ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑06 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ตอนที่ ๕ การปฏิบัติงานแผนที่ ๑. กล่าวทั่วไป เพื่อเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับหลักการและวิธีทำแผนที่ของ ป.พัน.๓ ให้เป็นแนวทางเดียวกัน ความมุ่งหมายในการทำแผนที่ของทหารปืนใหญ่ภายใน ป.พัน.๓ เพื่อให้เกิดตารางร่วมทั้ง ๔ อย่างคือ ๑. จะอำนวยให้สามารถรวมกำลังยิง ๒. ทำการยิงโดยมีการตรวจการณ์ได้อย่างจู่โจม ๓. ทำการยิงโดยไม่มีการตรวจการณ์อย่างได้ผล ๔. ทำให้โอนมาตราทานที่หมายจากหน่วยหนึ่งไปยังอีกหน่วยหนึ่งได้ การจัดกำลังและยุทโธปกรณ์ จัดตาม อจย. ที่กำหนดให้พิจารณาจัดเพิ่มเติมตามการกิจที่ เหมาะสม โดยเฉพาะยุทโธปกรณ์ที่หน่วยได้รับจะต้องนำออกมาใช้งานรวมถึง จนท. จะต้องมี ความรู้ความชำนาญในการใช้เครื่องมือ ความรับผิดชอบ ผู้บังคับหน่วยทหารปืนใหญ่ทุกคนรับผิดชอบตรวจตราให้หน่วยรอง ของตนได้รับหลักฐานการควบคุมแผนที่ ที่ต้องการโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ๒. ภารกิจงานแผนที่ กรม ป. คือ การปฏิบัติงานแผนที่อันจำเป็นในการจัดวางหน่วย ป. สนาม ทั้งในอัตราและขึ้นสมทบให้อยู่ในพิกัดตารางร่วมอันเดียวกัน อันได้แก่การสร้างหมุดหลักฐาน แผนที่ให้กับหน่วย ป. สนาม การประสานงาน การรวบรวมประเมินค่า และการกระจาย ข่าวสารแผนที่อย่างทันเวลา ความถูกต้องงานแผนที่จะต้องทำให้ได้ในอัตราส่วนความถูกต้อง อย่างน้อย ๑/๑๐๐๐ ๓.หน้าที่ของนายทหารลาดตระเวนและแผนที่ของ พัน. ป. นายทหารลาดตระเวนแผนที่ พัน.ป.(นลว.ผท.พัน.ป.)เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของ ผบ.พัน.ป. และฝ่ายอำนวยการในเรื่องแผนที่ มีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้ ๑. นลว.ผท.พัน.ป. ต้องรับผิดชอบโดยตรงในการฝึก และ ปฏิบัติงานแผนที่ พัน.ป.
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑07 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) นลว.ผท.พัน.ป. จะต้องปฏิบัติดังนี้ ๑.๑ ประสาน ฝอ. ๒,๓ เพื่อแน่ใจว่ามีการจัดเตรียมหมุดหลักฐานแผนที่เพียงพอกับความ ต้องการของหน่วย ๑.๒ ต้องทราบที่ตั้งของส่วนค้นหาเป้าหมาย ที่ต้องการหมุดหลักแผนที่ เช่น ที่ตั้งเรดาร์ ,ฐานเสียง โดยหาข่าวที่ได้จาก ฝอ.๒ ๑.๓ ทราบที่ตั้งของหน่วย ป. ที่มาสมทบที่ต้องการหมุดหลักฐานจาก ฝอ.๒ ๑.๔ ประสาน ฝอ.๓ อย่างใกล้ชิดในเรื่องแผนการปฏิบัติของหน่วยในอนาคตเพื่อวางแผน และทำงานแผนที่ ที่สนับสนุนการปฏิบัติแต่เนิ่นเท่าที่จะทำได้ ๒. นลว.ผท.พัน.ป. จะต้องเสนอแนะผู้บังคับบัญชา ในเรื่องเกี่ยวกับงานแผนที่ดังนี้ ๒.๑ เสนอแนะผู้บังคับบัญชา และ ฝอ.๓ ให้ทราบถึงสถานภาพหมุดหลักฐานแผนที่ที่มี อยู่บริเวณพื้นที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชาต้องการจะเคลื่อนย้ายกำลังเข้าไป ๒.๒ เสนอแนะผู้บังคับบัญชา และ ฝอ.๓ ให้ทารบถึงสถานภาพเจ้าหน้าที่แผนที่ พัน.ป. ๒.๓ ให้คำแนะนำ ฝอ.๓ ผลการลาดตระเวน สภาพถนน สะพานและสภาพการจราจร ตลอดจนเส้นทางที่ชุดแผนที่ปฏิบัติการ ๒.๔ ให้ข้อเสนอแนะ ฝอ.๑ และ ฝอ.๔ ตามต้องการ ๓. นลว.ผท.พัน.ป.ประสานการปฏิบัติงานแผนที่กับ ร้อย.ป. ในเรื่องต่อไปนี้ ๓.๑ แจ้งข่าวสารให้ ร้อย. ป. ได้ทราบในเรื่องสถานภาพหมุดหลักฐานแผนที่ที่มีอยู่ ๓.๒ ประสานการปฏิบัติและพบปะเยี่ยมเยียน ร้อย.ป. บ่อยๆเพื่อแลกเปลี่ยนและ กระจายข่าวสาร ๔. กำกับดูแลการปฏิบัติงานของศูนย์ข่าว แผนที่ ตลอดจนรับผิดชอบในการจัดตั้งด้วย ๔.การวางแผนงานแผนที่ การวางแผนงานแผนที่ จะต้องมีการปฏิบัติทุกๆระดับหน่วยอย่างต่อเนื่องและต้องมีการ เชื่อมโยงหลักฐานของหน่วยเหล่านี้เข้าด้วยกัน เวลาเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาใช้เป็นแนวทาง พิจารณาแผนงานจะต้องมีการกำหนดให้มีการขยายข่ายควบคุมทางทิศ ให้ครอบคลุมพื้นที่การยุทธ์ เป็นลำดับแรก
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑08 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ขั้นตอนการวางแผนงานแผนที่ มี ๘ ขั้นตอนดังนี้ ๑.รับภารกิจเมื่อได้รับภารกิจอาจจะเป็นคำสั่งด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรหรือคำสั่ง เป็นส่วนๆ นลว.ผท.พัน. ต้องทำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์ถึงภารกิจและการวางแผน ใช้เวลาที่ มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ๒.ออกคำสั่งเตรียมเมื่อได้รับภารกิจแล้ว นลว.ผท.จะต้องออกคำสั่งเตรียมและเตือน เพื่อ ให้เจ้าหน้าที่หน่วยรองทราบ ภารกิจที่จะต้องเตรียมปฏิบัติงานแผนที่ เวลาที่จะต้องเริ่ม ปฏิบัติงาน แผนที่ที่ตั้งที่อยู่ใกล้เคียง หมุดหลักฐานที่มีอยู่ในภูมิประเทศ และความพร้อมรบของ ยานพาหนะและยุทโธปกรณ์ ๓. การวางแผนชั่วคราวในการปฏิบัติภารกิจ ๓.๑ การรวบรวมข่าวสาร ได้แก่ สถานการณ์,ภารกิจของหน่วย,สภาพของการยิง หาหลักฐาน,เวลาในการทำงานแผนที่,เขตการยิง,ที่ตั้งของหน่วยทหารฝ่ายเดียวกัน,เส้นทางที่ใช้ ในการทำงานแผนที่,การติดต่อสื่อสาร,สนามทุ่นระเบิด,พื้นที่สารพิษ,ข้อจำกัดในการเคลื่อนที่, การสนับสนุนแก่หน่วยเพิ่มเติมกำลังยิง และหน่วยที่ได้รับมอบการปฏิบัติเร่งด่วน ๓.๒ การลาดตระเวนแผนที่ ได้แก่การตรวจ/กำหนดที่ตั้งบนแผนที่,เลือกแผน ขั้นต้นพิจารณาปัจจัยเวลาและกำหนดพื้นที่สำคัญ ๔. การริเริ่มเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายตามความจำเป็น ๕. การลาดตระเวนทางพื้นดิน ๖. การวางแผนอย่างสมบูรณ์ ๗. การออกคำสั่ง ๘.การให้คำแนะนำ,กำกับดูแลและปรับแก้ตามความสำคัญ
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑09 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ข้อพิจารณาหลักในการวางแผนงานแผนที่ ๑. ที่ตั้งของหน่วยยิงของแต่ละแห่ง ๒. ที่ตั้งของเครื่องมือค้นหาเป้าหมาย ๓. ดำรงความถูกต้องแน่นอนตามแนวทางที่ผู้บังคับบัญชา กำหนด ๕. การกำหนดแผนงานแผนที่ ๑. งานแผนที่จะต้องมีการวางแผนเพื่อประกันว่า ๒. การสกัดตรงใช้เมื่อไม่สามารถใช้วิธีการสามเหลี่ยมได้ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน เหมือนกับวิธีการสามเหลี่ยม ยกเว้น ๒.๑ การลาดตระเวนและการวางแผนเลือกฐานของสามเหลี่ยมจะต้องใช้ยาว พอที่จะประกันได้ว่ามุมสกัด ณ จุดยอด ไม่น้อยกว่า ๑๕๐ มิล. ๒.๒ งานในสนาม ทำการวัดมุมที่ฐาน ๒ มุม มุมที่ ๓ (มุมยอด) หาได้โดยการคำนวณ ๒.๓ การคำนวณ ใช้มุมภาค, มุมดิ่ง และระยะของ ต.หลัก ไปยังจุดยอดของการ คำนวณ ๖.การปฏิบัติงานแผนที่ ๑. การปฏิบัติงานแผนที่ในระหว่างเคลื่อนที่เข้าปะทะ ในการเคลื่อนที่เข้าปะทะมักมีการเปลี่ยนที่ตั้งบ่อยครั้ง และมีเวลาในการทำงาน อย่างจำกัดเนื่องจากสถานการณ์ทางยุทธวิธีไม่อำนวย จำเป็นต้องมีแผ่นเรขา และวิธีตั้ง ป. ตรงทิศ ด้วยวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่เวลาจะอำนวยให้ นลว.ผท.กองพัน จะเป็นผู้กำหนดและมอบงานให้ชุดแผนที่ ภายในกองพันทำงานแผนที่เร่งด่วนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือผสมผสานวิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้ ก. พิจารณาภูมิประเทศประกอบแผนที่กรุย ศก.ร้อย.ลงบนแผนที่และที่ตั้ง ป. ตรงทิศด้วยวิธีมุมภาคตาราง ข. กำหนด มล.พัน. ขึ้นในระยะใกล้ๆอาจใช้ ศก.ร้อย. ทางปีกใดปีกหนึ่งก็ได้หา หลักฐานเริ่มต้นงานแผนที่(พิกัดและความสูง) โดยการตรวจจากแผนที่มุมภาคเริ่มต้น หาได้โดยการ ใช้เครื่องมือวัดมุมแล้วทำการลอดลัดเปิดไปยังแต่ละ ศก.ร้อย และสร้างแนวแสดงมุมภาคโดยการ ลอดลัดเฉพาะทิศทางให้แต่ละกองร้อย ๒. การทำงานแผนที่ในระหว่างการเข้าตี ลำดับความเร่งด่วนในการทำงานแผนที่คือ ๒.๑ ถ้ามีเวลาพอให้เริ่มทำเริ่มทำงานพร้อมกันทั้ง ๓ บริเวณ คือ
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑10 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ก. งานแผนที่บริเวณที่ตั้งยิง ข. งานแผนที่บริเวณเป้าหมาย ค. งานแผนที่เชื่อมโยง ๒.๒ ถ้ามีเวลาจำกัดให้ทำงานตามความเร่งด่วน ดังนี้ ก. งานแผนที่บริเวณที่ตั้งยิง ข. งานแผนที่บริเวณเป้าหมาย ค. งานแผนที่เชื่อมโยง การเริ่มงาน เริ่มจาก มล. พัน. ซึ่ง นลว. ผท.กรม ป. กำหนดให้ถ้า นลว. ผท.กรม ป. ยัง ไม่สามารถกำหนดให้ได้ นลว.ผท.กองพัน ต้องสมมุติ หลักฐานเริ่มต้นเองดังนี้ ๑.มล.พัน กำหนดโดยการพิจารณาภูมิประเทศประกอบแผนที่อ่านพิกัดละเอียดถึง ๑๐ เมตร ความสูงละเอียดถึง ๑ เมตร ๒. มุมภาคเริ่มต้นวัดจากแผนที่หรือกล้องร้อยที่ทราบค่ามุมเยื่องประจำวัดละเอียดถึง ๑ มิล ๓. หมุดควบคุมหลักฐานงานแผนที่บริเวณเป้าหมาย ( มล.ม.) เป็นหน้าที่ของ นลว.ผท. กองพันกำหนดเองโดยสมมุติเช่น เดียวกับ มล.พัน. ปกติ มล.พัน อยู่ห่างบริเวณที่ต้องปฏิบัติงานไม่ เกิน ๒๐๐๐ เมตร หาก นลว.ผท.กองพัน ไม่สมารถกำหนดให้ได้ให้ นลว.ผท.กองร้อย เป็นผู้กำหนด วิธีทำงานแผนที่ ที่นิยมมี ๔ วิธี คือ การลอดลัด การสามเหลี่ยม การสกัดตรง การสกัดกลับ จะใช้ วิธีใดวิธีหนึ่งก็ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางยุทธวิธี สภาพด้านกำลังพล เครื่องมือเครื่องใช้ นโยบาย ของผู้บังคับบัญชา อัตราส่วนความถูกต้อง ๑. หน่วยระดับ พัน. ป. ความถกต้อง ๑/๑,๐๐๐ ๒. หน่วยระดับต่ำกว่า พัน. ป. ความถูกต้อง ๑/๕๐๐ อัตราเร็วในการทำงาน ๑. ใช้ลวดลานวัดระยะ ๑,๐๐๐ เมตร / ซม. ๒. ใช้เครื่องมือวัดระยะอิเล็กทรอนิกส์ ๒,๐๐๐ เมตร / ซม.
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑11 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) การแบ่งมอบหมายงานแผนที่ของชุกแผนที่ภายในกองพัน ถ้าไม่กำหนดให้เป็นอย่างอื่นให้ นลว.ผท.กองพัน ยึดถือปฏิบัติดังนี้ ๑. งานแผนที่บริเวณที่ตั้งเป็นหน้าที่ของชุดแผนที่ แต่ละกองร้อย ปฏิบัติงานแผนที่โดยการลอด ลัดปิดต่อจุดรเริ่มต้นหรือจุดที่ทราบหลักฐานหา ศก.ร้อย.แนวแสดงมุมภาคจุดตั้งกล้องให้ทั้ง ๓ กอง ร้อย.ป. ปักหลักบนพื้นดินในแนวแสดงมุมภาคห่างจากจุดตั้งกล้องประมาณ ๕๐-๑๐๐ เมตร เพื่อใช้ ในเวลากลางคืนงานแผนที่บริเวณที่ตั้งยิงต้องการความถูกต้องดังนี้ถ้าใช้กล้องกองร้อยชนิดเข็มทิศ แบบ M๒ ความถูกต้อง ๑/๕๐๐ และต้องปรับปรุงให้ได้ ๑/๑๐๐๐ ในโอกาสแรกที่สามารถนำได้ ๒. งานแผนที่บริเวณเป้าหมายเป็นหน้าที่ของชุดแผนที่ของกองร้อย บก.และบริการ โดย อยู่ในการควบคุมของ นลว.ผท.กองพัน ปฏิบัติงานแผนที่เพื่อจัดตั้งที่ตรวจการณ์ ๒ แห่งหรือ มากกว่าพร้อม จภต. หาจุดยิงหาหลักฐานหรือจุดถ่ายแปลง ความถูกต้องของงานแผนที่ที่ต้องการ ๑/๑,๐๐๐ ๓. งานแผนที่ที่เชื่อมโยงเป็นหน้าที่ของชุดแผนที่ กองร้อย บก. และ บริการ อยู่ในความ ควบคุมของ นลว.ผท.กองพัน เพื่อหาหลักฐานที่ถูกต้องของ มล.ม. และสร้างหมุดควบคุมให้ร้อย ค. หนักเมื่อสั่งความถูกต้องที่ต้องการของงานแผนที่ ๑/๑,๐๐๐ การติดต่อสื่อสาร การติดต่อสื่อสารของชุดแผนที่ทุกชุดติดต่อกันภายในใช้ข่ายการสื่อสารงานแผน ที่โดยเฉพาะ การปฏิบัติงานแผนที่ในระหว่างการตั้งรับ เนื่องจากสถานการณ์ทางยุทธวิธีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เช่น จากฝ่ายรุก อาจจะ เป็นฝ่ายตั้งรับเมื่อก็ได้ ฉะนั้นการทำงานแผนที่จึงมีการจำกัดการทำงานแผนที่ที่ต้องใช้วิธีการทำงาน แผนที่เร่งด่วนเช่นเดียวกับการเข้าตีเน้นการปฏิบัติงานแผนที่บริเวณที่ตั้งยิงโดยที่ตั้งยิงทางด้านหลัง และที่ตั้งยิงสำรอง
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑12 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) การติดต่อสื่อสาร พัน. ป. มีข่ายวิทยุที่ใช้ในการปฏิบัติงานแผนที่ ๒ ข่าย คือ ๑. ข่ายแผนที่กองพัน FM ใช้เพื่อประสานการปฏิบัติงานแผนที่ภายในกองพันระหว่าง หมู่แผนที่กองพันกับหมู่กองร้อยต่างๆ ๒. ข่ายแผนที่กรม ป. FM ใช้เพื่อติดต่อประสานงานแผนที่หมวดแผนที่ของ กรม ป. และ พัน ป. ที่อยู่ในอัตราหรือขึ้นสมทบ แผนงานแผนที่ที่ดี ในการวางแผนงานแผนที่ นลว.ผท.พัน.ป. จะต้องระลึกเสมอว่าจะต้องขจัดปัญหาต่างๆให้ หมดไปเพื่อบรรลุภารกิจที่ต้องการ แผนงานแผนที่ที่ดีจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบต่อไปนี้ ๑. สร้างข่ายควบคุมรวมภายใต้ความถูกต้องที่กำหนดให้แก่ที่ตั้งทั้งหมดที่ต้องการ หลักฐานงานแผนที่ ๒. ต้องมีการตรวจสอบที่ถูกต้อง เช่น ตรวจสอบการปิดงานแผนที่หรือตรวจสอบโดย ใช้ฐานงานแผนที่อื่นและจะต้องทำการปิดงานและตรวจสอบโดยใช้ฐานแผนที่อื่นอย่างต่อเนื่อง ๓. มีความง่าย งานแผนที่ที่กำหนดขึ้นมาต้องเป็นที่เข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ในชุดแผนที่ใน แต่ละระดับ ต้องพยายามหลีกเลี่ยงงานแผนที่ที่ไม่จำเป็นหรือการปฏิบัติงานนอกเหนือขีดจำกัด ๔. ทันเวลา แผนงานแผนที่จะต้องเสร็จในเวลาที่กำหนดและมีความถูกต้องตาม เกณฑ์ที่กำหนด ๕. มีความอ่อนตัวในกรณีสถานการณ์แปรผันไป แผนงานแผนที่ต่างๆที่กำหนดไว้ต้อง สามารถปรับแก้ไขสอดคล้องกับความแปรผันไปนั้นๆด้วย ๖. สามารถปรับแก้ได้ ต้องปรับแก้ให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ สถานการณ์จำนวน เจ้าหน้าที่ที่สามารถปฏิบัติงานได สภาพดินฟ้าอากาศ คุณลักษณะภูมิประเทศ และขีดวามสามารถ ของเครื่องมือที่มีอยู่
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑13 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ปัจจัยที่กระทบกระเทือนต่อการวางแผน ๑. ภารกิจ ๒. ข้าศึก ๓. ภูมิประเทศและลมฟ้าอากาศ ๔. หน่วยทหารฝ่ายเดียวกัน ๕. เวลาที่มีอยู่ ภารกิจ ภารกิจทางยุทธวิธีของหน่วยเป็นแนวทางในการพิจารณาเรื่องห้วงระยะเวลาที่มีอยู่พื้นที่ ที่จะต้องทำงานแผนที่ ความถูกต้อง และจัดลำดับความเร่งด่วนในการปฏิบัติงานแผนที่เป็นมูลฐาน ในการกำหนดภารกิจ และรวมถึงปัจจัยอื่นๆที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานแผนที่ ป.ได้แก่ ก. ข่ายควบคุมหลักฐานแผนที่เริ่มต้น(ที่ตั้งหมุดหลักฐานถาวรหน่วยเหนือเหมาะสม) ข. ลำดับความเร่งด่วน(ออกคำสั่งงานแผนที่หรือการกำหนด ชนิด ประเภทของการ ทำงานแผนที่) ค. จำนวนที่ตั้งที่ต้องการหา(จำนวนและพื้นที่จะต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก) ข้าศึก มีผลกระทบกระเทือนในเรื่อง ก. การเคลื่อนที่ของชุดแผนที่ ข. ขีดจำกัดของการสื่อสาร และการรบกวนการติดต่อสื่อสาร ค. ขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง ภูมิประเทศและลมฟ้าอากาศ มีผลกระทบกระเทือนในเรื่อง ก. ขีดความสามารถในการมองเห็น ข. สภาพร่างกายของกำลังพลในชุดแผนที่ ค. เวลาที่ต้องปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จ
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑14 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) หน่วยทหารฝ่ายเดียวกัน มีผลกระทบกระเทือนในเรื่อง ก. ขีดความสามารถของกำลังพลและเรื่องเครื่องมือเครื่องใช้ ข. มาตรฐานของการฝึกที่ดีและถูกต้อง เวลา ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด บางครั้งอาจต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง มาตรฐานความถูกต้องกับเวลาที่มีอยู่ การรายงานหลักฐานแผนที่ ชุดแผนที่ พัน ป. จะต้องรายงานผลการทำแผนที่ของกองพันให้ศูนย์ข่าวแผนที่ทราบทุกวัน ปิด รายงานเวลา ๒๑๐๐ รายงานรวมถึงจดสมุดจดงานในสนามและการคำนวณงานแผนที่ทั้งหมด การกระจายข่าวสารแผนที่ ๑. สารบบหมุดหลักแผนที่แจกจ่ายถึงระดับ หน่วยใช้ ๒.นลว.ผท.พัน ป. หรือผู้แทนต้องไปศูนย์ที่บ่อยๆ เพื่อประสานการปฏิบัติและขอรับสารบบ หมุด หลักฐานใหม่ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่ที่สนใจที่หน่วยกำลังปฏิบัติยอยู่ ๓. ในสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนที่/ปฏิบัติการยุทธ์อย่างรวดเร็วการกระจ่ายข่าวสารแผนที่ จะต้องมั่นใจว่าหน่วยได้ทราบว่าข้อมูลหมุดควบคุมที่ได้รับยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบหรือปรับปรุง แก้ไขแต่อย่างใด เมื่อศูนย์ข่าวแผนที่ได้ตรวจสอบและปรับแก้แล้วต้องแจ้งให้ผู้รัยทราบข่าวสารที่ ปรับแก้นั้นทันที ๔. การกระจายข่าวแผนที่ทางวิทยุโทรทัศน์ให้ใช้เป็นวิธีสุดท้าย เนื่องจากอาจจะเกิดความ ผิดพลาดในการส่งข่าวและอาจสับสนในเรื่องการอธิบายข้อมูลจากแผนภาพพอสังเขป การปฏิบัติของชุดแผนที่ในการ ลลขต. การปฏิบัติของชุดแผนที่ในการ ลลขต. โดยทั่วไปจะปฏิบัติได้ ๒ แบบคือ ๑. ปฏิบัติโดยรวมกับคณะ ลลขต. ทั้งชุดแผนที่ที่มีหน้าที่เป็นส่วนลาดตระเวนนำและชุดระวัง ป้องกันในการ ลลขต. โดยรถ นลว.ผท.จะเป็นคันนำหน้าการ ลลขต. รถแผนที่และกำลังพลที่เหลือ จะจัดตามลำดับในคณะ ลลขต. เป็นชุดระวังป้องกัน
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑15 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๓.เป็นรถลาดตระเวนนำเฉพาะ นลว.ผท. จะเป็นกรณีที่ชุดแผนที่กำลังทำงานแผนที่จะมี เฉพาะรถของ นลว.ผท. เท่านั้น การปฏิบัติงานแผนที่จะมีลำดับดังนี้ ๑. นลว.ผท. รับคำสั่งจาก ผบ.พัน. ๒. นลว.ผท. วางแผนการลาดตระเวนในแผนที่ รวมทั้งวิเคราะห์พื้นที่,เส้นทางและ รายละเอียดต่างๆที่จำเป็นแจ้งประสานกับ ฝอ. ในการวางแผนการ ลลขต. ๓. นลว.ผท. กองพันเตรียมวางแผนการทำงานแผนที่ และออกคำสั่งงานแผนที่ ให้กับ นลว.ผท. กองร้อยให้เหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์ ๔. การปฏิบัติงานแผนที่ ชุดแผนที่อาจไปกับคณะ ลลขต. หรือขยายข่ายไปก่อน เมื่อปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว ๕. ในการ ลลขต. ชุดแผนที่จะต้องเป็นผู้วางหลักกรุยทางให้กับคณะ ลลขต. 6. หลังจากชุด ลลขต.เข้าที่ที่ ผบ.พัน.เลือกแล้ว ชุดแผนที่จะทำการตรวจค้นทุ่น ระเบิดในที่ตั้งให้เรียบร้อยก่อนออกไปทำงานต่อไป การปฏิบัติเมื่อประจำที่ตรวจการณ์ - เมื่อเดินทางไปในภูมิประเทศเข้าไปยังที่ตรวจการณ์ ให้ทำการระวังป้องกันโดยไม่ประมาท - การเดินทางในช่วงนี้ให้ ผบ.มว.ผท. ดำรงการติดต่อสื่อสารและหาจุดที่อยู่โดยตลอด การปฏิบัติเมื่อไปถึงบริเวณที่ตรวจการณ์ - พลขับนำรถไปจอดในที่ซ่อนพรางที่ดี กำลังพลลงจากรถทำการระวังป้องกันโดยรอบ - ตรวจสอบการติดต่อสื่อสาร และรายงานให้กองร้อยทราบว่าเดินทางมาถึงที่ตรวจการณ์แล้ว - ส.หน. งานแผนที่ และ ส.คม.ผท. นำเครื่องมือและอุปกรณ์ไปเป็นฐานแสง ต.ขวา (ต.๑) - จนท. วัดกล้องทั้งสอง ต. นำกล้อง ผบ. ร้อย.และกล้องกองร้อยไปใช้ ต. ละ ๑ กล้อง เข้าประจำที่ ตรวจการณ์และให้ระดับ และตั้งกล้องให้ตรงทิศทางตามหลักฐานที่ได้รับ - ทำการปักหลักหมายมุมภาคทั้ง ๒ ต. แล้วตั้งค่ามุมภาคตารางที่ทราบบนกล้องแล้วหัน ไปยังหลักมุมภาคตาราง
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑16 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) การวัดและการรายงานการยิง ตอส. และ จปท. - ตามแบบฟอร์มบันทึกการยิง ตอส. และ จปท. - ประสานกับ ผตน. ขอใช้วิทยุแล้วแจ้งไป ศอย. ว่าฐานแสงพร้อม - คอยรับข่าวจาก ศอย. ซึ่งข่าวจะเป็นดังนี้ - ต.๑ มุมภาค -------------- มุมดิ่ง ----------- วัดมุมดิ่ง ( หรืออาจให้ ต.๒ วัดก็ได้ ) - ต.๒ มุมภาค ------------- มุมดิ่ง ----------- พร้อมแล้วรายงาน - จนท. วัดกล้อง ตั้งค่ามุมภาคและวัดมุมดิ่งตามหลักฐาน -ถ้าเป็นกล้อง ต.๒ การตั้งค่าให้ตั้งค่ามุมดิ่งที่ควงมุมดิ่ง กากบาทในมาตราประจำแก้ว คือตำบล กระสุนตก - เมื่อตั้งหลักฐานเสร็จรายงาน ศอย. ว่า ต. --------- พร้อม - ดำเนินการยิง ศอย. จะบอกทุกๆ นัดที่ยิงมา เช่น “นัดที่ ๑ ยิงไปแล้ว เปลี่ยน” พนักงาน วิทยุทวนว่า “ นัดที่ ๑ ยิงไปแล้ว ทราบแล้ว “ - ถ้ากระสุนที่ยิงมาวัดไม่ได้ เนื่องจากกระสุนหาย,ด้าน,ไม่เห็นตำบลระเบิด เพราะออกนอก กล้อง ให้รายงานไปที่ ศอย. ว่า “วัดไม่ได้กระสุนหาย “ หรือวัดไม่ได้กระสุนด้าน ( กระสุนด้านแต่วัดได้ให้รายงานว่า วัดได้ แล้วต่อท้ายด้วยคำว่า กระสุนด้าน ) ถ้ากระสุนแตก อากาศสูงไม่สามารถวัดได้ให้รายงานว่า วัดไม่ได้แตกอากาศสูง ๑๐๐ เมตร ( บอกความสูงของ ตำบลที่ประมาณได้) - รายงาน ศอย. อาจบอกให้รายงานทีละนัด หรือรายงานครั้งเดียวตามลำดับ ให้รายงานทุก นัดตามลำดับในแบบฟร์อม การบันทึกตามความเป็นจริง - การวัดและการรายงานให้กระทำตามความเป็นจริง ห้ามเดาหรือประมาณเอา เพราะจะ ทำให้เสียผลทาง ศอย. - การใช้แสง,เสียง ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษไฟฉายทุกกระบอกต้องทำการพราง
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑17 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) การปฏิบัติในการรายงานข่าวสาร ๑. ส่งรายงานหลักฐานแผนที่เกี่ยวกับพื้นที่ตั้งอาวุธ ที่ตั้งเรดาร์ และที่ตรวจการณ์ ๒. ส่งรายงานสภาพภูมิประเทศ,ถนน,ขีดความสามารถในการจาราจร ๓. เมื่อตรวจพบข้าศึก หรือร่องรอยให้รายงานถึง ขนาด,การกระทำ,ที่ตั้ง,เวลาและยุทโธปกรณ์ ให้ฝอ. ๒ ทราบ ๔. รายงานผลการวิเคราะห์หลุมระเบิด เมื่อถูกโจมตีหรือพบการยิงของข้าศึก ๕. รายงานการใช้ นชก. เช่น ความเสียหาย, ข่าวสารให้ ฝอ.๒ ๖. ดำรงการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่ การปฏิบัติชุดพิเศษ ชุดแผนที่มีหน้าที่เป็นชุดพิเศษ ๒ ชุด คือ ชุดวิเคราะห์หลุมระเบิด และชุดตรวจค้นทุ่นระเบิด ตรวจค้นทุ่นระเบิดโดยปฏิบัติในขณะที่ทำการ ลลขต. โดยเครื่องตรวจค้นทุ่นระเบิดจะอยู่ในรถนำ เมื่อตรวจพบสิ่งที่ผิดสังเกต ให้แจ้งและขออนุญาตตรวจค้น เมื่อเข้าที่ตั้งให้ทำการค้นทุ่นระเบิดร่วม กับชุดสื่อสาร การวิเคราะห์หลุมระเบิด ชุดแผนที่จัด ๑ชุด เพื่อเป็นการรวบรวมข่าวสารและรายงานข่าว การรบให้กับ ฝอ.๒ ทราบ 7.การปฏิบัติงานแผนที่ ก. วิธีทำงานแผนที่ การทำแผนที่ในแผนที่ ป. มีวิธีกระทำแผนที่ดังนี้ ๑. การตรวจ ๒. การลอดลัด ๓. การสามเหลี่ยม ๔. การสกัดตรง ๕. การสกัดกลับ ๖. การถ่ายแปลง แต่นิยมใช้มีอยู่ ๔ วิธี คือ ๑. การลอดลัด ๒. การสามเหลี่ยม
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑18 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๓. การสกัดตรงใช้ ๔. การสกัดกลับ ข. ขั้นตอนการทำงานแผนที่แบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอน คือ ๑. การวางแผน(รวมทั้งการลาดตระเวน) ๒. การปฏิบัติงานในสนามเพื่อให้ได้หลักฐาน มุมทางดิ่ง มุมทางระดับ,มุมทางดิ่ง และระยะ ๓. การคำนวณ ค. การปฏิบัติงาน ๑. การลอดลัด การลอดลัดเป็นวิธีขยายหลักฐานควบคุมทางแผนที่ที่รวดเร็ว และอ่อนตัวไม่ต้องการการ ลาดตระเวนมากเหมาะกับการทำแผนที่ในภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบหรือขยายข่ายควบคุมไปตาม ถนน ก.ประเภทของการลอดลัด แบ่งออกเป็น ๓ ประเภทคือ ๑. การลอดลัดเปิดเป็นวิธีที่นิยมน้อยที่สุด เพราะไม่สามารถตรวจสอบกับความถูกต้องของจุด เริ่มต้นและผลการปฏิบัติงานในสนามได้ นิยมใช้ในกรณีที่เวลาปฏิบัติงานไม่เพียงพอหรือสถานการ ไม่เอื้ออำนวย ๒. การลอดลัดปิด แบ่งเป็น ๒ ประเภท ๒.๑ การลอดลัดปิดต่อจุดเริ่มต้นสามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานในสนามการคำนวณ และสามารถหาอัตราส่วนที่ถูกต้องได้แต่ไม่สามารถตรวจสอบความต้องของจุดเริ่มต้นได้รวมทั้งไม่ สามารถที่จะขจัดผลรวมของความผิดพลาดประจำต่างๆได้ใช้ในกรณีที่เวลาในการทำแผนที่และข่าย ควบคุมงานที่มีจำนวนจำกัด
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑19 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๒.๒ การลอดลัดปิดต่อจุดที่ทราบหลักฐาน ถือว่าเป็นวิธีการลอดลัดที่ดีที่สุดสามารถตรวจ สอบความถูกต้องของการปฏิบัติงานในสนามการคำนวณและตรวจสอบความถูกต้องของจุดเริ่มต้น ได้อีกด้วย ๓. การลอดลัดเฉพาะทิศทาง มีความมุ่งหมายเพื่อขยายข่ายควบคุมทางทิศ (มุมภาค) โดยเฉพาะเป็นไปได้ทั้งลอดลัดเปิด และลอดลัดปิด การจัดชุดลอดลัด ๑. สำหรับการใช้ลวดลานวัดระยะ หนึ่งชุดมีเจ้าหน้าที่ ๘ คน ๑.๑หัวหน้าชุดมีหน้าที่เลือกและหมายสถานีลอดลัดให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานแก่ เจ้าหน้าที่ในชุด และช่วยเหลือ นลว.ผท. ในการลาดตระเวนและการวางแผนงานแผนที่ ๑.๒ เจ้าหน้าที่เครื่องมือ มีหน้าที่ในการวัดมุมทางระดับทางดิ่งและสถานีลอดลัด นอกจากนั้นจึงเป็นเจ้าหน้าที่วัดระยะในกรณีใช้เครื่องมือวัดแบบอิเล็คทรอนิกส์อีกด้วย ๑.๓ เจ้าหน้าที่บันทึก มีหน้าที่บันทึกงานในสนามลงในสมุดจดงานในสนามโดยบันทึก ค่ามุมทางระดับทางดิ่งและระยะที่ได้จากเจ้าที่เครื่องมือและมีหน้าที่คำนวณหาพิกัดของสถานี ลอดลัดแต่ละสถานี เพื่อตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่คำนวณ ในกรณีที่วัดระยะด้วยลวดลานวัดระยะ เจ้าหน้าที่บันทึกจะต้องสอบทานระยะแต่จะหาลอดลัดด้วยวิธีนับก้าวอีกด้วย ๑.๔ เจ้าหน้าที่คำนวณ (๒ นาย) มีหน้าที่คำนวณหาหลักฐานที่ได้ในสนามเพื่อให้ได้หลัก ฐานของสถานีลอดลัดแต่ละสถานีไปพร้อมกับการทำงานในสนาม ๑.๕ เจ้าหน้าที่วัดระยะมี (๒ นาย) มีหน้าที่วัดระยะจากสถานีลอดลัดหนึ่งไปยังสถานี ต่อไปการบันทึกแต่ละคนจะบันทึกเป็นอิสระแล้วนำมาเปรียบเทียบความถูกต้อง ๑.๖ เจ้าหน้าที่หลักเล็งมีหน้าที่เป็นสถานีด้วยหลักเล็ง (หรือสิ่งอื่น) และเก็บหลักเล้ง ๒. สำหรับการใช้เครื่องมือวัดแบบอิเล็คทรอนิกส์ ๒.๑ เครื่องมือ - กล้อง ธีโอไลท์ แบบ ๐.๒ มิล - เครื่องมือวัดแบบอิเล็กทรอนิกส์
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑๒๐ ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๒.๒ เจ้าหน้าที่รวมทั้งความรับผิดชอบและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เช่นเดียวกับการใช้ลวด ลานวัดระยะ ยกเว้นเจ้าหน้าที่เครื่องมือ จะต้องทำการวัดระยะด้วย การเลือกสถานีลอดลัด ๑. มองเห็นได้ทั้งสถานีหน้า และสถานีหลัง ๒. เลือกสถานีลอดลัดให้มีจำนวนน้อยที่สุด หลักฐานเริ่มต้นของการลอดลัด ๑. พิกัด (อ.., น.., ส..) ของจุดเริ่มต้น ๒.มุมภาคเริ่มต้น อัตราส่วนความถูกต้อง ๑. ความถูกต้องมูลฐานขั้น ๕(๑/๑,๐๐๐ ปกติจะทำโดย พัน.ป. สนาม) ๒. ความถูกต้อง ๑/๕๐๐ ปกติจะทำในระตับหน่วยที่ต่ำกว่า พัน.ป. เท่านั้น ๒. วิธีการสามเหลี่ยม เป็นวิธีทำงานแผนที่ที่ใช้สามเหลี่ยมคำนวณหาหลักฐานทางแผนที่ ๒.๑ ขั้นตอนการปฏิบัติ ๒.๑.๑ การลาดตระเวนและวางแผน ๒.๑.๒ การวัดมุม (มุมทางระดับ และมุมทางดิ่ง) ๒.๑.๓ การวัดระยะฐาน ๒.๑.๔ การคำนวณ ๒.๒ การจัดเจ้าหน้าที่ทำงาน จำนวนเจ้าหน้าที่ไม่กำหนดตายตัวขึ้นอยู่กับปัจจัยเวลา และสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนั้น ๒.๒.๑ การจัดชุดลาดตระเวน - โดยปกติแล้วชุดลาดตระเวนจะประกอบด้วย นลว.ผท. และหัวหน้าชุดแผนที่ และเจ้าหน้าที่จำเป็น ๑-๒ นาย ทำหน้าที่เลือกและหมายสถานี ๒.๒.๒ การจัดเจ้าหน้าชุดวัดมุม
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑๒1 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) - ชุดเจ้าหน้าที่วัดมุมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เครื่องมือมีหน้าที่วัดมุมทางระดับ และมุมทางดิ่ง - เจ้าหน้าที่บันทึกมีหน้าที่บันทึก มุมทางระดับ และมุมทางดิ่งและวัดระยะที่ได้ - เจ้าหน้าที่ถากถางมีหน้าที่ถากถางเส้นเล็ง ๒.๒.๓ การจัดเจ้าหน้าที่วัดระยะฐานของสามเหลี่ยม - ถ้าวัดระยะฐานด้วยลวดลานวัดระยะ ใช้ชุดวัดระยะ ๒ ชุดๆ ละ๒ นาย - ถ้าวัดระยะฐานด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำการวัดระยะ ณ จุด ปลาย ฐานทั้ง ๒ ด้านความถูกต้องเปรียบเทียบไม่น้อยกว่า ๑/๒๕,๐๐๐ ๒.๒.๔ การจัดชุดเจ้าหน้าที่คำนวณ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ๒ นาย ( ๑ นาย ปฏิบัติ หน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่บันทึกและเจ้าหน้าที่คำนวณ) เจ้าหน้าที่ทั้ง ๒นายจะคำนวณเป็นอิสระต่อกัน ๒.๓ การปฏิบัติงานในสนาม ก. กำหนดให้จุด A เป็นจุดที่มุมยอดของสามเหลี่ยม และเป็นจุดที่ต้องการหาหลัก ข. เลือกจุดอื่นอีก ๒ จุด ได้แก่ BและC ต้องทราบพิกัดความสูง อย่างน้อยหนึ่งจุด เป็นจุดที่มองเห็นกัน และมองเห็นจุด A ด้วย ค. ทำการวัดมุมภายในทั้งสามมุม และวัดมุมดิ่งที่จุด A,BและCโดยจุด A ต้องวัดมุม ดิ่งไปทั้ง B และ C ง. หาความยาวของด้านฐาน ๑. ถ้าทราบพิกัดจุดใดจุดหนึ่งเพียงจุดเดียว ระยะฐานหาได้จากการวัดระยะ ( ความถูกต้องเปรียบเทียบ ๑ /๗,๐๐๐ ) ๒. ถ้าทราบพิกัดของ B และ C ระยะฐานหาได้โดยการคำนวณ
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑๒2 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) จ. หามุมภาคของฐาน ๑. ถ้าทราบพิกัดจุดใดจุดหนึ่งเพียงจุดเดียว มุมภาคหาได้โดยการวัดด้วยวิธี ตรวจการณ์ทางดาราศาสตร์ ใช้เครื่องมือวัดมุมภาคแบบไยโร หรือโดยการเล็งต่อจุดที่ทราบมุมภาค ( จภต. ) หรือด้วยการลอดลัดเฉพาะทิศทาง ๒. ถ้าทราบพิกัดของB และ C มุมภาคของฐานหาได้โดยการคำนวณ ฉ. หาความยาวของด้านA-B(ด้านc) หรือA-C( ด้านb ) โดยใช้กฎของไซน์ ๒.๔ การคำนวณ การคำนวณจะทราบค่าที่สำคัญคือ ๒.๔.๑ มุมดิ่ง( มุมที่อยู่ตรงข้ามของมุมระยะไปสถานีที่ต้องการทราบพิกัด) ๒.๔.๒ มุมภาค ( มุมที่อยู่ตรงข้ามของมุมระยะไปสถานีที่ต้องการทราบพิกัด) ๒.๔.๓ มุมระยะ ( มุมที่อยู่ตรงข้ามของมุมระยะไปสถานีที่ต้องการทราบพิกัด) “ มุมระยะ “ คือมุมภายในรูปสามเหลี่ยมที่อยู่ตรงข้าม กับด้านที่ทราบความยาว (มุม ยอด)และมุมที่อยู่ตรงข้ามด้านที่ต้องการทราบความยาว ( มุมใหญ่ที่ฐานของสามเหลี่ยม) มุมระยะ ที่เหมาะสมต้องมีค่าระหว่าง ๕๓๓ มิล. และ ๒๖๖๗ มิล. ( ไม่น้อยกว่า ๔๐๐ มิล. หรือใหญ่กว่า ๒๘๐๐ มิล.) ๒.๕ วิธีการคำนวณ ๒.๕.๑ ทำการปิดรูปสามเหลี่ยม ถ้าผลบวกของมุมภายในทั้ง ๓ มากหรือน้อยกว่า ๓๒๐๐ มิล. เพื่อให้ผลบวกของมุมภายในมีค่าเท่ากับ ๓๒๐๐ มิล. ๒.๕.๒ หาค่ามุมดิ่งไปยังจุดยอดที่อยู่ตรงข้ามกับมุมระยะ ( มุมใหญ่ที่ฐาน) ๒.๕.๓ หาค่ามุมภาคไปยังจุดยอดที่อยู่ตรงข้ามกับมุมระยะ ( มุมใหญ่ที่ฐาน ) ด้วย การเปรียบเทียบมุมภาคฐานกับมุมภายใน ๒.๕.๔ หาความยาวของด้านที่อยู่ตรงข้ามมุมระยะ ( มุมใหญ่ที่ฐาน ) ใช้กฎของไซน์ ๒.๕.๕ นำหลักฐานในข้อ ๒.๕.๒ , ๒.๕.๓ , ๒.๕.๔ ไปคำนวณหาพิกัดและความสูง ของจุดยอด เช่นเดียวกับการคำนวณการลอดลัด
ชุดที่ ของ ชุด หน้า ๑๒3 ของ ๑๕๖ หน้า ( ผนวก ข (การปฏิบัติงานด้านยุทธการ ) ประกอบ ระเบียบปฏิบัติประจำในสนาม – ป.3 พัน.๓) ๒.๖ หลักเกณฑ์การปิดรูปสามเหลี่ยม ( ปรับมุมภายในของสามเหลี่ยม) จะขึ้นอยู่กับชนิด ของประเภทของกล้องที่ใช้ ดังนี้ ๒.๖.๑ กล้องกองร้อยชนิดเข็มทิศ แบบ M๒ = ๓๒๐๐+ / - ๑.๐ มิล. ๒.๖.๒ กล้องธีโอโดไรท์ แบบ ๐.๒ มิล. = ๓๒๐๐ + / - ๐.๓ มิล