การสรา้ งความตระหนัก
ในการใชร้ ถ ใชถ้ นน
อย่างปลอดภัย
คำนำ
อบุ ัติเหตุ คือ เหตกุ ารณอ์ ันตรายทีเ่ กิดขนึ้ โดยไม่ต้ังใจหรอื คาดคิดมาก่อน ซึง่ อาจ
ทำให้เดก็ ไดร้ บั อันตรายโดยเฉพาะอยา่ งย่งิ อุบัตเิ หตจุ ากการจราจรทางบก ซึง่ ผลกระทบ
ทีเ่ กดิ จากอบุ ตั ิเหตุ ผู้ประสบอบุ ตั ิเหตุได้รับบาดเจ็บตัง้ แต่เลก็ นอ้ ยจนถงึ ข้นั รุนแรง ดังนน้ั
เราตอ้ งปฏิบัติตนตามกฎหมาย ใช้รถใช้ถนนควรมมี ารยาทและเอ้อื อาทรตอ่ กนั เพ่อื ความ
ปลอดภยั ของทุกคน และสญั ลกั ษณ์ KYT จะชว่ ยกระต้นุ เตือนตวั เราให้คำนึงถงึ ความ
ปลอดภยั ก่อนใช้รถใช้ถนน
ชุดความรู้ เร่ือง การสร้างความตระหนักในการใชร้ ถ ใชถ้ นนอยา่ งปลอดภยั เป็น
ผลงานการเรยี บเรียงจากงานวิจัยเรอ่ื ง “นวตั กรรมการพฒั นาความฉลาดในการ
ตัดสนิ ใจตามแนวคดิ ทักษะสมอง EF เพ่ือปอ้ งกันอบุ ัติภัยในเดก็ ปฐมวัย ซึ่งไดร้ วมรวม
ประมวลองค์ความรเู้ ก่ียวกับการสรา้ งความตระหนักในการใชร้ ถ ใชถ้ นนอยา่ งปลอดภยั
สำหรบั ครูปปฐมวยั ผปู้ กครอง และผู้ที่สนใจ เพื่อเปน็ แนวทางเพมิ่ เติมในการศึกษา
คน้ คว้าหาความรู้
ผู้จัดทำหวังเปน็ อย่างย่ิงวา่ ชดุ ความรู้ เรอ่ื ง การสรา้ งความตระหนกั ในการใช้รถ
ใช้ถนนอย่างปลอดภยั จะเปน็ ประโยชนต์ ่อครูปปฐมวัย ผู้ปกครอง และผู้ท่ีสนใจเพอ่ื
นำไปสง่ เสรมิ ให้กบั บตุ รหลานของท่าน หากมขี ้อผิดพลาดประการใด คณะผูจ้ ัดทำขอ
อภัยมา ณ โอกาสนี้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อนงค์นารถ ยิ้มชา้ ง และคณะ
ผูจ้ ดั ทำ
สารบญั 3-8
อบุ ัติเหตุ 9
มารยาทในการใชร้ ถใชถ้ นนรว่ มกัน 10
สัญลกั ษณ์ KYT 13
อ้างอิง
อุบัติเหตุ
อบุ ตั เิ หตุ (Accident) หมายถงึ เหตุการณ์อนั ตรายท่ีเกดิ ขนึ้ โดยไมไ่ ด้
ตั้งใจ หรือคาดคิดมากอ่ น ทำใหเ้ กิดความเสยี หายแก่ทรพั ย์สนิ บุคคลไดร้ บั
อนั ตรายท้งั รา่ งกายและจติ ใจ อาจบาดเจ็บ พิการ หรอื รนุ แรงถึงขน้ั เสยี ชวี ิต
ประเภทของอบุ ตั เิ หตุ
แบ่งออกเปน็ 4 ประเภทคอื
1. อบุ ัติเหตใุ นบา้ น เช่น การพลดั ตก หกล้มถกู มดี บาด ไฟฟ้าดูด ไฟไหม้
น้ำรอ้ นลวก
2. อบุ ัติเหตุจากการทาํ งาน ทั้งในโรงงานและนอกโรงงาน และการ
ประกอบอาชีพเกษตร
3. อบุ ัติเหตุในสาธารณสถาน ไดแ้ ก่ อุบตั ิเหตใุ นท่ีสาธารณะ ในโรงเรยี น
จากการเล่นกีฬา นนั ทนาการ
4. อบุ ัตเิ หตจุ ากการจราจร ท้งั ทางบก ทางนํา้ และทางอากาศ ซึ่ง
อบุ ัตเิ หตทุ เ่ี กิดปญั หามากที่สุดท้ังดา้ นปริมาณและความรุนแรง คอื อุบัตเิ หตุ
จาก การจราจรทางบก
3
สาเหตุของอุบัตเิ หตุจากการจราจรทางบก
มีสาเหตุสำคัญ 3 ประการ คือ
1. สาเหตุทีเ่ กดิ จากผู้ขบั ขี่ยานพาหนะ ผโู้ ดยสาร คนเดนิ ทาง หรอื สัตว์
ต่าง ๆ
สาเหตจุ ากผ้ขู บั ขี่ยานพาหนะ
• มคี วามบกพร่องทางดา้ นรา่ งกาย เชน่ รา่ งกายออ่ นเพลยี
งว่ งนอน หรือหลับใน สุขภาพไม่ดี มโี รคประจาํ ตัว ตาบอดสี
ตาพร่า
• มีความบกพรอ่ งทางดา้ นจติ ใจและอารมณ์ เชน่ มคี วามกลดั
กลุ้มใจ วิตกกังวล อารมณ์หงดุ หงดิ ฉนุ เฉียว มคี วามตรงึ
เครียดทางอารมณ์
• ขาดความรู้ความชาํ นาญและประสบการณ์ในการใช้ถนน เช่น
ขาดความรูเ้ รอื่ งความเรว็ กับรถ คาดคะเนความเร็ว หรือ
กะระยะทางไมถ่ กู ต้อง ไม่มคี วามรคู้ วามชาํ นานในเรอื่ ง
ลกั ษณะของยานพาหนะท่ใี ช้ขับข่ี ไม่รู้กฎจราจรอยา่ ง
เคร่งครดั
• ไม่ปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บหรือข้อบังคับ เชน่ ขบั รถเร็ว ขับรถ
ตัดหนา้ รถคันอ่ืนโดยระยะ กระช้นั ชดิ ขบั รถล้ำช่องทางเดิน
รถ ขับรถแซงซ้าย หรือแซงขวาในทคี่ ับขนั ฝา่ ฝนื ป้ายหยุด
ขณะออกจากทางรว่ ม ขับรถย้อนศรทางเดินรถ ขบั รถฝา่ ฝืน
เครื่องหมายจราจร
• ไม่รู้จักปอ้ งกนั ตนเอง เช่น ขับรถด้วยความประมาท
ขาดความระมดั ระวงั ความเร่งรบี ในการเดินทาง
4
สาเหตขุ องอุบตั ิเหตจุ ากการจราจรทางบก
สาเหตจุ ากผโู้ ดยสาร คนเดนิ ทาง หรือสัตวต์ า่ งๆ
• การขาดความระมดั ระวงั เชน่ ผู้โดยสารข้นึ หรอื ลงรถโดยไม่
ระมดั ระวัง ในการปดิ -เปิดประตรู ถ
• เดนิ ถนนโดยไมร่ ะมัดระวังยวดยาน วงิ่ ตดั หน้ารถ การว่งิ เลน่
บนถนน ลื่นหกลม้ ลงั เลใจในการข้ามถนน
• การไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎจราจร เชน่ หอ้ ยโหนรถโดยสารรถ
ประจำทาง ไม่ข้ึนหรือลงขณะรถหยดุ หรือทีป่ า้ ยจอด ไมข่ า้ ม
ถนนตรงทางข้าม, สัญญาณ หรอื สะพานลอย ไม่เดินถนน
ตามทางเทา้
• ความร้เู ทา่ ไมถ่ งึ การณเ์ ช่น ข้ามถนนโดยออกจากหน้า หรือ
ท้ายรถขณะท่รี ถยังจอดอยู่
• ความไมส่ มบรู ณ์ของร่างกายและจติ ใจ เช่น สภาพรา่ งกายท่ี
ออ่ นเพลีย การดื่มสุราขณะ เดินถนน
2. สาเหตุจากสงิ่ แวดล้อม
สภาพของรถ
• ยางระเบิดหรอื ยางแตก ทำใหร้ ถเสยี การทรงตวั พลิกควำ่
ได้งา่ ย โดยเฉพาะรถที่กำลงั แล่นด้วยความเร็วสูง และ
ถนนลนื่
• เบรกแตก เบรกล่ืน ทำให้รถไม่สามารถหยดุ หรือชะลอ
ความเร็วลงไดต้ ามความต้องการ
5
สาเหตุของอบุ ัติเหตุจากการจราจรทางบก
• เพลาหลดุ หรอื เพลาขาด ทำใหร้ ถหมดกำลัง
ในการขบั เคลอื่ น รถจะไม่แล่น แมว้ า่ จะเหยยี บคันเรง่ อยา่ งไรก็
ตาม ทำให้ยากแกก่ ารควบคุมความเร็ว และง่ายตอ่ การเกดิ
อบุ ตั เิ หตุ
• อุปกรณ์ประจำรถชำรุดหรือขัดข้อง เชน่ ไมม่ ีไฟหนา้ -หลงั
ไฟใหญ่มีข้างเดียว หรอื ไมม่ ีเลย ไฟเลีย้ วชำรุด ไม่ไดซ้ อ่ มแซมหรอื
แก้ไข พวงมาลยั สัน่ ขณะขับ
• การเปลยี่ นแปลงสภาพรถ เชน่ การเพิม่ แรงเครอ่ื ง
ทำใหผ้ ้ขู บั ข่เี กดิ ความคะนองและขบั รถเรว็ การแปลงสภาพรถตาม
ความพอใจ โดยไมค่ ำนึงถงึ สภาพรถท่ไี ดร้ บั การออกแบบมา
สภาพถนนและสภาพแสงสวา่ ง
• สภาพถนนท่เี ป็นหลมุ เป็นบอ่ มโี คลนตม มีเครื่องกีดขวาง
มากๆ หรือถนนทแ่ี คบ ถนนท่ี ลนื่ มีสว่ นทำใหเ้ กิดอุบตั ิเหตขุ นึ้ ได้
• แสงสวา่ งทสี่ อ่ งจากรถคนั ที่สวนมาโดยการเปดิ ไฟสงู และมี
ความสว่างสูงทำให้ตามัว มองไมช่ ัดเจน
• ถนนท่ไี ม่มีไฟสอ่ งสญั ญาณทางแยก บนท้องถนนท่มี ดื ไม่มี
ไฟฟา้ ไม่มแี สงสวา่ งทำใหม้ องไม่เหน็ ทางหรอื มองไกลไม่ได้ ยอ่ มเปน็
อนั ตรายตอ่ การขับรถ
สาเหตจุ ากสภาพอากาศ
• ฝนตกหนัก นำ้ ทว่ ม ทำใหถ้ นนเปน็ หลมุ เปน็ บอ่ เปน็ หลม่
โคลน ถนนล่นื ทำให้รถตกถนน พลิกควำ่ ได้
• การเกดิ พายุหรือหมอกลงจัด ทำใหม้ คี วันปกคลุมมองไม่
เห็นทาง
6
สาเหตขุ องอบุ ัติเหตจุ ากการจราจรทางบก
3. สาเหตจุ ากกฎหมายท่ีทำใหเ้ กิดอบุ ัติเหตุ
• การขาดการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนทุกคนทราบ
กฎระเบียบ ขอ้ บังคบั และบทลงโทษ ในการฝา่ ฝนื กฎต่างๆ ทำให้
ประชาชนขาดจติ สำนักและฝา่ ฝืนกฎระเบยี บต่างๆ ซ่ึง มีผลให้เกิด
อบุ ตั เิ หตไุ ด้
• บทลงโทษหรอื คา่ ปรบั ยงั ไม่เหมาะสม ทำให้มีการฝ่าฝนื กำจราจร
หรือกฎระเบยี บ ตา่ งๆ อยู่เสมอ
• การขาดการกวดขัน จบั กุม หรอื ยงั ไม่จรงิ จงั หรอื เขม้ งวดในการ
พิจารณาดำเนินคดี หรอื จับกมุ ผกู้ ระทำผดิ เป็นสาเหตใุ ห้ขับรถ
หรือใช้รถใช้ถนนอย่างเสรี ตามอำเภอใจ ซ่งึ มกั ทำให้เกดิ อุบัตเิ หตุ
สาเหตขุ องอุบัติเหตุในเดก็ ปฐมวัย
อบุ ตั เิ หตใุ นเด็กเกิดไดจ้ ากหลายสาเหตุดว้ ยกนั สามารถสรปุ ได้ดังน้คี ือ
( Morrongiello, Ondejko & Littlejohn, 2004)
• ตวั เดก็
ธรรมชาติของเด็กเป็นวยั ทอ่ี ยากร้อู ยากเห็น ซ่งึ แตล่ ะชว่ งวยั จะมี
พฤติกรรมแตกตา่ งกนั และมรี ะดับการตดั สินใจทีย่ งั ยึดอารมณ์
ความรู้สึกเปน็ หลัก การให้เหตุผลในการตัดสินใจยังเปน็
การตดั สินใจเพ่ือตอบสนองต่อความตอ้ งการของตนเองอันเป็น
สาเหตใุ หเ้ กดิ อบุ ัตเิ หตุได้ง่าย และการร้เู ทา่ ไมถ่ ึงการณ์ จงึ มกั ทำให้
เด็กเกิดอบุ ัติเหตจุ ากการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การขึ้นและลง
จากรถโดยไมร่ ะมดั ระวงั การข้ามถนนทไี่ ม่ระมัดระวงั ไม่ข้ามทาง
ม้าลาย ขา้ มถนนโดยออกจากหนา้ รถหรือหลังรถ
7
• ความประมาท
ความประมาทเลินเล่อ หรอื รเู้ ท่าไมถ่ งึ การณ์ของบดิ ามารดา
ผู้ปกครองหรือผู้ท่ีดแู ลเด็ก เชน่ การปล่อยเด็กตามลำพงั หรอื
ผู้ใหญ่มักประเมนิ ความสามารถของเด็กสูงเกินไป
• สงิ่ แวดล้อม
ส่ิงแวดลอ้ มด้านกายภาพและสง่ิ แวดล้อมด้านสงั คม เป็นสาเหตใุ ห้
เกิดอบุ ัตเิ หตใุ นเด็กได้ สงิ่ แวดล้อมทางกายภาพ เชน่ ถนนทข่ี รขุ ระ
เปน็ หลุมบอ่ ส่วนสง่ิ แวดล้อมทางสงั คม เช่น การอย่ใู นชุมชนที่
เส่ยี ง อนั ตราย
ผลกระทบจากการเกดิ อบุ ัติเหตุในการใชร้ ถใช้ถนน
อบุ ตั เิ หตุขนึ้ แตล่ ะครงั้ ย่อมหมายถึงการสูญเสยี เกิดขึน้ ทกุ ครง้ั ซง่ึ
เกิดขึ้นได้ทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม ดังนี้
• ผลกระทบทางตรง
ผปู้ ระสบอุบัตภิ ยั ไดร้ ับบาดเจบ็ อาจถึงขน้ั พกิ าร หรอื เสยี ชวี ติ
รวมทงั้ ตอ้ งสูญเสียเงินค่ารักษาพยาบาล ค่าซอ่ มแซมวัสดุ
ยานพาหนะทเ่ี สยี หายอกี ด้วย
• ผลกระทบทางอ้อม
1) สูญเสยี ทางด้านจิตใจ
2) สูญเสยี โอกาสในชีวิต
3) สูญเสยี กำลังสำคัญของครอบครวั และประเทศชาติ
4) สญู เสยี เวลา (ในการดูแลรักษา)
8
มารยาทในการใช้รถใช้ถนนรว่ มกัน
นอกจากการปฏิบตั ิตามกฎหมายจราจรแลว้ การใชร้ ถใชถ้ นนยังควรมี
มารยาท และความเออ้ื อาทรตอ่ กัน เพอ่ื ให้มที งั้ ความราบรนื่ และความ
ปลอดภัย ในการเดินทางอยู่เสมอ มารยาทในการใชร้ ถใชถ้ นนรว่ มกนั มดี ังนี้
• ไม่กะพริบไฟสูงขอทางหรือเตอื น อาจสบั สน
• จอดในพืน้ ท่ีห้ามจอด-เปดิ ไฟฉุกเฉิน
• ก้มศีรษะขอบคณุ เมอ่ื ไดร้ ับการให้ทาง
• เบรกตอ้ งสนใจรถทีต่ ามหลังมาดว้ ย
• ขา้ ม 4 แยก / 3 แยก ตรงไป ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉนิ
• ฝนตกหนัก ไมค่ วรเปิดไฟฉุกเฉนิ
• สปอตไลท/์ ไฟตดั หมอก ควรเปิดเมื่อไม่รบกวนคนอ่ืน
• เปล่ยี นเลน-แซง-ขน้ึ ทางตรงได้แลว้ ควรเร่งความเรว็ เพิม่
• ต้องเบรกและจอดเม่อื เห็นไฟเหลอื งกอ่ นไฟแดง
• ไฟเลีย้ ว ต้องเปิด-ปดิ อย่างเหมาะสม
9
สญั ลักษณ์ KYT
KYT เป็นเครื่องมือในการการสร้างจิตสำนึกในการคำนงึ ถงึ "ความ
ปลอดภัย"ทนี่ ิยมนำมาใช้ในการกระตนุ้ สรา้ งจติ สำนึกและลดความสญู เสียจาก
อุบตั เิ หตุทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ
หวั ใจสำคญั ของ KYT มี 4 ประการ คือ
1. ปลกู จิตสำนกึ ดา้ นความปลอดภัยของผูป้ ฏิบัตงิ าน ใหป้ ฏบิ ัตงิ านดว้ ย
ความระมดั ระวัง
2. คดิ พจิ ารณาก่อนทจี่ ะทำงานกอ่ นทุกครงั้ วา่ สามารถปอ้ งกนั อนั ตาย
ทีอ่ าจเกดิ ข้นึ ได้อย่างไร
3. อบุ ตั เิ หตตุ อ้ งเปน็ ศูนย์ ให้คำมนั่ สญั ญา หรอื ปฏญิ าณตน
ของผู้ปฏิบัตงิ านก่อนลงมือปฏิบตั หิ รอื ตัดสินใจทกุ คร้ัง
4. เตือนตนเอง ก่อนลงมือทำทกุ อยา่ งตอ้ งพร้อม และปลอดภัย จึงเร่ิม
ปฏิบตั ิได้
ประโยชน์ของ KYT
- ปลกุ จติ สำนกึ ในการปอ้ งกันอนั ตรายจากอุบตั ิเหตุบนทอ้ งถนน
- ฝกึ ให้รู้จกั อนั ตรายทอ่ี าจเกิดขึน้ และสามารถคาดการณล์ ่วงหนา้ ได้
- เตอื นสตกิ ่อนลงมอื ปฏบิ ัติ กระตุ้นให้ปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง
- ทำให้เกดิ ความสามัคคี ในการดำเนินกิจกรรม สร้างจิตสำนึกด้าน
ความปลอดภัย
10
ทา่ ทาง สญั ลกั ษณ์ KYT
1.
2.
11
ทา่ ทาง สญั ลกั ษณ์ KYT
3.
4.
12
อ้างองิ
กองบงั คับการตาํ รวจจราจร. (2558). อุบตั ิเหตุจราจร. วันท่คี ้นข้อมูล 10 มีนาคม
2565, เขา้ ถึงไดจ้ าก htpp://www.trafficpolice.co.th/report.php
คณะพลศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ. (2554). เอกสารประกอบการสอน
วชิ า สข 100: วถิ ชี ีวิตเพือ่ สขุ ภาพ. กรุงเทพฯ: ภาควชิ าสขุ ศกึ ษา คณะพลศึกษา
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ.
ชยั ยทุ ธ ชวลติ รนธิ กิ ลุ . (2537). คู่มืออุบตั เิ หตเุ ป็น 0 ดว้ ยวธิ ีKYT. สมาคมส่งเสรมิ ความ
ปลอดภยั ในการทำงาน(ประเทศไทย).กรุงเทพมหานคร.
มารยาทในการขบั รถ. (ออนไลน)์ . วนั ที่คน้ ขอ้ มลู 10 มีนาคม 2565, เขา้ ถงึ ได้จาก
https://www.thailandquartzclub.com.
สาํ นกั งานกองทนุ สนบั สนุนการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ. (ม.ป.ป.). โครงการเมาไมข่ ับ.
วนั ท่คี ้นขอ้ มูล 10 มีนาคม 2565, เขา้ ถึงได้จาก
htpp://www.thaihealth.or.th/tag/เมาไมข่ ับ/
สุวรรณ ภ่เู ด็ง. (2561). ทักษะคดิ ฝา่ วิกฤตอิ บุ ัตเิ หตุบนท้องถนน. บรษิ ัทเซฟตี้
อนิ ฟินิตจ้ี ำกดั . โรงพิมพ์ปากเกร็ด นนทบุรี
Morrongiello, B. A., Ondejko, L., & Littlejohn, A. (2004). Understanding toddlers’
in-home injuries: A context, correlates, and determinants. Journal of
Pediatric Psychology, 29(6), 415-431.
13