นายอดุล ดือราแม
ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ
โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
สงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษายะลา
นายอดุล ดือราแม
ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ
โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
สงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษายะลา
ก
คำนำ
เอกสารประกอบการเรียน รายวิชา วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ เร่ือง ดาวฤกษ์และ
ระบบสรุ ิยะ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 จัดทาขนึ้ เพอื่ มุ่งเน้น
ให้นกั เรยี นสามารถศกึ ษาหาความรู้ และสามารถทดสอบความเข้าใจก่อนเรียน และหลังเรยี นไดด้ ว้ ย
ตนเอง ภายในเล่มจะมีใบกจิ กรรม ใบความรู้ท่ีใหค้ วามรดู้ ้านเนอ้ื หาแกน่ ักเรยี น เมื่อศึกษาเน้อื หาเขา้ ใจ
แล้วจะมใี บงาน ให้นักเรยี นฝกึ คิด และแบบทดสอบหลังเรียน เพอ่ื ทดสอบความรู้ ความเข้าใจ อีกทง้ั
ยงั สามารถตรวจคาตอบจากเฉลยไดด้ ้วยตนเอง และนักเรียนจะไดฝ้ กึ ฝนทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ และการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ โดยครผู ูส้ อนเป็นผู้ให้
คาปรึกษา แนะนา และคอยอานวยความสะดวก ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ผูจ้ ัดทาเป็นอย่างย่ิงว่า เอกสารประกอบการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง ดาวฤกษแ์ ละระบบ
สรุ ิยะ กล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ สาหรบั นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนว่ ยที่ 1 ความสอ่ ง
สวา่ งและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์ชดุ นี้ จะเปน็ ประโยชน์ต่อนกั เรียน และครูผปู้ ฏิบัตกิ ารสอนกล่มุ สาระ
การเรียนรูว้ ิทยาศาสตรส์ ามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการจดั กระบวนการเรยี นรูใ้ ห้เหมาะสมกับนักเรยี นไดด้ ี
ยง่ิ ขึ้น
อดุล ดือราแม
ข
สำรบญั หนา้
ค
คานา ง
สารบญั 1
คาช้ีแจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น 2
คาแนะนาการใช้สาหรับครู 3
คาแนะนาการใช้สาหรับนักเรียน 4
ขั้นตอนการจัดเอกสารประกอบการเรยี นรูแ้ บบวฏั จักร 7 ขั้น (7E) 5
ขั้นตอนการใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น 6
มาตรฐานการเรียนรู้/ ตวั ช้ีวดั 6
สาระสาคัญ 7
จุดประสงค์การเรียนรู้ 8
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 12
ขนั้ ที่ 1 ข้ันตรวจสอบความรเู้ ดิม 13
14
ใบคาถาม 15
ขัน้ ท่ี 2 ขั้นเร้าความสนใจ 18
19
ใบกิจกรรมที่ 1 20
ขั้นที่ 3 ขน้ั สารวจและคน้ หา 23
25
ใบกจิ กรรมท่ี 2 27
ใบความรู้ที่ 1 28
ขน้ั ที่ 4 ขั้นอธบิ าย
ใบกิจกรรมที่ 3
ข้ันท่ี 5 ขั้นขยายความคิด
ใบความร้ทู ่ี 2
สำรบญั ค
. หนา้
29
ขั้นท่ี 6 ขั้นประเมินผล 30
ใบงาน 36
37
ขนั้ ที่ 7 ขน้ั นาความรู้ไปใช้ 39
ใบกิจกรรมที่ 4 43
44
แบบทดสอบหลังเรยี น 45
บรรณานกุ รม 46
ภาคผนวก 49
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นและเรยี น
เฉลยกิจกรรมการทดลอง
เฉลยใบงาน
1
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ 1 รหัสวิชา ว33194
เรื่อง ดาวฤกษ์และระบบสุรยิ ะ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
หน่วยท่ี 1 ความส่องสว่างและโชติมาตรของดาวฤกษ์ ประกอบด้วย
1. คาแนะนาสาหรบั ครู
2. คาแนะนาสาหรบั นกั เรียน
3. แผนผงั มโนทศั น์ขั้นตอนการเรยี นเอกสารประกอบการเรยี น
4. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
5. แบบทดสอบก่อนเรียน
6. ใบกจิ กรรม
7. ใบความรู้
8. ใบงาน
9. แบบทดสอบหลังเรยี น
10. เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
11. เฉลยใบงาน
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ 1 รหัสวชิ า ว33194
เรอ่ื ง ดาวฤกษแ์ ละระบบสุรยิ ะ กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
เล่มน้ี เปน็ หน่วยท่ี 1 ความส่องสวา่ งและโชติมาตรของดาวฤกษ์ ใชเ้ วลาในการเรียน 3 ชัว่ โมง มี
วัตถุประสงคเ์ พ่ือให้นกั เรียนมีความรูค้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั การความสอ่ งสว่างและตมิ าตรของดาวฤกษ์ โดย
การพัฒนาการเรียนรูใ้ นรูปแบบเอกสารประกอบการเรียน เพอ่ื สะดวกในการใชท้ ้ังครแู ละนกั เรยี นตาม
เจตนารมณ์และเปา้ หมายของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรงุ
พทุ ธศักราช 2560)
2
เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ 1 รหัสวิชา ว33194
เร่อื ง ดาวฤกษ์และระบบสรุ ยิ ะ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
เล่มน้ี เป็นหนว่ ยท่ี 1 ความส่องสว่างและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์ ครูควรเตรียมความพรอ้ ม และปฏิบตั ิ
ตามคาแนะนา ดังต่อไปน้ี
ก่อนการจดั การเรยี นการสอน ครผู ูส้ อนควรดาเนินการ ดงั นี้
1. ศึกษาแผนการจดั การเรียนรู้ เอกสารประกอบการเรียน และอา่ นเน้ือหาสาระอยา่ ง
ละเอยี ดรอบคอบ พร้อมทั้งทาความเข้าใจกบั เนื้อหาทุกเล่มก่อนการใชง้ าน
2. เตรยี มเอกสารประกอบการเรยี นใหค้ รบถว้ นและเพียงพอกับจานวนนกั เรียน
3. เตรียมเคร่อื งมือวดั และประเมินผล เพ่อื ใหท้ ราบความก้าวหนา้ ของนักเรยี น
4. จดั ชน้ั เรียนใหน้ กั เรยี นเรยี นรเู้ ป็นรายบคุ คล รายคู่ หรือกลุม่ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้
ระหวา่ งเดนิ ดาเนนิ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ครผู ู้สอนควรดาเนินการ ดังนี้
1. ดาเนนิ การจดั กิจกรรมการเรียนรตู้ ามกิจกรรมการเรียนรูท้ ี่กาหนดไวใ้ นแผนการจดั การ
เรียนรูอ้ ยา่ งเครง่ ครดั
2. ช้แี จงใหน้ กั เรียนทราบลาดับขน้ั ตอนและวธิ กี ารเรยี นรูโ้ ดยใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น
อยา่ งชัดเจน และประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากการเรยี นรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรยี น
3. ชี้แจงใหน้ ักเรียนทราบเก่ียวกับบทบาทของนักเรียนในการเรียนรู้ โดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียน
ให้เขา้ ใจ และเนน้ ย้าเรอื่ งความซ่ือสัตย์ โดยไมล่ อกเพ่ือน ไม่ใหเ้ พื่อนทาใหก้ ่อนลงมือทาด้วยตนเอง
4. สังเกตความตั้งใจของนักเรียน ความสนใจในการเรยี น การทางานรว่ มกนั เปน็ กล่มุ ของ
นักเรียนทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิด หากนกั เรียนคนใดมีปญั หาข้อสงสยั ครูตอ้ งใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทันที
5. ควบคุมเวลาในการจดั กิจกรรมการเรยี นรูโ้ ดยใชเ้ อกสารประกอบการเรียนของนักเรียน
แต่ละคนอาจจะไมเ่ ทา่ กัน ครูควรยดื หยุ่นตามความเหมาะสม และตามสถานการณ์
6. การสรปุ บทเรยี นควรเปน็ กจิ กรรมรว่ มกันของนักเรยี นทุกคนหรอื แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทน
มาร่วมอภปิ รายเร่อื งท่เี รยี นมา
7. กากับควบคมุ ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เพ่ือประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน
สิ้นสดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรดาเนนิ การ ดงั นี้
1. เกบ็ รวบรวมผลงานของนักเรียนไปตรวจ
2. เนน้ ย้าใหน้ กั เรียนทาการบ้านมาสง่ ให้ตรงตามเวลาท่ีกาหนดและนาข้อบกพร่องจากการทา
การบา้ นของนกั เรียนไปบอกและแก้ไขให้กับนักเรยี นในชวั่ โมงถดั ไป
3. ตรวจแบบทดสอบ บันทึกคะแนนและสรปุ ผลการประเมินพฤติกรรมของนักเรยี น
3
เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ 1 รหัสวิชา ว33194
เร่อื ง ดาวฤกษ์และระบบสรุ ิยะ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรุงพทุ ธศักราช 2560) หนว่ ยที่ 1
ความสอ่ งสวา่ งและโชติมาตรของดาวฤกษ์ นักเรยี นควรปฏิบตั ิตามคาแนะนา ดังนี้
1. อ่านคาชแ้ี จงและคาแนะนาในการใช้เอกสารประกอบการเรียนใหเ้ ข้าใจก่อนทากิจกรรม
ทกุ คร้ัง
2. ศึกษาจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรแู้ ละขนั้ ตอนการใช้เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา
วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เพ่ือให้ทราบวา่ เมอื่ เรยี นจบแล้วนักเรยี นจะมีความร้ใู นเร่ืองใดบา้ ง
3. ทาแบบทดสอบก่อนเรยี นลงในกระดาษคาตอบ ตรวจคาตอบจากเฉลยแบบทดสอบ
กอ่ นเรยี น พร้อมท้งั บนั ทึกคะแนนลงในแบบบันทึกคะแนน
4. ทาใบกิจกรรม และศึกษาใบความรู้
5. ทาใบงาน ตรวจคาตอบจากเฉลยแบบใบงาน พร้อมทั้งบนั ทกึ คะแนนลงในแบบบนั ทึก
คะแนนรายบุคคล
6. เมอื่ นักเรยี นไมเ่ ข้าใจทาเอกสารประกอบการเรียน ข้อใดไม่ไดห้ รอื มีปัญหาข้อสงสัยใน
เนอ้ื หาใหก้ ลบั ไปศึกษาใบความรู้และตวั อย่างอีกครั้งจนเขา้ ใจดหี รือปรกึ ษาครูผ้สู อน แลว้ จงึ กลบั มาทา
เอกสารประกอบการเรยี น
7. การเขยี นคาตอบของเอกสารประกอบการเรยี นใหน้ ักเรียน ทาดว้ ยความรอบคอบให้
ผลงานมีความถูกต้อง สะอาดเรียบร้อยและเปน็ ระเบยี บ
8. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น ตรวจให้คะแนนตามเฉลย ถ้าได้ตา่ กวา่ ร้อยละ 80% ให้
กลบั ไปศึกษาเอกสารประกอบการเรยี นอีกครั้ง
9. สรปุ ผลการเรยี น ประเมนิ ปรับปรุงและพฒั นาตนเอง
10. การศกึ ษาเอกสารประกอบการเรยี นเล่มน้ี จะไม่บรรลผุ ลสาเรจ็ ถ้านกั เรียนขาดความ
ซอื่ สตั ยใ์ นการทาเอกสารประกอบการเรียน
4
ข้ันท่ี 1 ข้ันตรวจสอบความรู้เดมิ (Elicitation Phase)
ขั้นที่ 2 ข้นั เร้าความสนใน (Engagement Phase)
ข้นั ที่ 3 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration Phase)
ขัน้ ที่ 4 ข้นั อธบิ าย (Explanation Phase)
ขัน้ ที่ 5 ขน้ั ขยายความคดิ (Expansion Phase)
ขัน้ ท่ี 6 ข้ันประเมินผล (Evaluation Phase)
ขนั้ ท่ี 7 ขั้นนาความรู้ไปใช้ (Extension Phase)
5
อา่ นคาชแี้ จง
ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
ทาใบกิจกรรม
ศึกษาใบความรู้
ทาใบงาน
ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
6
เอกสารประกอบการเรยี น เรื่อง ดาวฤกษแ์ ละระบะสรุ ยิ ะ
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6
หนว่ ยที่ 1 ความสอ่ งสวา่ งและโชติมาตรของดาวฤกษ์
มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ
กาแลก็ ซ่ี ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ิยะ รวมทง้ั ปฏิสัมพนั ธ์ภายในระบบสรุ ยิ ะท่ี
ส่งผลตอ่ ส่ิงมีชีวิต และการประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ
ว 3.1 ม.6/5 ระบุปจั จยั ท่สี ง่ ผลต่อความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์ และอธิบายความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งความส่องสวา่ งกับโชติมาตรของดาวฤกษ์
สาระสาคัญ
ความสอ่ งสว่างของดาวฤกษ์เปน็ พลังงานจากดาวฤกษ์ที่ปลดปลอ่ ยออกมาในเวลา
1 วินาทตี ่อหน่วยพื้นท่ี ณ ตาแหน่งของผู้สงั เกตแต่เน่อื งจากตาของมนุษยไ์ มต่ อบสนองตอ่ การ
เปลย่ี นแปลงความสอ่ งสว่างที่มีคา่ น้อย ๆ จงึ กาหนดค่าการเปรียบเทียบความส่องสวา่ งของดาว
ฤกษด์ ว้ ยค่า โชติมาตร ซง่ึ เปน็ การแสดงระดับความส่องสว่างของดาวฤกษ์ ณ ตาแหน่งของ
ผูส้ งั เกต
7
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
1. บอกปจั จยั ความสัมพนั ธร์ ะหว่างระยะห่างและกาลงั ส่องสว่างที่สง่ ผลตอ่ ความส่อง
สว่างของดาวฤกษ์ได้
2. อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างระยะห่างและกาลงั ส่องสวา่ งท่สี ่งผลตอ่ ความส่องสวา่ ง
ของดาวฤกษ์ได้
3. บอกความสัมพันธ์ระหว่างความส่องสวา่ งกับโชตมิ าตรปรากฎของดาวฤกษไ์ ด้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
4. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หาและกระบวนการทางานเป็นกล่มุ
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
5. นักเรยี นมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่ันในการทางาน และมีจิตวทิ ยาศาสตร์
8
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เอกสารประกอบการเรียน เรอื่ ง ดาวฤกษแ์ ละระบะสุรยิ ะ
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6
หนว่ ยที่ 1 ความส่องสวา่ งและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนทาเครอ่ื งหมายกากบาท () ลงในชอ่ งตัวอักษร ก ข ค หรอื ง ท่ีถูกต้องทีส่ ดุ
เพยี งข้อเดียว
1. ความสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ขน้ึ อยกู่ ับปัจจัยในใด
ก. ความเขม้ ขน้ ของแสงจากดวงดาว
ข. สเปกตรัมของแสงจากดวงดาว
ค. ปริมาณฝุ่นละอองของบรรยากาศของโลก
ง. กาลังสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ และระยะห่าง
2. ข้อใดกลา่ วไม่ถูกต้อง
ก. ไม่มีดาวดวงใดที่มีอันดบั ความสวา่ งเทา่ กบั ศูนย์
ข. ดาวท่มี คี วามสว่างมากจะมอี ันดับความสว่างนอ้ ย
ค. ดาวที่มีความสว่างนอ้ ยจะมีอนั ดับความสวา่ งน้อย
ง. ความสว่างของดาวที่มองจากโลก คอื ความสว่างปรากฎ
3. ข้อใดกลา่ วถงึ โชติมาตรสัมบูรณ์ได้ถกู ต้อง
ก. ค่าเปรียบเทียบความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์ท่ีเห็นไดจ้ ากโลก
ข. พลังงานจากดาวฤกษ์ท่ีปลดปลอ่ ยออกมาในเวลา 1 วินาทตี ่อหน่วยพน้ื ที่
ค. พลังงานแสงท่แี หล่งกาเนิดแสงท่มี รี ะยะห่างจากผู้สังเกตไม่เท่ากัน
ง. ค่าเปรยี บเทยี บความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์ทร่ี ะยะหา่ งจากโลกเท่ากนั
9
4. ดาวที่มีความสว่างตา่ งกัน 2.5 เทา่ จะมอี นั ดับความสว่างตา่ งกันเทา่ ใด
ก. 1
ข. 2.5
ค. 5
ง. 7.5
5. ดาวในข้อใดมีความสวา่ งสงู สดุ
ก. ดาวไรเจล มอี ันดับความสว่าง 0.12
ข. ดาวคาโนปัส มีอันดับความสว่าง -0.6
ค. ดาวพอลลกั ซ์ มีอันดบั ความสว่าง 1.14
ง. ดาวหัวใจสงิ ห์ มีอันดับความสว่าง 1.35
6. ถา้ ดาว A และ B มีกาลังสอ่ งสว่างปรากฎเท่ากัน ข้อใดถกู ต้อง
ก. ดาว A และดาว B ห่างจากผสู้ ังเกตเท่ากัน
ข. ดาว A และดาว B สวา่ งเท่ากันเมื่อมองจากโลก
ค. ดาว A และดาว B เป็นดาวทม่ี สี เปกตรัมเดียวกนั
ง. ดาว A และดาว B สว่างเทา่ กนั ถ้าดาวท้ังสองอยูห่ ่างจากผสู้ ังเกตเท่ากัน
7. ขอ้ ใดกลา่ วถึงโชติมาตรปรากฎได้ถูกตอ้ ง
ก. ค่าเปรยี บเทียบความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์ท่ีเห็นไดจ้ ากโลก
ข. พลังงานจากดาวฤกษ์ทีป่ ลดปล่อยออกมาในเวลา 1 วนิ าทีต่อหนว่ ยพื้นที่
ค. พลงั งานแสงทีแ่ หลง่ กาเนิดแสงท่มี ีระยะห่างจากผสู้ ังเกตไมเ่ ท่ากนั
ง. คา่ เปรยี บเทียบความส่องสว่างของดาวฤกษ์ท่ีระยะหา่ งจากโลกเทา่ กัน
ตอบคาถามขอ้ 8 – 10 จากข้อมลู โชตมิ าตรปรากฎของดาวต่าง ๆ ทก่ี าหนดให้
1. ดาวตานกอนิ ทรี (0.77) 2. ดวงจันทรเ์ ตม็ ดวง (-12.5) 3. ดาวซริ ิอัส (-1.46)
4. ดาวคาเพลลา (0.09) 5. ดาวไรเจล (0.12) 6. ดาวศกุ ร์ (-4.4)
7. ดาวพฤหสั บดี (-2.7) 8. ดวงอาทิตย์ (-26.7) 9. ดาวเวกา (0.04)
10
8. ดาวดวงใดมคี วามส่องสว่างมากทสี่ ุด
ก. ดาวศุกร์
ข. ดวงอาทติ ย์
ค. ดาวพฤหัสบดี
ง. ดาวตานกอนิ ทรี
9. ดาวดวงใดมีความสอ่ งสว่างนอ้ ยทส่ี ุด
ก. ดาวศุกร์
ข. ดวงอาทติ ย์
ค. ดาวตานกอินทรี
ง. ดวงจันทร์เตม็ ดวง
10. เรยี งลาดับชอ่ื ดาวตามความส่องสว่างจากมากไปนอ้ ย
ก. 1 2 3 4 5 6 7 8 9
ข. 1 5 4 9 3 7 6 2 8
ค. 8 2 6 7 3 9 4 5 1
ง. 9 4 5 1 3 7 6 2 8
11
กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น
หน่วยท่ี 1 ความสอ่ งสวา่ งและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์
ชื่อ – สกุล ชน้ั เลขท่ี .
ข้อท่ี ตวั เลอื ก 1. เกณฑก์ ารให้คะแนน
ก ขค
ง ระดบั คะแนน รายการ
1
2 1 ตอบคาถามไดถ้ ูกต้อง
3
4 0 ตอบคาถามไมถ่ ูกต้อง หรอื ไม่ตอบ
5
6 2. ระดับคะแนน
7
8 ระดับคะแนน รายการ
9 8 - 10 ดี
10 5-7
0-4 พอใช้
ปรับปรุง
3. ผลการประเมนิ
ผา่ น
ไมผ่ ่าน
คะแนนเต็ม 10 คะแนน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นายอดุล ดือราแม)
ได้คะแนน คะแนน
12
คาชแ้ี จง
- ให้นักเรยี นตอบคาถามจากใบคาถาม เร่อื ง ความส่อง
สว่างและโชติมาตรของดาวฤกษ์
13
คาชี้แจง ให้นกั เรยี นตอบคาถามต่อไปนี้
1. กลมุ่ ดาวนายพรานประกอบด้วยดาวฤกษ์ที่สาคัญอะไรบ้าง
2. ดาวแต่ละดวงในรูป มลี กั ษณะเหมือนหรือต่างกนั อย่างไร
3. นักเรยี นคิดวา่ ปัจจยั ใดบ้างท่ีส่งผลต่อการมองเหน็ ดวงดาวบนท้องฟ้า
14
คาช้แี จง
- ให้นกั เรียนทากิจกรรมท่ี 1 การทดลอง “หลอดไฟดวง
ไหนสวา่ งกวา่ กัน” และตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม
15
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ระบปุ ัจจยั และอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างระยะหา่ งและกาลงั ส่องสว่างทสี่ ง่ ผลตอ่ ความส่อง
สว่างของดาวฤกษ์
วัสดุ – อุปกรณ์ 2 หลอด
1 อนั
1. หลอดไฟกาลงั ส่องสวา่ ง 60 วตั ต์ และ 100 วัตต์ 1 อัน
2. ลักซม์ เิ ตอร์ (Lux meter)
3. ไม้เมตร
วธิ ที า
1. วางลกั ซม์ ิเตอร์ใหห้ า่ งจากหลอดไฟทีม่ ีกาลงั ส่องสว่าง 100 วตั ต์ เป็นระยะทาง
50 เซนติเมตร โดยจัดลกั ซ์มิเตอรใ์ ห้ตัง้ ฉากกบั พนื้ และอย่ใู นระดบั เดียวกบั หลอดไฟ ดงั ภาพที่ 1
2. เปิดสวติ ซ์หลอดไฟกาลงั ส่องสวา่ ง 100 วัตต์ จากน้ันปิดไฟในห้องทกุ ดวงและอ่านคา่
ความสว่างของหลอดไฟจากลักซม์ เิ ตอร์ แลว้ บันทึกผลลงในตารางท่ี 1
3. ทาเชน่ เดยี วกับข้อ 1 และ 2 แตเ่ ปลี่ยนเป็นหลอดไฟกาลงั สอ่ งสวา่ งเป็น 60 วตั ต์ และ
25 วตั ต์ อา่ นคา่ ความส่องสว่าง แล้วบนั ทกึ ผลลงในตารางท่ี 1
4. เปรยี บเทยี บความสอ่ งสว่างของหลอดไฟที่มกี าลังส่องสวา่ งต่างกนั ท่รี ะยะทางเท่ากัน
หลอดไฟขนาด 100 วัตต์
ลกั ซม์ เิ ตอร์
ระยะหา่ ง 50 เซนตเิ มตร
ภาพท่ี 1
16
หลอดไฟขนาด 60 วัตต์
ลักซ์มเิ ตอร์
ระยะห่าง 50 เซนตเิ มตร
ภาพท่ี 2
5. จดั ชดุ ทากจิ กรรมโดยวางหลอดไฟทมี่ ีกาลงั ไฟฟา้ 60 วตั ต์ ใหห้ ่างจากลกั ซ์มิเตอร์ 50
เซนติเมตร ดังภาพท่ี 2
6. ปดิ ไฟในห้องทุกดวง จากนน้ั เปิดสวทิ ตช์หลอดไฟ 60 วตั ต์ และอ่านค่าความสวา่ งของ
หลอดไฟจากลกั ซ์มเิ ตอร์ แล้วบันทึกผลลงในตารางท่ี 2
7. ทาเช่นเดยี วกับขอ้ 5 - 6 แตเ่ ปลย่ี นระยะห่างเปน็ 75 100 และ 125 เซนตเิ มตร
ตามลาดับ อา่ นค่าความส่องสว่าง แล้วบันทกึ ผลลงในตารางท่ี 2
6. เปรียบเทยี บความส่องสว่างของหลอดไฟท่ีมีกาลังส่องสว่างเทา่ กัน ที่ระยะทางตา่ งกัน
7. บันทกึ ผลการทดลอง และนาเสนอผลการทากิจกรรม
ตารางบันทึกผลการทากจิ กรรม
ตารางท่ี 1 ความสวา่ งของหลอดไฟท่ีมีกาลังตา่ งกันทร่ี ะยะทางเท่ากนั
กาลงั ไฟฟ้า (W) ความสวา่ ง (lx)
25
60
100
17
ตารางท่ี 2 ความสว่างของหลอดไฟทม่ี ีกาลังเท่ากนั ท่ีระยะตา่ งกัน
กาลงั ไฟฟ้า (W) ระยะหา่ ง (cm) ความสวา่ ง (lx)
50
75
60
100
125
สรปุ ผลการทดลอง
คาถามทา้ ยกิจกรรม
1. หลอดไฟท่ีมกี าลังไฟฟ้าต่างกัน แต่ระยะห่างจากผูส้ ังเกตเทา่ กนั จะมีความสวา่ งเท่ากนั หรือไม่
อย่างไร
2. หลอดไฟท่ีมีกาลงั ไฟฟ้าเท่ากนั แตร่ ะยะห่างจากผู้สังเกตตา่ งกัน จะมีความสว่างเท่ากนั หรือไม่
อย่างไร
3. ปัจจยั ใดบา้ งทส่ี ง่ ผลตอ่ ความสว่างของหลอดไฟ
4. นกั เรยี นสามารถวัดความว่างของหลอดไฟขนาด 60 วตั ต์ ไดม้ ากกวา่ หลอดไฟขนาด 100 วตั ต์ ไดใ้ น
กรณใี ดบา้ ง
18
คาชี้แจง
- ให้นักเรียนทากิจกรรมท่ี 2 ความส่องสว่างของ ดาวฤกษ์
- ใหศ้ กึ ษาใบความร้ทู ่ี 1 ความส่องสว่างของดาวฤกษ์
19
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ระบปุ จั จยั และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างระยะหา่ งและกาลงั สอ่ งสวา่ งท่ีส่งผลตอ่ ความ
สอ่ งสว่างของดาวฤกษ์ได้
วัสดุ – อปุ กรณ์
-
วิธีทา
1. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ ออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 5 – 6 คน
2. ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา ค้นควา้ สืบคน้ ข้อมลู จากแหล่งข้อมลู ต่าง ๆ เชน่ หอ้ งสมดุ
อนิ เตอรเ์ น็ต เปน็ ตน้ หวั ขอ้ ความส่องสว่างของดาวฤกษ์
3. แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั วางแผนออกแบบการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
20
ความสอ่ งสวา่ ง (brightness) คือ พลงั งานจากดาวฤกษ์ที่ปลดปลอ่ ยออกมาใน
เวลา 1 วนิ าทีตอ่ หน่วยพื้นท่ี มีหน่วยเปน็ วตั ต์ตอ่ ตารางเมตร (Wm-2) แตเ่ นอื่ งจากตาของมนุษย์ มกี าร
ทางานโดยไม่แปรผันตรงกบั ความสวา่ ง เม่อื มองดูดาวจากโลกจะสังเกตว่าดาวแต่ละดวงมีความสอ่ งสวา่ ง
แตกตา่ งกนั ดาวบางดวงสวา่ งมาก ดาวบางดวงสว่างน้อย นกั ดาราศาสตร์จงึ ไดก้ าหนดคา่ การ
เปรยี บเทยี บความสว่างของดาวฤกษ์ เรียกวา่ อนั ดับความสวา่ ง หรือแมกนจิ ูด (magnitude) หรือ
โชติมาตร (Magnitude) โดยมแี ต่ตัวเลข ไม่มหี น่วย
กาหนดใหด้ าวดวงท่รี บิ หรท่ี ่สี ุดทมี่ องเหน็ ดว้ ยตาเปลา่ มีค่าโชติมาตรเปน็ 6 และดาวดวงท่ี
สวา่ งทีส่ ุดทม่ี องเหน็ ไดด้ ้วยตาเปล่า มีค่าโชติมาตรเป็น 1 ดาวที่มีค่าโชตมิ าตรต่างกัน 1 จะมีความสวา่ ง
ตา่ งกนั 2.512 เทา่ ถา้ มีคา่ โชตมิ าตรต่างกนั 5 จะสวา่ งตา่ งกัน (2.512) 5 หรอื 100 เท่า
21
ความสว่าง (brightness) ของดาว จะบอกในรปู ของอันดบั ความสว่าง (magnitude) ซง่ึ
ไม่มหี นว่ ยอันดับความสว่าง เปน็ เพยี งตัวเลขท่ีกาหนดข้นึ เพ่ือแสดงการรบั รูค้ วามสว่างของผู้สงั เกตดาว
ฤกษด์ ้วยตาเปล่า ดาวดวงไหนมคี ่าโชติมาตรเปน็ ลบ เทา่ กับดาวดวงน้ันมีคา่ ความส่องสว่างมาก ดาวดวง
ไหนมคี า่ โชติมาตรเป็นบวก เทา่ กบั ดาวดวงนนั้ มีค่าความส่องสว่างนอ้ ย ดงั ตัวอยา่ งในตารางที่ 1 แสดง
อันดับโชตมิ าตรปรากฎของดวงดาวบนทอ้ งฟ้า
ตารางท่ี 1 แสดงอนั ดบั โชติมาตรปรากฎของดวงดาวบนท้องฟา้ อันดบั ความสวา่ ง (โชตมิ าตร)
ดวงดาว - 26.7
ดวงอาทิตย์ - 12.6
ดวงจนั ทรค์ นื วันเพ็ญ -4
ดาวศุกรเ์ ม่ือสว่างทส่ี ุด - 3.5
ดาวศกุ ร์เม่ือรบิ หรที่ ส่ี ุด - 2.7
ดาวอังคารเมอ่ื สว่างทีส่ ดุ - 2.5
ดาวพฤหัสบดีเม่ือสวา่ งทส่ี ุด - 1.5
ดาวพธุ เมอื่ สว่างทีส่ ุด - 1.46
ดาวซีริอัส - 1.4
ดาวพฤหัสบดีเม่ือรบิ หรีท่ สี่ ดุ - 0.5
ดาวเสาร์เมอ่ื สว่างท่ีสุด -0.6
ดาวคาโนปสั -0.05
ดาวดวงแก้ว 0.04
ดาวเวกา 0.12
ดาวไรเจล 0.98
ดาวรวงขา้ ว 0.4
ดาวเบเทลจสุ 1.35
ดาวหวั ใจสงิ ห์ 1.06
ดาวปาริชาต 1.14
ดาวพอลลกั ซ์ 1.2
ดาวเสาร์เมื่อริบหร่ที ส่ี ดุ 1.6
ดาวอังคารเมอื่ รบิ หรท่ี ี่สดุ 2.6
ดาวพุธเมื่อรบิ หร่ีที่สดุ
ดาวฤกษ์รบิ หรี่ที่สดุ ท่ีอาจมองเหน็ ไดใ้ นเมืองใหญ่ 3
ดาวฤกษ์รบิ หรี่ที่สุดทอ่ี าจมองเหน็ ไดใ้ นชนบท 6
22
ถา้ อันดับความสวา่ งของดาวต่างกัน n แสดงว่าดาวท้งั สองดวงจะสว่างตา่ งกนั (2.512) n เทา่
ดังตารางท่ี 2 และสามารถคานวณความแตกตา่ งระหว่างโชติมาตร โดยใช้สตู รเปรียบเทยี บความส่องสวา่ ง
ได้ดังน้ี
m2 – m1 = 2.5 log (b1/b2)
โดยท่ี m1, m2 = โชติมาตรปรากฎของดาวดวงที่ 1 และดวงท่ี 2
b1, b2 = ความสว่างปรากฎของดาวดวงท่ี 1 และดวงที่ 2
ตารางท่ี 2 แสดงความสมั พันธร์ ะหวา่ งโชตมิ าตรปรากฎและความสว่างปรากฎ
ผลตา่ งของโชตมิ าตรปรากฎ ความตา่ งกนั ของความสวา่ งปรากฎ
0 1
1 2.5
2 6.3
3 16
4 40
5 100
9 250
10 10,000
15 1,000,000
20 10,000,000
สามารถคานวณอย่างงา่ ย ๆ เพ่อื เปรยี บเทยี บความสว่างของดาวได้ เชน่ ดาวศุกรเ์ ปน็ ดาว
เคราะหท์ ีส่ วา่ งที่สุดบนท้องฟ้ามีโชตมิ าตร -4 ขณะทีด่ าวที่สวา่ งน้อยท่ีสดุ ทีม่ องเหน็ ไดด้ ้วยตาเปลา่ มีโชติ
มาตร 6 ดาวท้งั สองมีโชติมาตรแตกต่างกนั 6 - (-4) = 10 พจิ ารณาจากตารางที่ 2 พบว่า มคี วามสว่าง
แตกตา่ งกนั 10,000 เทา่ จะสังเกตได้วา่ ดาวทส่ี ว่างมากมีโชติมาตรน้อย สว่ นดาวทสี่ ว่างนอ้ ยมโี ชติ
มาตรมาก ดังนัน้ วัตถทุ สี่ วา่ งมาก เชน่ ดวงอาทติ ย์ ดวงจันทร์ และดาวศกุ ร์ จึงมีโชตมิ าตรปรากฎตดิ
ลบ ดังตัวอย่างในตารางท่ี 1
23
อนั ดบั ความสวา่ งของดาวฤกษ์ แบง่ เปน็ 2 ประเภท คือ
1. อนั ดบั ความสว่างปรากฏ เป็นอนั ดบั ความสว่างของดาวฤกษท์ ี่สังเกตได้จากโลกท่ี
มองเหน็ ด้วยตาเปล่า แต่ไมส่ ามารถเปรียบเทียบความสว่างจริงของดาวแตล่ ะดวงได้ เน่ืองจากระยะทาง
ระหวา่ งโลกและดวงดาวมีผลตอ่ การมองเห็นความสวา่ ง ดาวท่ีมีความสว่างเท่ากันแต่อยู่หา่ งจากโลก
ตา่ งกนั คนบนโลกจะมองเห็น ดาวที่อยูใ่ กลส้ ว่างกว่าดาวที่อยู่ไกล
2. อันดบั ความสว่างที่แทจ้ ริง เป็นความสวา่ งจรงิ ของดวงดาว การบอกอนั ดับความสว่าง
ทแี่ ทจ้ ริงของดวงดาวจงึ เปน็ ค่าความสวา่ งปรากฏของดาวในตาแหน่งทด่ี าวดวงนั้นอยหู่ า่ งจากโลกเท่ากัน
คือ กาหนดระยะทาง เป็น 10 พาร์เซก หรือ 32.61 ปแี สง เพ่ือให้สามารถเปรยี บเทยี บความสว่างจรงิ ของ
ดาวได้
ตัวอยา่ ง การเรยี งลาดบั ความสวา่ งของดาวฤกษ์จากมากไปน้อย
เรยี งลาดบั จากมากไปน้อย 7 1 2 4 3 6 5
24
คาชี้แจง
- ใหน้ ักเรยี นทากิจกรรมที่ 3 ความสอ่ งสว่างของ ดาวฤกษ์
25
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ระบุปัจจยั และอธิบายความสัมพนั ธร์ ะหว่างระยะห่างและกาลงั ส่องสว่างท่สี ง่ ผลตอ่ ความ
สอ่ งสวา่ งของดาวฤกษไ์ ด้
วัสดุ – อปุ กรณ์
-
วิธที า
1. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั เขียนแผนผงั มโนทัศน์สรปุ องค์ความรู้เก่ยี วกับความส่อง
สว่างของดาวฤกษ์ โดยนาแผนผังมโนทัศนข์ องสมาชกิ กลุม่ แตล่ ะคน มาสรุปเป็นแผนผังมโนทศั น์
ของกลมุ่
2. นาเสนอผลงานกลุ่มหน้าช้ันเรียน 3 กล่มุ (โดยจบั ฉลาก) นกั เรียนอกี 3 กลุ่ม ให้ซกั ถาม
แล้วเสนอแนะเพ่มิ เติม รว่ มกันอภิปราย และปรบั ปรุงแก้ไขเพ่ือใหผ้ ลงานสมบูรณ์
26
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
27
คาช้แี จง
- ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาใบความรู้ที่ 2 ความส่องสวา่ งและโชติ
มาตรของดาวฤกษ์
28
โชตมิ าตรของดาวฤกษ์ แบ่งไดอ้ อกเป็น 2 ประเภท
1. โชตมิ าตรปรากฎ (apparent magnitude) คอื คา่ เปรียบเทยี บความส่องสวา่ งของ
ดาวฤกษ์ทมี่ องเหน็ ไดจ้ ากโลก
2. โชตมิ าตรสัมบูรณ์ (absolute magnitude) คือ ค่าเปรยี บเทยี บความส่องสวา่ งของ
ดาวฤกษ์ทร่ี ะยะห่างจากโลกเท่ากนั คือ 10 พารเ์ ซก หรือประมาณ 32.6 ปีแสง
ตารางที่ 3 แสดงตวั อยา่ งระยะห่างและโชตมิ าตรปรากฎของดาวฤกษ์
ตัวอยา่ งดาว ระยะหา่ งจากโลก (ปีแสง) โชติมาตรปรากฎ โชตมิ าตรสมั บรู ณ์
ดวงอาทติ ย์ 8 นาทแี สง -26.7 4.8
ดาวซิริอัส 9 -1.46 1.5
ดาวเวกา 25 0.04 0.6
ดาวพอลลักซ์ 34 1.14 1.1
ดาวดวงแกว้ 37 -0.05 -0.6
ดาวหัวใจสงิ ห์ 69 1.35 -0.3
ดาวรวงขา้ ว 260 0.98 -3.6
ดาวคาโนปสั 310 -0.6 -5.4
ดาวเบเทลจุส 520 0.4 -5.0
ดาวไรเจล 800 0.12 -7.8
จากตารางที่ 3 จะเหน็ วา่ ดาวฤกษ์แตล่ ะดวงอย่หู า่ งจากโลกไมเ่ ทา่ กัน ดงั น้นั โชติมาตร
ปรากฎจึงใช้เปรียบเทยี บความสอ่ งสว่างที่แทจ้ ริงของดาวฤกษ์ไมไ่ ด้ เพราะค่าที่ไดเ้ กิดจากการสงั เกตดาว
ฤกษจ์ ากโลก
จากกจิ กรรมที่ 1 การทดลองความสอ่ งสวา่ งข้ึนอย่กู ับ 2 ปจั จัย คือ กาลังส่องสวา่ งของ
ดาวฤกษ์ และระยะห่าง ดังนั้นเพ่ือเปรยี บเทยี บพลงั งานท่ีแทจ้ รงิ ของดาวแต่ละดวง จงึ ต้องใชโ้ ชตมิ าตร
สัมบรู ณ์ ในการเปรยี บเทยี บความสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ ทีร่ ะยะห่างจากโลก เท่ากันท่ี 10 พารเ์ ซก หรือ
32.62 ปแี สง
29
คาชีแ้ จง
- ให้นกั เรยี นทาใบงานที่ 1 – 3 เรื่อง ความส่องสวา่ งและ
โชตมิ าตรของดาวฤกษ์
30
คาช้แี จง ให้นกั เรยี นตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. ความส่องสว่าง คอื
2. อันดับความสอ่ งสว่างของดาวฤกษ์ แบง่ ออกเปน็ กป่ี ระเภท อะไรบ้าง
3. โชตมิ าตรปรากฎ คอื
4. โชติมาตรสัมบรู ณ์ คอื
5. อธิบายความสมั พนั ธ์ของโชตมิ าตรปรากฎและโชตมิ าตรสมั บูรณ์
31
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1. เกณฑ์การให้คะแนน (ข้อละ 2 คะแนน)
ระดับคะแนน รายการ
2 ตอบคาถามและอธิบายได้ถูกตอ้ ง และครบถว้ น
1 ตอบคาถามไดถ้ ูกต้องอธบิ ายไม่ถูกต้อง หรอื ไมค่ รบถ้วน
0 ตอบคาถามไดไ้ ม่ถูกต้องหรือไม่ตอบ
2. เกณฑ์การประเมิน
ระดบั คะแนน รายการ แปลความหมาย
8 - 10 ดี 3
6–7 2
0–5 พอใช้ 1
ปรับปรุง
คะแนนเต็ม 10 คะแนน ได้คะแนน คะแนน
หมายเหตุ ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม (ต้องได้คะแนน 8 คะแนนขน้ึ ไป)
3. ผลการประเมนิ
ผา่ น
ไม่ผา่ น
ลงชือ่ ผู้ประเมนิ
(นายอดลุ ดือราแม)
32
คาชี้แจง ให้นกั เรียนเตมิ คาตอบลงในตารางใหถ้ ูกต้อง
ดาว โชติมาตรปรากฎ โชตมิ าตรสัมบรู ณ์
ดวงอาทิตย์
ดาวซิริอสั
ดาวเวกา
ดาวพอลลักซ์
ดาวดวงแก้ว
ดาวหวั ใจสงิ ห์
ดาวรวงข้าว
ดาวคาโนปสั
ดาวเบเทลจสุ
ดาวไรเจล
33
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
1. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ข้อละ 2 คะแนน)
ระดับคะแนน รายการ
2 ตอบคาถามได้ถูกต้องท้งั สองคาตอบ
1 ตอบคาถามได้ถูกต้อง เพยี ง 1 คาตอบ
0 ตอบคาถามได้ไม่ถูกต้องหรือไมต่ อบ
2. เกณฑก์ ารประเมนิ
ระดับคะแนน รายการ แปลความหมาย
16 - 20 ดี 3
9 – 15 2
0–8 พอใช้ 1
ปรบั ปรุง
คะแนนเต็ม 20 คะแนน ได้คะแนน คะแนน
หมายเหตุ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม (ต้องได้คะแนน 16 คะแนนขึน้ ไป)
3. ผลการประเมนิ
ผ่าน
ไม่ผา่ น
ลงชือ่ ผู้ประเมนิ
(นายอดลุ ดือราแม)
34
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนคานวณอตั ราสว่ นของความสว่างปรากฎของดาวฤกษ์ทก่ี าหนดให้
1. ดาว A เมื่อสว่างนอ้ ยทส่ี ุดมคี วามสว่าง -3.5 ดาว B มอี ันดับความสวา่ ง -1.5 ดาว A มี
อัตราสว่ นของความสว่างปรากฎมากกวา่ ดาว B ก่ีเทา่
2. ดาว ก มีอนั ดับความสว่าง 6 และ ดาว ข มอี ันดับความสวา่ ง -1 ดาว ข มีความสว่างมากกวา่
ดาว ข มอี ัตราสว่ นของความสวา่ งปรากฎมากกวา่ ดาว ก กี่เทา่
35
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
1. เกณฑ์การให้คะแนน (ข้อละ 3 คะแนน)
ระดบั คะแนน รายการ
3 ตอบคาถามและอธิบายไดถ้ ูกตอ้ ง และครบถว้ น
2 ตอบคาถามถูก แต่อธบิ ายถูกตอ้ ง แตไ่ ม่ครบถว้ น
1 ตอบคาถามถูกต้อง แต่อธบิ ายไม่ถูกต้อง หรอื ไมค่ รบถ้วน
0 ตอบคาถามไดไ้ ม่ถูกต้องหรือไม่ตอบ
2. เกณฑก์ ารประเมิน
ระดบั คะแนน รายการ แปลความหมาย
5-6 ดี 3
3–4 2
0–2 พอใช้ 1
ปรบั ปรุง
คะแนนเต็ม 6 คะแนน ไดค้ ะแนน คะแนน
หมายเหตุ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม (ต้องได้คะแนน 5 คะแนนขน้ึ ไป)
3. ผลการประเมนิ
ผา่ น
ไมผ่ ่าน
ลงชอ่ื ผู้ประเมนิ
(นายอดลุ ดอื ราแม)
36
คาชี้แจง
- ใหน้ ักเรียนทากิจกรรมท่ี 4 ความสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์
และโชตมิ าตรของดาวฤกษ์
- ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น
37
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ระบปุ จั จยั และอธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความสอ่ งสว่างและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์ได้
วสั ดุ – อปุ กรณ์
-
วธิ ที า
1. ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั เขียนแผนผงั มโนทัศนส์ รปุ องค์ความรเู้ กย่ี วกบั ความสอ่ ง
สวา่ งและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์ โดยนาแผนผงั มโนทศั น์ของสมาชิกกลุม่ แต่ละคน มาสรปุ เปน็ แผนผัง
มโนทศั นข์ องกลุ่ม
2. นาเสนอผลงานกลุ่มหน้าชน้ั เรียน 3 กลุ่ม (โดยจบั ฉลาก) นกั เรยี นอกี 3 กลมุ่ ให้ซกั ถาม
แลว้ เสนอแนะเพมิ่ เติม รว่ มกันอภิปราย และปรบั ปรุงแก้ไขเพื่อใหผ้ ลงานสมบูรณ์
38
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
39
แบบทดสอบหลงั เรียน
เอกสารประกอบการเรยี น เรือ่ ง ดาวฤกษ์และระบะสรุ ิยะ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หน่วยที่ 1 ความสอ่ งสวา่ งและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์
คาชแี้ จง ให้นักเรยี นทาเครอ่ื งหมายกากบาท () ลงในช่องตัวอักษร ก ข ค หรือ ง ท่ีถกู ต้องท่สี ดุ
เพยี งข้อเดียว
1. ความสอ่ งสว่างของดาวฤกษ์ขน้ึ อยกู่ ับปจั จัยในใด
ก. กาลังสอ่ งสวา่ งของดาวฤกษ์ และระยะห่าง
ข. ปริมาณฝุ่นละอองของบรรยากาศของโลก
ค. สเปกตรมั ของแสงจากดวงดาว
ง. ความเข้มข้นของแสงจากดวงดาว
2. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. ความสวา่ งของดาวท่ีมองจากโลก คือ ความสว่างปรากฎ
ข. ดาวทีม่ ีความสวา่ งน้อยจะมีอนั ดบั ความสวา่ งน้อย
ค. ดาวที่มคี วามสวา่ งมากจะมอี ันดบั ความสวา่ งน้อย
ง. ไม่มีดาวดวงใดที่มอี ันดับความสว่างเท่ากับศนู ย์
3. ข้อใดกล่าวถึงโชติมาตรสัมบูรณ์ได้ถูกต้อง
ก. คา่ เปรียบเทยี บความส่องสว่างของดาวฤกษ์ท่ีระยะหา่ งจากโลกเท่ากนั
ข. พลงั งานแสงท่ีแหลง่ กาเนิดแสงที่มีระยะห่างจากผ้สู งั เกตไมเ่ ท่ากัน
ค. พลงั งานจากดาวฤกษ์ที่ปลดปลอ่ ยออกมาในเวลา 1 วนิ าทตี อ่ หนว่ ยพน้ื ท่ี
ง. ค่าเปรียบเทียบความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์ท่เี ห็นไดจ้ ากโลก
40
4. ดาวทมี่ คี วามสว่างตา่ งกนั 2.5 เทา่ จะมอี นั ดับความสว่างต่างกันเทา่ ใด
ก. 7.5
ข. 5
ค. 2.5
ง. 1
5. ดาวในข้อใดมีความสวา่ งสงู สุด
ก. ดาวหวั ใจสงิ ห์ มีอนั ดับความสวา่ ง 1.35
ข. ดาวพอลลักซ์ มีอนั ดบั ความสวา่ ง 1.14
ค. ดาวคาโนปัส มีอนั ดับความสว่าง -0.6
ง. ดาวไรเจล มอี ันดบั ความสวา่ ง 0.12
6. ถ้าดาว A และ B มีกาลังสอ่ งสวา่ งปรากฎเท่ากนั ข้อใดถูกต้อง
ก. ดาว A และดาว B สวา่ งเทา่ กนั ถา้ ดาวทั้งสองอยหู่ า่ งจากผูส้ งั เกตเท่ากนั
ข. ดาว A และดาว B เปน็ ดาวทมี่ ีสเปกตรัมเดียวกัน
ค. ดาว A และดาว B สวา่ งเทา่ กนั เม่ือมองจากโลก
ง. ดาว A และดาว B หา่ งจากผสู้ ังเกตเท่ากัน
7. ข้อใดกล่าวถึงโชตมิ าตรปรากฎได้ถูกต้อง
ก. คา่ เปรยี บเทียบความส่องสว่างของดาวฤกษ์ท่รี ะยะห่างจากโลกเทา่ กัน
ข. พลงั งานแสงท่ีแหล่งกาเนิดแสงที่มีระยะห่างจากผู้สังเกตไมเ่ ท่ากนั
ค. พลงั งานจากดาวฤกษ์ทีป่ ลดปล่อยออกมาในเวลา 1 วินาทตี อ่ หนว่ ยพ้ืนที่
ง. คา่ เปรียบเทียบความส่องสว่างของดาวฤกษ์ท่ีเหน็ ได้จากโลก
ตอบคาถามข้อ 8 – 10 จากข้อมูลโชติมาตรปรากฎของดาวตา่ ง ๆ ทก่ี าหนดให้
1. ดาวตานกอินทรี (0.77) 2. ดวงจนั ทร์เต็มดวง (-12.5) 3. ดาวซริ ิอัส (-1.46)
4. ดาวคาเพลลา (0.09) 5. ดาวไรเจล (0.12) 6. ดาวศกุ ร์ (-4.4)
7. ดาวพฤหัสบดี (-2.7) 8. ดวงอาทติ ย์ (-26.7) 9. ดาวเวกา (0.04)
41
8. ดาวดวงใดมคี วามส่องสว่างมากทสี่ ดุ
ก. ดาวตานกอินทรี
ข. ดาวพฤหสั บดี
ค. ดวงอาทิตย์
ง. ดาวศกุ ร์
9. ดาวดวงใดมีความสอ่ งสว่างน้อยที่สดุ
ก. ดวงจันทรเ์ ตม็ ดวง
ข. ดาวตานกอินทรี
ค. ดวงอาทิตย์
ง. ดาวศกุ ร์
10. เรียงลาดับชอื่ ดาวตามความสอ่ งสว่างจากมากไปน้อย
ก. 9 4 5 1 3 7 6 2 8
ข. 8 2 6 7 3 9 4 5 1
ค. 1 5 4 9 3 7 6 2 8
ง. 1 2 3 4 5 6 7 8 9
42
กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยท่ี 1 ความสอ่ งสวา่ งและโชตมิ าตรของดาวฤกษ์
ชื่อ – สกุล ชน้ั เลขท่ี .
ข้อท่ี ตวั เลอื ก 1. เกณฑก์ ารให้คะแนน
ก ขค
ง ระดบั คะแนน รายการ
1
2 1 ตอบคาถามไดถ้ ูกต้อง
3
4 0 ตอบคาถามไมถ่ ูกต้อง หรอื ไม่ตอบ
5
6 2. ระดับคะแนน
7
8 ระดับคะแนน รายการ
9 8 - 10 ดี
10 5-7
0-4 พอใช้
ปรับปรุง
3. ผลการประเมนิ
ผา่ น
ไมผ่ ่าน
คะแนนเต็ม 10 คะแนน ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
(นายอดุล ดือราแม)
ได้คะแนน คะแนน
43
กรมวชิ าการ. (2551). ตวั ชว้ี ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลางกลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ตาม
หลกั สูตรแกนกลางขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ชุมนมุ สหกรณ์
การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด.
. (2551). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ : โรง
พิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด.
สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2560). คมู่ ือครู รายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ ม.6 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560). กรงุ เทพฯ :
กระทรวงศึกษาธิการ
. (2560). หนังสอื วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ ม.6 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560).
กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
. (2560). หนังสือเรียนรายวิชาเพม่ิ เติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์และ
อวกาศ ม.6 เล่ม 5 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560). กรงุ เทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ
แหลง่ ทีม่ าออนไลน์ : ศูนย์การเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์.
http://www.lesa.biz/astronomy/star-properties/magnitude. สืบคน้ วนั ท่ี 27
พฤศจิกายน พ.ศ.2563.
44