The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by warunee, 2020-04-24 04:20:04

E-book วารสาร เขา ป่า นา เล

วารสาร เขา ป่า นา เล

พบผอู้ ่าน

เรียน.....ผู้อ่านที่เคารพทุกทา่ น

เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ฉบับแรกของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา
สงขลาเขต 1 ท่ีได้จัดทาข้ึนเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ข่าวสารและวิทยาการใหม่ๆ และรายละเอียดสาคัญในการจัดการ
ของจังหวัดสงขลาและของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องเก่ียวเนื่องกับการจัดการศึกษา
ในศตวรรษท่ี 21 และความสมั พนั ธร์ ะหว่างสถานศึกษา ชมุ ชน ผูป้ กครอง และนักเรยี น

ในยุคปัจจุบันเข้าสู่ช่วงวิกฤตโลก COVID – 19 ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหน่ึงที่ประสบปัญหาและ
เป็นประเทศหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว มีเหตุการณ์เกิดข้ึนในพ้ืนที่ ชุมชน ผู้ปกครอง ได้เข้าไปแก้ปัญหา
ป้องกันได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ด้วยความสามารถของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และหน่วยงาน
ทเ่ี กยี่ วข้องได้การดาเนนิ การไดอ้ ย่างทนั ท่วงที จนเปน็ ภาพปรากฏใหเ้ หน็ ชัดว่า ความร่วมมือร่วมใจสาคัญท่สี ดุ ในยุคปัจจุบนั

ในส่วนของการจัดการศึกษา ได้มีการเตรียมการในช่วงปิดภาคเรียนและต้อนรับเปิดเทอมใหม่
ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยความร่วมมือของคุณครู ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และผู้ปกครองในการส่งเสริมสนับสนุน
ให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทั้งน้ีถึงแม้ว่ามีการให้อยู่บ้านปลอดเชื้อเพื่อชาติ แต่นักเรียนและผู้ปกครอง
ได้ให้ความร่วมมือกับคุณครู ศึกษานิเทศก์ ในการจัดการเรียนการสอนอยู่ท่ีบ้านอย่างต่อเนื่อง เป็นท่ีน่าชื่นชม
และผู้ปกครองได้ให้ความสาคัญกับเร่ืองน้ีเป็นอย่างย่ิง คิดว่าประเทศไทยคงรอดพ้นจากภัยพิบัตินี้โดยเร็ว และวารสาร
เขา ป่า นา เล ฉบับนี้จะมีส่วนสาคัญในการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนและเผยแพร่ความรู้ให้กับผู้สนใจ
เพอื่ ใช้เป็นประโยชน์ในการดาเนนิ ชวี ติ รวมท้ังประชาสัมพนั ธ์ข่าวสารทางการศึกษาเพอ่ื สร้างการรับรู้ไปยังชุมชนสังคมตอ่ ไป

ต้องขอขอบคุณ รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
บุคลากรที่ช่วยกันจัดทาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับน้ีได้อย่างสมบูรณ์ต่อเนื่องกันและคิดว่าประโยชน์ท่ีได้รับจะเป็น
การสร้างกาลงั ใจใหก้ บั ผเู้ ขยี นในฉบับต่อไป

ท้ายที่สุดน้ี ขออวยพรให้ทุกคนจงรอดพ้นจากภัยพิบัติและมีความสุขความเจริญมีความก้าวหน้า
ในตาแหนง่ มีสขุ ภาพกายจิตใจที่สมบรู ณต์ ลอดกาล

ขอขอบคุณ

(นายประสทิ ธ์ิ หนกู ุง้ )
ผ้อู านวยการสานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1

ปรายหน้าบท

ทา่ นผ้อู า่ นทเี่ คารพทกุ ท่าน วารสารเขา ป่า นา เล หา่ งหายจากทุกท่านไประยะหน่ึง ด้วยเหตุท่ี
ทางวารสารต้องการปรับเปล่ียนรูปแบบและเนื้อหาให้น่าสนใจและเหมาะกับ ยุคสื่อดิจิทัล ดังนั้นการจัดทาในรอบนี้
จึงออกมาในรูปแบบของ หนังสืออิเลคทรอนิคส์ (E-Book) เพ่ือให้สะดวกต่อการอ่าน การติดตามของทุกท่าน ได้ทุกท่ี
ทกุ เวลา

ฉบับน้ีเราคัดเลือกเนื้อหาท่ีน่าสนใจ และมีสาระดี ๆ เช่นเดิม และเพ่ิมเติมความรู้ท่ีทันสมัย
ให้ทุกท่านนาไปปรับใช้ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ท้ังน้ีเรายังเน้นความเป็นสงขลา ให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้ทุกแง่มุม
เช่น คอลัมน์ “เท่ทุกที่ที่บ้านเรา” นอกจากนี้ยังได้เสนอผลงานท่ีส่ือถึงความสามารถของนักเรียน คุณครู
และสถานศกึ ษา เช่นเดิมในคอลมั นเ์ วทเี ยาวชน คอลมั นร์ อบรว้ั โรงเรยี น

ท่ามกลางสถานการณ์ที่คนไทยและคนทั่วโลกต้องเผชิญกับโรคระบาดอุบัติใหม่ Covid-19
ต้องช่ืนชมทุกๆ ท่านที่ให้ความร่วมมือกับมาตรการทุกมาตรการที่รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และจังหวัดสงขลา
ได้ประกาศออกมาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดต่อ ทีมงานหวังเป็นอย่างย่ิงว่า “วารสาร เขา ป่า นา เล”
จะเปน็ แหลง่ ความรู้ และสาระดๆี ในสถานการณ์เช่นน้ี

“ แลว้ เราจะผา่ นวิกฤตนิ ี้ไปดว้ ยกนั คะ่ ”

ดร.อรทยั เกิดภิบาล
รองผอู้ านวยการ สพป. สงขลา เขต 1

โดย...ศน.จตพุ ร จันทรเ์ รือง
ศกึ ษานเิ ทศกช์ านาญการ

กระบวนการเรยี นรู้ “Friday is a Fly Day”
“Every day is a Fly Day :

เป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษาของทุกประเทศท่ัวโลก ต่างก็ต้องการสร้างประชากร
ของตนเองใหเ้ ปน็ “พลเมืองตื่นรู้ : Active Citizens” โดยเฉพาะประเทศไทยปกครองดว้ ยระบอบประชาธปิ ไตย
ต้องสร้างประชากรทุกคนให้เป็นพลเมืองประชาธิปไตย นั่นคือ พลเมืองรับผิดชอบพลเมืองมีส่วนร่วม
พลเมืองสรา้ งความเปน็ ธรรมในสงั คม พลเมืองรูเ้ ท่าทนั สื่อ เคารพความแตกต่าง แก้ปัญหาด้วยสันติวิธี และเป็น
มติ รกบั สิ่งแวดลอ้ มหรือที่เรียกวา่ “สมรรถนะของบุคคล” นนั่ เอง

เสถียร พนั ธง์ าม…ผอู้ านวยการโรงเรยี นเมอื งคง (คงคาวทิ ยา)
สพป.ศรสี ะเกษ เขต 2

Active Learning หรือ การเรียนรู้เชิงรุก หมายถึง การเรียนการสอนท่ีผู้เรียนมีอิสระในการเรียน

และมีการควบคุมตัวเองอยู่ในระดับสูง ผู้สอนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยลักษณะของกิจกรรมจะครอบคลุม
กระบวนการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจัดกิจกรรมเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มเล็กๆ ลักษณะการสอนตรงกันข้ามกับการสอนแบบบรรยาย
และประกอบด้วย กิจกรรมต่างๆ ท่ีกระตุ้น จูงใจผู้เรียน ทาให้ผู้เรียนเกิดทักษะด้านการติดต่อส่ือสาร เกิดความรู้สึกสนุกสนาน
ขณะเรียน เกิดทัศนคติทางบวกในการเรียนเพิ่มขึ้น และเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ผู้เรียนมีกิจกรรมร่วมกันในลักษณะ
ของการร่วมแรงร่วมใจ ไดท้ างานเป็นกลมุ่ โดยมปี ฏิสัมพันธ์ซงึ่ กนั และกัน และนกั เรยี นไดแ้ ลกเปลีย่ นความคิดเหน็ ซง่ึ กนั และกนั

รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (Active Learning)
ครอบคลุมวิธกี ารจดั การเรียนรูห้ ลากหลายวธิ ี เชน่

การเรยี นรโู้ ดยใช้กิจกรรมเปน็ ฐาน (Activity-Based Learning)

การเรยี นรูเ้ ชิงประสบการณ์ (Experiential Learning)

การเรียนรู้โดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (Problem-Based Learning)

การเรยี นรโู้ ดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project-Based Learning)

การเรียนรู้ทีเ่ นน้ ทักษะกระบวนการคดิ (Thinking Based Learning)

การเรียนรู้การบรกิ าร (Service Learning)

การเรยี นรจู้ ากการสบื คน้ (Inquiry-Based Learning)

การเรียนรดู้ ว้ ยการค้นพบ (Discovery Learning)

โรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) เป็นโรงเรียนที่มีการเปล่ียนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนจากแบบเดิม

คือการให้นักเรียนเรียนแบบท่องจา มงุ่ เน้นการสอนความรู้จากการเรียนแบบท่องจานาไปสอบ และเห็นว่าการเรียนการสอนแบบเดิม
ไมต่ อบโจทย์ต่อการเปลีย่ นแปลงของโลกยุคปัจจุบัน ในศตวรรษท่ี 21 จึงนาหลักการเรียนการสอนแบบ Active Learning มาศึกษา
วิเคราะห์ แล้วนากระบวนการมาปรับเปล่ียนให้เหมาะสมกับผู้เรียนและครูผู้สอน โดยท่ีไม่จาเป็นต้องยึดโยงกับห้องเรียน โดยให้มี
การเรียนการสอนนอกห้องเรียน ซึ่งเป็นการเน้นกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยการให้เกิดการแสวงหาความรู้ ค้นคว้าร่วมกัน

ของผเู้ รียนและครูผ้สู อน จงึ เกดิ การออกแบบนวัตกรรมการเรยี นรู้ “Friday is a Fly Day”

“Friday is a Fly Day” วันศกุ รค์ ือวนั โบยบนิ

ปีการศึกษา 2558 ในภาคเรียนที่ 2 ทดลองกับนักเรียนบางชั้น โดยเปิดโอการให้นักเรียนได้ออกแบบการเรียนรู้
การวางแผน การเตรียมตัว รูปแบบของการเรียนด้วยตนเอง มีการออกไปเรียนรู้ในชุมชน อย่างเช่น การออกไปสังเกต เก็บ ข้อมูล
การปลูกผักท่ีเป็นอาชีพส่วนใหญ่ของชุมชน โดยท่ีนักเรียนจะเก็บข้อมูลการปลูกผักด้วยการจด บันทึก และเม่ือเก็บข้อมูล
ได้ตามท่ีต้องการ นักเรียนจะกลับมาถอดบทเรียนในสิ่งท่ีได้รับรู้มา โดยการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ด้วยความเข้าใจของตนเอง
ซงึ่ ครผู ้สู อนจะอานวยการในกระบวนนเ้ี พอื่ ใหเ้ กิดการแลกเปลย่ี นเรียนรรู้ ่วมกันของนักเรยี นที่แต่ละคนได้ข้อมูลมา

ในปีการศึกษา 2559 จากนโยบายลดเวลาเรียน

เพ่ิมเวลารู้ ได้มีการจัดประชุมหารือร่วมกัน ระหว่างผู้บริหาร ครู
คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน
ในการนากระบวนการเรียนรู้ “Friday is a Fly Day” มาเป็น
นวัตกรรมของโรงเรียน ดาเนินกิจกรรมตามกระบวนการในวันศุกร์
ตลอดทงั้ วัน

กา ร ขั บ เ ค ลื่ อ น ที่ ส า คั ญ ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร น้ี คื อ . . . . ก า ร ท่ี ค รู
มีความเข้าใจที่จะให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้
เพ่ือท่ีจะดาเนินกิจกรรมตามความต้องการที่จะเรียนรู้ของตนเอง
ลักษณะกิจกรรมนี้ให้เสรีและอิสระกับนักเรียนและครูใน การจัดการ
วางแผน การเตรียมการ ในประเด็นที่ต้องการการเรียนรู้ รวมถึงการให้
อิสระในการแต่งกายในการทากิจกรรมด้วย ซ่ึงจากการดาเนินตลอด
ระยะเวลา 1 ปีนี้ ได้ผลลัพธ์ที่ดี เพราะว่านักเรียนมีความสุข มีความ
สนุก และความกระตือรือร้นในการที่จะทากิจกรรมท่ีตนเองมีส่วนร่วม
ในการออกแบบ การวางแผนเปน็ อย่างมาก

ปีการศึกษา 2560 –2561 ได้ทาการขยายกระบวนการ
เรียนรู้ “Friday is a Fly Day” สู่การจัดการเรียนรู้ให้เป็นวิถีปกติ
ของโรงเรียนในรูปแบบของการบูรณาการ โดยการนา 5 วิชา ได้แก่
วิชาสังคมศึกษา วิชาสุขศึกษาและพละศึกษา วิชาศิลปะ วิชาการงาน
อาชีพและวิชาพลเมือง มาบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนวิชาทักษะ
พื้นฐาน 4 วิชา คือ วิชาภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์
และวชิ าภาษาองั กฤษยังคงเปน็ การเรียนการสอนแบบทั่วไป

ในปีการศึกษา 2562 โรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) ได้ประกาศใช้นวัตกรรมกระบวนการ
“Friday is a Fly Day : วันศุกร์ คือ วนั โบยบนิ ” สู่

“Every day is a Fly Day : ทุก ๆ วัน คอื วันโบยบิน”

ดาเนินการจัดตารางการเรียนรู้เป็นรูปแบบบูรณาการ โดยเป็นการบูรณาการท่ีมีการเชื่อมโยงกับการดารงชีวิต
ประเด็นที่ผู้เรียนสนใจ สถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนในปัจจุบัน ซึ่งนักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ในเชิงการสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์และ แลกเปล่ียนความคิดเห็นจากการสืบค้น ค้นคว้าด้วยตนเอง ซ่ึงเรียกว่าการถอดบทเรียน โดยเชื่อมโยงสู่การเรียนรู้
4H ได้แก่ Heard : คุณธรรม/เจตคติ/คุณค่า/ท่าที/จินตนาการ (Attitude) Hand : การปฏิบัติจริง ทักษะท่ีเกิด (Skill)
Head : ความรู้ความเข้าใจ/ความจา/คิดวิเคราะห์เช่ือมโยง/ความรู้ใหม่ (Knowledge) Health : สุขภาพ หรือ สุขภาวะ
Well-being

จาก 4H โรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) ได้มีการเพ่ิมเติมต่อยอด H ตัวที่ 5 ทักษะความเป็นมนุษย์
(Humanity) เพื่อให้นักเรียนมที ักษะความเปน็ พลเมือง ท้งั พลเมืองไทย และพลเมืองโลกยคุ ดิจิทัล

โรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) ได้พยายามคิดค้นวิธีการ หรือกระบวนการท่ีเป็นการเรียนรู้ที่ท้าทายผู้เรียน

และครูผู้สอน ท่ีเป็นหลักการของ Active Learning ที่ตอบสนองผู้เรียนทุกคนตามศักยภาพ เรียนรู้ได้ทุกสถานที่ทุกระดับ
การศึกษา และทุกโรงเรียน โดยไม่ต้องใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีราคาแพง....แต่ใช้ต้นทุนที่หัวใจของทุกคนเป็นสาคัญ....
จึงมีการต่อยอดการดาเนินการมาอย่างต่อเน่ือง รวมถึงได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรเครือข่ายภาคประชาสังคม ทั้งมูลนิธิ
เพื่อการพัฒนาเด็ก สถาบันส่ือเด็กและเยาวชนสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง โดยมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่เข้ามาศึกษา
ค้นคว้า วิเคราะห์ กระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียนเชิงการวิจัย และให้การรับรองว่าเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เป็น
Active Learning โดยแท้

“Friday (Everyday) is a Fly Day” เป็นนวัตกรรมของโรงเรียน กระบวนท่ีโรงเรียนดาเนินการน้ัน

มีความครอบคลุมรอบด้าน ไม่เพียงแต่ยึดโยงความรู้จากครู หรือตารา หรือห้องเรียนเพียงอย่างเดียว มีการออกแบบ
แผนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน ท่ีเป็น Active Learning โดยการกาหนดเป้าหมายที่สาคัญในการดาเนินการ
ดว้ ยกระบวนการ ASK คือ

1. เจตคติ/คุณค่า (Attitude) ซ่ึงให้ความสาคัญกับความสนใจ ความชอบ ความสุข ก่อนเป็นอันดับแรกเพ่ือเป็น
การเร่ิมต้นสาหรับการเกดิ ทักษะ

2. ทักษะหรือความชานาญ (Skill) ก็จะตามมา
3. ความรู้ (Knowledge) ก็จะเกิดตามมาจากการได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเองซ่ึงเป็นความรู้/ชุดความรู้ใหม่
ท่ีเขาสรปุ ดว้ ยตัวเอง และคาชแ้ี นะจากครผู ้สู อน ซง่ึ จะเป็นความรแู้ ท้ ใหมส่ ด เท่าทันสถานการณอ์ ยตู่ ลอดเวลา

นอกจากนี้โรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) ได้ดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของชุมชน

ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เยอ โดยการนา “สะไน” ซึ่งเป็นเคร่ืองดนตรีพ้ืนบ้านที่สาคัญ ปกติแล้วมีการใช้ในพิธีการสาคัญของชุมชน
ทางโรงเรียนได้นามาสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ทางดนตรีด้วยการนามาสร้างเป็นวงดนตรี “สะในใจเยอ”เป็นเอกลักษณ์
ของโรงเรียน เพราะมีความย่ังยืน เป็นวงดนตรีพื้นบ้านอีสานรางวัลเหรียญทองระดับภาคและระดับประเทศติดต่อกันมา 8 ปี
กิจกรรมน้ีเป็นการให้นักเรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชน ความยึดโยงกับรากเหง้าของชุมชนตนเองและเพิ่ม ทักษะ
ในด้านดนตรใี หก้ บั นักเรียนที่มคี วามสนใจในดา้ นดนตรแี ละศิลปะการแสดง

กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น ในทุกวันของรูปแบบบูรณาการท่ีมีเป้าหมายในการสร้างทักษะ การคิดวิเคราะห์

การกล้าแสดงออกของนกั เรียน กลา้ คิด กล้าทา เพ่ือทจี่ ะส่งผลใหน้ กั เรียนมที กั ษะ ความสามารถอย่างรอบดา้ นท่ีจะทาให้นักเรียน
สามารถใชช้ วี ิตอยใู่ นศตวรรษที่ 21 เป็นคนทที่ ันโลกท่ีมคี วามเปลย่ี นแปลงอยเู่ สมอ

ระยะ 5 ปีที่ผ่านมาของโรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) ในการเปล่ียนแปลงรูปแบบการเรียนการสอน

เป็นกระบวนการเรียนรู้แบบองค์รวม ซึ่งถือเป็นการดาเนินการที่มีผลลัพธ์เป็นน่าพึงพอใจ เพราะนักเรียนมีความสุข
มีความสนุกสนานในการเรียนรู้ มีความสนใจและกระตือรือร้นในการเรียนรู้เพิ่มมากข้ึน เพราะว่าตนเองเป็นส่วน หน่ึง
ของการกาหนดประเด็นที่สนใจที่จะเรียนรู้ ประเด็นที่ชื่นชอบท่ีจะสร้างทักษะ สร้างความรู้ใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา ผลลัพธ์
ท่ีเกิดข้ึนกับครูผู้สอนน้ัน คือ ครูผู้สอนเปิดใจ เข้าใจ ท่ีจะเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับนักเรียนมีบทบาทหน้าที่เป็นผู้รับฟังและผู้ช้ีแนะ
มากกว่าการสอนเพียงอย่างเดียว รวมถึงการพัฒนาตนเองผ่านการวางแผน การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน การทางานร่วมกันของครู
ภายในโรงเรยี นและมีความสมั พนั ธ์ทดี่ ีตอ่ กนั อีกด้วยดว้ ยการที่วางแผนการพัฒนากระบวนการเรยี นร้เู พื่อการเรยี นรู้ของนักเรยี น

ปีการศึกษา 2562 คณะกรรมการขับเคล่ือนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ได้คัดเลือกโรงเรียน

เมืองคง (คงคาวิทยา) เป็นโรงเรยี นนารอ่ งพื้นที่นวตั กรรมการศึกษา รุน่ ที่ 1

......ประเภทนวตั กรรมการเรยี นรแู้ บบองคร์ วม..........

ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนได้กาหนดเป้าหมายด้วยการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ใช้ Competency-

Based Approach ซ่ึงเป็นการนาข้อมูลผลการดาเนินการ กระบวนการ ข้อดีและข้อเสียของกระบวนการเรียนรู้แบบองค์รวม
ท่ีผ่านมาแล้วมายึดโยงเข้ากับหลักสูตรฐานสมรรถนะ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ท่ีมุ่งเน้นให้เกิดการ ตอบสนอง
ต่อการเปล่ียนแปลงของโลกดิจิทัล และสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ด้วยการยึดโยงกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน
ให้สามารถเรียนรู้ได้ เห็นคุณค่าตนเอง เกิดทักษะ แล้วเกิดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง บนวิสัยทัศน์ของโรงเรียน
“ โ ร ง เ รี ย น พ ล เ มื อ ง ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย คุ ณ ภ า พ 3 6 0 อ ง ศ า ” ภ า ย ใ ต้ แ น ว คิ ด “ Active School” สู่ ก า ร เ ป็ น

“โรงเรียนธรรมดาแตไ่ มธ่ รรมดา” เพอ่ื เปน็ อีกหนง่ึ ทางเลือกของนักเรยี นและผู้ปกครอง ทอี่ ยากเหน็ การเปลีย่ นแปลง

ขอขอบคุณ

คณะครูและนักเรียน โรงเรยี นเมืองคง (คงคาวิทยา)

อ้างอิง

ฐิตมิ า ทว้ มทอง, เสถียร พนั ธง์ าม (2563) สบื ค้นเมือ่ วันที่ 10 เมษายน 2563 จากhttps://www.edusandbox.com/
โครงการพฒั นาแพทยศาสตรศึกษาและงานวจิ ัยการศกึ ษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (2559)
สบื คน้ เมือ่ วนั ที่ 10 เมษายน 2563 จาก \http://edsactivelearning.blogspot.com/p/active-learning_49.html

เวทีเยาวชน โดย...ศน.กณั ญาภคั จันทโช
ศึกษานิเทศกช์ านาญการพเิ ศษ

วินัยเชิงบวกกับ EF

การสร้างวินัยเชิงบวก คือ การสร้างวินัยหรือการสอนและฝึกฝนเด็กให้ใช้ทักษะสมอง EF ในการดาเนิน

ชวี ิตประจาวันจนติดเปน็ นสิ ยั โดยทไี่ มใ่ ช้คาส่งั หา้ มและไม่มีการดุด่า ซึ่งมาตรฐานของโรงเรียนอนุบาลในอเมริกาเกือบทุกรัฐต้องสอนทักษะ
Executive Functions หรือที่เรียกกันส้ันๆ ว่า EF เพ่ือพัฒนาสมองและระบบความคิดของเด็กๆ ให้สามารถคิดวางแผน
และแก้ปัญหาได้ ส่วนในประเทศไทย แม้กระแส EF จะมาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา ตอนนี้รัฐบาลไทยจึงเริ่มสนับสนุนด้วยการพยายาม
เผยแพรค่ วามรูเ้ รอ่ื ง EF ใหค้ ณุ ครูบา้ งแล้ว คุณพอ่ คณุ แมย่ คุ ใหม่เองก็ไม่ควรพลาดเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นสมองและเสริมความคิด
เชิงบริหารให้ลูกน้อยเช่นกัน แล้วทักษะ EF เป็นอย่างไร จะทาให้ลูกของเราฉลาด วางแผนและแก้ไขปัญหาได้จริงหรือ ลองมาฟัง
คาอธิบายและคาแนะนาดีๆ จาก รศ. ดร.นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล ผู้เช่ียวชาญด้าน ประสาทวิทยา และ ผศ. ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร
ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นวินัยเชิงบวก

เทคนคิ สรา้ ง EF ใหล้ ูก ด้วยการ สร้างวนิ ยั เชิงบวก ทักษะทเ่ี ด็กยคุ ใหม่ตอ้ งมี ความหมายของทักษะการคิดเชงิ บริหาร

ทักษะ “การคิดเชิงบริหาร” (Executive Functions) หรือเรียกสั้น ๆ กันว่า EF คือหน้าท่ีการทางาน

ของสมองระดบั สูง ในเชิงบรหิ าร ซึง่ เราอาจจะคิดว่าผบู้ ริหารเท่าน้นั ทีต่ ้องมี แต่จริง ๆ แล้วมนุษยเ์ ราทุกเพศทกุ วยั จาเป็นต้องใช้ทักษะ
EF กับการทางานทุกเรื่องให้สาเร็จ หรือท่ีภาษาอังกฤษเรียกว่า “Goal-Directed Behavior” เป็นพฤติกรรมท่ีนาไปสู่เป้าหมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่มีความยากและใช้ระยะเวลานานหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะสาเร็จ เช่น การเรียน การจะทาให้ จิตใจ
ของเราจดจ่อกับเป้าหมาย ไม่ยอมแพ้ไม่ลืมหน้าท่ีรับผิดชอบ ไมเ่ บี่ยงเบนหาส่ิงที่ง่ายและสบายกว่าไปเสียก่อน รู้จักตัดสิ่งที่ไม่สาคัญออก
เลอื กทาส่ิงทส่ี าคญั และยึดมั่นจนกวา่ จะถงึ เปา้ หมายท้งั หมดน้ตี ้องอาศยั ทกั ษะ EF อย่างมากจงึ จะทาไดส้ าเร็จ

ทักษะวินัยเชิงบวก จะช่วยให้ลูกสามารถควบคุมอารมณ์ ความคิด และการกระทา
จนกวา่ จะประสบความสาเรจ็ ตามเป้าหมายได้

1. ควบคุมอารมณ์ คือ เวลาลูกมีอารมณ์โกรธ เสียใจ หรือดีใจ เราสามารถควบคุม ไม่แสดงออก
อยา่ งรุนแรง และกลบั คืนสู่อารมณ์ปกติไดอ้ ย่างรวดเรว็ เพือ่ ให้สามารถทางานต่อได้

2. ควบคุมความคิด คือ ความสามารถในการควบคุมความคิดให้จดจ่อกับงานท่ีทาไม่วอกแวกง่าย
หรือหากเผลอวอกแวกไปบ้าง ลูกก็ยังสามารถดึงตัวเองกลับมาโฟกัสกับเร่ืองท่ีทาได้ ซ่ึงเป็นส่ิงสาคัญมาก
เพราะในชีวิตประจาวันของลูกมีสิ่งต่าง ๆ มากมายทาให้ลูกวอกแวกได้ตลอดเวลา เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ เพื่อนหรือ
ความบันเทิงตา่ ง ๆ

3. ควบคุมการกระทา คือ การควบคุมตัวเองให้กระทาแต่สิ่งท่ีมุ่งไปสู่เป้าหมายโดยไม่ทาให้ตนเอง
และผอู้ ื่นเดือดร้อน

ชีวิตลูกดีเมอ่ื มี EF

1. สร้างความพร้อมตลอดชีวิต การหม่ันฝึกฝน EF ตั้งแต่เด็กคือการสร้างเครือข่ายเส้นใยประสาท
เพราะเส้นใยประสาทย่ิงใช้ก็ยิ่งแข็งแรง เม่ือไปเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ เขาจะรู้ได้ว่าต้องตอบสนองอย่างไร เมื่อลูกน้อย
เติบโตข้ึนทักษะน้ีจะติดตัวไปด้วย ทาให้เขามคี วามคิดหลากหลาย ท้ังการคิดสร้างสรรค์ คิดยืดหยุ่น คิดแก้ไขปัญหา และไม่จน
ต่ออุปสรรคท้ังหลาย ทาให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ในส่ิงท่ียากขึ้น พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหา พร้อมสาหรับการทางาน
และพร้อมใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข เพื่อให้ตัวเองบรรลุเป้าหมายในชีวิต ทักษะวินัยเชิงบวก จึงเป็นสิ่งที่พัฒนาคน
ไดท้ ้ังชีวิต

2. ชะลอความอยากและควบคุมความต้องการ หรือ Delayed Gratification ซ่ึงตรงตามสานวนว่า
“อดเปรี้ยวไวก้ ินหวาน” เปน็ อกี ทักษะท่เี กดิ จากกระบวนการ EF ขน้ึ ซ่ึงเชือ่ ว่าคณุ พอ่ คุณแมอ่ ยากให้ลูกวัยรุ่นทุกคนมี เพราะลูก
วัยรุ่นมักจะตัดสินใจตามอารมณ์หรือความต้องการส่งผลให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย แต่เด็กที่ได้รับการพัฒนาทักษะวินัย
เชิงบวก อยา่ งตอ่ เน่ืองจะเรมิ่ อดทนรอคอยและชะลอความอยากได้ต้ังแต่ 4 ขวบ แม้จะเป็นการอดทนในช่วงเวลาส้ัน ๆ ในเร่ือง
ที่ไม่ยากนัก แต่เขาจะย่ิงทาได้ดีข้ึนเร่ือย ๆ จนนาไปสู่การตัดสินใจที่ดีในช่วงวัยรุ่น นอกจากนี้ทักษะ Delayed Gratification
ยังช่วยให้เด็กเกิดความมุ่งม่ันไปสู่เป้าหมาย เพราะสังคมปัจจุบันจะมีสิ่งที่มาล่อใจเขาตลอดเวลา การจะโฟกัสกับงานจนเสร็จ
ทั้งท่ีอยากเล่น อยากอ่านการ์ตูนอยากเล่นเกม อยากดูทีวี ฯลฯ เป็นเร่ืองยากมาก แต่ Delayed Gratification จะช่วยให้เขา
ระงบั ใจไวไ้ ดจ้ นกว่าจะทางานเสร็จจงึ จะไปเลน่ หรือทาสิ่งต่างๆ ได้ตามความตอ้ งการ

3. สร้างสานึกท่ีดีในจิตใจ เนื่องจากทักษะ EF ทาให้เราเข้าใจตนเองรู้ว่าเราต้องการอะไร ต้องทาหน้าที่
อย่างไรและเม่อื ถึงจุดหน่ึงของการที่เรารู้จักตนเองจะเกิดการพฒั นาไปสู่ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน เม่ือเด็กควบคุมตนเองได้
อดทนรอคอยได้ และเกิดความเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืนเขาจะมสี ัมพันธภาพกับผู้อ่ืนดี และพฒั นาไปสู่การช่วยเหลือผู้อื่นหรือการมจี ิต
อาสานน่ั เอง

4. ตอบโจทย์สังคมในอนาคต สังคมในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว สมัยคุณพอ่ คุณแม่
ยังเด็กการสอบแข่งขันไม่ได้เข้มข้นเหมือนปัจจุบันวิชาหรือเส้นทางให้เลือกเรียนก็มีไม่มากเท่าทุกวันน้ี จากที่เราเคยต้องการ
ให้เด็กว่านอนสอนงา่ ย ยคุ สมยั นี้กลบั ต้องการใหเ้ ด็กเรยี นรแู้ ละคิดแก้ปัญหาได้เอง การใช้คาสงั่ หรอื วิธสี อนแบบเดมิ ๆ จึงไม่ตอบ
โจทย์อีกตอ่ ไป ทฤษฎที กั ษะ EF จงึ พัฒนาขึ้นเพ่ือสอนเดก็ ให้มีคุณสมบัตพิ ร้อมสาหรับสังคมในอนาคต ซึ่งเด็กทุกคนต้องสามารถ
พ่งึ พาตนเอง คิดวางแผน และแก้ไขปญั หาเองได้จงึ จะประสบความสาเรจ็ ในชวี ติ

เลาะเลียบ “เขาป่านาเล”

ศน.สคุ นธ์ ชูน้อย
ศกึ ษานเิ ทศก์ชานาญการ

เล่าตา้ นานหลวงป่ทู วดเหยียบนา้ ทะเลจดื : อริยสงฆแ์ หง่ ลมุ่ นา้ ทะเลสาบสงขลา

โดย วฒุ ชิ ัย เพ็ชรสวุ รรณ : นักวิชาการทอ้ งถน่ิ

เร่ืองราวของ “หลวงปู่ทวดเหยียบน้าทะเลจืด” มกี ารกล่าวถึงและศึกษาค้นคว้ากันมาอย่างมากมาย

ท้ังในรูปของตานานคือเร่ืองเล่าแบบมุขปาฐะที่เล่าต่อ ๆ กันมา และศึกษาค้นคว้าจากเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ใน ลักษณะ
ของประวตั ิศาสตรแ์ ละโบราณคดี

จากการค้นคว้าดังกล่าวแล้ว สามารถยืนยันได้ว่า “หลวงปู่ทวด” เป็นพระอริยสงฆ์ท่ีมีตัวตนอยู่จริง
แต่ครั้งแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา โดยมีเอกสารหลักฐานท่ีกล่าวถึงเรื่องราวของท่านไว้ คือ เอกสารเกี่ยวกับการกัลปนาวัดหัวเมือง
พัทลุง สมัยอยุธยา ช่ือ “ยอเข้าตาราหมื่นตราพระธรรมวิลาสเอาไปวิวาทเป็นหัวเมือง” ซ่ึงเป็นหนังสือโบราณจารด้วยมือ
อย่างทเ่ี รยี กว่า “หนังสือบดุ ”

อน่ึงคาว่า “ยอเข้าตารา....” จากช่ือเอกสารนี้ ศ.สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ได้แสดงทัศนะว่า น่าจะอ่าน
อยา่ งปจั จบุ นั วา่ “ยอ่ เค้าตารา....”

ในท่ีนี้จะขอยกข้อความจาก “ยอเข้าตาราหม่นื ตราพระธรรมวิลาสเอาไปวิวาทเป็นหัวเมอื ง” ซ่ึงกล่าวถึง
ประวัติของ “หลวงปู่ทวด” ซ่ึงปริวรรตและสรุปความ โดย อ.ชัยวุฒิ พิยะกูล ในหนังสือ “ย้อนรอยเส้นทางและมรณสถาน
หลวงพ่อทวดเหยียบน้าทะเลจืด” สถาบันทักษิณคดีศึกษา พิมพ์เผยแพร่เม่ือ พ.ศ.2547 มานาเสนอเป็นฐานข้อมูล ควบคู่
ไปกับเรอื่ งราวและบรบิ ทตา่ ง ๆ จากตานานหลวงปูท่ วด โดยสรุป ดงั น้ี

“สมเด็จพระราชมุนี ถือกาเนิด เม่ือ พ.ศ.2171 (จ.ศ.990) มีนามเดิมว่า “ปู” เป็นบุตรของนายหู
และนางจัน ชาวบ้านวัดเลียบ ตาบลดีหลวง อาเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา สมัยที่เด็กชายปูยังเป็นทารก นางจันได้ ออกไป
เกี่ยวข้าวในทุ่งนา และได้นาบุตรไปด้วย โดยผูกเปลให้นอนใต้ต้นไม้หว้า ขณะที่นางจันเกี่ยวข้าวอยู่นั้น ปรากฏว่าได้มี
“งูตะบองสะหลา” หรือ “งูบองหลา” คือ งูจงอาง ขึ้นมาขดอยู่บนเปลของทารก นางจันได้มาพบก็ตกใจ เรียกให้นายหู
ผู้เป็นสามีมาช่วย งูน้ันได้คายดวงแก้วไว้ให้แล้วเล้ือยหายไป พออายุเจริญวัย บิดาได้นาเด็กชายปูไปบวชเณรใน สานัก
ของพระจวง วัดกุฎีหลวง (ปัจจุบันคือ วัดดีหลวง ตาบลดีหลวง อาเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา) ทั้งน้ี “พระจวง” น้ันมีศักดิ์
เป็น “หลวงน้า” ของเด็กชายปู ดว้ ยวา่ พระจวงนี้ เป็นนอ้ งชายของยายจัน ผูเ้ ป็นมารดาของเด็กชายปู

ขณะอยู่ ณ สานักเรียนของพระจวง สามเณรปูได้ศึกษาเล่าเรียน นอโม ก ข และขอมไทย จบ แล้ว
จึงไปเรียนธรรมบททศชาติ ยังสานักของพระชินเสน วัดศรีกูญัง (ปัจจุบันคือ วัดสีหยัง ตาบลบ่อตรุ อาเภอระโนด
จังหวัดสงขลา) คร้ันเรียนจบแล้วจึงได้เดินทางไปศึกษาธรรมท่ีเมืองนครศรีธรรมราช ณ สานักวัดเสมาเมือง (ปัจจุบัน
วดั เสมาเมอื ง ตงั้ อยตู่ าบลในเมอื ง อาเภอเมือง จงั หวดั นครศรีธรรมราช)

ครั้นสามเณรปู อายุครบ 21 ปี “พระขุนลก” ซ่ึงตานาน
ระบุว่าเป็นชาวจีน รับราชการอยู่ยังหัวเมืองนครศรีธรรมราช
ในเวลาน้ัน ได้รัยสามเณรปูไปยังสานักพระมหาเถร ปิยทสสี
หรือ สานักพระครูกาเดิม เพื่อขออุปสมบทเป็นพระภิกษุ ในการน้ี
พระขุนลกได้จัดหาเรือมาดขุดจากไม้ตะเคียน 1 ลา ไม้พะยอม
1 ลา และไม้ยาง 1 ลา โดยนาเรือท้ัง 3 ลามาผูกขนานกัน
การน้ีประกอบขนึ้ ณ คลองหนา้ ท่าเรอื (ผู้รู้สนั นิษฐานว่า ปัจจุบันคือ
คลองท่าแพ ในเมืองนครศรีธรรมราช) ท้ังน้ีเพ่ือทาพิธีอุปสมบท
สามเณรปู ในลักษณะของ “อุทกสีมา” (อ่านว่า –ทะ-กะ-สี-มา
หมายความว่า เป็นสีมาท่ีกาหนดเขตข้ึนในน้า) ในการอุปสมบทนี้
มีพระมหาเถรปิยทสสี เป็นพระอุปัชฌาจารย์ พระมหาเถรพุทธสาคร
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาเถรศรรี ตั น เปน็ พระอนุสาวนาจารย์

อน่ึงในเรื่องการอุปสมบทของสามเณรูปนี้ ในหนังสือ “สมเด็จเจ้าพะโค๊ะราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์
เหยียบน้าทะเลเค็มกลับจืดเท่ากงเกวียน” เขียนโดย เจ้าอธิการล่ัน กาญจโน พิมพ์เมอื่ ปี พ.ศ. 2506 ได้กล่าวว่า พระครูกาเดิม
เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ สมภารจวง เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ และพระอนสุ าวนาจารย์

เมื่อการพิธีอุปสมบทจากสามเณรปูเป็นพระภิกษุแล้ว ก็ได้ฉายาว่า “สามีราโม ภิกขุ” บ้างก็เรียกว่า
“เจ้าสามิราม” หรือ “สามรี าม” (ราชบัณฑิตอธิบายว่าคา “สามี” หรือ “สวามี” เป็นคานาหน้านามนักบวชของคนอินเดีย)
บวชแลว้ กศ็ กึ ษาเลา่ เรยี นดา้ นพระธรรมวินยั และการพระพุทธศาสนาอยู่ ณ เมอื งนครศรีธรรมราชน้นั เอง

เ กี่ ย ว แ ก่ ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง ส า มี ร า โ ม ภิ ก ขุ น้ี ต า น า น ยั ง ก ล่ า ว ว่ า เ มื่ อ ศึ ก ษ า เ ล่ า เ รี ย น อ ยู่
ณ เมืองนครศรีธรรมราชเป็นเป็นเวลาช้านาน ท่านก็มคี วามประสงค์จะได้ศึกษาเล่าเรียนหลักธรรมชั้นที่สูงขึ้นไป ซึ่งในเวลาน้ัน
สานักเรียนในหัวเมืองต่าง ๆ ไม่มีอาจารย์สานักใดสอน จักต้องไปร่าเรียนยังกรุงศรีอยุธยาอันเป็นเมืองหลวงที่ รุ่งเรือง
ดา้ นพระพุทธศาสนาในเวลานั้น

อนึ่ง เร่ืองความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในกรุงศรีอยุธยาเวลานั้น จะเห็นได้จาก โคลงนิราศ
นรินทร์ ของ นายนรินทรธิเบศร์ (อนิ ) ความว่า

อยุธยายศล่มแลว้ ลอยสวรรค์ ลงฤๅ
สิงหาสน์ปรางคร์ ตั นบ์ รร- เจดิ หล้า
บุญเพรงพระหากสรรค์ ศาสนร์ ุง่ เรอื งแฮ
บังอบายเบิกฟา้ ฝึกฟืน้ ใจเมอื ง
พนั แสง
เรืองเรืองไตรรัตนพ์ น้ คา่ เช้า
รินรสพระธรรมแสดง เสียดยอด
เจดีย์ระดะแซง แก่นหล้าหลากสวรรค์
ยลยงิ่ แสงแกว้ เก้า

ความต้องการศกึ ษาเล่าเรียนด้านพระพทุ ธศาสนาและพระธรรมวินัย
ช้ันสูงของสามีราโมภิกขุน้ี เอง เป็นเหตุการณ์สาคัญท่ีทาให้เกิดตานาน
“เหยียบน้าทะเลจืด” ของหลวงปู่ทวดท่ีเล่าขานกันมามิรู้จบสิ้นจนบัดน้ี
กลา่ วคอื

สามีราโมภิกขุได้ขอโดยสารเรือสาเภาของนายสาเภา ช่ือ “อิน”
เพ่ือเดินทางจากนครศรีธรรมราชไปยังกรุงศรีอยุธยา ตานานกล่าวว่าขณะเรือ
สาเภาแล่นใบไปถึงหน้าเมืองชุมพร ได้บังเกิดเหตุร้าย ฝนตกกระหน่า ลมพายุ
พดั กล้า คลื่นสูงท่วมหัว เป็นเช่นนี้อยู่ถึง 7 วัน 7 คืน คร้ันคล่ืนลมสงบ เสบียง
อาหารและน้าจืดในเรือเสียหายหมดส้ิน ทาให้ทุกคนในเรือตั้งข้อกังขาว่า
ที่เกิดอาเพศเหตุร้ายขึ้นเช่นน้ีคงเป็นเพราะมีเจ้าสามีราโมภิกขุโดยสารมาด้วย
เป็นแน่แท้ อย่ากระนั้นเลยเห็นทีจะต้องจัดการอะไรสักอย่าง ดังนั้นนายสาเภา
อินและลกู เรอื จึงคิดจะนาตวั ของสามรี าโมภิกขุไปปล่อยเกาะ

ความตอนน้ีตานานเล่าว่า เม่ือบรรดาลูกเรือนา อยู่มาคารบหนึ่ง มีพราหมณ์ผู้รู้วิทยา จาก
ตัวของเจ้าสามีราโม ลง “เรือสัดจอง” คือ มาดลาเล็ก เกาะลังกา เดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา เพ่ือท้าพนัน
เพ่อื นาไปปล่อยเกาะกลางทะเลนั้น เจ้าสามีราโมได้ยื่นเท้า แปลธรรมะผ่านปริศนาธรรม ท่ีเกี่ยวกับพระอภิธรรม
ซ้ายจุ่มลงไปในน้าทะเลข้างลาเรือ บังเกิดให้น้าเค็มบริเวณ เจ็ดคัมภีร์ โดยเขียนในแผ่นทองเท่าใบมะขามใส่หม้อ
รอบ ๆ เท้าของเจ้าสามีราโมกลายเป็นน้าจืดพื้นที่เท่ากับ มาทายปรศิ นาให้แปล ถ้าแปลได้จะถวายสิ่งของท้ังลาสาเภา
ขนาดของกงเกวียน บรรดาลูกเรือท้ังหลายรวมท้ังนาย ให้พระเจา้ แผ่นดิน กม็ ีรับสั่งให้หาพระสงฆ์มาแปล ซ่ึงกล่าว
สาเภาอินต่างพากันอัศจรรย์ใจเป็นยิ่งนัก ช่วยกันตักน้าจืด กั น ว่ า เ ป็ น ก า ร ท้ า พ นั น ถึ ง ขั้ น เ อ า บ้ า น เ มื อ ง เ ป็ น เ ดิ ม พั น
ใสภ่ าชนะไว้ในเรือสาเภาจนพอแก่การ อีกท้ังนายสาเภาอิน กันเลยทีเดียว ซ่ึงการคร้ังนี้เจ้าสามีรามสามารถแปลธรรมะ
ยังเกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อสามีราโมภิกขุ ถึงแก่ยอมรับ แก้กระทู้ธรรม โดยการเรียงอักษรในพระอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์
เป็น “ชีต้น” คือยกเป็นอาจารย์ของตัวเอง พากันกางใบ ได้ถูกต้องครบถ้วนทุกอักษร ได้รับชัยชนะจากการท้าพนัน
สาเภาเดนิ ทางสู่กรงุ ศรอี ยธุ ยาตอ่ ไป ของพราหมณ์จากเกาะลังกา ยังผลให้พระมหากษัตริย์
แหง่ กรงุ ศรีอยธุ ยาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์ให้เป็นท่ี
ครั้นถึงกรุงศรีอยุธยา สามีรามภิกขุ ได้เข้า “สมเด็จพระราชมุนี” หรือ “พระราชมุนีสามีรามคุณูป-
จาพรรษาที่ “วัดแค” หรือ “วัดแคราชานุวาส” (ปัจจบัน มาจารย์” ซึ่งสมเด็จพระราชมุนีได้ขอพระราชทาน
ตั้งอยู่หมู่ท่ี 2 ตาบลหัวรอ นอกตัวเกาะพระนครศรีอยุธยา เบกิ ข้าพระโยมสงฆท์ ่ีขึน้ แก่วัดพะโคะหรอื วดั ราชประดิษฐาน
ปัจจุบนั ทางวดั ได้สร้างศาลาวิหารประดิษฐานรูปหล่อหลวง จานวนข้าพระ ๓๐๐ หัวงาน เพื่อดูแลรักษาพระศรีรัตน -
ปู่ทวดไว้ภายในเป็นอนุสรณ์สถาน) ส่วนนายสาเภาอิน มหาธาตุเจดีย์ในวัดพะโคะ และโปรดเกล้าฯ ให้จัดเรือ
หลังจากได้ปวารณาตัวเป็นศิษย์ของสีราโมภิกขุแล้ว สาเภาบรรทุกอิฐ และยอดเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุหล่อด้วย
ก่อนเดินทางกลับเมืองนครศรีธรรมราช ได้มอบให้นายจัน เบญจโลหะ ไปช่วยบูรณะพระศรีรัตนมหาธาตุเจดีย์
ซึ่งเป็นข้าทาสของตน ไว้คอยรับใช้ปรนนิบัติเจ้าสามีราม ยังวัดพะโคะอีกส่วนหนง่ึ ดว้ ย
ณ วัดแค แห่งน้ี
เม่ือสมเด็จพระราชมุนี เดินทางกลับสามาตุภูมิ
ส่ ว น ก า ร ศึ ก ษ า ด้ า น พ ร ะ ธ ร ร ม วิ นั ย แ ล ะ ยังเมืองสทิงพระ และเป็นเจ้าอาวาสวัดพะโคะ พร้อมท้ัง
การพระพุทธศาสนาน้ัน เจ้าสามีรามได้เข้าศึกษา บูรณะวัดพะโคะ จนเจริญรุ่งเรือง เป็นอย่างย่ิง ด้วยเหตุน้ีเอง
ณ สานักวัดลุมพลีนาวาส (ตาแหน่งท่ีตั้งของวัดลุมพลี- จงึ มีคาเรียกชื่อของท่านว่า “สมเด็จเจ้าพะโคะ” อีกช่ือหนึ่ง
นาวาสน้ี ปัจจุบันยังค้นไม่พบ แต่ผู้รู้สันนิษฐานว่า น่าจะ
อยู่บริเวณบ้านลุมพลีซ่ึงอยู่ใกล้วัดภูเขาทอง นอกเมือง เร่ืองราวของหลวงปู่ทวดเหยียบน้าทะเลจืด
พระนครศรีอยุธยา ) โดยภิกษุสามีราโม ได้ ศึกษา ที่ปรากฏในตานานและประวัติศาสตร์ต่อจากน้ี ไม่ปรากฏ
พระอภิธรรมช้ันสูงจนแตกฉาน อยู่เป็นเวลาช้านาน ณ หลักฐานทใ่ี ดอกี
สานกั วดั ลุมพลนี าวาสแห่งน้ี

ตานานและความเชื่อของชาวบ้านแถบลุ่มทะเลสาบสงขลา เก่ียวกับช่วงท้ายบ้ันปลายของหลวงปู่ทวด

เหยียบน้าทะเลจืดนั้น กล่าวกันว่าท่านได้บรรลุธรรมช้ันสูง และชาวบ้านในท้องถ่ินยังเชื่อว่าท่านคือองค์พระโพธิสัตว์
ศรีอริยเมตไตรยที่จุติลงมายังโลกมนุษย์ ดังนั้นเพ่ื อมิต้องการให้ชาวบ้านทราบสถานะท่ีแท้จริง ของท่าน
สมเด็จเจ้าพะโคะพร้อมด้วยสามเณรผู้ใกล้ชิดรูปหนึ่งจึงได้แสดงอภินิหารย์ ด้วยการ “โละ” หายไปจากวัดพะโคะในคืนท่ี
ประกอบกิจลงอุโบสถคืนหน่ึง ความข้อนี้มีบันทึกในหนังสือ “สมเด็จเจ้าพะโค๊ะราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์
เหยียบนา้ ทะเลเค็มกลับจืดเท่ากงเกวียน” ความวา่

“สมเด็จเจ้าราชมุนีสามีราม ก็พาสามเณรแก้วบุญรอด โละล่วงไปคืนวันลงอุโบสถ ปรากฏว่าชาวบ้านพะโคะ
ชาวบ้านชุมพลดีหลวง ก็เห็นดวงไฟแสงช่วงตามหลังเคียงข้างซ้ายไปอย่างโคมลอย ใหญ่ดวงเล็กดวง ช่วงไปข้างทิศใต้
สูงประมาณจากพ้นื ดินขน้ึ ไปราว 4 เสน้ เศษ”

เร่ืองราวของหลวงปู่ทวดเหยียบน้าทะเลจืด ที่ปรากฏใน ตานาน เร่ืองเล่า และบางมิติทางประวัติศาสตร์
ท่ีสืบทอดกันแถบลุ่มทะเลสาบสงขลาเนื้อความสิ้นสุดเพียงนี้ จากนั้นจึงปรากฏตานานของ “หลวงปู่ทวดวัดช้างให้
จังหวัดปัตตานี” ท่ีเชื่อกันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเช่ือมโยงกับตานานของ “สมเด็จเจ้าพะโคะราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์
เหยียบนา้ ทะเลเคม็ กลับจืดเท่ากงเกวียน “ อีกกระแสหน่งึ

-------------------------------------

หนงั สือประกอบการคน้ ควา้

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. หนังสืออา่ นกวนี ิพนธ์ เร่ือง โคลงนิราศนรนิ ทร์. พิมพค์ รัง้ ที่ 32
กรงุ เทพฯ:กรมวชิ าการ. พมิ พ์ครั้งท่ี 32. 2526.

ชัยวฒุ ิ พยิ ะกูล. ย้อนรอยเสน้ ทางและมรณสถานหลวงพอ่ ทวดเหยยี บนา้ ทะเลจดื วดั ชา้ งให้
อ้าเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปตั ตานี. สงขลา:สถาบันทักษณิ คดศี ึกษา. 2547.

ลนั่ กาญจโน,เจา้ อธกิ าร. สมเด็จเจ้าพะโค๊ะราชมนุ ีสามีรามคณุ ูปมาจารย์ เหยียบน้าทะเลเคม็
กลับจดื เท่ากงเกวียน. สงขลา : โรงพิมพ์สมบูรณโ์ อสถ 2506.


Click to View FlipBook Version