The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ภัคภิรมย์ เพียนอก, 2020-07-21 05:35:20

ใบความรู้ที่ 21

ใบความรู้ที่ 21

ใบความรู้ที่ 21
เรื่อง แมเ่ หล็กและสนามแมเ่ หล็ก
แม่เหล็ก (Magnet)
โดยทั่วไปจะหมายถงึ แมเ่ หล็กธรรมชาติ (ซ่ึงมสี ่วนผสมสว่ นใหญ่ คอื Fe3O4) มีคณุ สมบัตสิ ามารถดดู
เหล็ก และนเิ กลิ ได้ นอกจากน้ีอาจเป็นแมเ่ หล็กท่สี ร้างขน้ึ เองซ่งึ มีรปู ร่างต่างๆ กัน เรยี กวา่ แทง่ แมเ่ หลก็ มีได้
ตา่ งกัน เชน่ เปน็ แท่งสี่เหลีย่ ม แท่งทรงกระบอก รูปเกอื กม้า เขม็ ทศิ เปน็ ต้น และสามารถดดู พวกสารแมเ่ หลก็
ไดโ้ ดยการเหน่ยี วนำ
โดยปกตมิ ี 2 ขั้ว คือ ขวั้ เหนอื (north pole “N”) และขวั้ ใต้ (south pole “S”)
ขั้วแมเ่ หล็ก (Magnetic pole)
เป็นบริเวณปลายท้ังสองของแทง่ แมเ่ หล็กที่มีอำนาจแม่เหล็กแรงมาก
แรงกระทำระหว่างข้ัวแมเ่ หล็กมี 2 แบบ
1. แรงดดู กนั เกิดจากการนำขว้ั แม่เหล็กตา่ งชนดิ กันมาวางใกล้กัน
2. แรงผลกั กนั เกิดจากการนำข้ัวแมเ่ หลก็ ชนิดเดียวกนั มาวางใกล้กนั
สนามแมเ่ หล็ก (Magnetic field)
ลักษณะเคปอืน็ บเวรกเิ วเตณอทรี่อ์ มำนีสัญาจลกักาษรณกร์เะปท็นำทBี่เกิดจากแมเ่ หล็ก อำนาจการกระทำทีส่ ่งออกมาจากแม่เหลก็ น้มี ี
เส้นแรงแมเ่ หลก็ (Magnetic line of force) มลี กั ษณะดงั นี้
1. ภายนอกแท่งแม่เหล็ก เสน้ แรงแมเ่ หล็กจะมีทิศพงุ่ ออกจากขว้ั เหนอื (N) เขา้ สู่ขวั้ ใต้ (S)
2. ภายในแทง่ แม่เหล็ก เส้นแรงแม่เหล็กจะมีทิศพุ่งออกจากขัว้ ใต้ (S) เข้าสขู่ วั้ เหนือ (N)
แรงกระทำต่ออนภุ าคท่มี ีประจไุ ฟฟา้ ซงึ่ เคลื่อนท่ีในบริเวณมสี นามแมเ่ หล็ก
เม่ืออนภุ าคทีม่ ีประจุไฟฟ้าเคล่ือนที่เข้าไปในสนามแม่เหล็ก ปรากฏวา่ ทศิ ทางของอนุภาคนีจ้ ะ
เปล่ยี นไปจากเดิม แสดงวา่ มแี รงเน่อื งจากสนามแม่เหล็กกระทำต่ออนภุ าคท่มี ปี ระจุไฟฟา้ น้ี

F x xxxxxxxxxBxxxxx ••••••B••••••
x xxxxxxxxxxxxxx
F x xxxxxxxxxxxxxx q v ••••••••••••
F F x xxxxxxxxxxxxxx ••••••••••••
••••••••••••

q v x xxxxxxxxxxxxxx ••••••••••••
x xxxxxxxxxxxxxx
••••••••••••

x xxxxxxxxxxxxxx F F ••••••••••••
F ••••••••••••

F

เมอื่ xร•ปู หหทมม่ีาา1ยยคคอววนาามภุมวาว่าค่าททที่มิศิศีปขขรอะองจงสสุนqนาามเคมแลแมอ่ืมเ่ หนเ่ หลทล็กเ่ี ข็กา้BไBปพใพุ่งน่งุตบตง้ั รัง้ฉิเฉาวากณกอทเอขีม่กา้ สีจหนาากาหมหนแน้าม้ากกเ่รหระละด็กดาาษษ

ปรากฏว่ากเำกหิดนแดรใงหF้อนกุภราะคทมำวตลอ่ ปmระมจปีุเนรอื่ะงจจไุ ฟากฟส้านqามเคแลมื่อเ่ หนลทก็ ด่ี ้วซย่งึ อคาวจาหมเารคว็ วาvมเสขัมา้ พไปนั ใธนไ์ สดนจ้ าากมแมเ่ หล็ก 
B

F = q v x B

จากการ cross vector ได้ว่า qvBsin
F=

เมอ่ื F คือ แรงที่กระทำต่อประจุ q มีหน่วยเป็น นวิ ตนั ( N )
q
v คือ ประจุไฟฟ้าบนอนภุ าคที่เคลื่อนทผี่ า่ นสนามแม่เหลก็ มีหน่วยเป็น คลู อมบ์( C )
B
คือ ความเรว็ ของอนภุ าค มหี นว่ ยเปน็ เมตรตอ่ วินาที ( m/s )

คอื สนามแม่เหล็ก  มหี น่วยเปน็ เทสลา ( T )
คอื  B
มุมระหวา่ ง v กบั

เมื่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟา้ เคล่ือนที่ในสนามแม่เหลก็ อาจแบ่งแนวการเคล่ือนทไ่ี ด้ 3 ลักษณะดังน้ี
1. เมือ่ อนภุ าคที่มีประจเุ คลื่อนท่ีตามทศิ สนามแมเ่ หล็กหรอื สวนทางกลับสนามแม่

เหลก็ (  = 0หรือ  = 180 ) จะไมเ่ กิดแรงกระทำต่ออนภุ าคน้ี ( F = 0 ) ทางเดนิ ของอนุภาคเปน็
เส้นตรงด้วยความเร็วคงที่ ดงั สมการต่อไปนี้

จาก F = qvBsin
จะได้วา่ F = qvBsin 0 ( sin 0= 0 )
F = 0
หรอื F = qvBsin 180 ( sin 180 = 0 )
F = 0

รูป 2 แนวการเคลือ่ นท่ขี องประจุไฟฟ้าเคล่อื นทใี่ นทิศขนานกับสนามแม่เหล็ก

2. เมื่ออนุภาคทม่ี ปี ระจไุ ฟฟ้าเคล่อื นทต่ี ัง้ ฉากกบั สนามแม่เหล็ก ( = 90)แรงกระทำจะมี

คา่ สงู สุดและทิศของแรงท่ีกระทำตอ่ อนุภาคท่ีมีประจุไฟฟา้ จะมีทิศต้งั ฉากกบั กับทิศการเคล่ือนทต่ี ลอดเวลาจงึ มี

ผลใหอ้ นภุ าคเคล่ือนท่ีเป็นวงกลมหรือสว่ นหนงึ่ ของวงกลมด้วยอัตราเรว็ คงท่ี

จาก F = qvBsin

จะไดว้ ่า F = qvBsin 90 , เมื่อ ( sin 90= 1 )

 F = qvB

F x xxxxxxxxxBxxxxx
x xxxxxxxxxxxxxx
F x xxxxxxxxxxxxxx
F F x xxxxxxxxxxxxxx

q v x xxxxxxxxxxxxxx
x xxxxxxxxxxxxxx
x xxxxxxxxxxxxxx

รูป 3แนวการเคลอ่ื นท่ีของประจุไฟฟ้าผ่านสนามแม่เหล็กในทศิ ต้งั ฉากกบั สนามแม่เหล็ก

3. เมื่ออนุภาคท่ีมปี ระจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ทำมุม กับสนามแม่เหลก็ จะได้ F = qvBsinโดย

เกิดแรงที่กระทำต่ออนภุ าคมีมุม กบั แนวการเคล่ือนที่ของอนุภาคท่ีมปี ระจุเป็นผลให้ การเคลื่อนท่ีของ
อนภุ าคท่ีมีประจุจะเปน็ เกลยี ว

รปู 4แนวการเคลื่อนที่ของประจไุ ฟฟา้ ผา่ นสนามแม่เหล็กในทิศทำมุม กบั สนามแมเ่ หล็ก

ตัวอยา่ งเก่ยี วกบั อนภุ าคที่มีประจไุ ฟฟ้า ซึ่งเคลื่อนทีใ่ นบรเิ วณมสี นามแม่เหลก็

ตัวอย่างที่ 1 อิเลก็ ตรอนวิ่งดว้ ยความเร็ว 106เมตรตอ่ วินาที เขา้ ไปในทศิ ตั้งฉากกับสนามแมเ่ หลก็ สมำ่ เสมอ

10-2 T เม่อื อิเลก็ ตรอนมีประจุ –1.6x10-19 C จงหาแรงทส่ี นามแม่เหล็กกระทำต่ออเิ ล็กตรอน

วธิ ีทำ สงิ่ ท่ีทราบค่าคอื q = 1.6x10-19 C , v = 106 m/s , B = 10-2 T

จาก FB = qvBsin
FB = (1.6x10-19)(106)(10-2)

 FB = 1.6x10-15 N
ตอบ แรงท่สี นามแมเ่ หลก็ กระทำต่ออิเล็กตรอนเทา่ กบั 1.6x10-15 นวิ ตัน

ตวั อย่างที่ 2 อิเลก็ ตรอนวิ่งด้วยความเรว็ 106เมตรต่อวินาที เขา้ ไปในสนามแม่เหลก็ สม่ำเสมอ 10-3เทสลา

โดยทำมมุ 53ต่อกัน จงหาแรงท่ีสนามแมเ่ หลก็ กระทำต่ออเิ ล็กตรอน

วธิ ีทำ สิ่งทท่ี ราบค่าคอื q = 1.6x10-19 C , v = 106 m/s , B = 10-2 T

จาก FB = qvBsin

FB = (1.6x10-19)(106)(10-3)( sin 53)
FB = (1.6x10-19)(106)(10-3)( 4/5)

 FB = 1.28x10-16 N

ตอบ แรงทีส่ นามแมเ่ หล็กกระทำต่ออิเล็กตรอนเทา่ กบั 1.28x10-16 นวิ ตนั

ตัวอย่างที่ 3 อเิ ล็กตรอนว่งิ เขา้ สู่บรเิ วณท่ีมีสนามแมเ่ หล็กและสนามไฟฟ้าตั้งฉากกนั โดยมีทิศของการ

เคลอื่ นท่ตี ั้งฉากกบั สนามแม่เหลก็ และสนามไฟฟ้า ถ้าความเขม้ ของสนามแมเ่ หล็กและสนามไฟฟา้ เท่ากับ

2x10-4เทสลาและ 4x102โวลตต์ อ่ เมตร ตามลำดบั จงหาอัตราเรว็ ของอเิ ล็กตรอนท่สี ามารถเคลอื่ นทใ่ี นบริเวณ

นี้ได้โดยไม่เบีย่ งเบนไปจากเดิม

วธิ ที ำ แสดงว่า อิเล็กตรอนถูกแรงกระทำ 2 แรง คอื แรงจากสนามแมเ่ หล็กและแรงจากสนามไฟฟ้า แล้ว

เคล่ือนทีเ่ ปน็ เสน้ ตรงแนวเดมิ แสดงวา่ ผลรวมของแรงทั้งสองทก่ี ระทำต่ออเิ ล็กตรอนเป็นศูนย์

จาก F = 0

FB = FE
qvB = qE

จะไดว้ ่า v = E = 4x102 = 2x106 m/s
B 2x10- 4

ตอบ อัตราเร็วของอเิ ล็กตรอน มีคา่ 2x106เมตรต่อวินาที

สนามแม่เหล็กโลก

แกน่ โลกมีองคป์ ระกอบหลกั เป็นเหลก็ แก่นโลกชน้ั ใน (Inner core) มีความกดดนั สงู จึงมสี ถานะเปน็
ของแขง็ ส่วนแก่นชัน้ นอก (Outer core) มีความกดดันน้อยกวา่ จงึ มสี ถานะเป็นของเหลวหนืดแกน่ ช้ันในมี
อุณหภูมิสูงกว่าแกน่ ชัน้ นอก พลงั งานความร้อนจากแกน่ ชั้นในจงึ ถ่ายเทขนึ้ ส่แู กน่ ชนั้ นอกดว้ ยการพาความร้อน
(Convection) เหลก็ หลอมละลายเคลอ่ื นท่ีหมุนวนอยา่ งช้าๆทำใหเ้ กดิ การเคล่ือนที่ของกระแสไฟฟ้า และ
เหนย่ี วนำใหเ้ กดิ สนามแมเ่ หล็กโลก (The Earth’s magnetic field)

รปู ที่ 6 แกนแม่เหล็กโลก
อยา่ งไรก็ตามแกนแม่เหลก็ โลกและแกนหมนุ ของโลกมใิ ช่แกนเดยี วกนั แกนแม่เหลก็ โลกมขี ัว้ เหนืออยู่

ทางด้านใต้และมีแกนใตอ้ ยูท่ างด้านเหนอื แกนแม่เหลก็ โลกเอียงทำมุมกับแกนเหนือ-ใต้ทางภมู ิศาสตร์ (แกน
หมนุ ของโลก) 12 องศา
ฟลกั ซแ์ มเ่ หลก็

ฟลกั ซ์แม่เหล็ก( f) จำนวนเส้นแรงแมเ่ หลก็ ที่ผา่ นทะลุพ้นื ที่ผวิ สมมติแผ่นหนง่ึ ในบรเิ วณทม่ี ี
สนามแมเ่ หล็กใชส้ ญั ลักษณ์ f มหี น่วย weber ; wb ในบรเิ วณทมี่ ผี ลกั ซ์แม่เหลก็ หนาแน่นมาก เป็นบรเิ วณท่ี
มสี นามแมเ่ หล็กท่มี ีคา่ มาก

รูปท่ี 7แสดงฟลักซแ์ มเ่ หล็ก

การหาคา่ ฟลกั ซแ์ ม่เหล็ก

1. เมอ่ื เส้นแรงแมเ่ หล็กตงั้ ฉากกับพนื้ ทผ่ี วิ
2. เมอ่ื เสน้ แรงแมเ่ หล็กทำมุมกับแนวตง้ั ฉากกบั พนื้ ที่ผิว
3. เม่ือเส้นแรงแมเ่ หลก็ ทำมุมกบั แนวระนาบของพื้นท่ีผิว
ความหนาแน่นของฟลกั ซแ์ ม่เหล็ก (B) หรือค่าความเข้มสนามแม่เหลก็ มีคา่ เท่ากบั จำนวนเสน้ แรงแมเ่ หล็ก
ตอ่ หนงึ่ หน่วยพื้นท่ีทีเ่ สน้ แรงแม่เหลก็ พงุ่ ผา่ นในแนวต้งั ฉาก

ใบงานที่ 21
เร่อื ง แม่เหล็กและสนามแมเ่ หล็ก

ชื่อ.................................................................................ชน้ั ..............................เลขที่...................
คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้อง
1. ใหน้ ักเรยี นสรุปสาระสำคัญท่ไี ด้จากการสบื คน้ ขอ้ มลู และ บนั ทึกลงในสมดุ

แมเ่ หล็กและสนามแมเ่ หล็ก เปน็ อยา่ งไร
แรงกระทำตอ่ อนุภาค ในบรเิ วณทมี่ ีสนามแม่เหลก็
แรงกระทำตอ่ ลวดตวั นำท่ีมีกระแสไฟฟ้าในสนามแม่เหล็ก

2. ตอบคำถามต่อไปน้ี ลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกต้อง
1. แม่เหล็กมีกขี่ วั้ อะไรบ้าง………………….…………………………………………………..………………………………………….
2. สนามแมเ่ หลก็ เปน็ ปริมาณใด และมีหนว่ ยเป็นอะไร

……………………………………………………………………………
3. อนุภาคที่ไมม่ ปี ระจุไฟฟา้ เมื่อเคลื่อนทีผ่ ่านสนามแมเ่ หลก็ แลว้ แนวการเคลื่อนทีจ่ ะเป็นอย่างไร

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. อนุภาคทมี่ ีประจุไฟฟา้ เมื่ออยู่นิง่ ในสนามแมเ่ หล็กแล้วการเคลอื่ นทจ่ี ะเปน็ อย่างไร
5. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. อนภุ าคที่มีประจุไฟฟา้ เม่ือเคล่ือนท่ผี ่านสนามแม่เหล็กแลว้ แนวการเคลื่อนที่จะเปน็ อย่างไร

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. อนุภาคพวกทีเ่ คล่ือนทผี่ า่ นสนามแม่เหลก็ แล้วแนวการเคล่ือนทเ่ี ปล่ียนไปนัน้ เปน็ ผลเน่อื งจากมแี รงของ

สนามแม่เหลก็ กระทำ ถ้าเราต้องการหาค่าแรงนีจ้ ะหาไดจ้ ากสมการน้ีคือ………………………………………………
ลวดตวั นำทีไ่ มม่ ีกระแสไฟฟา้ ไหลผ่าน เมอ่ื วางอยใู่ นสนามแม่เหลก็ จะมีผลจากสนามแม่เหล็กหรอื ไม่
อย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

8. ลวดตัวนำท่ีมกี ระแสไฟฟ้าไหลผา่ น เม่ือวางอยใู่ นสนามแมเ่ หลก็ จะมผี ลจากสนามแม่เหล็กหรอื ไมอ่ ย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

9. เราจะหาค่าแรงเนอื่ งจากสนามแม่เหลก็ ที่มผี ลต่อลวดตวั นำไดจ้ ากสมการอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

10. สนามแมเ่ หลก็ จะมผี ลตอ่ อนุภาคใด และอนภุ าคนั้นต้องเก่ียวขอ้ งกบั การเคล่ือนท่ีอยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

11. ยงิ อิเลก็ ตรอนดว้ ยความเร็ว 8x107 m/s เขา้ ไปในทศิ ต้ังฉากกบั สนามแมเ่ หลก็ ขนาด 0.25 เทสลา จะมแี รง
กระทำตอ่ อเิ ลก็ ตรอนดว้ ยขนาดเท่าไร ( กำหนดให้ q = 1.6x10-19 C )

วิธีทำ จากสมการ F = qvB
แทนค่าจะได้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………….……………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12. อนภุ าคแอลฟาซ่ึงมปี ระจุ 3.2x10-18คูลอมบ์ กำลงั เคลื่อนที่ดว้ ยความเร็ว 1x103 m/s ในแนวทำมมุ 30

องศากับสนามแมเ่ หล็กขนาด 0.02 เทสลา ขนาดของแรงท่ีกระทำต่อประจุมีขนาดนวิ ตัน

วิธีทำ จากสมการ F = qvBsin
แทนค่าจะได้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………….……………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

13. ลวดตวั นำยาว 10 ซม.ลอยนง่ิ อยใู่ นสนามแม่เหลก็ ที่มีขนาดสมำ่ เสมอ 0.5 เทสลา เม่ือผา่ นกระแสไฟฟา้ เข้า
ไปในเสน้ ลวด 2 แอมแปร์ จงหาขนาดของแรงแมเ่ หล็กทก่ี ระทำต่อขดลวด

วธิ ที ำ เม่อื วัตถุลอยน่งิ แสดงว่า ผลรวมของแรงท่กี ระทำต่อวตั ถเุ ป็นศนู ย์
ดังน้นั นำ้ หนักของลวด = แรงเนื่องสนามแมเ่ หลก็ ทีก่ ระทำตอ่ ลวด
จะได้ W = FB
mg = ILB
แทนค่าจะได้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…….……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………….………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………….……………………………………………………………………………………………………………………………

ใบกิจกรรมที่ 21

เร่ือง การเคลอ่ื นทข่ี องอเิ ลก็ ตรอนในสนามแมเ่ หลก็

วตั ถปุ ระสงค์

1.นักเรียนสามารถอธบิ ายสว่ นประกอบและหลักการทำงานของหลอดรังสีแคโทด

2.นักเรยี นสามรถอธบิ ายการเคล่อื นท่ีของอิเลก็ ตรอนในสนามแม่เหล็กได้

3.นักเรยี นสามารถบอกไดว้ า่ สนามแมเ่ หล็กทำให้เกดิ แรงกระทำต่อลำอเิ ล็กตรอนให้เบนไปจากเดิมได้

อุปกรณ์การทดลอง

รายการ จำนวนตอ่ กล่มุ (5 คน)

1.หลอดรงั สีแคโทด 1 หลอด

2.แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงโวลต์สงู (ขดลวดเหนย่ี วนำ) 1 ชดุ

3.แม่เหลก็ 1 อนั

4.สายไฟ 2 เส้น

วิธีการทดลอง
1.ตอ่ ขั้วแอโนดและขวั้ แคโทดของหลอดรังสีแคโทดเข้ากับขั้วท่ีมีศกั ย์ไฟฟ้าสูงและขว้ั ท่ีมศี ักย์ไฟฟ้าต่ำ

ของแหล่งจา่ ยไฟฟา้ กระแสตรงโวลต์สงู (12,000 - 15,000 ) ตามลำดับ ดังรปู สังเกตเหตกุ ารณท์ ีเ่ กิดขน้ึ
เมอ่ื นำขั้วเหนอื ของแมเ่ หล็กเขา้ ใกล้หลอด จากนนั้ สลบั ขั้วของแม่เหล็กโดยนำขวั้ ใต้ของแมเ่ หลก็ เขา้ ใกลห้ ลอด
สงั เกตการเปล่ยี นแปลง

ขั้ ขั้

วว

แแ

คอ

โโ

ทน

ด ด

รปู ที่ 1 การตอ่ หลอดรงั สแี คโทด

2.ใหแ้ ต่ละกลมุ่ บันทึกผลลงในตารางโดยใหอ้ อกแบบตารางบนั ทกึ ผลการทดลองเอง

3.ใหน้ กั เรยี นทกุ กลมุ่ เก็บและนำอุปกรณค์ ืนทหี่ น้าชน้ั เรยี นหลงั ทดลองเสร็จเรียบรอ้ ยแล้ว

ผลการทดลอง

สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำถามทา้ ยกิจกรรม
1.เมือ่ หลอดรงั สีแคโทดทำงาน สงั เกตเห็นอะไร และสิ่งน้ันเกดิ ขนึ้ ไดอ้ ย่างไร
2.ทิศทางของแรงที่กระทำตอ่ อเิ ล็กตรอนข้ึนกับทศิ ทางของสนามแมเ่ หล็กหรือไม่ อย่างไร
3.ทศิ ทางของความเร็วและทิศทางของสนามแม่เหล็กมีผลต่อแรงที่กระทำต่ออนุภาคหรอื ไม่

แบบฝึกทักษะที่ 21
เร่ือง แม่เหล็กและสนามแม่เหลก็

ช่อื .................................................................................ชนั้ ..............................เลขที่...................
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. แม่เหล็กมีกข่ี ว้ั ………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ข้ัวแมเ่ หล็กได้แก่ขวั้

อะไร………………………………………………………………………………..……………………………………
3. อนภุ าคพวกทเ่ี คลื่อนท่ีผา่ นสนามแม่เหลก็ แลว้ แนวการเคล่ือนทีเ่ ปลีย่ นไปนั้น เปน็ ผลเนื่องจากมีแรงของ

สนามแมเ่ หล็กกระทำ ถ้าเราต้องการหาคา่ แรงนีจ้ ะหาไดจ้ ากสมการนี้
คือ………………………………..………………
4. อนุภาคพวกใดที่เคล่อื นทผี่ ่านสนามแมเ่ หลก็ แลว้ แนวการเคล่ือนที่
เปลย่ี นไป…………………………...………………
5. สนามแม่เหลก็ มีทศิ จากไหนไป
ไหน…………………………………………………………………….…………………………………
6. สนามแม่เหลก็ เปน็ ปริมาณเวกเตอรห์ รือส
เกลาร์………………………………………………………...…………………………
7. อนภุ าคพวกใดท่ีเคลื่อนทผ่ี า่ นสนามแมเ่ หล็กแลว้ แนวการเคลื่อนทไี่ ม่
เปลย่ี น…………………………...………………
8. อนุภาคชนดิ ทเี่ คล่ือนท่ีผ่านสนามแมเ่ หล็กแลว้ แนวการเคล่ือนท่ไี ม่เปลยี่ น
คอื …………………………...………………
9. อนภุ าคแบ่งเกี่ยวกับไฟฟา้ เปน็ กี่
พวก……………………………………………………………………..………………………………
10. อนภุ าคชนิดที่เคล่ือนท่ผี า่ นสนามแมเ่ หลก็ แล้วแนวการเคลื่อนท่ีไมเ่ ปล่ยี นไปคือ………………………..……………
11. แม่เหลก็ คือ.......................................................................................................................... .....................
12. สารแม่เหล็ก คือ.........................................................................................................................................
13. ขั้วแมเ่ หล็ก คือ..........................................................................................................................................
14. สนามแม่เหลก็ คือ......................................................................................................................................
15. เสน้ สนามแมเ่ หลก็ คือ..............................................................................................................................
16. ฟลกั ซ์แมเ่ หล็ก คือ……………………………………………………………………………………….………………………………
17. ความหนาแน่นฟลกั ซ์แมเ่ หลก็ คือ..............................................................................................................


Click to View FlipBook Version