ขอ้ มลู เรื่อง ละครเรื่อง พระรถเมรี เป็นวรรณคดีที่ไม่
ชอ่ื เรอ่ื งหลกั : พระรถเมรี ปรากฏ ช่ือผู้แต่ง และไม่ปรากฏหลักฐาน ว่า
คำประพนั ธ์ : บทละคร แต่งในสมัยใด แต่มีผู้สันนิษฐานว่า เรื่องพระ
รถเมรี คงเป็นที่รู้จักแพร่หลายมานานแล้ว
ผ้เู รยี บเรียง : องิ ตะวนั ดังปรากฏเป็นคาประพันธ์รูปแบบต่างๆ เช่น
แพลกู อินทร์ รร.พนมสำรคำม กาพย์ขับไม้ กลอนอ่าน กลอนนิราศ คาฉันท์
ฯลฯ ในส่วนของบทละคร สมเด็จพระเจ้า
“พนมอดุลย์วิทยำ” บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
ทรงสันนิษฐานว่าคงจะมีมาตั้งแต่ก่อนสมัย
จงั หวัดฉะเชงิ เทรำ รัชกาลที่ 2 แต่ไม่ทรงแน่พระทัยว่าจะเป็นใน
สมยั อยธุ ยา ธนบุรี หรือสมยั รชั กาลท่ี 1
จดั ทำโดย
พระภูธเนศ ภูรภิ ทฺทสิริ เสนอโดย
เลิกนอก
พระอาจารย์รชต กตปุญโญ
อาจารยป์ ระจารายวชิ า
การสร้างหนังสอื ภาษาไทยสาหรบั เด็ก
มจร.วิทยาเขตขอนแก่น
ความเดมิ เรอื่ ง พระรถสิทธ์ิ เป็นเจ้าครอง ขณะที่ปรึกษากันระหว่างผัวเมียนางเภาลูกสาว
นครที่ไม่มีพระมเหสีได้ครองเมืองไพศาลีด้วย คนสุดท้องแอบได้ยินจึงไปเก็บก้อนกรวดไว้เป็น
ความสงบสุขเรื่อยมา เมืองนั้นมีเศรษฐีร่ารวย จานวนมาก ครั้งเมื่อพอพาเข้าป่าไปตัดฟืนนาง
มากคนหนึง่ ชอ่ื พรหมจนั ทรม์ ีภรรยาอยู่กินกัน เภาจะเดินรั้งท้ายและเอาก้อนกรวดทิ้งตามราย
มานานแต่บุตรธิดา จึงพากันไปหาพระฤๅษี ทางเพื่อเป็นเครื่องหมาย เมื่อไปถึงป่าพ่อใช้ให้
เพอื่ ขอ บตุ รธิดา พระฤๅษีจงึ ให้เก็บก้อนกรวด ลูกๆแยกย้ายกันไปตัดฟืนหาผลไม้ในป่ากว้าง
ที่ปากบ่อนา้ หน้าอาศรม และให้นึกถงึ พระฤๅษี ส่วนพ่อเห็นลูกจากไปในป่าหมดแล้วก็หลบหนี
ทุกครงั้ เมือ่ ภาวนา เศรษฐีเก็บก้อนกรวดไปสิบ กลบั บา้ น
สองก้อน หลังจากนั้นภรรยาได้ตั้งท้องมีธิดา
ติดต่อกนั มาเร่ือยมาจนได้สิบสองคน เศรษฐีก็ ๒
เลี้ยงลูกสาวด้วยความเอ็นดู อยู่ต่อมาเศรษฐี
คา้ ขายขาดทุนจนไม่มีอาหารเลี้ยงดูลูกสาวทั้ง
สิบสองคน ในที่สุดจึงตัดสินใจที่จะนาลูกสาว
ทัง้ หมดไปปลอ่ ยป่า
๑
ครัน้ ตกเยน็ ลูกสาวท้ังสิบสองคน ได้กลับมายัง เศรษฐีก็ได้หาวิธีไปปล่อยลูกสาวในป่ากันอีก
ที่นัดพบ รออยู่นาน ไม่เห็นพ่อต่างร้องไห้คร่า ครั้ง ครั้งสุดท้ายนางเภาไม่มีโอกาส ที่จะเก็บ
คราญ นางเภาจึงบอกพๆ่ี วา่ ตนจะพากลับบ้าน ก้อนกรวดเหมือนครั้งก่อน เมื่อพ่อพาไปป่าหา
นางเภาก็พาพี่ๆเดินตามก้อนกรวดที่นางไป ฟืนหาผลไม้ก็จายอมไปและได้เอาขนมทพี่ ่อแม่
โปรยเอาไว้ตอนเดินทางมา ส่วนพ่อแม่ซึ่งอด ให้กินระหว่างเดินทางโปรยตามทางเพื่อเป็น
อยากกันมานาน ตั้งใจจะกินข้าวกินปลาให้อิ่ม เครอ่ื งหมายกลบั บา้ น แต่นกกาเห็นขนมก็ตาม
หมีพลีมันเสียที ขณะที่จะลงมือกินข้าวลูกๆ ก็ จิกกินขนมจนหมดสิ้น ครั้นพ่อหนีกลับบ้าน
กลบั มาถงึ บ้าน นางทั้งสิบสองจึงไม่สามารถจะเดินทางกลับ
บ้านได้ พากันร่อนเร่ พเนจรไปเรื่อยๆหา
๓ ทิศทางไม่ได้ ในที่สุดหลงเข้าไปในเมืองยักษ์
โดยอาศัยอยู่กับนางสันทมาร(สนธมาร
,สนทรา) ยักษ์แม่หม้ายมีลูกสาวบุญธรรม ชื่อ
นางเมรี นางสิบสองไม่ทราบว่านางสันทมาร
เป็นยักษ์จึงอาศัยอยู่ด้วย นางสันทมารต้อง
ออกป่าไปจบั สตั วก์ ินเป็นอาหารเสมอๆ
๔
วนั หนง่ึ นางสบิ สอง ซกุ ซนไปตรวจดสู ิ่งต่างๆ ได้ ทรงพอพระทัยมากจึงรับนางสิบสองคนมาเป็น
พบกระดูกคน และสตั ว์จานวนมาก พวกนางจึง พระมเหสี สว่ นนางสันทมารไดต้ ิดตามมาจนถึง
รวู้ า่ นางสันทมาร นั้นเป็นยกั ษ์ จงึ พากันหนดี ว้ ย เมืองไพศาลี เมื่อทราบว่านางสิบสองได้เป็น
ความกลัว นางสันทมารกลับมาทราบจากเมรี พระมเหสีของพระราชสิทธิก็ยิ่งเคียดแค้น
ว่านางสบิ สองหนีไป ก็โกรธจึงออกติดตาม หวัง จึงแปลงกายเป็น หญิงงาม ทาอุบาย ร้องห่ม
จะจับกินเป็นอาหาร แต่ด้วยบุญญาธิการของ ร้องไห้ จนได้เฝ้าพระรถสิทธิ์ เล่าว่าตนชื่อ นาง
นางสบิ สอง ยังมอี ยูบ่ ้าง สมุดชาถูกบิดาบังคับให้แต่งงานกับเศรษฐี
นางจึงหนีมา พระรถสิทธิ์รับนางสมุดชาไว้เป็น
พวก สัตว์ ป่า เสือ ช้าง ชว่ ยกัน ชายา นางสมุดชามีความเคียดแค้นนางสิบ
กาบังนางสิบสองไมใ่ ห้นาง สองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทาเสน่ห์มารยาให้
สันทมารเห็น ในทีสดุ นาง พระรถสิทธิ์หลงใหลจนลืมมเหสีเก่าทั้งสิบสอง
สบิ สองก็เดนิ กลับมายงั วันหนึ่ง นางสมุดชาทาอุบาย โดยนางแกล้ง
เมืองไพศาลี พระรถสิทธิ์ ป่วยแล้วหมอหลวงเยียวยารักษาไม่หาย
เจ้าเมอื งเสดจ็ มาพบเข้า นอกจากจะตอ้ งใช้ดวงตาของสาวที่เกิดจากพ่อ
๕ แม่เดยี วกนั 12 นาง
๖
ขณะนั้นมเหสีทั้งสิบสองได้ตั้งครรภ์กับพระรถ
สิทธิ์ทุกคน นางสันทมารจึงให้ทหารจับไปขังไว้
ในอุโมงค์มืดๆ มีอาหารกินบ้างอดบ้าง ส่วน
พระรถสิทธิ์ไม่ทราบว่ามเหสีทั้งสิบสองคน
ต้ังครรภ์เพราะตกอย่ใู นอานาจเสน่ห์มารยาของ
นางยักษ์ นางทั้งสิบสองคนต่างหิวโซอยู่ใน
อุโมงค์มืดนั้นจนคลอดบุตร เมื่อพี่สาวใหญ่
คลอดบุตรออกมาต่างก็ช่วยกันฉีกเนื้อแบ่งกัน
เป็นเคร่อื งยาจึงจะรักษาหาย ด้วยเวทมนต์ของ กิน นางเภารับส่วนแบ่งเก็บไว้ได้ 11 ชิ้น ครั้น
นางยักษ์สันทมารนั้นจึงสั่งควักลูกตานางสิบ
สองมาเป็นเครื่องยา แต่นางเภาถูกควักลูกตา ตนคลอดบุตรออกมาบ้างก็นาเนื้อเด็กทั้ง 11
ชิ้น ส่งให้พี่ๆ ฉะนั้นลูกของนางเภาจึงรอดชีวิต
เพียงข้างเดียวเพราะเมื่อครั้งหนีนางยักษ์สันท นางเภาก็เลี้ยงลูกมาในอุโมงค์นั้นจนเจริญวัยวิ่ง
มารนั้นนางทั้งสิบสองคนจับปลากินประทัง
ความหิว พี่ๆ จับปลาได้ก็จะร้อยกับเชือกโดย เล่นได้ตั้งชื่อว่า “รถเสน” พระอินทร์ทราบเรื่อง
นางสิบสองถูกทรมานจึงมาช่วยโดยแปลงกาย
แทงตาทะลุทงั้ สองขา้ ง เป็นไก่มาหากนิ อยหู่ นา้ อุโมงค์
๗ ๘
พระรถเสนเลี้ยงไก่พระอินทร์ และนาไก่มาท้า ม้าของพระรถเสนนี้เป็นม้ากายสิทธิ์ วิ่งราวกับ
ชนพนนั กับชาวบา้ นกไ็ ด้ชัยชนะทุกครั้งแลกเป็น ลมพัดและพูดได้ด้วย ครั้นมาถึงอาศรมพระ
ข้าวอาหารมาเลี้ยงแม่และป้าๆ จนมีชื่อเสียง ฤๅษีก็ขอหยุดพักหลับนอน พระฤๅษีผู้มีญาณ
เลอ่ื งลือไปทัว่ ความทราบถึงพระกรรณพระรถ พิเศษทราบเหตุการณ์จึงแอบแก้ข้อความใน
สทิ ธิ์ พระองคเ์ รยี กเข้าเฝ้าทาใหท้ ราบวา่ พระรถ จดหมายทีเ่ รียกว่า “ฤๅษแี ปลงสาร” เสียใหม่ว่า
เสนเป็นพระโอรส นางสมุดชาทราบเรื่องคิด “ถึงกลางวันให้แต่งกลางวัน ถึงกลางคืนให้
กาจัดพระรถเสนด้วยการหาอุบายให้พระรถ แต่งกลางคืน”
สิทธิ์สั่งพระรถเสนเดินทางไปยังเมืองยักษ์เพื่อ
นา “มะงั่วรู้หาว มะนาวรู้โห่” (บางสานวนว่า เมื่อพระรถเสนไปถึงเมอื งยกั ษพ์ บนางเมรี
มะม่วงไมร่ ูห้ าว มะนาวไมร่ ู้โห่) มาเป็นเคร่อื งยา ๑๐
รักษานางอีก นางสมุดชาเขียนสารให้พระรถ
เสนถอื ไปหานางเมรีโดยเขยี นสัง่ วา่ “ถึงกลางวัน
ให้ฆ่ากลางวนั ถงึ กลางคนื ให้ฆา่ กลางคืน” พระ
รถเสนก็ควบม้าไปยังเมืองยักษ์ตามคาสั่งพระ
บดิ า ๙
พระรถเสนอยู่ในเมืองยักษ์ด้วยความสุข แต่ ครั้นเมื่อนางเมรีหายจากความมึนเมาไม่เห็น
ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังระลึกถึงมารดาและป้า พระรถเสน นางจึงรู้ว่าพระรถเสนหนีไปแล้ว
ของพระองค์ จึงคิดหาอุบายโดยการจัดเลี้ยง นางกับเสนายักษ์ได้ออกติดตามพระรถเสน
สุราอาหาร นางเมรเี มามายและหลอกถามถึง ด้วยความรกั
หอ่ ดวงตานางสิบสอง อกี ทั้งกล่องบรรจุดวงใจ ๑๒
ของนางสันทมาร นางเมรีก็พูดด้วยความมึน
เมา บอกเรื่องราวและที่เก็บสิ่งของสาคัญ
ตลอดจนยาวิเศษขนานต่างๆ แก่พระรถเสน
จนหมดสิ้น พระรถเสนจึงนากล่องดวงใจ ห่อ
ดวงตาและยารกั ษารวมทั้งยาวิเศษที่โปรยเป็น
ภูเขา เป็นไฟ เป็นมหาสมุทร ติดตัว หนีออก
จากเมืองไป
๑๑
พระรถเสนควบม้าหนีมาแต่นางเมรีก็ตามทัน เมื่อกลับมาถึงเมืองไพศาลี พระรถเสนนา
พระรถเสนโปรยยาให้เป็นมหาสมุทร นางเมรี ดวงตามารดาและป้าๆ พร้อมกับยารักษาจน
สิ้นแรงฤทธิ์ไม่สามารถจะข้ามมหาสมุทรได้ สามารถมองเห็นได้ทั้งสิบสองนาง พระรถเสน
นางเฝ้าราพันออ้ นวอนให้พระรถเสนกลับเมือง เข้าเฝา้ พระราชบดิ าพรอ้ มกบั ทูลว่านางสมุดชา
ไปอยู่กบั นาง แตม่ า้ ได้ทัดทานไว้ นางเมรีเศร้า เปน็ ยักษณิ ี นางสมุดชารู้เรื่องจึงแปลงกายเป็น
โศกคร่าคราญ จนดวงใจแตกสิ้นใจตาย ยักษห์ วงั จะฆ่าพระรถเสนเสีย แต่พระรถเสน
พระรถเสนกล่าวขอโทษต่อหน้าศพนางแล้วให้ ต่อสู้กับนางสมุดชาเป็นสามารถและทาลาย
เสนายักษ์นากลับเมือง ในที่สุดพระรถเสนก็ เมอื งกบั มเหสีทง้ั สบิ สองคนอย่างสนั ตสิ ุข
ตดั ใจกลับเมืองไปช่วยมารดา และป้าๆ
๑๔
๑๓
ชาวอาเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และชาว ๑๖
อาเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ต่างเชื่อ
ว่าเรื่องพระรถเมรีเป็นเรื่องจริง จินตนาการ
สภาพบ้านเมืองในเรื่องให้เข้ากับสภาพจริง
ของบ้านเมืองของตน ดังปรากฏในคาขวัญ
ประจาอาเภอ ตราสัญลกั ษณ์ประจาหนว่ ยงาน
ราชการ และ ชือ่ บา้ นนามเมืองของสถานที่ใน
อาเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และอาเภอ
ราชสาสน์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
๑๕