หนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ วชิ าภาษาไทย
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓
เรอ่ื ง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
จัดทำโดย
นางมณกี านต์ ศาลางาม
ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรยี นกระเทยี มวทิ ยา
สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๓
ภาษาไทย ม. 3 เรือ่ ง คำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย
ผงั มโนทัศนส์ าระการเรียนรู้
ลกั ษณะของคำภาษาตา่ งประเทศที่ยมื มาใช้ในภาษาไทย
๑. สาเหตทุ ที่ ำให้เกดิ การยมื ภาษา
๑. ดา้ นภมู ิศาสตร์ อาณาเขตใกล้กนั ทำใหเ้ กิดการแลกเปลยี่ นภาษา
๒. ด้านการค้า การติดตอ่ กนั เป็นหน่งึ ในปัจจัยการรับภาษา
๓. ด้านศาสนาและวัฒนธรรม การรับศาสนาและวฒั นธรรมจะแฝง
คำศพั ท์จากส่งิ เหล่านนั้ มาด้วย
๔. ด้านการศึกษา การเรียนในต่างแดน ความรู้ในแขนงต่าง ๆ ท่ี
เพิม่ เติมเปน็ ที่มาของศัพท์
๕. ด้านเทคโนโลยี การรับความเจริญหรือสิ่งประดิษฐม์ าใช้เป็นการ
รับเอาภาษาของชาตนิ ้นั ๆ มาดว้ ย
๒. อิทธพิ ลของภาษาตา่ งประเทศที่มีผลตอ่ ภาษาไทย
๑. คำไทยมีหลายพยางค์ จากเดิมทีเ่ ป็นคำพยางคเ์ ดยี วกเ็ พิ่มจำนวน
พยางคเ์ พ่ิมข้ึนโดยผสมกบั ภาษาอนื่
๒. คำไทยเป็นคำควบกล้ำมากขึ้น ปจั จบุ นั มีคำควบกลำ้ ทีม่ ีเสียง
ควบต่างจากเดมิ เพ่มิ มากขึ้น
๓. มีตวั สะกดหลายตัวทไี่ มต่ รงตามมาตราตัวสะกด ทำใหม้ ีการ
เขียนและการออกเสียงทีห่ ลากหลาย
๔. มีคำศัพทใ์ ชใ้ นภาษามากขนึ้ ทำให้เลอื กใชไ้ ดเ้ หมาะสมกบั โอกาส
๓. วิธีการนำคำภาษาตา่ งประเทศมาใช้ในภาษาไทย
๑. ใช้ตามคำเดมิ ทย่ี มื มา เช่น เมตร (อังกฤษ) หมายถงึ หน่วยวัด
ความยาว แข (เขมร) หมายถงึ ดวงเดือน
๒. เปล่ยี นตวั สะกดให้ผดิ ไปจากเดมิ เพือ่ ใหอ้ อกเสยี งไดส้ ะดวก เช่น
เผอิลฺ (เขมร) เปลีย่ นเปน็ เผอญิ
๓. เปลีย่ นรูปและเสียงให้ผิดไปจากเดมิ เพอื่ ใหเ้ หมาะกบั การออก
เสยี งภาษาไทย เช่น ฮวงโล้ว (จีน) เป็น อ้งั โล่
๔. ตัดคำให้มีเสียงส้ันลง เชน่ อุโบสถ (บาลสี นั สกฤต) เป็น โบสถ์
๕. แผลงสระและพยญั ชนะใหผ้ ดิ ไปจากเดมิ เช่น กรี ติ (บาลี
สนั สกฤต) ไทยใช้ เกยี รติ
๖. เปลีย่ นความหมายไปจากเดิมใหเ้ ขา้ กับความหมายของภาษาไทย
เชน่ โมโห (บาลสี นั สกฤต) หมายถงึ ความลุ่มหลง ความโง่เขลา ไทยใช้
โกรธ
๗. บญั ญัติศัพท์ข้นึ มาใหม่ คือ การสร้างศัพทใ์ หม่ท่มี ีความหมายตรง
กบั ภาษาเดิม เพอ่ื ไม่ทำใหภ้ าษาไทยวิบัติ ซงึ่ การบญั ญัตศิ พั ทม์ กั ใช้กบั
คำภาษาบาลสี นั สกฤตและภาษาอังกฤษ
คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ
๑. ภาษาเขมร
ไทยได้รบั อทิ ธพิ ลจากภาษาเขมรจากการคา้ การสงคราม การเมอื ง
และวัฒนธรรม โดยมสี าเหตุการนำมาใช้ดังน้ี
สาเหตทุ ี่ไทยนำคำเขมรมาใช้
๑. รปู แบบและการออกเสียงคล้ายคลงึ กนั
๒. อดีตเขมรมคี วามรุ่งเรืองและมสี มั พนั ธไมตรตี ่อกัน
๓. ไทยและเขมรปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จงึ รบั คำเขมร
มาใช้เปน็ ราชาศัพท์
๔. นกั ปราชญ์ราชบัณฑิตนำคำเขมรมาใช้ในวรรณกรรมดา้ นศาสนา
และพิธีกรรม และยังใช้ในจารกึ ต่าง ๆ
๕. คนไทยและคนเขมรต่างนับถือและนยิ มใช้ภาษาของกนั และกัน
ลกั ษณะคำเขมรท่นี ำมาใชใ้ นภาษาไทย
๑. ใช้ตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา เช่น แม่กด มกั ใช้ ด จ ส เปน็
ตัวสะกด เช่น โปรด เผดจ็ ตรัส และแม่กน มักใช้ น ญ ร ล เปน็
ตัวสะกด เชน่ ผสาน เพญ็ ขจร ตำบล
๒. พยัญชนะต้นมกั เปน็ คำควบกล้ำและคำท่ีใชอ้ ักษรนำ คำควบกลำ้
เช่น ขลาด กระบอื เพลาไพร คำทม่ี ีอักษรนำ เชน่ ขจดั โขนง พนม เสวย
๓. นยิ มเติมคำหนา้ หรืออปุ สรรค ลงหน้าคำกรยิ าหรอื วิเศษณ์เพื่อให้
ความหมายของคำเปลีย่ นไปบ้าง
๓.๑ ใช้ บัง บนั บำ นำหนา้ คำต่าง ๆ ซง่ึ ขึน้ ต้นด้วยพยัญชนะวรรค
บงั นำหนา้ คำที่ขนึ้ ต้นด้วยพยัญชนะวรรค ก และเศษวรรค เชน่
เกดิ เป็น บังเกดิ คม เปน็ บงั คม
บนั นำหนา้ คำทข่ี ้นึ ตน้ ดว้ ยพยญั ชนะวรรค ต และเศษวรรค
เช่น เทิง เป็น บันเทงิ ดาล เปน็ บนั ดาล
บำ (บํ) นำหน้าคำทีข่ นึ้ ต้นด้วยพยญั ชนะวรรค ป เชน่ บัด เปน็
บำบดั เพญ็ เปน็ บำเพญ็
๓.๒ ใชพ้ ยัญชนะ ป ผ นำหนา้ คำ เช่น ราบ เปน็ ปราบ จญ เป็น
ผจญ, ประจญ
๓.๓ ใช้ กำ นำหนา้ คำ เชน่ บัง เปน็ กำบงั
๓.๔ ใช้พยัญชนะ ปร นำหน้าคำ เชน่ ชุม เป็น ประชุม มลู เปน็
ประมูล
๔. ใชค้ ำเติมกลาง ลงในคำนาม คำกรยิ า หรอื คำวิเศษณ์ เพือ่ ให้
ความหมายเปลี่ยนไปบา้ ง
วธิ ีนำคำเขมรมาใชใ้ นภาษาไทย
๑. เลือกคำท่ีออกเสยี งได้สะดวก สอดคล้องกบั ภาษาไทยโดยไม่ตอ้ ง
เปล่ียนรปู และเสยี งของคำ เช่น ฉบับ เขนย กราบ ปรงุ ฉลอง ตรสั เกิด
๒. เปล่ยี นแปลงเสียงสระหรือพยญั ชนะ ทง้ั ในด้านการออกเสยี ง
และการสะกดคำ
– เปล่ียนแปลงการออกเสียง เช่น ฏํรา เขมรอา่ น ตอม-รา ไทยใช้
ตำรา
– เปลีย่ นแปลงการสะกดคำ เชน่ ถนฺ ล ไทยใช้ ถนน แขสฺ ไทยใช้
กระแส (กระแสน้ำ)
๓. เปลีย่ นแปลงความหมาย เพอ่ื ความเหมาะสมในภาษาไทย เช่น
ฉฺลอง เขมร หมายถึง ขา้ ม ไทย หมายถงึ พิธีฉลอง กรอง เขมร หมายถงึ
กำไล ไทยหมายถงึ ถัก, รอ้ ย
๔. กำหนดความหมายขน้ึ ใหม่ แต่ยงั ใกลเ้ คียงความหมายเดมิ เชน่
ทบวง ความหมายเดิมคอื หัว ความหมายใหมค่ อื หน่วยงานทมี่ ีฐานะต่ำ
กวา่ กระทรวงแต่สูงกว่ากรม
๕. แผลงอักษรใหม้ ีรูปรา่ งต่าง ๆ ทั้งพยญั ชนะ สระ ตัวสะกด และ
ให้อ่านออกเสียงอย่างไทย เช่น โสวฺ ย แผลงเปน็ เสวย ผทฺ ม แผลงเปน็
ประทม, บรรทม ขฺจก แผลงเปน็ กระจอก
ตวั อยา่ งคำยืมภาษาเขมร
กระทรวง กระบือ ขนม เขนย เขมา่ ปรุง เพลงิ ควาญ กระแส
ทบวง เดนิ โคม สำราญ สไบ เฉลียว ฉะเชิงเทรา กำเนดิ กระโปรง ทลาย
ทหาร บำเรอ บรรทัด ผลาญ กระเพาะ ฉลอง สนมิ สำเนา จรวด ขจาย
๒. ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต
ภาษาบาลแี ละภาษาสนั สกฤตเขา้ มาในไทยผา่ นการเผยแผ่ศาสนา โดย
ภาษาบาลีใชใ้ นงานเขียนทางศาสนา สว่ นภาษาสันสกฤตใช้เปน็ ภาษาทาง
วรรณคดีและวิชาการ นอกจากน้ยี ังใช้ในคำราชาศัพทอ์ กี ด้วย
ภาษาบาลแี ละภาษาสนั สกฤตมีลักษณะแตกต่างกัน เทียบตามตาราง
ดังนี้
วธิ ีการนำคำภาษาบาลีและภาษาสนั สกฤตมาใชใ้ นภาษาไทย
๑. เลือกคำที่ออกเสียงได้สะดวก คำใดออกเสยี งสะดวกกจ็ ะรบั มาใช้ เช่น
บาลีใช้ ขนตฺ ิ สนั สกฤตใช้ กษานตฺ ิ ไทยเลือกใช้ ขนั ติ
๒. เปล่ยี นแปลงเสยี งสระหรือพยัญชนะ เลอื กใหเ้ หมาะสมกบั เสียงใน
ภาษาไทย เชน่ ไวทยฺ เปล่ยี นเปน็ แพทย์
๓. เพมิ่ และลดเสียงของคำ
– ตัดส่วนหน้าของคำออก เชน่ สามเณร ตดั เปน็ เณร อุโบสถ ตดั เป็น
โบสถ์
– ตดั ส่วนหลงั ของคำออก เชน่ พินจิ ฉยั ตัดเปน็ พินิจ พาราณสี ตัดเป็น
พารา
– ตดั ท้ังสว่ นหนา้ และสว่ นหลงั ออก ใช้เฉพาะสว่ นกลาง เชน่ อักโขภณิ ี
ตดั เป็น โข อักโข
๔. เปลยี่ นแปลงความหมายให้แตกตา่ งจากความหมายเดิม โดยยังเค้าเดมิ
อยู่ เชน่ อนาถ บาลีสนั สกฤต หมายถงึ ไมม่ ที ่ีพึ่ง ไทย หมายถึง น่าสงสาร, น่า
สลดใจ
๕. กำหนดความหมายใหม่ มคี ำภาษาบาลแี ละสันสกฤตท่ีไทยรบั มาใชท้ ัง้ คู่
แต่กำหนดความหมายใหมใ่ ห้ตา่ งกนั เช่น โทรทัศน์ (คำบาล)ี หมายถงึ
กระบวนการถ่ายทอดเสียงและภาพได้พร้อมกนั จากทีห่ นงึ่ ไปยงั อกี ทีห่ นึ่ง โดยวธิ ี
เปลี่ยนคลื่นเสียงและภาพใหเ้ ป็นคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ออกสูอ่ ากาศ ส่วน
โทรทรรศน์ (คำสนั สกฤต) หมายถึง กล้องสอ่ งดสู งิ่ ทอี่ ยไู่ กลให้เห็นใกล้
ตวั อยา่ งคำยมื ภาษาบาลแี ละภาษาสันสกฤต
กบาล กมล การณ์ คณะ คุณ จร จีวร ชฎา ชล ชยั ชีวะ ชีวติ เดช ทวาร
ทายาท ธน ธานี ธปู นคร นารี นิล นติ ิ บรม บาท บาป พสุธา พาณิช พิฆาต
พริ ุธ เพดาน ภาชนะ ภาพ โภค มณี มรณะ รัตนะ รส ราชา รปู โรค ลิขิต เลขา
โลก โลภ วาจา วาตะ วาทะ วานร วารี วาสนา วิมล วิลาส วิหาร เวลา สมยั
สมาธิ สาธารณะ สาโรช สุข หงส์ หมิ ะ เหตุ โหร อดีต อภัย อาฆาต อาวรณ์
อุดม อทุ ัย อบุ าย อุปกรณ์ อปุ มา
๓. ภาษาองั กฤษ
ภาษาอังกฤษสำหรบั คนไทยทวีบทบาทมากขึน้ ควบค่กู บั ความเจรญิ กา้ วหน้า
ทางเทคโนโลยี โดยมีหลักการยมื คำตา่ ง ๆ มาใช้ ดงั นี้
๑. เปลย่ี นเสยี งภาษาอังกฤษทีไ่ ม่มีใช้ในภาษาไทยให้ออกเสียงสะดวกขน้ึ
เช่น sign เปน็ เซน็
๒. ลากเขา้ ความเพ่ือเปล่ียนเสียงภาษาอังกฤษให้คนุ้ หูคนไทยหรือแปล
ความหมายได้ด้วย เชน่ coffee เป็น กาแฟ
๓. ใชต้ ามคำเดมิ โดยไมเ่ ปลยี่ นรูปและเสียง เช่น fasion เป็น แฟชน่ั
๔. บญั ญตั ศิ ัพท์โดยกำหนดคำภาษาไทยขึ้นใช้แทนคำภาษาอังกฤษ เชน่
bank บญั ญัติวา่ ธนาคาร
๕. ตดั คำให้สั้นลงเพือ่ สะดวกในการออกเสยี ง เช่น champion เป็น แชมป์
๖. เปลย่ี นความหมายของคำใหก้ ว้าง แคบ หรอื เปลย่ี นความหมายไป เช่น
free ความหมายเดิม คือ อิสระ, ไม่ตอ้ งเสยี เงนิ , วา่ งจาก ไทยใชห้ มายถึง สะดวก
, ได้เปลา่
ตวั อย่างคำยืมภาษาองั กฤษ
เทคโนโลยี วัคซีน โนต้ เค้ก ไอศกรมี เบเกอรี บาสเกตบอล เทนนสิ สไตล์ ยีน
เชต้ิ ฟลิ ์ม แฟลต คอนโดมเิ นียม ปลัก๊ นีออน
๔. ภาษาจนี
ภาษาจนี เข้ามอี ิทธิพลกบั ภาษาไทยผ่านการเจริญสมั พันธไมตรแี ละการค้า
โดยเฉพาะภาษาจนี แตจ้ ิว๋ และภาษาจนี ฮกเก้ียน
ตวั อย่างคำยืมภาษาจนี
กก๊ กงเต๊ก บะฉอ่ แป๊ะเจยี๊ ะ โพย จบั กัง ตงั เก ขึ้นฉ่าย ฮวงซยุ้ เปน็ ต้น
๕. ภาษาชวา–มลายู
ภาษาชวาเขา้ มาในชว่ งสมัยอยุธยาและเดน่ ชัดผ่านบทละครเรอ่ื งดาหลัง (เจา้
ฟ้ากณุ ฑล) และอิเหนา (ฉบบั เจา้ ฟ้ามงกฎุ และ ร.๒) ตามลำดบั สว่ นภาษามลายู
นนั้ เรม่ิ เผยแพร่เขา้ มาทางจงั หวดั ชายแดนภาคใต้
ตัวอยา่ งคำยืมภาษาชวา–มลายู
การะบุหนงิ กรรไกร กระยาหงัน กำยาน กุญแจ ตนุ าหงนั โนรี บหุ งา
แบหลา ยาหยี ระยำ มาลาตี เปน็ ตน้
นอกจากนยี้ ังมีภาษาอ่ืนเขา้ มาปะปนในภาษาไทยอีก เชน่
ภาษาญ่ีปนุ่ เช่น กิโมโน เกอชิ า คาราเต้ ชินโต ซากรุ ะ ซโู ม่ ยูโด สาเก
สุกยี าก้ี
ภาษาเปอร์เชีย เชน่ กุหลาบ ตรา ตาด บัดกรี ป้นั หยา สุหรา่ ย วลิ าศ องุ่น
ภาษาอาหรับ เชน่ การบรู โกหรา่ น ฝน่ิ อตั ลัด อำพนั
ภาษาฝรัง่ เศส เชน่ กงสุล กรมั กาเฟอนี กาสโิ น ครวั ซองต์ คปู อง ชฟี อง
ปารเ์ กต์
ศัพทบ์ ัญญตั ิ
ศพั ท์บัญญัติ คอื คำใหมท่ ส่ี ร้างขึ้นใหม้ ีความหมายสอดคล้องกับคำเดมิ เพ่อื ใช้
ในวงการตา่ ง ๆ
ขน้ั ตอนการบญั ญัตศิ ัพท์
หลักการบัญญตั ิศพั ท์ แบ่งเป็น ๓ ขั้นตอน ดังน้ี
(หากข้นั ตอนใดไม่สำเร็จจะใชข้ นั้ ตอนถัดไป)
สรปุ
การยืมคำในภาษาอนื่ มาใช้ในภาษาไทย ทำใหเ้ ราสามารถเลอื กใชค้ ำได้
หลากหลาย แต่การใช้คำยืมตอ้ งมคี วามรู้และความเข้าใจเปน็ พ้ืนฐานเพือ่ ให้ใช้ได้
อย่างถกู ตอ้ ง
แหลง่ ทม่ี าของเน้อื หา : สำนกั พมิ พ์วฒั นาพานิช www.wpp.co.th