The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

14.ผนวก ช.(การระวังป้องกัน)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by .........., 2023-02-06 06:41:16

14.ผนวก ช.(การระวังป้องกัน)

14.ผนวก ช.(การระวังป้องกัน)

ชุดที่ ของ ชุด หน้า 1 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ตอนที่ ๑ กล่าวทั่วไป การระวังป้องกันแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ ๆ คือ ก.การระวังป้องกันที่ตั้ง ข.การระวังป้องกันขบวนเดิน การระวังป้องกันที่ตั้งนั้น มีการปฏิบัติอยู่ ๒ ประเภท คือ ก.การระวังป้องกันที่ตั้งทางพื้นดิน ข.การระวังป้องกันที่ตั้งทางอากาศ การระวังป้องกันทางพื้นดินมีการปฏิบัติอยู่ ๓ ลักษณะ คือ ก.การถูกโจมตีด้วยกำลังทางพื้นดินของข้าศึก ข.การถูกโจมตีด้วยรถถังของข้าศึก ค.การถูกโจมตีด้วยอาวุธยิงไกลของข้าศึก การระวังป้องกันทางอากาศมีการปฏิบัติ ๒ ประเภท คือ ก.การป้องกันเชิงรุก ข.การป้องกันเชิงรับ ตอนที่ ๒ การปฏิบัติเมื่อหน่วยถูกโจมตีด้วยกำลังทางพื้นดิน ๑.การปฏิบัติ ก.กำลังพลเข้าประจำตำแหน่งของตน ณ วงรอบการตั้งรับตามที่กำหนดไว้ ข.หมู่ ปก.เตรียมการยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย ค.ปืนใหญ่เตรียมการยิงเล็งตรงในเขตรับผิดชอบของตน ง.รายงานให้หน่วยเหนือทราบเพื่อขอการยิงสนับสนุน จ.ชุดกองหนุนไปรวมกัน ณ จุดที่กำหนด ฉ.ให้เพิ่มเติมกำลัง ณ วงรอบการตั้งรับตามความจำเป็น ช.เข้าทำลายหรือหยุดยั้งข้าศึกในส่วนนั้น ซ.สำรวจความสูญเสียแล้วรายงานให้หน่วยเหนือทราบ


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 2 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๒.ลำดับขั้นตอนในการทำแผนผังการป้องกันที่ตั้ง มีดังนี้ ก.ช่างอาวุธของกองร้อย เลือกและกำหนดที่ตั้งของอาวุธ และหัวหน้าส่วนกำหนดหลุมบุคคล ให้กับกำลังพลภายในส่วนของตน ข.พลประจำปืนนำอาวุธมาติดตั้งยังจุดที่กำหนด ค.พลประจำปืนจัดทำแผ่นจดระยะโดยการควบคุมของช่างอาวุธและหัวหน้าส่วนนั้น ๆ ง.ช่างอาวุธรวบรวมแผ่นจดระยะของอาวุธกลส่งให้กับจ่ากองร้อย จ.จ่ากองร้อยทำแผนผังการป้องกันที่ตั้งของกองร้อยเสนอต่อ น.ระวังป้องกันกองร้อยเพื่ออนุมัติแผน ฉ.จ่ากองร้อยนำแผนผังการป้องกันที่ตั้งส่งให้กับจ่ากองพัน ช.จ่ากองพันรวบรวมแผนผังระวังป้องกันที่ตั้งจากกองร้อยต่าง ๆ จัดทำแผนผังการป้องกันที่ตั้ง ของกองพัน แล้วเสนอต่อ น.ระวังป้องกันกองพัน เพื่ออนุมัติแผนต่อไป ๓.การจัดทำแผนผังการป้องกันที่ตั้ง มีดังนี้ ก.ให้จ่ากองร้อยจัดทำแผนผังการป้องกันที่ตั้งกองร้อย โดยมี น.ระวังป้องกันของกองร้อยเป็นผู้ ควบคุมแล้วส่งให้กับกองพัน ข.ให้จ่ากองพันรวบรวมจัดทำแผนผังการป้องกันที่ตั้งของกองพันโดยมี น.ระวังป้องกันเป็นผู้ ควบคุม ค.การทำแผนผังการป้องกันที่ตั้ง ให้ทำในรูปของแผ่นบริวาร โดยใช้มาตราส่วน ๑/๕,๐๐๐ และให้แสดงที่ตั้งของส่วนต่าง ๆ และที่ตั้งของอาวุธ พร้อมกับเขตการยิงของอาวุธ ง.ในการจัดทำแผนผังการป้องกันที่ตั้งทุกครั้ง จะต้องประสานกับหน่วยข้างเคียง และใช้ สัญลักษณ์ทางทหารให้ถูกต้อง จ.ให้กองร้อยจัดทำแผนการระวังป้องกัน ๒ ชุดส่งให้กองพัน ๑ ชุด และเก็บไว้ที่ ทก.ร้อย. ๑ ชุด


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 3 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๔.เครื่องมือที่ใช้ในการทำแผนผังการป้องกันที่ตั้ง มีดังนี้ ก.แผนที่มาตราส่วน ๑/๕๐,๐๐๐ ของบริเวณที่ตั้งนั้น ๆ ข.พิกัดฉาก ค.แผ่นวัดมุม ง.แผ่นตารางเปล่ามาตราส่วน ๑/๒๕,๐๐๐ หรือตารางขนาด ๔ x ๔ ซม. ๕.วิธีการทำแผนผังการป้องกันที่ตั้ง ดำเนินการดังนี้. ก.หาที่ตั้งของกองร้อยบนแผนที่ ๑/๕๐๐๐๐ แล้วกรุยจุดไว้ ข.ให้แบ่งเส้นตารางแผนที่มาตราส่วน ๑/๕๐๐๐๐ ออกเป็น ๕ ส่วน ( ส่วนละ ๒๐๐ ม. ) แล้วขีดเส้นตารางตามส่วนแบ่งนั้น ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ค.กำหนดตัวเลขประจำเส้นตารางที่ขีดขึ้นใหม่นั้น โดยยึดหลักอ่านไปทางขวาและขึ้นบน ตามปกติเช่น ๘๐.๐,๘๐,๒,๘๐.๔,๘๐.๖,๘๐.๘,๙๐.๐ ง.ทำการขยายมาตราส่วนให้ใหญ่ขึ้นเป็น ๑/๕๐๐๐ โดยใช้แผ่นตารางเปล่ามาตราส่วน ๑/ ๒๕๐๐๐ แทนช่องละ ๒๐๐ ม. ที่ขีดแบ่งไว้ในแผนที่มาตราส่วน ๑/๕๐๐๐๐ จ.ทำการกรุยที่ตั้งต่างๆ ที่สำคัญลงบนแผ่นตาราง ๑/๕๐๐๐๐ โดยอาศัยพิกัดฉาก พร้อมกับขีด เส้นแบ่งเขตการยิง และทิศทางหลักของอาวุธและจุดป้องกันฐาน ฉ.ข้างล่างทางซ้ายของแผ่นตารางให้เขียนสิ่งเหล่านี้ลงไป คือ ๑) อ้างมาตราส่วน ๒) อ้างแผนที่ระวาง ๓) นามหน่วย ๔) ผู้อนุมัติแผนที่ ๕) ว.ด.ป. ที่จัดทำ ช.ส่วนล่างของแผนผังการป้องกันที่ตั้ง ให้เขียนคำอธิบายสัญลักษณ์ ไว้ตามตังอย่างของแผนผัง การป้องกันที่ตั้ง


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 4 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ซ.สำหรับแผนการตีโต้ตอบของกองร้อย ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับแผนผังการป้องกันที่ตั้งของ กองร้อยแต่ให้เพิ่มสิ่งต่อไปนี้ ๑) ที่รวมพลกองหนุน ๒) ฐานออกตี ๓) แนวออกตี ๔) ทิศทางเข้าตี ๕) ที่หมาย ๖.การจัดอาวุธประจำหน่วยตามส่วนต่างๆ ก. ข.กองร้อยปืนใหญ่ผู้ที่รับผิดชอบในการนำอาวุธมาระวังป้องกันดังนี้ ลำดับ รายการคันรถ ปก. M.๖๐ ปก.๙๓ จรวด ๗๓ RPG – ๗ M ๒๐๓ / M ๗๙ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ รถ ผบ.ร้อย รถ บก.ร้อย รถซ่อม รถสื่อสาร รถสื่อสาร รถ บก.สย.๑ รถ บก.สย.๒ รถ กระสุน ๑ รถ กระสุน ๒ รถ กระสุน ๓ รถ หมู่แผนที่ ๑* ๑ - - - ๑ ๑* - ๑ ๑ ๑* - ๑ - ๑ - - ๑ - - - ๑* - ๑ ๑ - ๑ ๑ - - - - - ๑ ๑ - - ๑ ๑ - - - ๑ หมายเหตุ * = ประจำรถ


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 5 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๑) ปก.หมู่ ๑ ผู้รับผิดชอบ คือ พลขับรถ บก.ร้อย ( อัตรา ส.อ. ) และทหารบริการ ๑ นาย โดยให้นำ ปก.เอ็ม.๖๐ มาจากรถ บก.ร้อย ๒) ปก.หมู่ ๒ ผู้รับผิดชอบ คือ ช่างยานยนต์และทหารบริการ ๑ นาย โดยให้นำ ปก.เอ็ม.๖๐ มาจากรถ สย. ๑ ๓) ปก.หมู่ ๓ ผู้รับผิดชอบ คือ พลขับรถกระสุน ๒ และพลลำเลียงกระสุน ๑ นาย โดยให้นำ ปก.เอ็ม ๖๐ มาจากรถกระสุนคันที่ ๒ ๔) ปก.หมู่ ๔ ผู้รับผิดชอบ คือ พลขับรถกระสุน ๓ และพลลำเลียงกระสุน ๑ นาย โดยให้นำ ปก.เอ็ม.๖๐ มาจากรถกระสุนคันที่ ๓ ๕) ผู้รับผิดชอบในการทำ ปก.๙๓ มาระวังป้องกันมีดังนี้ - ปก.๙๓ หมู่ ๑ ผู้รับผิดชอบคือ นายสิบช่างอาวุธและทหารบริการ ๒ นาย โดยให้นำ ปก. ๙๓ มาจากรถ ซ่อมกองร้อยเพื่อใช้ป้องกันภัยทางอากาศ - ปก.๙๓ หมู่ ๒ ผู้รับผิดชอบคือ พลทางสาย (อัตรา ส.อ.) และพลทางสาย ( อัตรา พลฯ) โดยให้นำ ปก.๙๓ มาจากรถ สื่อสารคันที่ ๒ เพื่อใช้ป้องกันภัยทางอากาศ - ปก.๙๓ หมู่ ๓ ผู้รับผิดชอบคือ รอง ผบ.หมู่กระสุนและพลลำเลียงกระสุน ๒ นาย โดยให้นำ ปก.๙๓ มาจากรถ กระสุนคันที่ ๑ เพื่อใช้ป้องกันภัยทางอากาศ


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 6 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ข.กองร้อยบังคับการและบริการผู้รับผิดชอบในการนำอาวุธมาระวังป้องกันดังนี้ ลำดับ รายการคันรถ ปก.M.๖๐ ปก.๙๓ จรวด RPG-๗ M ๒๐๓/M ๗๙ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ รถ ผบ.ร้อย รถ รอง ผบ.ร้อย รถ ซ่อม กองร้อย รถหมู่ ธก./กพ. รถหมู่ยุทธการ ฝอ.๓ รถ ศอย.พัน. รถ นลว.ผท.พัน. รถหมู่ผท. รถ บก.มว.ส. รถ หมู่ส่งกำลังกองพัน รถ หมู่ซ่อมกองพัน รถ บก.มว.กระสุน รถ กส.คันสุดท้าย ๑ ๑ - ๑ - - ๑* - - - - ๑ - - - ๑ - - - - - - ๑ ๑ - ๑ - ๑ - - - ๑ - ๑* - ๑ ๑ - - - ๑ - - ๑ - - ๑* ๑ - ๑ - - หมายเหตุ * = ประจำรถ


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 7 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๑) ปก.หมู่ ๑ ผู้รับผิดชอบคือ พลขับรถ รอง ผบ.ร้อย. และทหารบริการ โดยให้นำ ปก.เอ็ม. ๖๐ มาจาก รถ รอง ผบ.ร้อย ๒) ปก.หมู่ ๒ ผู้รับผิดชอบคือ เสมียนกองบังคับการและบริการ โดยให้นำ ปก.เอ็ม.๖๐ มาจาก รถ หมู่ยุทธการและกำลังพล ๓) ปก.หมู่ ๓ ผู้รับผิดชอบคือ นายสิบกระสุน และพลลำเลียงกระสุน โดยให้นำ ปก.เอ็ม.๖๐ มา จากรถ บก.มว.กส. ๔) ปก.หมู่ ๔ ผู้รับผิดชอบคือ เสมียนธุรการกองร้อย และทหารบริการ โดยให้นำ ปก.เอ็ม.๖๐ มาจากรถ ผบ.ร้อย. ( ในกรณีที่ที่แยก ทก.พัน.ส่วนหน้า และ ทก.พัน.ส่วนหลัง โดย ทก.พัน.ส่วน หน้า จะมีปืนกลหมู่ ๑ และหมู่ ๔ สำหรับ ทก.พัน.ส่วนหลัง จะมีปืนกลหมู่ ๒ และ หมู่ ๓) ๕) ผู้รับผิดชอบในการนำ ปก.๙๓ มาระวังป้องกันที่ตั้งมีดังนี้. - ปก.๙๓ หมู่ ๑ ผู้รับผิดชอบคือ นายสิบช่างอาวุธและทหารบริการ ๒ นาย โดยให้นำ ปก.๙๓ มาจากรถ ซ่อมบำรุงกองร้อย เพื่อใช้ป้องกันภัยทางอากาศ - ปก.๙๓ หมู่ ๒ ผู้รับผิดชอบคือ พลขับรถหมู่ส่งกำลังกองพันและทหารบริการ ๒ นาย โดยให้ นำ ปก.๙๓ มาจากรถ หมู่ส่งกำลังกองพัน เพื่อใช้ป้องกันภัยทางอากาศ - ปก.๙๓ หมู่ ๓ ผู้รับผิดชอบคือ ช่างยานยนต์( อัตรา ส.อ. ) และทหารบริการ ๒ นาย โดย ให้นำ ปก.๙๓ มาจากรถ หมู่ซ่อมบำรุงกองพัน เพื่อใช้ป้องกันภัยทางอากาศ -ปก.๙๓ หมู่ ๔ ผู้รับผิดชอบคือ พลขับรถหมู่กระสุนคันสุดท้าย และพลลำเลียงกระสุน ๒ นาย โดยให้นำ ปก.๙๓ มาจากรถ กระสุนคันสุดท้าย เพื่อใช้ป้องกันภัยทางอากาศ ตอนที่ ๓ การปฏิบัติเมื่อหน่วยถูกโจมตีด้วยยานเกราะ ก.การใช้ปืนใหญ่ทำการยิงเล็งตรง กล่าวนำ ๑) การยิงเล็งตรงเป็นเทคนิคการยิงพิเศษ ที่ต้องอาศัยความรวดเร็ว และความแม่นยำในการยิง สูงมาก


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 8 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๒) ประเภท ปม. ในการยิงเล็งตรงได้แก่ รถถังยานยนต์และข้าศึกเป็นกลุ่มก้อน ๓) ลำดับความเร่งด่วนในการโจมตีปม. ด้วยวิธีการยิงเล็งตรงในเขตรับผิดชอบของหมู่ปืนมีดังนี้ ลำดับที่ ๑ รถถังคันที่อยู่ใกล้ที่ตั้ง และเป็นอันตรายต่อการเข้าบุกที่ตั้งมากที่สุด ลำดับที่ ๒ รถถังคันที่เป็นฐานยิงคุ้มครองการรุกคืบหน้าของคันอื่น ๆ ลำดับที่ ๓ รถถังของ ผบ.ชา ถ้าสังเกตรู้ได้ ลำดับที่ ๔ รถถังคันที่อยู่ใกล้ที่กำบังมากที่สุด ลำดับที่ ๕ ยานยนต์หรือทหารราบเป็นกลุ่มก้อน ๔) การพิจารณากระสุน/ชนวน ในการยิงเล็งตรงต่อรถถังหรือยานยนต์มีดังนี้ ก) กระสุนต่อสู้รถถังแบบพลาสติก ข) กระสุนระเบิด/ชนวนไว ค) กระสุนควันทุกชนิด ๕) การพิจารณาใช้กระสุนต่อสู้ทหารราบหรือบุคคลเป็นกลุ่มก้อน มีดังนี้ ก)กระสุนรังผึ้ง ข)กระสุนระเบิดชนวน วี.ที. หรือ ชนวนเวลา ๖) ระบบการเล็งในการยิงเล็งตรงมีอยู่ ๓ ระบบ คือ ก))ระบบ ๒ คน ๒ พลเล็ง (เหมาะสำหรับ ปม. ที่วิ่งผ่านที่ตั้งยิง ) ข)ระบบ ๒ คน ๑ พลเล็ง ( เหมาะสำหรับ ปม. อยู่กับที่ ) ค)ระบบ ๑ คน ๑ พลเล็ง (เหมาะสำหรับ ปม. ที่วิ่งเข้าหาหรือวิ่งออกจากที่ตั้งยิง ) ๗) การติดพัน ปม. ที่เคลื่อนที่มีเทคนิคการดัก อยู่ ๒ วิธีคือ ก)การเล็งตาม ข)การเล็งดักหน้า ๘) การคำนวณหามุมดัก จะต้องประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้ ก)ความเร็วต้นของกระสุน


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 9 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ข) ความเร็วของ ปม. ค) ระยะยิง ๙) สูตรการคำนวณหามุมดักมีดังนี้ มุมดัก - ความเร็วของ ปม.(ม. / วินาที) X เวลาแล่น ( สัมพันธ์กับระยะยิง ) ระยะยิง / ๑๐๐๐ ๑๐) คำสั่งยิงเล็งตรงเริ่มแรก ประกอบด้วยดังนี้ ก) เป้าหมาย ข) ทิศทาง ค) กระสุน,ส่วนบรรจุและชนวน ง) มุมดัก จ)ระยะ ฉ)วิธียิง ๑๑) คำสั่งยิงขั้นต่อมาให้แก้ไขเฉพาะองค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น ข.การปฏิบัติในการยิงเล็งตรง เมื่อมี ปม. ปรากฏขึ้น ผบ.หมู่ปืน จะต้องคำนวณหาหลักฐานไว้และเมื่อได้รับคำสั่งจาก รอง ผบ.ร้อย. ให้ทำการยิงเล็งตรงต่อ ปม. นั้น ให้ปฏิบัติตามลำดับดังนี้ ๑) การปฏิบัติในระบบ ๒ คน ๒ พลเล็ง ( ปม.วิ่งเข้า – ออก ) มีดังนี้ ก) ผบ.หมู่ปืน ออกคำสั่งยิงเริ่มแรกแก่พลประจำปืนของตน ข) พลประจำปืนทั้งหมดเข้าประจำตำแหน่งเตรียมรบ ค) พลเล็งส่ายปืนเข้าหา ปม. และทำการติดพัน ปม. โดยใช้กล้องเล็งพาโนฯ ง) พลหมายเลข ๑ ตั้งระยะที่กำหนดต่อ ปม. โดยใช้กล้องข้อศอก จ) พลหมายเลข ๕ เปิดลูกเลื่อน ฉ) พลหมายเลข ๓,๖ เตรียมกระสุน


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 10 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ช) พลหมายเลข ๔ ส่งกระสุนให้หมายเลข ๒ ทำการบรรจุกระสุน ซ) พลหมายเลข ๕ ปิดลูกเลื่อนพร้อมกับตบไหล่พลหมายเลข ๑ และรายงานว่า เสร็จ ด) พลหมายเลข ๑ รายงาน พร้อม ต) พลเล็งสั่ง ยิง ถ) พลหมายเลข ๕ จะทำการยิงกระสุนออกไป และปฏิบัติเช่นนี้ไปจนกว่า ผบ.หมู่ปืน จะสั่ง หยุดยิง ท) สำหรับพลหมายเลข ๗ จะทำการบันทึกจำนวนกระสุนและชนวนที่ทำการยิงทั้งหมด ๒) การปฏิบัติในระบบ ๒ คน ๑ พลเล็ง ( ปม. อยู่กับที่ ) มีดังนี้ ก)ผบ.หมู่ออกคำสั่งแก่พลประจำปืนของตน ข)พลประจำปืนทั้งหมดเข้าประจำตำแหน่งเตรียมรบ ค)พลเล็งส่ายปืนเข้าหา ปม. ให้มุมดัก โดยใช้กล้องพาโนฯ ง)พลหมายเลข ๑ ให้มุมสูงหรือมุมยิงแก่ปืน พร้อมกับเปิดลูกเลื่อน จ)พลหมายเลข ๓,๕,๖ เตรียมกระสุน ฉ)พลหมายเลข ๔ ส่งกระสุนให้หมายเลข ๒ และทำการบรรจุ ช)พลหมายเลข ๑ ปิดลูกเลื่อนพร้อมรายงาน พร้อม ซ)พลเล็งสั่ง ยิง ด)พลหมายเลข ๑ ทำการยิงกระสุนออกไป และปฏิบัติเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่า ผบ.หมู่ สั่ง หยุดยิง ต)สำหรับหมายเลข ๗ ให้ทำการบันทึกจำนวนกระสุน / ชนวน ที่ทำการยิงจนจบภารกิจ ๓) การปฏิบัติในระบบ ๑ คน ๑ พลเล็ง ( ปม. วิ่งผ่านที่ตั้ง ) มีดังนี้ ก)ผบ.หมู่ ออกคำสั่งแก่พลประจำปืนหมู่ของตน ข)พลประจำปืนทั้งหมดเข้าประจำตำแหน่งเตรียมรบ ค)พลเล็งส่ายปืนเข้าหา ปม. ให้มุมดัก โดยใช้กล้องพาโนฯ


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 11 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ง) พลหมายเลข ๑ เปิดลูกเลื่อน จ) พลหมายเลข ๓,๕,๖ เตรียมกระสุน ฉ) พลหมายเลข ๔ ส่งกระสุนให้หมายเลข ๒ และทำการบรรจุ ช) พลหมายเลข ๑ ปิดลูกเลื่อนพร้อมรายงาน พร้อม ซ) พลเล็งสั่ง ยิง ด) พลหมายเลข ๑ ทำการยิงกระสุนออกไป และปฏิบัติเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่า ผบ.หมู่สั่ง หยุดยิง ต) สำหรับหมายเลข ๗ ให้ทำการบันทึกจำนวนกระสุน / ชนวน ที่ทำการยิงจนจบภารกิจ ๒.การใช้ชุดพิฆาตรถถังให้จัดดังนี้ ก.กองร้อยปืนใหญ่จัดชุดพิฆาตรถถังได้แก่ ๑) ชุดพิฆาตรถถังหมู่ที่ ๑ ผู้รับผิดชอบคือ พลขับรถปืน หมู่ ๑,๒ โดยให้นำ RPG มาจากรถ ซ่อมกองร้อยและรถสื่อสาร ๒) ชุดพิฆาตรถถังหมู่ที่ ๒ ผู้รับผิดชอบคือ ผบ.หมู่ ปก.หมู่ที่ชุดพิฆาตรถถังไปอยู่ด้วย ๓) ชุดพิฆาตรถถังหมู่ที่ ๓ ผู้รับผิดชอบคือ พลขับรถปืนหมู่ ๓,๔ โดยให้นำ RPG มาจากรถ สย. ๑,๒ ๔) ชุดพิฆาตรถถังหมู่ที่ ๔ ผู้รับผิดชอบคือ ผบ.หมู่ ปก.หมู่ที่ชุดพิฆาตรถถังไปอยู่ด้วย ข.ร้อย.บก.และบริการ ปืนใหญ่จัดชุดพิฆาตรถถังได้แก่ ๑) ชุดพิฆาตรถถังหมู่ที่ ๑ ผู้รับผิดชอบคือ ทหารบริการจำนวน ๒ นาย โดยให้นำ RPG มา จากรถ รอง ผบ.ร้อย และรถ ศอย.พัน ๒) ชุดพิฆาตรถถังหมู่ที่ ๒ ผู้รับผิดชอบคือ ผบ.หมู่ ปก. หมู่ที่ชุดพิฆาตรถถังไปอยู่ด้วย ๓) ชุดพิฆาตรถถังหมู่ที่ ๓ ผู้รับผิดชอบคือ ทหารบริการจำนวน ๒ นาย โดยให้นำ RPG มาจากรถหมู่ส่งกำลังกองพัน และรถหมู่ซ่อมบำรุงกองพัน


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 12 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๔) ชุดพิฆาตรถถังหมู่ที่ ๔ ผู้รับผิดชอบคือ ผบ.หมู่ ปก.หมู่ที่ชุดพิฆาตรถถังไปอยู่ด้วย ตอนที่ ๔ การปฏิบัติเมื่อหน่วยถูกโจมตีด้วยอาวุธยิงไกล ๑.ในกรณีให้คงอยู่ปฏิบัติภารกิจ ณ ที่ตั้งยิงจริงต่อไป ความเร่งด่วนในการปฏิบัติมีดังนี้ ก.กำลังพลเข้าที่กำบังและสวมหน้ากากป้องกันไอพิษ ข.รายงานให้หน่วยเหนือทราบ ค.ป้องกันยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ ง.ดัดแปลงที่ตั้งให้แข็งแรงและมั่นคงยิ่งขึ้น จ.กู้ซ่อมยุทโธปกรณ์ที่ชำรุด ฉ.ทำการวิเคราะห์หลุมระเบิด แล้วรายงานให้หน่วยเหนือทราบ ๒.ในกรณีให้เปลี่ยนที่ตั้งยิงไปยังที่ตั้งยิงสำรองความเร่งด่วนในการปฏิบัติมีดังนี้ ก.ผบ.ร้อย รายงานให้กองพันทราบและขออนุมัติถอนตัว ข.ผบ.ร้อย.ให้สัญญาณการเคลื่อนย้าย ค.เคลื่อนย้ายเข้าที่ตั้งยิงสำรอง ง.เตรียมการป้องกัน ณ ที่ตั้งยิงสำรองให้มั่นคงและแข็งแรง จ.ทำการปรับปรุงที่ตั้งและการป้อมสนามการพรางให้เรียบร้อย ๓.การจัดทำแผนการถอนตัว ก.จ่ากองพันเป็นผู้จัดทำแผนการถอนตัวเป็นส่วนรวมของกองพัน โดย น.ระวังป้องกันของกอง พันเป็นผู้ควบคุม ข.ในกรณีที่กองร้อยออกปฏิบัติเป็นอิสระให้กองร้อยเป็นผู้จัดทำแผนการถอนตัวของกองร้อยโดย มีน.ระวังป้องกันของกองร้อยเป็นผู้ควบคุม ค.การจัดทำแผนการถอนตัวให้จัดทำในรูปของแผ่นบริวาร มาตราส่วน ๑ : ๕๐๐๐ โดยมี รายละเอียดดังนี้


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 13 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๑) จุดเริ่มต้น ๒) เส้นทางถอนตัวหลัก ( สีแดง ) ๓) เส้นทางถอนตังสำรอง ( สีเขียว ) ๔) จุดแยกขบวน ๕) ความเร่งด่วนในการใช้เส้นทาง ๖) สัญญาณการถอนตัว ๗) ที่ตั้งยิงสำรอง ตอนที่ ๕ การป้องกันภัยทางอากาศ ก.การป้องกันภัยทางอากาศเชิงรุก ข.การป้องกันภัยทางอากาศเชิงรับ ๑.การป้องกันภัยทางอากาศเชิงรุกปฏิบัติ ดังนี้ ก.เมื่อยามอากาศตรวจพบ บ.ข้าศึก ต้องแจ้งให้กับ น.ระวังป้องกันของกองร้อยทราบ ต่อไป น.ระวังป้องกันจะเป่านกหวีดสัญญาณเตือนภัย ตามที่กำหนดไว้ใน นปส.ของหน่วยและประกาศ ว่า เครื่องบิน ข้าศึกโจมตีทิศทาง………นาฬิกา ข.ให้กำลังพลสื่อคำสั่งให้ทั่วถึงกันภายในบริเวณกองร้อย ค.พลประจำอาวุธกลทุกชนิด เตรียมเปิดฉากการยิง โดยหันปากลำกล้องปืนไปยังทิศทางเข้ามา ของ บ.ข้าศึก ง.กำลังพลที่มีอาวุธประจำกายให้วางตัวในลักษณะการนอนหงายโดยยกศรีษะขึ้นเล็กน้อย ประมาณ ๑๕ องศา และหันปลายเท้าไปทางด้านที่ บ. ข้าศึกเข้ามาพร้อมกับการเล็งโดยอาศัย หลักการเล็งดัก จ.เมื่อ บ. ข้าศึกบินเข้ามาใกล้ที่ตั้ง หรืออยู่ในระยะยิงหวังผลของอาวุธ น.ระวังป้องกันจะเป็นผู้ สั่งยิงและให้ทุกส่วนรวมอำนาจการยิงด้วยอัตราการยิงเร็วสูงสุดของอาวุธแต่ละชนิด โดยให้ยิงเป็น กำแพง ดักหน้าเครื่องบินข้าศึก


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 14 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ฉ.เมื่อภัยคุกคามหมดลงให้น.ระวังป้องกันเป่าสัญญาณนกหวีดปลอดภัย และกำลังพลสื่อคำสั่ง ให้ทั่วถึงกันภายในกองร้อย ช.กองร้อยสำรวจการสูญเสียแล้วรายงานให้กองพันทราบทันที ๒.การป้องกันภัยทางอากาศเชิงรับปฏิบัติดังนี้ ก.เมื่อยามอากาศตรวจพบ บ.ข้าศึก และแจ้งเตือนให้น.ระวังป้องกันกองร้อยทราบ ต่อไป น. ระวังป้องกันกองร้อยจะเป่านกหวีดให้สัญญาณเตือนภัย ตาม นปส. ของหน่วยแล้วประกาศว่า เครื่องบินข้าศึกตรวจการณ์ทิศทาง………นาฬิกา ข.ให้กำลังพลสื่อคำสั่งให้ทั่วถึงกันภายในกองร้อยแล้วรีบกระจายกำลังออกหรือหลบเข้าที่ซ่อน และห้ามเคลื่อนที่โดยเด็ดขาด ค.เมื่อเครื่องบินข้าศึกผ่านไปแล้ว น.ระวังป้องกันเป่านกหวีดสัญยาณปลอดภัยกำลังพลออกจาก ที่ซ่อนพรางและปฏิบัติงานต่อไป พร้อมกับรายงานให้กองพันทราบ ๓.ชุดป้องกันภัยทางอากาศหรือยามอากาศ ก.ให้กองร้อยจัดยามอากาศ ๑ ชุด ๆ ละ ๑ นาย โดยจัดจากทหารบริการ ข.ให้จัดเฉพาะเวลากลางวันและมีกล้องส่องสองตาสำหรับตรวจการเข้ามาของ บ.ข้าศึก ( กล้องส่องสองตารับจากส่วน บก.ร้อย ) ค.จุดที่อยู่ของยามอากาศควรอยู่ใกล้กับ ทก.ร้อย.และเป็นจุดที่สามารถตรวจการณ์ได้อย่าง กว้างขวางและระยะไกล ตอนที่ ๖ การระวังป้องกันขบวนเดิน ๑.การเตรียมการ ก.กำลังพลทุกนายต้องพร้อมใช้อาวุธได้ทันที ข.รถทุกคันต้องจัดยามอากาศประจำรถ ค.ก่อนการเคลื่อนย้ายหน่วยจะต้องแจ้งให้หน่วยเหนือทราบ และประสานกับหน่วยข้างเคียง ง.ผบ.ตอนการเดินต้องกำหนดจุดยิงคุ้มครองไว้อย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทาง


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 15 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) จ.การเคลื่อนย้ายหน่วยเวลากลางคืนในภูมิประเทศต้องใช้ไฟพราง ๒.การระวังป้องกันขบวนเดินมีลักษณะการปฏิบัติดังนี้ ก.ขบวนเดินถูกยิงด้วยปืนใหญ่ ข.ขบวนเดินถูกโจมตีทางอากาศ ค.ขบวนเดินถูกปิดกั้นและถูกซุ่มโจมตีทางพื้นดิน ๓.การปฏิบัติเมื่อขบวนเดินถูกยิงด้วยปืนใหญ่ ก.ผบ.ตอนการเดินจะต้องพยายามนำขบวนออกจาก พท.อันตรายโดยเร็วที่สุด ข.ผบ.ตอนการเดินรายงานให้หน่วยเหนือทราบและร้องขอการยิงสนับสนุน ค.เมื่อพ้นจาก พท.อันตรายแล้วให้หยุดขบวน ผบ.ตอนการเดินให้สำรวจความสูญเสีย และ รายงานให้หน่วยเหนือทราบ ๔.การปฏิบัติเมื่อขบวนเดินถูกโจมตีทางอากาศ มีดังนี้ ก.ให้พลประจำอาวุธอัตโนมัติทุกชนิด ทำการยิงโต้ตอบทันที ข.ผบ.ตอนการเดินรายงานให้หน่วยเหนือทราบ ค.หากจำเป็นต้องหยุดขบวนให้จอดรถในลักษณะสลับฟันปลาหรือกระจายขบวนออกนอกถนน ง.ผบ.ตอนการเดินสำรวจความสูญเสียแล้วรายงานให้หน่วยเหนือทราบ ๕.ขบวนเดินถูกปิดกั้นและถูกซุ่มโจมตีทางพื้นดินแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ก.ขบวนเดินถูกปิดกั้น ข.ขบวนเดินถูกซุ่มโจมตี ๖.ขบวนเดินถูกปิดกั้นมีการปฏิบัติดังนี้ ก.ผบ.ตอนการดินเป่านกหวีดแจ้งสัญญาณเตือนภัยกำลังพลจากรถ เข้าที่กำบัง ๒ ข้างถนน ข.พลประจำอาวุธอัตโนมัติทุกชนิด ทำการยิงต่อเครื่องปิดกั้นถนนอย่างหนาแน่น เพื่อทำลาย เครื่องปิดกั้นนั้น


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 16 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ค.ผบ.ตอนการเดิน รายงานให้หน่วยเหนือทราบและขอการยิงสนับสนุนจากหน่วยอื่นๆ ง.ตรวจค้นและรื้อถอนทุ่นระเบิด จ.ผบ.ตอนการเดิน สำรวจความสูญเสียแล้วนำขบวนเคลื่อนที่ผ่านไป โดยกำหนดให้รถทุกคันวิ่ง ตามรถคันแรก ๗.ขบวนเดินถูกซุ่มโจมตีแยกการปฏิบัติออกเป็น ๒ ลักษณะคือ ก.ขบวนเดินถูกซุ่มโจมตีและมีเครื่องปิดกั้นถนน ข.ขบวนเดินถูกซุ่มโจมตีและไม่มีเครื่องปิดกั้นถนน ๘.ขบวนเดินถูกซุ่มโจมตีและมีเครื่องปิดกั้นถนน มีการปฏิบัติดังนี้ ก.ผบ.ตอนการเดินเป่านกหวีดแจ้งสัญญาณเตือนภัยตาม นปส. ข.ให้จอดรถโดยใช้ขบวนเปิดกำลังพลลงรถอย่างรวดเร็วและเข้าที่กำบังด้านตรงข้ามกับที่ข้าศึก วางตัวอยู่ ค.กำลังพลที่อยู่ในพื้นที่สังหารให้เปิดฉากการยิงอย่างหนาแน่น ไปยังพื้นที่ที่ข้าศึกวางตัวอยู่ ง.ผบ.ตอนการเดินรายงานให้กับหน่วยเหนือทราบและร้องขอการยิงสนับสนุนต่อหน่วยอื่น จ.กำลังพลที่ไม่อยู่ในพื้นที่สังหารให้ดำเนินกลยุทธเข้าตีโอบทางปีกต่อข้าศึกส่วนนั้น ฉ.ใช้อาวุธหนักยิงทำลายเครื่องกีดขวางหรือเครื่องปิดกั้น ช.ตรวจค้นและรื้อถอนทุ่นระเบิด ซ.ผบ.ตอนการเดินสำรวจความสูญเสียแล้วนำขบวนเคลื่อนที่ผ่านไป ๙.ขบวนเดินถูกซุ่มโจมตีและไม่มีเครื่องปิดกั้นถนนให้ปฏิบัติดังนี้ ก.ผบ.ตอนการเดินเป่านกหวีดแจ้งสัญญาณเตือนภัยตาม นปส. ข.รถที่อยู่ในพื้นที่สังหารให้เพิ่มความเร็ว และวิ่งผ่านไปพร้อมกับใช้อาวุธทุกชนิดเปิดฉากการยิง ต่อข้าศึกทันที ค.ผบ.ตอนการเดินรายงานให้หน่วยเหนือทราบและร้องขอการยิงสนับสนุนต่อหน่วยอื่น


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 17 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ง.รถคันที่ไม่อยู่ในพื้นที่สังหารให้หยุดรถ กำลังพลลงจากรถแล้วเข้าที่กำบังด้านตรงข้ามกับที่ ข้าศึกวางกำลัง จ.ให้ดำเนินกลยุทธโดยเข้าตีโอบทางปีกต่อข้าศึกส่วนนั้น ฉ.ผบ.ตอนการเดินสำรวจความสูญเสียแล้วนำขบวนเคลื่อนที่ผ่านไป ตอนที่ ๗ การปรับปรุงที่ตั้งและการจัดที่ทำแผ่นจดระยะ ๑.คำแนะนำในการใช้แผ่นจดระยะอาวุธกล การบันทึกหลักฐานลงในแผ่นจดระยะ ก.ตั้งปืนชี้ไปยังแนวป้องกันขั้นสุดท้าย ( ถ้ามี) ถ้าไม่มีให้ชี้ไปยังกึ่งกลางเขตการยิง และลากเส้น กำกับ ข.เขียนสัญลักษณ์ปืนกลจากที่กำหนด ( เครื่องหมาย X ( คูณ ) ตามข้อ ๑.๑ ) ค.เขียนเขตการยิงหลักและเขตการยิงรอง ( หลักขีดเส้น ---- ) (รองขีดเส้น - - - ) ง.เขียนเครื่องหมายหน่วยทหารฝ่ายเดียวกัน ซึ่งอยู่ใกล้เขตการยิง จ.เขียนเครื่องหมายทิศเหนือแม่เหล็ก จากจุดที่กำหนด ( ข้อ ๑.๖ ) ฉ.จากจุดที่กำหนด ( ข้อ ๑.๒ ) คือ ที่ตั้งปืนให้หาจุดอ้าง คือ ตำบลเด่นและสะดุดตาในภูมิ ประเทศซึ่งค่อนมาข้างหลังที่ตั้งปืน แล้ววัดมุมทิศเหนือและลากจากปืนไปยังจุดอ้างดังกล่าวหา ระยะทาง และลงหลักฐาน คือ มุมภาคทิศเหนือ,ระยะทางกำกับเส้นไว้ด้วย ช.เขียนวงกลมและหมายเลขกำกับพื้นที่และเป้าหมายที่คาดไว้ โดยให้หมายเลข ๑ เป็นแนว ยิงป้องกันสุดท้าย ( ถ้ามี) หรือทิศทางยิงหลักเวลากลางวัน,อันดับรองลงไปคือ ทิศทางยิงหลักเวลา กลางคืนและเป้าหมายต่างๆ ไปตามลำดับความสำคัญและเร่งด่วน ซ.เป้าหมายที่ต้องใช้แสวงเครื่องต้องบันทึกในหลักฐานด้วยว่า หลักเล็ง ในช่องหมายเหตุ ญ.เป้าหมายในเขตการยิงรอง ให้ลงสัญลักษณ์แทนวงกลมและหมายเลขลำดับด้านล่างด้วยเลข บอกระยะทาง เช่น ๔๐๐ เป็นต้น


ชุดที่ ของ ชุด หน้า 18 ของ ๑8 หน้า ( ผนวก ช (การระวังป้องกัน) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) หมายเหตุ แผ่นจดระยะ ปก. M.๖๐ และ RPG ให้จัดทำที่ตั้งยิงละ ๒ ชุด พลยิงเก็บไว้ที่ตั้ง ยิงละ ๑ ชุดและส่งให้ช่างอาวุธของกองร้อย ๑ ชุด ( เฉพาะ ศอย.กองร้อย ) แล้ววางสายไปยัง รถ ศอย. *****************


Click to View FlipBook Version