เจดีย์องค์ที่ตั้งตระหง่าน อยู่ใน
โรงเรียนชุมชนบ้านน้าดิบแห่งน้ี เป็นปริศนาท่ีอยู่ใน
ใจของคนท่ัวไปและถูกถามเสมอถึงประวัติความ
เป็นมา จากความสงสยั ดงั กล่าว การค้นคว้าเพ่ือให้
ได้ค้าตอบจึงต้องตั้งเป้าหมายไปท่ีผู้สูงอายุใน
หมู่บ้าน จุดหมายแรกของการสืบค้น ค้าตอบที่
ได้รับยังคงไม่กระจ่างชัด เพราะท่านเหล่าน้ันได้ให้
ข้อมลู วา่
“ต้ังแต่จาความได้ก็เห็นเจดีย์องค์น้ี
มีอยู่แล้ว และได้สอบถามปู่ย่าตายายก็ได้รับ
คาตอบเช่นเดยี วกนั ”
เม่ือค้านวณจากค้าบอกเล่าก็น่าจะสืบทอดมาหลาย
ช่ัวคน ฉะน้ันการที่จะให้ระบุแน่ชัดถึงประวัติของ
เจดีย์หรือพระธาตุท่ีตั้งอยู่น้ีน้ันไม่สามารถกระท้าได้
การด้าเนินการสืบหาประวัติที่กระท้าได้ขณะน้ี คือ
รับฟงั จากคา้ บอกเลา่ และการคน้ หาจากเอกสารตาม
แหล่งต่างๆ ซ่ึงจากการผลของการสืบค้นท้าให้
ทราบว่าเจดีย์องค์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเมืองยวม
ใต้ (อา้ เภอแม่สะเรยี งในปจั จุบัน)
โดยลาดับการณน์ บั เนื่องจากสมยั อาณาจกั รลา้ นนาทมี่ พี ระเจา้ ตโิ ลกราชทรงครอง เมืองยวมนี้ชั่วระยะหนึ่ง
แผ่นดนิ ดงั นน้ั จงึ ขอเสนอประวตั ิความเปน็ มาของอ้าเภอแมส่ ะเรียงและพระราชประวตั ิของพระเจา้ ติ ในช่วงระยะนั้นผู้เรียบเรียง
โลกราช เพ่ือใช้เป็นวิจารณาญาณในการวินิจฉัยถึงท่ีมาขององค์เจดีย์แม่สะเรียงมีช่ือใน เข้าใจว่าหมื่นด้าพร้าคตคงจะ
ประวัติศาสตร์ว่า “เมืองยวมใต้หรือเมืองยวม” เคยเป็นท่ีตั้งของชุมชนมาประมาณ 520 ปีเศษ ติดตามพระเจ้าติโลกราชมา
พระเจา้ ติโลกราชหรอื ดิลกมหาราชกษัตริย์อันดับที่ 11 แห่งราชวงศ์เม็งราย แต่คร้ังด้ารงต้าแหน่ง ด้ ว ย ( ส ง ว น โ ช ติ สุ ข
เป็นลูกหลวง และตอ้ งพระอาญาของพระเจ้าฝง่ั แกนพระราชบดิ าใหเ้ นรเทศมาครอง รัตน์. คนดีเมอื งเหนือ)
ตามพงศาวดารหรือตานานพื้นเมืองฉบับของอาจารย์ไกรศรี นิมมานเหมิ
นทร์ กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่าเล่าว่าพระเจ้าติโลกราชและหมื่นด้าพร้าคตครั้งเม่ือเยาว์วัยเคย
เป็นพระสหายกบั พระเจา้ ตโิ ลกราชถงึ กับตรัสไวเ้ มอ่ื ยงั ทรงพระเยาวว์ ยั วา่
“ หากกูเป็นใหญ่ กูจกั ตงั้ มงึ ใหเ้ ปน็ เสนา”
และเมื่อพระองค์ได้เสวยราช
สมบัติครองเมืองเชียงใหม่ ก็
ทรงแต่งตั้งให้หมื่นด้าพร้าคต
เป็นเสนาบดีสมดั่งที่ตรัสไว้
หมื่นด้าพร้าคต เป็นบุคคล
ส้ า คั ญ ค น ห น่ึ ง ที่ มี ส่ ว น
ช่วยเหลือพระเจ้าติโลกราชใน
การสรา้ งความเป็นปึกแผ่นทาง
พระพุทธศาสนาให้แก่ล้านนา
ไทย
หม่ืนด้าพร้าคตเคยไปลังกา
เ พ่ื อ จ้ า ล อ ง แ บ บ อ ย่ า ง โ ล ห ะ
ปราสาทและรัตนเจดีย์ ณ เมือง
ลังกาทวีปโพ้นมา แล้วให้หมื่นด้า
พ ร้ า ค ต เ ป็ น ผู้ อ้ า น ว ย ก า ร
ปฏิสังขรณ์กุฏิมหาธาตุหรือเจดีย์
ลักษณบุราคม (เจดีย์หลวง
เชยี งใหม)่
ปีท่ีหม่ืนด้าพร้าคตเดินทาง นอกจากจะเป็นผู้อ้านวยการปฏสิ งั ขรณ์พระมหาธาตเุ จดยี ห์ ลวงแล้ว หม่ืนด้าพร้าคต
ไปยังเมืองลังกาทวีปนี้ คือ ปี ยังได้ท้าการหล่อพระพุทธรูปทองสัมฤทธ์ิองค์ใหญ่หนัก 33 แสน ให้มีลักษณะ
พ.ศ. 2020 ตามหนังสือต้านาน เหมอื นพระพุทธรปู แบบลวปุระ (คอื พระเจา้ แค่งคม วัดศรีเกดิ ปัจจบุ นั )
โยนกของพระยาประชากิจกรจักร
(แช่ม บุญนาค) ฉบับพิมพ์
พ.ศ. 2496 หน้า 243 – 244
พระเจ้าติโลกราชทรง ดั ง นั้ น ห มื่ น ด้ า
โ ป ร ด ใ ห้ ห มื่ น ด้ า พร้าคตจึงเป็นผู้
พร้าคตหรือสีหโคตร ค ว ร แ ก่ ก า ร ย ก
เ ส น า บ ดี กั บ อ า ณ า ย่ อ ง ส ร ร ผู้ ห นึ่ ง
กิ จ จ า ธิ บ ดี ม ห า เ ฉ พ า ะ อ ย่ า ง ย่ิ ง
อ้ามาตย์เป็นผู้ท้าการ ห มื่ น ด้ า พ ร้ า ค ต
หล่อท่ีวัดป่าตาลมหา ท่ า น น้ี เ ป็ น
วหิ าร ช า ว เ มื อ ง ย ว ม
แ ล ะ เ ม่ื อ ถึ ง แ ก่
อนิจกรรมไปแล้ว
อั ฐิ ข อ ง ท่ า น ก็
บ ร ร จุ ไ ว้ ใ น กู่ ที่
เมืองยวมใต้
ท า ง ทิ ศ ต ะ วั น ต ก เ ฉี ย ง ใ ต้ ข อ ง เ มื อ ง จากผลงานชิ้นส้าคัญ 2 ช้ินน้ี แสดงว่าหม่ืนด้าพร้าคตหรือ
เชียงใหม่ (วัดตะโปทารามหรือวัดล่้าเปิง สหี โคตรเสนาบดที า่ นนีเ้ ปน็ ท้ังนายช่างสถาปนิกและประติมา
ปัจจุบัน) ใต้สนามบิน บางท่านก็ว่าวัดป่า กรลือช่ือ ไม่แต่อดีตสมัยเท่านั้น กระท่ังในปัจจุบันนี้ก็ยากที่
ต า ล นั้ น เ ป็ น วั ด ร้ า ง อ ยู่ ท า ง ด้ า น ใ ต้ จะหานายช่างและนักประติมากรรมที่สร้างผลงานไว้เท่า
โรงเรียนวัฒโนทยั พายพั ปจั จุบัน เทยี มทา่ นได้
ซ่ึงอาจเป็นเจดีย์ร้างแห่งใดแห่งหน่ึงในบริเวณเมืองยวมใต้น่ีเอง
ท่านถึงแก่อนิจกรรม เม่ือปี พ.ศ. 2025 ปรากฏในต้านานโยนกว่า ลุ
ศักราช 844 ปีขาล จัตวาศก หมื่นด้าพร้าคตหรือสีหโคตรเสนาบดี ผู้
เปน็ ช่างใหญ่ปว่ ยถึงแก่อนจิ กรรมโปรดใหท้ า้ ฌาปณกจิ ณ เมอื งยวมใต้
ให้ก่อเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุไว้ ณที่น้ัน ผู้เรียบเรียงเข้าใจว่าองค์พระเจดีย์
องค์นี้เป็นที่บรรจุอัฐิธาตุของหม่ืนด้าพร้าคต แม้ว่าท่านจะล่วงลับไป
แล้วเปน็ เวลา 524 ปมี าแล้วก็ตาม
แต่ผลงานของท่านยังคงปรากฏแก่สายตา
ของชนรุ่นหลังจนกระท่ังทุกวันน้ี และคงจะ
อยู่ต่อไป จนชั่วลูกชั่วหลานชั่วกาลนาน และ
ดวงวิญญาณของท่านแม้นจะสิงสถิตอยู่แห่ง
ใดก็คงจะชื่นชมกับผลงานของท่านซ่ึงยังคง
อยู่ตราบเท่าทุกวันน้ีและตลอดไป ช่ัวกาลปาว
สาน ส้าหรับประวัติของพระเจดีย์เก่าแก่ท่ี
ประดษิ ฐานอยูใ่ นโรงเรยี นชุมชนบา้ นน้าดิบ
ผู้เรียบเรียงได้ไปสอบถามจาก โรงเรียนชุมชนบ้านน้าดิบแต่เดิมเป็นวัดท่ีมีช่ือว่าวัดค้า หลักฐานกุฏิและพระวิหารไม่
พ่อหนานหล้าจอมใจ ซ่ึงเป็นมัค ปรากฏให้เห็น นอกจากก้าแพงวัดเท่านั้น ส่วนองค์เจดีย์ กรมศิลปากรได้ท้าการบูรณะ
ทายกวัดน้าดิบ แล้วมีความ เม่ือวันที่ 15 เดือน กนั ยายน ถงึ เดอื นธันวาคม พ.ศ. 2548 แล้วเสร็จในส่วนขององค์
สอดคล้องกันกับประวัติพระเจ้า เจดีย์เท่าน้นั ในสว่ นของก้าแพงแกว้ และบรเิ วณรอบนอกยังคงรองบประมาณส้าหรับท้า
ติโลกราช พ่อหนานหล้าเล่าว่า
พระเจ้าติโลกราชต้องอาญาถูก การบรู ณะตอ่ ไป
เนรเทศมาอยู่เมืองยวมใต้ เข้าใจ
ว่าพระเจ้าติโลกราชคงจะให้ก่อ
เจดีย์ บ ร ร จุอั ฐิ ขอ ง ห มื่น ด้ า
พร้าคตไว้ เพราะเทา่ ทส่ี ังเกตดใู น
อ้าเภอแม่สะเรียงทั่วทุกสารทิศ
ไม่ปรากฏว่ามีเจดีย์ร้างเก่าแก่อยู่
เลย มีแหง่ เดียวที่ประดิษฐานอยู่
ในโรงเรียนชุมชนบ้านน้าดิบ
เทา่ นน้ั
เ จ ดี ย์ อ ง ค์ นี้ เ ป็ น ข อ ง คู่ บ้ า น คู่ เ มื อ ง เ ป็ น ท่ี
เคารพสักการะของชุมชนบ้านน้าดิบและ
บริเวณใกล้เคียงตลอดมา ในคร้ังหนึ่งมี
เ ห ตุ ก า ร ณ์ ท่ี ไ ม่ ค า ด ฝั น เ กิ ด ขึ้ น จ า ก ผู้ ที่ มี
ความเห็นแก่ได้เกิดความละโมบคิดท่ีจะมา
ขโมยสมบัติ แอบพากันมาขุดเจาะองค์เจดีย์
เพ่ือจะเอาสมบัติและของมีค่าข้างในเวลา
ปร ะมาณเท่ียง คืนจนถึง ตีหน่ึง ตีส อ ง
ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงนั้นพักผ่อนนอน
หลับกันหมดแล้ว เหมือนมีส่ิงดลใจให้ผู้เฒ่า
ผแู้ ก่ได้ยินเสียงคล้ายคนขุดเจาะดิน จึงได้ลุก
มาไต่ถามกันต่างก็ได้ยนิ เสียงน้ัน
ขณะทีไ่ ดย้ นื คยุ กนั น้นั มคี นหน่งึ ได้หนั หน้าไปทางองค์พระเจดีย์และได้เห็นแสงไฟตรงฐานเจดีย์ จึงชวน
กันไปยืนมองดูอยู่บริเวณขอบร้ัวโรงเรียนและได้เห็นคนจ้านวน 2 –3 คนขุดเจาะบริเวณฐานเจดีย์ จึงเข้าใจ
ในทันทีว่ามีผู้ร้ายแอบมาขุดเจาะเพื่อขโมยสมบัติ จึงพากันไปแจ้งความกับผู้ใหญ่บ้าน แจ้งชาวบ้านและ
ต้ารวจที่อยู่ภายในหมู่บ้าน คือ ดต.เกษม หงระนัย และท้าการล้อมจับผู้ร้ายได้ทั้งหมดแล้วท้าการด้าเนินคดี
ต่ อ ไ ป นี่ คื อ ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ ที่ แ ป ล ก ป ร ะ ห ล า ด เ ห มื อ น มี ป า ฏิ ห า ริ ย์ บ อ ก เ ห ตุ
ณ เมอื งยวมใต้ ให้กอ่ เจดยี บ์ รรจุอัฐิธาตุไว้ ซ่ึงอาจเป็นเจดีย์ร้างแห่งใดแห่งหน่ึงในบริเวณเมืองยวมใต้น่ีเอง ท่านถึงแก่
ณทนี่ ้นั ผเู้ รียบเรยี งเข้าใจว่าองค์พระเจดีย์ อนิจกรรม เม่ือปี พ.ศ. 2025 ปรากฏในต้านานโยนกว่า ลุศักราช 844 ปีขาล
องค์น้ีเป็นท่ีบรรจุอัฐิธาตุของหมื่นด้า จัตวาศก หม่ืนด้าพร้าคตหรือสีหโคตรเสนาบดี ผู้เป็นช่างใหญ่ป่วยถึงแก่อนิจกรรม
พร้าคต แม้ว่าท่านจะล่วงลับไปแล้วเป็น โปรดให้ทา้ ฌาปณกิจ
เวลา 524 ปีมาแล้วก็ตาม แต่ผลงานของ
ท่านยังคงปรากฏแก่สายตาของชนรุ่นหลัง สาหรบั ประวัติของพระเจดยี ์เก่าแก่
จนกระทั่งทุกวันนี้ และคงจะอยู่ต่อไป จน ท่ีประดษิ ฐานอยใู่ นโรงเรียนชมุ ชนบ้านน้าดบิ
ชั่วลูกช่ัวหลานช่ัวกาลนาน และดวง
วิญญาณของท่านแม้นจะสิงสถิตอยู่แห่ง
ใดก็คงจะช่ืนชมกับผลงานของท่านซึ่ง
ยังคงอยู่ตราบเทา่ ทุกวนั นแ้ี ละตลอดไป ช่ัว
กาลปาวสาน
นายแอโกแว เด็กหญิงณัฐวรา โชติวรากุล
นายอดุลย์ เดก็ หญิงขวัญขา้ ว อมรใฝ่มงคล
เดก็ ชายเกรียงศกั ด์ิ ผาตพิ รพิชิต เด็กหญิงศศิประภา
เด็กชายพลภพ เด็กชายวทิ วัส เดน่ อรณุ
นักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรยี นชุมชนบ้านน้าดิบ