The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสาร เขา ป่า นา เล ฉบับที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by warunee, 2020-12-31 03:06:59

วารสาร เขา ป่า นา เล ฉบับที่ 2

วารสาร เขา ป่า นา เล ฉบับที่ 2

วารสาร เขา ป่า นา เล 51

พระประวัติ

ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ้ า บ ร ม ว ง ศ์ เ ธ อ ก ร ม ห ล ว ง ล พ บุ รี ร า เ ม ศ ว ร์

เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซ่ึงประสูติแต่พระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์
ภายหลังในสมัยรัชกาลท่ี 7 ได้ถวายบรรดาศักด์ิเป็น “พระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธา
สินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรดา” ประสูติ เม่ือวันเสาร์ เดือน 4 ขึ้น 9 ค่า ปีมะเมีย
จัตวาศก จุลศักราช 1244 ตรงกับวันที่ 17 มีนาคม 2425 ได้รับพระราชทาน
พระนามว่า “พระองค์เจ้ายุคลทิฆัมพร บดินทรเทพนิพัทธ์ขัตติยราชกุมาร” ทรงมี
พระกนิษฐภคินีร่วมพระอุทรเดียวกัน 3 พระองค์ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิง
นภาจรจารัสศรี, สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอเจ้าฟา้ หญิงมาลนิ ีนภดารา กรมขุนศรีสชั นา
ลัยสุรกัญญา และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงนิภานภดล กรมขุนอู่ทอง
เขตขตั ตยิ นารี

เม่ือทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

องค์สมเด็จพระบรมชนกาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงเข้ารับการศึกษาต่อ
ในประเทศอังกฤษทรงสาเร็จการศึกษาวิชารัฐศาสตร์การปกครองวิชาประวัติศาสตร์
( เ กี ย ร ติ นิ ย ม ) ร ะ ดั บ ป ริ ญ ญ า ต รี แ ล ะ ป ริ ญ ญ า โ ท ท า ง ด้ า น อั ก ษ ร ศ า ส ต ร์
จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ พระองค์มีความแตกฉาน สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็น
อย่างดี ท้ังทรงรอบรู้กฎหมายระหว่างประเทศ การทูต การเมือง และการปกครอง
อยา่ งละเอยี ดลึกซ้ึง เปน็ ทพี่ อพระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั เป็นทยี่ ิ่ง

วารสาร เขา ปา่ นา เล 52

บรรดาศักด์แิ ละการดารงตาแหนง่

พ.ศ.2431 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยหู่ ัว ทรงเฉลิมพระยศ
เป็นพระเจ้าลูกยาเธอ เจา้ ฟา้ ยุคลทิฆัมพรฯ

พ.ศ.2434 ทรงเล่อื นพระอสิ ริยยศเปน็ สมเดจ็ พระเจา้ ลูกยาเธอ เจา้ ฟ้ายุคลทิฆมั พร
กรมหม่ืนลพบุราดิศร

พ.ศ.2449 ทรงสถาปนาข้ึนเป็น สมเดจ็ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆมั พร
กรมขนุ ลพบุรรี าเมศวร์

พ.ศ.2453 พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้ายูห่ ัว ทรงเฉลมิ พระนามเปน็
สมเด็จพระเจา้ น้องยาเธอ เจา้ ฟา้ ยุคลทฆิ มั พร

พ.ศ.2453 - 2458 ทรงดารงตาแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรธี รรมราช
ตัง้ ทว่ี า่ การมณฑล ณ เมอื งสงขลา ประทับ ณ สัณฐาคาร
และพระตาหนกั เขาน้อย

พ.ศ.2453 – 2468 นอกจากทรงดารงตาแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลแลว้ ยังดารง
ตาแหนง่ องคมนตรใี นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยูห่ วั
ตลอดรัชกาล

พ.ศ.2458 - 2468 ทรงดารงตาแหน่งอปุ ราชมณฑลปกั ษใ์ ต้ ควบคกู่ บั ตาแหนง่
เทศาภบิ าลมณฑลนครศรธี รรมราช ตัง้ ศูนย์บญั ชาการอุปราช
มณฑลปักษใ์ ตท้ ี่สงขลา ประทบั ณ ตาหนกั เขานอ้ ย

พ.ศ.2468 พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อย่หู วั เสด็จขน้ึ เถลิงถวัลยราชสมบตั ิ
ทรงสถาปนาพระอสิ รยิ ยศขึ้นเป็นกรมหลวงลพบรุ ีราเมศวร์
และทรงเฉลมิ พระนามเปน็ สมเด็จพระเจา้ พย่ี าเธอเจ้าฟา้ ยคุ ลทฆิ ัมพร
กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ซ่งึ ในปเี ดยี วกันน้ีพระองค์ได้รับ
พระมหากรุณาธิคณุ ให้ดารงตาแหนง่ องคมนตรีในพระบาทสมเดจ็
พระปกเกล้าเจ้ายูห่ ัว อกี ตาแหน่งจนตลอดรชั กาล

วารสาร เขา ป่า นา เล 53

พ.ศ.2469 – 2471 ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ดารงตาแหนง่
เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย ประจาการ
ณ กรงุ เทพฯ พระองคจ์ งึ ต้องเสด็จจากสงขลา
ไปประทบั ณ กรุงเทพฯ แต่บัดน้ัน

พ.ศ. 2473 – 2475 ทรงดารงตาแหน่งอภิรฐั มนตรสี ภา ในพระบาทสมเดจ็
พระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ วั จนสน้ิ พระชนม์

กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงประกอบพระกรณียกิจ

ด้านการศึกษาในเมืองสงขลาและปักษ์ใต้โดยทรงประกาศตั้ง โรงเรียน
ตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา พุทธศักราช 2464 ภายในมณฑลนครศรีธรรมราช
ถึง 291 โรง และจัดตั้งโรงเรียนเพาะปลูก โรงเรียนดัดสันดาน โรงเรียนวิกลจริต
โรงเรียนฝึกหัดครู และโรงเรียนมัธยมประจาจังหวัด และอาเภอที่สาคัญ เพ่ือรองรับ
การขยายตัวของการประถมศึกษา อันจะสง่ ผลให้พลเมืองมีคุณภาพมากขึ้น ทางด้าน
เศรษฐกิจและสงั คม พระองค์ได้พัฒนาทั้งระบบท่ีดนิ เพือ่ การเกษตรและหลกั วิชาการ
เกษตรสมัยใหม่ ทรงดาเนินการก่อตั้งโรงพยาบาลสงขลา นอกจากนั้นพระองค์ยังทรง
ตระหนักในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมภาคใต้เป็นอย่างย่ิง ทรงส่งเสริมให้ชาวปักษ์ใต้
ฝึกหัดโนรา ด้านหนังตะลุงทรงแต่งตั้งให้ “หนังขับ กล่อมเกลี้ยง” เป็น”ขุนลอยฟ้า
โพยมหน หนงั ตะลุงหลวง” ส่งเสรมิ งานหตั ถกรรมเครื่องถม งานเทศกาล งานนักขตั -
ฤกษ์ต่าง ๆ และทรงแนะนาให้ชาวปักษ์ใต้พูดภาษาถ่ินใต้เสมอ ไม่ว่าจะโยกย้าย
ถิ่นฐาน ไปอยู่ ณ ที่ใด

วารสาร เขา ปา่ นา เล 54

กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ คือผู้ทรงขอพระราชทาน

อนุมัตนิ าม “โรงเรียนมหาวชิราวุธ” จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้ายู่หัว
เมื่อครั้งเสด็จฯ ยังเมืองสงขลา ในพิธีถือน้าพิพัฒน์สัตยาของเสือป่า
แ ล ะ พิ ธี พ ร ะ ร า ช ท า น ธ ง ป ร ะ จ า ก อ ง เ สื อ ป่ า ม ณ ฑ ล น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช
เม่ือ พ.ศ.2458 หลังจากท่ีได้มีการใช้พระนาม “มหาวชิราวุธ” เป็นชื่อโรงเรียน
มาแต่ครัง้ แรกต้ัง

กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงเป็นต้นราชสกุลยุคล โดยทรง
เษกสมรสกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรมงคล พระธิดาใน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์
วรเดช มพี ระโอรส 3 พระองค์ คือ

1.พระองค์ชายใหญ่ พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธย์ ุคล
2.พระองคช์ ายกลาง พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ เฉลิมพลฑิฆมั พร
3.พระองค์ชายเลก็ พระเจา้ วรวงศ์เธอ พระองค์เจา้ อนสุ รมงคลการ

อน่ึง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ

ทรงเป็นนักเรียนเก่าโรงเรียนมหาวชิราวุธ และทรงเป็นบุคคลสาคัญที่เริ่มต้นดาริ
ให้มีการก่อต้ัง “สมาคมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ” ต้ังแต่ปี พ.ศ.2477
โดยร่วมกับนักเรียนเก่าอีกหลายท่านในการก่อตั้ง สมาคมนักเรียน เก่า
มหาวชิราวุธ ข้ึนโดยมีวัตถุประสงค์ทีจะเปน็ ท่ีรวมดวงใจของบรรดาศิษย์เก่าเป็น
หนึง่ เดียว เพ่อื ทาหน้าท่ชี ่วยเหลือสถาบันทไ่ี ดอ้ บรมสั่งสอน

วารสาร เขา ปา่ นา เล 55

เกี่ยวกับความผูกพันที่กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงมีต่อ
เมืองสงขลานั้น พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ได้ทรง
อักษรไว้ในหนังสือท่ีระลึกงานพระราชทานเพลิงศพพระยาสุริยานุวงศ์ประวัติ
(เต๋า บุนนาค) ทหารคนสนิทของกรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ เมื่อคร้ังประทับ
ณ เมืองสงขลา ความว่า

“...และถ้าเทวดาผีสางมีแล้วไซร้ ข้าพเจ้าเช่ือว่า ลุงเต๋าและ
ป้าเย้ือน คงจะไม่อยู่ห่างพ่อห่างแม่ข้าพเจ้า และเชื่อว่าจะต้องเป็นท่ีเมือง
สงขลา ซึ่งท้ังพ่อแม่ และท้ังลุงเต๋าและป้าเย้ือน เมื่อมีชีวิตอยู่ต่างรักเป็นจิต
เป็นใจดว้ ยกันท้ังสี่คน...”

วารสาร เขา ป่า นา เล 56

4. “สงขลา : รตั นในพระมหาพิไชยมงกฎุ ”

พ.ศ. 2458 เม่ือครั้งท่ีพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดาเนินยังมณฑลนครศรีธรรมราช ทรงรับคากราบ
บังคมทูลรายงานจาก กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ เทศาภิบาลมณฑล
นครศรีธรรมราช พร้อมมีพระราชดารัสตอบ ปรากฏบันทึกในเอกสาร
"จดหมายเหตุระยะทาง เสด็จพระราชดาเนิน เลียบมณฑลปักษ์ใต้ ”
ของ “สักขี” ตอนท่ี 5 หน้า 114 ความว่า “ฉันได้ฟังคาของเธอ ผู้เป็น
สมุหเทศาภิบาล สาเร็จราชการมณฑลนี้ ท่ีรับฉันทะของข้าราชการ
แลประชาชน ฉันมีความพอใจเป็นอย่างยิ่ง ท่ีได้รับความต้อนรับอย่างเต็มใจ
แลจงรักภักดีเช่นนี้ ท่ีเมืองสงขลาแลมณฑลนครศรีธรรมราชน้ี ไม่ใช่เป็น
ครั้งแรก ไดม้ าแต่ก่อนหลายคร้ังแล้ว แลต้ังใจอยากจะมาอีก ยิ่งมาครั้งใดก็ยิ่งมี
ความรักใคร่มากข้ึนทุกที เพราะเห็นว่าเป็นเหมือนหนึ่งรัตนะ ดวง 1
ในพระมหาพไิ ชยมงกุฎของฉัน ธรรมดารตั นยง่ิ รกั ษามากข้ึนเท่าใด ย่ิงดีมากขน้ึ
นอกจากความงดงามตามธรรมชาติ ฉันรู้สึกว่าผู้รับราชการประจามณฑลนี้
ได้ทาการงานในน่าที่โดยซื่อสัตย์สุจริต ที่ฉันเองรู้สึกความสาคัญของมณฑลน้ี
ปานใด มีพยานสาคัญปรากฏอยู่ ก็คือ ฉันได้ให้ตัวเธอผู้เป็นน้องฉัน ออกมา
เป็นผู้สาเร็จราชการต่างหูต่างตา โดยความไว้วางใจว่าเธอคงทราบราโชบาย
ของฉันดี ความปรารถนาความสุขความเจริญ ของบ้านเมืองแลประชาชนมีอยู่
เท่าใด เธอผู้เป็นน้องฉันย่อมทราบอยู่แล้ว ข้อที่ฉันรู้สึกยินดี ก็คือ ท่ีเธอทราบ
แลว้ ยังอตุ ส่าห์ช่วยชี้แจง ให้ผู้ที่รับราชการตามน่าที่ ในบงั คับบัญชาของเธอน้ัน
เขา้ ใจความมุ่งมาดปรารถนาของฉัน ราชการจึงดาเนินไปได้โดยสะดวกราชการ
สาหรบั มณฑลนี้ ท่ีไดเ้ หน็ อยู่แล้วว่า มีความเจริญ ตามลาดับไป”

--------------------------------------
อา้ งองิ

ประกอบ โชประการ “ววิ ัฒนาการทางขนบประเพณีไทย สมัยกรงุ ศรีอยธุ ยา-
รตั นโกสนิ ทร.์ พระนคร : โอเดียนสโตร์, 2513.

วารสาร เขา ป่า นา เล 57

กิจกรรมประชำสมั พันธ์

โดย... นางวารณุ ี มณพี งศ์
พนักงานพิมพ์ดีด

วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.30 น. ณ ค่ายลูกเสือแหลมจาก อาเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
นายประสิทธิ์ หนูกุ้ง ผู้อานวยการลูกเสือเขตพื้นท่ีการศึกษาสงขลา เขต 1 เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา
และถวายราชสดุดี เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ประจาปี 2563 เพ่ือเป็นการน้อมราลึกถึง
พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกาเนิดลูกเสือไทย
และเพื่อให้ลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการลูกเสือทุกหน่วยเหล่าได้ถวายราช สดุดี
แดด่ วงพระวญิ ญาณของพระองค์ท่าน

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างไกล ทรงเห็นว่าประเทศชาติ
จะมีความมน่ั คงไดน้ ้ันตอ้ งมกี าลงั กองทัพทมี่ ีคณุ ภาพ ประชาชนมีความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ จึงทรงตั้ง
กองเสือป่าและนาเยาวชนมาฝึกอบรมตามหลักวิชาการทหารเพื่อเป็นกาลังสารองในการป้องกันประเทศ ต่อมา
ไดท้ รงเลง็ เห็นถึงการปลกู ฝงั ให้เยาวชนรูจ้ ักหน้าท่ีในการประพฤติตนให้เป็นประโยชนต์ ่อชาตบิ ้านเมอื ง

ท้ังนี้ จึงทรงตั้งกองลูกเสือข้ึน เมื่อวันท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 พระองค์ได้ทรงดาเนินการ
พระราชบัญญัติ ระเบียบ ข้อบังคับ ลักษณะการปกครอง และฝึกอบรมลูกเสือในกองท่ีต้ังใหม่ ด้วยพระองค์เอง
และมีพระราชประสงค์ให้นากิจการลูกเสือไปเผยแพร่ตามโรงเรียนต่าง ๆ ในทุกมณฑลของประเทศเพ่ือ ฝึก
อบรมเด็ก และเยาวชนของชาติไว้เป็นกาลังในการป้องกันชาติบ้านเมืองและเป็นพลเมืองดี เห็นแก่ประโยชน์
ของประเทศชาตเิ ปน็ สาคญั

วารสาร เขา ปา่ นา เล 58

กิจกรรมประชำสมั พนั ธ์

โดย... นางวารณุ ี มณพี งศ์
พนักงานพมิ พด์ ดี

โครงการ ศธ.จติ อาสาบาเพญ็ ประโยชน์ (สว่ นภูมิภาค)

วันที่ 14 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณหน้าสานักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา

นางขวัญตา ประสานสงฆ์ รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
และบุคลากรในสังกัด เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาบาเพ็ญประโยชน์เพ่ือน้อมราลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ของพระบาทสมเด็จพระชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช

ซึ่งวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประกอบกับรัฐบาลได้กาหนดให้วันท่ี 5 ธันวาคมของทุกปี
เปน็ วนั ชาติ และวนั พ่อแหง่ ชาติด้วย


Click to View FlipBook Version