วิวัฒนาการ
ละครไทย
จัดทำโดย
นางสาว อิศริยา ทอนเทพ
ม.6/2 เลขที่40
ละครไทย
ยุคการละครไทยมี 5 สมัย
1.สมัยน่านเจ้า
หมายถึง ไม่มีหลักฐานการละคร ประเทศไทยค้นพบนิยาย เรื่อง “นามาโนราห์ ” และระบำ
การแสดงประเภทหนึ่งที่ดำเนินเรื่องเป็นเรื่อง 2.สมัยสุโขทัย
เป็นราวโดยนำเนื้อเรื่องเหตุการณ์ต่างๆมา
เชื่อมโยงกันมีผู้ดำเนินเรียกว่า ตัวละคร ไม่มีหลักฐานการละคร เน้นการแสดงพื้นเมือง ประเภทรำและระบำ กำหนดโขน
ละครและฟ้อนรำขึ้นละครสมัยนี้ คือ มโนราห์และละครแก้บน
3.สมัยอยุธยา
นำตำนานนาฏศิลป์ของเขมรเข้ามาจึงเกิดละครชาตรี ละครนอก ละครใน และยังเริ่มเล่นโขน
4.สมัยธนบุรี
หัดเล่นละครหลวงขึ้นมาใหม่ พระเจ้าตากสินมหาราช ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์
5.สมัยรัตนโกสินทร์ 5
นำละครชาตรีจากภาคใต้มาเล่นในเขตหลวง
เกิดจากการระงับเหตุการณ์ไม่สงบทางหัวเมืองภาคใต้
1.สมัยน่านเจ้า สมัย
2.สมัยสุโขทัย
3.สมัยอยุธยา
4.สมัยธนบุรี
5.สมัยรัตนโกสินทร์
รัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 2
มีพระบรมราชโองการรื้อฟื้นการหัดเล่นหุ่น พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทละครไว้ โดยให้ละคร
และโขนหลวง ละครผู้หญิงมีแค่ในพระราชวัง ผู้หญิงของหลวงมาฝึกเล่นละครนอก ได้แก่ อิเหนา
เท่านั้นและพระราชนิพนธ์บทที่ขาดหายไปใน สังข์ทอง มณีพิชัย ไชยเชษฐ์ คาวี และไกรทอง
เรื่องรามเกียรติ์ อุณรุท คาวี อิเหนา ละครนอกยัง ซึ่งใช้มาจนถึงทุกวันนี้
เป็นผู้ชายล้วน
รัชกาลที่ 3
ทรงยกเลิกละครหลวงผู้หญิง
และโขนตลอดรัชกาลส่งผลให้
บรรดาข้าราชการพากันหัดเล่น
ละครหลวงแบบรัชกาลที่ 2
จนเกิดเป็นละครเอกชน
รัชกาลที่ 4
ทรงโปรดเกล้าให้มีการรื้อละครหลวง ทำให้เกิดละครภาษา
รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชนิพนธ์บทละครรามเกียรติ์
ตอนพระรามเดินดงตอนนารายณ์ปราบนนทก
ยุคสมัยนี้เป็นสมัยที่ละครมีชื่อเสียง
รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6
มีการปรับปรุงละครสมัยใหม่ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก ละครร้องได้หมดความนิยมลงไป มีการยกเลิกกรมมหรสพ
ยุโรปและอเมริกา ละครรำจึงปรับปรุงเป็นละครอื่นๆ เช่น และตั้งเป็นกองมหรสพ จากนั้นย้ายไปขึ้นอยู่กักรมศิลปากร
ละครดึกดำบรรพ์ ละครเสภา ลิเก ปลายรัชกาลที่ 5 มีเพลง สมัยนี้เกิดเป็นละครพูดที่มีเพลงสอดแทรกละครเพลง
ทำนองของชาวตะวันตก และมีกำเนิดละครร้องที่เอาเรื่อง เรียกว่า ละครจันทโรภาส
ของชาวตะวันตกมาแสดงแต่ถ้าเป็นภาษาไทยเวลาฉายจะ
มีคนเป่าแตรฝรั่งประกอบการแสดง
รัชกาลที่ 7
ละครร้องได้หมดความนิยมลงไป
มีการยกเลิกกรมมหรสพและตั้งเป็น
กองมหรสพ จากนั้นย้ายไปขึ้นอยู่กับ
กรมศิลปากร สมัยนี้เกิดเป็นละครพูด
ที่มีเพลงสอดแทรกละครเพลง
เรียกว่า ละครจันทโรภาส
รัชกาลที่ 8
การแสดงต่างๆนั้นถูกจัดขึ้นโดยกรมศิลปากร
และเกิดละครหลวงวิจิตรวาทการขึ้นเป็น
ละครปลุกใจให้รักชาติ
เช่น เรื่องเลือดสุพรรณ
รัชกาลที่ 9
ทรงให้บันทึกภาพยนตร์สีส่วนพระองค์ บันทึกท่ารำเพลงต่าง ๆ
ทรงให้จัดพิธีไหว้ครู ปลูกฝังจิตสำนึกในการร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน
สืบทอด และพัฒนาศิลปะการแสดงของชาติผ่านการเรียนการสอน
ในระดับการศึกษาทุกระดับ
มีสถาบันที่เปิดสอนวิชาการละครเพิ่มมากขึ้นทั้งของรัฐและเอกชน
มีรูปแบบในการแสดงลำครไทยที่หลากหลายให้เลือกชม
อ้างอิง
https://sites.google.com/site/bluestampnew/
https://www.kanlakornthai-bpi4465.com/