ ดอ้ ยา่ งไร? เราจะสงสัยดีไหม?
ถา้ อยๆู่ เราพบซากดกึ ดำ� บรรพฝ์ งั ตวั อยใู่ นชนั้ หนิ โดยทเี่ รา
ไมม่ ขี อ้ มลู หรอื ความรพู้ นื้ ฐานทางดา้ นธรณวี ทิ ยาเลย
เราอาจจะบอกไดเ้ พยี งวา่ เปน็ “ซากดกึ ดำ� บรรพข์ องสงิ่ มชี วี ติ ”
โดยไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร เกดิ ในยคุ ไหน อายุกี่ลา้ นปี
แต่หากเรามีแหล่งข้อมลู ความรเู้ บ้อื งตน้ ทางธรณีวทิ ยา
เชน่ แผนท่ีธรณวี ทิ ยา และความรพู้ ้ืนฐานทางดา้ น
บรรพชวี ินวทิ ยา เรากจ็ ะสามารถทราบในเบือ้ งต้นแบบท่ี
นกั บรรพชวี นิ วิทยาบอกเราได้เช่นกนั
ดังนัน้ ก่อนทจี่ ะเข้าส่รู ายละเอยี ดเก่ยี วกบั ซากดึกด�ำบรรพ์
ไดโนเสาร์บา้ นพนงั เสอ่ื เราควรมาทำ� ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั
สภาพธรณวี ทิ ยาทวั่ ไปของจังหวดั ชัยภมู ิ และความรู้
พ้นื ฐานเกี่ยวกบั ไดโนเสารก์ นั ก่อน
และเม่อื ได้รจู้ กั เจ้ายกั ษใ์ หญ่แห่งบ้านพนงั เสื่อกนั แล้ว
เราจะไดไ้ ปดูการจดั การสมบตั ขิ องชาวโลกท่ชี าวไทยเป็น
เจา้ ของกนั ทัง้ ด้านการอนุรกั ษ์ ด้วยความรว่ มมอื ของชาว
พนังเสื่อกบั ทางราชการ และการเผยแพร่ข้อมลู โดยการ
จัดต้งั แหล่งเรียนรู้ เพอ่ื ความเขา้ ใจที่ถกู ต้องของทกุ ฝา่ ย
ซง่ึ เป็นเป้าหมายสงู สดุ ของแหล่งอนรุ กั ษ์ทกุ แหล่งท่ัวโลก

3

เนนิ เขายอดป้าน

หินปูนยุคเพอ ์รเ ีมยน

ภเู ขายอดราบ หว้ ยหนิ ลาดน้� ำพอง ภูกระดงึ ชน้ั หินรปู ประทุน
เขารปู อโี ต้ พระวิหาร ช้นั หนิ รูปประทนุ หงาย

เสาขัว มหาสารคาม 30 กโิ ลเมตร
ภพู าน โคกกรวด

0 10

4

ธรณีวิทยาชัยภูมิ

จังหวัดชัยภูมิวางตัวอยู่บนกลุ่มหินโคราช ซึ่งประกอบกันขึ้นด้วยหินตะกอนจ�ำพวก
หนิ ทราย หนิ ทรายแปง้ หนิ กรวดมน และหนิ ดนิ ดานรวม 9 หมวดหนิ ลำ� ดบั จากลา่ งขนึ้ บน
ดังนี้คือ หว้ ยหินลาด น�้ำพอง ภูกระดงึ พระวิหาร เสาขวั ภูพาน โคกกรวด มหาสารคาม
และภทู อก ซง่ึ ในเขตจังหวัดชัยภูมพิ บหมวดหินต่างๆ ของกลมุ่ หนิ โคราชไดถ้ ึง 8 หมวดหิน
ขาดเพียงหมวดหินภูทอกทอ่ี ยบู่ นสุดเพียงหมวดหินเดียว
จงั หวดั ชยั ภมู ติ ัง้ อยู่บรเิ วณขอบด้านตะวนั ตกของทรี่ าบสูงโคราช บริเวณด้านตะวัน
ตกเฉยี งเหนือของตวั จังหวดั พบหมวดหนิ หว้ ยหินลาด ซง่ึ เปน็ หมวดหนิ ลา่ งสดุ ของกลมุ่ หนิ โคราช
วางตวั อยบู่ นหนิ ปนู ยคุ เพอรเ์ มยี น
หมวดหนิ ตา่ งๆ ของกลมุ่ หนิ โคราชในจงั หวดั ชยั ภมู วิ างตวั จากอายแุ กไ่ ปออ่ นเรยี งลำ� ดบั
จากดา้ นตะวนั ตกซงึ่ มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศสงู ชนั และเปน็ ตน้ กำ� เนดิ ของแมน่ ้� ำชี ไปทางตะวนั ออก
ซงึ่ มภี มู ปิ ระเทศลดหลนั่ ลงไป จนถงึ พนื้ ทรี่ าบซง่ึ รองรบั ดว้ ยหมวดหนิ มหาสารคาม
นอกจากแหลง่ ซากดกึ ดำ� บรรพไ์ ดโนเสาร์ และหอยสองฝาน�้ำจดื ทบี่ า้ นพนงั เสอ่ื ซงึ่ พบ
อยใู่ นหมวดหนิ โคกกรวด ทอี่ ำ� เภอหนองบวั ระเหว และแหลง่ ไดโนเสารเ์ ขาจอมจอ้ ง ในหมวดหนิ
เสาขัว ที่อ�ำเภอบา้ นเขวา้ แล้ว ชยั ภมู ิยังมีแหลง่ ธรณวี ิทยาทสี่ �ำคญั ๆ อกี หลายแห่ง เช่น

• แหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ไดโนเสาร์ซอโรพอดอายุ 210 ล้านปี ในช้ันหินกรวดมน
หมวดหินน�ำ้พอง ท่บี า้ นภูนกเขยี น และ บา้ นโนนสะอาด ต.ท่าใหญ่ อ.หนองบัวแดง

• แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์บนชั้นหินทรายหมวดหินน�ำ้พอง บริเวณริมตล่ิงล�ำน�้ำชี
ที่บา้ นโนนตมู ต.วังชมภู อ.หนองบวั แดง และ

• มอหนิ ขาว แหล่งหนิ สวยแปลกตา แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วทโ่ี ด่งดงั บนหมวดหินพระวิหาร
ที่อุทยานแหง่ ชาติภูแลนคา
แผนทธี่ รณวี ทิ ยาจงั หวดั ชยั ภมู นิ อกจากจะแสดงการกระจายตวั ของหมวดหนิ ตา่ งๆ แลว้
ยงั แสดงโครงสร้างทางธรณวี ทิ ยารูปแบบต่างๆ ที่สามารถพบเห็นได้ชัดเจน เช่น ชน้ั หินรปู
ประทนุ ชั้นหนิ รูปประทุนหงาย เนนิ เขายอดปา้ น ภเู ขายอดราบ และเขารปู อโี ต้ ที่เกดิ จาก
กระบวนการธรณีแปรสัณฐาน ซ่ึงเป็นการเคลื่อนไหว และเปล่ียนแปลงของเปลือกโลก
เน่อื งจากมีแรงจากภายใต้ผวิ โลกมากระทำ�

(ดแู บบจำ� ลองพรอ้ มค�ำอธบิ าย ธรณีวทิ ยาโครงสรา้ ง ในหน้าถัดไป)

5

ธรณีวิทยาโครงสร้าง

จงั หวดั ชยั ภมู ติ ง้ั อยบู่ นกลมุ่ หนิ โคราช ทว่ี างตวั อยบู่ นหนิ ปนู ยคุ เพอรเ์ มยี น ชนั้ ตะกอน
ทรี่ วมตวั กนั เปน็ กลมุ่ หนิ โคราช มกี ารสะสมตวั เปน็ ระยะเวลายาวนานกวา่ รอ้ ยลา้ นปี จนกระทงั่
ยตุ กิ ารสะสมตัวเมอื่ ปลายยุคครีเทเชียส และถกู ยกตัวข้ึนสู่ผิวโลกในยุคต่อมาโดยกระบวนการ
ธรณแี ปรสัญฐาน (Tectonics) ซ่งึ เป็นการเคล่ือนไหวเปลี่ยนแปลงของเปลอื กโลกเนอ่ื งจาก
แรงที่มาจากภายในโลก ส่งผลให้ชั้นหินตะกอนหลายชนิดท่ีเคยวางตัวในแนวราบถูกบีบอัด
จนเกดิ การเอยี ง งอ โคง้ โกง่ ตวั เกดิ เปน็ ลกั ษณะโครงสรา้ งทางธรณวี ทิ ยาหลายรปู แบบ

จากน้นั กระบวนการทางธรณวี ิทยาอื่นๆ กเ็ ขา้ มามีบทบาทในการสลกั เสลาเกลาแตง่
แผ่นดนิ ท่รี าบสูงโคราช ใหม้ ีรปู รา่ งสวยงาม แปลกตาเป็นเอกลกั ษณ์ เช่น กระบวนการผพุ ัง
(Weathering) ที่เกิดจากแสงแดด และสารเคมีในธรรมชาติ และการกดั เซาะ (Erosion)
โดยทางน้� ำผวิ ดนิ และแรงลม ทำ� ใหเ้ กิดลักษณะภมู ปิ ระเทศดงั ทีพ่ บเหน็ ไดใ้ นปจั จบุ นั

โครงสร้างทางธรณวี ทิ ยาท่ีเดน่ ชัดในจงั หวัดชยั ภูมิ ซ่ึงจะมองเหน็ ได้ชัดเจนจากแผนที่
ธรณีวิทยามีหลายแบบ เช่น

• ชน้ั หนิ โคง้ รปู ประทนุ (Anticline-แอนตไิ คลน)์ ชนั้ หนิ ทโี่ คง้ ตวั เหมอื นรปู ประทนุ เรอื
ชัน้ หนิ ทอี่ ยบู่ รเิ วณแนวแกนประทนุ จะมีอายุแก่ท่สี ดุ

• ช้นั หนิ โค้งรูปประทุนหงาย (Syncline-ซินไคลน)์ ชัน้ หินท่โี ค้งตัวเหมือนนำ� เอา
ประทุนเรอื มาวางหงาย ช้นั หินทอี่ ยูบ่ รเิ วณแนวแกนประทนุ จะมอี ายอุ ่อนท่สี ุด

• เนนิ ยอดปา้ น (Butte-บวิ ท)์ เปน็ เขาขนาดเลก็ ทมี่ ดี า้ นขา้ งชนั และมยี อดคอ่ นขา้ งราบ
• ภเู ขายอดราบ (Mesa-เมซา) ภเู ขาทม่ี ดี า้ นขา้ งชนั และมยี อดราบคลา้ ยเนนิ ยอดปา้ น

เพียงแต่มขี นาดใหญ่กวา่
• เขารปู อโี ต้ (Cuesta-เควสตา้ ) เปน็ เขาทีม่ ีดา้ นหนา้ ชนั ดา้ นท้ายลาดตามมมุ เท

ของช้ันหิน

6

• ชน้ั หนิ โคง้ รปู ประทนุ เปน็ ชน้ั หนิ ทโ่ี คง้ ตวั
เหมอื นรปู ประทนุ เรอื ชั้นหนิ ท่อี ยู่บนสดุ
มีอายุอ่อนทสี่ ดุ

• เมอ่ื ช้นั หนิ ผุพัง และถูกกดั เซาะท�ำลายลง
จะเผยใหเ้ ห็นถึงช้นั หินทีอ่ ยบู่ ริเวณแนวแกน
ประทนุ ทมี่ ีอายแุ กท่ ส่ี ดุ

• ชั้นหนิ โค้งรปู ประทนุ หงาย เป็นชั้นหิน
ทีโ่ ค้งตวั เหมอื นน�ำเอาประทนุ เรอื มาวางหงาย
ชนั้ หินที่อยบู่ นสดุ จะมีอายอุ ่อนทสี่ ดุ

• เมอ่ื ชน้ั หินผพุ ัง และถกู กดั เซาะท�ำลายลง   
จะเผยใหเ้ ห็นถงึ ชัน้ หินท่ีอยูบ่ รเิ วณดา้ น
นอกสุดของประทุนทมี่ ีอายแุ ก่ที่สดุ

• เนนิ ยอดปา้ น เปน็ เขาขนาดเลก็ ทมี่ ดี า้ นขา้ งชนั
และมยี อดคอ่ นขา้ งราบขนานไปกบั ชนั้ หนิ

• ภเู ขายอดราบ ภเู ขาทม่ี ดี า้ นขา้ งชนั และมี
ยอดราบขนานไปกบั ชนั้ หนิ คลา้ ยเนนิ ยอดปา้ น
เพยี งแตม่ ขี นาดใหญก่ วา่ เมอ่ื ถกู กดั เซาะทำ� ลาย
ตอ่ ไปกจ็ ะลดขนาดลงเปน็ เนนิ ยอดปา้ น

• เขารูปอโี ต้ เปน็ เขาที่มดี ้านหนา้ ชัน ด้านท้าย
ลาดตามมมุ เทของชน้ั หิน อาจเป็นเพียงปกี
ขา้ งหนึ่งของชัน้ หนิ รปู ประทนุ ขนาดใหญ่
7

ธรณีวิทยาแหล่งไดโนเสาร์พนังเส่ือ

หมวดหินโคกกรวดทพี่ บในพ้ืนทตี่ ่างๆ ทวั่ ภาคอีสานมีความหนาแปรเปลี่ยนระหวา่ ง
430 ถงึ 700 เมตร การเรยี งลำ� ดบั และชนดิ ของชนั้ หนิ ตะกอนตา่ งๆ ในหมวดหนิ โคกกรวด
บ่งบอกใหร้ ู้ ว่าเปน็ การสะสมตวั ของตะกอนจากทางน้� ำโค้งตวดั ซึง่ พบไดเ้ ฉพาะในภูมิประเทศ
ที่ค่อนข้างราบ องค์ประกอบอื่นๆ รวมถึงซากดึกด�ำบรรพ์ที่พบ ท�ำให้รู้ว่าเกิดอยู่ในสภาวะ
แวดลอ้ มแบบแหง้ แลง้ และกงึ่ แหง้ แลง้ ในยคุ ครเี ทเชยี สตอนตน้
แท่งสญั ลกั ษณ์ทางธรณีวทิ ยาในหน้าขวา ดดั แปลงจาก Meesook, 2016 แสดง
การเรยี งตัวของชัน้ หนิ ตะกอนชนิดตา่ งๆ ของหมวดหินโคกกรวด เฉพาะสว่ นทพี่ บโผลผ่ วิ ดิน
บริเวณรมิ สระน้� ำสาธารณะ ซึง่ มีความหนาประมาณ 3.9 เมตร ประกอบดว้ ยช้ันหินหน่วย
ต่างๆ รวม 9 หน่วย (หน่วย U-1 ถงึ U-9 เรียงลำ� ดับจากล่าง-ข้นึ บน) ตามล�ำดบั การ
สะสมตวั โดยการจำ� แนกตามลกั ษณะชนิดหิน และซากดึกดำ� บรรพ์ท่ีพบ สรปุ ได้ดังน้ี คือ

• ลา่ งสดุ พบหนิ ทรายเนอื้ ละเอยี ด และหนิ ทรายแปง้ เนอื้ ปนู สนี �้ำตาลแดง มรี อยรวิ้ คลนื่
มซี ากกระดกู ไดโนเสาร์ ถดั ขน้ึ มาเปน็ ชนั้ หนิ ทรายละเอยี ดเนอ้ื ปูนชัน้ บาง แสดงชน้ั เฉยี งระดับ
ปิดทบั ดว้ ยหนิ ทรายแปง้ เน้อื ปนู เหมอื นชั้นล่างสุด ซงึ่ ปรากฏซากกระดกู ไดโนเสาร์เลก็ นอ้ ย

• บริเวณส่วนกลางเป็นชั้นแคลครีตสีขาวเหลือง ซึ่งเป็นก้อนตะกอนผิวดินขนาด
กรวด-ทราย ที่ถูกเช่อื มดว้ ยน�้ำปนู ที่คาดว่าเป็นชั้นดินบรรพกาล (Paleosol) ปิดทับอย่าง
ไม่ต่อเนื่องด้วยหินทรายเนื้อปูนสีน�้ำตาลแดง ช้ันหนาปานกลาง ต่อเนื่องด้วยชั้นหินทราย
เนื้อปูน เม็ดทรายละเอียดถึงปานกลางสีน�้ำตาลแดง

• ส่วนบนสุดของหมวดหินนี้เป็นชั้นหินทรายสีน�้ำตาลแดง ช้ันไม่หนามาก ที่แสดง
ชัน้ เฉยี งระดบั ชดั เจน แตไ่ ม่พบซากดึกด�ำบรรพใ์ ดๆ

สระน้� ำสาธารณะ

8

¤ÇÒÁË¹Ò หนิ ทรายเนอื้ หยาบ
(àÁµร) หนิ ทรายเนือ้ ปานกลาง
4.0 หินทรายเน้อื ละเอียด
3.5 หนิ ทรายแปง
3.0 หินโคลน
2.5
2.0 Uહ¹éÑ -×Íé º9ÅÒÐ˧à-ÍÔ¹áÂÕ ·Ê´ร´¶า§§Öª»ÊÑé¹ÒÕ¹¹à©éÓ¡ÕµŧาÃÒŧÐᴴѺ§

1.5 àU¹-×Íé 8ÅÐËàÍÔ¹Õ·´ร»าÒ¹ʡչÅÓé Òµ§าÅá´§
ª¹éÑ ºÒ§-˹һҹ¡ÅÒ§ áÊ´§ªé¹Ñ à©ÂÕ §ÃдºÑ
U-7 ËÔ¹·ÃÒÂÊÕ¹Óé µÒÅá´§ à¹×Íé ÅÐàÍÕ´»Ò¹¡ÅÒ§
ª¹éÑ Ë¹Ò»Ò¹¡ÅÒ§ áÊ´§ªÑé¹à©ÂÕ §ÃдºÑ

Uà¹-Íé× 6ÅÐËàÍ¹Ô ÂÕ ·´ร»าÒ¹๡Íéׯҧٹ¤Ê´Ñ ¹Õ¢¹éÓµÒ´าÅ´á»Õ ´Ò§¹¡ÅÒ§
ªáÊÑ¹é ´º§าª§é¹ÑÁàา©กÕÂ-§Ëùдา»ºÑ าº¹ÃกÔàÇųา§ªÇ‹ §ÅÒ‹ §

U-5 ËÔ¹·ราÂà¹×Íé »Ù¹ ÊÕ¹éÓµาÅá´§
à¹éÍ× ÅÐàÍÂÕ ´»Ò¹¡ÅÒ§
ª¹éÑ Ë¹Ò»Ò¹¡ÅÒ§ áÊ´§ª¹éÑ à©ÂÕ §ÃдѺ รอยชั้นไมต อ เนอ่ื ง

U-4 ªéѹ´¹Ô ºÃþ¡ÒÅ Paleosol ·Õè»ÃСͺ´ÇŒ Âá¤Å¤ÃµÕ Calcrete

U-3 ËÔ¹·ราÂệ§à¹×Íé »Ù¹ ÊÕ¹éÓµาÅá´§
ª¾Ñ鹺º«ÒÒ§¡Á´ÒÖ¡¡´æÓºáÃÅÃоª¡Ñé¹ÃºÐÒ´§¡Ù áÊá´Å§ÐÃàÈÍÉÂáÇÔéäÐÅ´×è¹Ù¡ä´â¹àÊÒÏ

U-2 ËÔ¹·ÃÒÂà¹Íé× »¹Ù Ê¹Õ Óé µÒÅá´§ à¹éÍ× ÅÐàÍÂÕ ´ ªÑé¹Ë¹ÒºÒ§
áÊ´§ª¹éÑ à©Õ§ÃдѺ ¾º«Ò¡´Ö¡´ÓºÃþ¡Ãд¡Ù «èÕâ¤Ã§ä´â¹àÊÒÏ

1.0

พระวิหาร 0.5 U-1 Ë¹Ô ·ราÂá»§‡ à¹éÍ× »¹Ù Ê¹Õ éÓµาÅá´§
เสาขวั ÁªÕ ¹éÑ ºÒ§áÊ´§ÃÍÂÃÇÔé ¤Åè¹×
¾º«Ò¡´Ö¡´ÓºÃþ¡ Ãд¡Ù ä´â¹àÊÒÏ
ภพู าน ÃÍ§ÃºÑ ´ŒÇÂËÔ¹·ÃÒÂà¹×éÍÅÐàÍÂÕ ´ Ê¹Õ Óé µÒÅá´§

โคกกรวด 0 9

ก่อนจะไปต่อกันท่ีเร่ืองของซากดึกด�ำบรรพ์ “ไดโนเสาร์ยักษ์ ท่ีบ้านพนังเส่ือ”
เรามาท�ำความรจู้ ักไดโนเสารต์ ามแบบฉบับของนกั บรรพชีวนิ วิทยากันก่อน
นกั บรรพชวี นิ วทิ ยาจดั แบง่ ไดโนเสารเ์ ปน็ 2 กลมุ่ ใหญต่ ามลกั ษณะของกระดกู สะโพก

• ซอริสเชยี (Saurischia) มีสะโพกเหมอื นของสตั ว์เลือ้ ยคลาน จะมกี ระดูกหัวหนา่ ว
กบั กระดูกก้นอยแู่ ยกจากกัน โดยกระดูกหัวหนา่ วชไ้ี ปด้านหน้า

ไดโนเสารซ์ อรสิ เชยี น (Saurischians) แบง่ เปน็  2   ก  ลมุ่ คอื  พวกกนิ เนอื้  ก  บั พวกกนิ พชื
1. เทอโรพอดส์ (Theropods) เปน็ ไดโนเสาร์ พวกกินเนือ้ เดนิ สองขา
แบง่ ด้วยขนาด เปน็ 2 กลุ่มยอ่ ย คือ

• คารโ์ นซอร์ (Carnosaurs) มขี นาดใหญ่
• ซีลโู รซอร์ (Coelurosaurs) มขี นาดเล็ก
2. ไดโนเสาร์คอยาว พวกกนิ พชื ขนาดใหญ่ เดนิ สข่ี า 2 กลุ่มใหญ่ คอื
• โปรซอโรพอดส์ (Sauropods) เชื่อว่ากนิ เนอื้ ไดด้ ว้ ย สญู พนั ธุไ์ ปกอ่ น

ต้งั แตย่ ุคจูแรสซิกตอนตน้
• ซอโรพอดส ์(Sauropods) มกี ารพฒั นาขนาดใหญข่ นึ้ กวา่ ญาตใิ นยคุ ตน้ ๆ มาก

Kinnareemimus Argentinosaurus

โคกกรวด Siamosaurus Siamotyrannus Compsognathus Phuwiangos
เสาขวั
ภกู ระดงึ Euhelopod
Brachiosaurus
Carnosaurs
Coelurosaurs
Sauropods
Prosauropods
น้ำพอง Isanosaurus

กระดกู กน THEROPODS

กระดกู หัวหนา ว SAURISCHIANS

สะโพกแบบสัตวเล้ือยคลาน DINO

10 การจัดกลมุ ไดโนเสาร ตามลกั ษณะของกระดูกสะโพก พรอมตัวอยา ง

เรื่องของไดโนเสาร์

• ออร์นธิ สิ เชีย (Ornithischia) มีสะโพกเหมอื นของนก จะมกี ระดูกหวั หนา่ วอยู่ติด
กบั กระดกู ก้น โดยชไ้ี ปดา้ นหลังทง้ั คู่

ไดโนเสารอ์ อรน์ ิธิสเชยี น (Ornithischians) เป็นไดโนเสารพ์ วกกินพชื ท้งั หมด
แบ่งเปน็ 5 กลุม่ ย่อย คือ
1.   สเตโกซอร์ (Stegosaurs) เป็นไดโนเสาร์ มคี รบี หลัง เดนิ สข่ี า
2. ออรน์ ิโธพอดส์ (Ornithopods) เป็นไดโนเสาร์ ปากเปด็ เดนิ สองขา
3. เซอราทอปเชยี น (Ceratopsians) เปน็ ไดโนเสาร์ มีเขา เดินสีข่ า
4. แองคโี ลซอร์ (Ankylosaurs) เป็นไดโนเสาร์ หุ้มเกราะ เดินส่ขี า
5. พาคเี ซปฟาโลซอร์ (Pachycephalosaurs) เปน็ ไดโนเสาร์ หวั แขง็ เดนิ สองขา

* แองคีโลซอร์ และ พาคีเซปฟาโลซอร์ เปน็ ไดโนเสาร์ 2 กลุ่มทีย่ งั ไม่พบในประเทศไทย

Ratchasimasaurus Psittacosaurus ลา นป ครีเทเชียส
Siamodon 66.0
145.0
Hypsilophodontid 201.3
saurus Stegosaurs
did Ornithopods จูแรสซิก
มหายุค ีมโซโซอิก
CeratopsiansStegosaur

ไทรแอส ิซก

ORNITHISCHIANS กระดกู กน กระดูกหวั หนาว 251.9

SAURS สะโพกแบบนก

ไดโนเสารข องไทย ที่พบในหมวดหนิ อายุตางๆ กนั ของกลุมหนิ โคราช 11

ไดโนเสาร์ตระกูลคอยาว

ไดโนเสาร์ทั้งหมด ถกู จัดอยใู่ น
• อาณาจกั ร สตั ว์ (Kingdom: Animalia)
• ไฟลมั คอรด์ าตา (Phylum: Chordata)
• ชน้ั ซอรอปซิดา (Class: Sauropsida)
• อันดับใหญ่ ไดโนซอเรีย (Superorder: Dinosauria)

ซงึ่ ถกู แยกออกเปน็ อนั ดบั ซอรสิ เชยี (Saurischia) ทมี่ สี ะโพกคลา้ ยสตั วเ์ ลอื้ ยคลาน และ
ออรน์ ธิ สิ เชยี (Ornithischia) ทม่ี สี ะโพกคลา้ ยนกโบราณ สำ� หรบั ไดโนเสารค์ อยาว จดั อยใู่ น

• อันดับ ซอริสเชีย (Order: Saurischia)
ซงึ่ แยกออกเปน็ 2 อันดับยอ่ ยคือพวกกนิ เนือ้ และพวกกินพชื สำ� หรับเจา้ คอยาว
เป็นพวกกนิ พชื จัดอยู่ใน

• อันดับย่อย ซอโรโพโดโมฟา (Suborder: Sauropodomorpha)
ซง่ึ แยกออกเปน็ 2 อนั ดบั ฐาน (Infraorder) ประกอบดว้ ย โปรซอโรโพดา
(Prosauropoda) และซอโรโพดา (Sauropoda)
โปรซอโรโพดา เปน็ ไดโนเสาร์รนุ่ แรกๆ ทเี่ ชอ่ื ว่าเป็นไดโนเสารค์ อยาวท่กี นิ ท้ังพชื
และกินทั้งเน้ือ ซ่ึงสูญพันธ์ุไปตง้ั แต่ชว่ งปลายของยุค จแู รสซกิ ตอนตน้ แล้ว
ส่วนซอโรโพดาเปน็ กล่มุ ไดโนเสารก์ นิ พชื ทมี่ ีวิวฒั นาการท้ังรปู ร่าง และขนาด
ตอ่ เนอื่ งไปจนส้นิ สุดยุคไดโนเสาร์
ซอโรโพดา มีวิวัฒนาการแยกเปน็ หลายสาขา (Clade) เช่น Eusauropoda,
Neosauropoda, Macronaria และ Titanosauriforms ฯลฯ
ในแตล่ ะสาขาของเหล่าไดโนเสาร์คอยาว มกี ารแตกแขนงสายพนั ธลุ์ งไปสรู่ ะดับ
วงศ์ (Famiy), สกลุ (Genus) และชนิด (Species) ตา่ งๆ มากมาย จากช่วงปลายยุค
ไทรแอสซกิ จนถึงปลายยุคครีเทเชยี ส

12

แผนผงั แสดงสรปุ ลำ� ดบั อนกุ รมวธิ านอยา่ งยอ่ ของไดโนเสารค์ อยาว ทพี่ บซากดกึ ดำ� บรรพ์
ในพื้นที่ตา่ งๆ ทั่วโลก จากอันดบั ซอรสิ เชีย สูว่ งศ์ และ สกลุ ต่างๆ โดยสญั ลกั ษณ์สีบง่ บอก
ทวีปทพี่ บ

(Order-อันดับ) SAURISCHIA (Suborder-อันดบั ยอ ย) THEROPODA ไดโนเสารก ินเน้อื

(Infraorder-อันดับฐาน) PROSAUROPODA
Vulcanodon (Genus-สกุล)
S(SAuUbRoOrdPOerD-อOันMดOบั ยRอPยH)A Shunosaurus
Omeisaurus
(Infraorder-อนั ดับฐาน) SAUROPODA Mamenchisaurus
(Clade-สาขา) EUSAUROPODA Diplodocus

(Family-วงศ) Mamenchiosauridae Apatosaurus
(Super Family-เหนอื วงศ) DIPLODOCOIDEA Camarasaurus
Europasaurus
NEOSAUROPODA Euhelopus
MACRONARIA Giraffatitan

(Family-วงศ) Brachiosauridae Brachiosaurus
Cedarosaurus
TITANOSAURIFORMES Venenosaurus
Chubutisaurus
SOMPHOSPONDYLI Wintonotitan
Ligabuesaurus
Andesaurus
Phuwiangosaurus
Argentinosaurus
TITANOSAURIA Epachthosaurus
Malawisaurus
แสหกลลุ งทตพี่า งบๆไดทโนั่วโเสลากร Dreadnoughtus
Notocolossus
แอฟริกา Tapuiasaurus
เอเชีย LITHOSTROTIA Futalognkosaurus
ออสเตรเลยี Mendozasaurus
ยโุ รป Isisaurus
Rapetosaurus
อนิ เดีย Alamosaurus
มาดากสั การ Diamantinasaurus
อเมริกาเหนือ Saltasauridae Opisthocoelicaudia
อเมริกาใต Trigonosaurus
Saltasaurus
Neuquensaurus

คัดลอก และดดั แปลงจาก Bernardo et al. (2016) 13

ไดโนเสาร์ที่บ้านพนังเสื่อ

การขดุ สำ� รวจซากดกึ ดำ� บรรพไ์ ดโนเสารท์ ร่ี มิ สระน�้ำสาธารณะบา้ นพนงั เสอ่ื โดยกลมุ่
นกั บรรพชวี นิ วทิ ยาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง นบั จากวนั ทไ่ี ดร้ บั ทราบขา่ วการคน้ พบในปี 2559 พบซาก
กระดูกไดโนเสาร์ ในชัน้ หนิ ทรายแปง้ สนี ้� ำตาลแดงซงึ่ วางตัวตามแนวตะวันออกเฉยี งเหนอื -
ตะวันตกเฉยี งใต้
ปจั จุบันพบชนิ้ สว่ นทัง้ ส้นิ 20 ชนิ้ คาดว่าเปน็ ช้ินส่วนของไดโนเสาร์ตวั เดยี วกัน
และอาจเป็นกล่มุ ไดโนเสาร์กนิ พืชคอยาว หางยาว จำ� พวกซอโรพอด (Sauropod) สะสมตวั
ในช้ันหนิ ทราย และหินทรายแป้ง สีน�้ำตาลแดง ของหมวดหนิ โคกกรวด กลมุ่ หนิ โคราช
อายุทางธรณีกาลอยู่ในชว่ งยุคครเี ทเชียสตอนตน้ ช้นิ ส่วนสำ� คัญทพ่ี บคือ

• ชิน้ สว่ นกระดกู ใตก้ ระเบนเหน็บ (Sacrum or sacral vertebrae)
• ชน้ิ ส่วนกระดกู สันหลงั (Dorsal vertebrae)
• กลุ่มกระดกู เชงิ กราน ไดแ้ ก่ กระดกู ปีกสะโพก (Ilium-อีเลียม) กระดูกเชิงกราน
(Ischium-อิสเชียม) และกระดูกหวั หนา่ ว (Pubis-พิวบีส)
• กระดกู ซ่ีโครง (Dorsal ribs)
• บางส่วนของกระดูกขาหลังขวาท่อนบน (Right Femur)
• กระดูกขาหนา้ ขวาทอ่ นบน (Right Humerus) ทม่ี ีความยาว 178 เซนติเมตร
ถอื ว่ายาวทีส่ ดุ เทา่ ท่ีเคยพบมาในหมวดหินโคกกรวด คาดวา่ ขนาดตัวอาจยาวถงึ ประมาณ
23-30 เมตร
แมจ้ ะพบกระดกู สว่ นขาหน้าท่สี มบูรณ์ แตก่ ระดูกขาหลังท่พี บยงั ไมส่ มบูรณ์ จึง
ตอ้ งใชเ้ วลาในการขดุ คน้ หาช้ินส่วนเพม่ิ เติมเพอ่ื ศึกษาเทียบเคียงจึงจะสามารถระบไุ ดว้ ่าเป็น
ไดโนเสารช์ นดิ ใด ณ เวลานจี้ งึ ยงั ไมม่ กี ารตง้ั ชอื่ อยา่ งเปน็ ทางการ แต่ก็พอจะกล่าวไดว้ า่ การคน้
พบช้ินส่วนซากไดโนเสารค์ รัง้ นมี้ ขี นาดใหญ่ท่สี ดุ ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
(ตำ� แหนง่ ของช้นิ สว่ นกระดกู ไดโนเสาร์ พรอ้ มกับช่อื เรยี ก แสดงในหนา้ กลางพเิ ศษ)

14

หินทรายเน้ือหยาบ
หินทรายเนื้อปานกลาง
หินทรายเนือ้ ละเอียด
หินทรายแปง
4.0 หินโคลน • การขุดค้นส�ำรวจบริเวณอ่างเก็บน�้ำ
สาธารณะบ้านพนังเสื่อ พบซากดึกด�ำบรรพ์
U-9 กระดูกไดโนเสาร์ในชน้ั หนิ ทรายแปง้ สนี �้ำตาล
แดง 2 ชนั้ ในหนว่ ยหนิ U-1 และ U-3 และพบ
3.5 ซโี่ ครงในหนว่ ยหนิ U-2 ซงึี่ จำ� แนกโดย อศั นี มสี ขุ
(Meesook, 2016)
U-8
• เหนอื ชนั้ ทพ่ี บฟอสซลิ เปน็ ชนั้ ตะกอนท่ี
U-7 ถกู เชอื่ มดว้ ยน�้ำปนู มสี ภาพเปน็ ชน้ั ดนิ บรรพกาล
(U-4) ซงึ่ บง่ บอกสภาวะการหยดุ สะสมตะกอนทางน�้ำ
3.0 ทำ� ใหแ้ สดงลกั ษณะของรอยชนั้ ไมต่ อ่ เนอ่ื ง

U-6 • ช้ันหินทรายสีน�ำ้ตาลแดงท่ีปิดทับ
ด้านบนในภายหลังแสดงช้ันเฉียงระดับ ซึ่งเป็น
2.5 U-5 โครงสร้างภายในช้ันหินที่แสดงทิศทางการไหล
U-4 ของทางน�้ำในอดีต

2.0 U-3 • เหนอื ขนึ้ ไปคอื ชน้ั ดนิ ปกคลมุ ดา้ นบนสดุ
ทเี่ กดิ จากการผพุ งั ของชนั้ หนิ เดมิ รวมกบั สารอนิ ทรยี ์
1.5 U-2
• กระดูกชน้ิ แรกท่ีพบเปน็ กลุ่มกระดกู
1.0 ใต้กระเบนเหน็บ ยาว 110 ซม. กว้าง 100 ซม.
หนา 15 ซม. การเกบ็ รกั ษาตามธรรมชาติมี
U-1 สภาพค่อนขา้ งสมบูรณ์ ผิวของกระดกู เห็นเซลล์
กระดูกชดั เจน
0.5
• กระดกู สันหลงั ส่วนหลัง ยาว 20 ซม.
0 กวา้ ง 15 ซม. หนา 5 ซม. การเกบ็ รักษาตาม
ธรรมชาตมิ สี ภาพไม่ดี ค่อนข้างผุ ผวิ ของกระดกู
หายไป

15

• กลมุ่ กระดูกเชิงกราน 3 ชิ้น
คอื กระดกู ปีกสะโพก กระดกู เชงิ กราน
และกระดกู หวั หนา่ ว อยใู่ นระหวา่ งการ
หมุ้ เฝอื กเพ่ือนำ� ไปศึกษาข้ันรายละเอียด
ในห้องปฏิบัตกิ าร

• กระดูกซ่โึ ครงดา้ นขวา
ยาว 180 ซม. กว้าง 10-40 ซม.
หนา 1.5-4 ซม. การเกบ็ รกั ษาตาม
ธรรมชาติมีสภาพค่อนข้างดี แต่หัก
เป็นสองทอ่ น มรี อยแตก และมกี าร
ผุพงั เล็กนอ้ ยบริเวณปลายกระดูก

• กระดกู ขาหลงั ขวาทอ่ นบนบรเิ วณหวั เขา่ ยาว 38 ซม. กวา้ ง 44 ซม. หนา 33 ซม.
การเกบ็ รกั ษาตามธรรมชาติมีสภาพค่อนขา้ งสมบูรณ์ ผิวของกระดกู หายไปบางสว่ น ชน้ิ ส่วน
16 กระดูกมกี ารแตกหัก

• กระดูกขาหนา้ ขวาท่อนบน ยาว 178 ซม. กวา้ ง 22-55 ซม. หนา 23-26 ซม.
ช้นิ สว่ นกระดูกสมบรู ณ์ มกี ารเก็บรักษาตามธรรมชาตมิ สี ภาพ คอ่ นขา้ งดี หกั เปน็ สามท่อน
มกี ารผุพังเลก็ น้อยบริเวณรอยแตก ผวิ ของกระดกู หายไป แตเ่ ห็นโครงรปู รา่ งกระดกู ชดั เจน

17

โครงกระดูกไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ

ไดโนเสารเ์ ป็นสัตวม์ ีกระดูกสันหลงั นักบรรพชีวนิ วทิ ยาแบง่ กระดกู สนั หลงั ของ
ไดโนเสารค์ อยาวออกเปน็ 3 สว่ น คอื สว่ นคอ (Cervical) สว่ นหลงั (Dorsal) และสว่ นหาง
(Caudal) ชิ้นสว่ นกระดกู แตล่ ะช้ินจะมีชอ่ื เรียกระบแุ นน่ อนว่าเปน็ ด้านซ้าย-ขวา

ชน้ิ ส่วนกระดกู ส่วนท่ีระบายสีเหลืองในโครงกระดกู เจ้าคอยาว คือส่วนที่ขุดคน้ พบ
จากบริเวณริมสระน�้ำสาธารณะบา้ นพนงั เส่ือ ประกอบดว้ ย กระดกู ขาหน้าและหลัง
ท่อนบนดา้ นขวา กระดูกสันหลงั กระดูก ใตก้ ระเบนเหนบ็ กระดกู ซ่ีโครง
และกลุ่มกระดูกเชงิ กราน

ภาพถ่ายจากใต้ โครงกระดูก
ซอโรพอดจำ� ลองที่ จดั แสดงใน
พิพิธภัณฑ์สิรนิ ธร จ.กาฬสินธุ์
แสดงตัวอยา่ ง กระดกู ใต้กระเบน
เหนบ็ และ กลมุ่ กระดกู เชงิ กราน
มองเหน็ กระดกู หวั หนา่ วยนื่ ออกมา
ด้านหนา้ ส่วนกระดกู เชงิ กรานชไี้ ปดา้ น
ปลายหางอย่าง ชัดเจน

ส�ำหรบั กระดกู ขาหลงั ทอ่ นบน ส่วนหวั เข่า และสว่ นกลาง ท่ีพบบรเิ วณริม
สระน�้ำ มปี ระวัตกิ ารเดนิ ทางทพ่ี ิสดารกว่ากระดูกช้นิ อื่นๆ เพราะว่าชว่ งทม่ี ีการขดุ สระน้� ำแห่ง
น้ดี ว้ ยรถขดุ แบ็คโฮ เมื่อสบิ กวา่ ปีกอ่ น ช้ินส่วนกระดูกขาหลงั ทอ่ นบน 3 ช้ินน้ีถูกขุดข้นึ มา
จากชนั้ หนิ โดยบังเอิญ และถกู ฝงั กลบรวมกับกองดนิ บรเิ วณริมสระน�้ำ แตใ่ นเวลานัน้ ไมม่ ีใคร
สังเกตเหน็ จนกระท่งั มีการสำ� รวจอย่างเปน็ ระบบหลงั จากการพบกระดูกไดโนเสารค์ ร้งั แรก
โดยคณุ ถนอม หลวงนันท์ และคาดวา่ เปน็ กระดูกของไดโนเสาร์คอยาวตวั เดียวกนั

Middle shaft of right femur

ส่วนกลางของกระดกู ขาหลงั ขวาทอ่ นบน

มองจากด้านหนา้ มองจากดา้ นหลัง
Caudal vertebrae
กระดูกสันหลงั ส่วนหาง

ภาพกราฟฟกิ ส์ไดโนเสาร์ คัดลอก และดดั แปลงจาก
https://www.uihere.com/free-cliparts/amphicoelias-dinosaur-size-
diplodocus-sauropoda-argentinosaurus-dinosaur-6783727

มองจากดา้ นหน้า Chevrons กระดูกเชฟรอน
มองจากดา้ นหลัง ทำ� หน้าที่รับน�้ำหนกั หาง

Distal end of right femur
สว่ นปลายล่างของกระดูกขาหลังขวาทอ่ นบน

Middle shaft of right femur

ส่วนกลางของกระดกู ขาหลงั ขวาทอ่ นบน

มองจากด้านหนา้ มองจากดา้ นหลัง
Caudal vertebrae
กระดูกสันหลงั ส่วนหาง

ภาพกราฟฟกิ ส์ไดโนเสาร์ คัดลอก และดดั แปลงจาก
https://www.uihere.com/free-cliparts/amphicoelias-dinosaur-size-
diplodocus-sauropoda-argentinosaurus-dinosaur-6783727

มองจากดา้ นหน้า Chevrons กระดูกเชฟรอน
มองจากดา้ นหลัง ทำ� หน้าที่รับน�้ำหนกั หาง

Distal end of right femur
สว่ นปลายล่างของกระดูกขาหลังขวาทอ่ นบน

Sacrum Dorsal vertebrae
กระดูกใตก้ ระเบนเหนบ็ กระดูกสนั หลงั ส่วนลำ� ตวั
Ilium กระดกู ปีกสะโพก
Dorsal ribs
กระดูกซ่ีโครง

Ischium กระดPูกuหbัวisหน่าว Scapula
กระดูกเชิงกราน Fibula Sternal
กระดกู น่อง
Femur Humerus กระดกู ขาห
กระดกู ขาหลังทอ่ นบน Radius กระดกู ปล
Ulna กระดกู ปล
Tibia
กระดกู แข้ง

Sacrum Dorsal vertebrae
กระดูกใตก้ ระเบนเหนบ็ กระดูกสนั หลงั ส่วนลำ� ตวั
Ilium กระดกู ปีกสะโพก
Dorsal ribs
กระดูกซ่ีโครง

Ischium กระดPูกuหbัวisหน่าว Scapula
กระดูกเชิงกราน Fibula Sternal
กระดกู น่อง
Femur Humerus กระดกู ขาห
กระดกู ขาหลังทอ่ นบน Radius กระดกู ปล
Ulna กระดกู ปล
Tibia
กระดกู แข้ง

Cervical vertebrae Cranium กะโหลกส่วนทีอ่ ยู่ตดิ กับคอ รวมถงึ ขากรรไกรบน
กระดูกสนั หลงั สว่ นคอ Mandible ขากรรไกรล่าง

Cervical Ribs กระดูกซโี่ ครงสว่ นคอ

Right humerus กระดูกขาหน้าขวาท่อนบน
มองจากดา้ นหน้า มองจากดา้ นหลัง

กระดกู สะบกั ไหล่
plate กระดูกแผ่นรองอก

หน้าท่อนบน
ลายแขนทอ่ นนอก
ลายแขนทอ่ นใน

เทือกเถาเหล่ากอเจ้าคอยาว

ซากดึกด�ำบรรพ์กระดูกไดโนเสาร์ที่พบ ในสายตาของผู้พบเห็นทั่วไปจะรู้สึกว่า
ใหญโ่ ตมาก แตใ่ นสายตาของนกั บรรพชวี นิ วิทยา-ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นไดโนเสารแ์ ลว้ ซากกระดกู ท่ี

พบเหล่านั้นถือว่ามีขนาด ใหญ่มากท่ีสุด เท่าที่เคยขุดค้นพบในเมืองไทย และจาก

การเปรียบเทียบข้อมลู เบ้ืองตน้ กลา่ วได้วา่ มขี นาดใหญท่ ่สี ดุ ในภมู ิภาคอาเซยี น
นอกจากขนาดท่ีมหึมาแลว้ ซากกระดูกไดโนเสารท์ ่พี บอยู่ในหมวดหินโคกกรวดซงึ่ มี
อายุเพียง 100 ล้านปีเศษ ถือได้ว่ามีอายุน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาไดโนเสาร์คอยาว
ท้ังหมดทพ่ี บในเมอื งไทย เช่น
- ภเู วยี งโกซอรสั สริ นิ ธรเน พบในหมวดหนิ เสาขวั อายปุ ระมาณ 130-120 ลา้ นปี
- อสิ านโนซอรสั อรรถวภิ ชั นช์ ิ พบในหมวดหนิ น�้ำพอง อายปุ ระมาณ 200 ลา้ นปี

แล้วยักษ์ใหญค่ อยาวทีบ่ า้ นพนังเสื่อเปน็ ใครกนั มีเทอื กเถาเหล่ากอ สายพันธุ์
ชาตกิ ำ� เนิด และความเป็นมาอยา่ งไร? เปน็ ภารกจิ ส�ำคัญที่นักบรรพชวี ินวิทยาตอ้ งรว่ มมอื กัน
ศกึ ษาวิจัย เพอ่ื ไขปริศนาตอ่ ไป
อย่างไรกต็ าม ณ เวลาน้ี กับขอ้ มูลเทา่ ที่มีอยู่ นกั บรรพชวี ินวิทยาพอทจ่ี ะประเมนิ
ในเบื้องต้นได้ว่า มีความเป็นไปได้ท่ีไดโนเสาร์พนังเส่ืออาจจะเป็นหนึ่งใน 5 กลุ่ม ดังนี้

• Mamenchisauridae พบในเอเชยี เชน่ Omeisaurus และ Mamenchisaurus
• Diplodocoidea พบในอเมรกิ าเหนือ เช่น Diplodocus และ Apatosaurus
• Brachiosauridae พบในอเมรกิ าเหนือ และแอฟริกา ขาหนา้ ยาวกวา่ ขาหลัง
คลา้ ยยีราฟ เชน่ Brachiosaurus และ Giraffatitan
• Somphospondyli พบในอเมริกาเหนือ เช่น Cedarosaurus
• Titannosauria พบในเอเชยี และอเมริกาใต้ เชน่ Phuwiangosaurus พบที่
ภาคอีสานของไทย และ Argentinosaurus มขี าหลงั ยาวกว่าขาหนา้ พบทอ่ี ารเ์ จนตนิ า
ซ่ึงมีต�ำแหน่งตามแผนผังด้านขวามือ ที่สรปุ อนุกรมวิธานอย่างยอ่ ของไดโนเสาร์
คอยาวทวั่ โลก โดยตารางด้านบนแสดงธรณกี าลในช่วงมหายคุ มีโซโซอกิ ส่วนสญั ลกั ษณ์แถบ
หลากสแี สดงถงึ แหลง่ ทีค่ ้นพบไดโนเสารแ์ ต่ละสกลุ ตามยคุ -สมยั และชว่ งอายุทางธรณกี าล
18

ตอนตน ไทรแอสซิก จแู รสซิก
ตอนกลาง
ตอนปลาย ตอนตน ตอนกลาง ตอนปลาย

OIlnednuekainan
Anisian
Ladinian
Carnian
Norian
Rhaetian
Hettangian
Sinemurian
Pliensbachian
Toarcian
BCABaaatalljlheooocniviniiaaaannnn
Oxfordian
Kimmeridgian
Tithonian

251.9
225417..22
242.0
237.0
237.0
208.2
210991..33
190.8
182.7
174.1
116708..33
116663..51
157.3
152.1
145.0

PROSAUROPODA

S(ASuUbRoOrPdOeDr-OอันMดOับRยPอHยA) Vulcanodon (Genus-สกลุ )
Shunosaurus
OMmameiesanuchruissau
(InfraSoArUdReOr-อPนัOดDับAฐาน) E(UCSlaAdUeR-สOาPขOาD) A D
A
Mam(Feanmchilyio-วsaงuศ)ridae NEOSAUROPODA C

(SupDeIPr LFOamDOilyC-OเหIDนEอื Aวงศ) MACRONARIA Europ

G
Br(aFcahmioilsya-uวงriศd) ae B

TITANOSAURIFORMES

SOMPHOSPONDYLI

TITANOSAURIA
LITHOSTR

คดั ลอก และดดั แปลงจาก Bernardo et al. (2016)

19

ตอนตน ไทรแอสซิก จแู รสซิก
ตอนกลาง
ตอนปลาย ตอนตน ตอนกลาง ตอนปลาย

OIlnednuekainan
Anisian
Ladinian
Carnian
Norian
Rhaetian
Hettangian
Sinemurian
Pliensbachian
Toarcian
BCABaaatalljlheooocniviniiaaaannnn
Oxfordian
Kimmeridgian
Tithonian

251.9
225417..22
242.0
237.0
237.0
208.2
210991..33
190.8
182.7
174.1
116708..33
116663..51
157.3
152.1
145.0

PROSAUROPODA

S(ASuUbRoOrPdOeDr-OอันMดOับRยPอHยA) Vulcanodon (Genus-สกลุ )
Shunosaurus
OMmameiesanuchruissau
(InfraSoArUdReOr-อPนัOดDับAฐาน) E(UCSlaAdUeR-สOาPขOาD) A D
A
Mam(Feanmchilyio-วsaงuศ)ridae NEOSAUROPODA C

(SupDeIPr LFOamDOilyC-OเหIDนEอื Aวงศ) MACRONARIA Europ

G
Br(aFcahmioilsya-uวงriศd) ae B

TITANOSAURIFORMES

SOMPHOSPONDYLI

TITANOSAURIA
LITHOSTR

คดั ลอก และดดั แปลงจาก Bernardo et al. (2016)

19

ครเี ทเชยี ส ยุค

ตอนตน ตอนปลาย

Berriasian สมยั
Valanginian
Hauterivian
Barremian

Aptian
Albian
Cenomanian
Turonian
Coniacian
Santonian
Campanian
Maastrichtian

139.8 อายุ (ลานป)
132.9
129.4
125.0
113.0
100.5
93.9
89.8
86.3
83.6
72.1
66.0

เสาขวั แสหกลลุ ง ทตีพ่างบๆไดทโน่ัวโเสลากร
ภูพาน
โคกกรวด

urus แอฟรกิ า
Diplodocus เอเชยี
Apatosaurus ออสเตรเลีย
Camarasaurus Euhelopus ยโุ รป
pasaurus อินเดีย
Giraffatitan Cedarosaurus มาดากัสการ
Brachiosaurus Venenosaurus อเมรกิ าเหนอื
อเมริกาใต
Chubutisaurus
Wintonotitan
Ligabuesaurus
Andesaurus
Phuwiangosaurus สกลุ ภเู วยี งโกซอรัส
Argentinosaurus
Epachthosaurus
Malawisaurus
Dreadnoughtus
Notocolossus 1 23
Tapuiasaurus
ROTIA Futalognkosaurus

Mendozasaurus
Isisaurus
Rapetosaurus
Diamantinasaurus Alamosaurus

Saltasauridae Opisthocoelicaudia
Trigonosaurus
Saltasaurus
20 Neuquensaurus

ครเี ทเชยี ส ยุค

ตอนตน ตอนปลาย

Berriasian สมยั
Valanginian
Hauterivian
Barremian

Aptian
Albian
Cenomanian
Turonian
Coniacian
Santonian
Campanian
Maastrichtian

139.8 อายุ (ลานป)
132.9
129.4
125.0
113.0
100.5
93.9
89.8
86.3
83.6
72.1
66.0

เสาขวั แสหกลลุ ง ทตีพ่างบๆไดทโน่ัวโเสลากร
ภูพาน
โคกกรวด

urus แอฟรกิ า
Diplodocus เอเชยี
Apatosaurus ออสเตรเลีย
Camarasaurus Euhelopus ยโุ รป
pasaurus อินเดีย
Giraffatitan Cedarosaurus มาดากัสการ
Brachiosaurus Venenosaurus อเมรกิ าเหนอื
อเมริกาใต
Chubutisaurus
Wintonotitan
Ligabuesaurus
Andesaurus
Phuwiangosaurus สกลุ ภเู วยี งโกซอรัส
Argentinosaurus
Epachthosaurus
Malawisaurus
Dreadnoughtus
Notocolossus 1 23
Tapuiasaurus
ROTIA Futalognkosaurus

Mendozasaurus
Isisaurus
Rapetosaurus
Diamantinasaurus Alamosaurus

Saltasauridae Opisthocoelicaudia
Trigonosaurus
Saltasaurus
20 Neuquensaurus

ตามหาญาติ..ต้องสงสัย

แผนผงั ในหนา้ ซา้ ยแสดง สรปุ อนกุ รมวธิ านอยา่ งยอ่ ของไดโนเสารค์ อยาวทพ่ี บทว่ั โลก
ตารางดา้ นบนแสดงธรณกี าลในช่วงมหายคุ มโี ซโซอกิ สญั ลกั ษณแ์ ถบหลากสีแสดงถงึ แหล่งที่
ค้นพบไดโนเสาร์แต่ละสกุล ตามยคุ -สมัย และชว่ งอายุทางธรณกี าล
แถบสีเขยี วในแนวตัง้ 3 แถบแสดงช่วงอายุของ 3 หมวดหนิ คอื เสาขวั ภูพาน
และโคกกรวด ซ่ึงมชี ว่ งเวลาของการสะสมตวั ท่ีเหลือ่ มทบั คาบเกี่ยวกนั โดยหมวดหนิ โคกกรวด
ที่รองรบั แหลง่ ไดโนเสารบ์ ้านพนังเสือ่ มอี ายเุ ริ่มจากช่วงปลาย ของสมัย Aptian และตอ่
เนื่องเขา้ มาในสมยั Albian
หากพิจารณาชว่ งอายุของหมวดหนิ โคกกรวดที่พบซากไดโนเสารย์ กั ษ์ กบั ตำ� แหน่ง
และความยาวของแถบสีแสดงชว่ งอายุทางธรณกี าลทไ่ี ดโนเสารค์ อยาวท่วั โลกแต่ละสกุลมีชวี ติ
อยูแ่ ล้ว จะเห็นวา่ สอดคลอ้ งตรงกนั กบั อายขุ อง สกลุ Ligabuesaurus แต่

• มกี ารสะสมตวั กอ่ นการเกดิ ขนึ้ ของ Chubutisaurus, Andesaurus,
Argentinosaurus และ Epachthosaurus ฯลฯ และ

• เปน็ ชว่ งปลายของสกลุ Euhelopus, Cedarosaurus, Venenosaurus,
Phuwiangosaurus, Malawisaurus และ Tapuiasaurus ซงึ่ สว่ นใหญเ่ ปน็ ไดโนเสารค์ อยาว
ขนาดเลก็ ถงึ ขนาดกลาง ทม่ี คี วามยาวประมาณ 15-20 เมตร เทา่ นนั้

นอกจากนร้ี ูปทรงของซากดึกด�ำบรรพก์ ระดกู ทีพ่ บ ยงั เปน็ อีกปจั จัยที่ส�ำคัญมาก
ส�ำหรับการเปรยี บเทยี บสายพันธข์ุ องไดโนเสาร์ ตามตวั อย่างรูปด้านล่างซ้าย รูปกระดกู
ท่อนกลางเป็นรูปกระดกู ขาหน้าขวาทอ่ นบน (มองจากดา้ นหนา้ ) ของไดโนเสารพ์ นังเสอ่ื
เปรียบเทียบกับโครงรา่ งของกระดกู ไดโนเสาร์คอยาวสกุล
¾¹Ñ§àÊÍè× 4 56 อนื่ ๆ โดยหมายเลข 1-3 เปน็ กระดกู ของไดโนเสารค์ อยาว

สกุลท่ีแตกตา่ ง เชน่ Omeisaurus, Apatosaurus
และ Isanosaurus ส่วน หมายเลข 4-6 เป็นกระดูก
ของสกลุ ทม่ี รี ูปร่างคลา้ ยกันเชน่ Phuwiangosaurus,
Brachiosaurus และ Diplodocus
หมายเหตุ เปรยี บเทียบเฉพาะรปู ทรงของกระดกู ไม่รวมขนาด (ดดั แปลงจาก Meesook, 2016)

21

สกุล Mamenchisaurus ฤๅจะใช่..

ตัง้ ตามสถานทีพ่ บคร้งั แรก หมายถงึ ไดโนเสาร์แหง่ มาเมนชิ สกลุ นม้ี หี ลายชนดิ
แหลง่ ท่พี บ : ประเทศจนี ทวปี เอเชยี

ชว่ งยุค และอายทุ พ่ี บ : ยคุ จแู รสซกิ ตอนกลาง อายุประมาณ 168–163 ลา้ นปี
ความยาวขึ้นอยกู่ ับชนิด : 13-35 เมตร
น�้ำหนกั ข้ึนอยกู่ ับชนิด : 10-75 ตนั
ลกั ษณะเดน่ ทตี่ า่ งจากซอโรพอดอ่ืนคือ มคี อยาวมากๆ ยาวเท่ากับคร่ึงหน่ึงของความ
ยาวรวมท้งั ตัว

สกุล Diplodocus
เปน็ ภาษาลาตนิ ใหม่ แปลวา่ “แทง่ ค”ู่ ตามลกั ษณะของ
กระดกู เชฟรอ่ น ซงึ่ เปน็ กระดกู รองหางทมี่ ปี ลายแยกออกเปน็ สองงา่ ม
แหล่งทพี่ บ : ทวีปอเมรกิ าเหนอื
ชว่ งยคุ และอายทุ พี่ บ : ยคุ จแู รสซกิ ตอนปลาย ประมาณ 157–145 ลา้ นปี
ความยาวประมาณ : 20-24 เมตร
น�้ำหนักประมาณ : 12-13 ตนั
ลักษณะเดน่ ที่ตา่ งจากซอโรพอดอน่ื คือ มขี าหน้าที่สน้ั กว่า
ขาหลงั เล็กนอ้ ย ท�ำให้มที า่ ทางค่อนข้างอยู่ในแนวราบ คอื ไมค่ อ่ ยชหู ัว

Brachiosaurus
/e hisaurus
Diplodocus
Mam nc
22 ดัดแปลงภาพของ Scott Hartma จาก http://www.skeletaldrawing.com

oญาติกา
สกุล Argentinosaurus
ตัง้ ตามสถานทพ่ี บคร้งั แรก หมายถึงไดโนเสารแ์ หง่ อาร์เจนตินา
แหล่งที่พบ : ประเทศอาร์เจนตนิ า ทวีปอเมรกิ าใต้
ช่วงยคุ และอายทุ พ่ี บ : ยคุ ครเี ทเชยี สตอนปลาย อายปุ ระมาณ 100-92 ลา้ นปี
ความยาวประมาณ : 30-40 เมตร
น�้ำหนกั ประมาณ : 80-90 ตนั
ซากโครงกระดกู ทพ่ี ิพธิ ภัณฑ์ Museo Carmen Funes ประเทศอารเ์ จนตนิ า มี
ความยาว 39.7 เมตร คำ� นวณน้� ำหนักได้ 90 ตัน กระดูกขาหลงั ทอ่ นบนนา่ จะมคี วามยาว
มากถงึ 2.5 เมตร และยาวกวา่ ขาหนา้
สกุล Brachiosaurus
เปน็ ภาษากรีก แปลวา่ “แขน-สตั ว์เลื้อยคลาน” หมายถึงไดโนเสารท์ ่มี ีขาหนา้ ยาว
แหล่งท่ีพบ : ทวีปอเมรกิ าเหนอื และแอฟริกา
ชว่ งยุค และอายุท่พี บ : ยุคจูแรสซกิ ตอนปลาย อายปุ ระมาณ 157–145 ล้านปี
ความยาวประมาณ : 20-21 เมตร
น้� ำหนักประมาณ : 28-58 ตัน
ลักษณะเด่นท่ีตา่ งจากซอโรพอดอน่ื คือ บริเวณจมกู บนกระหม่อมมโี หนกย่นื ขึน้ มา
ชัดเจนกวา่ ซอโรพอดอืน่ หางส้ัน มีขาหน้ายาวกว่าขาหลงั ท�ำให้ตัวลาดลงแบบยีราฟ
สง่ ผลใหส้ ว่ นคอของแบรคิโอซอรัส  ต้ังชนั สงู กว่า
Argentin  saurus

ดดั แปลงภาพของ Nima Sassan จาก https://www.deviantart.com/paleo-king/ 23

ยังไม่เจอญาติ...แต่เพื่อนเยอะ

จากวนั แรกทพ่ี บซากไดโนเสารท์ บี่ า้ นพนงั เสอื่ เรอ่ื ยมาจนถงึ วนั นี้ คณะสำ� รวจวจิ ยั ระบุ
ในเบอื้ งตน้ ไดว้ า่ เปน็ ไดโนเสารก์ นิ พชื จำ� พวกซอโรพอดขนาดใหญ่ มคี วามยาว 25-30 เมตร
มลี กั ษณะคอยาว หางยาว คาดวา่ เปน็ ไดโนเสารช์ นดิ ใหมข่ องประเทศไทยหรอื ของโลก แตก่ ย็ งั
ไม่รู้หัวนอนปลายตีนของเจ้าไดโนเสาร์คอยาวตัวนี้ การส�ำรวจเพ่ิมเติม และการศึกษาวิจัย
หลกั ฐานท่พี บทัง้ หมดยงั ต้องด�ำเนนิ ไปอย่างเข้มขน้ เพือ่ การระบุสายพันธ์ทุ ถี่ ูกต้อง
ในการขดุ สำ� รวจพบหลกั ฐานของญาตหิ า่ งๆ คอื ฟนั ของไดโนเสารก์ นิ เนอื้ จำ� นวน 4 ซี่
เปน็ ของไดโนเสาร์ 2 ชนิด คือ Allosauroidea indet. และ Spinosauridae indet.
ไดโนเสารก์ นิ เนอื้ และไดโนเสารค์ อยาว เปน็ ญาตหิ า่ งๆ จดั อยใู่ นอนั ดบั เดยี วกนั คอื
ซอรสิ เชยี (Order: Saurischia) ตามอนกุ รมวิธาน แต่อยใู่ นอนั ดับยอ่ ย (Suborder)
ทีต่ า่ งกันคือ Theropoda กับ Sauropodomorpha
ถงึ จะไรญ้ าติ แต่ไม่ขาดมิตร ในระหว่างการขุดค้นส�ำรวจ ส่งิ ที่เพิม่ สสี รร และข้อมลู
แวดลอ้ มด้านบรรพชีวนิ วทิ ยาก็ถกู ค้นพบอกี หลายชิ้น เช่น

• ฟนั ฉลามน้� ำจืด Heteroptychodus sp.
• ฟันจระเขน้ ้� ำจืด
• หอยสองฝาน�้ำจดื ขนาดใหญ่ 2 ชนดิ คอื Trigonioides sp. และ Plicatounio sp.
• กระดองเตา่ หลายชิน้ และ
• กระดกู ทีไ่ มส่ ามารถระบุชนดิ


1 ซม.

Allosauroidea indet. Spinosauridae indet.

ฟนั ไดโนเสารก์ นิ เนอ้ื 2 สกลุ 2 ชนดิ ซงึ่ ยงั ไมส่ ามารถระบไุ ดช้ ดั เจน
ตอ้ งไดร้ บั ขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ จากการสำ� รวจ หรอื จากการศกึ ษาวจิ ยั

24

ความหลากหลายทางชีวภาพบรรพกาล

ซากไดโนเสารย์ กั ษพ์ นงั เสอื่ ถกู พบ อยรู่ ว่ มกบั ซากดกึ ดำ� บรรพส์ ตั วน์ �้ำ สตั วเ์ ลอ้ื ยคลาน
รวมถงึ หอยสองฝาน้� ำจดื 2 ชนดิ คอื Trigonioides sp. และ Plicatounio sp. ท่มี ีอายุอยู่
ในชว่ งเวลาดงั กลา่ วนี้ โดยในประเทศไทยพบหอยสองฝาน�้ำจดื ทง้ั สองชนดิ นใ้ี นหมวดหนิ เสาขวั
และหมวดหนิ โคกกรวด
จากหลกั ฐานทางดา้ นตะกอนวทิ ยาทงั้ การลำ� ดบั ชนั้ ตะกอน ชนดิ และขนาดของตะกอน
รวมถงึ องคป์ ระกอบแวดลอ้ มอน่ื ๆ ในชนั้ หนิ ทำ� ใหน้ กั ธรณวี ทิ ยาสามารถระบสุ ภาพภมู อิ ากาศ
บรรพกาลไดว้ า่ เปน็ แบบแหง้ แลง้ หรอื กง่ึ แหง้ แลง้ แตใ่ นทางกลบั กนั หลกั ฐานความหลากหลาย
ทางชวี ภาพบรรพกาลช่วยทำ� ใหเ้ ราเหน็ ภาพในอดีตได้ชัดเจนมากขน้ึ ว่า
“ยงั คงมคี วามสมบรู ณท์ างชวี ภาพอยทู่ า่ มกลางความแหง้ แลง้ ของสภาพภมู อิ ากาศ ณ เวลานน้ั ”
แสดงให้เห็นวา่ หลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาทุกแขนง มีความสำ� คัญต่อการศึกษาประวตั ิ
ของโลก และบรรพชวี ินวทิ ยา รวมถึงการศกึ ษาลำ� ดบั ช้นั หินเพ่อื เทยี บเคยี งอายุกับแหล่งอืน่

ฟนั ฉลามน้� ำจดื ฟนั จระเขน้ ้� ำจดื

หอยสองฝาน�้ำจดื ขนาดใหญ่ ทไี่ ดร้ บั การทำ� ความสะอาดในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารแลว้

25

เพื่อนสองฝาร่วมสมัย

บ้านพนงั เสื่อเปน็ ทร่ี จู้ กั กันทั่วไปจากการคน้ พบซากดึกดำ� บรรพไ์ ดโนเสาร์ใหญย่ ักษ์
แตน่ อ้ ยคนจะรวู้ า่ เขาไมไ่ ดม้ าคนเดยี ว แตม่ เี พอื่ นรว่ มสมยั (สมยั แอปเทยี น-อลั เบยี น) มาดว้ ย
ท้งั ทีเ่ ป็นไดโนเสาร์ สตั ว์บก สัตวเ์ ลอื้ ยคลาน และสตั วน์ �้ำมากมายหลายชนิด เช่น ไดโนเสาร์
กนิ เน้ือ จระเขน้ ้� ำจดื ฉลามน�้ำจดื เตา่ และสตั วน์ ้� ำจืดท่สี ำ� คญั อีกชนดิ ทพ่ี ากันมาเป็นจ�ำนวน
มากมาย ทับถมกันเปน็ ช้ันหนาถึงครึ่งเมตร
เพอ่ื นกลุ่มนี้คอื หอยสองฝาน้� ำจืด ขนาดใหญ่ 2 สกลุ 2 ชนิด
- Trigonioides (Trigonioides) kobayashii และ
- Plicatounio (Guanxiconcha) suzukii
ซากหอยสองฝาน�้ำจดื ทง้ั 2 ชนดิ น้ี มกั พบอยใู่ นหนิ ทรายเนอื้ ละเอยี ด หนิ ทรายแปง้
และหินโคลน สีน�้ำตาลแดง ในหมวดหนิ เสาขวั และหมวดหนิ โคกกรวด บนทร่ี าบสูงโคราช

26 ชน้ั หนิ ทรายแปง้ เนอื้ ปนู สนี �้ำตาลแดง หนาประมาณครงึ่ เมตร ทพี่ บซากหอยสองฝาน้� ำจดื

เกร็ดขอ้ มลู เลก็ ๆ เกีย่ วกบั หอยสองฝาน�้ำจดื 2 ชนดิ นี้
• หากสงั เกตช่อื ของหอยสองฝาน�้ำจดื ขนาดใหญท่ ง้ั 2 ตัวนแ้ี ล้ว คงจะพอคาดเดาได้

วา่ นกั บรรพชวี ินวทิ ยาผู้ศกึ ษาเกย่ี วกับหอยสองฝาน�้ำจืดเหลา่ นี้เป็นชาวญปี่ นุ่
• นกั บรรพชวี ินวทิ ยาชาวญป่ี ุน่ Kobayashi et al. เร่ิมศกึ ษาหอยสองฝาน�้ำจดื

Trigonioides และ Plicatounio ในหมวดหินเสาขัว และโคกกรวด ของไทยซึง่ กระจายตัว
อยบู่ นทร่ี าบสงู โคราช ตงั้ แต่ ค.ศ. 1963 พรอ้ มเผยแพรร่ ายงานผลการวจิ ยั ทำ� ใหม้ กี ารศกึ ษา
อยา่ งกวา้ งขวางทว่ั ภมู ิภาค และพบวา่

• ในสมยั แอปเทียน-อลั เบียน หอยสองฝาน�้ำจืด 2 ชนดิ นแ้ี พรห่ ลายในประเทศไทย
ลาวใต้ จนี มองโกเลีย เอเชยี กลาง เกาหลี ญปี่ ่นุ และทางใตข้ องรสั เซีย

• ส�ำหรบั ทบี่ า้ นพนังเส่อื พบแหลง่ ซากหอยสองฝาน้� ำจืดท้ัง 2 ชนิดน้มี ากมายบรเิ วณ
วดั หนองแกพนงั เสอื่ ซงี่ึ รองรบั ดว้ ยหมวดหนิ โคกกรวดเชน่ กนั และยงั มกี ารคน้ พบซากไดโนเสาร์
สะสมรวมอย่ใู นชั้นหนิ กรวดมนด้วย

(ดูรายละเอยี ดธรณีวิทยาแหลง่ ซากหอยสองฝาน้� ำจืดในหนา้ ถดั ไป)

หอยสองฝาน�้ำจดื ขนาดใหญ่ กระจายตวั อยใู่ นชนั้ หนิ บางสว่ นมกี ารเรยี งตวั 27

หินกรวดมน »N-Ã8СÍ˺Թ´·ÇŒ ÃÂÒáÂê‹à¿¹éÑ ÅË´¹ÊÒ»ÊÒչÏÓé áµÃÒ¤‹ ÅÇáÍ´µ§«à¹áÍé×ÅÅÐàÐÈàÍÉÂÕ Ë´Ô¹¡ÒäѴ¢¹ชÒป´ั้นร´หาÕ กินàÁฏต´ç เปµะกÐ็น¡อชÍนั้น¹ชช่วัดงเบจนน
หินทรายเน้อื หยาบ
หินทรายเนอ้ื ปานกลาง
หนิ ทรายเนอ้ื ละเอียด

¤ÇÒÁ˹Òหินหทนิ รเคายลแยป ง
(àÁµÃ)

2.9 เมด็ แคลครีตในชน้ั หนิ กรวดมน
ท่แี ทรกสลบั อยใู่ นชั้นหนิ ทราย

0.5 Ná·-Ã7¡ÊËÅ¹Ô ºÑ ·´ÃŒÇÒÂÂËÊ¹Ô ¹Õ·ÓéõÒÂÒÅá»á´‡§Ê§ ¹Õ à¹Óé µéÍ× ÒÅÅÐáàÍ´ÂÕ §´»áÅÒйˡ¹Ô Å¡Òçǡ´ÒÁù¤Ñ´¾¢º¹àÒÈ´É´¡»Õ ÃÒй´¡Ù¡Åä´Ò§â¹àÊÒÏ
0.4 N-6 ËÔ¹·ÃÒÂá»§‡ ÊÕ¹éÓµÒÅá´§á·Ã¡ÊÅºÑ ´ÇŒ  ËÔ¹·ÃÒÂà¹é×ÍÅÐàÍÕ´
0.3 N-5 Ë¹Ô ¡ÃÇ´Á¹ á·Ã¡´ÇŒ ª¹éÑ Ë¹Ô ·ÃÒÂÃÙ»àŹʏ à¹éÍ× ÅÐàÍÕ´»Ò¹¡ÅÒ§ ¾º¿˜¹ä´â¹àÊÒÏ
0.6 N-4 ËÔ¹·ÃÒÂá»§‡ ÊÕ¹Óé µÒÅá´§á·Ã¡ÊÅѺ´ÇŒ  ª¹Ñé ËÔ¹·ÃÒÂû٠àŹʏ à¹×Íé ÅÐàÍÂÕ ´

5.0 N-3 ËÔ¹·ÃÒÂÊ¹Õ Óé µÒÅá´§ ªÑ¹é ºÒ§¶§Ö ªÑ¹é ˹Ò
ªààÁ¹¹éÑ ç´×éÍ»µÅÙ¹ÐСàºÍÍÒÕ¹§´æÁ¶Õ¤Ö§Çà¹ÒÁé×ÍÁ˹ÂÒ´º¶Õ §Ö à¡¡Ò×Íú¤Á´Ñ ¹¢¹áÒ·´»Ã¡ÒʹšѺÅÒ´§ÇŒ ¶Â§Ö ´Õ
0.5 ¾ºá¤Å¤ÃµÕ «è§Ö à»¹š ª¹éÑ µÐ¡Í¹·¶èÕ Ù¡à¤Å×ͺ´ÇŒ ¹éÓ»Ù¹
Åã¹ÐàË͹ÔÕÂ˴Ź§Ç‹ Âá¹ÅªéÕ Ð¹Ñé ¤ËÇÒ¹Ô Á·ËèÍÕ ¹ÂÒÙ´‹ ¢ÒŒÍ¹§ºª¹Ñé¹µ¢ÐÖ¹é ¡äÍ»¹ÁÅÕ¢´¹ÅÒ´§ààÃÁ×Íè ç´ÂµæÐ¡Í¹
280.3
ชชั้นว่ งหลน่าางเปแน็ละหมินเี นทือ้ราหยยทาี่มบี

ชั้นซากหอยสองฝาน้� ำจืดถกู พบที่
สว่ นล่างของหมวดหินโคกกรวด

N-2 Ë¹Ô ·ÃÒÂá»§‡ à¹Íé× »¹Ù ÊÕ¹éÓµÒÅá´§ ¾ºàÁ紵С͹á¤Å¤ÃÕµ »¹¡ºÑ «Ò¡ËÍÂ
¹éӨ״¨Ó¹Ç¹ÁÒ¡·èÕÇÒ§µÑÇẺ¡ÃШ´Ñ ¡ÃШÒ áÅÐÁ¡Õ ÒÃàÃÕ§µÇÑ
N-1 ËÔ¹à¤Åà¹Íé× »¹Ù Ê¹Õ éÓµÒÅá´§ ¾ºªéѹá¤Å¡ÃÕµá·Ã¡ÊÅºÑ àÅ硹͌ Â

ธรณีวิทยาแหล่งซากหอย

เลยจากแหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ไดโนเสาร์ยักษ์บริเวณสระน�้ำสาธารณะลงไปทางทิศ
ตะวนั ออกเฉยี งใตป้ ระมาณ 800 เมตร ตามทางหลวงสาย 2170 จะพบแหลง่ ซากดกึ ดำ� บรรพ์
หอยสองฝาน�้ำจืด บริเวณวัดหนองแกพนังเสื่อ ซ่ึงรองรับด้วยชั้นหินตะกอนหมวดหิน
โคกกรวดเช่นกัน
แท่งสัญลกั ษณท์ างธรณีวิทยาในหนา้ ซ้าย ดดั แปลงจาก Meesook, 2013 แสดง
การเรยี งตวั ของช้ันหินตะกอนชนดิ ตา่ งๆ ของหมวดหนิ โคกกรวด เฉพาะส่วนที่พบโผล่ผิวดนิ
บรเิ วณวดั หนองแกพนงั เสอื่ ซง่ึ มคี วามหนาประมาณ 10.5 เมตร ประกอบดว้ ยชนั้ หนิ หนว่ ยตา่ งๆ
เรยี งลำ� ดบั จากลา่ ง-ขนึ้ บน (หนว่ ย N-1 ถงึ N-8 รวม 8 หนว่ ย) สรปุ ไดด้ งั น้ี คอื

• ลา่ งสดุ พบหนิ เคลยส์ นี �้ำตาลแดง ถดั ขน้ึ มาเปน็ ชน้ั หนิ ทรายแปง้ สเี ดยี วกนั แทรกสลบั
ด้วยหินทรายละเอยี ด หนิ ทรายแป้ง และหนิ เคลยท์ ีพ่ บซากดกึ ดำ� บรรพ์หอยสองฝาน�้ำจืด
อยา่ งนอ้ ย 2 ชนดิ จ�ำนวนมาก รวมทงั้ ตะกอน แคลครีต ซง่ึ เป็นก้อนตะกอนผิวดินขนาด
กรวด-ทราย ทีถ่ ูกเชือ่ มดว้ ยน้� ำปูน

• บริเวณส่วนกลางของหมวดหินโคกกรวดเป็นหินทรายเนื้อละเอียดถึงปานกลาง
สนี �้ำตาลแดง แทรกสลับดว้ ยช้นั บางของหินกรวดมน

• สว่ นบนสดุ ของหมวดหินน้เี ปน็ ชัน้ หินกรวดมน ท่ีถกู ปดิ ทบั ดว้ ยหินทราย และ
หินทรายแปง้ ทแ่ี สดงลักษณะชนั้ ชัดเจน พบซากดกึ ด�ำบรรพท์ ัง้ ฟนั ไดโนเสาร์กินปลา และ
กระดูกไดโนเสาร์คอยาวขนาดใหญ่ รวมถึงซากดกึ ด�ำบรรพ์สตั ว์น้� ำจดื อนื่ ๆ อีกหลายชนดิ

พระวิหาร
เสาขวั
ภูพาน

โคกกรวด

วัดหนองแกพนงั เสอื่ 29

แหล่งเรียนรู้ไดโนเสาร์บ้านพนังเส่ือ

นบั จากวันทคี่ ณุ ถนอม หลวงนันท์ ไดค้ น้ พบซากดกึ ดำ� บรรพท์ รี่ มิ สระน้� ำสาธารณะ
บา้ นพนังเสอื่ เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ทุกฝ่ายท่เี กี่ยวขอ้ งทัง้ ภาคเอกชน ชุมชนท้องถิน่
และภาคราชการทั้งสว่ นทอ้ งถน่ิ และสว่ นกลาง ตา่ งร่วมมือกันดำ� เนินการเพอ่ื การอนรุ กั ษ์
คมุ้ ครองซากดกึ ด�ำบรรพ์ และแหล่งซากดกึ ดำ� บรรพ์ ควบคไู่ ปกบั งานสำ� รวจ ศึกษาวจิ ัย
หลังจากด�ำเนนิ ความรว่ มมอื มาได้ประมาณ 2 ปี ทกุ ฝา่ ยไดป้ ระชมุ รว่ มกนั พิจารณา
ร่างแนวทางการพัฒนาแหล่งไดโนเสาร์บ้านพนงั เสอ่ื และมมี ติแต่งตงั้ คณะท�ำงานก�ำหนด
แนวทางการพัฒนา แหลง่ ไดโนเสาร์บา้ นพนังเส่อื อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภมู ิ โดยมเี ป้าหมาย
หลกั เพือ่ ให้เกดิ เปน็ แหลง่ เรียนรูท้ างธรณวี ทิ ยา และพัฒนาไปเปน็ ส่วนหนงึ่ ของอุทยานธรณี
จังหวดั ชยั ภมู ใิ นอนาคต
30

ปรบั ภมู ทิ ศั น์ และสรา้ งอาคารนทิ รรศการ บรเิ วณแหลง่ เรยี นรไู้ ดโนเสารบ์ า้ นพนงั เสอ่ื
โดย บริษัท ทรูสโตน จำ� กัด

ภายหลงั จากทไ่ี ดร้ บั การประกาศเปน็ เขตสำ� รวจและศกึ ษาวจิ ยั เกย่ี วกบั ซากดกึ ดำ� บรรพ์
และแหลง่ ซากดกึ ดำ� บรรพ ์  ตามทก่ี ำ� หนดโดย  พรบ.  คมุ้ ครองซากดกึ ดำ� บรรพ ์  พ.ศ. 2551  แลว้
แหลง่ เรยี นรู้ไดโนเสารบ์ ้านพนงั เสอ่ื ได้ดำ� เนนิ กิจกรรมท่ีสำ� คญั ๆ หลายกจิ กรรม เช่น

• สรา้ งอาคารนทิ รรศการ และปรบั ภมู ทิ ศั นบ์ รเิ วณแหลง่ เรยี นรไู้ ดโนเสารบ์ า้ นพนงั เสอ่ื
• จดั ทำ� นทิ รรศการ และสวนหนิ บรเิ วณอาคารวจิ ยั และ อาคารนทิ รรศการแหลง่ เรยี นรู้
ไดโนเสารบ์ า้ นพนงั เสอ่ื
• จัดโครงการฝึกอบรมเชงิ ปฏิบตั ิการให้ความรดู้ ้านธรณวี ทิ ยา และซากดึกด�ำบรรพ์
แกช่ มุ ชนจงั หวดั ชยั ภมู  ิ  หลกั สตู รยวุ มคั คเุ ทศกท์ อ้ งถน่ิ อาสา  และมคั คเุ ทศกช์ มุ ชนอาสา  เพอื่ เผยแพร่
องคค์ วามรใู้ หช้ มุ ชน เพ่ือใหช้ ุมชนมสี ่วนรว่ มในการพฒั นา

31

คนละมือคนละไม้ ทุก

32 คนละไม้คนละมือ ก็ 

คนให้....ความร่วมมือ

 เราคือ...ทีมเดียวกัน 33

พระราชบัญญัติ

คุมครองซากดึกดาํ บรรพ
พ.ศ. ๒๕๕๑

ภูมพิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.

พระราชบญั ญใัตหิ ไควุ้ม คณรอวงนัซทากี่ ด๓กึ ๐ด�ำมบกรรราพค์มพ.พศ.ศ2. 5๒5๕1 ๕ถ๑ูกตราข้ึนเนอ่ื งจากมกี ารค้น
พบซากดกึ ดำ� บรรพท์ สี่ ำ� คญั ในเปรนะปเททศี่ ไ๖ท๓ยเพในม่ิ รมชัากขาน้ึลปสจมจคบุ วนั รอนรุ กั ษไ์ ว้ เพอื่ การศกึ ษาวจิ ยั ใน
ใหป ระศกกากั ารพยศสภรวบื ะาาพคบน้ใานทคกวสาามมรเพเดปัฒ็จน็ พนมราาเขะปอปน็ งรปแมหรินละวท่งตัเรรขิ มยี อนหงโราลู้ภกแูมลอิพะกี ลเปทองั้น็ ดยแุลงั หเยปลเน็ด่งทชม่อรงดมเกทีพทีย่ ราวะงทบธ่สี รรรรม้ามงรชราาาชตยโขิไอดอง้ใงกหแผา้กรน่ับโดปปนิ รระดแเทลเกศะลมีา ฯ
โดยที่เปแนละกเานรื่อสงมจคาวกรกม่อกีนฎหหนม้าานย้ันวายดังวไยมก่มาีกรฎคหมุ มคารยอเงพซื่อาคกุ้มดคึกรดอําบงรรอพน ุรักษ์ และการบริหาร
จดั พการระซราากชดบกึ ัดญ�ำญบัตรรินพี้ม์ไีบว้เทปบน็ ัญกาญรัเตฉิบพาางะปเรปะ็นกเาหรตเกุใหี่ยม้วีกาับรกลากั รลจอําบกขัดดุ สคิทน้ ธซิแากลดะึกเสด�ำรบีภรารพพข์ อหงรบือุคคล
ซง่ึ มาตขรดุาค๒น้ โ๙ดยปไรมะถ่ กกู อหบลกกั บัวชิมาากตารรา ท๓ำ� ๓ใหซ้ มาากตดรกึ าดำ�๔บ๑รรมพาเ์ตหรลาา่ น๔นั้๒ถกู แทลำ� ะลมาายตหรราอื น๔ำ�๓ไปเขพออ่ื งปรรัฐะธโยรชรนม์นูญ
สแหภาง นราติ ชมทปิบอีการญัจงาฎะึงกณสญหทาทิามตัรรจธาแิคงกัภิยห้าพราเงไพรพชทะท่ือากย�ำใตใรหิหบุณ้กด้สญั าาังูญรโตญคปอเตัสุ้มไรใิ ียปดคหมเรนกกรอี้รลดงะากทขอฯาํ อไนงดใุรแโหักผดษต่นยรด์อาินาแพศทลรยั ่ีมะะอบีครําุนณารชิหาคบจา่าตรัญยาจ่ิงญมัดเบปกัตาทิ็ขนรบ้ึนจซ�ำญัไานวกญวโดตันดึกิแมยดหคา�ำกงําบกแรฎนสรหะพมนมค์เปาําวยแ็รนลกไะ�ำปยหอินนยยด่าอใงมหมขี้ อง
มาตรา ใน๑กรณพที รพี่ ะบราวชา่ บพญัน้ื ญทใี่ัตดินเปเ้ี รน็ ยี กแวหาลง่“พซารกะดรากึ ชดบำ� ญับรญรตั พิคท์ มุ จ่ี คะรเปองน็ ซปากรดะโกึ ยดชํานบใ์รนรพกา รพศ.ศกึ .ษ๒า๕วจิ ๕ยั ๑”
เกย่ี มวากตบั รปา ระ๒วตั ิขอพงรโละกราชบบรัรญพญชัตีวินว้ีใทิ หยใาชบบังรครับพเชมีว่ือวพทิ ยนากําหหรนือดกหารนลึ่ง�ำรดอบั ยชแัน้ ปหดินสิบอวธันิบนดีกับรแมตวัน
ประกาทศรในพั รยาาชกกริจธจราณนีจเุ บะอกาษศายั เปอนำ� นตาน จไปตามมาตรา 12 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาก�ำหนดให้พื้นที่
บรมเิ วาณตรนาน้ั เป๓็นเขตในสพำ� รรวะจราแชลบะัญศึกญษัตาินวี้จิ ยั เก่ยี วกบั แหลง่ ซากดกึ ดำ� บรรพ์หรือ ซากดกึ ดำ� บรรพ์

34

เขตส�ำรวจและศึกษาวิจัยเก่ียวกับ
แหล่งซากดึกด�ำบรรพ์หรือ ซากดึกด�ำบรรพ์

มาตรา ๑๒ เพ่ือประโยชน์ในการศึกษาวิจัยเก่ียวกับประวัติของโลก บรรพชีวินวิทยา
บรรพชีววิทยา หรือการล�ำดับช้ันหิน ให้อธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอ�ำนาจ
ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาก�ำหนดให้พ้ืนท่ีใดเป็นเขตส�ำรวจและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแหล่ง
ซากดึกด�ำบรรพ์หรือ ซากดึกด�ำบรรพ์
ประกาศตามวรรคหน่ึงต้องระบุเขตท้องท่ีที่จะท�ำการส�ำรวจและศึกษาวิจัยพร้อมด้วย
แผนที่ แสดงเขตส�ำรวจและศึกษาวิจัยแนบท้ายประกาศ และให้ใช้บังคับได้ไม่เกินสามปี ในกรณี
ที่ไม่อาจ ด�ำเนินการส�ำรวจและศึกษาวิจัยได้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ก�ำหนด ให้อธิบดีโดย
ความเห็นชอบของ คณะกรรมการขยายเวลาการใช้บังคับประกาศดังกล่าวได้อีกไม่เกินสองครั้ง
ครั้งละหน่ึงปี
เมื่อได้มีประกาศตามวรรคหน่ึงแล้ว ให้เจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้มีสิทธิในที่ดินโดย
ชอบ ด้วยกฎหมายมีสิทธิได้รับค่าทดแทนเน่ืองจากไม่อาจด�ำเนินงานหรือใช้ประโยชน์ในท่ีดิน
ตามภาวะปกติ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการก�ำหนด

เมื่อด�ำเนินการศึกษาวิจัยเสร็จสิ้น และพบว่าพื้นท่ีนั้นเป็นแหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ที่มี
ความส�ำคัญด้านบรรพชีวินวิทยา ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองซากดึกด�ำบรรพ์
ก�ำหนดแลว้ อธบิ ดีกรมทรัพยากรธรณจี ะอาศยั อ�ำนาจ ตามมาตรา 14 ประกาศในราชกจิ จานุ
เบกษาใหพ้ ื้นทบี่ รเิ วณน้ันเป็นแหลง่ ซากดกึ ด�ำบรรพท์ ี่ขึ้นทะเบียนต่อไป

มาตรา ๑๔ เมื่อปรากฏว่าพื้นท่ีบริเวณใดเป็นแหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ที่มีความส�ำคัญ
ต่อการศึกษาประวัติของโลก บรรพชีวินวิทยา บรรพชีววิทยา หรือการล�ำดับช้ันหิน ตามหลัก
เกณฑ์ ทคี่ ณะกรรมการกำ� หนด ไมว่ า่ จะไดม้ กี ารประกาศเปน็ เขตสำ� รวจและศกึ ษาวจิ ยั ตามมาตรา
๑๒ หรือไม่ก็ตาม ให้อธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอ�ำนาจประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาให้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นแหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ท่ีข้ึนทะเบียน พร้อมด้วยแผนที่แสดงเขต
แหล่งซากดึกด�ำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนน้ันแนบท้ายประกาศด้วย

35

เลม่ ๑๓๔ ตอนพเิ ศษ ๒๙๖ ง หน้า ๓๔ ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา

ประกาศกรมทรพั ยากรธรณี

เร่อื ง กําหนดใหพ้ นื้ ทีบ่ ริเวณแหลง่ ซากไดโนเสารบ์ ้านพนงั เสื่อ อําเภอหนองบัวระเหว จงั หวัดชยั ภมู ิ
เปน็ เขตสํารวจและศึกษาวิจัยเกีย่ วกบั แหล่งซากดกึ ดําบรรพห์ รือซากดกึ ดําบรรพ์

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒ วรรคหน่ึง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดําบรรพ์
พ.ศ. ๒๕๕๑ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการคุ้มครองซากดึกดําบรรพ์
ในการประชุมคร้ังที่ ๑/๒๕๖๐ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ กําหนดให้พื้นท่ีบริเวณแหล่งซากไดโนเสาร์
บ้านพนังเสื่อ อําเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ เน้ือท่ีประมาณ ๘,๘๔๐ ตารางเมตร หรือ ๕ ไร่ ๒ งาน
๑๐ ตารางวา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศนี้ เป็นเขตสํารวจและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ
แหล่งซากดกึ ดาํ บรรพห์ รอื ซากดกึ ดาํ บรรพ์

ทงั้ นี้ ต้ังแตว่ ันถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป

ประกาศ ณ วันท่ี ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
ทศพร นชุ อนงค์

อธบิ ดีกรมทรัพยากรธรณี

มาตรา ๑๓ เมื่อได้ประกาศเขตส�ำรวจและศึกษาวิจัยตามมาตรา ๑๒ แล้ว ให้พนักงาน
เจ้าหน้าท่ีมีสิทธิเข้าไปในท่ีดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอ่ืนท่ีอยู่ภายในเขตส�ำรวจและศึกษาวิจัย
เพ่ือขุดค้น เก็บตัวอย่าง และกระท�ำกิจการอ่ืนเท่าท่ีจ�ำเป็นเพ่ือการส�ำรวจและศึกษาวิจัย แต่ต้อง
แจ้งเป็นหนังสือ ให้เจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้มีสิทธิในท่ีดินโดยชอบด้วยกฎหมายทราบถึง
กิจการที่ต้องกระท�ำ ล่วงหน้าก่อนเร่ิมกระท�ำกิจการนั้น

36

37

กรมทรพั ยากรธรณี, 2550, ธรณีวทิ ยาประเทศไทย, พมิ พ์ครง้ั ท่ี 2 ส�ำนักธรณีวิทยา,
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ดอกเบ้ยี
กรมทรพั ยากรธรณ,ี 2551, พระราชบัญญตั ิคมุ้ ครอง ซากดกึ ด�ำบรรพ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
กฎหมายล�ำดบั รองและอนบุ ญั ญัต,ิ ส�ำนักค้มุ ครองซากดกึ ดำ� บรรพ์
ราชบณั ฑติ ยสถาน, 2544, พจนานกุ รมศพั ทธ์ รณวี ทิ ยา ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน, พมิ พค์ รง้ั ที่ 1
กรุงเทพฯ: 384 หนา้ , กรงุ เทพฯ: อรณุ การพิมพ์
ศศธิ ร ขนั สภุ า และคณะ, 2559, รายงานการปฏบิ ตั งิ านการตรวจแจง้ พบ และประเมนิ ศกั ยภาพ
แหลง่ ไดโนเสาร์ บา้ นพนงั เสอ่ื อ.หนองบวั ระเหว จ.ชยั ภมู ิ ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2559,
สว่ นวิจยั ซากดกึ ดำ� บรรพ์ กองคมุ้ ครองซากดกึ ดำ� บรรพ,์ กรมทรพั ยากรธรณี
ศศอร ขนั สภุ า และคณะ, 2561, โครงการบรู ณาการการศกึ ษาวจิ ยั แหลง่ ไดโนเสารบ์ า้ นพนงั เสอื่
จงั หวดั ชยั ภมู ,ิ สำ� นกั งานทรพั ยากรธรณี เขต ๒, กรมทรพั ยากรธรณี
https://en.wikipedia.org/wiki/Sauropoda
https://th.wikipedia.org/wiki/แบรคโิ อซอรัส
https://th.wikipedia.org/wiki/อาร์เจนตโิ นซอรสั
https://www.deviantart.com/paleo-king/art/Argentinosaurus-huinculensis-Mk-
II-708506050
http://www.skeletaldrawing.com/
https://www.uihere.com/free-cliparts/amphicoelias-dinosaur-size-diplodocus-
sauropoda-argentinosaurus-dinosaur-6783727

Mam nce hisaurus Brachiosaurus

Diplodocus

38


Click to View FlipBook Version