การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยประพันธ์บท ขับร้องและประดิษฐ์ท่าร า และนายไชยยะ ทางมีศรี บรรจุเพลง โดยน าการร าฉุยฉาย 2ชุด คือ “ชายนี้หรือชื่อขุนแผน” และ “หญิงนี้หรือคือเมียขุนแผน” มาแสดงต่อเนื่องกัน เพื่อให้เห็น เรื่องราวโดยสังเขป รวมทั้งบุคลิกลักษณะของขุนแผน และบรรดาภรรยาของขุนแผน อันได้แก่ วันทอง สายทอง ลาวทอง แก้วกิริยา และบัวคลี่
- ปี่พาทย์ท าเพลงนางเยื้อง - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย ห้านางงามอร่ามยิ่งพริ้งพราย ภรรยาขุนแผนสุดแสนยอดชาย บุพเพส่งสมหมายใจกายเคียงคู่ นางพิม สายทอง ลาวทอง แก้วกิริยา บัวคลี่ชาวป่ าวาสนาพาชื่นชู - รับ - สมประสงค์เอย ต่างรักภักดีมอบฤดีซื่อตรง ถึงผัวเจ้าชู้แต่ใจสู้มั่นคง ผกูพนัลมุ่หลงงวยงงเวทมนตฤ์ทธิ์ จนบ้างให้ก าเนิดเกิดลูกสายสวาท บ้างไม่เคลื่อนคลาดอิงแอบแนบสนิท - รับ - - ร้องเพลงแม่ศรี - ห้านารีเอย ห้านารีศรีวิไล ผุดผาดบาดใจ งามละไมพักตรา ขนงเนตรเกศโอษฐ์ปราง เทพทรงสร้างสรรค์มา เป็นนางในอยุธยา ได้ภัสดาขุนแผนเอย - รับ - แม่คุณเอย แม่คุณกุลสตรี สัตย์ซื่อต่อสามี ยากเหลือที่จะนอกใจ ทั้งรู้เขามากรัก สุดจะหักอาลัย ซ่อนขื่นขมภายใน ท าสดใสภายนอกเอย - รับ - - ปี่พาทย์ท าเพลงเร็วสาวสุดสวย - ลา -
การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยประพันธ์บท ขับร้องและประดิษฐ์ท่าร า และนายไชยยะ ทางมีศรี บรรจุเพลง โดยเป็นการร าฉุยฉายของ สมิงพระรามที่บรรยายถึงบุคลิกลักษณะนิสัยของตัวละครที่มีความเป็นชายชาตินักรบ ซึ่งเป็น ตัวละครที่ปรากฏในการแสดงละครพันทางเรื่องราชาธิราช โดยกล่าวถึงสมิงพระรามทหาร มอญแห่งกรุงหงสาวดี ผู้มีความองอาจเข้มแข็งทั้งมีฝีมือในการรบเป็นเยี่ยม แต่พลาดพลั้งพ่าย ศึกสงครามกับกรุงอังวะจึงเป็นเหตุให้สมิงพระรามถูกมังรายกะยอชวาจับตัวไปยังกรุงอังวะใน ฐานะเชลย ในเวลาต่อมาสมิงพระรามได้อาสารบด้วยเพลงทวนกับกามนีทหารจีนจนได้รับชัย ชนะ ท าให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นอุปราช และอภิเษกกับพระราชธิดาแห่งกรุงอังวะ
- ปี่พาทย์ท าเพลงกระต่ายคู่ - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย สมิงพระรามงามล ้าเลิศชาย ทหารหงสาแม้ชีวายอมวาย มอบใจกายเพื่อถวายองค์ราชา เมื่อเป็นเชลยอังวะยังรับปะทะสู้ศึก เกรงกามนีฮึกล่วงลึกถึงพารา - รับ - องอาจเอย ภิเษกธิดาพม่าได้เป็นมหาอุปราช ถูกเรียกไอ้เชลยดั่งเหยาะเย้ยฟันฟาด จ าต้องนิราศตัดสวาทเมียรัก กลับเมืองรามัญไม่ผินผันไยดี ขออยู่ใกล้ฝ่าธุลีบาทบงสุ์พระทรงศกัดิ์ - รับ - - ร้องเพลงแม่ศรี - แม่ศรีเอย แม่ศรีทหารเก่ง ฝีมือน่ากลัวเกรง ต้องย าเยงในราญรอน ขนพองสยองแสยง ใครกล้าแข่งต้องม้วยมรณ์ ประดุจเทพทินกร แผ่ร้อนเผาผลาญเอย - รับ - เขยพม่าเอย เขยพม่าสมิงพระราม เลื่องชื่อลือนาม มิครั่นคร้ามรณรงค์ เมินข้าสองเจ้า จิตนั้นเฝ้าซื่อตรง ทูนเทิดธ ารง องค์ราชาธิราชเอย - รับ - - ปี่พาทย์ท าเพลงเร็วกระต่ายคู่ -
การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยประพันธ์บท ขับร้องและประดิษฐ์ท่าร า และนายไชยยะ ทางมีศรี บรรจุเพลง เนื้อหาของบทร้องนั้นกล่าวถึง ประวัติ บุคลิก ลักษณะ และความสามารถของสมิงนครอินทร์ทหารเอกของพระเจ้ากรุงสาวดี ที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต และมีความจงรักภักดี
- ปี่พาทย์ท าเพลงรัวมอญ - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย มะสะลุมหนุ่มมอญยามราญรอนชื่อก าจาย เข้มแข็งแกร่งกร้าวห้าวหาญชาญชาย ซื่อสัตย์เหลือหลายยอมถวายชีวา ให้องค์ราชาธิราชกษัตริย์ชาติรามัญ ไม่เหไม่หันยึดมั่นสัจจา - รับเพลงหงส์ร่อน - ยอดชายชาตรีเอย กล้าศึกสงครามไม่เคยคร้ามไพรี ได้ยศนครอินทร์แสนถวิลยินดี ทั้งเกษราสาวศรีธานีตึกคล้าครอง ลอบเข้าห้องบรรทมเจ้าพม่าชมว่าเก่ง ส่งสาส์นรีบเร่งขอดูตัวสมปอง - รับเพลงหงส์ร่อน - - ร้องเพลงแม่ศรี - แม่ศรีเอย แม่ศรีนักรบ ฝีมือเจ้าเจนจบ งามครบคุณธรรม จึงถูกไอ้มังราย จับตัวหมายหนุนน า แต่ใจเจ้ากรรม ไม่ถล าภักดีเอย - รับเพลงมอญท่าอิฐ - นครอินทร์เอย นครอินทร์ปิ่นทหาร ใจเด็ดเหลือประมาณ กลั้นลมปราณมรณา ดว้ยรกัชาติศกัดิ์ศรี รามัญบุรีกษัตรา มิยอมอยู่ใต้บาทา ไอ้กะยอฉะวาพม่าเอย - รับเพลงมอญท่าอิฐ - - ปี่พาทย์ท าเพลงเสมอมอญ -
เป็นการแสดงสร้างสรรค์ชุดหนึ่งในรูปแบบการร าเดี่ยว ด้วยเพลงฉุยฉาย และแม่ศรี โดยนางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่าร าและประพันธ์บทร้อง ซึ่งมุ่งหมายให้เห็น ประวัติความเป็นมาของตัวพระเจ้าราชาธิราช กษัตริย์องค์หนึ่งของเมืองหงสาวดีหรือเมือง รามัญ ตั้งแต่เยาว์วัยที่ได้ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ จนถึงได้เป็นพระเจ้าราชาธิราช โดยมีนาย ไชยยะ ทางมีศรี เป็นผู้บรรจุท่วงท านองส าเนียงเพลงไว้ในตอนต้น ตอนรับ และตอนท้าย เพื่อให้สอดคล้องกับเชื้อชาติของตัวละคร และให้การแสดงเป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
- ปี่พาทย์ท าเพลงมอญพวน 3- - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย องค์ราชาธิราชเก่งฉกาจเลิศชาย ช้างเผือกอู่ผู้บิดา ศิริมายาแม่เกิดกาย รอยจักรมีที่ลิ้นหมายชื่อบรรยายแต่วัยเยาว์ ว่ามังสุระมณีจักรวิไลลักษณ์รูปงาม ครั้นเติบใหญ่ได้นามพระยาน้อยเมาะตะมะเจ้า - รับเพลงมอญพวน 1- สุขชีวาเอย ครองคู่ตะละแม่ท้าว เคียงลาวแก่นท้าวลูกยา แต่เกิดวิบากกรรมสาดซ ้าตามหา จ าพรากจากสองรามุ่งมาตะเกิงบุรี ได้นางเม้ยมะนิกระเริงระริกร่วมห้อง เมียลูกสุดหม่นหมองเป็นเหตุต้องปองชีวี - รับเพลงมอญพวน 2- - ร้องเพลงแม่ศรี - แสนวิโยคเอย แสนวิโยคโศกเศร้า ยินลูกลาวแก่นท้าว กล่าวสัจวาจา ขอพระมุเตาบันดาล เมื่อพ่อสังหารข้า กลับเกิดในครรภ์มารดา เจ้าอังวะพม่าเอย - รับเพลงมอญพวน 3 - กษัตราเอย กษัตราราชาธิราช หวังแก้พยาบาท มาดผลอานิสงส์ ให้พระมุเตาอารักขา หงสาอย่าพ่ายลง ก าชัยยืนยง สู่พงศ์รามัญเอย - รับเพลงมอญพวน 3 - - ปี่พาทย์ท าเพลงเสมอมอญ -
การแสดงสร้างสรรค์ชุดหนึ่ง ที่นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ได้คิดขึ้นพร้อมทั้งประพันธ์ บทขับร้อง อันมีนายสมชาย ทับพร บรรจุเพลง และนายสมชาย อยู่เกิด ประดิษฐ์ท่าร า โดย เนื้อหานั้น มุ่งให้ทราบถึงเรื่องราว บทบาท บุคลิกลักษณะ ความเป็นมา ตลอดถึงอุปนิสัยของ “สอพินยา” ตัวละครเอกตัวหนึ่งในเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ของครูยาขอบ ซึ่งนายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติน ามาถอดความเป็นกลอนบทละคร
- ปี่พาทย์ท าเพลงต้นย ่าเที่ยง - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย สอพินยาอุปราชเกรี้ยวกราดเหลือหลาย อยู่หงสาวดีสการะวุฒพีเป็นพี่ชาย ไขลูครูเคียงกายมั่นหมายกระหายสงคราม เมาะตะมะ ตองอู แปรดูเป็นปรปักษ์ มุ่งมาห ้าหักไม่ไว้พักตร์เกรงขาม - รับเพลงต้นย ่าเที่ยง - ยวนยีเอย นิสัยพาโลขี้โมโหชวนตี หวังชนะจะเด็ดหากลเม็ดป้ายสี กุสุมาเทวีทั้งนันทวดีก็เกี้ยวพาน สุดท้ายกลับพ่ายพังแพ้ทั้งรักรบ ชีวิตไร้สุขสงบต้องประสบแต่ร้าวฉาน - รับเพลงต้นย ่าเที่ยง - - ร้องเพลงแม่ศรี - แม่ศรีเอย แม่ศรีอุปราช แสนทะนงองอาจ แต่เขลาขลาดปัญญา เชื่อครูไขลูยุ โหมประทุโกรธา เพิ่มแค้นริษยา ทั้งมังตรา จะเด็ดเอย - รับเพลงฌอต้น - สอพินยาเอย สอพินยาบ้าเบ่ง พอสิ้นไขลูครูเก่ง ก็กลัวเกรงหลบหนี สการะวุฒก็มาตาย ให้กระวนกระวายฤดี หมดที่พึ่งชีวี โอ้ครานี้แทบคลั่งเอย - รับเพลงฌอต้น - - ปี่พาทย์ท าเพลงเสมอมอญ -
เป็นการแสดงสร้างสรรค์ชุดหนึ่งในรูปแบบการร าเดี่ยว ด้วยเพลงฉุยฉายและแม่ศรี โดยมีนายไชยยะ ทางมีศรี เป็นผู้บรรจุท่วงท านองเพลงไว้ในตอนต้น ตอนรับ และตอนท้าย เพื่อให้สอดคล้องกับบุคลิกลักษณะของตัวละคร กับทั้งให้การแสดงเป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น และ นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่าร าและประพันธ์บทขับร้อง ซึ่งเนื้อหานั้นมุ่งหมาย ให้เห็นประวัติความเป็นมาของตัวพระลอ กษัตริย์เมืองแมนสรวงผู้เป็นชายชาตรีมากด้วย บุญญาบารมี กับทั้งมีรูปโฉมงดงาม อันเป็นเหตุให้พระเพื่อน พระแพง สองพระราชธิดาเมือง สรอง เกิดความเสน่หา หมายจะได้พระลอมาเป็นคู่ครองเฉกเช่นพระลอ เมื่อครั้งได้ยินขับซอ ยอโฉมพระราชธิดาทั้งสองก็เกิดความพิศวาส ถึงกับพยายามบุกบั่นดั้นด้นมากับนายแก้ว นาย ขวัญ พี่เลี้ยงจนมาถึงเมืองสรอง ซึ่งพระลอ พระเพื่อน พระแพง ทั้งสามกษัตริย์ก็ได้สม ปรารถนาในที่สุด
- ปี่พาทย์ท าเพลงรัวอิสาน - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย ขุนลอพริ้งเพริศแสนบรรเจิดเลิศชาย ครองแมนสรวงพาราบุญเหลือมารดาเคียงกาย ลักษณาวดีเมียหมายมิเว้นวายคลายภิรมย์ ยินขับซอยอเพื่อนแพงบุตรีแห่งเมืองสรอง เกิดคลุ้มคลั่งนางน้องหวังร่วมห้องสุขสม - รับเพลงนกน้อย - ห้าวหาญเอย ต้องเสี่ยงน ้าข้ามกาหลงตามไก่ม่งดงพนานต์ โรยรื่นสาวศรีน าจรลีเข้าอุทยาน สู่ต าหนักสถานพบพานสองอนงค์ พิษรักปักอุราเสน่หาพิศวาส แนบนิทราร่วมอาสน์สามราชสมประสงค์ - รับเพลงนกน้อย - - ร้องเพลงแม่ศรี - แม่ศรีเอย แม่ศรีแมนสรวง งามยิ่งเทพทั้งปวง โชติช่วงพระบุญญา เกียรติเกริกเกรียงไกร ยศใหญ่ก้องฟ้า ครองคุ้มพสุธา ทั่วหล้าแซ่ซ้องเอย - รับเพลงล าปาว - นักรักเอย นักรักนักรบ ศึกไหนก็เจนจบ ยอมสยบพระภูมี ยอดบุรุษสุดเก่งกาจ องอาจดั่งราชสีห์ เหนือกว่าชายชาตรี หนึ่งเดียวนี้ขุนลอเอย - รับเพลงล าปาว - - ปี่พาทย์ท าเพลงลาวเลียบค่าย -
การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นายกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ได้คิดและประพันธ์บทขับร้อง โดยมีนางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ประดิษฐ์ท่าร า และนายไชยยะ ทางมีศรี ประพันธ์ท านองดนตรี มีแนวคิดมาจากละครพันทางเรื่องพระลอ ตอนพิษเสน่หาแรงอาฆาต ที่กรมศิลปากรจัดแสดง มีแนวคิดที่จะท าการแสดงเกี่ยวกับพระลอ พระเพื่อน พระแพง จึงได้ศึกษาเอกสารการร า ฉุยฉาย อันมีทั้งร าเดี่ยว และร าหลายคน แต่การร าแบบสามคนทั้งพระเอกและนางเอกของ เรื่องยังไม่มี จึงใช้ตัวละครทั้งสามมาเป็นจุดประสงค์ในการแต่งค าร้องฉุยฉายและแม่ศรี อัน เกี่ยวโยงกับท่าร าที่จะต้องสัมพันธ์ทั้งลีลาการร าของตัวพระ ตัวนาง ตามแบบศิลปะของละคร พันทาง
- ปี่พาทย์ท าเพลงลาว (ไม่ทราบชื่อ) - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย สามองค์พงศ์กษัตริย์จอมรัฐราชา พระเอยพระลองามฟ้อโสภา ดังอัมรินทราหยาดฟ้ามาดิน สวยเอยสวยสองเพื่อนแพงทองน้องพี่ เสน่ห์เย้ายวนยีให้ฤดีถวิล - รับ - เทพจ าแลงเอย ศรรักสลักแผลงเหมือนจะแกล้งกวนชาย ยิ้มนิดสรวลหน่อยชมดชม้อยเอียงอาย เพื่อนขวาแพงซ้ายให้ระริกระรื่น พระลอเข้าชิดดวงจิตโสมนัส กางกอดกระหวัดด้วยพระหัตถ์ชุ่มชื้น - รับ - - ร้องเพลงแม่ศรี - ขัตติยะเอย ขัตติยะราชา พระลอเลิศฟ้า ปิ่นมหาแมนสรวง สองนางทรามวัย ต่างมอบใจสองดวง พระปิ่นเท่าเจ้าสรวง งามยิ่งปวงเทพเอย - รับ - ขัตติยะเอย ขัตติยะนารี สาวสวยสองศรี ปิ่นธานีเมืองสรอง บุญเพรงน าพา จึงได้มาร่วมห้อง สมใจใฝ่ปอง สามรูปทองพระเอย - รับ - - ปี่พาทย์ท าเพลงลาว (ไม่ทราบชื่อ) -
การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ได้คิดขึ้นพร้อมทั้งประพันธ์บท ขับร้องและประดิษฐ์ท่าร า โดยมีนายสมชาย ทับพร บรรจุเพลง เนื้อหานั้นมุ่งให้ทราบเรื่องราว บทบาทของตัว “นางล าหับ” ตัวนางเอกในเรื่องเงาะป่ า บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสังเขป กล่าวคือ นางล าหับนั้นเป็นเงาะสาวแสนสวยในหมู่บ้าน จึงมีเงาะหนุ่มเฝ้าหลงรัก โดยเฉพาะซมพลากับฮเนา แต่ล าหับนั้นมีใจให้กับซมพลา ในขณะที่ พ่อแม่ ได้จับหมั้นหมายไว้กับฮเนาซึ่งมาสู่ขอ จึงเกิดเป็นรักสามเส้าขึ้น ครั้นถึงวันก าหนดวิวาห์ ซมพลาจึงแอบลักพาล าหับหนี ทั้งสองจึงจ าต้องอาศัยเถื่อนถ ้าอยู่ครองรักกันอย่างมีความสุข
- ปี่พาทย์ท าเพลงฉุยฉาย - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย เงาะป่ าสาวสวยเจ้านาดนวยกรีดกราย นุ่งห่มสดสีผ่องฉวีพรรณราย มะกล ่ามากมายประดับกายงามเด่น ผมหยิกราวดัดเสียบทัดดอกชบา ต่างหูห้อยระย้ายวนตามิใช่เล่น - รับ - ข าคมเอย รูปทรงวงพักตร์ดูน่ารักน่าชม เอวอ่อนอ้อนแอ้นแขนแมนกลึงกลม ดั่งหงส์ร่อนลมชายนิยมมากมี ปักใจซมพลาพ่อแม่มาจองฮเนา เกิดรักสามเส้ารุมเร้าชีวี - รับ - - ร้องเพลงแม่ศรี - แม่ศรีเอย แม่ศรีล าหับ สุดแสนอาภัพ จ ารับสยุมพร มิรู้ผันผลัก รักให้ถ่ายถอน ซมพลาอุ้มจร หนีซ่อนฮเนาเอย - รับ - สมจิตเอย สมจิตสาวเงาะ ได้เถื่อนถ ้าจ าเพาะ เหมาะสองครองเคียง อยู่ชั่วชีวัน สุขสัมพันธ์ร่วมเรียง รักล้อมพร้อมเพรียง ไม่เลี่ยงหลีกเอย - รับ - - ปี่พาทย์ท าเพลงเร็ว - ลา -
การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ได้สร้างสรรค์ขึ้น โดยประพันธ์บท ขับร้องและประดิษฐ์ท่าร า และนายไชยยะ ทางมีศรี บรรจุเพลง เนื้อหานั้นมุ่งให้ทราบเรื่องราว ของตัว “นางนาค” จากการที่ได้รับฟังนายสุดจิตต์ วงษ์เทศ เล่าเรื่องของพระทอง นางนาค อัน เป็นนิทานที่กล่าวถึงการเกิดกัมพูชา กับความเชื่อเรื่องการแต่งงานของชาวเขมร ความว่า “พระทอง” เป็นราชบุตรของพระเจ้าอาทิตยวงษ์ กษัตริย์ครองกรุงอินทปรัตบุรีศรีมหานคร วันหนึ่งทรงเสด็จประพาสเนินโคกหมัน แต่น ้าเกิดท่วมไม่สามารถกลับที่ประทับได้ ท าให้ได้พบ กับนางทาวดีกุมารี ราชบุตรีของพญานาค ทั้งสองได้ทราบประวัติของกันและกัน พระทองมีจิต ผูกพันรักใคร่นางนาค จึงจัดพระราชบรรณาการส่งไปสู่ขอนางนาคเป็นคู่ครอง เมื่อพญานาค ทราบว่าพระทองเป็นลูกกษัตริย์ก็ยินดียกนางนาคให้พรอ้มทั้งสา แดงฤทธิ์สูบนา ้บริเวณ โคกหมันออกจนหมด แล้วเนรมิตเมืองขึ้นใหม่ให้ชื่อว่า "กัมพูชา" อยู่มาวันหนึ่งพระทอง ประสงค์จะใคร่เห็นเมืองบาดาล จึงขอร้องให้นางนาคพาลงไป นางนาคให้พระทองเกาะผ้าสไบ ของตนลงไปจนถึงเมืองบาดาล เรื่องราวตรงนี้จึงกลายเป็นที่มาของประเพณีในพิธีแต่งงานของ ชาวเขมร คือ เจ้าบ่าวต้องเกาะชายสไบของเจ้าสาว เพื่อเดินเข้าสู่เรือนหอ ซึ่งเปรียบเสมือนกับ พระทองจับสไบนางนาค เพื่อไปยังเมืองบาดาล และยังเป็นที่มาของค าว่า เจ้าบ่าว อันหมายถึง ผู้รับใช้ จากนั้นนางนาคให้ก าเนิดบุตรและถูกเรียกขานว่าแม่ นับแต่นั้นมานิทาน “พระทองนางนาค” ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า “นาค” เป็นผู้สร้างบ้านแปลงเมืองให้มั่นคง ทั้งนี้ก็ด้วยแรงเสน่หา ของพระทองกับนางนาคที่ถือเป็นต้นตระกูลชาวเขมร จนเกิดเป็นประเพณีที่เจ้าสาวต้องจีบ หมากพลูค าหนึ่งใส่มือเจ้าบ่าว รวมทั้งประเพณีที่เจ้าบ่าวต้องเกาะชายสไบเจ้าสาวตอนส่งตัว เข้าห้องหอ และเกิดเป็นบทเพลงพระทอง-นางนาค ตราบจนปัจจุบัน ที่ยังยืนยันถึงความ ยิ่งใหญ่ของคติความเชื่อเรื่องนาคในดินแดนอุษาคเนย์ ดังนี้ เจ้าเอยนางนาค เจ้าคิดแต่เท่านั้น แล้ว เจ้าปักปิ่นแก้ว แล้วเจ้ามาแซมดอกไม้ไหว จ าปาสองหูห้อย สร้อยสังวาลแลมาลัย ชมพูผ้า สไบเจ้าห้อยสองบ่าสง่างาม
- ปี่พาทย์ท าเพลงโอ้โลมนางนาค - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย นางนาคเจ้าโฉมเฉลากรีดกราย แปลงเป็นมนุษย์แสนสุดเพริดพราย นุ่งห่มสองชายสไบชมพู สร้อยสังวาลมาลัยดอกไม้ไหวรับหน้า ปิ่นแก้วปักเกศาห้อยจ าปาสองหู - รับท านองเปลี่ยน 1(เพลงฉุยฉาย) - คมข าเอย งามพักตร์เลิศล ้าเช้าค ่านวลใย ทรวดทรงองค์อ่อนอรชรไฉไล แย้มยิ้มยวนใจชวนให้ชายชิด มองเห็นพระทองนวลละอองปองสวาท เฝ้าหมายมาดผูกมัดด้วยดัดจริต - รับท านองเปลี่ยน 2(เพลงฉุยฉาย) - - ร้องเพลงแม่ศรี - แม่ศรีเอย แม่ศรีนางนาค ไม่เคยทุกข์ล าบาก อยู่ถ ้านาคใต้วาริน ขึ้นมาเหนือน ้า แลอร่ามงามสิ้น ชื่นอารมณ์สมดั่งจินต์ สุขชีวินยิ่งเอย - รับท านองเปลี่ยน 1(เพลงแม่ศรี) - ชาติพันธุ์เอย ชาติพันธุ์อุษาคเนย์ แสนยิ่งใหญ่ไม่หันเห สืบเสน่ห์นางนาคา ได้พระทองครองคู่ เจ้าบ่าวพธูโสภา ดึกด าบรรพ์แต่นั้นมา ชนเรียกว่า แม่ เอย - รับท านองเปลี่ยน 2(เพลงแม่ศรี) - - ปี่พาทย์ท าเพลงเร็ว - ลา -
การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นายเสรี หวังในธรรม ออกแบบและแต่งค าร้องขึ้น แล้ว มอบให้นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่าร าและร า ในการแสดงละครพื้นบ้านเรื่อง ตาม่องล่าย ต านานแห่งเขาตาม่องล่าย หาดยายร าพึง และเกาะนมสาว ในจังหวัดเพชรบุรี โดยเนื้อหานั้นบรรยายถึงความงามของยมโดยสาวชาวบ้านลูกตาม่องล่ายกับยายร าพึง ซึ่ง เป็นที่กล่าวขานเลื่องลือ ไปไกล จนท าให้เจ้าลายแห่งเมืองพริบพลี และเจ้ากรุงจีน ต้องดั้นด้น เดินทางมาตามหานางจนพบ แต่นางกลับกลายเป็นตัวปัญหา ด้วยตาม่องล่ายผู้พ่อออกปาก ยกนางให้ฝ่ ายเจ้ากรุงจีน ส่วนยายร าพึงผู้แม่ก็รับปากกับเจ้าลายว่าจะยกนางให้เป็นคู่ครอง เมื่อนางต้องเลือก นางจึงไม่สามารถตัดสินใจได้ ด้วยรักทั้งพ่อและแม่ ในที่สุดตาม่องล่ายจึง ตัดสินใจฉีกร่างนางแบ่งครึ่งให้ทั้ง 2 ฝ่าย แล้วตัวเองกับยายร าพึงก็ยอมกระโดดเขาตาย เพื่อมิ ให้เสียสัจจะ
- ปี่พาทย์ท าเพลงรัว - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย เพราะงามทรามชมดั่งลมโชย ดั่งกลิ่นล าดวนชวนชายโหย ตามกอบตามโกยไม่โรยร่วง เพียงยินดั่งยลทุกกมลดลกระหาย กระวนกระวายหมายชิงช่วง - รับ - งามนักเอย ทุกชายหมายรักมิพักเห็นตัว ยินชื่อลือลั่นมุ่งพันพัว ทั้งยวนทั้งยั่วให้มัวเมา อยากเห็นพิมพ์พักตร์สมัครสมาน เล่ห์ลวงดวงมานบันดาลเร่งเร้า - รับ - - ร้องเพลงแม่ศรี - แม่ศรีเอย แม่ศรียมโดย เจ้ากอบเจ้าโกย โชยงามชื่นงาม ขึ้นชื่อลือตัว ทั่วเขตทั่วคาม ชวนชิดติดตาม นามเจ้ายมโดยเอย - รับ - แม่ศรีเอย แม่ศรีชายชล ชายทั่วมณฑล เคลิ้มกมลรักใคร่ ผูกจิตติดตาม ร้องถามร้องไถ่ หลงงามตามไต่ มาใกล้ยมโดยเอย - รับ - - ปี่พาทย์ท าเพลงเร็ว -
ลิเก นับเป็นการแสดงอย่างหนึ่ง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรูปแบบการแสดง เครื่อง แต่งกาย เพลงร้อง ท่วงท านองดนตรี ท่าร่ายร า และตัวแสดง จึงท าให้เป็นที่นิยมและรู้จักกัน อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะตัวพระเอก ดังนั้นนางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ จึงได้ประพันธ์บทขับ ร้องร าฉุยฉายพระเอกลิเกขึ้น อันมีเนื้อหาบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ดังกล่าวผ่านตัวพระเอก โดยมี นายสมชาย ทบัพร เป็นผูบ้รรจุเพลงและนายปกรณ์พรพิสทุธิ์เป็นผูป้ระดิษฐ์ท่ารา และรา ใน รายการดนตรีไทยไร้รสหรือ ปี 2550 ครั้งที่ 9 เป็นครั้งแรก
- ปี่พาทย์ท าเพลงมยุราเหิร - - ร้องเพลงฉุยฉาย - สวยสอางค์เอย ช าเลืองเยื้องย่างแบบอย่างทางลิเก ทั้งร้องทั้งร าคมข าท าเก๋ ราชนิเกลิงเริงเสน่ห์แสนเท่ห์เมื่อยลยิน แต่งองค์ทรงเครื่องงามประเทืองด้วยเพชร ขนนกปกเกศดูวิเศษโสภิณ - รับ - น่าชมเอย ลีลาสง่าสมชวนนิยมคารมร้อง กรุ้มกริ่มยิ้มหวานสอดประสานใจปอง ตรึงตาครามองตะลึงจ้องต้องจังงัง ผิวพรรณผาดผุดดูประดุจเทพนิมิต หลงใหลได้ชิดปักจิตติดมนต์ขลัง - รับ - - ร้องเพลงแม่ศรี - แม่ศรีเอย แม่ศรีพระเอกลิเก ร้องร าท าท่าเก๋ สมคะเนหนักหนา ให้แม่แม่เพลิดเพลิน เคลิบเคลิ้มอุรา ช่วยปรบมือดังมา พาเกษมปลื้มเปรมเอย - รับ - มอบหทัยเอย ปกรณ์ให้ไมตรี อภิวันท์อัญชุลี แด่ท่านที่มีน ้าใจ ขอพรบันดาลดล เกิดกมลมงคลชัย ได้รีบคลาไคล มาให้รางวัลเอย - รับ - - ปี่พาทย์ท าเพลงเสมอพม่า -
การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นายกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ได้คิดและประพันธ์บทขับร้อง โดยมีนางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ และนายปกรณ์พรพิสทุธิ์ประดิษฐ์ท่าร า โดยให้มีผู้แสดงชาย และหญิงออกมาร่ายร าตามบทร้องที่กล่าวถึงความงามของเครื่องกายลิเกทรงเครื่อง ท่วงท่า ลีลาการร่ายร า ตลอดจนที่มาของการแสดงลิเก จัดแสดงครั้งแรก ณ เวทีป้อมมหากาฬผ่านฟ้า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
- ปี่พาทย์ท าเพลงพวงมาลัย - - ร้องเพลงฉุยฉาย - ฉุยฉายเอย สององค์ทรงเครื่องอร่ามเรืองพรายพรรณ ทั้งพระทั้งนางย่างเยื้องจรจรัล ดวงจิตหฤหรรษ์เกี้ยวพาราศี พระเอกคลอเคล้านางเจ้าอายเอียง ชม้ายมองเมียงท าเลี่ยงหลีกหนี - รับ - สวยสมเอย ใครเห็นใครชมสมพักตร์หนักหนา เชิญชวนมวลมิตรแนบสนิทวิญญาณ์ ดูร างามสง่าทีท่าอ่อนหวาน ละมุนละม่อมพริ้งพร้อมเย้ายวน ถูกอารมณ์สมส่วนทุกกระบวนสอดประสาน - รับ - - ร้องเพลงแม่ศรี - น้อมกตัญเอย น้อมกตัญอัญชุลี ท่านพระยาเพชรปราณี ผู้ค้นคิดประดิษฐ์ท า เคยชมแต่เก่าก่อน ทั้งละครฟ้อนร า เป็นลิเกนาฏกรรม อันเลอล ้าเลิศเอย - รับ - นาฏยะเอย นาฏยศิลปิน จรรโรงศาสตร์นาฏศิลป์ ให้ระบิลระบือไกล เชิญทุกสิ่งมิ่งมงคล บันดาลผลผ่องใส พูนสุขพ้นทุกข์ภัย ทั้งหญิงชายทั่วกันเอย - รับ - - ปี่พาทย์ท าเพลงเร็ว - ลา -
การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นายกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ได้คิดและประพันธ์บทขับร้อง โดยมีนางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ และนายปกรณ์พรพิสทุธิ์ประดิษฐ์ท่าร า โดยให้มีผู้แสดงชาย และหญิงออกมาร่ายร าตามบทร้องที่กล่าวถึงการน้อมร าลึก และเชิดชูเกียรติคุณของครู หอมหวล นาคศิริ ผู้มีคุณูปการของต่อวงการลิเก การแต่งกายมี2 รูปแบบ คือ แต่งกายตาม รูปแบบลิเกทรงเครื่อง หรือแต่งกายตามรูปแบบลิเกลูกบท