ระเบยี บกระทรวงการคลังวา่ ด้วย
เงนิ ทดรองราชการ พ.ศ. 2562
โดย
นางสาวธันยพฒั น์ ทวปี รีชารตั น์
สรุปประเดน็ สำคัญ
ระเบียบเงินทดรองรำชกำร พ.ศ. 2562
1. ควำมจำเป็นในกำรมีเงินทดรองรำชกำร
ในกำรที่ส่วนรำชกำรมีควำมจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องใช้จ่ำยเงินไม่อำจรอกำรเบิกจ่ำยเงินงบประมำณแผ่นดินได้
กระทรวงกำรคลังจึงได้ให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณมีเงินทดรองรำชกำรตำมจำนวนท่ีได้รับอนุญำตจำกกระทรวงกำรคลังตำม
หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีกำรที่กระทรวงกำรคลงั กำหนด กรณที ีม่ คี วำมจำเป็นหรือมเี หตผุ ลอนั สมควรกระทรวงกำรคลงั อำจพจิ ำรณำเพ่มิ ลด หรือ
ยกเลิกวงเงินทดรองรำชกำรของสว่ นรำชกำรเจำ้ ของงบประมำณ โดยใหส้ ว่ นรำชกำรเจำ้ ของงบประมำณหรือหน่วยงำนในสงั กดั
ส่งรำยงำนกำรจำ่ ยเงินทดรองรำชกำรไปยงั กรมบัญชกี ลำงเพ่ือประโยชน์ในกำรพิจำรณำเพิ่ม ลด หรอื ยกเลิกเงินทดรองรำชกำร
และในกรณีท่ีมีกำรลดหรือยกเลิกเงินทดรองรำชกำรให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณนำเงินทดรองรำชกำรที่กระทรวงกำรคลัง
สั่งลด หรือยกเลกิ สง่ คืนคลงั ทันที โดยกระทรวงกำรคลงั อำจใหห้ ักสง่ จำกเงนิ ท่เี บิกเพอื่ ชดใช้เงนิ ทดรองรำชกำรและเงนิ ทดรองรำชกำร
ที่ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณได้รับอนุญำตจำกกระทรวงกำรคลัง ให้นำเงินไปพิจำรณำแบ่งสรรแก่หน่วยงำนในสังกัด
ตำมควำมเหมำะสมแลว้ จึงแจ้งใหก้ ระทรวงกำรคลงั ทรำบทกุ คร้งั ท่มี กี ำรแบง่ สรรหรือมีเปล่ยี นแปลงกำรแบ่งสรร
2. กฎหมำยและระเบยี บทเี่ ก่ียวข้องกับเงินทดรองรำชกำร
กฎหมำยที่เกีย่ วข้องกบั เงนิ ทดรองรำชกำรมี ดงั น้ี
- ระเบียบกระทรวงกำรคลงั ว่ำด้วยเงนิ ทดรองรำชกำร พ.ศ. 2562
- ระเบยี บกระทรวงกำรคลังว่ำดว้ ยกำรเบกิ เงินจำกคลัง กำรรับเงนิ กำรจ่ำยเงิน กำรเก็บรกั ษำเงิน และกำรนำเงนิ ส่งคลัง พ.ศ. 2562
- หนังสอื กรมบัญชีกลำง ที่ กค 0406.3/ว 126 ลงวนั ที่ 5 เมษำยน 2553
- หนังสอื กรมบญั ชีกลำง ที่ กค 0423.3/ว439 ลงวนั ท่ี 2 ธันวำคม 2552
3. คำนยิ ำม
ควำมหมำยท่ีเกี่ยวข้องตำมระเบยี บกำรทรวงกำรคลงั วำ่ ดว้ ยเงนิ ทดรองรำชกำร พ.ศ. 2562 ขอ้ 4
“ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณ” หมำยควำมว่ำ ส่วนรำชกำรท่ีได้รับงบประมำณรำยจ่ำย ไม่ว่ำจะเป็นงบประมำณ
รำยจำ่ ยท่ตี ง้ั ไว้สำหรบั ส่วนรำชกำรนนั้ ๆ โดยเฉพำะ หรอื เป็นงบประมำณรำยจำ่ ยทีต่ ้ังไว้ในงบกลำง
“หน่วยงำนในสังกัด” หมำยควำมว่ำ หน่วยงำนในสังกัดของส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณ ทั้งที่เป็นส่วนรำชกำร
ผูเ้ บกิ และหนว่ ยงำนยอ่ ย
“สว่ นรำชกำรผู้เบกิ ” หมำยควำมว่ำ ส่วนรำชกำรซ่ึงเบกิ เงนิ กบั กรมบญั ชีกลำง หรือสำนกั งำนคลงั จงั หวัด
“หน่วยงำนยอ่ ย” หมำยควำมว่ำ สว่ นรำชกำรซง่ึ มิได้เบิกเงนิ กับกรมบญั ชีกลำง หรอื สำนักงำนคลงั จังหวัด
3. คำนิยำม (ตอ่ )
“หลกั ฐำนกำรจ่ำย” หมำยควำมวำ่ หลักฐำนทแี่ สดงวำ่ ไดม้ กี ำรจำ่ ยเงินให้กบั ผรู้ ับ หรือเจ้ำหน้ีตำมขอ้ ผกู พนั โดยถูกตอ้ งแลว้
“หน่วยงำนย่อย” หมำยควำมว่ำ หน่วยงำนในสังกัดของส่วนรำชกำรในรำชกำรบริหำรส่วนกลำงหรือในรำชกำร
บริหำรส่วนภมู ิภำค หรอื ทต่ี ้งั อยู่ในอำเภอ ซึ่งมไิ ด้เบิกเงินกับกรมบัญชีกลำง หรือสำนักงำนคลังจังหวัด แต่เบิกเงินผ่ำนส่วนรำชกำร
ทเี่ ป็นหน่วยงำนผ้เู บกิ
“เงินยืม” หมำยควำมว่ำ เงินท่ีส่วนรำชกำรจ่ำยให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งยืมเพื่อเป็นคำ่ ใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปรำชกำร
หรือกำรปฏิบตั ริ ำชกำรอนื่ ใด
“ระบบ” หมำยควำมว่ำ ระบบกำรบริหำรกำรเงนิ กำรคลงั ภำครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ (Government Fiscal Management
Information System: GFMIS) ซึ่งปฏบิ ตั โิ ดยผ่ำนช่องทำงที่กระทรวงกำรคลงั กำหนด
4. กำรเก็บรกั ษำเงนิ ทดรองรำชกำร
กำรเก็บรักษำเงนิ ทดรองรำชกำรโดยให้ส่วนรำชกำรเกบ็ รกั ษำเงนิ ทดรองรำชกำรเป็นเงนิ สด ณ หน่วยงำนไว้เพื่อสำรองจ่ำยได้
ดังนี้
1. สว่ นกลำงให้เก็บรกั ษำไดแ้ หง่ ละไม่เกนิ 100,000 บำท
2. สว่ นภูมภิ ำคใหเ้ ก็บรกั ษำไดไ้ มเ่ กนิ 30,000 บำท
3. หนว่ ยงำนย่อยใหเ้ ก็บรักษำได้ไมเ่ กิน 10,000 บำท
4. กำรเก็บรกั ษำเงนิ ทดรองรำชกำร (ต่อ)
ให้ส่วนรำชกำรนำเงินทดรองรำชกำรจำนวนที่เกินกว่ำท่ีได้รับอนุญำตฝำกประเภทออมทรัพย์กับธนำคำรอื่นที่เป็นรัฐวิสำหกิจ
และดอกเบยี้ ทเ่ี กิดขึน้ จำกกำรนำฝำกให้นำสง่ คลังเป็นรำยได้แผน่ ดนิ
ตามระเบยี บกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ.2562 (หมวด 3 กำรเก็บรกั ษำเงนิ ทดรองรำชกำร)
ข้อ 11 ให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณและหน่วยงำนในสังกัดเก็บรักษำเงินทดรองรำชกำรเป็นเงินสด ณ ที่ทำกำรไว้
เพอื่ สำรองจ่ำยได้ ดังตอ่ ไปนี้
(1) ส่วนรำชกำรผู้เบกิ ในส่วนกลำง ให้เก็บรักษำได้แห่งละไมเ่ กิน 100,000 บำท
(2) ส่วนรำชกำรผเู้ บกิ ในส่วนภูมภิ ำค ใหเ้ ก็บรกั ษำได้แหง่ ละไมเ่ กนิ 30,000 บำท
(3) หน่วยงำนย่อย ให้เกบ็ รกั ษำไดแ้ ห่งละไม่เกนิ 10,000 บำท
ข้อ 12 ในกรณีท่ีส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณใดหรือหน่วยงำนในสังกัดใด มีเงินทดรองรำชกำรจำนวนเกินกว่ำที่
อนุญำตให้เก็บรักษำเป็นเงินสด ณ ที่ทำกำรตำมที่กำหนดไว้ในข้อ 11 ให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณนั้นหรือหน่วยงำน
ในสังกัดนั้น นำเงินทดรองรำชกำรจำนวนท่ีเกินกว่ำที่ได้รบั อนุญำตฝำกธนำคำรท่ีเป็นรัฐวิสำหกิจประเภทออมทรพั ย์ ดอกเบ้ียที่เกิดจำก
กำรนำเงินทดรองรำชกำรฝำกธนำคำรตำมวรรรคหนงึ่ ใหน้ ำส่งคลงั เป็นรำยได้แผน่ ดิน
ข้อ 13 วิธีกำรเก็บรักษำเงินทดรองรำชกำรให้ถือปฏิบัติตำมระเบียบกระทรวงกำรคลังว่ำด้วยกำรเบิกเงินจำกคลัง
กำรรบั เงิน กำรจ่ำยเงิน กำรเก็บรักษำเงิน และกำรนำเงนิ สง่ คลัง
5. กำรใช้จำ่ ยเงินทดรองรำชกำร
เงนิ ทดรองรำชกำรมีไวส้ ำหรับทดรองใช้จ่ำยตำมงบประมำณรำยจำ่ ยดังต่อไปน้ี
1. งบบุคลากร เฉพำะค่ำจ้ำงซึ่งไม่มีกำหนดจ่ำยเป็นงวดแน่นอนเป็นประจำแต่จำเป็นต้องจ่ำยให้ลูกจ้ำงแต่ละวัน
หรอื แตล่ ะครำวเมือ่ เสร็จงำนทจ่ี ้ำง
2. งบดาเนนิ งาน ยกเวน้ คำ่ ไฟฟำ้ และค่ำน้ำประปำ
3. งบกลาง เฉพำะที่จำ่ ยเปน็ เงินสวสั ดิกำรเกีย่ วกับกำรศึกษำของบตุ รและเงินสวัสดกิ ำรท่ีเก่ียวกับกำรรักษำพยำบำล
4. งบอื่น ๆ ทจ่ี ่ำยในลักษณะเช่นเดียวกับ (1) หรือ (2)
ตามระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562 (หมวด 4 กำรใชจ้ ่ำยเงินทดรองรำชกำร)
ข้อ 14 เงนิ ทดรองรำชกำรมีไวส้ ำหรบั ทดรองใช้จ่ำยตำมงบประมำณรำยจ่ำย ดงั ตอ่ ไปนี้
(1) งบบุคลำกรเฉพำะค่ำจ้ำงซึ่งไม่มีกำหนดจ่ำยเป็นงวดแน่นอนเป็นประจำแต่จำเป็นต้องจ่ำยให้ลูกจ้ำงแต่ละวัน
หรือแต่ละครำวเมอ่ื เสร็จงำนท่ีจ้ำง
(2) งบดำเนินงำนยกเว้นค่ำไฟฟ้ำและค่ำน้ำประปำ
(3) งบกลำงเฉพำะท่จี ่ำยเปน็ เงินสวัสดิกำรเกยี่ วกับกำรศกึ ษำบุตร และเงนิ สวัสดกิ ำรเกยี่ วกับกำรรักษำพยำบำล
(4) งบอน่ื ทจ่ี ่ำยในลักษณะเช่นเดียวกบั (1) หรอื (2)
ข้อ 15 กรณีที่มีควำมจำเป็นเร่งด่วนในระยะต้นปีงบประมำณ แต่สำนักงบประมำณยังไม่ได้อนุมัติเงินประจำงวด
ให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณและหน่วยงำนในสังกัดจำ่ ยเงินทดรองรำชกำรไปกอ่ นไดร้ ับอนมุ ตั ิเงนิ จดั สรรก็ได้
5. กำรใช้จ่ำยเงินทดรองรำชกำร (ตอ่ )
ข้อ ๑๖ ในกำรจ่ำยเงนิ ให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณและหน่วยงำนในสังกัดจ่ำยเงินทดรองรำชกำรจำกบัญชีเงินฝำก
ออมทรพั ยต์ ำมขอ้ ๑๒ วรรคหนึง่ ผ่ำนระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ไปเข้ำบัญชีของเจ้ำหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินกรณีมีเหตุขัดข้อง
หรือมีควำมจำเป็นเร่งดว่ น ซง่ึ ไมส่ ำมำรถดำเนินกำรจ่ำยเงนิ ผำ่ นระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ตำมวรรคหน่ึงได้ ใหส้ ่วนรำชกำร
เจ้ำของงบประมำณและหน่วยงำนในสังกัดเปิดบัญชีเงินฝำกกระแสรำยวันกับธนำคำรท่ีฝำกเงินทดรองรำชกำรไว้ตำมข้อ ๑๒
วรรคหนึ่งอีกหนึ่งบัญชีสำหรับกำรสั่งจ่ำยเงินทดรองรำชกำร โดยให้ธนำคำรโอนเงินจำกบัญชีเงินฝำกออมทรัพย์ตำมข้อ ๑๒
วรรคหน่งึ ไปเข้ำบัญชีเงนิ ฝำกกระแสรำยวันเพอื่ จ่ำยเงนิ ตำมเชค็
ข้อ 17 กำรจ่ำยเงินทดรองรำชกำรต้องมีหลักฐำนกำรจ่ำยไว้เพ่ือประโยชน์ในกำรตรวจสอบและเบิกเงินงบประมำณ
รำยจ่ำยชดใช้เงนิ ทดรองรำชกำรกำรปฏิบัติเกี่ยวกับใบสำคัญคูจ่ ่ำยให้เป็นไปตำมระเบียบว่ำด้วยกำรเบิกเงินจำกคลัง กำรรับเงิน
กำรจำ่ ยเงนิ กำรเก็บรักษำเงนิ และกำรนำเงนิ ส่งคลัง
6. กำรเบกิ จำ่ ยเงินยืม
ขอ้ 18 สัญญำกำรยืมเงินให้เป็นไปตำมแบบท่กี ระทรวงกำรคลงั กำหนด
ขอ้ 19 กำรอนมุ ตั กิ ำรจำ่ ยเงนิ ยืมใหเ้ ป็นอำนำจของบุคคล ดงั ตอ่ ไปน้ี
6. กำรเบิกจ่ำยเงนิ ยมื (ตอ่ )
(1) ส่วนรำชกำรในรำชกำรบริหำรส่วนกลำงให้เป็นอำนำจของหัวหน้ำส่วนรำชกำรระดับกรมหรือผู้ท่ีหัวหน้ำ
ส่วนรำชกำรระดับกรมมอบหมำย ซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทบรหิ ำร ประเภทอำนวยกำรประเภทวิชำกำร ระดับชำนำญกำรหรือ
ประเภททวั่ ไป ระดับอำวุโส หรอื เทยี บเทำ่ ข้ึนไป หรอื ผู้ที่มียศต้ังแต่พันโท นำวำโท นำวำอำกำศโท หรือพันตำรวจโทขึ้นไป ส่วนรำชกำร
ในรำชกำรบริหำรส่วนกลำงท่ีมีสำนักงำนอยู่ในส่วนภูมิภำค หรือแยกต่ำงหำกจำกกระทรวง ทบวง กรม หัวหน้ำส่วนรำชกำร
ระดบั กรมจะมอบหมำยใหห้ ัวหนำ้ สำนักงำนเปน็ ผอู้ นมุ ตั สิ ำหรับหน่วยงำนนัน้ ก็ได้
(2) ส่วนรำชกำรในรำชกำรบรหิ ำรสว่ นภมู ิภำคใหเ้ ป็นอำนำจของหวั หนำ้ สว่ นรำชกำรในภมู ิภำค
ข้อ 20 กำรจ่ำยเงินยืมจะจ่ำยได้แต่เฉพำะที่ผู้ยืมได้ทำสัญญำกำรยืมเงิน และผู้มีอำนำจได้อนุมัติให้จ่ำยเงินยืมตำม
สญั ญำกำรยมื เงนิ นั้นแล้วเท่ำนัน้ โดยจำ่ ยผำ่ นระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment)
ขอ้ 21 กำรอนุมัติให้ยืมเงินเพ่ือใช้ในรำชกำร ให้ผู้มีอำนำจพิจำรณำอนุมัติให้ยืมเฉพำะเท่ำท่ีจำเป็น และห้ำมมิให้อนุมัติ
ใหย้ มื เงนิ รำยใหมใ่ นเมือ่ ผ้ยู มื มไิ ด้ชำระคนื เงนิ ยมื รำยเกำ่ ใหเ้ สร็จสนิ้ ไปก่อน
ข้อ 22 กำรจ่ำยเงินยืมจำกเงินทดรองรำชกำรจะจ่ำยได้แต่เฉพำะค่ำใช้จ่ำยที่ได้รับอนุญำตตำมข้อ 9 และงบรำยจ่ำย
หรอื รำยกำรตำมที่กำหนดไว้ในข้อ 14
ข้อ 23 สัญญำกำรยืมเงนิ ใหจ้ ดั ทำขน้ึ สองฉบับพร้อมกับมอบให้ส่วนรำชกำรผู้ให้ยืมเก็บรักษำไว้เป็นหลักฐำนหน่ึงฉบับ
ให้ผู้ยมื เก็บไวห้ นงึ่ ฉบบั
6. กำรเบกิ จ่ำยเงินยมื (ตอ่ )
ขอ้ 24 กำรจำ่ ยเงนิ ยมื เพอ่ื เปน็ คำ่ ใช้จ่ำยในกำรเดนิ ทำงไปรำชกำรในรำชอำณำจกั รใหจ้ ่ำยได้สำหรบั ระยะเวลำกำรเดินทำง
ทไ่ี ม่เกินเกำ้ สิบวนั
ข้อ 25 ใหผ้ ยู้ มื สง่ หลกั ฐำนกำรจ่ำยและเงนิ เหลอื จ่ำยที่ยืมไป (ถ้ำม)ี ภำยในกำหนดระยะเวลำ ดังนี้
(1) กรณีเดินทำงไปประจำต่ำงสำนักงำน หรือกำรเดินทำงไปรำชกำรประจำในต่ำงประเทศหรือกรณีเดินทำงกลับ
ภมู ลิ ำเนำเดิม ให้สง่ แก่ส่วนรำชกำรผูใ้ ห้ยมื โดยทำงไปรษณียล์ งทะเบยี นภำยในสำมสบิ วนั นบั แต่วนั ได้รับเงิน
(2) กรณีเดินทำงไปรำชกำรอื่น รวมท้ังกำรเดินทำงไปรำชกำรต่ำงประเทศช่ัวครำวให้ส่งแก่ส่วนรำชกำรผู้ให้ยืม
ภำยในสบิ ห้ำวันนบั แต่วนั กลบั มำถึง
(3) กำรยืมเงนิ เพือ่ ปฏิบตั ิรำชกำรนอกจำก (1) หรือ (2) ให้สง่ แก่ส่วนรำชกำรผู้ให้ยืมภำยในสำมสิบวันนับแต่วันได้รบั
เงินในกรณีที่ผู้ยืมได้ส่งหลักฐำนกำรจ่ำย เพื่อส่งใช้คืนเงินยืมแล้วมีเหตุต้องทักท้วง ให้ส่วนรำชกำรผู้ให้ยืมแจ้งข้อทักท้วงให้ ผู้ยืม
ทรำบโดยด่วน แล้วให้ผู้ยืมปฏิบัติตำมคำทักท้วงภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันที่ได้รับคำทักท้วง หำกผู้ยืมมิได้ดำเนินกำรตำม คำ
ทักทว้ งและไมไ่ ดช้ ี้แจงเหตุผลให้สว่ นรำชกำรผูใ้ ห้ยืมทรำบ ให้ส่วนรำชกำรผูใ้ หย้ มื ดำเนินกำรตำมเงื่อนไขในสัญญำกำรยืมเงินโดยถือ
วำ่ ผูย้ ืมยังมิไดส้ ง่ ใช้คืนเงนิ ยืมเท่ำจำนวนที่ทักทว้ งนน้ั
ขอ้ 26 เม่อื ผู้ยืมส่งหลกั ฐำนกำรจ่ำยและ/หรอื เงินเหลือจ่ำยท่ียืม (ถ้ำมี) ให้เจ้ำหน้ำที่ผู้รบั คืนบันทึกกำรรับคนื ในสัญญำกำร
ยืมเงินพร้อมท้ังพิมพ์หลักฐำนกำรรับเงินคืนจำกระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ตำมที่กระทรวงกำรคลังกำหนด และ/หรือออก
ใบรับใบสำคญั ตำมแบบที่กรมบญั ชกี ลำงกำหนดใหผ้ ู้ยมื ไวเ้ ปน็ หลักฐำน
6. กำรเบิกจำ่ ยเงนิ ยืม (ตอ่ )
ข้อ 27 ให้ส่วนรำชกำรเก็บรักษำสัญญำกำรยืมเงินซ่ึงยังมิได้ชำระคืนเงินยืมให้เสร็จสิ้นไว้ในท่ีปลอดภัยอย่ำให้สูญหำย
และเมือ่ ผู้ยมื ได้ชำระคืนเงนิ ยมื เสรจ็ สน้ิ แลว้ ให้เกบ็ รกั ษำเชน่ เดยี วกับหลักฐำนกำรจ่ำย
ข้อ 28 ในกรณีท่ีผู้ยืมมไิ ด้ชำระคืนเงินยืมภำยในระยะเวลำที่กำหนด ให้ผู้อำนวยกำรกองคลังเรยี กให้ชดใช้เงินยืมตำมเง่ือนไข
ในสัญญำกำรยืมเงินให้เสร็จส้ินไปโดยเรว็ อย่ำงช้ำไม่เกินสำมสิบวันนับแต่วันครบกำหนดในกรณีท่ีไม่อำจปฏิบัติตำมวรรคหนึ่งได้
ให้ผู้อำนวยกำรกองคลังรำยงำนให้หัวหน้ำส่วนรำชกำรหรือผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด แล้วแต่กรณีทรำบ เพ่ือพิจำรณำสั่งกำรบังคับให้
เป็นไปตำมสญั ญำกำรยืมเงนิ ตอ่ ไป
7. กำรสง่ คืนเงินทดรองรำชกำร
กรณีที่ไม่มีควำมจำเป็นต้องใช้เงินทดรองรำชกำรให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณ นำเงินทดรองรำชกำรส่งคืนคลัง
ภำยใน 15 วนั นบั ตง้ั แตว่ นั ที่หมดควำมจำเป็นตอ้ งใช้เงนิ ทดรองรำชกำร และในสว่ นของกำรรำยงำนบัญชีก็ให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของ
งบประมำณท่ีได้รับเงินทดรองรำชกำรรำยงำนยอดเงินทดรองรำชกำรต่อกรมบัญชีกลำงทุกส้ินปีงบประมำณ ตำมหลักเกณฑ์ท่ี
กรมบญั ชีกลำงกำหนดตำมระเบียบกระทรวงกำรคลังวำ่ ด้วยเงนิ ทดรองรำชกำร พ.ศ.2562 (หมวด 6 กำรส่งคืนเงนิ ทดรองรำชกำร)
ข้อ 29 ในกรณีท่ีหมดควำมจำเป็นต้องใช้เงินทดรองรำชกำร ให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณนำเงินทดรองรำชกำร
สง่ คนื คลังภำยในสบิ หำ้ วันนับตง้ั แตว่ ันทหี่ มดควำมจำเป็นตอ้ งใช้เงินทดรองรำชกำร
8. กำรรำยงำนและกำรบญั ชี
กำรรำยงำนและกำรบัญชีให้ส่วนรำชกำรเจ้ำของงบประมำณที่ได้รบั เงินทดรองรำชกำรรำยงำนยอดเงินทดรองรำชกำร
ต่อกรมบัญชกี ลำงทกุ สน้ิ ปงี บประมำณ ตำมหลกั เกณฑท์ กี่ รมบญั ชกี ลำงกำหนด
ตามระเบยี บกระทรวงการคลงั ว่าด้วยเงนิ ทดรองราชการ พ.ศ. 2562 (หมวด 7 กำรรำยงำนและกำรบัญชี)
ข้อ ๓๐ ใหส้ ว่ นรำชกำรเจ้ำของงบประมำณทไ่ี ด้รับเงินทดรองรำชกำรรำยงำนยอดเงินทดรองรำชกำรต่อกรมบัญชีกลำง
ทกุ สิ้นปงี บประมำณ ตำมหลกั เกณฑ์ วธิ กี ำร และแบบทก่ี ระทรวงกำรคลงั กำหนด
ข้อ ๓๑ กำรบันทกึ บัญชคี วบคมุ เงินทดรองรำชกำร ใหเ้ ป็นไปตำมที่กระทรวงกำรคลังกำหนด
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าดว้ ยเงินทดรองราชการ พ.ศ.2562 (บทเฉพำะกำล)
ข้อ ๓๔ กำรบันทึกบัญชีควบคมุ เงินทดรองรำชกำรที่กระทรวงกำรคลังกำหนดไว้ตำมระเบียบกระทรวงกำรคลังว่ำด้วย
เงนิ ทดรองรำชกำร พ.ศ. 2547 ให้ใช้ไปพลำงก่อน จนกวำ่ จะได้กำหนดให้เปน็ ไปตำมระเบียบนี้
ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยเงนิ ทดรองราชการ
พ.ศ. ๒๕๖๒
ฐาน
อานาจ
พระราชบญั ญตั วิ นิ ยั การเงนิ การคลงั ของรฐั
พ.ศ. ๒๕๖๑
ใชบ้ งั คบั ๒๐ เม.ย. ๒๕๖๑
พระราชบญั ญตั วิ นิ ยั การเงนิ การคลงั ของรฐั
พ.ศ. ๒๕๖๑
มาตรา ๔๑ ใหร้ ฐั มนตรมี อี านาจสง่ั จา่ ยเงนิ จากคลงั เป็ นเงนิ ทดรองราชการ เพอื่ ให้
สว่ นราชการใชท้ ดรองจา่ ยเป็ นคา่ ใชจ้ า่ ยปลกี ยอ่ ย หรอื เป็ นคา่ ใชจ้ า่ ยในการปฏบิ ตั ริ าชการ
ในตา่ งประเทศหรอื ตามขอ้ ผูกพนั ในการกูเ้ งนิ จากตา่ งประเทศ หรอื เป็ นกรณีจาเป็ นเร่งดว่ น
ทไี่ มส่ ามารถรอการเบกิ เงนิ จากงบประมาณได้ ทงั้ น้ี ตามระเบยี บทรี่ ฐั มนตรกี าหนดโดยความเห็นชอบ
ของคณะรฐั มนตรี
ทไ่ี ดจ้ า่ ยไปนน้ั ในโอเมอ่ื สว่ นราชการไดจ้ า่ ยเงนิ ทดรองราชการแลว้ ใหเ้ บกิ เงนิ ชดใชเ้ งนิ
ทดรองราชการกาสแรกทก่ี ระทาได้
ภาพรวม
ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยเงนิ ทดรองราชการ พ.ศ. ๒๕๖๒
หมวด ๑ เงนิ ทดรองราชการ หมวด ๕ การเบกิ จา่ ยเงนิ ยมื
หมวด ๒ การเบกิ เงนิ ทดรองราชการ หมวด ๖ การสง่ คนื เงนิ ทดรองราชการ
หมวด ๓ การเก็บรกั ษาเงนิ ทดรองราชการ หมวด ๗ การรายงานและการบญั ชี
หมวด ๔ การใชจ้ า่ ยเงนิ ทดรองราชการ
บทเฉพาะกาล
สว่ นราชการ
หมายความวา่
กระทรวง ทบวง กรม หรอื สว่ นราชการทเี่ รยี กชอื่ อยา่ งอน่ื
และมฐี านะเป็ นกรม
สว่ นราชการเจา้ ของงบประมาณ
หมายความวา่
สว่ นราชการทไ่ี ดร้ บั งบประมาณรายจา่ ยไมว่ า่ จะเป็ นงบประมาณรายจา่ ยทต่ี ง้ั ไว้
สว่ นราชการผเู้ บกิ
หมายความวา่
สว่ นราชการซง่ึ เบกิ เงนิ กบั กรมบญั ชกี ลางหรอื สานกั งานคลงั จงั หวดั
หมวด ๑
เงนิ ทดรองราชการ
๑. การกาหนดจานวนเงนิ ทดรองราชการใหส้ ว่ นราชการ
๒. การพจิ ารณาเพมิ่ ลด หรอื ยกเลกิ วงเงนิ ทดรองราชการ
๓. การแบง่ สรรเงนิ ทดรองราชการ
๔. การกาหนดเงนิ ทดรองราชการ กรณีทม่ี เี หตพุ เิ ศษ
การกาหนดจานวนเงนิ ทดรองราชการใหส้ ว่ นราชการ
สว่ นราชการ สว่ นราชการ
เจา้ ของ เจา้ ของ
งบประมาณ งบประมาณ
กระทรวงการคลงั โดยคานงึ ถงึ
พจิ ารณาจานวน ๑. ความเหมาะสมและความ
เงนิ ทดรองราชการ
จาเป็ นของสว่ นราชการ
๒. ฐานะการคลงั ของประเทศ
สว่ นราชการ สว่ นราชการ
เจา้ ของ เจา้ ของ
งบประมาณ งบประมาณ
การเพม่ิ ลด หรอื ยกเลกิ วงเงนิ ทดรองราชการ
สว่ นราชการเจา้ ของงบประมาณหรอื หนว่ ยงานในสงั กดั
สง่ รายงานการใชจ้ า่ ย โดยคานงึ ถงึ
เงนิ ทดรองราชการ ๑. ความเหมาะสมและความ
ตามท ่ี จาเป็ นของสว่ นราชการ
กระทรวงการคลงั ๒. ฐานะการคลงั ของประเทศ
กาหนด
กรมบญั ชกี ลาง
หนงั สอื กรมบญั ชกี ลาง ที่ กค ๐๔๐๖.๓/ว ๑๒๖ ลงวนั ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๓
หลกั เกณฑก์ ารพจิ ารณาอนมุ ตั วิ งเงนิ ทดรองราชการ
๑. กรณีสว่ นราชการทเี่ ป็ นหนว่ ยเบกิ จา่ ยใหม่
๒. กรณีสว่ นราชการขอเพม่ิ วงเงนิ ทดรองราชการ
๓. กรณีสว่ นราชการขออนญุ าตเก็บรกั ษาเกนิ กวา่ วงเงนิ ทก่ี าหนด
หนงั สอื กรมบญั ชกี ลาง ที่ กค ๐๔๐๖.๓/ว ๑๒๖ ลงวนั ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๓
ขอ้ มลู ประกอบการพจิ ารณา
๑. สถติ กิ ารใชจ้ า่ ยเงนิ ทดรองราชการยอ้ นหลงั ๖ เดอื น
๒. ระยะเวลาการเบกิ เงนิ งบประมาณชดใชเ้ งนิ ทดรองราชการ
๓. วงเงนิ ทดรองราชการทไี่ ดร้ บั อนมุ ตั ไิ วเ้ ดมิ หรอื กรณีใหม้ คี รง้ั แรก
๔. อตั รากาลงั ขา้ ราชการ ลกู จา้ ง และผมู้ สี ทิ ธริ บั บานาญ
๕. ภารกจิ ในการปฏบิ ตั งิ านทจี่ าเป็ นตอ้ งใชเ้ งนิ ทดรองราชการ
หนงั สอื กรมบญั ชกี ลาง ท่ี กค ๐๔๐๖.๓/ว ๑๒๖ ลงวนั ท่ี ๕ เมษายน ๒๕๕๓
๑. กรณีสว่ นราชการทเ่ี ป็ นหนว่ ยเบกิ จา่ ยใหม่ พจิ ารณาโดยเทยี บเคยี ง
กบั หนว่ ยงานทม่ี ลี กั ษณะงานและภารกจิ ในการปฏบิ ตั เิ หมอื นกนั
หนงั สอื กรมบญั ชกี ลาง ที่ กค ๐๔๐๖.๓/ว ๑๒๖ ลงวนั ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๓
๒. กรณีสว่ นราชการขอเพม่ิ วงเงนิ ทดรองราชการ
๒.๑ มกี ารใชจ้ า่ ยเฉลยี่ ยอ้ นหลงั ๖ เดอื น ตา่ กวา่ หรอื เทา่ กบั วงเงนิ เดมิ
และมกี ารเบกิ เงนิ งบประมาณชดใชเ้ งนิ ทดรองราชการ
(๑) ๑ ครงั้ ตอ่ เดอื น ใหม้ วี งเงนิ เทา่ เดมิ
(๒) มากกวา่ ๑ ครง้ั ตอ่ เดอื นจะพจิ ารณาเพม่ิ วงเงนิ ให้
หนงั สอื กรมบญั ชกี ลาง ท่ี กค ๐๔๐๖.๓/ว ๑๒๖ ลงวนั ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๓
๒.๒ มกี ารใชจ้ า่ ยเฉลย่ี ยอ้ นหลงั ๖ เดอื น สงู กวา่ วงเงนิ เดมิ
และมกี ารเบกิ เงนิ งบประมาณชดใชเ้ งนิ ทดรองราชการ
(๑) ๑ - ๒ ครง้ั ตอ่ เดอื น จะพจิ ารณาเพมิ่ วงเงนิ ให้
(๒) นอ้ ยกวา่ ๑ ครงั้ ตอ่ เดอื น มวี งเงนิ เทา่ เดมิ
หนงั สอื กรมบญั ชกี ลาง ที่ กค ๐๔๐๖.๓/ว ๑๒๖ ลงวนั ท่ี ๕ เมษายน ๒๕๕๓
๓. กรณีสว่ นราชการขออนญุ าตเก็บรกั ษาเกนิ กวา่ วงเงนิ ทก่ี าหนด
หากมกี ารใชจ้ า่ ยเฉลยี่ ยอ้ นหลงั ๖ เดอื น สงู กวา่ วงเงนิ ทขี่ ออนุญาตเก็บรกั ษาฯ
จะพจิ ารณาใหเ้ ก็บรกั ษาฯ ตามทขี่ อตกลง แตถ่ า้ มกี ารใชจ้ า่ ยเฉลย่ี แตล่ ะเดอื น
ตา่ กวา่ วงเงนิ ทขี่ ออนญุ าตเก็บรกั ษา จะพจิ ารณาตามความจาเป็ น
การลดหรอื ยกเลกิ เงนิ ทดรองราชการ
- ใหส้ ว่ นราชการเจา้ ของงบประมาณนาเงนิ ทดรอง
สง่ คนื คลงั ทนั ที
- กระทรวงการคลงั อาจใหห้ กั ส่งจากเงนิ ทเี่ บกิ
เพอ่ื ชดใชเ้ งนิ ทดรองราชการ
การแบง่ สรรเงนิ ทดรองราชการ
สว่ นราชการเจา้ ของงบประมาณ แจง้ ให้
กระทรวงการคลงั ทราบ
แบง่ สรร ทกุ ครงั้ ทม่ี กี ารแบง่
เงนิ ทดรอง สรรหรอื เปลย่ี นแปลง
ราชการทไี่ ดร้ บั
อนุญาตจาก การแบง่ สรร
กระทรวงการคลงั
หนว่ ยงานในสงั กดั
กรณีทม่ี ี
เหตพุ เิ ศษ
กระทรวงการคลงั อนญุ าตเป็ นการเฉพาะเรอื่ ง
นอกเหนอื จากทก่ี าหนดไวใ้ นขอ้ ตามระเบยี บฯ ขอ้ ๑๔
หมวด ๒
การเบกิ เงนิ ทดรองราชการ
การเบกิ เงนิ จากคลงั เป็ นเงนิ ทดรองราชการ ใหห้ วั หนา้ สว่ นราชการผเู้ บกิ
หรอื ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมายเป็ นผเู้ บกิ เงนิ จากคลงั
ผูเ้ บกิ เงนิ ทดรองราชการใหเ้ ป็ นไปตามระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ย
การเบกิ เงนิ จากคลงั การรบั เงนิ การจา่ ยเงนิ การเก็บรกั ษาเงนิ และการนาเงนิ
สง่ คลงั
หมวด ๓
การเก็บรกั ษาเงนิ ทดรองราชการ
การเก็บรกั ษาเงนิ ทดรองราชการ
สว่ นราชการ สว่ นราชการ หนว่ ยงาน วธิ กี ารเก็บรกั ษาเงนิ ใหถ้ อื ปฏบิ ตั ิ
ผเู้ บกิ ผเู้ บกิ ใน ยอ่ ย ตามระเบยี บกระทรวงการคลงั
วา่ ดว้ ยการเบกิ เงนิ จากคลงั การรบั เงนิ
ในสว่ นกลาง สว่ นภมู ภิ าค การจา่ ยเงนิ การรเก็บรกั ษาเงนิ
และการนาเงนิ สง่ คลงั
แหง่ ละไมเ่ กนิ แหง่ ละไมเ่ กนิ
แหง่ ละไมเ่ กนิ ๓๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐ บาท
๑๐๐,๐๐๐บาท
* สว่ นราชการมคี วามจาเป็ นตอ้ งเก็บรกั ษาเงนิ ทดรองราชการเป็ นเงนิ สดเกนิ กวา่ ทก่ี าหนดให้
ขอทาความตกลงกบั กระทรวงการคลงั
การเก็บรกั ษาเงนิ ทดรองราชการ
วธี เี ก็บรกั ษาเงนิ สดเกนิ กวา่ ทร่ี ะเบยี บฯ กาหนด
ฝากธนาคารทเี่ ป็ นรฐั วสิ าหกจิ
ประเภทบญั ชเี งนิ ฝากออมทรพั ย์
ดอกเบย้ี ทเ่ี กดิ จากการนาเงนิ ทดรองราชการฝากไวก้ บั ธนาคาร
ใหน้ าสง่ คลงั เป็ นรายไดแ้ ผน่ ดนิ
หมวด ๔
การใชจ้ า่ ยเงนิ ทดรองราชการ
การใชจ้ า่ ยเงนิ ทดรองราชการ
๑. งบบุคลากร เฉพาะ ค่าจา้ งซึง่ ไม่มกี าหนดจ่า ย
เป็ นงวดแนน่ อนเป็ นประจา แตจ่ าเป็ นตอ้ งจา่ ยใหล้ กู จา้ ง
แตล่ ะวนั หรอื แตล่ ะคราว เมอื่ เสร็จงานทจ่ี า้ ง
๒. งบดาเนนิ งาน ยกเวน้ คา่ ไฟฟ้ า และคา่ นา้ ประปา
๓. งบกลาง เฉพาะทจ่ี า่ ยเป็ นเงนิ สวสั ดกิ ารเกย่ี วกบั
การศกึ ษาของบุตรและเงนิ สวสั ดกิ ารเกย่ี วกบั การ
รกั ษาพยาบาล
๔. งบอนื่ ทจ่ี า่ ยในลกั ษณะเดยี วกบั ๑ หรอื ๒
การใชจ้ า่ ยเงนิ ทดรองราชการในชว่ งตน้ ปี งบประมาณ
กรณีทม่ี คี วามจาเป็ นเรง่ ดว่ นในระยะตน้ ปี งบประมาณ
แตส่ านกั งบประมาณยงั ไมไ่ ดอ้ นุมตั เิ งนิ จดั สรรให้
สว่ นราชการเจา้ ของงบประมาณและหนว่ ยงาน
ในสงั กดั จา่ ยเงนิ ทดรองราชการไปกอ่ นไดร้ บั อนุมตั ิ
เงนิ จดั สรรก็ได้
การจา่ ยเงนิ ทดรองราชการ
สว่ นราชการเจา้ ของงบประมาณ บญั ชเี งนิ ฝากออมทรพั ย์
และหนว่ ยงานในสงั กดั E-payment
บญั ชเี จา้ หน/ี้ ผมู้ สี ทิ ธิ
กรณีมเี หตขุ ดั ขอ้ ง/ การจา่ ยเงนิ ทดรองราชการ
มคี วามจาเป็ นเรง่ ดว่ น
บญั ชเี งนิ ฝากออมทรพั ย์
สว่ นราชการเจา้ ของงบประมาณ/ บญั ชเี งนิ ฝากกระแสรายวนั
หนว่ ยงานในสงั กดั
เช็ค บญั ชเี จา้ หน/้ี ผมู้ สี ทิ ธิ
หลกั ฐานการจา่ ยเงนิ ทดรองราชการ
การจา่ ยเงนิ ทดรองราชการตอ้ งมหี ลกั ฐานการจา่ ยไวเ้ พอื่ ประโยชน์
ในการตรวจสอบ และเบกิ เงนิ งบประมาณรายจา่ ยชดใชเ้ งนิ ทดรองราชการ
การปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั หลกั ฐานการจา่ ยเงนิ ทดรองราชการใหถ้ อื ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บ
กระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการเบกิ เงนิ จากคลงั การรบั เงนิ การจา่ ยเงนิ การเก็บรกั ษาเงนิ
และการนาเงนิ สง่ คลงั
หมวด ๕
การเบกิ จา่ ยเงนิ ยมื
ผมู้ อี านาจอนมุ ตั กิ ารจา่ ยเงนิ ยมื
สว่ นราชการในราชการบรหิ าร หวั หนา้ ส่วนราชการระดบั กรม หรอื ผูท้ หี่ วั หนา้ สว่ นราชการระดบั
สว่ นกลาง กรมมอบหมาย ซง่ึ ดารงตาแหนง่ ประเภทบรหิ าร ประเภทอานวยการ
ประเภทวชิ าการ ระดบั ชานาญการ หรอื ประเภททว่ั ไป ระดบั อาวโุ ส
สว่ นราชการในราชการบรหิ าร หรอื เทยี บเทา่ ขนึ้ ไป หรอื ผทู้ ม่ี ยี ศตงั้ แตพ่ นั โท นาวาโท นาวาอากาศโท
สว่ นกลางทมี่ สี านกั งานอยใู่ น หรอื พนั ตารวจโทขนึ้ ไป
สว่ นภมู ภิ าค หรอื แยกตา่ งหาก
หวั หนา้ สว่ นราชการระดบั กรมจะมอบหมายใหห้ วั หนา้
จากกระทรวง ทบวง กรม สานกั งานเป็ นผอู้ นมุ ตั จิ า่ ยเงนิ ก็ได้
สว่ นราชการในราชการบรหิ าร หวั หนา้ สว่ นราชการในภมู ภิ าค
สว่ นภมู ภิ าค
การเบกิ จา่ ยเงนิ ยมื
การจา่ ยเงนิ ยมื จะจา่ ยไดแ้ ตเ่ ฉพาะทผี่ ยู้ มื ไดท้ าสญั ญาการยมื เงนิ
และผมู้ อี านาจไดอ้ นมุ ตั ใิ หจ้ า่ ยเงนิ ยมื ตามสญั ญาการยมื เงนิ นน้ั แลว้ เทา่ นน้ั
โดยจา่ ยผา่ นระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (e-Payment)
การเบกิ จา่ ยเงนิ ยมื
๑. สญั ญายมื ตามแบบทก่ี ระทรวงการคลงั กาหนด
๒. สญั ญายมื ทา ๒ ฉบบั
•ผยู้ มื เก็บ ๑ ฉบบั
•สว่ นราชการเก็บ ๑ ฉบบั
๓. เงอื่ นไขการจา่ ยเงนิ ยมื
•ใหย้ มื เฉพาะเทา่ ทจี่ าเป็ น
•หา้ มไมใ่ หย้ มื ครงั้ ใหม่ หากยงั ไมล่ า้ งครง้ั เกา่
•คา่ ใชจ้ า่ ยทไี่ ดร้ บั อนญุ าตตามระเบยี บฯ ขอ้ ๙ และงบรายจา่ ย
ตามทก่ี าหนดไวใ้ นขอ้ ๑๔
•การจา่ ยเงนิ ยมื เป็ นคา่ ใชจ้ า่ ยในการเดนิ ทางไปราชการใน
ราชอาณาจกั รไมเ่ กนิ ๙๐ วนั
การเบกิ จา่ ยเงนิ ยมื
กาหนดสง่ ใบสาคญั
๑. เดนิ ทางไปประจาตา่ งสานกั งาน : สง่ ทางไปรษณียล์ งทะเบยี นภายใน
หรอื เดนิ ทางไปประจาในตา่ งประเทศ ๓๐ วนั นบั จากวนั ไดร้ บั เงนิ
หรอื เดนิ ทางกลบั ภมู ลิ าเนาเดมิ
๒. เดนิ ทางไปราชการอน่ื : สง่ ภายใน ๑๕ วนั นบั จากวนั กลบั มาถงึ
เดนิ ทางไปราชการตา่ งประเทศชว่ั คราว
๓. ปฏบิ ตั ริ าชการอน่ื นอกจาก (๑) – (๒) : สง่ ภายใน ๓๐ วนั นบั
จากวนั ไดร้ บั เงนิ
การเบกิ จา่ ยเงนิ ยมื
กรณีมเี หตทุ กั ทว้ ง
สว่ นราชการ แจง้ ขอ้ ทกั ทว้ ง ผยู้ มื มไิ ดด้ าเนนิ การตามคาทกั ทว้ ง
และไมไ่ ดช้ แ้ี จงเหตผุ ล
โดยดว่ น
ปฏบิ ตั ติ ามคาทกั ทว้ ง
ภายใน ๑๕ วนั นบั แตว่ นั ที่
ไดร้ บั คาทกั ทว้ ง
ดาเนนิ การตามเงอื่ นไขในสญั ญา สว่ นราชการ
การยมื เงนิ โดยถอื วา่ ผยู้ มื ยงั ไมส่ ง่
ใชค้ นื เงนิ ยมื เทา่ จานวนทที่ กั ทว้ ง
การเบกิ จา่ ยเงนิ ยมื
การใชค้ นื เงนิ ยมื
ผยู้ มื สง่ หลกั ฐานการจา่ ยและ/หรอื เงนิ เหลอื จา่ ยทยี่ มื (ถา้ ม)ี ใหเ้ จา้ หนา้ ท่ี
ผรู้ บั คนื บนั ทกึ การรบั คนื ในสญั ญาการยมื เงนิ พรอ้ มทงั้ พมิ พห์ ลกั ฐานการรบั
เงนิ คนื จากระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (e-Payment) และ/หรอื ออกใบรบั ใบสาคญั
ใหผ้ ยู้ มื ไวเ้ ป็ นหลกั ฐาน
สว่ นราชการเก็บรกั ษาสญั ญาการยมื เงนิ ทย่ี งั ไมช่ าระเงนิ คนื เงนิ ยมื ใหเ้ สร็จสน้ิ
ไวใ้ นทป่ี ลอดภยั
การเบกิ จา่ ยเงนิ ยมื
กรณีไมช่ าาระคนื เงนิ ยมื เรยี กใหช้ ดใชเ้ งนิ ยมื ผยู้ มื
ภายในระยะเวลาทกี่ าหนด ตามสญั ญายมื เงนิ
โดยเร็ว
โดยเร็ว อยา่ งชา้ ไมเ่ กนิ ๓๐ วนั รายงานหวั หนา้
นบั แตว่ นั ครบกาหนด สว่ นราชการ/
ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
ผอ.กองคลงั
พจิ ารณาสง่ั การ
ไมส่ ามารถเรยี กใหช้ ดใช้ บงั คบั ตามสญั ญา
ภายใน ๓๐ วนั
การยมื เงนิ
หมวด ๖
การสง่ คนื เงนิ ทดรองราชการ
การสง่ คนื เงนิ ทดรองราชการ
สว่ นราชการ สง่ คนื เงนิ ทดรองราชการ คลงั
เจา้ ของ ภายใน ๑๕ วนั ทาการนบั แต่
วนั ทหี่ มดความจาเป็ น
งบประมาณ