The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chatdinee.k, 2022-07-26 11:20:18

แนวข้อสอบ BUS7106

แนวข้อสอบ BUS7106

แนวขอ้ สอบ BUS7106

Mark Zuckerberg บรหิ าร Facebook

1. แนวคดิ การบรหิ าร: สรา้ งสงั คมทเ่ี ห็น อกเห็นใจ
กนั (Supportive Communities)

เป้าหมายของ Facebook คอื สรา้ งสงั คมทเี่ ขา้ ถงึ
ทุกคน ไมท่ อดทง้ิ คนกล่มุ ใด (inclusive community)
ไมว่ า่ จะเป็ นเชอ้ื ชาติ เพศ หรอื มมุ มองทางการเมอื ง

ชุมชนขนาดเล็กหรือชุมชนทอ้ งถิ่นอ่อนแอลง
อย่างมากนับตัง้ แต่ยุค 1970s เป็ นตน้ มา แต่ในทาง
ก ลั บ กั น ชุม ช น อ อ น ไ ล น์ก ลั บ แ ข็ ง แ ก ร่ง ข้ึน แ ล ะ
เครื่องมืออย่าง Facebook Groups ก็ชว่ ยเชอ่ื มต่อคน
ท่ีมีความสนใจเ หมือนกัน แมอ้ ยู่กันคนละที่ เ ขา
ยกตัวอย่างการใช ้ Groups สาหรับกลุ่มผูป้ ่ วยที่เป็ น
โรคพบไดย้ าก ใหเ้ ป็ นกาลังใจระหวา่ งกนั และกัน, กลมุ่
พ่อผิวดา (Black Fathers) มาแชร์ประสบการณ์การ
เลยี้ งลกู ดว้ ยกนั , กลมุ่ พอ่ แมท่ เี่ พง่ิ มลี กู คนแรก เป็ นตน้

2. Facebook พบวกิ ฤตเมอ่ื บรษิ ัททปี่ รกึ ษาดา้ นธุรกจิ Cambridge Analytica ไดน้ าขอ้ มลู ของผูใ้ ชง้ านมากกว่า 50 ลา้ นคนไปใชง้ านโดย
ไมไ่ ดร้ ับอนุญาต ซง่ึ ตรงน้ีไดม้ กี ารพูดถงึ กันวา่ การท่ี Cambridge Analytica สามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มูลผูใ้ ชไ้ ด ้ ถอื วา่ ละเมดิ ขอ้ กฎเกณฑค์ วาม
เป็ นสว่ นตัว ทาใหม้ ผี ใู ้ ชง้ านจานวนมากเกดิ ความกังวลตอ่ ขอ้ มลู สว่ นตัว

3. Mark Zuckerberg พลกิ ฟ้ื นสถานการณ์โดยการออกมายอมรับขอ้ ผดิ พลาดนี้อย่างตรงไปตรงมา และไดร้ บี ออกมาตรการแกไ้ ขโดย
การปรับหนา้ “Privacy Setting” ใหใ้ ชง้ านไดง้ ่ายขน้ึ มกี ารตรวจสอบไดว้ า่ มแี อพพลเิ คชั่น หรอื หน่วยงานใดทส่ี ามารถลว้ งเอาขอ้ มูลจาก
ผใู ้ ชง้ านไดอ้ กี หรอื ไม่ พรอ้ มกันนยี้ ังเรมิ่ ตน้ มาตรการทเี่ ขม้ ขน้ ในการสง่ั แบนผใู ้ ชง้ านกรณีทมี่ กี ารนาขอ้ มลู ไปใชผ้ ดิ วัตถปุ ระสงคท์ ันที

เมอื่ เกดิ ปัญหาขน้ึ ในฐานะผนู ้ าจงยดื อกยอมรับผดิ แน่วแน่ในการแกป้ ัญหาอยา่ งรวดเร็ว ออกมาตรการแกป้ ัญหาทเ่ี ขม้ ขน้ และฉับไว
ไมต่ อ้ งสนใจวา่ จะมใี ครครหาวา่ เรากาลงั “ลอ้ มคอก” แตข่ อใหม้ ั่นใจวา่ คอกของเราตอ้ งแขง็ แรงทนทานจนยากทจ่ี ะมใี ครมาพังทลายมันอกี
ในอนาคต น่ันตา่ งหากทเี่ ป็ นสงิ่ ทสี่ าคัญกวา่

1.Core competency, Supply Network,
organizational Learning คอื อะไรอธบิ ายพรอ้ ม
ยกตวั อยา่ งประกอบ

- Core Competency คอื เรอ่ื งทอี่ งคก์ รมคี วาม
ชานาญทส่ี ดุ เป็ นขดี ความสามารถพเิ ศษทสี่ าคัญใน
เชงิ กลยทุ ธ์ เป็ นแกนหลักทท่ี าใหอ้ งคก์ รบรรลพุ นั ธกจิ
ซง่ึ สรา้ งความไดเ้ ปรยี บในตลาดใหแ้ กอ่ งคก์ รหรอื
สภาพแวดลอ้ มของการบรกิ าร มักเป็ นสง่ิ ทคี่ ู่แขง่ หรอื ผู ้
สง่ มอบและพนั ธมติ รลอกเลยี นแบบไดย้ าก และ
สมรรถนะหลักขององคก์ รอาจสรา้ งความไดเ้ ปรยี บ
อยา่ งตอ่ เนือ่ งในการแขง่ ขัน หรอื สรา้ งโอกาสในระบบ
นเิ วศธรุ กจิ หากขาดสมรรถนะหลกั ทจ่ี าเป็ นขององคก์ ร
อาจสง่ ผลตอ่ ความทา้ ทายเชงิ กลยทุ ธท์ สี่ าคญั หรอื
การเสยี เปรยี บในตลาด ตวั อยา่ ง Core competency
เชน่ เป็ นรา้ นเนอ้ื ทอดเกา่ แกท่ ส่ี บื ทอดกันมาเป็ นรอ้ ยปี
และลกู หลานทรี่ ับชว่ งตอ่ ก็ยังเกดิ ความรกั ในการสบื ต่อตานานการทาเนื้อทอดตอ่ ไป ซงึ่ เป็ นสงิ่ ทไี่ มม่ ใี ครทาไดอ้ รอ่ ยเทยี บเทา่

- Supply Network คอื คอื โครงข่ายหรอื หน่วยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งในการผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร ท่ีเกยี่ วขอ้ งกับองคก์ รของเรา โดยประกอบไป
ดว้ ยทุกหน่วยงานตัง้ แต่ตน้ น้า กลางน้า และ ปลายน้า ซง่ึ ทัง้ หมดมีส่วนเก่ียวขอ้ งกัน จะขาดสว่ นใดส่วนหนึง่ ไปไม่ได ้ เชน่ CP Supply
วัตถุดบิ จากฟาร์มของตนเองหรือของเกษตรกรที่เป็ นพันธมติ ร เป็ น Supply network ตน้ น้า ผ่านระบบขนส่ง Inbound outbound เป็ น
ระบบกลางน้า และ จัดสง่ ไปท่ี Tesco Lotus เป็ นปลายน้า

- Learning Organization หมายถงึ องค์กรที่คนทางานในองค์กรขยายศักยภาพของตนอย่างต่อเน่ืองเพื่อสรา้ งผลงานท่ีตอ้ งการอย่าง
แทจ้ รงิ โดยแบบความคดิ (Patterns of thinking) ใหมข่ องคนในองคก์ รไดร้ ับการฟมู ฟัก อยา่ งอสิ ระ และคนทัง้ องคก์ รมกี ารเรยี นรูร้ ่วมกัน
อยา่ งตอ่ เนื่อง เหตผุ ลทอี่ งคก์ รตอ้ งมกี ารเรยี นรูอ้ ยา่ งต่อเนื่องเพราะสถานการณใ์ นโลกปัจจุบันมกี ารเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเร็ว ทาใหอ้ งคก์ ร
จาเป็ นตอ้ งยดื หยนุ่ (Flexible) ปรบั ตวั (Adaptive) และ มผี ลติ ผล (Productive) ถงึ จะสามารถอยรู่ อดได ้ ตัวอยา่ ง Learning Organization
เชน่ การปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั โปรแกรมทางานของบรษิ ัททม่ี กี ารอัพเดทใหท้ นั สมัยอยเู่ สมอ

2.value chain, work System และ work process คอื อะไร ทง้ั 3 ประเด็นมคี วามสาคญั ตอ่ ความสาเร็จขององคก์ รอยา่ งไรบา้ ง
ใหต้ อบมาอยา่ งนอ้ ย 5 ขอ้ พรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบในแตล่ ะขอ้

- Value Chain คอื ตารางทร่ี วมกจิ กรรม และกระบวนการในบรษิ ัท ทงั้ หมด ตงั้ แต่ ฝ่ ายบคุ คล เทคโนโลยี การจดั ซอ้ื หาวตั ถดุ บิ การผลติ
การตลาด การขาย ไปจนสนิ คา้ ออกไปถงึ มอื ผบู ้ รโิ ภค โดยจะแยกกจิ กรรมออกเป็ น 2 สว่ นอยา่ งชดั เจนเพอื่ ใหไ้ มส่ บั สนคอื Support Activity
และ Primary Activity

- Work System หรอื ระบบงาน คอื วธิ กี ารทอี่ งคก์ รใชเ้ พอื่ ใหบ้ รรลผุ ลสาเร็จ ระบบงานตอ้ งเกยี่ วขอ้ งกับผปู ้ ฏบิ ัตงิ าน เป็ นการมองทงั้ องคก์ ร
มองภาพรวมการเชอ่ื มต่อกนั ในแตห่ น่วยงาน

- Work Process กระบวนการทางาน มองภาพเล็ก มองเรอื่ งขัน้ ตอนภายใน กจิ กรรมทเี่ ชอื่ มโยงกนั เพอ่ื จดุ มงุ่ หมายในการสง่ มอบ ผลผลติ
หรอื บรกิ ารใหแ้ กผ่ รู ้ ับบรกิ าร

เพราะฉะนัน้ พนักงานแตล่ ะคนควรรวู ้ า่ งานของเรา (Work Process) อยใู่ นสว่ นไหนขององคก์ ร (Work System) ใหม้ องเป็ น Value
Chain ไม่ไดม้ องแค่ Supply Chain การมองภาพรวมน้ี ยังหมายรวมถงึ การวัดความสาเร็จของงานในแต่ละสว่ นงาน ความจะสอดคลอ้ งกับ
ทศิ ทางองคก์ รในภาพใหญด่ ว้ ย

ความสาคัญต่อความสาเร็จขององคก์ ร

1) Value chain: Technology Development คอื เทคโนโลยคี อื สง่ิ ทจ่ี ะชว่ ยพัฒนาประสทิ ธภิ าพในการทางาน และยงั ลดตน้ ทนุ ในการผลติ
สนิ คา้ อกี ดว้ ย เชน่ การเปลย่ี นไปใชง้ าน Cloud Computing คอื อกี หนงึ่ วธิ ลี ดตน้ ทนุ แทนการใช ้ Server สว่ นตัว หรอื การสรา้ ง Data Center
เอง

2) Value chain: Outbound Logistics ถอื วา่ เป็ น Output ของการผลติ ซง่ึ หมายถงึ การการสง่ มอบผลติ ภัณฑจ์ ากสายการผลติ ไปยงั โกดัง
สาหรับจัดเก็บ หรอื ไปยงั ชอ่ งทางการจัดจาหน่าย ซง่ึ ขนั้ ตอนนี้จะรวมไปถงึ การรวบรวมและจัดเก็บสนิ คา้ การบรกิ ารลกู คา้ ทดี่ ี และการกระจาย
สนิ คา้ ดว้ ยการขนสง่ ทตี่ รงตอ่ เวลาและมสี นิ คา้ เสยี หายนอ้ ยทส่ี ดุ เชน่ ขนสง่ อาหารสดในรถควบคมุ อณุ หภมู ิ

3) Work system: จะเป็ นตวั ประสานกระบวนการทางานภายใน กับ แหลง่ ทรพั ยากรตา่ งๆ ทจี่ าเป็ นตอ่ การพฒั นา การผลติ และการสง่ มอบ
ผลติ ภณั ฑแ์ ละบรกิ ารใหแ้ กล่ กู คา้ และทาใหอ้ งคก์ รไดร้ ับความสาเร็จในตลาด เชน่ องคก์ รทม่ี รี ะบบการทางานทช่ี ดั เจนทาใหเ้ กดิ ความ
ผดิ พลาดนอ้ ย

4) Work process: กระบวนการภายในทสี่ อดคลอ้ งกนั ทาใหภ้ าพรวมขององคก์ รมคี วามน่าเชอื่ ถอื เชน่ บัญชที าจ่ายเร็วทาใหไ้ ดว้ ัตถดุ บิ ใน
การผลติ เร็วไปดว้ ย

5) Value chain: Services หรอื บรกิ ารหลงั การขาย คอื ขนั้ ตอนในการดแู ลและบรกิ ารลกู คา้ หลังจากทข่ี ายสนิ คา้ ไดแ้ ลว้ เชน่ สอนการใช ้
สนิ คา้ ใหก้ ับลกู คา้ การรับประกันสนิ คา้ รับคนื ของหรอื เปลยี่ นสนิ คา้ และบรกิ ารซอ่ มแซม

3.ยกตวั อยา่ งการ best practice ขององคก์ รธุรกจิ ทม่ี กี ารปรบั ปรงุ กระบวนการทางาน โดยใชว้ ธิ ี SIPOC Model รวมถงึ การระบุ
ขอ้ กาหนดกระบวนการและตวั ชวี้ ดั ในกระบวนการ การทางานมา 1 กระบวนการเชน่ กระบวนการจดั การขอ้ รอ้ งเรยี นของลูกคา้

กระบวนการพฒั นาทรพั ยากรบคุ คลกระบวนการพฒั นาธุรกจิ เป็ นตน้ และผลของการปรบั ปรงุ กระบวนการทางานทาใหเ้ กดิ ผล
ลพั ธด์ า้ นการลดตน้ ทนุ (cost)ระยะเวลารอคอย(Time)แบะการสง่ มอบ (Delivery)อยา่ งไร?

กรณศี กึ ษา: โรงงานผลติ อาหารสตั วป์ ักธงชยั
บรษิ ัท เจรญิ โภคภณั ฑอ์ าหาร จากัด (มหาชน)
O
S IP

C

Best Practice: การจดั การกระบวนการเพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการของลกู คา้ และความทา้ ทายเชงิ กลยุทธ์
ตวั อยา่ งกระบวนการ: การออกแบบระบบงานแบบไรร้ อยต่อ

ปัญหาสาคัญทพ่ี บในการบรหิ ารหว่ งโซอ่ ปุ ทาน คอื ขาดการสง่ ตอ่ ขอ้ มลู ทดี่ รี ะหวา่ งปลายน้า กลางน้า และตน้ น้า ทาใหเ้ กดิ การผลติ
มากเกนิ ไป หรอื นอ้ ยเกนิ ไป หากแต่เป็ นความชาญฉลาดของคนท่ีออกแบบระบบงานทัง้ Value Chain ของ CPF ทเี่ ชอื่ มต่อตน้ น้า (อาหาร
สตั ว)์ กลางน้า (ฟารม์ ) และปลายน้า (อตุ สาหกรรมแปรรปู อาหาร) ดว้ ยโปรแกรม WinFeed, WinFarm และ WinFood จนกลายเป็ นระบบงาน
ทไ่ี รร้ อยตอ่

โปรแกรม WinFeed, WinFarm และ WinFood คอื โปรแกรมคอมพวิ เตอรท์ ใี่ ชใ้ นการบันทกึ และจัดเก็บขอ้ มูลทเี่ กย่ี วขอ้ งกับการ
บรหิ ารงานดา้ นจัดซอื้ จัดเก็บวัตถุดบิ สนิ คา้ สาเร็จรูป การตรวจสอบคุณภาพสนิ คา้ และวัตถุดบิ การวางแผนการผลติ และการขายอาหารสัตว์
โดยขอ้ มลู นัน้ มาจากทางโรงงานแปรรูปอาหาร ฟารม์ และโรงงานผลติ อาหารสตั ว์ ทงั้ ทอ่ี ยใู่ นประเทศและต่างประเทศร่วมประชมุ กันทุกปี เพอื่
ประมาณการยอดการสั่งซอ้ื อาหารแปรรูป ยอดการเลยี้ งไก่ และปรมิ าณอาหารไกท่ ตี่ อ้ งการ โดยขอ้ มูลจะมกี าร Update ทกุ เดอื น และทุก6
เดอื น

เมอ่ื ทราบขอ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และแมน่ ยาลว่ งหนา้ ทาใหห้ นว่ ยงานจัดซอื้ วัตถดุ บิ สามารถวางแผนการจัดซอ้ื ใหส้ อดคลอ้ งกับปรมิ าณการ
เกบ็ เกยี่ ว หรอื ฤดกู าลของวตั ถดุ บิ สง่ ผลใหP้ TF สามารถบรหิ ารตน้ ทนุ ดา้ นวัตถดุ บิ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ อกี ทัง้ ยังสามารถวางแผนลอจสิ ตกิ ส์
สาหรับวัตถุดบิ ท่ีตอ้ งนาเขา้ จากตา่ งประเทศ เพอ่ื ป้องกันการขาดแคลนวัตถดุ บิ ซง่ึ เป็ นความทา้ ทายเชงิ กลยุทธอ์ ย่างหนงึ่ ของ PTF รวมทัง้
หน่วยงานวางแผนการผลติ สามารถวางแผนการผลติ ไดแ้ ม่นยา สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการไมเ่ กดิ ปัญหาตน้ ทุนสนิ คา้ คงคลัง หรอื เกดิ ปัญหา
ตอ่ หว่ งโซถ่ ัดไป นั่นคอื ฟารม์

กรณีศกึ ษา: สภาเทคนคิ การแพทย์

2. นาองคก์ รอยา่ งมวี สิ ยั ทัศน์

องคก์ รจะตอ้ งมเี ป้าหมายทจี่ ะดาเนนิ งานอยา่ ง
ชดั เจน(เป้าหมายเดยี วกัน) มที ศิ ทางกระบวนการที่
จะเดนิ ไปสเู่ ป้าหมายนัน้ และคนในองคก์ รทกุ คน
ตอ้ งเดนิ ไปพรอ้ ม ๆ กนั เพอื่ ใหบ้ รรลเุ ป้าหมายทต่ี งั้
ไว ้

สภาเทคนิคการแพทย์เป็ นตน้ ทาง ดังนั้น
ก ร ร ม ก า ร ส ภ า เ ท ค นิค ก า ร แ พ ท ย์ต อ้ ง ก า ห น ด
เป้ าหมายหลัก ประกาศใหท้ ุกคนในวิชาชีพ และ
ป ร ะ ช า ช น รั บ รู ้ ว่ า ส ภ า เ ท ค นิ ค ก า ร แ พ ท ย์ จ ะ
ดาเนินงานไปทศิ ทางใด จะเดนิ ไปยังเป้ าหมายนัน้
อย่างไร หน่วยงานและเจา้ หนา้ ทใ่ี นสภาทัง้ หลายจะ
ไ ด เ้ ดิน ไ ป ใ น ทิศ ท า ง เ ดีย ว กั น ซึ่ง ส ภ า เ ท ค นิค
การแพทย์มีวิสัยทัศน์คือ “มุ่งพัฒนาสังคมแห่ง
สขุ ภาพ ดว้ ยความรับผดิ ชอบตามมาตรฐานคณุ ภาพ
ทางเทคนิคการแพทย์อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม
เพอ่ื สังคมสุขภาวะทีด่ อี ย่างยั่งยืน” ในสว่ นของ นัก
เทคนคิ การแพทยก์ ็ตอ้ งกาหนดเป้าหมายระยะไกล ระยะใกล ้ ของตนเองเชน่ กนั วา่ นักเทคนคิ การแพทยจ์ ะตงั้ เข็มมงุ่ ไปทศิ ทางใด ซงึ่ ตอ้ ง
มเี ป้าหมายไปในทศิ ทางเดยี วกบั สภาเทคนคิ การแพทย์

5. การเรยี นรรู ้ ะดับองคก์ รและความคล่องตัว

ทุกคนในองคก์ รจะตอ้ งยอมรับการเปลยี่ นแปลง เพราะองคก์ รของเราจะมีสงิ่ ใหม่ ๆ มปี ัญหาใหม่ ๆ เขา้ มาหาองคก์ รตลอดเวลา
หากเราไม่ปรับตัวเขา้ กับสงิ่ ใหม่ ๆ เราก็จะลา้ หลัง พรอ้ มทัง้ ตอ้ งลดกฎระเบยี บ ขัน้ ตอนการทางานทซี่ ้าซอ้ นทไี่ ม่จาเป็ นลงเพอื่ การบรหิ าร
จดั การทดี่ ขี นึ้

สภาเทคนคิ การแพทย์ และนักเทคนคิ การแพทย์พรอ้ มสาหรับการเปลีย่ นแปลงของปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่
กา้ วหนา้ อย่างรวดเร็ว ทเี่ ต็มไปดว้ ยการแข่งขัน การปรับเปลย่ี นการบรหิ ารจัดการ การใช ้ IT มาชว่ ยการบรหิ ารจัดการและการสอ่ื สาร ลด
ขัน้ ตอนการทางาน การกระจายอานาจ การสรา้ งพันธมติ ร การตดิ ตามการเปลยี่ นแปลงของโลก ฯลฯ การเรยี นรูเ้ ร็ว ปรับตัวเร็วกว่าคู่แข่ง
จาเป็ นตอ้ งเป็ นองคก์ รทมี่ คี วามคล่องตัวในการเปลยี่ นแปลง ปัจจุบันสภาเทคนคิ การแพทยไ์ ดน้ าระบบบรหิ ารแบบ Online E-office มาใช ้
อยา่ งเตม็ รปู แบบแลว้

9. รับผดิ ชอบตอ่ สงั คม

ทุกคนในองค์การจะดาเนินงานดา้ นใด ๆ ก็ตามจะตอ้ งมีความรับผดิ ชอบต่อสังคมและสงิ่ แวดลอ้ มเสมอ โดยการทาดกี ว่าท่ี
กฎหมายและกฎระเบยี บบงั คับ พรอ้ มสรา้ งเสรมิ ใหบ้ คุ ลากรในองคก์ รมจี ติ เป็ นสาธารณะ

สภาเทคนคิ การแพทย์ มคี วามรับผดิ ชอบตอ่ สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม เนื่องจากเป็ นวชิ าชพี ทสี่ ง่ ผลโดยตรงตอ่ ชวี ติ และสขุ ภาพของ
ประชาชนทั่วไป ไมใ่ ชเ่ ฉพาะเพยี งผมู ้ ารับบรกิ ารทางวชิ าชพี การสรา้ งเสรมิ ใหผ้ ูป้ ระกอบวชิ าชพี เทคนคิ การแพทยม์ จี ติ สาธารณะจงึ เป็ นสงิ่
ท่ีตอ้ งทา นักเทคนิคการแพทย์ จะตอ้ งมีส่วนร่วมโดยการมีกจิ กรรมการศกึ ษาต่อเน่ืองประเภทที่แสดงจติ สาธารณะ ความมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม ดว้ ย

ปลกู ฝังความคลอ่ งตัวในการคาดการณ์โอกาส
และเตรียมตัวสาหรับภัยคุกคาม คอื เม่ือมีโอกาส
หรือเกิดภาวะภัยคุกคาม บุคลาการตอ้ งมีความ
รวดเร็ว ฉับไว และมคี วามยดื หยนุ่ ในการปรับเปลย่ี น
ระบบงานดา้ นต่าง ๆ หรือการปรับโครงสรา้ งของ
การทางานใหเ้ รยี บง่าย ไม่ซับซอ้ น หรือยดึ ตดิ กับ
รปู แบบทางการจนทาใหเ้ กดิ ความลา่ ชา้

การปรบั ระบบงาน

- ทางดา้ น Management Process เช่น การกระจายอานาจในการกากับดูแลบุคลากรใหม้ ากขน้ึ เพ่ือความคล่องตัวในการสั่งการ การ
วางแผนกลยทุ ธข์ องผนู ้ าองคก์ รเพอ่ื รองรับภัยคกุ คามไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที และรบั มอื ไดม้ ากทสี่ ดุ

- ทางดา้ น Core Business Process เชน่ การสรา้ ง พัฒนานวัตกรรมเพอ่ื ตอบสนองและแกป้ ัญหาใหแ้ กล่ ูกคา้ และลดขัน้ ตอน ระยะเวลารอ
คอย ลดความผดิ พลาดในการปฏบิ ตั งิ านไดม้ ากขน้ึ สรา้ งชอ่ งทางการตลาดหรอื การเขา้ ถงึ สนิ คา้ ของลูกคา้ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ฉับไว ผา่ นทาง
Network ตา่ ง ๆ

- ทางดา้ น Support Process สรา้ งการบวนการเทคโนโลยีสาหรับการปฏบิ ัตงิ าน ใหร้ วดเร็วยงิ่ ขนึ้ เชน่ โปรแกรมบัญชี โปรแกรมจัดเก็บ
ขอ้ มลู บคุ ลากร โปรแกรมจัดเกบ็ ขอ้ มลู สนิ คา้ ฯ พฒั นากระบวนการจดั สง่ สนิ คา้ หรอื บรกิ ารใหม้ คี วามรวดเร็ว ฉับไว เชน่ การการนั ตรี ะยะเวลา
รอคอย การปรับการใหบ้ รกิ ารหลังการขาย โดยเปิดสายดว่ นใหค้ าปรกึ ษา 24 ชว่ั โมง หรอื บรกิ ารหลงั การขายแบบ Delivery เป็ นตน้

การปรบั โครงสรา้ ง

- ปรบั โครงสรา้ งของผนู ้ าองคก์ รหรอื บคุ ลากรในองคก์ ร ใหม้ คี วามเรยี บง่าย ปรับเปลยี่ นไดไ้ ว มกี ารสง่ั การไดท้ นั ทว่ งที โดยไมต่ อ้ งรอคอย
การอนุมตั ิ หรอื การรอคาสงั่ โดยมแี ผนรองรับเพอ่ื ปรับแผนการบงั คับบญั ชาไดท้ นั ทเี พอื่ ใหเ้ กดิ ความคลอ่ งตวั ตอ่ สถานการณต์ ่าง ๆ

- ปรบั กลยทุ ธใ์ หเ้ ขา้ กบั สถานการณ์ทเี่ ปลย่ี นแปลง เชน่ การปรับ วสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ

- จดั ใหพ้ นักงานมกี ารเรยี นรูท้ ักษะใหม่ ๆ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เชน่ การจดั อบรม การสมั มนา หรอื การสง่ เสรมิ ดา้ นการศกึ ษา ลว้ นกอ่ ใหบ้ คุ ลาการ
มที กั ษะ ความรู ้ และความเชยี่ วชาญในการปฏบิ ัตงิ าน

- การเขา้ สตู่ ลาดใหม่ นาเสนอผลติ ภัณฑแ์ ละบรกิ ารใหแ้ กล่ ูกคา้ ในบรบิ ททกี่ วา้ งขน้ึ เชน่ การพัฒนาผลติ ภัณฑเ์ ดมิ ใหม้ คี วามทันสมัยและ
ปรับตัวเขา้ กับลกู คา้ ในปัจจบุ นั จนสามารถกลบั เขา้ สตู่ ลาดไดอ้ กี ครัง้ เชน่ การพฒั นาผลติ ภณั ฑผ์ งหอมศรจี นั ทร์ ซง่ึ ปัจจบุ ันมกี ารพัฒนาให ้
ทนั สมัยมากยงิ่ ขนึ้ โดยเป็ นลักษณะของแป้งฝ่ นุ แตง่ หนา้ ในชอื่ SRICHAND

1.1 การบูรณาการกลยุทธอ์ งคก์ ร ระบบงาน
และกระบวนการที่สาคญั เข้ากบั การบริหาร
ทรพั ยากรมนุษย์ อาทิ การพจิ ารณาจากกล
ยุทธธ์ ุรกจิ การออกแบบโครงสรา้ งองคก์ รให้
ทนั กบั การเปลยี่ นแปลง การปรบั กระบวนการ
และการจดั การทรพั ยากรมนุษย์

ในปั จจุบันความตอ้ งการของคนวัยทางาน
เร่ิมปลี่ยนไป เน่ืองจากหลายสาเหตุและปั จจัย
องค์กรหลายๆ แห่งจงึ เริ่มมีการปฏริ ูปองค์กร ให ้
ส อ ด ค ล อ้ ง กั บ ค ว า ม ต อ้ ง ก า ร ข อ ง พ นั ก ง า น ท่ี
เปลี่ยนไปดว้ ยการปฏริ ูปองคก์ รใหม้ ีประสทิ ธิภาพ
แ ล ะ ไ ด ป้ ร ะ โ ย ช น์ สูง สุด นั้น จ า เ ป็ น จ ะ ต อ้ ง ใ ห ้
ความสาคัญกับองคป์ ระกอบทัง้ ส่ี ไดแ้ ก่ ภาวะผูน้ า
( Leadership) ก ล ยุ ท ธ์ ( Strategy) วั ฒ น ธ ร ร ม
(Culture) การออกแบบองคก์ าร (Organizational
design) อ ย่า ง เ ท่า เ ทีย ม กั น ส ม ดุล กั น ทั้ง ห ม ด
ภายใตก้ ารเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอ้ มภายนอก
และเทคโนโลยี รวมถงึ โรคระบาด ทาใหอ้ งคก์ รตอ้ ง
มีการปรับตัวเชิงป้ องกัน และคาดการณ์อนาคต
เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกับสถานการณ์ทเี่ กดิ ขนึ้ จงึ ทาใหเ้ กดิ การปรับโครงสรา้ งองคก์ ร และปรับกระบวนการทางาน รวมถงึ การนาเทคโนโลยที ่ี
เกย่ี วขอ้ งในการทางาน มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการทางานเน่ืองจากมผี ลกระทบรายไดข้ ององคก์ ร การแขง่ ขนั ภายนอก จากปัญหาการขาดแคลน
แรงงานทเี่ กดิ ขนึ้ ในชว่ งหลายปี ทผี่ า่ นมา ทาใหห้ ลายๆ องคก์ รมคี วามคดิ เรมิ่ หาวธิ รี ักษาบุคลากรเอาไวใ้ หอ้ ยู่กับองคก์ รใหไ้ ดน้ านมากขน้ึ
นอกจากการรักษาพนักงานไวแ้ ลว้ การคดิ หาวธิ ีการทาใหอ้ งคก์ รมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ ก็เป็ นเรอื่ งทมี่ คี วามสาคัญ การจัดการทรัพยากร
มนุษยจ์ งึ มีความสาคัญเป็ นอย่างยง่ิ ในการพัฒนาคนในองค์กรใหม้ ีทักษะเท่าทันกับสถานการณ์ทเี่ ปลี่ยนแปลงไป โดยการเพม่ิ ทักษะ
พัฒนาทักษะ รวมถงึ เพมิ่ เตมิ ทักษะทจ่ี าเป็ นตอ้ งใชใ้ นอนาคต เพอ่ื ใหบ้ คุ ลากรในองคก์ รสามารถนาทักษะทีเ่ กดิ ขน้ึ มาประยุกตใ์ ชใ้ นการ
ทางานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธฺภาพกอ่ ใหด้ กดิ ประโยชนต์ อ่ องคก์ รและย่งั ยนื มากทสี่ ดุ

1.2 ขอใหน้ กั ศกึ ษาอธบิ ายถงึ สญั ญาณบง่ ชที้ ผี่ ูน้ าองคก์ ร กาลงั เผชญิ กบั ความทา้ ทายรปู แบบใหมๆ่ ทไ่ี มเ่ หมอื นเดมิ อยา่ ง
นอ้ ย 3 สญั ญาณ และใหอ้ ธบิ ายถงึ แนวทางในการปรบั ตวั ขององคก์ ร และบคุ ลากร

1) New Business Model คอื การปรับตัวของธุรกจิ การขยายผลติ ภัณฑ์ การสรา้ งจุดแข็ง การเลอื กจา้ งคนท่ีมีความเชยี่ วชาญในการ
ทางาน มากกว่าการใชค้ นจานวนเยอะๆ รวมถงึ การสรา้ งแบบจาลองของธุรกจิ ที่บรษิ ัทสรา้ งกาไรจากการขายสนิ คา้ หรอื บรกิ าร รวมถงึ
จุดประสงค์ กลยุทธ์ โครงสรา้ งบรษิ ัท สนิ คา้ หรอื บรกิ ารท่ีจะทา ขายใหใ้ คร ขายอย่างไร ขายทไี่ หน ผลติ ดว้ ยอะไร การทางาน การเงนิ
รวมถงึ วัฒนธรรมองคก์ ร หรอื เรยี กสนั้ ไดว้ า่ รปู แบบการทาธรุ กจิ โดยโมเดลธรุ กจิ ของบรษิ ัทเป็ นตัวแทนทบี่ อกถงึ วา่ บรษิ ัท

ดงั นัน้ โมเดลธรุ กจิ ควรคดิ กอ่ นการเรม่ิ ธุรกจิ แตใ่ ครทไี่ ดท้ าธรุ กจิ ไปแลว้ ก็ยังสามารถนาโมเดลธรุ กจิ มาปรับปรุงโดยปรับเปลี่ยนให ้
ดขี นึ้ คดิ ใหเ้ ป็ นภาพรวมมากขน้ึ เพอ่ื ใหท้ ุกคนในองคก์ รเห็นความสาเร็จร่วมกัน หัวใจสาคัญของธุรกจิ จงึ อยู่ที่ “โมเดลธุรกจิ (business
model)” รูปแบบวธิ กี ารดาเนนิ กจิ การของบรษิ ัทในการสรา้ งรายได ้ โดยรูปแบบโมเดลธรุ กจิ ทด่ี ตี อ้ งทาซ้าได ้ (repeatable) และขยายตัว
ได ้ (scalable)

2) Organization Agility คอื องค์กรที่สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อสถานการณ์ภายนอกท่ีเปล่ยี นแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผ่านการ
ปรับเปลย่ี นแนวคดิ และสรา้ งทัศนคตใิ หม่ (New Mindset) เพอ่ื การทางานทรี่ วดเร็ว และคลอ่ งตัวกว่าเดมิ โดยการบรหิ ารท่ดี เี รมิ่ ตน้ จาก
‘ทัศนคต’ิ และในการสรา้ งองคก์ รแบบ ‘Agile’ กต็ อ้ งเรม่ิ จากการปรบั แนวคดิ ดว้ ยเหมอื นกัน ไมว่ า่ จะอยูต่ าแหน่งใดกต็ าม ผบู ้ รหิ าร ผจู ้ ดั การ
หรอื พนักงาน ทกุ คนลว้ นมบี ทบาทสาคัญในการขับเคลอื่ นองคก์ รทงั้ นัน้ โดยมแี นวคดิ หลัก ดังน้ี

• ยดึ ลกู คา้ เป็ นศนู ยก์ ลาง (Customer Centric) มากกวา่ การมงุ่ แสวงหาผลกาไรเป็ นหลัก (Profit Centric)
• ลดขนั้ ตอนการทางานทไี่ มจ่ าเป็ นออกไป เพอื่ การทางานทง่ี ่าย และรวดเร็วกวา่ เดมิ เชน่ งานเอกสารตา่ ง ๆ
• ผลักดนั ใหเ้ กดิ การทางานในดจิ ทิ ัลมากขน้ึ มกี ารนาเทคโนโลยมี าประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ
• มวี ัฒนธรรมองคก์ รทดี่ ี สง่ เสรมิ ใหท้ กุ คนมสี ว่ นรว่ ม เปิดกวา้ งใหท้ กุ คนไดแ้ สดงความคดิ เหน็ หรอื นาเสนอไอเดยี ใหม่ ๆ และเปิดโอกาสให ้

พนักงานไดต้ ัดสนิ ใจทัง้ เรอ่ื งเลก็ และใหญ่

3) Disruptive Technology คอื การทม่ี เี ทคโนโลยใี หม่ๆ เกดิ ขนึ้ มา จนทาใหเ้ กดิ ผลกระทบ และเกดิ การเปลย่ี นแปลงในดา้ นตา่ งๆ ซง่ึ
ส่งผลต่อธุรกจิ อย่างมหาศาล เช่น ตัวอย่างที่เขา้ ใจไดง้ ่ายๆ ท่ีกาลังเกดิ ขนึ้ อยู่ในทุกวันที่ก็คือการท่ีธุรกจิ ต่างๆ ถูก Disrupt ดว้ ย e-
Business หรือการดาเนินธุรกจิ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ เพราะจะเห็นไดว้ ่าเม่ือมีรา้ นคา้ ออนไลน์เกดิ ขน้ึ มากขน้ึ คู่แข่งของรา้ นคา้
ออฟไลนก์ ็ยงิ่ เยอะขนึ้ ไปใหญ่ ทาใหธ้ รุ กจิ ออฟไลน์หลายๆ รา้ นลม้ หายตายจากกันไป หรอื อาจตอ้ งไปปรับแผนธุรกจิ มาใหม่ว่าจะตอ้ งทา
อยา่ งไร เชน่ ตอ้ งผลติ สนิ คา้ ไมม่ ตี น้ ทนุ ถกู ลง มคี วามหลากหลายมากขน้ึ บรกิ ารเร็วขนึ้ ฯลฯ เพราะฉะนัน้ การทมี่ ี Technology Disruption
มาก็จะสง่ ผลกระทบไปทัง้ กระบวนการเลยทเี ดยี ว การจัดการทรัพยากรมนุษยจ์ งึ มคี วามสาคัญเป็ นอยา่ งยง่ิ ในการพัฒนาคนในองคก์ รใหม้ ี

ทักษะเท่าทันกับสถานการณ์ทเี่ ปลย่ี นแปลงไป โดยการเพมิ่ เตมิ ทักษะทจี่ าเป็ นตอ้ งใชใ้ นอนาคตใหก้ ับบคุ ลากร เพอ่ื ใหบ้ ุคลากรในองคก์ ร
สามารถนาทักษะทเี่ กดิ ขน้ึ มาประยุกตใ์ ชใ้ นการทางานได ้

1.3 อธบิ ายถงึ บทบาทใหมข่ อง HR Manager ดงั น้ี

1.3.1 บทบาทของการเป็ นหนุ ้ สว่ นเชงิ กลยุทธ์ (Strategic Partner) ตอ้ งดาเนนิ การอยา่ งไร

Strategic Partner หรอื การเป็ นหุน้ สว่ นทางกลยุทธธ์ ุรกจิ ขององคก์ ร บทบาทนี้จะทาให ้ HR มหี นา้ ทใ่ี นการผลักดันสง่ เสรมิ ให ้
ผูบ้ รหิ ารและพนักงานในหน่วยงานต่างๆยอมรับว่า HR เป็ นหน่วยงานทีม่ สี ่วนสรา้ งกาไรและรายไดใ้ หก้ ับองคก์ ร สามารถเป็ นที่ปรกึ ษา
ภายใน ที่ทาหนา้ ท่ีเป็ นเสมือนที่ปรกึ ษาภายนอก กล่าวคือ HR ตอ้ งมีหนา้ ที่หลักในการรวบรวมและศกึ ษาปัญหาท่ีเกดิ ขนึ้ ในองค์กร
วเิ คราะหป์ ัญหา คดิ และออกแบบเครอ่ื งมือดา้ นการบรหิ ารและพัฒนาบคุ ลากรทเ่ี หมาะสม สามารถตอบโจทยท์ เ่ี ป็ นปัญหาขององคก์ รได ้
ดังนัน้ การทH่ี R จะขยับบทบาทของตัวเองใหเ้ ป็ น Strategic Partner ไดน้ ัน้ HR ตอ้ งทาใหห้ น่วยงานตา่ งๆเหน็ ความสาคัญของ HRกอ่ น

1.3.2 บทบาทในการยกระดับทักษะ และความสามารถในการจัดการขอ้ มลู สารสนเทศดา้ นทรัพยากรมนุษย์ (HR Analytic) และการใช ้
ประโยชนจ์ ากขอ้ มลู ดงั กลา่ ว

คอื การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ทม่ี อี ยเู่ พอื่ ใหเ้ กดิ ผลลพั ธท์ สี่ าคัญ สามารถนามาทาแผนกลยทุ ธด์ า้ น HR ใหส้ อดคลอ้ งกับองคก์ ร ผา่ นเป็ น
การรวบรวมขอ้ มูลท่ีเป็ นประโยชน์เพ่ือคาดการณ์ผลที่จะเกดิ ในอนาคต และการนาเสนอขอ้ มูลอย่างเป็ นระบบ ดว้ ยเทคโนโลยีและ
เครอ่ื งมอื ทางสถติ ิ ซงึ่ ใชป้ ระกอบการตัดสนิ ใจของผูบ้ รหิ ารได ้ เพอ่ื สนับสนุนการปฏบิ ัตกิ าร โดย HR จะสามารถรวบรวมขอ้ มูลพนักงาน
บางอย่าง เชน่ เงนิ เดอื นและสวัสดกิ ารไดค้ อ่ นขา้ งง่าย และสามารถเก็บเป็ น Big Data ทสี่ ามารถรวบรวมและประเมนิ ขอ้ มลู กอ่ น ระหว่าง
และหลังกระบวนการจา้ งงาน เพอ่ื ชว่ ยในการตัดสนิ ใจจา้ งงาน และพัฒนาบุคลากรทม่ี ใี หป้ ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้ กลา่ วคอื Big Data จะชว่ ย
ให ้ HR สามารถตรวจสอบและตดิ ตามประสทิ ธภิ าพการสรรหาบคุ ลากร เพอ่ื กาหนดกลยทุ ธท์ มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพมากทสี่ ดุ ในการดงึ ดูดผสู ้ มัคร
ในอุดมคติ ซงึ่ Big Data ยังสามารถปรับปรุงกระบวนการจา้ งงานและจากัดกลุ่มผูส้ มัครจานวนมากใหเ้ หลือกลุ่มทเ่ี ล็กลง เพื่อเฟ้ นหา
ผูส้ มัครท่ีมีคุณสมบัตติ ามท่ตี อ้ งการ นอกจากนี้ Big Data ยังเปิดใหโ้ อกาส HR กาหนดประเภทและแนวโนม้ ของพนักงาน และพัฒนา
โปรแกรมตา่ ง ๆ เพอื่ ปรับปรุงความภักดแี ละลดอัตราการลาออกไดด้ ว้ ย

1.3.3 บทบาทของการปรบั ตัวใหท้ ันต่อการเปลย่ี นแปลงในเรอ่ื ง

• แนวคดิ แบบยืดหยุ่นเพ่อื การเตบิ โตและพัฒนา (Growth Mindset)กรอบความคดิ แบบยืดหยุ่นท่เี ชอ่ื ในศักยภาพของคน สง่ เสรมิ ใหม้ ี
บคุ ลากรมคี วามสามารถในการปรับตัวพรอ้ มเตบิ โตและพัฒนาตอ่ ไปขา้ งหนา้ ชว่ ยใหอ้ งคก์ รกา้ วเดนิ ไดต้ อ่ ไดอ้ ยา่ งมั่นคงตามเป้าหมายทตี่ ัง้
ไวพ้ ัฒนาไปสู่ ‘กรอบแบบยดื หยนุ่ ’ ทเ่ี หมาะสมกบั ตวั เอง และสามารถนาไปปรับใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ องคก์ ร ดว้ ย 3 สง่ิ จาเป็ นตอ่ ไปนี้

- ปรับเปลย่ี นนสิ ัยใหม่ ถา้ ตอ้ งการผลลัพธใ์ หม่ ๆ ในการทางานทด่ี กี วา่ เกา่ ก็ตอ้ งกลา้ ทจ่ี ะยอมรับ ปรับเปลยี่ น และฝึกนสิ ยั ใหม่ใหเ้ ป็ นคน
ไมห่ ยดุ เรยี นรแู ้ ละไมห่ ยดุ พัฒนาตนเอง

- ตงั้ เป้าหมายและทาใหส้ าเร็จ เรมิ่ จากการตงั้ เป้าหมาย แลว้ ลองเปลย่ี นรูปแบบการทางานแบบเบสกิ ๆ ทม่ี แี นวโนม้ วา่ จะทาสาเร็จได ้ เชน่
เมอื่ หัวหนา้ ส่ังงาน ตอ้ งเสร็จและสง่ ใหต้ รงตามเวลาท่รี ับปากไว ้ ถา้ ทาสาเร็จไดส้ ักครัง้ ย่อมทาใหเ้ กดิ ความภูมใิ จ จากนัน้ ก็ลองทา้ ทาย
ตัวเองดว้ ยการตงั้ เป้าหมายใหย้ ากขนึ้ ตอ่

- ทาอยา่ งตอ่ เนื่อง การสรา้ ง Growth Mindset จาเป็ นตอ้ งอาศยั ความตอ่ เนือ่ ง เพราะถา้ ไมม่ คี วามสม่าเสมอ ผลลพั ธท์ ไ่ี ดอ้ าจไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ
การเปลย่ี นแปลงอยา่ งเป็ นรปู ธรรม ดงั นัน้ จงึ ตอ้ งทาซ้า ๆ และทาใหด้ ขี น้ึ ในทกุ วนั ใหไ้ ด ้

• การปรับเปลยี่ นความคดิ ใหส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ (Cognitive Flexibility)

คอื การคดิ แบบยดื หยุ่น ปรับเปลยี่ นแนวคดิ ใหท้ ันกับสถานการณ์ตา่ งๆ คอื ทักษะทชี่ ว่ ยใหเ้ ราสามารถสลับไปมาระหวา่ งแนวคดิ
ตา่ ง ๆ สามารถปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมใหเ้ ขา้ กับสภาพแวดลอ้ มทเี่ ปลย่ี นแปลงไป และสามารถปรับเปลย่ี นกลยทุ ธเ์ พอ่ื ใหเ้ กดิ การตัดสนิ ใจท่ี
ดที ่สี ดุ ได ้ การล็อกดาวน์อันเน่ืองมาจาก Covid-19 ไดส้ รา้ งความทา้ ทายใหม่ ๆ ทัง้ ในดา้ นการทางานของแต่ละบุคคลสง่ ผลต่อวธิ ีการ
รับมอื ทแี่ ตกตา่ งกัน บางคนสามารถปรับเปลย่ี นกจิ วัตรประจาวันเพอ่ื ใหท้ ากจิ กรรมภายในบา้ นไดง้ ่ายขนึ้ คนทคี่ ดิ แบบยดื หยนุ่ อาจเปลยี่ น
กจิ วัตรประจาวันเป็ นครัง้ คราว พยายามหาวธิ ที ดี่ แี ละหลากหลายมากขน้ึ ในแตล่ ะวัน ในขณะทค่ี นจานวนหนง่ึ ยดึ ตดิ อยกู่ ับกจิ วัตรประจาวนั
เดมิ ๆ และปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมเพยี งเล็กนอ้ ยเทา่ นัน้

• การใชป้ ระโยชนจ์ ากขอ้ มลู ดจิ ทิ ัล (Digital and Data)

คอื การพฒั นาทักษะในการนาเทคโนโลยดี จิ ทิ ัล การนาประโยชนข์ องขอ้ มูลมาใชใ้ นการทางาน การแกป้ ัญหา ตลอดจนสามารถ
นามาใชใ้ นการสอื่ สาร และการทางานรว่ มกนั ทงั้ ภายในและภายนอกองคก์ ร

1. การกากบั ดแู ลองคก์ ร (CORPORATE
GOVERNANCE)

ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร บ ริษั ท ฝ่ า ย จั ด ก า ร แ ล ะ
หนว่ ยงานภายในองคก์ ร สง่ เสรมิ ใหอ้ งคก์ รมบี รรษัทภิ
บาลหรือการกากับดูแลกิจการท่ีดี เพ่ือใหบ้ ริษั ท
สามารถสรา้ งมูลค่าเพมิ่ ใหก้ ับทัง้ ตนเองและสังคมได ้
อย่างยั่งยืน โดยตอ้ งมีการวางโครงสรา้ งและระบบ
การกากับดูแลกจิ การอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพทัง้ ดา้ นการ
กากับดูแล การตดิ ตาม และการประเมนิ ผล เพื่อให ้
ทุกฝ่ ายมีแนวปฏบิ ัตไิ ปในทศิ ทางเดยี วกันตามหลัก
พนื้ ฐานการกากบั ดแู ลกจิ การทดี่ ี 5 ประการ ไดแ้ ก่

1 ความซอ่ื สตั ย์ (Integrity) คอื การบรหิ ารจดั การดว้ ยความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ น่าเชอ่ื ถอื และยดึ มัน่ ในความถกู ตอ้ ง
2 ความยตุ ธิ รรม (Fairness) คอื การปฏบิ ัตติ อ่ ผมู ้ สี ว่ นไดเ้ สยี ขององคก์ รอยา่ งเป็ นธรรม
3 ความโปรง่ ใส (Transparency) คอื การดาเนนิ งานทม่ี กี ารเปิดเผยขอ้ มลู อยา่ งโปร่งใสแกผ่ ทู ้ เ่ี กยี่ วขอ้ งและสามารถตรวจสอบได ้
4 ความรบั ผดิ ชอบ (Responsibility) คอื การปฏบิ ัตติ ามบทบาทหนา้ ทท่ี อี่ ยใู่ นความรับผดิ ชอบของตนดว้ ยสตปิ ัญญาและความสามารถ

อยา่ งเตม็ กาลงั มงุ่ มน่ั ใหง้ านสาเร็จและพัฒนางานใหด้ ขี น้ึ
5 ภาระรบั ผดิ ชอบ (Accountability) คอื ความรบั ผดิ และรับชอบในผลของการกระทาทเ่ี กดิ ขน้ึ อนั เนือ่ งจากการกระทา การสง่ั การ การ

มอบหมาย และการตัดสนิ ใจ ตามบทบาทหนา้ ทขี่ องตนเอง โดยสามารถชแ้ี จงและอธบิ ายการตดั สนิ ใจนัน้ ได ้

2. จรยิ ธรรมและความโปรง่ ใส (ethics and transparency)

องคก์ รทป่ี ระสบความสาเร็จในเชงิ ธรุ กจิ อย่าง ยั่งยนื จะมผี บู ้ รหิ ารทมี่ จี รยิ ธรรม และประพฤตติ นเป็ น แบบอย่างทดี่ ี และสรา้ งแรง
บันดาลใจใหบ้ ุคลากรใน องคก์ รทกุ สว่ นงานดาเนนิ งานตามแนวทางทถ่ี กู ตอ้ ง ดังนัน้ ผบู ้ รหิ ารระดับสงู จะตอ้ งเป็ นผสู ้ รา้ งบรรยากาศ ทด่ี ใี น
การทางานเนน้ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซอื่ สตั ย์ สจุ รติ และความโปร่งใสเป็ นสาคัญ ยกตวั อยา่ งเชน่

1 ผูบ้ รหิ ารระดับสูงตอ้ งมีความซอ่ื สัตยแ์ ละความโปร่งใสเป็ นคุณธรรมหลัก ไม่แสวงหาผลประโยชน์ใหต้ นเองหรือพวกพอ้ ง ทาในสง่ิ ที่
ตนเองพดู และเป็ นแบบอยา่ งทดี่ ใี หพ้ นักงาน ตลอดจนสนับสนุนสง่ เสรมิ จรรยาบรรณในการดาเนนิ ธรุ กจิ และจรรยาบรรณของพนักงาน

2 จัดโครงสรา้ งองคก์ รใหม้ กี ารกากับดูแลที่มีความ เป็ นอสิ ระกาหนดบทบาท หนา้ ทค่ี วามรับผดิ ชอบของ แต่ละสว่ นงานอย่างชัดเจน มี
ระบบการบรหิ ารขอ้ มลู ทเ่ี หมาะสม จัดใหม้ กี ารประเมนิ และบรหิ ารความเสย่ี งอยา่ งเหมาะสม

3 สอ่ื สารอยา่ งมปี ระสทิ ธผิ ลในลักษณะทสี่ ามารถ แลกเปลยี่ นขอ้ มูลกัน และครอบคลมุ ทัง้ องคก์ ร โดยผบู ้ รหิ ารจะเป็ นผสู ้ ง่ สญั ญาณไปยังผู ้
ทเ่ี กยี่ วขอ้ งทกุ ระดับอยา่ งต่อเนื่อง เรม่ิ ตงั้ แตก่ ารกาหนดนโยบายทชี่ ัดเจน การถอื ปฏบิ ัตอิ ยา่ งพรอ้ มเพรยี งกนั และการตดิ ตามประเมนิ ผล
ความสา เร็จ

4 สรา้ งวฒั นธรรมองคก์ รร่วมกนั โดยกาหนดคา่ นยิ มหลกั ใหอ้ านาจพนักงานในการตัดสนิ ใจ ใหร้ างวลั กับคนทที่ า สง่ิ ทดี่ ี และลงโทษผทู ้ ไี่ ม่
ปฏบิ ตั ติ ามเกณฑท์ กี่ าหนด

3. การตอบแทนสงั คม (Social Contribution)

คอื รูปแบบธรุ กจิ ทมี่ เี ป้าหมาย และความปรารถนาทจ่ี ะยกระดบั ความอยดู่ กี นิ ดี พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ของผคู ้ นในสังคมโดยรวมใหด้ ี
ขน้ึ อย่างย่ังยนื โดย "เป้ าหมายธุรกจิ " มุ่งสู่การสรา้ งสรรคส์ ังคมเครือข่ายแห่งการเกอ้ื กลู แบ่งปัน จุนเจอื ระหว่างกัน โดยมพี ื้นฐานของ
ความเชอ่ื ทว่ี ่า มนุษยล์ ว้ นมจี ติ ทคี่ ดิ จะแบง่ ปันใหผ้ อู ้ น่ื เป็ นรากฐาน และเราสามารถทาใหเ้ กดิ วงจรแห่งการเกอ้ื กลู น้ีไดด้ ว้ ยการขยายความ
เกอื้ กลู จากกลุ่มหนงึ่ ไปสกู่ ลมุ่ หนงึ่ บนความเชอ่ื ทวี่ ่าระบบธรุ กจิ เพอ่ื การเกอื้ กลู จะสามารถเตบิ โตขน้ึ จนกลายเป็ นวัฒนธรรมทางธุรกจิ แห่ง
การเกอ้ื กลู และแบง่ ปันไดใ้ นทส่ี ดุ จากภาคความคดิ สรู่ ูปแบบธรุ กจิ เชงิ รูปธรรม เชน่

1 การคดิ ถงึ ประโยชนข์ องกลมุ่ คนมากกว่าผลประโยชนส์ ว่ นตน

2 มคี วามสมดลุ ในการแบง่ ปันเพอ่ื ใหท้ ุกคนสามารถอยไู่ ด ้ เกอื้ กลู กนั ได ้ แบง่ ปัน และสานประโยชนร์ ะหวา่ งกนั

3 การเชอ่ื มโยง สนับสนนุ และแบง่ ปันทรัพยากรและผลกาไรระหวา่ งกลมุ่ ธรุ กจิ เพอื่ สรา้ งเครอื ขา่ ยแหง่ การเกอื้ กลู แผข่ ยายออกสวู่ งกวา้ ง

4 ผูส้ รา้ งระบบ คอื ตน้ ทางการวางระบบและสนิ คา้ สง่ ต่อถงึ ผูน้ าระบบไปใช ้ เพอื่ สง่ มอบสนิ คา้ และบรกิ ารยังปลายทาง เพอ่ื ใหท้ งั้ ตน้ น้า
กลางน้า ปลายน้า ไดส้ ง่ ตอ่ ภารกจิ อยา่ งเทา่ เทยี ม เป็ นธรรม และไดป้ ระโยชนต์ ่อกันในทกุ ฝ่ ายอยา่ งเหมาะสมลงตวั

5 ธรุ กจิ แหง่ การเกอื้ กลู ผสู ้ รา้ งระบบ คอื ตน้ ทางทม่ี อบโอกาสใหแ้ กผ่ ขู ้ าดโอกาสผา่ นการสง่ มอบสนิ คา้ โดยผรู ้ ับโอกาสนัน้ เป็ นผทู ้ มี่ คี วาม
มงุ่ มัน่ มคี วามเอาจรงิ เอาจัง มคี วามเพยี รทจ่ี ะประสบความสาเร็จตามความมงุ่ หวัง มคี วามเพยี รวนั ละเล็กละนอ้ ย

1. อธบิ ายความหมายหรอื หลกั การของความ
รบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมในแตล่ ะระดบั

ความรบั ผดิ ชอบทางดา้ นเศรษฐกจิ (Economic)
การคดิ ถงึ ผลกาไรตอ้ งมากอ่ นเสมอ และถอื เป็ นสง่ิ ที่
จาเป็ นสาหรับธรุ กจิ ความรับผดิ ชอบของธุรกจิ ที่จะ
ทากาไรได ้ จะช่วยใ ห ธ้ ุร กิจมีชีวิต อยู่แล ะ เ ป็ น
ประโยชนต์ อ่ สงั คมในระยะยาว

ความรบั ผดิ ชอบทางดา้ นกฎหมาย (Legal) เป็ น
หนา้ ท่ีรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมายและ
ขอ้ บังคับอ่นื ๆ โดยตอ้ งเนน้ การสรา้ งประโยชน์ ไม่
เกดิ ปัญหา มคี วามมงุ่ มั่นในการอย่รู ่วมกันในสงั คมที่
ดี เชน่ การจา้ งงานในราคาทเี่ ป็ นธรรม มกี ารแขง่ ขัน
ทางการตลาดท่ียุติธรรม ดูแลรักษาสุขภาพและ
ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ข อ ง พ นั ก ง า น ลูก ค า้ สัง ค ม แ ล ะ
สงิ่ แวดลอ้ ม

ความรบั ผดิ ชอบทางดา้ นจรยิ ธรรม (Ethical) น่ี
เป็ นหนา้ ที่ท่ีตอ้ งปฏิบัติตาม หลักศีลธรรมและ
จรยิ ธรรม ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบนีธ้ รุ กจิ ควรไปเกนิ กวา่ ความตอ้ งการทแี่ คบของกฎหมายเชน่ การรกั ษาซพั พลายเออรแ์ ละพนักงาน

2. ยกตวั อยา่ งโครงการหรอื กจิ กรรมของ SCG ทแี่ สดงถงึ ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมในแตล่ ะระดบั

ความรับผดิ ชอบทางดา้ นเศรษฐกจิ (Economic) : SCG ไดท้ าธุรกจิ โดยเลอื กท่จี ะกระจายความเสย่ี งของธุรกจิ ออกเป็ นหลาย
สว่ น อกี ทัง้ เพอ่ื ขยายผลกาไรดว้ ยการแตกกลุ่มธรุ กจิ ออกเป็ น5 กลมุ่ คอื ปิโตรเคมี กระดาษและบรรจุภัณฑ์ ซเี มนต์ ผลติ ภัณฑก์ อ่ สรา้ ง
และจัดจาหน่าย ซง่ึ ในแตล่ ะกลมุ่ มกี ารเตบิ โตของกาไรและเศรษฐกจิ เป็ นอยา่ งมาก

ความรับผดิ ชอบทางดา้ นกฎหมาย (Legal) : SCG มีคณะกรรมการควบคุมและตรวจสอบภายในท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ เพอ่ื ลดความ
เสย่ี งดา้ นทจุ รติ และทาผดิ กฎมาย อกี ทัง้ ยังมสี านักงานตรวจสอบทข่ี น้ึ ตรงกับคณะกรรมการตรวจสอบอกี ชนั้ หนงึ่

ความรับผดิ ชอบทางดา้ นจรยิ ธรรม (Ethical) : SCG ใหค้ วามสาคัญของผูบ้ รหิ ารระดับสงู จะตอ้ งไม่แสวงหาผลประโยชนแ์ ละเป็ น
ที่ยอมรับในสากล และไม่ดาเดนิ การใดๆเป็ นการขัดแยง้ ผลประโยชน์ของบรษิ ัท โดยพนักงานระดับสูงจะตอ้ งประพฤตปิ ฏบิ ัตติ นเป็ น
แบบอยา่ งทด่ี ี มจี รยิ ธรรม อกี ทัง้ การออกเสยี งของผถู ้ อื หนุ ้ และ ขอ้ มลู ขา่ วสารตอ้ งโปร่งใส

3. SCG แสดงความรบั ผดิ ชอบตอ่ ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี Stakeholder อยา่ งไร

SCG แสดงความรบั ผดิ ชอบต่อผมู ้ สี ว่ นไดเ้ สยี Stakeholder ดังน้คี อื จัดกจิ กรรมตา่ งๆใหพ้ นักงานมสี ขุ ภาพกาย และใจ ทแ่ี ขง็ แรง
โดยมกี ารตรวจสขุ ภาพ และมศี นู ยอ์ อกกะลังกาย มกี ารสรา้ งคาวมอบอนุ่ ในครอบครวั ของพนักงาน เชน่ การจดั คา่ ยเยาวชน ใหท้ นุ การศกึ ษา
บตุ รพนักงาน จดั ฝึกอบรมอาชพี ใหก้ ับแมบ่ า้ น เป็ นตน้

4. SCG ดาเนนิ การอยา่ งไร เกย่ี วกบั การกากบั ดแู ลกจิ การทด่ี หี รอื การบรหิ ารธรรมมาภบิ าล

SCG กากับดูแลกจิ การท่ดี หี รือการบรหิ ารธรรมมาภบิ าล คอื การมงุ่ เนน้ กากับดูแลตามหลักบรรษัทภบิ าล เพอื่ ใหก้ จิ การเป็ นไป
อยา่ งถกู ตอ้ งและมปี ระสทิ ธภิ าพโดย

1.1 กาหนดหนา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบคณะกรรมการ และแผนการดาเนนิ งานอยา่ สจุ รติ
1.2 ปฏบิ ตั ติ ามแนวทาง กลต โดยมคี ณะกรรมการเป็ นผกู ้ ากบั
1.3 ฝ่ ายจัดการมกี ารทางานทเี่ ป็ นอสิ ระจากผถู ้ อื หนุ ้ ใหญ่
1.4 มคี วามโปร่งใสดา้ นผลประโยชนแ์ ละขอ้ มลู ผมู ้ สี ว่ นไดเ้ สยี จะไมอ่ อกเสยี งหรอื เขา้ ร่วมประชมุ
1.5 บรกิ ารความเสย่ี งตามหลักมาตรฐานสากล
1.6 สง่ เรมิ ใหม้ กี ารควบคมุ และตรวจสอบภายใน
1.7 มจี รรยาบรรณในการดาเนนิ ธรุ กจิ ดว้ ยความโปรง่ ใสและมคี ณุ ธรรม
1.8 ใหส้ ทิ ธผ์ิ ถู ้ อื หนุ ้ ในการเสนอแนะและคาแนะนา
1.9 เคารพสทิ ธผ์ิ มู ้ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งกลุ่มอน่ื เชน่ คคู่ า้ และพันธมติ ร
1.10 การตดิ ตอ่ สอื่ สารกบั สอ่ื มวลชนและนักลงทนุ ผา่ นชอ่ งทางตา่ งๆตามความเหมาะสม

1. การประเมนิ ความเสยี่ ง (Risk Assessment
หรอื RA) คอื การวเิ คราะหค์ วามเสย่ี งของภัยคกุ คาม
ต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการหยุดชะงักของ
กจิ กรรมการดาเนนิ งานในองคก์ ร โดยในแต่ละภัย
คุกคามจะมโี อกาสการเกดิ และมผี ลกระทบต่อการ
ดาเ นินงานขององค์กรในร ะดั บท่ีแต ก ต่า ง กั น
เพ่ือใหท้ ราบถึงความยืดหยุ่นขององค์กรต่อภัย
คุกคามต่างๆ โดยในการประเมินความเส่ียงมี
ขัน้ ตอนหลกั ๆ 4 ขัน้ ตอนดงั นี้ คอื

ผลลัพธ์ที่ไดจ้ ากการประเมินความเสี่ยงคือ
ภัยคกุ คามตา่ ง ๆ ทอ่ี าจสง่ ผลกระทบต่อการดาเนนิ
กิจ ก ร ร ม ส า คั ญ ข อ ง อ ง ค์ก ร ( Critical Business
Function) และระดับความเสี่ยงของภัยคุกคาม
ดังกล่าวทอี่ งคก์ รยอมรับไดแ้ ละยอมรับไมไ่ ด ้ กรณี
ที่องคก์ รยอมรับไม่ไดต้ อ้ งมีการจัดการความเสย่ี ง
เพ่ือลดหรือบรรเทาผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้น ซงึ่
ขอ้ มูลทไี่ ดจ้ ากการประเมนิ ความเสย่ี งจะถูกนาไปประกอบกับผลลัพธท์ ีไ่ ดจ้ ากการวเิ คราะหผ์ ลกระทบทางธุรกจิ เพอ่ื ใชก้ าหนดกลยุทธ์
ความต่อเนื่องทางธุรกจิ (Business Continuity Strategy) และจัดทาเอกสารแผนความต่อเน่ืองทางธุรกจิ (Business Continuity Plan
หรอื BCP) ขององคก์ ร

การวเิ คราะหผ์ ลกระทบทางธรุ กจิ (Business Impact Analysis หรอื BIA)

คอื กระบวนการวเิ คราะหก์ จิ กรรมการดาเนนิ งานในองคก์ ร และผลกระทบทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ตอ่ การดาเนนิ ธรุ กจิ หากกจิ กรรมดังกลา่ ว
เกดิ การหยดุ ชะงักขนึ้ ในการวเิ คราะหผ์ ลกระทบทางธรุ กจิ มขี ัน้ ตอนหลัก ๆ 4 ขัน้ ตอน ดังน้คี อื

1.การระบุกจิ กรรมการดาเนนิ งาน (Business Process) เพอื่ สง่ มอบผลติ ภัณฑห์ รอื บรกิ ารขององคก์ ร
2.การประเมนิ ผลกระทบหากกจิ กรรมดังกลา่ วเกดิ การหยดุ ชะงักตามระยะเวลาทกี่ าหนด เพอ่ื หากจิ กรรมสาคัญ (Critical Business
Process) ขององคก์ ร
3.การกาหนดกรอบระยะเวลาและเป้าหมายในการกลับมาดาเนนิ งานไดข้ องกจิ กรรมสาคัญ (Critical Business Process) ขององคก์ รหลงั
การหยดุ ชะงัก
4.การระบุทรัพยากรทสี่ นับสนนุ กจิ กรรมสาคัญ เพอ่ื ใหก้ จิ กรรมสาคัญเหลา่ น้ีสามารถกลับมาดาเนนิ การไดต้ ามกรอบระยะเวลาทกี่ าหนดไว ้
หลังจากเกดิ เหตหุ ยดุ ชะงกั

ตัวอยา่ ง การวเิ คราะหผ์ ลกระทบทมี่ ตี อ่ ธรุ กจิ ของ “ป๊ัมน้ามัน”
>> ธรุ กจิ ป๊ัมน้ามนั มบี รกิ าร น้ามนั แก๊ส สนิ คา้ ประดบั ยนต์ อาหาร และเครอ่ื งดม่ื
>> บคุ คลอน่ื ทเี่ ราตอ้ งสารวจความตอ้ งการ ไดแ้ ก่ ลกู คา้ ผทู ้ ข่ี ายน้ามันใหเ้ รา สญั ญาใหบ้ รกิ ารตา่ ง ๆ
>> ระยะเวลาทเี่ รายอมใหก้ ระบวนการหรอื ระบบงานตา่ ง ๆ หยดุ ชะงักไดน้ ัน้ เป็ นเวลาเทา่ ใด ขอ้ มลู ใดบา้ งทส่ี าคัญ และไม่สามารถขาดได ้

เรามศี กั ยภาพในการกคู ้ นื เทา่ ใด เชน่ เรายอมใหห้ วั จ่ายน้ามนั ใชง้ านไมไ่ ดไ้ มเ่ กนิ 1 วนั , หอ้ งน้าปิดใหบ้ รกิ ารไดไ้ มเ่ กนิ 1 สปั ดาห์
>> สรุปผลขอ้ มูลตา่ ง ๆ ขา้ งตน้ ในตาราง เพอื่ ใชป้ ระโยชนเ์ บอ้ื งตน้ ในการวเิ คราะหผ์ ลกระทบทางธรุ กจิ

ผลกระทบทางธรุ กจิ ทไี่ ดร้ ับการวเิ คราะหอ์ ย่างรอบคอบ
จะช่วยใหเ้ ราสามารถวางแผนเตรียมความพรอ้ มไดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ โฟกสั ในสง่ิ ทสี่ าคัญทสี่ ดุ เพอ่ื ใหส้ ามารถสง่ มอบ
สนิ คา้ และบรกิ ารไดต้ ามเป้ าหมายทีก่ าหนด ส่งผลใหธ้ ุรกจิ มี
ความตอ่ เน่ือง ลดการสญู เสยี และอยรู่ อดไดอ้ ยา่ งยั่งยนื

2. เวลากู้คืนร ะ บ บ ที่ยอ มร บั ได้ ( RTO : Recovery Time Objective) ก า ร กูร้ ะ บ บ ( Recovery Time Objective : RTO) คือ
ระยะเวลาทใี่ ชใ้ นการกคู ้ นื ขอ้ มูล นับจากเวลาทเี่ กดิ เหตุจนกระท่ัง User สามารถกลับมาใชง้ านไดเ้ ป็ นปกติ เชน่ ใชร้ ะยะเวลาในการแกไ้ ข
ปัญหา 4 ชว่ั โมง คอื RTO = 4 ชวั่ โมง

ซงึ่ สัมพันธก์ ับระบบ Recovery Point Objective : RPO คอื ระยะเวลาสูงสุดทย่ี อมใหข้ อ้ มูลเสยี หาย ซงึ่ องคก์ รยอมรับได ้ เชน่
ขอ้ มลู ลา่ สดุ เป็ นขอ้ มลู เมอ่ื 18 ชว่ั โมงทแ่ี ลว้ แตอ่ งคก์ รตอ้ งการ RPO = 20 ชวั่ โมง ซงึ่ แสดงถงึ วา่ ผา่ นเกณฑก์ าหนดขององคก์ ร

RPO และ RTO เป็ นพนื้ ฐานการระบแุ ละวเิ คราะหก์ ลยทุ ธใ์ นแผนความตอ่ เน่ืองทางธุรกจิ สง่ิ ทดี่ ที สี่ ดุ ทที่ ุกคนเลอื กคอื เวลาของ
RPO และ RTO ทนี่ อ้ ยทสี่ ดุ

3. กรณีศกึ ษา: บรษิ ทั ปนู ซเิ มนตไ์ ทย จากดั

ผลกระทบ:

1.ธุรกจิ แพคเกจจง้ิ ไมไ่ ดร้ ับผลกระทบ มกี ารเตบิ โตทดี่ ใี นสถานการณ์โค
วดิ -19 โดยเฉพาะสว่ นทเี่ กยี่ วขอ้ งกับการอุปโภคบรโิ ภค

2.ธุรกจิ เคมคิ อล ที่เก่ียวขอ้ งกับสนิ คา้ คงทน เช่น ยานยนต์ หรือสนิ คา้
แฟชนั่ เรม่ิ ไดร้ ับผลกระทบแลว้ และจะเห็นผลกระทบหนักในระยะถัดไป
อกี สว่ นหนง่ึ ทไี่ ดร้ ับผลกระทบทางออ้ ม คอื ราคาน้ามันทผี่ ันผวนจากความ
ตอ้ งการใชน้ ้ามันทลี่ ดลงอย่างมาก เพราะคนชะลอการเดนิ ทางและการ
ทอ่ งเทยี่ ว ตรงนกี้ ็มผี ลกระทบกบั ธรุ กจิ ระดบั หนง่ึ

3.ธุรกจิ ซเี มนตแ์ ละผลติ ภัณฑก์ อ่ สรา้ งผลกระทบยังไมช่ ดั แตต่ อนนี้ภาคเอกชนทเ่ี ป็ นลกู คา้ ของเอสซจี สี ว่ นหนงึ่ เรมิ่ เห็นว่ามคี วามทา้ ทาย
เชน่ ธรุ กจิ อสังหารมิ ทรัพย์ ซงึ่ การกอ่ สรา้ งสว่ นใหญเ่ ป็ นโครงการในระยะยาว ดังนัน้ กาลังซอ้ื ในระยะตอ่ ไปทมี่ กี ารสง่ มอบโครงการไป
แลว้ คงมีผลกระทบค่อนขา้ งมาก สงิ่ ท่ีคาดหวัง คือโครงการของภาครัฐจะเขา้ มามีส่วนพยุงใหค้ วามตอ้ งการสนิ คา้ ซเี มนต์และวัสดุ
กอ่ สรา้ งดาเนนิ ตอ่ ไปได ้ อยา่ งนอ้ ยจนกวา่ สถานการณโ์ ควดิ -19 จะคลค่ี ลาย

• การปรบั กลยทุ ธธ์ รุ กจิ เป้ าหมาย และการตลาดของเอสซจี ี เพอื่ ใหธ้ ุรกจิ พลกิ ฟ้ื น
การปรบั กลยทุ ธ์ 5 ขอ้
1.การบรหิ ารจดั การความตอ่ เนอื่ งในการดาเนนิ ธรุ กจิ (Business Continuity Management) สามารถสง่ มอบสนิ คา้ และ
บรกิ ารใหล้ กู คา้ ม่ันใจไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
2.การปรบั ลดคา่ ใชจ้ า่ ยและเงนิ ลงทนุ มกี ารตรวจสอบวา่ คา่ ใชจ้ ่ายสว่ นใดทสี่ ามารถชะลอไวห้ รอื ตัดออกได ้
3.การจดั ลาดบั ความสาคญั (Priority) ของธุรกจิ เนน้ การบรหิ ารจัดการกระแสเงนิ สดเป็ นหลัก พรอ้ มเนน้ การทางานทร่ี วดเร็ว
และยดื หยนุ่ ในการปรับตวั ตามพฤตกิ รรมและความตอ้ งการทเี่ ปลยี่ นแปลงไปของลกู คา้
4.การนาศกั ยภาพเทคโนโลยมี าใชเ้ ต็มรูปแบบ เชน่ การขายสนิ คา้ ผ่านช่องทางออนไลน์ หรอื การผลักดันการใชบ้ ล็อกเชน
(Blockchain) ในกระบวนการจัดซอ้ื จัดจา้ ง-วางบลิ -ชาระเงนิ กบั คธู่ รุ กจิ ใหเ้ พมิ่ ขน้ึ
5.การมองหาโอกาสในตลาดใหม่ ทจี่ ะชว่ ยสรา้ งความเขม้ แข็งเพมิ่ เตมิ ใหก้ ับการลงทนุ ทม่ี ใี นปัจจุบัน เพอื่ หนนุ การสรา้ งใหธ้ ุรกจิ
เตบิ โตไดใ้ นระยะยาวตอ่ ไป

การปรบั เป้ าหมายและการตลาด
1.ธุรกจิ แพคเกจจง้ิ มงุ่ ขายสนิ คา้ และบรกิ ารดา้ นบรรจภุ ัณฑค์ รบวงจรใหต้ อบโจทยแ์ ละทนั ตอ่ ความตอ้ งการของลูกคา้ ทเ่ี ปลยี่ นไป
โดยเฉพาะจากการสง่ั อาหารเดลเิ วอรี่และการซอ้ื สนิ คา้ ออนไลน์ ดว้ ยการสรา้ งความเชอื่ มั่นดา้ นสุขอนามัยในการผลติ และการ
ขนสง่ บรรจุภัณฑ์ ประกอบกับการบรหิ ารจัดการโรงงานใหส้ ามารถดาเนินการผลติ เพอ่ื รองรับความตอ้ งการของตลาดไดอ้ ย่าง
ต่อเน่ือง อกี ทัง้ ยังมีการวางแผนการขายร่วมกับลูกคา้ กลุ่มธรุ กจิ อย่างใกลช้ ดิ เพอื่ ปรับกระบวนการส่งมอบสนิ คา้ และบรกิ ารให ้
ยดื หยนุ่ สอดคลอ้ งกับสถานการณ์ แตค่ งเสถยี รภาพไว ้ ใหธ้ รุ กจิ ของลกู คา้ สามารถเดนิ หนา้ ไดอ้ ย่างตอ่ เนื่องเชน่ กัน

2.ธุรกจิ ซเี มนตแ์ ละผลติ ภณั ฑก์ อ่ สรา้ ง เร่งพัฒนาช่องทางคา้ ปลกี ออนไลน์ของ SCG HOME ใหเ้ ชอื่ มโยงและมีประสทิ ธภิ าพ
พรอ้ มใหบ้ รกิ ารจัดสง่ ทั่วประเทศและบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาเรอ่ื งบา้ นผ่านออนไลน์ ควบคู่กับการเพม่ิ มาตรการเชงิ รุกดา้ นสขุ อนามัย
ในการใหบ้ รกิ ารตดิ ตงั้ และอน่ื ๆ รวมทงั้ ในธรุ กจิ ขนสง่ สนิ คา้ ซง่ึ เอสซจี ี โลจสิ ตกิ ส์ และเอสซจี ี เอ็กซเ์ พรส กม็ มี าตรการทเี่ ขม้ งวด
ตัง้ แต่การรับสนิ คา้ การจัดการคลังสนิ คา้ และการจัดส่งสนิ คา้ เพือ่ ใหล้ ูกคา้ มั่นใจในความปลอดภัย ตลอดจนไดเ้ ผยแพร่องค์
ความรูท้ ชี่ ว่ ยลดความเสย่ี งจากโควดิ -19 ใหพ้ ารท์ เนอรใ์ นวงการกอ่ สรา้ งดว้ ย

3.ธุรกจิ เคมคิ อลส์ มุ่งปรับกลยุทธก์ ารดาเนินธุรกจิ เพอ่ื ลดตน้ ทุนและเพมิ่ ความสามารถในการแข่งขันในตลาดทผ่ี ันผวนและทา้
ทาย ไม่วา่ จะเป็ นการปรับสดั สว่ นการขายเม็ดพลาสตกิ ใหส้ อดคลอ้ งกับตลาดทเี่ ปลยี่ นไป ดว้ ยจุดแข็งในการมเี ครอื ขา่ ยลกู คา้ ใน
หลายประเทศท่ัวโลก นอกจากน้ี ยังเพมิ่ มาตรการเชงิ รุกดา้ นการป้ องกันการระบาดของโควดิ -19 เพื่อรักษามาตรฐานในการ
ดาเนนิ ธุรกจิ ตัง้ แต่กระบวนการผลติ การบรหิ ารจัดการห่วงโซค่ ุณค่าเพื่อใหก้ ารส่งมอบสนิ คา้ และบรกิ ารแกล่ ูกคา้ เป็ นไปอย่าง
ต่อเน่ืองและปลอดภัย ตลอดจนการเดนิ หนา้ พัฒนาสนิ คา้ และบรกิ ารท่ีมีมูลค่าเพมิ่ เพื่อใหธ้ ุรกจิ ยังสามารถตอบสนองความ
ตอ้ งการของลกู คา้ ไดอ้ ยา่ งดที สี่ ดุ ทงั้ ในสถานการณป์ ัจจบุ นั และในอนาคต

พฤตกิ รรมการซอ้ื ของลกู คา้ เปลยี่ นไป เดมิ ไปซอ้ื ทรี่ า้ น สง่ั ใหร้ า้ นไปสง่ แต่ตอนน้ีการขายออนไลน์ภายใต ้ SCG HOME
มกี ารตอบรับดมี าก เอสซจี มี สี นิ คา้ และซัพพลายเชนทแ่ี ข็งแกร่ง ทาใหส้ ามารถรองรับความตอ้ งการของลกู คา้ ได ้ และเมอ่ื ลูกคา้ ที่
สงั่ ออนไลน์ตอ้ งการสนิ คา้ ตรงเวลา ดังนัน้ การมรี ะบบโลจสิ ตกิ สท์ ดี่ มี าสนับสนนุ ก็เป็ นเรอื่ งสาคัญ จงึ ตอ้ งพัฒนาใหต้ อบสนองความ
ตอ้ งการไดอ้ ย่างรวดเร็ว ดว้ ยการนาระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ บล็อกเชน หรอื ดจิ ทิ ัล มาใชใ้ นทุกกระบวนการ เพอ่ื ใหธ้ ุรกจิ เพม่ิ ปรมิ าณ
การขายไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว โดยไมข่ ดั ขอ้ งในเรอื่ งประสทิ ธภิ าพมาตรการดา้ นการจัดการทรพั ยากรบคุ คล

• มาตรการดา้ นทรพั ยากรบคุ คล
มุ่งเนน้ เรอื่ งสขุ ภาพและความปลอดภัยในการทางานของพนักงาน เพอื่ ป้องกันไม่ใหม้ กี ารตดิ เชอ้ื โควดิ -19 ซงึ่ จะสง่ ผล

กระทบตอ่ ธรุ กจิ อย่างเลยี่ งไมไ่ ด ้ โดยนาศกั ยภาพดา้ นเทคโนโลยดี จิ ทิ ัลมาชว่ ยใหพ้ นักงานทสี่ านักงานกวา่ รอ้ ยละ 90 สามารถทางาน
ไดจ้ ากท่ีบา้ น (Work from home) ขณะทม่ี กี ารเสรมิ มาตรการดา้ นสุขอนามัยเพ่ือใหพ้ นักงานที่ยังตอ้ งทางานในโรงงานสามารถ
ดาเนนิ งานไดอ้ ยา่ งปลอดภัย และสามารถสง่ มอบสนิ คา้ และบรกิ ารใหล้ กู คา้ ม่ันใจไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

แมว้ กิ ฤตการระบาดของไวรัสโควดิ -19 ท่ีผ่านมาจะมีแนวโนม้ คลีค่ ลายบา้ ง แต่เอสซจี ียังยดึ ถือความปลอดภัยของ
พนักงานเป็ นสาคัญ ดว้ ยการถอดบทเรยี นของการทางานจากทบ่ี า้ น (Work from home) เพอ่ื พฒั นาสู่ “Hybrid workplace” ซงึ่ เป็ น
การทางานรูปแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่น ใหพ้ นักงานสามารถปรับตัวเขา้ กับบรบิ ทใหม่ ดว้ ยการเลือกทางานตามสถานที่ท่ีบรษิ ัท
พจิ ารณาแลว้ วา่ มคี วามปลอดภัย มกี ารจัดสถานทแ่ี บบ Physical Distancing อยา่ งเหมาะสม แต่ยังคงทางานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
สะดวก รวดเร็ว ตอบโจทยก์ ลยุทธก์ ารดาเนนิ ธุรกจิ และรักษามาตรฐานในการสรา้ งประสบการณ์ทีด่ ใี หก้ ับลูกคา้ โดยมีเทคโนโลยี
ดจิ ทิ ัลรองรับการตดิ ต่อสอ่ื สาร ทัง้ การทางานทสี่ านักงานหรอื โรงงาน (Work on site) การทางานทที่ พี่ ักอาศัยของตนเอง (Work
from home) ซงึ่ หากมกี รณีเร่งดว่ น ก็สามารถเดนิ ทางเขา้ มาทส่ี านักงานหรือโรงงานได ้ และการทางานผ่านระบบออนไลน์ทบี่ รษิ ัท
จัดเตรยี มให ้ (Work from anywhere)

ซงึ่ จากการประเมนิ ทผี่ า่ นมาพบวา่ ประสทิ ธภิ าพของการทางานจากทบี่ า้ นดกี วา่ การทางานทส่ี านักงานในบางดา้ น เชน่
การใชเ้ วลาในการประชมุ โดยเฉลยี่ นอ้ ยลง เพราะทกุ คนเขา้ ประชมุ ตรงเวลาและจบการประชมุ ไดเ้ ร็วขน้ึ แตส่ ามารถเพมิ่ ความถใี่ นการ
ประชมุ ตอ่ วันไดเ้ พม่ิ ขนึ้ เอสซจี จี งึ มองวา่ New Normal ของการทางานเชน่ นยี้ งั สามารถคงไวไ้ ด ้




Click to View FlipBook Version