The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือ การขอได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลเพื่อการศาสนาตามมาตรา ๘๔ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sukit Taksavanit, 2024-02-13 08:01:29

คู่มือ การขอได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลเพื่อการศาสนาตามมาตรา ๘๔ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

คู่มือ การขอได้มาซึ่งที่ดินของนิติบุคคลเพื่อการศาสนาตามมาตรา ๘๔ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

Keywords: มาตรา ๘๔

92 - ๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ มำตรำ ๑๕ ตรี๑๔ มหำเถรสมำคมมีอ ำนำจหน้ำที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงำม (๒) ปกครองและก ำหนดกำรบรรพชำสำมเณร (๓) ควบคุมและส่งเสริมกำรศำสนศึกษำ กำรศึกษำสงเครำะห์ กำรเผยแผ่ กำร สำธำรณูปกำร และกำรสำธำรณสงเครำะห์ของคณะสงฆ์ (๔) รักษำหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศำสนำ (๕) ปฏิบัติหน้ำที่อื่น ๆ ตำมที่บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัตินี้หรือกฎหมำยอื่น เพื่อกำรนี้ ให้มหำเถรสมำคมมีอ ำนำจตรำกฎมหำเถรสมำคม ออกข้อบังคับ วำง ระเบียบ ออกค ำสั่ง มีมติหรือออกประกำศ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมำยและพระธรรมวินัยใช้บังคับ ได้ และจะมอบให้พระภิกษุรูปใดหรือคณะกรรมกำรหรือคณะอนุกรรมกำรตำมมำตรำ ๑๙ เป็นผู้ใช้ อ ำนำจหน้ำที่ตำมวรรคหนึ่งก็ได้ มำตรำ ๑๕ จัตวำ๑๕ เพื่อรักษำหลักพระธรรมวินัยและเพื่อควำมเรียบร้อยดีงำมของ คณะสงฆ์ มหำเถรสมำคมจะตรำกฎมหำเถรสมำคม เพื่อก ำหนดโทษหรือวิธีลงโทษทำงกำรปกครอง ส ำหรับพระภิกษุและสำมเณรที่ประพฤติให้เกิดควำมเสียหำยแก่พระศำสนำและกำรปกครองของคณะ สงฆ์ก็ได้ พระภิกษุและสำมเณรที่ได้รับโทษตำมวรรคหนึ่ง ถึงขั้นให้สละสมณเพศต้องสึก ภำยในสำมวันนับแต่วันทรำบค ำสั่งลงโทษ มำตรำ ๑๖๑๖ ในกรณีที่ประธำนกรรมกำรมหำเถรสมำคมไม่อำจมำประชุมหรือไม่ อยู่ในที่ประชุมมหำเถรสมำคม และมิได้มอบหมำยให้สมเด็จพระรำชำคณะรูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้ำที่ แทน ให้สมเด็จพระรำชำคณะผู้มีอำวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ซึ่งอยู่ในที่ประชุมเป็นผู้ปฏิบัติหน้ำที่แทน มำตรำ ๑๗ กำรประชุมมหำเถรสมำคมต้องมีกรรมกำรโดยต ำแหน่งและกรรมกำร โดยกำรแต่งตั้งรวมกันมำประชุมไม่น้อยกว่ำกึ่งหนึ่งของกรรมกำรทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม ระเบียบกำรประชุมมหำเถรสมำคมให้เป็นไปตำมกฎมหำเถรสมำคม มำตรำ ๑๘๑๗ ในกรณีที่ยังไม่มีกำรแต่งตั้งกรรมกำรมหำเถรสมำคมแทนต ำแหน่งที่ ว่ำงตำมมำตรำ ๑๕ วรรคสอง ให้ถือว่ำมหำเถรสมำคมมีกรรมกำรเท่ำจ ำนวนที่เหลืออยู่ในขณะนั้น มำตรำ ๑๙๑๘ สมเด็จพระสังฆรำชทรงแต่งตั้งคณะกรรมกำร หรือคณะอนุกรรมกำร ฝ่ำยต่ำง ๆ ตำมมติมหำเถรสมำคม ประกอบด้วยพระภิกษุหรือบุคคลอื่นจ ำนวนหนึ่ง มีหน้ำที่พิจำรณำ ๑๔ มำตรำ ๑๕ ตรี เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๑๕ มำตรำ ๑๕ จัตวำ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๑๖ มำตรำ ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๑๗ มำตรำ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๑๘ มำตรำ ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕


93 - ๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ กลั่นกรองเรื่องที่จะเสนอต่อมหำเถรสมำคมและปฏิบัติหน้ำที่อื่นตำมที่มหำเถรสมำคมมอบหมำย โดย ขึ้นตรงต่อมหำเถรสมำคม กำรจัดให้มีคณะกรรมกำรหรือคณะอนุกรรมกำรฝ่ำยต่ำง ๆ กำรแต่งตั้งกรรมกำร หรืออนุกรรมกำร กำรพ้นจำกต ำแหน่งของกรรมกำรหรืออนุกรรมกำร และระเบียบกำรประชุม ให้ เป็นไปตำมระเบียบมหำเถรสมำคม หมวด ๓ กำรปกครองคณะสงฆ์ มำตรำ ๒๐๑๙ คณะสงฆ์ต้องอยู่ภำยใต้กำรปกครองของมหำเถรสมำคม กำรจัดระเบียบกำรปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎมหำเถรสมำคม มำตรำ ๒๐/๑๒๐ เพื่อประโยชน์แก่กำรปกครองคณะสงฆ์ส่วนกลำงและส่วนภูมิภำค ให้มีเจ้ำคณะใหญ่ปฏิบัติหน้ำที่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ภำยใต้บังคับมำตรำ ๒๐/๒ กำรแต่งตั้งและกำรก ำหนดอ ำนำจหน้ำที่เจ้ำคณะใหญ่ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎมหำเถรสมำคม มำตรำ ๒๐/๒๒๑ กำรแต่งตั้งและถอดถอนเจ้ำคณะใหญ่และเจ้ำคณะภำค หำกมี พระรำชด ำริเป็นประกำรใด ให้ด ำเนินกำรไปตำมพระรำชด ำรินั้น ส ำหรับกำรแต่งตั้งและถอดถอนพระภิกษุผู้ด ำรงต ำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ต ำแหน่งอื่น ให้ด ำเนินกำรไปตำมพระรำชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะมีพระรำชด ำริเป็นประกำรอื่น มำตรำ ๒๑ กำรปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภำค ให้จัดแบ่งเขตปกครองดังนี้ (๑) ภำค (๒) จังหวัด (๓) อ ำเภอ (๔) ต ำบล จ ำนวนและเขตปกครองดังกล่ำวให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎมหำเถรสมำคม มำตรำ ๒๒ กำรปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภำค ให้มีพระภิกษุเป็นผู้ปกครองตำมชั้น ตำมล ำดับ ดังต่อไปนี้ (๑) เจ้ำคณะภำค (๒) เจ้ำคณะจังหวัด (๓) เจ้ำคณะอ ำเภอ ๑๙ มำตรำ ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๒๐ มำตรำ ๒๐/๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑๒๑ มำตรำ ๒๐/๒ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑


94 - ๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (๔) เจ้ำคณะต ำบล เมื่อมหำเถรสมำคมเห็นสมควรจะจัดให้มีรองเจ้ำคณะภำค รองเจ้ำคณะจังหวัดรอง เจ้ำคณะอ ำเภอ และรองเจ้ำคณะต ำบล เป็นผู้ช่วยเจ้ำคณะนั้น ๆ ก็ได้ มำตรำ ๒๓ กำรแต่งตั้ง ถอดถอนพระอุปัชฌำย์ เจ้ำอำวำส รองเจ้ำอำวำส ผู้ช่วยเจ้ำ อำวำส พระภิกษุอันเกี่ยวกับต ำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ต ำแหน่งอื่น ๆ และไวยำวัจกร ให้เป็นไปตำม หลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎมหำเถรสมำคม หมวด ๔ นิคหกรรมและกำรสละสมณเพศ มำตรำ ๒๔ พระภิกษุจะต้องรับนิคหกรรมก็ต่อเมื่อกระท ำกำรล่วงละเมิดพระธรรม วินัย และนิคหกรรมที่จะลงแก่พระภิกษุก็ต้องเป็นนิคหกรรมตำมพระธรรมวินัย มำตรำ ๒๕ ภำยใต้บังคับมำตรำ ๒๔ มหำเถรสมำคมมีอ ำนำจตรำกฎมหำเถร สมำคมก ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีกำรปฏิบัติ เพื่อให้กำรลงนิคหกรรมเป็นไปโดยถูกต้อง สะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม และให้ถือว่ำเป็นกำรชอบด้วยกฎหมำยที่มหำเถรสมำคมจะก ำหนดในกฎมหำ เถรสมำคมให้มหำเถรสมำคมหรือพระภิกษุผู้ปกครองสงฆ์ต ำแหน่งใดเป็นผู้มีอ ำนำจลงนิคหกรรมแก่ พระภิกษุผู้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย กับทั้งกำรก ำหนดให้กำรวินิจฉัยกำรลงนิคหกรรมให้เป็นอันยุติใน ชั้นใด ๆ นั้นด้วย มำตรำ ๒๖ พระภิกษุรูปใดล่วงละเมิดพระธรรมวินัยและได้มีค ำวินิจฉัยถึงที่สุดให้ ได้รับนิคหกรรมให้สึก ต้องสึกภำยในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลำที่ได้ทรำบค ำวินิจฉัยนั้น มำตรำ ๒๗๒๒ เมื่อพระภิกษุรูปใดต้องด้วยกรณีข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องค ำวินิจฉัยตำมมำตรำ ๒๕ ให้รับนิคหกรรมไม่ถึงให้สึก แต่ไม่ยอมรับ นิคหกรรมนั้น (๒) ประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอำจิณ (๓) ไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง (๔) ไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎมหำเถร สมำคม พระภิกษุผู้ต้องค ำวินิจฉัยให้สละสมณเพศตำมวรรคสอง ต้องสึกภำยในสำมวันนับแต่ วันที่ได้รับทรำบค ำวินิจฉัยนั้น ๒๒ มำตรำ ๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕


95 - ๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ มำตรำ ๒๘ พระภิกษุรูปใดต้องค ำพิพำกษำถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลำย ต้องสึก ภำยในสำมวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด มำตรำ ๒๙ พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหำว่ำกระท ำควำมผิดอำญำ เมื่อพนักงำน สอบสวนหรือพนักงำนอัยกำรไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วครำวและเจ้ำอำวำสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้น สังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงำนสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้ำอำวำสรับตัวไปควบคุม หรือ พระภิกษุรูปนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงำนสอบสวนมีอ ำนำจจัดด ำเนินกำรให้พระภิกษุรูป นั้นสละสมณเพศเสียได้ มำตรำ ๓๐ เมื่อจะต้องจ ำคุก กักขังหรือขังพระภิกษุรูปใดตำมค ำพิพำกษำหรือค ำสั่ง ของศำล ให้พนักงำนเจ้ำหน้ำที่ผู้มีอ ำนำจหน้ำที่ปฏิบัติกำรให้เป็นไปตำมค ำพิพำกษำหรือค ำสั่งของศำล มีอ ำนำจด ำเนินกำรให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รำยงำนให้ศำลทรำบถึงกำรสละ สมณเพศนั้น หมวด ๕ วัด มำตรำ ๓๑๒๓ วัดมีสองอย่ำง (๑) วัดที่ได้รับพระรำชทำนวิสุงคำมสีมำ (๒) ส ำนักสงฆ์ ให้วัดมีฐำนะเป็นนิติบุคคล เจ้ำอำวำสเป็นผู้แทนของวัดในกิจกำรทั่วไป มำตรำ ๓๒ กำรสร้ำง กำรตั้ง กำรรวม กำรย้ำย กำรยุบเลิกวัด และกำรขอรับ พระรำชทำนวิสุงคำมสีมำ ให้เป็นไปตำมวิธีกำรที่ก ำหนดในกฎกระทรวง ในกรณียุบเลิกวัด ทรัพย์สินของวัดที่ถูกยุบเลิกให้ตกเป็นศำสนสมบัติกลำง มำตรำ ๓๒ ทวิ๒๔ วัดใดเป็นวัดร้ำงที่ไม่มีพระภิกษุอยู่อำศัย ในระหว่ำงที่ยังไม่มีกำร ยุบเลิกวัด ให้ส ำนักงำนพระพุทธศำสนำแห่งชำติ*มีหน้ำที่ปกครองดูแลรักษำวัดนั้น รวมทั้งที่วัด ที่ธรณี สงฆ์และทรัพย์สินของวัดนั้นด้วย กำรยกวัดร้ำงขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จ ำพรรษำ ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำร ที่ก ำหนดในกฎกระทรวง มำตรำ ๓๓ ที่วัดและที่ซึ่งขึ้นต่อวัด มีดังนี้ (๑) ที่วัด คือที่ซึ่งตั้งวัดตลอดจนเขตของวัดนั้น ๒๓ มำตรำ ๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๒๔ มำตรำ ๓๒ ทวิ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕


96 - ๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (๒) ที่ธรณีสงฆ์ คือที่ซึ่งเป็นสมบัติของวัด (๓) ที่กัลปนำ คือที่ซึ่งมีผู้อุทิศแต่ผลประโยชน์ให้วัดหรือพระศำสนำ มำตรำ ๓๔๒๕ กำรโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศำสนสมบัติกลำง ให้ กระท ำได้ก็แต่โดยพระรำชบัญญัติ เว้นแต่เป็นกรณีตำมวรรคสอง กำรโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศำสนสมบัติกลำง ให้แก่ส่วนรำชกำร รัฐวิสำหกิจ หรือหน่วยงำนอื่นของรัฐ เมื่อมหำเถรสมำคมไม่ขัดข้องและได้รับค่ำผำติกรรมจำกส่วน รำชกำร รัฐวิสำหกิจ หรือหน่วยงำนนั้นแล้ว ให้กระท ำโดยพระรำชกฤษฎีกำ ห้ำมมิให้บุคคลใดยกอำยุควำมขึ้นต่อสู้กับวัดหรือส ำนักงำนพระพุทธศำสนำ แห่งชำติ* แล้วแต่กรณี ในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ หรือที่ศำสนสมบัติกลำง มำตรำ ๓๕๒๖ ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และที่ศำสนสมบัติกลำง เป็นทรัพย์สินซึ่งไม่อยู่ใน ควำมรับผิดแห่งกำรบังคับคดี มำตรำ ๓๖ วัดหนึ่งให้มีเจ้ำอำวำสรูปหนึ่ง และถ้ำเป็นกำรสมควรจะให้มีรองเจ้ำ อำวำสหรือผู้ช่วยเจ้ำอำวำสด้วยก็ได้ มำตรำ ๓๗ เจ้ำอำวำสมีหน้ำที่ ดังนี้ (๑) บ ำรุงรักษำวัด จัดกิจกำรและศำสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี (๒) ปกครองและสอดส่องให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ที่มีที่อยู่หรือพ ำนักอำศัยอยู่ในวัด นั้นปฏิบัติตำมพระธรรมวินัย กฎมหำเถรสมำคม ข้อบังคับ ระเบียบ หรือค ำสั่งของมหำเถรสมำคม (๓) เป็นธุระในกำรศึกษำอบรมและสั่งสอนพระธรรมวินัยแก่บรรพชิตและคฤหัสถ์ (๔) ให้ควำมสะดวกตำมสมควรในกำรบ ำเพ็ญกุศล มำตรำ ๓๘ เจ้ำอำวำสมีอ ำนำจ ดังนี้ (๑) ห้ำมบรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งมิได้รับอนุญำตของเจ้ำอำวำสเข้ำไปอยู่อำศัยในวัด (๒) สั่งให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งไม่อยู่ในโอวำทของเจ้ำอำวำสออกไปเสียจำกวัด (๓) สั่งให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ที่มีที่อยู่หรือพ ำนักอำศัยในวัด ท ำงำนภำยในวัด หรือ ให้ท ำทัณฑ์บนหรือให้ขอขมำโทษในเมื่อบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ในวัดนั้นประพฤติผิดค ำสั่งเจ้ำอำวำสซึ่ง ได้สั่งโดยชอบด้วยพระธรรมวินัย กฎมหำเถรสมำคม ข้อบังคับ ระเบียบหรือค ำสั่งของมหำเถรสมำคม มำตรำ ๓๙ ในกรณีที่ไม่มีเจ้ำอำวำสหรือเจ้ำอำวำสไม่อำจปฏิบัติหน้ำที่ได้ ให้แต่งตั้ง ผู้รักษำกำรแทนเจ้ำอำวำส ให้ผู้รักษำกำรแทนเจ้ำอำวำสมีอ ำนำจและหน้ำที่เช่นเดียวกับเจ้ำอำวำส กำรแต่งตั้งผู้รักษำกำรแทนเจ้ำอำวำส ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ก ำหนด ในกฎมหำเถรสมำคม ๒๕ มำตรำ ๓๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๒๖ มำตรำ ๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕


97 - ๑๐ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ หมวด ๖ ศำสนสมบัติ มำตรำ ๔๐ ศำสนสมบัติแบ่งออกเป็นสองประเภท (๑) ศำสนสมบัติกลำง ได้แก่ทรัพย์สินของพระศำสนำซึ่งมิใช่ของวัดใดวัดหนึ่ง (๒) ศำสนสมบัติของวัด ได้แก่ทรัพย์สินของวัดใดวัดหนึ่ง กำรดูแลรักษำและจัดกำรศำสนสมบัติกลำง ให้เป็นอ ำนำจหน้ำที่ของส ำนักงำน พระพุทธศำสนำแห่งชำติ* เพื่อกำรนี้ให้ถือว่ำส ำนักงำนพระพุทธศำสนำแห่งชำติ*เป็นเจ้ำของศำสน สมบัติกลำงนั้นด้วย กำรดูแลรักษำและจัดกำรศำสนสมบัติของวัด ให้เป็นไปตำมวิธีกำรที่ก ำหนดใน กฎกระทรวง มำตรำ ๔๑ ให้ส ำนักงำนพระพุทธศำสนำแห่งชำติ*จัดท ำงบประมำณประจ ำปี ของศำสนสมบัติกลำงด้วยควำมเห็นชอบของมหำเถรสมำคม และเมื่อได้ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ แล้วให้ใช้งบประมำณนั้นได้ หมวด ๗ บทก ำหนดโทษ มำตรำ ๔๒๒๗ ผู้ใดมิได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌำย์ หรือถูกถอดถอนจำกควำม เป็นพระอุปัชฌำย์ตำมมำตรำ ๒๓ แล้ว กระท ำกำรบรรพชำอุปสมบทแก่บุคคลอื่น ต้องระวำงโทษ จ ำคุกไม่เกินหนึ่งปี มำตรำ ๔๓๒๘ ผู้ใดฝ่ำฝืนมำตรำ ๑๕ จัตวำ วรรคสอง มำตรำ ๒๖ มำตรำ ๒๗ วรรค สำม หรือมำตรำ ๒๘ ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกินหนึ่งปี มำตรำ ๔๔๒๙ ผู้ใดพ้นจำกควำมเป็นพระภิกษุเพรำะต้องปำรำชิกมำแล้วไม่ว่ำจะมีค ำ วินิจฉัยตำมมำตรำ ๒๕ หรือไม่ก็ตำม แต่มำรับบรรพชำอุปสมบทใหม่โดยกล่ำวควำมเท็จหรือปิดบัง ควำมจริงต่อพระอุปัชฌำย์ ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกินหนึ่งปี มำตรำ ๔๔ ทวิ๓๐ ผู้ใดหมิ่นประมำท ดูหมิ่น หรือแสดงควำมอำฆำตมำดร้ำยสมเด็จ พระสังฆรำช ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ ๒๗ มำตรำ ๔๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๒๘ มำตรำ ๔๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๒๙ มำตรำ ๔๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๓๐ มำตรำ ๔๔ ทวิ เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕


98 - ๑๑ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ มำตรำ ๔๔ ตรี๓๑ ผู้ใดใส่ควำมคณะสงฆ์หรือคณะสงฆ์อื่นอันอำจก่อให้เกิดควำม เสื่อมเสียหรือควำมแตกแยก ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบำท หรือทั้ง จ ำทั้งปรับ หมวด ๘ เบ็ดเตล็ด มำตรำ ๔๕ ให้ถือว่ำพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ด ำรงต ำแหน่งในกำรปกครองคณะ สงฆ์และไวยำวัจกร เป็นเจ้ำพนักงำนตำมควำมในประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๔๖๓๒ กำรปกครองคณะสงฆ์อื่นให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ ก ำหนดในกฎกระทรวง ผู้รับสนองพระบรมรำชโองกำร จอมพล ส. ธนะรัชต์ นำยกรัฐมนตรี ๓๑ มำตรำ ๔๔ ตรี เพิ่มโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๓๒ มำตรำ ๔๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕


99 - ๑๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กำรจัดด ำเนินกิจกำรคณะสงฆ์ มิใช่เป็นกิจกำรอันพึงแบ่งแยกอ ำนำจด ำเนินกำรด้วยวัตถุประสงค์เพื่อกำรถ่วงดุลย์แห่งอ ำนำจเช่นที่ เป็นอยู่ตำมกฎหมำยในปัจจุบัน และโดยที่ระบบเช่นว่ำนั้นเป็นผลบั่นทอนประสิทธิภำพแห่งกำรด ำเนิน กิจกำร จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงเสียใหม่ให้สมเด็จพระสังฆรำชองค์สกลมหำสังฆปริณำยกทรง บัญชำกำรคณะสงฆ์ทำงมหำเถรสมำคม ตำมอ ำนำจกฎหมำยและพระธรรมวินัย ทั้งนี้ เพื่อควำม เจริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศำสนำ พระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๓๓ มำตรำ ๑๘ บรรดำกฎกระทรวง กฎมหำเถรสมำคม ข้อบังคับ ระเบียบ หรือค ำสั่ง ของมหำเถรสมำคมที่ออกตำมพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่ำที่ ไม่ขัดหรือแย้งกับพระรำชบัญญัตินี้ มำตรำ ๑๙ วัดที่มีฐำนะเป็นนิติบุคคลตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ให้มี ฐำนะเป็นนิติบุคคลตำมพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัตินี้ มำตรำ ๒๐ ให้พระภิกษุที่ได้รับแต่งตั้งและสถำปนำให้มีสมณศักดิ์อยู่ก่อนวันใช้ พระรำชบัญญัตินี้ยังมีสมณศักดิ์นั้นต่อไป ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมกำรมหำเถรสมำคม เจ้ำคณะใหญ่ กรรมกำรหรือ อนุกรรมกำรใดตำมพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ หรือตำมกฎกระทรวง กฎมหำเถรสมำคม ข้อบังคับ ระเบียบ หรือค ำสั่งของมหำเถรสมำคมซึ่งออกตำมควำมในพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ยังคงด ำรงต ำแหน่งหรือปฏิบัติหน้ำที่ต่อไปจนครบวำระกำรด ำรงต ำแหน่งหรือจนกว่ำมหำเถร สมำคมจะมีมติเป็นประกำรอื่น มำตรำ ๒๑ ให้นำยกรัฐมนตรี*รักษำกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้ใช้บังคับมำเป็นเวลำนำนแล้ว สมควรปรับปรุงบทบัญญัติว่ำด้วยกำรสถำปนำสมเด็จ พระสังฆรำช และกำรแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้ำที่แทนสมเด็จพระสังฆรำช กำรแต่งตั้งและถอดถอนสมณ ศักดิ์ของพระภิกษุอ ำนำจหน้ำที่และกำรปฏิบัติหน้ำที่ของมหำเถรสมำคม กำรปกครอง กำรสละสมณ เพศของคณะสงฆ์และคณะสงฆ์อื่น วัด กำรดูแลรักษำวัด ทรัพย์สินของวัด และศำสนสมบัติกลำง ตลอดจนปรับปรุงบทก ำหนดโทษให้สอดคล้องกับสภำพกำรณ์ปัจจุบัน จึงจ ำเป็นต้องตรำ พระรำชบัญญัตินี้ ๓๓ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๖/หน้ำ ๕/๔ มีนำคม ๒๕๓๕


100 - ๑๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ *พระรำชกฤษฎีกำแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับกำรโอนอ ำนำจหน้ำที่ของส่วนรำชกำรให้เป็นไป ตำมพระรำชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๓๔ มำตรำ ๔๒ ในพ ระร ำชบั ญ ญั ติคณ ะสงฆ์ พ .ศ . ๒๕๐๕ ให้ แก้ไขค ำว่ ำ “กระทรวงศึกษำธิกำร” และ “กรมกำรศำสนำ” เป็น “ส ำนักงำนพระพุทธศำสนำแห่งชำติ” ค ำว่ำ “รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำร” เป็น “นำยกรัฐมนตรี” และค ำว่ำ “อธิบดีกรมกำรศำสนำ” เป็น “ผู้อ ำนวยกำรส ำนักงำนพระพุทธศำสนำแห่งชำติ” หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชกฤษฎีกำฉบับนี้ คือ โดยที่พระรำชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนรำชกำรขึ้นใหม่โดยมีภำรกิจใหม่ ซึ่งได้มี กำรตรำพระรำชกฤษฎีกำโอนกิจกำรบริหำรและอ ำนำจหน้ำที่ของส่วนรำชกำรให้เป็นไปตำม พระรำชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแล้ว และเนื่องจำกพระรำชบัญญัติดังกล่ำวได้ บัญญัติให้โอนอ ำนำจหน้ำที่ของส่วนรำชกำร รัฐมนตรีผู้ด ำรงต ำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้ำที่ในส่วน รำชกำรเดิมมำเป็นของส่วนรำชกำรใหม่ โดยให้มีกำรแก้ไขบทบัญญัติต่ำง ๆ ให้สอดคล้องกับอ ำนำจ หน้ำที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตำมหลักกำรที่ปรำกฏในพระรำชบัญญัติและพระรำช กฤษฎีกำดังกล่ำว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมำยให้สอดคล้องกับกำรโอนส่วนรำชกำร เพื่อให้ ผู้เกี่ยวข้องมีควำมชัดเจนในกำรใช้กฎหมำยโดยไม่ต้องไปค้นหำในกฎหมำยโอนอ ำนำจหน้ำที่ว่ำตำม กฎหมำยใดได้มีกำรโอนภำรกิจของส่วนรำชกำรหรือผู้รับผิดชอบตำมกฎหมำยนั้นไปเป็นของ หน่วยงำนใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมำยให้มีกำรเปลี่ยนชื่อส่วนรำชกำร รัฐมนตรี ผู้ด ำรงต ำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้ำที่ของส่วนรำชกำรให้ตรงกับกำรโอนอ ำนำจหน้ำที่ และเพิ่มผู้แทน ส่วนรำชกำรในคณะกรรมกำรให้ตรงตำมภำรกิจที่มีกำรตัดโอนจำกส่วนรำชกำรเดิมมำเป็นของส่วน รำชกำรใหม่ รวมทั้งตัดส่วนรำชกำรเดิมที่มีกำรยุบเลิกแล้ว ซึ่งเป็นกำรแก้ไขให้ตรงตำมพระรำชบัญญัติ และพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำว จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชกฤษฎีกำนี้ พระรำชก ำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ พ.ศ. ๒๕๔๗๓๕ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชก ำหนดฉบับนี้ คือ เนื่องจำกกำรแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้ำที่ สมเด็จพระสังฆรำชในกรณีไม่มีสมเด็จพระสังฆรำช หรือสมเด็จพระสังฆรำชไม่ประทับอยู่ใน รำชอำณำจักร หรือไม่อำจทรงปฏิบัติหน้ำที่ได้ ตำมกฎหมำยว่ำด้วยคณะสงฆ์ได้ก ำหนดให้แต่งตั้ง หรือ เลือกสมเด็จพระรำชำคณะเพียงรูปเดียว ซึ่งปรำกฏเป็นเหตุขัดข้องจนเกิดควำมไม่สงบเรียบร้อยในกำร ปกครองคณะสงฆ์และวงกำรพุทธศำสนิกชนและอำจถึงขั้นน ำไปสู่ควำมไม่ปลอดภัยสำธำรณะ ซึ่ง อำจจะเกิดขึ้นได้จำกควำมแตกแยกไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่คณะสงฆ์ จึงสมควรก ำหนดให้มีผู้ ปฏิบัติหน้ำที่สมเด็จพระสังฆรำชในรูปองค์คณะ ซึ่งแต่งตั้งจำกสมเด็จพระรำชำคณะหลำยรูปเพื่อใช้ อ ำนำจร่วมกันในกำรบัญชำคณะสงฆ์ เพื่อควำมสงบเรียบร้อยยิ่งขึ้นและสร้ำงสมำนฉันท์เพิ่มขึ้นอีก วิธีกำรหนึ่ง และโดยที่ขณะนี้สมเด็จพระสังฆรำชมีพระชนมำยุสูง อีกทั้งอยู่ระหว่ำงประทับเพื่อรักษำ พระสุขภำพ คณะแพทย์เห็นว่ำควรประทับรักษำพระองค์และอยู่ในควำมดูแลของคณะแพทย์ ๓๔ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หน้ำ ๖๖/๘ ตุลำคม ๒๕๔๕๓๕ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๓๔ ก/หน้ำ ๑/๑๗ กรกฎำคม ๒๕๔๗


101 - ๑๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ จ ำเป็นต้องมีผู้ปฏิบัติหน้ำที่หรือคณะผู้ปฏิบัติหน้ำที่สมเด็จพระสังฆรำชโดยเร่งด่วน จึงสมควรแก้ไข เหตุขัดข้องเพื่อให้มีควำมสงบเรียบร้อยในประเทศขึ้นโดยเร็ว นับเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีควำมจ ำเป็น รีบด่วนอันมิอำจจะหลีกเลี่ยงได้ จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชก ำหนดนี้ พระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐๓๖ มำตรำ ๒ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ นุเบกษำเป็นต้นไป หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ตำมโบรำณรำชประเพณีที่ได้ ปฏิบัติสืบทอดกันมำเป็นเวลำช้ำนำนนั้น เป็นพระรำชอ ำนำจของพระมหำกษัตริย์ในกำรสถำปนำ สมเด็จพระสังฆรำช ซึ่งต่อมำได้เริ่มมีบัญญัติเป็นลำยลักษณ์อักษรไว้ในมำตรำ ๕ แห่งพระรำชบัญญัติ คณะสงฆ์ พุทธศักรำช ๒๔๘๔ เป็นต้นมำ สมควรบัญญัติกฎหมำยให้สอดคล้องเพื่อเป็นกำรสืบทอด และธ ำรงรักษำไว้ซึ่งโบรำณรำชประเพณีดังกล่ำว โดยให้นำยกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนำมรับสนองพระบรม รำชโองกำร จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญัตินี้ พระรำชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑๓๗ มำตรำ ๒ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ นุเบกษำเป็นต้นไป มำตรำ ๑๑ ให้กรรมกำรมหำเถรสมำคมซึ่งด ำรงต ำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงด ำรงต ำแหน่งต่อไป จนกว่ำพระมหำกษัตริย์จะทรงแต่งตั้งกรรมกำร มห ำเถรสมำคมขึ้นใหม่ตำมพระรำชบัญญัติคณ ะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระรำชบัญญัตินี้ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย ได้บัญญัติให้พระมหำกษัตริย์ทรงเป็นพุทธมำมกะ และทรงเป็นอัครศำสนูปถัมภก และตำมโบรำณรำช ประเพณีที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมำเป็นเวลำช้ำนำนนั้น พระมหำกษัตริย์ทรงอุปถัมภ์และคุ้มครอง พระพุทธศำสนำ รวมทั้งทรงท ำนุบ ำรุงสังฆมณฑลให้เจริญมั่นคงเป็นไปตำมแบบแผนอันเรียบร้อย ตลอดมำ เพื่อให้พระพุทธศำสนำรุ่งเรืองถำวรเป็นที่เลื่อมใสศรัทธำแก่พุทธศำสนิกชน ซึ่งจะก่อให้เกิด กำรประพฤติปฏิบัติที่ดีงำม มีควำมร่มเย็นผำสุกแก่ประชำชนและเป็นประโยชน์แก่ประเทศชำติ สมควรบัญญัติกฎหมำยให้เป็นกำรสืบทอดและธ ำรงรักษำไว้ซึ่งพระรำชอ ำนำจตำมโบรำณรำช ประเพณี จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญัตินี้ ๓๖ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๒ ก/หน้ำ ๑/๖ มกรำคม ๒๕๖๐๓๗ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๓๕/ตอน ๕๐ ก/หน้ำ ๑/๑๗ กรกฎำคม ๒๕๖๑


102 ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ พระรำชบัญญัติ สุสำนและฌำปนสถำน พ.ศ. ๒๕๒๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ กันยำยน พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นปีที่ ๔๐ ในรัชกำลปัจจุบัน พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมรำชโองกำรโปรดเกล้ำฯ ให้ประกำศว่ำ โดยที่เป็นกำรสมควรปรับปรุงกฎหมำยว่ำด้วยกำรควบคุมสุสำนและฌำปนสถำน จึงทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้ตรำพระรำชบัญญัติขึ้นไว้โดยค ำแนะน ำและยินยอม ของรัฐสภำ ดังต่อไปนี้ มำตรำ ๑ พระรำชบัญญัตินี้เรียกว่ำ “พระรำชบัญญัติสุสำนและฌำปนสถำน พ.ศ. ๒๕๒๘” มำตรำ ๒๑ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ นุเบกษำเป็นต้นไป มำตรำ ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระรำชบัญญัติควบคุมสุสำนและฌำปนสถำน พุทธศักรำช ๒๔๘๑ (๒) พระรำชบัญญัติควบคุมสุสำนและฌำปนสถำน (ฉบับที่ ๒) พุทธศักรำช ๒๔๘๔ มำตรำ ๔ ในพระรำชบัญญัตินี้ “สุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะ” หมำยควำมว่ำ สถำนที่ที่จัดไว้ส ำหรับเก็บ ฝัง หรือเผำศพ ส ำหรับประชำชนทั่วไป แต่ไม่รวมถึงสถำนที่ที่ใช้ส ำหรับเก็บศพชั่วครำวในสถำนพยำบำล ตำมกฎหมำยว่ำด้วยสถำนพยำบำล “สุสำนและฌำปนสถำนเอกชน” หมำยควำมว่ำ สถำนที่ที่จัดไว้ส ำหรับเก็บ ฝัง หรือ เผำศพ ส ำหรับตระกูลหรือครอบครัว หรือมิตรของตระกูลหรือครอบครัว แต่ไม่รวมถึงสถำนที่ที่ใช้ ส ำหรับเก็บศพชั่วครำวในเคหสถำน “เจ้ำพนักงำนสำธำรณสุข” หมำยควำมว่ำ เจ้ำพนักงำนสำธำรณสุขตำมกฎหมำยว่ำ ด้วยสำธำรณสุขซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้ ๑ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๑๒๙/ฉบับพิเศษ หน้ำ ๓๗/๑๙ กันยำยน ๒๕๒๘


103 - ๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ “พนักงำนเจ้ำหน้ำที่” หมำยควำมว่ำ ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติกำรตำม พระรำชบัญญัตินี้ “เจ้ำพนักงำนท้องถิ่น” หมำยควำมว่ำ (๑) ผู้ว่ำรำชกำรกรุงเทพมหำนคร หรือผู้อ ำนวยกำรเขตหรือผู้ช่วยผู้อ ำนวยกำรเขต ซึ่งผู้ว่ำรำชกำรกรุงเทพมหำนครมอบหมำย ส ำหรับในเขตกรุงเทพมหำนคร (๒) ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด หรือนำยอ ำเภอหรือปลัดอ ำเภอผู้เป็นหัวหน้ำประจ ำกิ่ง อ ำเภอซึ่งผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดมอบหมำย ส ำหรับในเขตจังหวัดซึ่งอยู่นอกเขตเทศบำล เขตสุขำภิบำล และเขตเมืองพัทยำ (๓) นำยกเทศมนตรี หรือเทศมนตรีหรือพนักงำนเทศบำลซึ่งนำยกเทศมนตรี มอบหมำยส ำหรับในเขตเทศบำล (๔) ประธำนกรรมกำรสุขำภิบำล หรือกรรมกำรสุขำภิบำลหรือพนักงำนสุขำภิบำลซึ่ง ประธำนกรรมกำรสุขำภิบำลมอบหมำย ส ำหรับในเขตสุขำภิบำล (๕) ปลัดเมืองพัทยำ หรือพนักงำนเมืองพัทยำซึ่งปลัดเมืองพัทยำมอบหมำยส ำหรับ ในเขตเมืองพัทยำ “รัฐมนตรี” หมำยควำมว่ำ รัฐมนตรีผู้รักษำกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้ มำตรำ ๕ พระรำชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่สุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะที่ กระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหำนคร องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด เทศบำล สุขำภิบำล หรือเมือง พัทยำ จัดตั้งและด ำเนินกำร มำตรำ ๖ ห้ำมมิให้ผู้ใดจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปน สถำนเอกชน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญำตจำกเจ้ำพนักงำนท้องถิ่น กำรขออนุญำตและกำรอนุญำตให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และเงื่อนไขที่ ก ำหนดในกฎกระทรวง มำตรำ ๗ เมื่อได้จัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำน เอกชนเสร็จแล้ว ห้ำมมิให้ด ำเนินกำร เว้นแต่จะได้รับใบอนุญำตจำกเจ้ำพนักงำนท้องถิ่น กำรขออนุญำตและกำรอนุญำตให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และเงื่อนไขที่ ก ำหนดในกฎกระทรวง ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดำจะขอรับใบอนุญำตเป็น ผู้ด ำเนินกำรด้วยก็ได้ มำตรำ ๘ ผู้ขอรับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) มีอำยุไม่ต่ ำกว่ำยี่สิบปีบริบูรณ์ (๒) ไม่เป็นผู้มีควำมประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี (๓) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๔) ไม่เป็นคนไร้ควำมสำมำรถหรือคนเสมือนไร้ควำมสำมำรถ


104 - ๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (๕)๒ (ยกเลิก) ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอรับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ ผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้อง มีคุณสมบัติตำมวรรคหนึ่งด้วย มำตรำ ๙ ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ ต้องแสดงใบอนุญำตไว้ใน ที่เปิดเผย ณ ที่ท ำกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชน มำตรำ ๑๐ ห้ำมมิให้ผู้ใดเก็บ ฝัง หรือเผำศพในสถำนที่อื่นนอกจำกในสุสำนและฌำ ปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชน หรือเก็บศพในสถำนพยำบำลตำมกฎหมำยว่ำ ด้วยสถำนพยำบำล หรือเคหสถำนเป็นกำรชั่วครำว เว้นแต่จะได้รับอนุญำตเป็นหนังสือจำกเจ้ำ พนักงำนท้องถิ่น ในกรณีที่สถำนที่อื่นตำมวรรคหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดซึ่งอยู่นอกเขตเทศบำล เขต สุขำภิบำลและเขตเมืองพัทยำ ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดอำจมอบหมำยให้เจ้ำพนักงำนฝ่ำยปกครองหรือ ก ำนันแห่งท้องที่ เป็นผู้อนุญำตแทนได้ มำตรำ ๑๑ ให้กรุงเทพมหำนคร องค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด เทศบำล สุขำภิบำล หรือเมืองพัทยำ มีอ ำนำจออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหำนคร ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับ สุขำภิบำลหรือข้อบัญญัติเมืองพัทยำ แล้วแต่กรณี เพื่อก ำหนดรำยละเอียดที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ กฎกระทรวงที่ออกตำมพระรำชบัญญัตินี้ ในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) ค่ำธรรมเนียมไม่เกินอัตรำที่ก ำหนดในกฎกระทรวง (๒) เขตหรือสถำนที่ที่ห้ำมมิให้จัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน และฌำปนสถำนเอกชน (๓) ลักษณะ สถำนที่ตั้ง และเงื่อนไขในกำรจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะ หรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชน (๔) วิธีเก็บ ฝัง เผำ ขุด หรือย้ำยศพ ตลอดจนกำรใช้หรือกำรรักษำยำนพำหนะและ เครื่องใช้ในกำรนี้ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ (๕) หน้ำที่ที่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ จะต้องปฏิบัติเกี่ยวกับ กำรทะเบียน กำรส่งรำยงำนและกำรอื่นใดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับควำมมั่นคงและเศรษฐกิจของ ประเทศ ตลอดจนกำรสำธำรณสุขและอนำมัยของประชำชน มำตรำ ๑๒ ใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ และมำตรำ ๗ ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวำคม ของปีที่สำมนับแต่ปีที่ออกใบอนุญำต ถ้ำผู้ได้รับใบอนุญำตดังกล่ำวประสงค์จะขอต่ออำยุ ใบอนุญำต จะต้องยื่นค ำขอก่อนใบอนุญำตสิ้นอำยุ เมื่อได้ยื่นค ำขอแล้วให้บุคคลดังกล่ำวเป็นผู้จัดตั้ง หรือผู้ด ำเนินกำรต่อไปได้จนกว่ำเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นจะสั่งเป็นหนังสือไม่อนุญำตให้ต่ออำยุใบอนุญำต นั้น ๒ มำตรำ ๘ (๕) ยกเลิกโดยพระรำชบัญญัติสุสำนและฌำปนสถำน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐


105 - ๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ กำรขอต่ออำยุใบอนุญำตและกำรต่ออำยุใบอนุญำตให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และเงื่อนไขที่ก ำหนดในกฎกระทรวง มำตรำ ๑๓ ในกรณีที่เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นไม่ออกใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือ มำตรำ ๗ หรือไม่ต่ออำยุใบอนุญำตตำมมำตรำ ๑๒ ผู้ขอรับใบอนุญำตหรือผู้ขอต่ออำยุใบอนุญำตมี สิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่ทรำบค ำสั่งไม่ออกใบอนุญำตหรือไม่ อนุญำตให้ต่ออำยุใบอนุญำตของเจ้ำพนักงำนท้องถิ่น ค ำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด มำตรำ ๑๔ ห้ำมมิให้ผู้ใดเปลี่ยนแปลงหรือต่อเติมสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะ หรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชน เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ จะเป็นผู้ขอและได้รับ อนุญำตเป็นหนังสือจำกเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นแล้ว มำตรำ ๑๕ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ เจ้ำพนักงำนสำธำรณสุข พนักงำนเจ้ำหน้ำที่ หรือ เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นมีอ ำนำจเข้ำไปในบริเวณสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปน สถำนเอกชนในเวลำระหว่ำงพระอำทิตย์ขึ้นถึงพระอำทิตย์ตก เพื่อตรวจสอบหรือเพื่อปฏิบัติกำรให้ เป็นไปตำมพระรำชบัญญัตินี้ ในกำรนี้ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น ต้องอ ำนวยควำมสะดวกตำมสมควร ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของเจ้ำพนักงำนสำธำรณสุขหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ตำมวรรค หนึ่ง ถ้ำปรำกฏว่ำผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ ปฏิบัติไม่ถูกต้องตำมพระรำชบัญญัติ นี้ ให้เจ้ำพนักงำนสำธำรณสุขหรือพนักงำนเจ้ำหน้ำที่แจ้งให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นทรำบ เพื่อสั่งให้ผู้ ได้รับใบอนุญำตปฏิบัติให้ถูกต้อง มำตรำ ๑๖ เมื่อปรำกฏว่ำสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปน สถำนเอกชนมีสภำพหรือมีกำรใช้ที่เป็นหรืออำจเป็นอันตรำยแก่ประชำชน ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นมี อ ำนำจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสุสำนและฌำปนสถำนนั้น ภำยใน เวลำที่ก ำหนด ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ ไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสุสำนและฌำปน สถำนนั้น ภำยในก ำหนดเวลำตำมวรรคหนึ่ง ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นมีอ ำนำจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง สุสำนและฌำปนสถำนนั้นได้โดยเรียกค่ำใช้จ่ำยจำกผู้ได้รับใบอนุญำต มำตรำ ๑๗ นอกจำกกรณีตำมมำตรำ ๑๖ เมื่อปรำกฏว่ำผู้ได้รับใบอนุญำตตำม มำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ ไม่ปฏิบัติตำมค ำสั่งของเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นตำมมำตรำ ๑๕ วรรคสอง หรือ ฝ่ำฝืนห รือไม่ปฏิบัติตำมบทบัญ ญัติแห่งพ ระรำชบัญ ญัตินี้ กฎกระทรวง ห รือข้อบัญ ญั ติ กรุงเทพมหำนคร ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับสุขำภิบำล หรือข้อบัญญัติเมืองพัทยำที่ออก ตำมมำตรำ ๑๑ เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นมีอ ำนำจสั่งพักใช้ใบอนุญำตนั้นมีก ำหนดเวลำตำมที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกินเก้ำสิบวันนับแต่วันที่สั่งพักใช้ใบอนุญำต หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญำตเสียก็ได้ ทั้งนี้ ผู้


106 - ๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญำตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่ ทรำบค ำสั่ง ค ำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด มำตรำ ๑๘ กำรอุทธรณ์ตำมมำตรำ ๑๓ หรือมำตรำ ๑๗ ให้ยื่นต่อเจ้ำพนักงำน ท้องถิ่นเพื่อเสนอต่อไปยังรัฐมนตรีโดยมิชักช้ำ มำตรำ ๑๙ ในกรณีอุทธรณ์ค ำสั่งของเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นซึ่งไม่อนุญำตให้ต่ออำยุ ใบอนุญำตตำมมำตรำ ๑๓ หรือกรณีอุทธรณ์ค ำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญำตของเจ้ำพนักงำน ท้องถิ่นตำมมำตรำ ๑๗ ผู้อุทธรณ์ยังคงมีสิทธิเป็นผู้จัดตั้งหรือเป็นผู้ด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำน สำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนในระหว่ำงรอค ำวินิจฉัยของรัฐมนตรี มำตรำ ๒๐ ในกรณีใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ สูญหำย ถูกท ำลำยหรือ ช ำรุดในสำระส ำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญำตยื่นค ำขอรับใบแทนใบอนุญำตต่อเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นภำยใน สิบห้ำวันนับแต่วันที่ได้ทรำบถึงกำรสูญหำย ถูกท ำลำยหรือช ำรุด มำตรำ ๒๑ ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ ซึ่งประสงค์จะเลิกสุสำนและฌำปน สถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชน ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นทรำบ ล่วงหน้ำไม่น้อยกว่ำสิบห้ำวัน มำตรำ ๒๒ ในกรณีที่รัฐมนตรีมีค ำวินิจฉัยยืนตำมค ำสั่งของเจ้ำพนักงำนท้องถิ่น ซึ่ง สั่งเพิกถอนใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนตำม มำตรำ ๑๗ หรือในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ เลิกสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือ สุสำนและฌำปนสถำนเอกชนตำมมำตรำ ๒๑ ถ้ำมีกิจกำรในหน้ำที่ตำมพระรำชบัญญัตินี้ ยังจะต้อง กระท ำอยู่ ให้ผู้ได้รับใบอนุญำตนั้นกระท ำกิจกำรในหน้ำที่ให้เสร็จสิ้นภำยในเวลำที่เจ้ำพนักงำนท้องถิ่น ก ำหนด ถ้ำผู้ได้รับใบอนุญำตไม่กระท ำกิจกำรในหน้ำที่ให้เสร็จสิ้นภำยในก ำหนดเวลำตำม วรรคหนึ่งให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นเข้ำกระท ำกิจกำรนั้นแทนต่อไปจนเสร็จสิ้น โดยเรียกค่ำใช้จ่ำยจำกผู้ ได้รับใบอนุญำต มำตรำ ๒๓ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ ตำยหรือขำดคุณสมบัติตำม มำตรำ ๘ ให้ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๗ แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นทรำบและในกรณี ที่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๗ ตำยหรือขำดคุณสมบัติตำมมำตรำ ๘ ให้ผู้ได้รับใบอนุญำตตำม มำตรำ ๖ แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นทรำบ มำตรำ ๒๔ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ ตำยหรือขำด คุณสมบัติตำมมำตรำ ๘ และมีบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตำมมำตรำ ๘ แสดงควำมจ ำนงต่อเจ้ำพนักงำน ท้องถิ่นภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำยหรือขำดคุณสมบัติเพื่อขอเป็นผู้จัดตั้งหรือ


107 - ๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ เป็นผู้ด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนต่อไป ให้ผู้แสดง ควำมจ ำนงนั้นเป็นผู้จัดตั้งหรือเป็นผู้ด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปน สถำนเอกชนต่อไปได้ตั้งแต่วันที่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำยหรือขำดคุณสมบัติจนถึงวันที่ใบอนุญำตสิ้นอำยุ ในกรณีที่ไม่มีบุคคลใดแสดงควำมจ ำนงภำยในก ำหนดเวลำตำมวรรคหนึ่ง ให้เจ้ำ พนักงำนท้องถิ่นเข้ำท ำหน้ำที่แทนเสมือนเป็นผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ จนกว่ำ จะมีผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ ขึ้นใหม่ มำตรำ ๒๕ ผู้ใดฝ่ำฝืนมำตรำ ๖ วรรคหนึ่ง มำตรำ ๗ วรรคหนึ่ง หรือมำตรำ ๑๐ หรือผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ ไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสุสำนและฌำปนสถำนตำมค ำสั่งของ เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นตำมมำตรำ ๑๖ วรรคหนึ่ง ต้องระวำงโทษปรับไม่เกินสองพันบำท ในกรณีฝ่ำฝืนมำตรำ ๑๐ ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นมีอ ำนำจสั่งให้ผู้ฝ่ำฝืนรื้อถอนสิ่งปลูก สร้ำง หรือเคลื่อนย้ำยศพที่ฝังหรือเก็บไว้ ไปฝังหรือเก็บในสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน และฌำปนสถำนเอกชนที่ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ ภำยในเวลำที่ก ำหนด ถ้ำผู้ฝ่ำฝืนยังไม่ปฏิบัติ ตำม ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นเข้ำกระท ำกำรนั้นแทน โดยเรียกค่ำใช้จ่ำยจำกผู้ฝ่ำฝืน มำตรำ ๒๖ ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ หรือมำตรำ ๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตำมมำตรำ ๙ หรือมำตรำ ๒๐ หรือผู้ใดฝ่ำฝืนมำตรำ ๑๕ หรือผู้ได้รับใบอนุญำตตำมมำตรำ ๖ ไม่แจ้งเป็นหนังสือ ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นทรำบกำรเลิกสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำน เอกชนตำมมำตรำ ๒๑ ต้องระวำงโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบำท มำตรำ ๒๗ ผู้ใดขัดขวำงหรือไม่อ ำนวยควำมสะดวกแก่เจ้ำพนักงำนสำธำรณสุข พนักงำนเจ้ำหน้ำที่หรือเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นในกำรปฏิบัติหน้ำที่ตำมมำตรำ ๑๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวำง โทษปรับไม่เกินห้ำร้อยบำท มำตรำ ๒๘ ให้ผู้ได้รับใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน และฌำปนสถำนเอกชน หรือผู้ได้รับใบอนุญำตเป็นผู้จัดกำรบ ำรุงรักษำสุสำนและฌำปนสถำน สำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรควบคุมสุสำนและฌำปนสถำนที่ ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ด ำเนินกิจกำรหรือเป็นผู้จัดกำรต่อไปได้จนกว่ำ ใบอนุญำตนั้นสิ้นอำยุ และถ้ำประสงค์จะเป็นผู้จัดตั้งหรือเป็นผู้ด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำน สำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนต่อไป ให้ยื่นค ำขอรับใบอนุญำตตำมพระรำชบัญญัตินี้ ภำยในสำมสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญำตสิ้นอำยุและให้ผู้ยื่นค ำขอรับใบอนุญำตนั้นเป็นผู้จัดตั้งหรือเป็น ผู้ด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนต่อไปได้ จนกว่ำเจ้ำ พนักงำนท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออำยุใบอนุญำต ผู้ได้รับใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำน เอกชนหรือผู้ได้รับใบอนุญำตเป็นผู้จัดกำรบ ำรุงรักษำสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน และฌำปนสถำนเอกชนตำมวรรคหนึ่งซึ่งใบอนุญำตนั้นสิ้นอำยุก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับและ มิได้ยื่นค ำขอต่ออำยุใบอนุญำตหรืออยู่ในระหว่ำงกำรขอต่ออำยุใบอนุญำต ถ้ำประสงค์จะเป็นผู้จัดตั้ง


108 - ๗ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ หรือเป็นผู้ด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนต่อไป ให้ยื่น ค ำขอรับใบอนุญำตตำมพระรำชบัญญัตินี้ภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มำตรำ ๒๙ บรรดำข้อบัญญัติกรุงเทพมหำนคร ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับสุขำภิบำลหรือข้อบัญญัติเมืองพัทยำ ซึ่งได้ออกโดยอำศัยอ ำนำจตำมบทบัญญัติแห่งกฎหมำย ว่ำด้วยกำรควบคุมสุสำนและฌำปนสถำนที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระรำชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้บังคับ ได้ต่อไปเพียงเท่ ำที่ไม่ขัดห รือแย้งกับบทแห่งพ ระรำชบัญ ญั ตินี้จนกว่ำจะได้มีข้อบัญ ญั ติ กรุงเทพมหำนคร ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ ข้อบังคับสุขำภิบำลหรือข้อบัญญัติเมืองพัทยำ ออกใช้ บังคับตำมพระรำชบัญญัตินี้ มำตรำ ๓๐ ให้รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงมหำดไทยและรัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวง สำธำรณสุขรักษำกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้และให้มีอ ำนำจแต่งตั้งพนักงำนเจ้ำหน้ำที่และเจ้ำพนักงำน สำธำรณสุขกับออกกฎกระทรวงก ำหนดค่ำธรรมเนียมไม่เกินอัตรำในบัญชีท้ำยพระรำชบัญญัตินี้ และ ก ำหนดกิจกำรอื่นเพื่อปฏิบัติกำรตำมพระรำชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับรำชกำรของกระทรวง นั้น กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำแล้ว ให้ใช้บังคับได้ ผู้รับสนองพระบรมรำชโองกำร พลเอก ป. ติณสูลำนนท์ นำยกรัฐมนตรี


109 - ๘ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ อัตรำค่ำธรรมเนียม (๑) ใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำน สำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำน เอกชน ฉบับละ ๑,๐๐๐ บำท (๒) ใบอนุญำตเป็นผู้ด ำเนินกำรสุสำนและ ฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและ ฌำปนสถำนเอกชน ฉบับละ ๕๐๐ บำท (๓) ใบแทนใบอนุญำต ฉบับละ ๕๐ บำท (๔) กำรต่ออำยุใบอนุญำตจัดตั้งหรือ ใบอนุญำตเป็นผู้ด ำเนินกำรสุสำนและ ฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและ ฌำปนสถำนเอกชนให้เป็นไปตำม อัตรำใน (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี


110 - ๙ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยกฎหมำยว่ำด้วยกำร ควบคุมสุสำนและฌำปนสถำนที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้ประกำศใช้มำตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๑ ปัจจุบัน กำรด ำเนินกิจกำรสุสำนและฌำปนสถำนบำงแห่งมีลักษณะที่อำจเป็นอันตรำยต่อควำมมั่นคงและ เศรษฐกิจของประเทศ กำรสำธำรณสุขหรืออนำมัยของประชำชนเพิ่มขึ้น สมควรปรับปรุงกฎหมำยว่ำ ด้วยกำรควบคุมสุสำนและฌำปนสถำนเสียใหม่ ให้เหมำะสมกับสถำนกำรณ์ในปัจจุบัน จึงจ ำเป็นต้อง ตรำพระรำชบัญญัตินี้ พระรำชบัญญัติสุสำนและฌำปนสถำน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐๓ มำตรำ ๒ พระรำชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจำกวันประกำศในรำชกิจจำ นุเบกษำเป็นต้นไป หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มำตรำ ๓ ของรัฐธรรมนูญแห่ง รำชอำณำจักรไทย (ฉบับชั่วครำว) พุทธศักรำช ๒๕๔๙ ให้ควำมคุ้มครองศักดิ์ศรีควำมเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภำพ และควำมเสมอภำค บรรดำที่ชนชำวไทยเคยได้รับควำมคุ้มครองตำมประเพณีกำรปกครอง ประเทศไทยในระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่บทบัญญัติมำตรำ ๘ วรรคหนึ่ง (๕) แห่งพระรำชบัญญัติสุสำนและฌำปนสถำน พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นบทบัญญัติที่เลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพรำะเหตุแห่งควำมแตกต่ำงในเรื่องสถำนะของบุคคล ทั้งยังเป็นบทบัญญัติ ที่ปิดกั้นโอกำสของผู้เคยถูกจ ำคุกที่จะกลับตัวเป็นคนดีและประกอบกำรงำนโดยสุจริตเกินควำมจ ำเป็น สมควรแก้ไขบทบัญญัติดังกล่ำวให้สอดคล้องกับหลักกำรห้ำมมิให้เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อ บุคคล เพรำะเหตุแห่งควำมแตกต่ำงในเรื่องสถำนะของบุคคลที่เคยได้รับควำมคุ้มครองตำมประเพณี กำรปกครองประเทศไทยในระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้บุคคลผู้ เคยถูกจ ำคุกมีโอกำสกลับคืนสู่สังคมและประกอบกำรงำนสุจริตได้ จึงจ ำเป็นต้องตรำพระรำชบัญญัติ นี้ ณัฐพร/แก้ไข วศิน/ตรวจ ๑๑ ตุลำคม ๒๕๕๓ ภีรภัทร/ปรับปรุง ๒๐ ธันวำคม ๒๕๕๓ ศิรวัชร์/ปรับปรุง ๑๗ พฤษภำคม ๒๕๖๒ ๓ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้ำ ๒๔/๔ พฤษภำคม ๒๕๕๐


111 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นปีที่ ๕๒ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมัสยิดอิสลามและกฎหมายว่าด้วยการ ศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนา อิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐” มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐ (๒) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พุทธศักราช ๒๔๘๘ (๓) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๑ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “มัสยิด” หมายความว่า สถานที่ซึ่งมุสลิมใช้ประกอบศาสนกิจโดยจะต้องมีละหมาด วันศุกร์เป็นปกติ และเป็นสถานที่สอนศาสนาอิสลาม “สัปปุรุษประจำมัสยิด” หมายความว่า มุสลิมที่คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด มีมติรับเข้าเป็นสัปปุรุษประจำมัสยิด และมีชื่ออยู่ในทะเบียนสัปปุรุษประจำมัสยิด แต่ผู้นั้นจะเป็น สัปปุรุษเกินกว่าหนึ่งมัสยิดในเวลาเดียวกันไม่ได้ “อิหม่าม” หมายความว่า ผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด ๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๖๕ ก/หน้า ๓/๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๐


112 - ๒ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ “คอเต็บ” หมายความว่า ผู้แสดงธรรมประจำมัสยิด “บิหลั่น” หมายความว่า ผู้ประกาศเชิญชวนให้มุสลิมปฏิบัติศาสนกิจตามเวลา มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม*รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออก กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับ อำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวง กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ หมวด ๑ บททั่วไป มาตรา ๖ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจุฬาราชมนตรีคนหนึ่ง เพื่อเป็นผู้นำกิจการ ศาสนาอิสลามในประเทศไทย ให้นายกรัฐมนตรีนำชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีซึ่งได้รับความเห็นชอบ จากกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นจุฬาราชมนตรี หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาจุฬาราชมนตรีตามวรรคสองให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง ให้มีเงินอุดหนุนฐานะจุฬาราชมนตรีตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๗ จุฬาราชมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นมุสลิมผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ (๓) เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในศาสนาอิสลามเป็นอย่างดี (๔) เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามโดยเคร่งครัด (๕) เป็นผู้มีความสัมพันธ์อันดีกับทุกศาสนา (๖) เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข (๗) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย (๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๙) ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือมีจิตฟั่น เฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๑๐) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา ๘ จุฬาราชมนตรีมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้


113 - ๓ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (๑) ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นต่อทางราชการเกี่ยวกับกิจการศาสนาอิสลาม (๒) แต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม (๓) ออกประกาศแจ้งผลการดูดวงจันทร์ตามมาตรา ๓๕ (๑๑) เพื่อกำหนดวันสำคัญ ทางศาสนา (๔) ออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม มาตรา ๙ จุฬาราชมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งเพราะขาดคุณสมบัติหรือ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ มาตรา ๑๐ จุฬาราชมนตรี กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรรมการ อิสลามประจำจังหวัด และกรรมการอิสลามประจำมัสยิด มีสิทธิสวมเสื้อครุยและประดับเข็มพระ ปรมาภิไธย ทั้งนี้ ตามระเบียบว่าด้วยการนั้น มาตรา ๑๑ เมื่อเห็นสมควร กระทรวงศึกษาธิการอาจจัดตั้ง “อิสลามวิทยาลัย” ขึ้น เพื่อให้การศึกษาและอบรมทางวิชาการศาสนา วิชาการทั่วไป และวิชาชีพได้ หมวด ๒ การจัดตั้งและการเลิกมัสยิด มาตรา ๑๒ การสร้าง การจัดตั้ง การย้าย การรวม การเลิก และการจดทะเบียน มัสยิด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง การจัดตั้ง การรวม และการเลิกมัสยิด ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๓ ให้มัสยิดที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วมีฐานะเป็นนิติ บุคคล โดยให้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดเป็นผู้แทนของมัสยิดในกิจการที่เกี่ยวกับ บุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดอาจมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือ หลายคนทำการแทนก็ได้ มาตรา ๑๔ มัสยิดที่เป็นนิติบุคคลอาจเลิกได้โดยการจดทะเบียนเลิกมัสยิดต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ บรรดาทรัพย์สินของมัสยิดที่เลิกตามวรรคหนึ่ง ให้โอนไปยังมัสยิดที่เป็นนิติบุคคลที่ อยู่ใกล้ที่สุด ถ้าไม่อาจทำได้ให้โอนไปยังมัสยิดที่เป็นนิติบุคคลที่อยู่ในลำดับถัดไป เว้นแต่เป็นทรัพย์สิน ที่ได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ และผู้อุทิศให้ได้แสดงเจตนาไว้เป็นอย่างอื่น


114 - ๔ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ มาตรา ๑๕ มัสยิดที่ได้จดทะเบียนแล้วให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการอิสลาม ประจำมัสยิดตามหมวด ๕ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันจดทะเบียน หมวด ๓ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย มาตรา ๑๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกลางอิสลามแห่ง ประเทศไทย” ประกอบด้วยจุฬาราชมนตรีเป็นประธานกรรมการและกรรมการ ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำ จังหวัด จังหวัดละหนึ่งคน และจากกรรมการอื่นซึ่งคัดเลือกโดยจุฬาราชมนตรีมีจำนวนหนึ่งในสามของ จำนวนผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ถ้ามีเศษให้ปัดทิ้ง การคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และการคัดเลือกกรรมการ อื่นตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการด้วยกันเองเป็นรองประธานกรรมการ เลขาธิการ และตำแหน่งอื่นตามความจำเป็น มาตรา ๑๗ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยต้องมีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ ยกเว้น (๒) และ (๑๐) (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ มาตรา ๑๘ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม*ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) ให้คำปรึกษาหรือข้อแนะนำเกี่ยวกับศาสนาอิสลามแก่คณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดและคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (๓) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่ง ประเทศไทยมอบหมาย (๔) ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินและการจัดหาผลประโยชน์ของ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและมัสยิด (๕) ออกระเบียบวิธีการดำเนินงานและควบคุมดูแลการบริหารงานของ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (๖) ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในจังหวัดที่ไม่มี คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ในการนี้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจะ มอบหมายให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่ใกล้เคียงปฏิบัติหน้าที่แทนก็ได้ (๗) พิจารณาวินิจฉัยคำร้องคัดค้านตามมาตรา ๔๑


115 - ๕ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (๘) จัดทำทะเบียนทรัพย์สิน เอกสารและบัญชีรายรับรายจ่ายของสำนักงาน คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยให้ถูกต้องตามความเป็นจริง (๙) ออกประกาศและให้คำรับรองเกี่ยวกับกิจการศาสนาอิสลาม (๑๐) ส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางศาสนา และการศึกษาศาสนาอิสลาม (๑๑) ประสานงานกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในกิจการที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลาม (๑๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๙ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งหกปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ เมื่อกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้มีการคัดเลือกเพื่อดำเนินการแต่งตั้งใหม่ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันครบกำหนดตามวาระ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้ กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการใหม่ มาตรา ๒๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๙ กรรมการกลาง อิสลามแห่งประเทศไทย พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเพราะขาด คุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้มีการคัดเลือกและดำเนินการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ ตำแหน่งว่าง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่ระยะเวลาการดำรง ตำแหน่งที่ว่างเหลือไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่คัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้ กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ให้กระทรวงมหาดไทยประกาศรายชื่อกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยที่พ้น จากตำแหน่งในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๑ ในการประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยต้องมี กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการ ปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด แต่ถ้าเป็น มติให้กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยพ้นจากตำแหน่ง มติดังกล่าวต้องมีเสียงไม่น้อยกว่าสาม ในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่


116 - ๖ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ มาตรา ๒๒ ให้มีสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมีฐานะเป็น นิติบุคคล มีหน้าที่เกี่ยวกับกิจการของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย โดยมี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยเป็นผู้แทนของสำนักงานในกิจการที่เกี่ยวกับ บุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยอาจมีมติมอบหมายให้ กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้ และให้เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่ง ประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบในกิจการของสำนักงาน หมวด ๔ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด มาตรา ๒๓ จังหวัดใดมีราษฎรนับถือศาสนาอิสลามและมีมัสยิดตามมาตรา ๑๓ ไม่ น้อยกว่าสามมัสยิด ให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยประกาศให้จังหวัดนั้นมี คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดคณะหนึ่งประกอบด้วยกรรมการมีจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่ เกินสามสิบคน การคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการให้ อิหม่ามประจำมัสยิดในจังหวัดนั้นเป็นผู้คัดเลือก ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฎกระทรวง ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการด้วยกันเป็นประธานกรรมการ รองประธาน กรรมการ เลขานุการ และตำแหน่งอื่นตามความจำเป็น ให้กระทรวงมหาดไทยประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ เลขานุการ และกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๔ กรรมการอิสลามประจำจังหวัดต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗ (๒) เป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดในจังหวัดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันคัดเลือก (๓) มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันคัดเลือก มาตรา ๒๕ กรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีวาระการดำรงตำแหน่งหกปี เมื่อ ตำแหน่งกรรมการอิสลามประจำจังหวัดว่างลงให้มีการคัดเลือกกรรมการแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่ วันที่ตำแหน่งว่าง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เว้นแต่ตำแหน่งกรรมการ ว่างลงก่อนถึงกำหนดตามวาระไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และยังมีกรรมการเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่ง หนึ่งของจำนวนกรรมการที่ได้รับการคัดเลือก จะไม่ให้มีการคัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้ กรรมการที่ได้รับการคัดเลือกแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน มาตรา ๒๖ ในจังหวัดที่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ให้คณะกรรมการมี อำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้


117 - ๗ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (๑) ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับศาสนาอิสลามต่อผู้ว่าราชการจังหวัด (๒) กำกับดูแลและตรวจตราการปฏิบัติงานของคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ในจังหวัดและจังหวัดอื่นตามที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมอบหมาย (๓) ประนีประนอมหรือชี้ขาดคำร้องทุกข์ของสัปปุรุษประจำมัสยิดซึ่งเห็นว่าไม่ได้รับ ความเป็นธรรมจากคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (๔) กำกับดูแลการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิดให้เป็นไปโดยเรียบร้อย (๕) พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (๖) สอบสวนพิจารณาให้กรรมการอิสลามประจำมัสยิดพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๔๐ (๔) (๗) สั่งให้กรรมการอิสลามประจำมัสยิดพักหน้าที่ระหว่างถูกสอบสวน (๘) พิจารณาเกี่ยวกับการจัดตั้ง การย้าย การรวม และการเลิกมัสยิด (๙) แต่งตั้งผู้รักษาการแทนในตำแหน่ง อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น เมื่อตำแหน่ง ดังกล่าวว่างลง (๑๐) ออกหนังสือรับรองการสมรสและการหย่าตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม (๑๑) ประนีประนอมข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวและมรดกตามบัญญัติแห่ง ศาสนาอิสลามเมื่อได้รับการร้องขอ (๑๒) จัดทำทะเบียนทรัพย์สิน เอกสารและบัญชีรายรับ รายจ่าย ของสำนักงาน คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นปัจจุบัน และรายงานผลการดำเนินงาน ฐานะการเงินและทรัพย์สินให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยทราบปีละหนึ่งครั้งภายใน เดือนมีนาคมของทุกปี (๑๓) ออกประกาศและให้คำรับรองเกี่ยวกับกิจการศาสนาอิสลามในจังหวัด มาตรา ๒๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๕ กรรมการ อิสลามประจำจังหวัดพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเพราะขาด คุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๔ ให้กระทรวงมหาดไทยประกาศรายชื่อกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่พ้นจาก ตำแหน่งในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๒๘ การประชุมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ให้นำมาตรา ๒๑ มาใช้ บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๒๙ ให้มีสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล มีหน้าที่เกี่ยวกับกิจการของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด โดยมีคณะกรรมการอิสลามประจำ จังหวัดเป็นผู้แทนของสำนักงานในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการอิสลาม


118 - ๘ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ประจำจังหวัดอาจมีมติมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนทำการแทนก็ได้ และให้เลขานุการ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบในกิจการของสำนักงาน หมวด ๕ คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด มาตรา ๓๐ ให้มีคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดคณะหนึ่ง ประกอบด้วย (๑) อิหม่ามเป็นประธานกรรมการ (๒) คอเต็บเป็นรองประธานกรรมการ (๓) บิหลั่นเป็นรองประธานกรรมการ และ (๔) กรรมการอื่นตามจำนวนที่ที่ประชุมสัปปุรุษประจำมัสยิดนั้นกำหนดจำนวนไม่ น้อยกว่าหกคนแต่ไม่เกินสิบสองคน ให้สัปปุรุษประจำมัสยิดซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป ประชุมกันคัดเลือกผู้ ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดเลือกกรรมการตาม (๔) เป็นเลขานุการหนึ่ง คน นายทะเบียนหนึ่งคน เหรัญญิกหนึ่งคน และตำแหน่งอื่นตามความจำเป็น ให้ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหรือกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่ ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นประธานในที่ประชุมสัปปุรุษประจำ มัสยิด เพื่อดำเนินการคัดเลือกกรรมการอิสลามประจำมัสยิด แล้วเสนอคณะกรรมการอิสลามประจำ จังหวัดเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนด มาตรา ๓๑ อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗ (๒) อ่านพระคัมภีร์อัลกุรอานได้ถูกต้อง (๓) สามารถนำในการปฏิบัติศาสนกิจได้ถูกต้องตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม (๔) มีความสามารถแสดงธรรมได้ (๕) เป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันคัดเลือก อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ไม่ถือเป็นนักพรตหรือนักบวช การพ้นจากตำแหน่งของ อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น ให้เป็นไปตามระเบียบที่ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนด มาตรา ๓๒ กรรมการตามมาตรา ๓๐ (๔) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๗ (๒) เป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันคัดเลือก (๓) มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่มัสยิดนั้นตั้งอยู่ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันคัดเลือก


119 - ๙ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ มาตรา ๓๓ เมื่อตำแหน่งอิหม่าม คอเต็บ หรือบิหลั่น ว่างลง ให้นำวิธีการตามที่ บัญญัติในมาตรา ๓๐ มาใช้เพื่อดำเนินการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทนภายในหนึ่งร้อยแปด สิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง มาตรา ๓๔ กรรมการตามมาตรา ๓๐ (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี เมื่อ ตำแหน่งกรรมการว่างลง ให้นำวิธีการตามที่บัญญัติในมาตรา ๓๐ มาใช้เพื่อดำเนินการคัดเลือก กรรมการแทนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่าง เว้นแต่ตำแหน่งกรรมการดังกล่าว ว่างลงเนื่องจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีมติให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๔๐ (๔) และผู้ ที่พ้นจากตำแหน่งได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยตามมาตรา ๔๑ ระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้นับแต่วันที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมีมติ ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนถึงกำหนดตามวาระไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ ดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้ กรรมการที่ได้รับการคัดเลือกแทนอยู่ในตำแหน่ง เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน มาตรา ๓๕ คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) บำรุงรักษามัสยิดและทรัพย์สินของมัสยิดให้เรียบร้อย (๒) วางระเบียบปฏิบัติภายในของมัสยิดเพื่อให้การดำเนินงานของมัสยิดเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย (๓) ปฏิบัติตามคำแนะนำชี้แจงของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในเมื่อไม่ขัดต่อบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามและกฎหมาย (๔) สนับสนุนสัปปุรุษในการปฏิบัติศาสนกิจ ส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีและ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่ชอบตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม (๕) พิจารณามีมติรับมุสลิมเข้าเป็นสัปปุรุษประจำมัสยิด (๖) อำนวยความสะดวกและอบรมสั่งสอนให้สัปปุรุษประจำมัสยิดปฏิบัติศาสนกิจ โดยถูกต้องเคร่งครัด (๗) ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสัปปุรุษประจำมัสยิดเมื่อได้รับการร้องขอ (๘) จัดให้มีและรักษาสมุดทะเบียนสัปปุรุษประจำมัสยิด และตรวจตราแก้ไขเพิ่มเติม สมุดทะเบียนดังกล่าวให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง (๙) จำหน่ายชื่อสัปปุรุษประจำมัสยิดออกจากทะเบียน เมื่อได้สอบสวนแล้วปรากฏ ว่าผู้นั้นกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม (๑๐) จัดให้มีทะเบียนทรัพย์สิน เอกสาร และบัญชีรายรับรายจ่ายของมัสยิดให้ ถูกต้องตรงความเป็นจริง และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน และทรัพย์สินของมัสยิด แล้วรายงานให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี (๑๑) ดูดวงจันทร์และแจ้งผลการดูดวงจันทร์ต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (๑๒) ส่งเสริมการศึกษาและจัดกิจกรรมที่ไม่ขัดต่อบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม มาตรา ๓๖ สัปปุรุษประจำมัสยิดผู้ถูกจำหน่ายชื่อตามมาตรา ๓๕ (๙) มีสิทธิยื่นคำ ร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ประกาศให้จำหน่าย


120 - ๑๐ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ชื่อออกจากทะเบียน และให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพิจารณาวินิจฉัยให้เสร็จภายในหนึ่ง ร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องคัดค้าน มติของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดให้เป็นที่สุด การยื่นคำร้องคัดค้านและการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้ เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนด มาตรา ๓๗ อิหม่ามมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม (๒) ปกครองดูแลและแนะนำเจ้าหน้าที่ของมัสยิดให้ปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เรียบร้อย (๓) แนะนำให้สัปปุรุษประจำมัสยิดปฏิบัติให้ถูกต้องตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม และกฎหมาย (๔) อำนวยความสะดวกแก่มุสลิมในการปฏิบัติศาสนกิจ (๕) สั่งสอนและอบรมหลักธรรมทางศาสนาอิสลามแก่บรรดาสัปปุรุษประจำมัสยิด มาตรา ๓๘ คอเต็บมีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามในการ แสดงธรรมแก่สัปปุรุษประจำมัสยิด มาตรา ๓๙ บิหลั่นมีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามในการ ประกาศเชิญชวนให้มุสลิมปฏิบัติศาสนกิจตามเวลา มาตรา ๔๐ กรรมการอิสลามประจำมัสยิดพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ครบกำหนดวาระตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง สำหรับกรรมการอื่นตามมาตรา ๓๐ (๔) ในคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขาด คุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๒ (๕) สัปปุรุษประจำมัสยิดตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง จำนวนเกินกว่ากึ่งหนึ่งยื่นคำร้อง ต่อคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดขอให้พ้นจากตำแหน่ง และคณะกรรมการอิสลามประจำ จังหวัดสอบสวนและวินิจฉัยแล้วมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง (๖) คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสอบสวนแล้วเห็นว่ามีความประพฤติในทาง ที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่มัสยิด หรือบกพร่องต่อหน้าที่ หรือดำเนินกิจการของมัสยิดไปในทางไม่ สงบเรียบร้อย หรือขัดต่อหลักการของศาสนาอิสลาม หรือกระทำการอันอาจเสื่อมเสียประโยชน์ของ มัสยิด และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดวินิจฉัยแล้วมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง ในกรณีที่สอบสวนแล้วเห็นว่าพฤติการณ์แห่งความผิดที่ได้กระทำยังไม่ถึงขั้นให้พ้น จากตำแหน่ง คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดอาจวินิจฉัยให้ภาคทัณฑ์ไว้ก่อนก็ได้ มาตรา ๔๑ กรรมการอิสลามประจำมัสยิดซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๔๐ (๔) (๕) และ (๖) มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยภายในสามสิบวัน


121 - ๑๑ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง และให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยพิจารณาวินิจฉัยให้ เสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องคัดค้าน มติของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศ ไทยให้เป็นที่สุด การยื่นคำร้องคัดค้าน และการวินิจฉัยคำร้องคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยกำหนด มาตรา ๔๒ การประชุมคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ให้นำมาตรา ๒๑ มาใช้ บังคับโดยอนุโลม บทเฉพาะกาล มาตรา ๔๓ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๙ ให้กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยและกรรมการอิสลามประจำจังหวัดซึ่ง ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับดำรงตำแหน่งต่อไปอีกสองปีนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กรรมการอิสลามประจำมัสยิดซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๔ ให้มัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นมัสยิดตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔๕ ให้ “อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย” ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราช กฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พุทธศักราช ๒๔๘๘ เป็นอิสลามวิทยาลัยตาม พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔๖ บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่ออกตาม พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐ และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พุทธศักราช ๒๔๘๘ ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมก่อนจนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และคำสั่ง ตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี


122 - ๑๒ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติมัสยิด อิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม พุทธศักราช ๒๔๘๘ และ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลาม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๑ ได้ใช้บังคับมาเป็น เวลานานไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ *พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๒ มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒๐ ในพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้ แก้ไขคำว่า “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม” หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งได้มี การตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นแล้ว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วน ราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่ โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับอำนาจ หน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราช กฤษฎีกาดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ เพื่อให้ ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอำนาจหน้าที่ว่าตาม กฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของ หน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจหน้าที่ และเพิ่มผู้แทน ส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วน ราชการใหม่ รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติ และพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ ๒ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หน้า ๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๕


123 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และมาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้ยกเลิก (๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๒ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ (๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๗ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ (๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๑ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ (๔) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๖ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อ ๒ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังนี้ (๑) ค่าธรรมเนียมในการขอสัมปทาน รายละ ๕๐๐ บาท (๒) ค่าสัมปทานต่อปี ไร่ละ ๒๐ บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ (๓) ค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ก) ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน ๒๐ ไร่ แปลงละ ๓๐ บาท (ข) ที่ดินเนื้อที่เกิน ๒๐ ไร่ ส่วนที่เกิน ไร่ละ ๒ บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ (๔) ค่าธรรมเนียมการพิสูจน์สอบสวนหรือตรวจสอบ เนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ก) ถ้าเรียกเป็นรายแปลง แปลงละ ๓๐ บาท (ข) ถ้าเรียกเป็นรายวัน วันละ ๓๐ บาท (ค) ค่าคัดหรือจำลองแผนที่ แปลงละ ๓๐ บาท (ง) ค่าจำนวนเนื้อที่หรือสอบแส แปลงละ ๓๐ บาท (จ) ค่าจับระยะ แปลงละ ๑๐ บาท (๕) ค่าธรรมเนียมออกโฉนดที่ดิน ๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๗๖ ก/หน้า ๔/๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๑


124 - ๒ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (ก) ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน ๒๐ ไร่ แปลงละ ๕๐ บาท (ข) ที่ดินเนื้อที่เกิน ๒๐ ไร่ ส่วนที่เกิน ไร่ละ ๒ บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ (๖) ค่าธรรมเนียมรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน (ก) ถ้าเรียกเป็นรายแปลง แปลงละ ๔๐ บาท (ข) ถ้าเรียกเป็นรายวัน วันละ ๔๐ บาท (ค) ค่าคัดหรือจำลองแผนที่ แปลงละ ๓๐ บาท (ง) ค่าคำนวณเนื้อที่หรือสอบแส แปลงละ ๓๐ บาท (จ) ค่าจับระยะ แปลงละ ๑๐ บาท (๗) ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ก) ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมีทุนทรัพย์เรียกตามราคา ประเมินทุนทรัพย์ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคา ประเมินทุนทรัพย์กำหนด ร้อยละ ๒ (ข) ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ เฉพาะในกรณีที่ องค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ หรือบริษัทจำกัด ที่สถาบันการเงินตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหาร สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๐ จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการ บริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์โดยความเห็นชอบของธนาคาร แห่งประเทศไทย เป็นผู้รับโอนหรือโอนคืน หรือกรณีที่ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการ ก.ล.ต. เป็นผู้รับโอน ให้เรียกตามราคา ประเมินทุนทรัพย์ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคา ประเมินทุนทรัพย์กำหนด ร้อยละ ๐.๐๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (ข/๑)๒ ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ เฉพาะในกรณีที่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นผู้รับโอนหรือผู้โอนอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ โดยมีสัญญาการรับโอนอสังหาริมทรัพย์นั้น กลับคืนจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือมีสัญญาการโอนอสังหาริมทรัพย์นั้น ต่อให้ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาล ตามประมวลรัษฎากร ให้เรียกตามราคา ประเมินทุนทรัพย์ตามที่คณะกรรมการ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนด ร้อยละ ๐.๐๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒ ข้อ ๒ (๗) (ข/๑) เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๕๖) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗


125 - ๓ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (ข/๒)๓ ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ เฉพาะในกรณีการโอนอสังหาริมทรัพย์ จากทรัสตีรายเดิมเป็นทรัสตีรายใหม่ ตามกฎหมาย ว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน ให้เรียกตาม ราคาประเมินทุนทรัพย์ตามที่คณะกรรมการกำหนด ราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนด ร้อยละ ๐.๐๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (ค) ๔ ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์เฉพาะในกรณีที่ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สภากาชาดไทย มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา หรือมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นผู้รับโอนหรือผู้โอน เรียกตามราคาประเมินทุนทรัพย์ ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนด ร้อยละ ๐.๐๐๑ (ง) ค่าจดทะเบียนโอนมรดกหรือให้ ทั้งนี้ เฉพาะในระหว่าง ผู้บุพการีกับผู้สืบสันดาน หรือระหว่างคู่สมรส เรียกตามราคา ประเมินทุนทรัพย์ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาประเมิน ทุนทรัพย์กำหนด ร้อยละ ๐.๕ (จ) ค่าจดทะเบียนเฉพาะในกรณีที่วัดวาอาราม วัดบาดหลวง โรมันคาธอลิค หรือมัสยิดอิสลามเป็นผู้รับให้ เพื่อใช้เป็นที่ตั้ง ศาสนสถาน ทั้งนี้ ในส่วนที่ได้มารวมกับที่ดินที่มีอยู่ก่อนแล้ว ไม่เกิน ๕๐ ไร่ เรียกตามราคาประเมินทุนทรัพย์ตามที่ คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนด ร้อยละ ๐.๐๑ (ฉ) ค่าจดทะเบียนการจำนองหรือบุริมสิทธิ ร้อยละ ๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (ช) ค่าจดทะเบียนการจำนองหรือบุริมสิทธิสำหรับการให้สินเชื่อ เพื่อการเกษตรของสถาบันการเงินที่รัฐมนตรีกำหนด ร้อยละ ๐.๕ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (ซ) ค่าจดทะเบียนการจำนองหรือบุริมสิทธิ เฉพาะในกรณีที่ องค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์หรือบริษัทจำกัด ที่สถาบันการเงินตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การ บริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์พ.ศ. ๒๕๔๐ จัดตั้งขึ้นเพื่อ ๓ ข้อ ๒ (๗) (ข/๒) เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๗ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๔ ข้อ ๒ (๗) (ค) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๖ (พ.ศ. ๒๕๕๘) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗


126 - ๔ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ดำเนินการบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์โดยความเห็นชอบ ของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นผู้ขอจดทะเบียน ร้อยละ ๐.๐๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (ซ/๑)๕ ค่าจดทะเบียนการจำนอง เฉพาะในกรณีที่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นผู้ขอจดทะเบียน ร้อยละ ๐.๐๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (ซ/๒)๖ ค่าจดทะเบียนการจำนองหรือบุริมสิทธิ เฉพาะในกรณีการโอนสิทธิจำนองหรือบุริมสิทธิ จากทรัสตีรายเดิมเป็นทรัสตีรายใหม่ตามกฎหมาย ว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน ร้อยละ ๐.๐๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐บาท (ฌ) ค่าจดทะเบียนโอนสิทธิการรับจำนอง เฉพาะในกรณีที่สถาบัน การเงินรับโอนสิทธิเรียกร้องจากการขายทรัพย์สินเพื่อชำระบัญชี ของบริษัทที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามมาตรา ๓๐ แห่ง พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นผู้ขอจดทะเบียน ร้อยละ ๐.๐๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (ญ) ค่าจดทะเบียนการจำนอง สำหรับการให้สินเชื่อเพื่อฟื้นฟู ความเสียหายจากอุทกภัย อัคคีภัย วาตภัย หรือมหันตภัยอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีกำหนด ร้อยละ ๐.๐๑ (ฎ) ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ และค่าจดทะเบียนการจำนอง เฉพาะในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ลดหย่อนค่าธรรมเนียม เป็นพิเศษเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือความมั่นคงในทาง เศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ คณะรัฐมนตรีกำหนด ร้อยละ ๐.๐๑ (ฎ/๑) ๗ ค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์เฉพาะ ในกรณีที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้รับโอน เนื่องจาก การให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารอิสลาม แห่งประเทศไทย ให้เรียกตามราคาประเมิน ๕ ข้อ ๒ (๗) (ซ/๑) เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๕๖) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๖ ข้อ ๒ (๗) (ซ/๒) เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๕๗ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๗ ข้อ ๒ (๗) (ฎ/๑) เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๑ (พ.ศ. ๒๕๔๙) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗


127 - ๕ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ทุนทรัพย์ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคา ประเมินทุนทรัพย์กำหนด ร้อยละ ๑ (ฏ) ๘ ค่าจดทะเบียนทรัพยสิทธิที่มีค่าตอบแทน ยกเว้นการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ที่มีทุนทรัพย์ตาม (ก) (ข) (ข/๑) (ค) (ง) (จ) (ฎ) และ (ฎ/๑) ร้อยละ ๑ (ฐ) ค่าจดทะเบียนการเช่า ร้อยละ ๑ (ฐ/๑)๙ ค่าจดทะเบียนการเช่า เฉพาะในกรณีที่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นผู้เช่า ผู้เช่าช่วง ผู้ให้เช่า หรือผู้ให้เช่าช่วง ร้อยละ ๐.๐๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (ฐ/๒)๑๐ ค่าจดทะเบียนการเช่า เฉพาะในกรณีการโอนสิทธิการเช่า จากทรัสตีรายเดิมเป็นทรัสตีรายใหม่ ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน ร้อยละ ๐.๐๑ แต่อย่างสูงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (ฑ) ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไม่มีทุนทรัพย์ แปลงละ ๕๐ บาท (๘) ค่าธรรมเนียมการขอให้ได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว รายละ ๕๐๐ บาท ค่าอนุญาต ไร่ละ ๑๐๐ บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ (๙) ค่าธรรมเนียมการขอให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อการค้าที่ดิน รายละ ๕๐๐ บาท ค่าอนุญาต ไร่ละ ๒๐ บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่ (๑๐)๑๑ ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด (ก) ค่าคำขอ แปลงละ ๕ บาท (ข) ค่าคัดสำเนาเอกสารต่าง ๆ รวมทั้งค่าคัดสำเนา เอกสารเป็นพยานในคดีแพ่งโดยเจ้าหน้าที่ เป็นผู้คัด ร้อยคำแรกหรือไม่ถึงร้อยคำ ๑๐ บาท ร้อยคำต่อไป ร้อยละ ๕ บาท ๘ ข้อ ๒ (๗) (ฏ) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๕๖) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๙ ข้อ ๒ (๗) (ฐ/๑) เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๕๖) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑๐ ข้อ ๒ (๗) (ฐ/๒) เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๕๗ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑๑ ข้อ ๒ (๑๐) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๔๙) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗


128 - ๖ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ เศษของร้อยให้คิดเป็นหนึ่งร้อย (ค) ค่ารับรองเอกสารที่คัด ฉบับละ ๑๐ บาท (ง) ค่าตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดิน แปลงละ ๑๐ บาท (จ) ค่ารับอายัดที่ดิน แปลงละ ๑๐ บาท (ฉ) ค่ามอบอำนาจ เรื่องละ ๒๐ บาท (ช) ค่าออกใบแทนโฉนดที่ดินหรือหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินอย่างอื่น ฉบับละ ๕๐ บาท (ซ) ค่าประกาศ แปลงละ ๑๐ บาท (ฌ) ค่าหลักเขตที่ดิน หลักละ ๑๕ บาท ถ้าเป็นการเดินสำรวจหรือสอบเขตทั้งตำบล สำหรับกรณีออกโฉนดคิดเป็นรายแปลง แปลงละ ๖๐ บาท (ญ) ค่าตรวจสอบข้อมูลด้านงานรังวัด ด้านทะเบียนที่ดิน ด้านประเมินราคา หรือข้อมูลอื่น ครั้งละ ๑๐๐ บาท (ฎ) ค่าสำเนาจากสื่อบันทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นหรือสำเนาข้อมูลอื่น แผ่นละ ๕๐ บาท ข้อ ๓ ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติ กรรม หรือราคาทุนทรัพย์ที่ผู้ขอจดทะเบียนแสดงในการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามข้อ ๒ (๗) ถ้ามีเศษต่ำกว่าหนึ่งร้อยบาทให้คิดเป็นหนึ่งร้อยบาท การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามข้อ ๒ เศษของหนึ่งบาทให้คิดเป็นหนึ่งบาท ข้อ ๔๑๒ ค่าใช้จ่าย (๑) ค่าพาหนะเดินทางให้แก่เจ้าพนักงาน ให้จ่ายในลักษณะ พนักงานเจ้าหน้าที่ และคนงานที่จ้างไป เหมาจ่ายตามระเบียบ ทำการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน หรือ กระทรวงมหาดไทย พิสูจน์สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่ ด้วยความเห็นชอบของ เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ กระทรวงการคลัง ตามคำขอ (๒) ค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่เจ้าพนักงาน ให้จ่ายในลักษณะ พนักงานเจ้าหน้าที่ และค่าจ้างคนงาน เหมาจ่ายตามระเบียบ ที่จ้างไปทำการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน กระทรวงมหาดไทย หรือพิสูจน์สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่ ด้วยความเห็นชอบของ เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ กระทรวงการคลัง ตามคำขอ ๑๒ ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความใน พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗


129 - ๗ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ (๓) ค่าป่วยการให้แก่เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ หรือผู้แทนที่ไปในการรังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน หรือพิสูจน์สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ คนหนึ่ง วันละ ๕๐ บาท (๔) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการรังวัด ให้จ่ายในลักษณะ เกี่ยวกับโฉนดที่ดิน หรือพิสูจน์ เหมาจ่ายตามระเบียบ สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่ กระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับหนังสือรับรอง ด้วยความเห็นชอบของ การทำประโยชน์ กระทรวงการคลัง (๕) ค่าปิดประกาศให้แก่ผู้ปิดประกาศ แปลงละ ๑๐ บาท (๖) ค่าพยานให้แก่พยาน คนละ ๑๐ บาท ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ วัฒนา อัศวเหม รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


130 - ๘ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายปรับลด ค่าธรรมเนียมการจำนองอสังหาริมทรัพย์เพื่อสนับสนุนการขายทอดตลาดทรัพย์สินขององค์การเพื่อ การปฏิรูประบบสถาบันการเงินให้ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น อันจะมีผลทำให้ราคาประมูลซื้อดีขึ้น นอกจากนี้เพื่อกำหนดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนองเพื่อประกันการกู้ยืมเงินเพื่อฟื้นฟูความ เสียหายอันเกิดจาก อุทกภัย อัคคีภัย หรือมหันตภัยอื่น การจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ในกรณีที่ องค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์หรือบริษัทจำกัดที่สถาบันการเงินตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง องค์การบริหารสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๐ จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการบริหารสินเชื่อ อสังหาริมทรัพย์โดยความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้โอนคืนให้แก่ผู้โอน การจดทะเบียน ยกที่ดินให้แก่ศาสนสถานของศาสนาต่าง ๆ และการจดทะเบียนทรัพยสิทธิที่มีค่าตอบแทน การ กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ค่าจดทะเบียนการจำนองหรือบุริมสิทธิที่จดทะเบียน ค่าจดทะเบียน ทรัพยสิทธิที่มีค่าตอบแทน และค่าจดทะเบียนการเช่า และการกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับกรณีที่ คระรัฐมนตรีมีมติให้ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์ สาธารณะหรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประชาชน ประกอบกับกฎกระทรวงว่าด้วยอัตรา ค่าธรรมเนียม ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้ใช้บังคับ มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๒ และได้มีการแก้เพิ่มเติมหลายครั้ง สมควรปรับปรุงเป็นฉบับเดียวกัน เพื่อ ประโยชน์ในการตรวจสอบและอ้างอิงของพนักงานเจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไป จึงจำเป็นต้องออก กฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๘ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรปรับปรุงค่าใช้จ่ายในการ รังวัดเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน หรือการพิสูจน์สอบสวน หรือตรวจสอบเนื้อที่เกี่ยวกับหนังสือรับรองการทำ ประโยชน์ให้จ่ายในลักษณะเหมาจ่ายตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยด้วยความเห็นชอบของ กระทรวงการคลัง ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ท้ายประมวลกฎหมายที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ตลอดจนปรับปรุงค่าป่วยการเจ้าพนักงาน ปกครองท้องที่ให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๐ (พ.ศ. ๒๕๔๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑๔ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ โดยที่สภากาชาดไทยเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๔๖๑ โดยมีวัตถุประสงค์ในการสา ธารณกุศลเพื่อกระทำกิจในทางเมตตาการุณ สมควรกำหนดให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน โอนอสังหาริมทรัพย์ เฉพาะในกรณีสภากาชาดไทยเป็นผู้รับโอนหรือผู้โอน ในอัตราร้อยละ ๐.๐๐๑ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ๑๓ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๔๓ ก/หน้า ๑/๑ มิถุนายน ๒๕๔๒๑๔ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๕ ก/หน้า ๑๑/๑๔ มกราคม ๒๕๔๘


131 - ๙ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๑ (พ.ศ. ๒๕๔๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นธนาคารที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ มีวัตถุประสงค์ เพื่อประกอบธุรกิจทางการเงินและประกอบกิจการอื่นให้สอดคล้องกับหลักการของศาสนาอิสลามซึ่ง ห้ามมิให้ดำเนินธุรกิจทางการเงินที่ผูกพันกับดอกเบี้ย ธนาคารจึงต้องดำเนินการจัดหาสิ่งที่ลูกค้า ต้องการทั้งสินทรัพย์หมุนเวียนและอสังหาริมทรัพย์แทนการให้เป็นตัวเงิน ทำให้การทำธุรกรรมการให้ สินเชื่อเพื่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์เกิดภาระภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ถึง สองครั้ง เป็นเหตุให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงกว่าการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ดังนั้น เพื่อเป็น การลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าอันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และเป็น การส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สมควรกำหนดให้เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์เฉพาะในกรณีที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้รับโอนเนื่องจากการให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารอิสลามแห่ง ประเทศไทย ในอัตราร้อยละหนึ่ง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๓ (พ.ศ. ๒๕๔๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑๖ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนด ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับค่าตรวจสอบข้อมูลด้านงานรังวัด ด้านทะเบียนที่ดิน ด้านประเมิน ราคา หรือข้อมูลอื่น และค่าสำเนาจากสื่อบันทึกข้อมูลทางคอมพิวเตอร์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นหรือ สำเนาข้อมูลอื่น เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายท้าย ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๓ และให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบันที่มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมา ใช้ในการให้บริการแก่ประชาชน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕๔ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑๗ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของ สภากาชาดไทยเป็นมูลนิธิที่จัดตั้งโดยมีลักษณะพิเศษเฉพาะดังปรากฏจากวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ สมควรกำหนดให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ เฉพาะในกรณีมูลนิธิ สงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย เป็นผู้รับโอนหรือผู้โอนในอัตราร้อยละ ๐.๐๐๑ เช่นเดียวกับที่ ๑๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๑/๓๑ มกราคม ๒๕๔๙๑๖ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๘๙ ก/หน้า ๑๐/๑ กันยายน ๒๕๔๙๑๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๗ ก/หน้า ๕/๒๘ มกราคม ๒๕๕๓


132 - ๑๐ - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ กำหนดไว้สำหรับมูลนิธิชัยพัฒ นา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงฉบับที่ ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๕๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้มี การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเป็น ช่องทางระดมทุนสำหรับกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ สมควร กำหนดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวม โครงสร้างพื้นฐานเป็นผู้ขอจดทะเบียนเป็นกรณีพิเศษเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน อันเป็นการสร้างแรงจูงใจให้มีการจัดตั้งกองทุนรวมดังกล่าวในประเทศ ไทย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงฉบับที่ ๕๖ (พ.ศ. ๒๕๕๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๑๙ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นมูลนิธิที่จัดตั้งโดยมีลักษณะพิเศษเฉพาะดังปรากฏจาก วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ สมควรกำหนดให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ เฉพาะในกรณีมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาหรือมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเป็นผู้รับ โอนหรือผู้โอนในอัตราร้อยละศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่ง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงฉบับที่ ๕๗ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗๒๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้มี กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน ตลอดจนสนับสนุนการใช้ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนอันจะช่วยให้มีการระดมทุนในตลาดทุนมาก ยิ่งขึ้น ประกอบกับในการบริหารกองทรัสต์จะมีทรัสตีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งหากมีการ เปลี่ยนตัวทรัสตีจะต้องเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้ทรัสตีรายใหม่เป็นผู้บริหารกองทรัสต์ สมควรกำหนดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนตัวทรัสตีเป็น กรณีพิเศษ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของกองทรัสต์อันเป็นการสร้างแรงจูงใจให้มีการ นำทรัสต์มาเป็นเครื่องมือในการดำเนินธุรกรรมในตลาดทุนมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ๑๘ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๓๖/๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖๑๙ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๒๔ ก/หน้า ๕/๑ เมษายน ๒๕๕๘๒๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๑๑๑ ก/หน้า ๕/๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙


133 ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตำมควำมในพระรำชบัญญัติสุสำนและฌำปนสถำน พ.ศ. ๒๕๒๘๑ อำศัยอ ำนำจตำมควำมในมำตรำ ๖ วรรคสอง มำตรำ ๗ วรรคสอง มำตรำ ๑๒ วรรคสอง และมำตรำ ๓๐ แห่งพระรำชบัญญัติสุสำนและฌำปนสถำน พ.ศ. ๒๕๒๘ อันเป็น พระรำชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบำงประกำรเกี่ยวกับกำรจ ำกัดสิทธิและเสรีภำพของบุคคล ซึ่งมำตรำ ๒๙ ประกอบกับมำตรำ ๓๕ และมำตรำ ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย บัญญัติให้กระท ำ ได้โดยอำศัยอ ำนำจตำมบทบัญญัติแห่งกฎหมำย รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงมหำดไทยออกกฎกระทรวง ไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปน สถำนเอกชนให้ยื่นค ำขอรับใบอนุญำตต่อเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่จะจัดตั้งสุสำนและฌำปน สถำนนั้นตำมแบบ สฌ. ๑ ท้ำยกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยเอกสำรและหลักฐำน ดังต่อไปนี้ (๑) บุคคลธรรมดำ (ก) ภำพถ่ำยบัตรประจ ำตัวประชำชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจ ำตัว ประชำชนได้หรือภำพถ่ำยใบส ำคัญประจ ำตัวคนต่ำงด้ำว (ข) ส ำเนำหรือภำพถ่ำยทะเบียนบ้ำน (ค) หนังสือส ำคัญแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่จะใช้เป็นที่ตั้ง สุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนที่ขออนุญำตจัดตั้ง (ง) แผนที่แสดงเขตที่ดินที่จะใช้เป็นที่ตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือ สุสำนและฌำปนสถำนเอกชนที่ขออนุญำตจัดตั้ง รวมทั้งบริเวณใกล้เคียงเพื่อประโยชน์ในกำร ตรวจสอบตำมข้อ ๔ หรือข้อ ๕ (จ) แผนผังแสดงกำรใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้ำงในกิจกำรของสุสำนและฌำปน สถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนที่ขออนุญำตจัดตั้ง (๒) นิติบุคคล (ก) หลักฐำนแสดงกำรเป็นนิติบุคคลและวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล (ข) หลักฐำนแสดงว่ำผู้ยื่นค ำขอเป็นผู้มีอ ำนำจกระท ำกำรแทนนิติบุคคลผู้ขอรับ ใบอนุญำต (ค) เอกสำรตำม (๑) (ก) และ (ข) ของผู้จัดกำรนิติบุคคล หรือผู้มีอ ำนำจกระท ำ กำรแทนนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญำต ซึ่งเป็นผู้ลงลำยมือชื่อในค ำขอแทนนิติบุคคล (ง) เอกสำรตำม (๑) (ค) (ง) และ (จ) ข้อ ๒ กำรขอรับใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน ๑ รำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๖๙ ก/หน้ำ ๑๘/๒๕ กรกฎำคม ๒๕๔๓


134 - ๒ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ และฌำปนสถำนเอกชนตำมข้อ ๑ ผู้ขอรับใบอนุญำตต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองใน ที่ดินที่จะใช้เป็นที่ตั้งสุสำนและฌำปนสถำนดังกล่ำว ข้อ ๓ สถำนที่ตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำน เอกชนต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่ำหนึ่งไร่ ข้อ ๔ กำรออกใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำ ปนสถำนเอกชนส ำหรับเก็บหรือฝังศพเป็นกำรถำวร ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นพิจำรณำตำมหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) สถำนที่ตั้งต้องไม่เป็นพื้นที่ป่ำต้นน้ ำล ำธำร (๒) สถำนที่ตั้งต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่อันเป็นสถำนที่ท่องเที่ยว หรือเขตพื้นที่อัน จัดสรรเป็นพื้นที่เพื่อนันทนำกำรหรือเขตอนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตำมกฎหมำยว่ำด้วย ส่งเสริมและรักษำคุณภำพสิ่งแวดล้อมแห่งชำติ (๓) สถำนที่ต้องไม่อยู่ในบริเวณที่เป็นเอกลักษณ์หรือสัญลักษณ์ของท้องถิ่นหรือมี ควำมส ำคัญทำงประวัติศำสตร์หรือโบรำณคดี (๔) สถำนที่ตั้งต้องอยู่ห่ำงจำกทำงหลวงที่เป็นทำงหรือถนนส ำหรับประชำชนใช้ใน กำรจรำจรสำธำรณะอย่ำงน้อยห้ำสิบเมตร ห่ำงจำกทำงน้ ำซึ่งประชำชนใช้ในกำรจรำจรสำธำรณะ ห้วย แม่น้ ำ คลอง หรือแหล่งน้ ำสำธำรณประโยชน์อื่นอย่ำงน้อยสี่ร้อยเมตร เว้นแต่ในกรณีที่มีกำร ป้องกันมิให้กลิ่นและสิ่งปฏิกูลรั่วไหล สถำนที่ตั้งนั้นจะต้องอยู่ห่ำงจำกทำงน้ ำไม่น้อยกว่ำหนึ่งร้อยเมตร (๕ ) สถำนที่ ตั้งต้ องของสุส ำน แล ะฌ ำป น สถ ำน เอกชน ต้องไม่อยู่ในเขต กรุงเทพมหำนคร เมืองพัทยำหรือเทศบำล ข้อ ๕ กำรออกใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำ ปนสถำนเอกชนส ำหรับกำรเผำศพโดยเฉพำะ ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นพิจำรณำตำมหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขตำมข้อ ๔ (๑) (๒) และ (๓) ข้อ ๖ เมื่อได้รับค ำขอรับใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือ สุสำนและฌำปนสถำนเอกชนตำมข้อ ๑ แล้ว ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นด ำเนินกำร ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีกำรตรวจสอบท ำเลสถำนที่ที่จะใช้เป็นที่ตั้งสุสำนและฌำปนสถำน สำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชน ตลอดจนเอกสำรและหลักฐำนที่ยื่นประกอบค ำขอรับ ใบอนุญำต (๒) ต้องพิจำรณำอนุญำตให้แล้วเสร็จภำยในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับค ำขอรับ ใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชน (๓) ต้องแจ้งผลกำรพิจำรณำให้ผู้ยื่นค ำขอทรำบภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันพิจำรณำ แล้วเสร็จ กำรนับระยะเวลำดังกล่ำวไม่รวมระยะเวลำที่เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นคืนค ำขอหรือสั่ง กำรให้ผู้ยื่นค ำขอไปด ำเนินกำรให้ถูกต้องสมบูรณ์


135 - ๓ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ข้อ ๗ ใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำน เอกชนให้ใช้แบบ สฌ. ๒ ส ำหรับบุคคลธรรมดำ และ สฌ. ๒/๑ ส ำหรับนิติบุคคล ท้ำยกฎกระทรวงนี้ ข้อ ๘ ผู้ใดประสงค์จะด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน และฌำปนสถำนเอกชนให้ยื่นค ำขอรับใบอนุญำตต่อเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่จัดตั้งสุสำน และฌำปนสถำนนั้นตำมแบบ สฌ. ๓ ท้ำยกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยเอกสำรและหลักฐำน ดังต่อไปนี้ (๑) ภำพถ่ำยบัตรประจ ำตัวประชำชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจ ำตัวประชำชน ได้ หรือภำพถ่ำยใบส ำคัญประจ ำตัวคนต่ำงด้ำว (๒) ส ำเนำหรือภำพถ่ำยทะเบียนบ้ำน (๓) หนังสือยินยอมให้เป็นผู้ด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน และฌำปนสถำนเอกชนของผู้ได้รับใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน และฌำปนสถำนเอกชนเว้นแต่ผู้ขอเป็นผู้ได้รับใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนนั้นเอง (๔) ภำพถ่ำยใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปน สถำนเอกชนหรือใบแทนใบอนุญำตดังกล่ำว ข้อ ๙ เมื่อได้รับค ำขอรับใบอนุญำตด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือ สุสำนและฌำปนสถำนเอกชนตำมข้อ ๘ แล้ว ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นด ำเนินกำร ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีกำรตรวจสอบเอกสำรและหลักฐำนที่ยื่นประกอบค ำขอรับใบอนุญำต (๒) ต้องพิจำรณำอนุญำตให้แล้วเสร็จภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่ได้รับค ำขอรับ ใบอนุญำตด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชน (๓) ต้องแจ้งผลกำรพิจำรณำให้ผู้ยื่นค ำขอทรำบภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันพิจำรณำ แล้วเสร็จ กำรนับระยะเวลำดังกล่ำวไม่รวมระยะเวลำที่เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นคืนค ำขอหรือสั่ง กำรให้ผู้ยื่นค ำขอไปด ำเนินกำรให้ถูกต้องสมบูรณ์ ข้อ ๑๐ ใบอนุญำตให้ด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำ ปนสถำนเอกชนให้ใช้แบบ สฌ. ๔ ท้ำยกฎกระทรวงนี้ ข้อ ๑๑ ผู้ได้รับใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำ ปนสถำนเอกชนผู้ใดประสงค์จะขอต่ออำยุใบอนุญำต ให้ยื่นค ำขอต่อเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ จัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนนั้น ตำมแบบ สฌ. ๕ ท้ำยกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยใบอนุญำตจัดตั้ง สุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนหรือใบแทนใบอนุญำตเดิม ก่อน ใบอนุญำตเดิมสิ้นอำยุไม่น้อยกว่ำสำมสิบวัน ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญำตตำมวรรคหนึ่งซึ่งประสงค์จะขอต่ออำยุใบอนุญำตเป็นนิติ บุคคล ให้ยื่นเอกสำรและหลักฐำนตำมข้อ ๑ (๒) (ข) ด้วย เมื่อเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นเห็นควรอนุญำตให้ต่ออำยุใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปน สถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชน ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นออกใบอนุญำตตำมแบบ ใบอนุญำตเดิมให้ใหม่


136 - ๔ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ข้อ ๑๒ ผู้ได้รับใบอนุญำตด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน และฌำปนสถำนเอกชนผู้ใดประสงค์จะขอต่ออำยุใบอนุญำต ให้ยื่นค ำขอต่อเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นแห่ง ท้องที่ที่จัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำนนั้น ตำมแบบ สฌ. ๖ ท้ำยกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยใบอนุญำต ด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนหรือใบแทนใบอนุญำต เดิม ก่อนใบอนุญำตเดิมสิ้นอำยุไม่น้อยกว่ำสำมสิบวัน เมื่อเจ้ำพนักงำนท้องถิ่นเห็นควรอนุญำตให้ต่ออำยุใบอนุญำตด ำเนินกำรสุสำน และฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำน และฌำปนสถำนเอกชน ให้เจ้ำพนักงำนท้องถิ่นออกใบอนุญำต ตำมแบบใบอนุญำตเดิมให้ใหม่ ข้อ ๑๓ มิให้น ำควำมในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มำใช้บังคับกับสุสำนและฌำปน สถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนที่ได้รับอนุญำตให้จัดตั้งอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ ใช้บังคับ ข้อ ๑๔ สุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำนเอกชนซึ่งมีอยู่ แล้วและยังไม่ได้รับอนุญำตให้จัดตั้งก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ผู้ที่เป็นเจ้ำของหรือผู้ ครอบครองมำขอรับใบอนุญำตภำยในสำมสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ มิให้น ำ ควำมในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ มำใช้บังคับ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ มิถุนำยน พ.ศ. ๒๕๔๓ ช ำนิ ศักดิเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่ำกำรฯ รักษำรำชกำรแทน รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงมหำดไทย


137 - ๕ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ [เอกสำรแนบท้ำย] ๑. ค ำขอรับใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำน (แบบ สฌ. ๑) ๒. ใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำน (ส ำหรับบุคคลธรรมดำ) (แบบ สฌ. ๒) ๓. ใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำน (ส ำหรับนิติบุคคล) (แบบ สฌ. ๒/๑) ๔. ค ำขอรับใบอนุญำตด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำน (แบบ สฌ. ๓) ๕. ใบอนุญำตด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำน (แบบ สฌ. ๔) ๖. ค ำขอต่ออำยุใบอนุญำตจัดตั้งสุสำนและฌำปนสถำน (แบบ สฌ. ๕) ๗. ค ำขอต่ออำยุใบอนุญำตด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำน (แบบ สฌ. ๖) (ดูข้อมูลจำกภำพกฎหมำย)


138 - ๖ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ หมำยเหตุ :- เหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นกำรสมควรก ำหนดหลักเกณฑ์ วิธีกำรและเงื่อนไขกำรขออนุญำต กำรอนุญำต กำรขอต่ออำยุใบอนุญำต และกำรต่ออำยุใบอนุญำต ส ำหรับกำรจัดตั้งและกำรด ำเนินกำรสุสำนและฌำปนสถำนสำธำรณะหรือสุสำนและฌำปนสถำน เอกชน และเนื่องจำกมำตรำ ๖ วรรคสอง มำตรำ ๗ วรรคสอง และมำตรำ ๑๒ วรรคสอง แห่ง พระรำชบัญญัติสุสำนและฌำปนสถำน พ.ศ. ๒๕๒๘ บัญญัติให้หลักเกณฑ์ วิธีกำรและเงื่อนไขในเรื่อง ดังกล่ำวให้เป็นไปตำมที่ก ำหนดในกฎกระทรวง จึงจ ำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ศิรวัชร์/ปรับปรุง ๑๗ พฤษภำคม ๒๕๖๒


139 หน้า ๔๑ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ กฎกระทรวง การสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จําพรรษา พ.ศ. ๒๕๕๙ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และมาตรา ๓๒ ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้ยกเลิก (๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๐๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ (๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ข้อ ๒ ในกรุงเทพมหานคร ให้สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่สํานักงาน พระพุทธศาสนาจังหวัดตามที่กําหนดในกฎกระทรวงนี้ ข้อ ๓ คําขอสร้างวัด และรายงานเพื่อขอตั้งวัด ขอรวมเป็นวัดเดียว ขอย้ายวัด ขอยุบเลิกวัด ขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา หรือขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จําพรรษา ให้เป็นไปตามแบบ ที่ผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกําหนด ข้อ ๔ ให้สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจัดทําทะเบียนวัดตามแบบที่ผู้อํานวยการ สํานักงานพระพุทธศาสนาแหงชาต่ ิกําหนด ทะเบียนวัดตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูลวัดเกี่ยวกับการได้รับอนุญาต ให้สร้างวัด การตั้งวัด การรวมเป็นวัดเดียว การย้ายวัด การยุบเลิกวัด การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา การยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จําพรรษา และข้อมูลอื่นอันจําเป็นต้องมีเพื่อประโยชน์แก่กิจการ พระพุทธศาสนา


140 หน้า ๔๒ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ หมวด ๑ การสร้างวัด ข้อ ๕ วัดที่จะสร้างขึ้นต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ที่ดินที่ใช้เป็นสถานที่สร้างวัดต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่าหกไร่ (๒) เป็นสถานที่ที่สมควรเป็นที่พํานักของพระภิกษุสงฆ์และการประกอบศาสนกิจ (๓) เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นไม่น้อยกว่าหนึ่งพันคน (๔) มีเหตุผลที่สนับสนุนได้ว่า เมื่อตั้งวัดขึ้นแล้วจะได้รับการทํานุบํารุงส่งเสริมจากประชาชน (๕) ต้งอยัู่ห่างจากวัดอื่นไม่น้อยกว่าสองกิโลเมตร (๖) จํานวนเงินและสัมภาระที่จะใช้ในการสร้างวัดรวมกันต้องไม่น้อยกว่าสองแสนบาท ในกรณีที่มีความจําเป็นตามสภาพแห่งท้องที่ ผู้ขออนุญาตสร้างวัดจะขอยกเว้นหลักเกณฑ์ ตาม (๑) (๓) หรือ (๕) ก็ได้ โดยต้องระบุเหตุผล ความจําเป็น และประโยชน์ที่ประชาชนในท้องถิ่น จะได้รับจากการสร้างวัดนั้นประกอบไว้กับคําขอสร้างวัดด้วย ข้อ ๖ ผู้ใดประสงค์จะสร้างวัดในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครอง ให้ยื่นคําขอ สร้างวัดต่อผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดในจังหวัดที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมด้วยเอกสาร ดังต่อไปนี้ (๑) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (ก) หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินที่จะใช้สร้างวัด และหนังสือสัญญา ที่ผู้มีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองที่ดินนั้นได้ทําไว้กับสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งแสดงเจตนาว่า จะยกที่ดินนั้นให้แก่วัดที่ขออนุญาตสร้าง หรือ (ข) หนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อสร้างวัดจากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐในกรณี ที่ที่ดินที่จะใช้สร้างวัดเป็นที่ดินที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐดูแลรักษา (๒) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ที่ขออนุญาตสร้างวัด วัดและสถานที่ใกล้เคียงโดยรอบ และเส้นทางคมนาคมโดยสังเขป (๓) แผนผังแสดงเขตที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างภายในที่ดินที่จะใช้สร้างวัด โดยให้นําแผนผัง ตามแบบ ก. แบบ ข. หรือแบบ ค. ท้ายกฎกระทรวงนี้ มาเป็นแนวทางในการสร้างวัดเท่าที่จะทําได้ หนังสือสัญญาตาม (๑) (ก) ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติกําหนด ข้อ ๗ เมื่อผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดได้รับคําขอสร้างวัดตามข้อ ๖ แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของคําขอและเอกสารประกอบคําขอ ถ้าเห็นว่าคําขอหรือเอกสาร ประกอบคําขอไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในกฎกระทรวงนี้ ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคําขอแก้ไข ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนด หากผู้ยื่นคําขอไม่ดําเนินการแก้ไข ให้คําขอสร้างวัดนั้นตกไป


141 หน้า ๔๓ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๑๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ ในกรณีที่คําขอและเอกสารประกอบคําขอถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ในกฎกระทรวงนี้ ให้ผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอความเห็นจากเจ้าคณะตําบล เจ้าคณะอําเภอ นายอําเภอ และเจ้าคณะจังหวัด ที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเห็นสมควรให้สร้างวัดได้ ให้อนุญาตเป็นหนังสือตามแบบ ว. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ และแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอสร้างวัดทราบ แล้วให้ผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด รายงานผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรีและ มหาเถรสมาคมทราบต่อไป ข้อ ๘ ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดมิได้ดําเนินการก่อสร้างวัดให้เป็นไปตามคําขอ สร้างวัดและแผนผังที่ได้รับอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจสั่งแก้ไขหรือระงับ การสร้างวัดทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตามที่เห็นสมควร หมวด ๒ การตั้งวัด ข้อ ๙ เมื่อได้สร้างเสนาสนะขึ้นพร้อมที่จะเป็นที่พํานักของพระภิกษุสงฆ์และการประกอบ ศาสนกิจตามแผนผังที่กําหนดไว้แล้ว ให้ผู้ได้รับอนุญาตสร้างวัด ทายาท หรือผู้แทน ยื่นรายงานการก่อสร้าง และจํานวนพระภิกษุที่จะอยู่ประจําไม่น้อยกว่าหนึ่งรูปเพื่อขอตั้งวัดต่อผู้อํานวยการสํานักงาน พระพุทธศาสนาจังหวัดในจังหวัดที่ที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดนั้นตั้งอยู่ ให้ผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของรายงานที่ยื่นขอ ถ้าเห็นว่ารายงานหรือการดําเนินการตามรายงานนั้นยังไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ ที่กําหนดในกฎกระทรวงน้ ีให้แจ้งให้ผู้ยื่นรายงานแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน เมื่อรายงานที่ยื่นขอถูกต้องครบถ้วน ให้ผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ขอความเห็นจากเจ้าคณะตําบล เจ้าคณะอําเภอ นายอําเภอ และเจ้าคณะจังหวัด ที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอ รายงานพร้อมความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเห็นสมควรให้ตั้งวัดได้ ให้เสนอรายงานพร้อมความเห็น ไปยังเจ้าคณะภาค เจ้าคณะใหญ่ ที่เกี่ยวข้อง และผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อพิจารณาตามลําดับ ข้อ ๑๐ เมื่อเจ้าคณะภาค เจ้าคณะใหญ่ และผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เห็นสมควรให้ตั้งวัดได้ ให้ผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอรายงานพร้อมความเห็น ต่อคณะกรรมการที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณากลั่นกรองเรื่องการตั้งวัดและการใช้ชื่อวัด ในกรณีที่คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งพิจารณาเห็นสมควรให้ตั้งวัดและการใช้ชื่อวัด ให้สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินําเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณา


Click to View FlipBook Version