แบบรายงานผลการวิเคราะหผ์ เู้ รยี นรายบคุ คล
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1/2 รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ 1 รหัสวิชา ส21102
ประจำปกี ารศกึ ษา 2565
นางสาวธมนวรรณ ปตั ถาพงษ์
ตำแหน่ง ครผู ้ชู ่วย
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรยี นตราษตระการคณุ จังหวัดตราด
สำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาจันทบรุ ี ตราด
บันทึกขอ้ ความ
สว่ นราชการ โรงเรยี นตราษตระการคุณ
ท่ี - วนั ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565
เรอ่ื ง รายงานการศึกษาและวิเคราะห์ผเู้ รยี นรายบุคคลของนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1/2
เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนตราษตระการคณุ
สง่ิ ที่ส่งมาด้วย รายงานการศึกษาและวเิ คราะหผ์ ้เู รียนรายบุคคลของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1/2 จำนวน 1 ฉบับ
ด้วยข้าพเจ้า นางสาวธมนวรรณ ปัตถาพงษ์ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียนตราษตระการคุณ
ได้รับมอบหมายให้สอนในรายวิชาประวัติศาสตร์ 1 รหัสวิชา ส 21102 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรม ได้ศึกษาผู้เรียนรายบุคคลของชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1/2 ประจำปีการศึกษา 2565 ซ่ึงมี
จำนวนนักเรียนทั้งหมด 27 คน เพ่ือวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล และเป็นข้อมูลเบ้ืองต้นในการวางแผนจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม และช่วยเหลือผู้เรียนได้ดีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สอนจะต้องทำการวิเคราะห์
ผู้เรียนเพ่ือทราบปัญหา และความสามารถของแต่ละบุคคล ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้เรยี น ซึ่งจะนำไปสู่
การพัฒนาศักยภาพของผเู้ รียน
บัดนี้ ได้ทำการวเิ คราะห์เสรจ็ สิ้นแล้ว จึงขอรายงานผลตามเอกสารทแี่ นบมาด้วยนี้
จงึ เรียนมาเพ่ือโปรดพิจารณา
ลงช่อื .............................................. ผรู้ ายงาน
( นางสาวธมนวรรณ ปัตถาพงษ์ )
ครผู ชู้ ่วย
ความเห็นรองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวิชาการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………….............................
ลงช่ือ .................................................
( นายสมชั ชา จนั ทรแ์ สง )
รองผ้อู ำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ
ความเหน็ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนตราษตระการคุณ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................. ............................
ลงชื่อ.................................................
( นายสำเนา บญุ มาก )
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนตราษตระการคณุ
คำนำ
ตามหลักการและจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 และ พระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดเป้าหมายและทิศทางการปฏิรูปการศึกษา กระบวนการเรียนรู้เพ่ือ
พัฒนาคนไทย ให้เป็นมนุษยท์ ี่สมบูรณ์ท้งั รา่ งกาย จิตใจ สตปิ ัญญา ความรู้คคู่ ุณธรรม โดยมีหลักการสำคญั ของ
การจัดการศึกษา ประกอบด้วย ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด ทุกคนสามารถเรยี นรู้ และพัฒนาตนเองได้ ส่งเสริม
ใหผ้ ู้เรียนสามารถพฒั นาตามธรรมชาติ และเตม็ ตามศักยภาพ
ดังนั้น ครูผู้สอนซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาความรู้
พัฒนาตนเอง คิดเอง ปฏิบัติเอง เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ความพึงพอใจ ตามความถนัด
ตามความสนใจของแต่ละบุคคล การวิเคราะห์ผู้เรียนเพ่ือศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคลจึงมีความจำเป็นและ
สำคญั มาก ผู้สอนจึงได้จัดทำแบบวิเคราะหผ์ ู้เรียนเล่มน้ขี ึ้นเพ่ือวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล กอ่ นดำเนินการ
สอนในปีการศึกษา 2565 ข้อมูลจากการศึกษาวิเคราะหผ์ เู้ รียนในครงั้ นม้ี ีความสำคัญ และเปน็ ประโยชน์ต่อการ
จดั การเรยี นการสอนอยา่ งยิ่ง
ธมนวรรณ ปตั ถาพงษ์
สารบัญ
เร่อื ง หนา้
คำชแ้ี จง
แนวคิดวตั ถุประสงคแ์ ละขอบเขตของการวิเคราะห์ผูเ้ รยี น
การวเิ คราะหผ์ ้เู รยี นรายบุคคล 1
ตอนท่ี 1 ข้อมูลพนื้ ฐานของนกั เรยี น 1
ตอนท่ี 2 ข้อมูลด้านผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ผลการเรยี นเฉลีย่ ในภาคเรยี นทีผ่ ่านมา 3
ตอนที่ 3 ข้อมลู ดา้ นความสนใจและความสามารถพิเศษ 4
ตอนที่ 4 แบบสรุปผลการวิเคราะห์ผูเ้ รียน 5
ตอนท่ี 5 นักเรยี นต้องการใหค้ รจู ดั การเรยี นรู้ โดยวิธี/แบบใด มากท่ีสดุ 7
การสร้างเครือ่ งมือเพือ่ การวิเคราะห์ผูเ้ รียนแนวทางในการสร้างเครือ่ งมือเพือ่ วเิ คราะห์ผเู้ รยี น 8
ขอ้ มูลอ้างอิงการรายงานผลการวิเคราะหผ์ ู้เรยี นรายบคุ คล 11
สรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียน 22
ภาคผนวก
คำชแี้ จง
แบบวิเคราะห์ผู้เรียนเล่มน้ีจัดทำข้ึน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับศึกษาวิเคราะห์นักเรียน เพื่อหา
ความแตกต่างระหว่างบุคคล เกี่ยวกับความพร้อมด้านความรู้พ้ืนฐาน และประสบการณ์เดิมท่ีมีอยู่ก่อนท่ีจะให้
ผูเ้ รียนไดร้ ับการเรียนรู้วิชาหรือกลมุ่ สาระการเรียนรู้ใด ๆ ของแต่ละระดับช้ัน ตลอดทั้งศกึ ษาวิเคราะห์เกี่ยวกับ
ความพร้อมด้านพฤตกิ รรม และองค์ประกอบความพรอ้ มด้านตา่ ง ๆ ดงั นี้
1. ด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
2. ความพรอ้ มดา้ นสติปญั ญา
3. ความพร้อมด้านพฤตกิ รรม
4. ความพรอ้ มด้านรา่ งกาย
5. ความพร้อมด้านสงั คม
การวเิ คราะห์ผู้เรียนมกี ารดำเนนิ การ ดงั นี้
1. เก็บรวบรวมข้อมูลในวิชาท่ีต้องการวิเคราะห์จากครูคนเดิมในปีการศึกษาท่ีผ่านมา หรือจัดสร้าง
เคร่ืองมอื แบบทดสอบวิชานน้ั ๆ ขึน้ ใหมแ่ ลว้ นำมาใชท้ ดสอบผูเ้ รียนทุกคน
2. นำข้อมูลมาศกึ ษาวเิ คราะห์ หรือแยกแยะตามความเป็นจรงิ พร้อมจัดกลุ่มผู้เรียนออกเป็น กลุ่มเก่ง
กลุ่มปานกลาง (หรอื ผ่านเกณฑ์) และกลุ่มทตี่ อ้ งปรบั ปรงุ แกไ้ ข
3. การวิเคราะห์ผู้เรียนจะพิจารณาทง้ั ความพร้อมดา้ นความรคู้ วามสามารถ สติปัญญาและความพรอ้ ม
ดา้ นอนื่ ๆ ของผู้เรยี นควบคูก่ นั ไปด้วย
4. สำหรับนักเรียนท่ีมีความพร้อมต่ำกว่าเกณฑ์ท่ีกำหนด ผู้สอนจะรีบดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้มี
ความพร้อมดีขนึ้ กอ่ น จึงคอ่ ยดำเนินการจัดการเรียนรู้ในระดับช้ันท่ีจะทำการสอน ส่วนความพร้อมดา้ นอ่ืน ๆ
ได้พยายามปรับปรุงแก้ไขให้ดขี นึ้ ในลำดบั ต่อไป
แนวคดิ วัตถปุ ระสงคแ์ ละขอบเขตของการวเิ คราะหผ์ เู้ รียน
1. แนวคิดในการวเิ คราะหผ์ ้เู รยี น
1.1 การจัดการเรียนรู้ใหป้ ระสบความสำเรจ็ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสงู
ผู้เรียนจะต้องมีความพร้อมท่ีดีในทุกด้านดังนั้น ก่อนจะเริ่มดำเนินการสอน ครูผู้สอนได้ศึกษา วิเคราะห์ผู้เรียน
รายบคุ คลเกย่ี วกบั
- ความพรอ้ มดา้ นความรู้ ความสามารถและประสบการณ์
- ความพร้อมดา้ นสตปิ ัญญา
- ความพรอ้ มด้านพฤตกิ รรม
- ความพรอ้ มด้านร่างกาย
- ความพร้อมด้านสงั คม
1.2 กอ่ นดำเนินการจัดการเรยี น ครูผสู้ อนได้ศึกษาวิเคราะห์ผ้เู รียนให้รู้ถึงความแตกต่างระหวา่ งบุคคล
ในแต่ละดา้ น เมอื่ ผเู้ รียนคนใด มขี ้อบกพร่องด้านใดควรปรบั ปรุง แก้ไขให้มีความพร้อมทด่ี ีก่อน
1.3 การเตรียมความพร้อม หรือการแก้ไขข้อบกพร่อง สำหรับผู้เรียนที่ยังขาดความพร้อมในด้านใดๆ
ควรใชก้ ิจกรรมหลายๆแบบ หรอื ใช้เทคนิควิธกี ารทเ่ี หมาะสมจนผเู้ รียนมีความพรอ้ ม ดีขึน้
2. วตั ถุประสงคข์ องการวิเคราะห์ผ้เู รียน
2.1 เพอ่ื ศกึ ษาวเิ คราะห์แยกแยะ เกย่ี วกบั ความพรอ้ มของผเู้ รยี นในแต่ละด้านเปน็ รายบคุ คล
2.2 เพื่อให้ครูผู้สอนได้รู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล และหาทางช่วยเหลือผู้เรียน ที่มีข้อบกพร่องให้มี
ความพรอ้ มทีด่ ีขึน้
2.3 เพ่ือให้ครูผ้สู อนได้จัดเตรียมการสอน สื่อ หรือนวตั กรรมสำหรบั ดำเนนิ การจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรยี น
ได้สอดคลอ้ งเหมาะสม และตรงตามความต้องการของผเู้ รียนมากยิ่งขนึ้
3. ขอบเขตของการวเิ คราะห์ผู้เรยี น
การวิเคราะหผ์ ้เู รยี น เพ่อื แยกแยะความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล ในเรือ่ งต่างๆ ดังน้ี
1. ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์
1.1 ความรพู้ ้ืนฐานของวชิ าประวตั ศิ าสตร์ 1
1.2 ความสามารถในการอ่าน
1.3 ความสนใจและสมาธิในการเรยี นรู้
2. ความพรอ้ มด้านสติปญั ญา
2.1 ความคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์
2.2 ความมเี หตผุ ล
2.3 ความสามารถในการเรียนรู้
3. ความพร้อมด้านพฤติกรรม
3.1 การแสดงออก
3.2 การควบคุมอารมณ์
3.3 ความมงุ่ มัน่ อดทน ขยันหม่นั เพยี ร
3.4 ความรับผดิ ชอบ
4. ความพร้อมด้านรา่ งกาย
4.1 ดา้ นสุขภาพร่างกายสมบูรณ์
4.2 การเจรญิ เติบโตสมวยั
4.3 ความสมบรู ณ์ทางดา้ นสุขภาพจิต
5. ความพร้อมด้านสงั คม
5.1 การปรับตวั เขา้ กับผู้อ่ืน
5.2 การช่วยเหลอื เสยี สละ แบง่ ปนั
5.3 การเคารพครู กติกา และมรี ะเบยี บวนิ ยั
1
การวเิ คราะห์ผู้เรียนรายบุคคล
การวิเคราะห์ผู้เรียนเพ่ือศึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคล มีความสำคัญและจำเป็น เพื่อนำข้อมูลไปช่วยเหลือ
แก้ไข ส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้เรียนมีการพัฒนาได้อย่างเหมาะสมเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคลและมีความสุข
ในการเรียนช่วยให้ครูผู้สอนนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ท่ีท้าทายความสามารถของผู้เรียน
ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเพ่ือนำผู้เรียนไปสู่
เปา้ หมาย
ผสู้ อนได้รับมอบหมายให้สอน รายวิชาประวัติศาสตร์ 1 รหสั วิชา ส21102 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1/2 ผู้สอน
จึงได้ดำเนินการวิเคราะห์ผู้เรียนที่รับผิดชอบ เพื่อให้ทราบข้อมูลพ้ืนฐานของผู้เรียน เพ่ือนำไปวางแผนในการจัด
กิจกรรมเพื่อพัฒนาผ้เู รยี น และจัดกระบวนการเรียนรูไ้ ดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
การวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1/2 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ได้วเิ คราะห์
ข้อมูลนักเรียนท้ังหมด 27 คน โดยวิเคราะห์ตามประเด็นการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ซึ่งสามารถแบ่งเป็น
5 ตอน ดงั นี้
ตอนที่ 1 ดา้ นขอ้ มูลพน้ื ฐานของนกั เรยี น
ตอนท่ี 2 ดา้ นผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น
ตอนท่ี 3 ด้านความสนใจและความสามารถพิเศษ
ตอนท่ี 4 แบบสรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรยี น
ตอนที่ 5 นักเรยี นต้องการใหค้ รูจดั การเรยี นรู้ โดยวธิ ี/แบบใด มากทสี่ ุด
ได้แบ่งการนำเสนอ ดงั นี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลดา้ นพน้ื ฐานของนกั เรียน
จำนวนนักเรียนท้ังหมด 27 คน
ข้อมลู รายการ จำนวนนักเรียน
1. อายขุ องนกั เรยี น คน ร้อยละ
1.1 อายุ 12 ปี 23 85.20
2. น้ำหนักของนักเรยี น 1.2 อายุ 13 ปี 4 14.80
1.3 อายุ 14 ปี 0 0.00
1.4 อายุ 15 ปี 0 0.00
2.1 น้ำหนกั นอ้ ยกวา่ 40 กก. 5 18.50
2.2 นำ้ หนัก 41 – 60 กก. 19 70.30
2.3 น้ำหนกั 61 – 80 กก. 1 3.70
2
3. สว่ นสูงของนักเรียน 2.4 น้ำหนกั มากกวา่ 81 กก. 2 7.40
4. สถานภาพบิดา - มารดา 3.1 สงู นอ้ ยกวา่ 140. ซม. 0 0.00
5. ท่ีพักอาศัยของนักเรียน 3.2 สงู 141 – 160 ซม. 19 70.30
6. อาชีพของผปู้ กครอง 3.3 สูง 161 – 180 ซม. 8 29.60
3.4 สงู กวา่ 180 ซม. 0 0.00
7. ปจั จุบันอาศยั อยู่กับใคร 4.1 อยู่รว่ มกนั 17 63.00
4.2 หย่ารา้ ง 5 18.50
4.3 แยกกันอยู่ 2 7.40
4.4 บิดา/มารดาถึงแก่กรรม 2 7.40
4.5 อนื่ ๆ 1 3.70
5.1บา้ นพกั ของตนเอง 25 92.60
5.2 พกั กับญาติ 1 3.70
5.3 หอพัก/บ้านเช่า 1 3.70
5.5 อ่นื ๆ 0 0.00
6.1 เกษตรกรรม/ประมง 3 11.10
6.2 รับราชการ 7 25.90
6.3 ประกอบธุรกจิ ส่วนตวั 4 14.80
6.4 คา้ ขาย 6 22.20
6.5 รับจ้างทวั่ ไป 4 14.80
6.6 วา่ งงาน 0 0.00
6.7 อืน่ ๆ 3 11.10
7.1 บดิ า - มารดา 14 51.90
7.2 บดิ า 2 7.40
7.3 มารดา 6 22.20
7.4 ป้า - ลงุ 0 0.00
7.5 นา้ - อา 0 0.00
7.6 อน่ื ๆ 5 18.50
จากตารางพบวา่
1. อายุของนกั เรียน จะอยู่ในชว่ ง 12 ปี มี 23 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 85.20
2. น้ำหนักของนักเรียน จะอยู่ในช่วง 41 – 60 กก. มี 19 คน คดิ เป็นร้อยละ 70.30
3. ส่วนสูงของนักเรียน จะอยู่ในช่วง 141 - 160 ซม. มี 19 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 70.30
3
4. สถานภาพบดิ า – มารดา ส่วนใหญ่บดิ า-มารดาอยู่รว่ มกัน มี 17 คน คดิ เป็นร้อยละ 63.00
5. ที่พกั อาศัยของนักเรยี น ส่วนใหญ่อยบู่ ้านพักของตนเอง มี 25 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 92.60
6. อาชพี ของผปู้ กครอง สว่ นใหญ่ผูป้ กครองของนกั เรยี นประกอบอาชีพ รบั ราชการ มี 7 คน คิดเป็นร้อย
ละ 25.90
7. ปัจจุบันอาศยั อยู่กบั ใคร ส่วนใหญน่ กั เรยี นอาศัยอยู่กบั บิดา-มารดา มี 14 คน คิดเป็นร้อยละ 51.90
ตอนท่ี 2 ข้อมูลด้านผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน ผลการเรยี นในภาคเรียนทผี่ ่านมา
จำนวนนกั เรยี นท้งั หมด 27 คน
ระดับผลการเรยี น
ช้ัน/หอ้ ง 0.00-2.00 2.00-3.00 3.00-4.00
ม.2/3 จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ
รวม (คน) (คน) (คน)
0 0.00 1 3.70 26 96.30
0 0.00 1 3.70 26 96.30
การจำแนกผู้เรียนตามกล่มุ
1. กลุ่มเก่ง หมายถึง นักเรียนท่ีมีผลการเรียนในระดับมากกว่า 3.00 มีความรู้พื้นฐานพร้อมในการ
พัฒนาการเรียนรายวชิ านี้อยา่ งเต็มความสามารถมจี ำนวน 26 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 96.30 แนวทางการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอน สำหรบั นักเรยี นกลมุ่ เก่ง
จัดการเรียนการสอนตามปกติ โดยเน้นกิจกรรมที่เป็น active learning และให้แบบฝึกหัด
เพิ่มเติมเพือ่ ใหผ้ เู้ รียนได้พัฒนาตนเองตามศกั ยภาพของตนอยา่ งเต็มท่ี
2. กลุ่มพอใช้ หมายถึง นักเรียนท่ีมีผลการเรียนในระดับ 2.00 – 3.00 มีความรู้พ้ืนฐานในระดับหนึ่ง
พร้อมในการพัฒนาในการเรียนรายวิชาน้ี มีจำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 3.70 แนวทางการจัดกิจกรรมการ
เรียนการสอน สำหรับนกั เรยี นกลมุ่ พอใช้
จัดการเรียนการสอนตามปกติโดยเน้นกิจกรรมท่ีเป็น active learning และสอนซ้ำอีกครั้ง
เพอ่ื เพม่ิ ความเข้าใจสำหรบั นกั เรยี นกลมุ่ นรี้ วมทงั้ เนน้ การทำแบบฝกึ หัดในห้องเรยี น
3. กลุ่มเน้นการพัฒนา หมายถึง นักเรียนที่มีผลการเรียนในระดับต่ำกว่า 2.00 มีความรู้พื้นฐานไม่ถึง
เกณฑ์ท่ีกำหนด ต้องเน้นพัฒนาในการเรียนรายวิชาน้ี มีจำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0.00 แนวทางการจัด
กิจกรรมการเรยี นการสอน สำหรับนักเรยี นกลมุ่ เนน้ การพัฒนา
จัดการเรียนการสอนตามปกติโดยเน้นกิจกรรมที่เป็น active learning มีการสอนซ่อมเสริม
ให้กับนักเรียนในช่วงพักกลางวันหรือช่วง หลังเลิกเรียนและให้เรียนเพ่ิมเติมจากการสอนผ่านระบบออนไลน์
โดยใช้ Google Meet , Google Classroom, Line , Facebook
4
ตอนท่ี 3 ข้อมลู ดา้ นความสนใจและความสามารถพิเศษ จำนวนนกั เรียนทั้งหมด 27 คน
ขอ้ มูล รายการ จำนวนนกั เรียน
คน ร้อยละ
1. วิชาทช่ี อบที่สุด 1.1 ภาษาไทย 1 3.70
1.2 คณิตศาสตร์ 4 14.80
1.3 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 2 7.40
1.4 สงั คมศึกษา 3 11.10
1.5 ศลิ ปะและดนตรี 4 14.80
1.6 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 0 0.00
1.7 การงานอาชีพ 0 0.00
1.8 ภาษาตา่ งประเทศ 12 44.40
1.9 ภาษาต่างประเทศท่ี 2 (จีน, เขมร) 0 0.00
1.10 อื่น ๆ 1 3.70
รวม 27 100.00
2. ความสามารถพเิ ศษ 2.1 ด้านกีฬาด้านกีฬา 4 14.80
2.2 ด้านดนตรี/นาฏศิลป์ 4 14.80
2.3 ด้านศิลปะ 4 14.80
2.4 ด้านคอมพิวเตอร์ 3 11.10
2.5 ด้านวทิ ยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ 2 7.40
2.6 ด้านทำอาหาร/ขนม 6 22.20
2.7 ด้านภาษา 2 7.40
2.8 ดา้ นงานฝมี ือ 0 0.00
2.9 ดา้ นอืน่ ๆ 2 7.40
รวม 27 100.00
3. อาชีพที่ใฝฝ่ ัน 3.1 รับราชการ 6 22.20
3.2 พนกั งานบริษทั 0 0.00
3.3 อาชีพอิสระหรอื ธุรกิจส่วนตัว 11 40.70
3.4 ค้าขาย 1 3.70
3.5 อนื่ ๆ 9 33.30
รวม 27 100.00
4. การศึกษา 4.1 ศึกษาต่อ 26 96.30
4.2 ประกอบอาชีพ/ไมศ่ ึกษาต่อ 1 3.70
5
รวม 27 100.00
จากตาราง พบว่า
1. วิชาที่ชอบที่สุด อันดับที่ 1 ภาษาต่างประเทศ ร้อยละ 44.40 อันดับท่ี 2 คณิตศาสตร์และศิลปะและ
ดนตรี ร้อยละ 14.80 อันดับที่ 3 สงั คมศกึ ษา ร้อยละ 11.10
2. ความสามารถพเิ ศษ อันดับท่ี 1 ด้านทำอาหาร/ขนม รอ้ ยละ 22.20 อันดับที่ 2 ด้านดนตรี/นาฏศิลป์และ
ดา้ นศิลปะ ร้อยละ 14.80 อนั ดบั ที่ 3 ด้านคอมพวิ เตอร์ รอ้ ยละ 11.10
3. อาชีพท่ีใฝ่ฝัน อันดับท่ี 1 อาชีพอิสระหรือธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 40.70 อันดับท่ี 2 อ่ืน ๆ ร้อยละ 33.30
อนั ดับท่ี 3 รับราชการ ร้อยละ 22.20
4. การศึกษา อนั ดับที่ 1 ศกึ ษาตอ่ รอ้ ยละ 96.30 อันดบั ที่ 2 ประกอบอาชพี /ไมศ่ ึกษาต่อ รอ้ ยละ 3.70
ตอนท่ี 4 แบบสรุปผลการวิเคราะหผ์ เู้ รยี น
จำนวนนักเรยี นทั้งหมด 27 คน ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ผู้เรยี น ดงั น้ี
ผลการวิเคราะหผ์ ู้เรยี น (จำนวนคน)
ลำดบั รายการวิเคราะห์ผู้เรยี น ดี ปานกลาง ปรบั ปรงุ แกไ้ ข
ที่
(3) (2) (1)
คน ร้อยละ คน ร้อยละ คน รอ้ ยละ
1 ดา้ นความรูค้ วามสามารถและประสบการณ์ 14 51.90 13 48.10 0 0.00
1.1) ความรู้พนื้ ฐาน 11 40.70 16 59.30 0 0.00
1.2) ความสามารถในการอา่ น 8 29.60 18 66.70 1 3.70
1.3) ความสนใจ และสมาธิในการเรียน
14 51.90 13 48.10 0 0.00
2 ความพร้อมดา้ นสตปิ ัญญา 7 25.90 20 74.10 0. 0.00
2.1) ความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ 16 59.30 11 40.70 0 0.00
2.2) ความมีเหตผุ ล
2.3) ความสามารถในการเรยี นรู้ 7 25.90 17 63.00 3 11.10
16 59.30 10 37.00 1 3.70
3 ความพรอ้ มด้านพฤติกรรม 6 22.20 21 77.80 0 0.00
3.1) การแสดงออก 9 33.30 17 63.00 1 3.70
3.2) การควบคุมอารมณ์
3.3) ความมุ่งมัน่ อดทน ขยันหมนั่ เพยี ร 23 85.20 3 11.10 1 3.70
3.4) ความรับผิดชอบ 19 70.40 8 29.60 0 0.00
22 81.50 5 18.50 0 0.00
4 ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ
4.1) สุขภาพร่างกายสมบูรณ์
4.2) การเจรญิ เติบโตตามวยั
4.3) ความสมบรู ณ์ทางด้านสุขภาพจิต
6
5 ความพร้อมทางสงั คม 20 74.10 7 25.90 0 0.00
5.1) การปรบั ตวั เข้ากบั ผู้อนื่ 18 66.70 9 33.30 0 0.00
5.2) การเสียสละ ไม่เหน็ แกต่ วั 21 77.80 6 22.20 0 0.00
5.3) มีระเบียบวนิ ยั เคารพกตกิ า
จากตาราง พบว่า
1. ดา้ นความร้คู วามสามารถและประสบการณ์
1.1 ความรพู้ ืน้ ฐาน สว่ นใหญอ่ ยู่ในระดับ ดี คดิ เป็นร้อยละ 51.90
1.2 ความสามารถในการอ่าน ส่วนใหญอ่ ยู่ระดบั ปานกลาง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 59.30
1.3 ความสนใจและสมาธใิ นการเรียน สว่ นใหญอ่ ยู่ในระดับ ปานกลาง คิดเปน็ ร้อยละ 66.70
2. ความพรอ้ มด้านสตปิ ญั ญา
2.1 ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ส่วนใหญอ่ ยู่ในระดับ ดี คดิ เป็นรอ้ ยละ 51.90
2.2 ความมเี หตผุ ล ส่วนใหญอ่ ยใู่ นระดบั ปานกลาง คดิ เป็นรอ้ ยละ 74.10
2.3 ความสามารถในการเรยี นรู้ ส่วนใหญอ่ ยู่ในระดบั ดี คดิ เป็นร้อยละ 59.30
3. ความพรอ้ มด้านพฤติกรรม
3.1 การแสดงออก ส่วนใหญอ่ ยใู่ นระดบั ปานกลาง คดิ เป็นรอ้ ยละ 63.00
3.2 การควบคมุ อารมณ์ สว่ นใหญอ่ ยู่ในระดบั ดี คดิ เปน็ ร้อยละ 59.30
3.3 ความมงุ่ มน่ั อดทน ขยนั หมนั่ เพยี ร สว่ นใหญ่อยใู่ นระดับ ปานกลาง คดิ เปน็ ร้อยละ 77.80
3.4 ความรบั ผดิ ชอบ สว่ นใหญอ่ ยู่ในระดับ ปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 63.00
4. ความพร้อมด้านรา่ งกายและจติ ใจ
4.1 สขุ ภาพร่างกายสมบรู ณ์ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ดี คิดเป็นร้อยละ 85.20
4.2 การเจรญิ เติบโตตามวยั สว่ นใหญ่อยใู่ นระดับ ดี คิดเป็นร้อยละ 70.40
4.3 ความสมบูรณท์ างดา้ นสุขภาพจติ สว่ นใหญ่อยใู่ นระดบั ดี คิดเปน็ รอ้ ยละ 81.50
5. ความพรอ้ มทางสังคม
5.1 การปรับตวั เขา้ กับผู้อ่ืน สว่ นใหญอ่ ยใู่ นระดับ ดี คดิ เป็นร้อยละ 74.10
5.2 การเสียสละ ไม่เหน็ แก่ตวั ส่วนใหญอ่ ยู่ในระดบั ดี คิดเปน็ ร้อยละ 66.70
5.3 มรี ะเบียบวนิ ยั เคารพกติกา สว่ นใหญอ่ ยูใ่ นระดบั ดี คิดเปน็ ร้อยละ 77.80
7
ตอนท่ี 5 นกั เรียนตอ้ งการให้ครูจดั การเรียนรู้ โดยวธิ ี/แบบใด มากท่สี ดุ
จำนวนนักเรยี นทัง้ หมด 27 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมลู ผ้เู รยี น ดังน้ี
รายการ จำนวนนกั เรียน
คน ร้อยละ
1. แบบบรรยาย 14 51.90
2. แบบอภปิ ราย 10 37.00
3. แบบสร้างแผนผงั ความคิด 12 44.40
4. แบบใช้คำถาม 10 37.00
5. แบบโครงงาน 12 44.40
6. แบบแสดงบทบาทสมมตุ ิ 9 33.30
7. แบบทดสอบ 10 37.00
8. กระบวนการกลุ่ม 14 51.90
9. แบบบรู ณาการ 9 33.30
10. แบบระดมสมอง 8 29.60
11. แบบสาธิต 13 48.10
12. แบบให้ลงมือปฏบิ ตั ิ 12 44.40
13. แบบเรียนรูจ้ ากแหลง่ เรียนรู้ในท้องถิ่น 8
14. แบบสบื คน้ หาความร้ดู ว้ ยตนเอง
15. อื่น ๆ 12 44.40
11 40.70
8 29.60
จากตาราง พบว่า
นกั เรยี นตอ้ งการให้ครจู ดั การเรียนรู้ โดยวธิ ี
อันดับ 1 แบบบรรยาย และกระบวนการกลุ่ม คิดเป็นรอ้ ยละ 51.90
อนั ดับ 2 แบบสรา้ งแผนผงั ความคดิ แบบโครงงาน แบบให้ลงมอื ปฏบิ ัติ และแบบเรยี นรจู้ ากแหล่งเรยี นรู้
ในท้องถนิ่ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 44.40
อันดับ 3 แบบสบื ค้นหาความรู้ดว้ ยตนเอง คิดเปน็ ร้อยละ 40.70
การสร้างเครื่องมอื เพือ่ การวิเคราะห์ผู้เรยี น
แนวทางในการสรา้ งเครอื่ งมือเพือ่ วเิ คราะห์ผู้เรียน
การสร้างเคร่ืองมือสำหรับนำมาทดสอบ หรือตรวจสอบผู้เรียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ผู้เรียน
ถือเป็นเร่ืองท่ีมีความจำเป็นและมีความสำคัญมาก ซึ่งสามารถทำได้หลายแนวทาง แต่ในท่ีน้ีผู้สอนเลือกปฏิบัติ
แบบงา่ ย ๆ 2 แนวทาง ดงั น้ี
แนวทางที่ 1 นำผลการประเมินปลายปีการศึกษาท่ีผ่านมา ตลอดท้ังข้อมูลด้านต่าง ๆ ที่ครูได้
เกบ็ รวบรวมไว้ นำมาวเิ คราะหแ์ ยกแยะตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3 ระดบั คือ
ระดับที่ 1 ตอ้ งปรับปรงุ แกไ้ ข
ระดบั ที่ 2 ปานกลาง (ผ่านเกณฑ์)
ระดบั ท่ี 3 ระดับดี
การดำเนินการแยกแยะข้อมูลของนักเรียนเป็นรายบุคคลในแต่ละด้าน แล้วนำมากรอกข้อมูลลงในแบบ
วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล จากนั้นได้ประมวลผลข้อมูลสรุปกรอกลงในแบบสรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนเม่ือได้
ข้อสรปุ แลว้ นำไปกำหนดแนวทางในการแก้ไขนกั เรยี นที่ควรปรบั ปรงุ เรื่องตา่ ง ๆ ในแตล่ ะด้านต่อไป
9
แนวทางที่ 2 ครูผู้สอนสร้างเครื่องมือหรือแบบทดสอบเอง ให้เหมาะสมกับเรื่องที่จะวิเคราะห์ผู้เรียนใน
แตล่ ะด้าน เช่น การวดั ความรคู้ วามสามารถ หรอื ความพร้อมดา้ นสติปัญญา ควรใช้แบบทดสอบส่วนการตรวจสอบ
ความพร้อมพฤตกิ รรม ด้านร่างกายและจิตใจ ดา้ นสงั คม ควรใช้แบบสงั เกต หรือแบบสอบถาม
การสรา้ งเครื่องมือเพอื่ วเิ คราะหผ์ ูเ้ รียน ยดึ หลกั ที่สำคัญ ดังต่อไปน้ี
1. ควรใหค้ รอบคลมุ สาระหลัก ๆ ท่ีจะเรยี นรู้ หรือครอบคลุมพฤติกรรมดา้ นต่าง ๆ ของผู้เรียน
2. สอดคล้องกบั ประเดน็ ทจี่ ะวัดหรอื ประเมนิ ผเู้ รยี นในแต่ละด้าน
3. กำหนดเกณฑใ์ ห้ชดั เจน เช่น
- ตอบได้ถูกต้องหรอื มตี ามหัวข้อประเมิน นอ้ ยกว่า รอ้ ยละ 50 ตอ้ งปรับปรงุ แกไ้ ข
- ตอบได้ถูกตอ้ งหรอื มตี ามหัวขอ้ ประเมนิ ร้อยละ 50 – 70 ปานกลาง
- ตอบไดถ้ ูกตอ้ งหรอื มีตามหัวข้อประเมิน ร้อยละ 70 ข้ึนไป ไดร้ ะดับ ดี
4. การวัดหรือการทดสอบผู้เรียนควรดำเนินการก่อนทำการสอน เพื่อผู้สอนนำผลสรุปการวิเคราะห์
ไปวางแผนจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ เพ่ือชว่ ยเหลอื หรือส่งเสริมนักเรียนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
10
การสรา้ งเครื่องมือเพอ่ื วเิ คราะห์ผู้เรยี น วชิ าประวัติศาสตร์ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1/2
การสรา้ งเครอ่ื งมือสำหรับนำมาทดสอบหรือตรวจสอบผู้เรียน เพ่ือใช้เปน็ ขอ้ มูล สำหรบั วเิ คราะห์ผ้เู รยี นได้
แบ่งออกเป็นหลายๆดา้ น ดังน้ี
ด้านท่ี 1 ดา้ นความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
1. เป็นแบบทดสอบ ครอบคลมุ สาระสำคญั ของวชิ าประวตั ิศาสตร์ 1 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1/2
ได้คำนงึ ถงึ
- ความร้พู ื้นฐานทัว่ ไป
- ความสามารถในการแกป้ ัญหา
- ความสนใจในการเรยี นรู้
2. แบบทดสอบเปน็ แบบอัตนยั
3. ความยากง่ายมีสัดสว่ น คอื ความยาก - ปานกลาง – ง่าย : 30 – 40 – 30
4. เกณฑ์การประเมิน ทำข้อสอบได้ร้อยละ 70 ขึ้นไป ได้ระดับดี ร้อยละ 50 – 70 ระดับปานกลาง ต่ำ
กวา่ ร้อยละ 50 ตอ้ งปรบั ปรงุ แก้ไข
ดา้ นท่ี 2 ความพร้อมด้านสตปิ ญั ญา
1. ใชแ้ บบทดสอบ
2. การสร้างแบบทดสอบ ความยากง่ายของข้อทดสอบ ใช้เกณฑ์การประเมิน ทำข้อสอบได้ร้อยละ 70
ขึ้นไป ได้ระดบั ดี รอ้ ยละ 50 – 70 ระดับปานกลาง ตำ่ กว่า รอ้ ยละ 50 ต้องปรบั ปรงุ แก้ไข
ดา้ นที่ 3 ความพร้อมดา้ นพฤติกรรม
1. เป็นการสงั เกตพฤติกรรมของผู้เรียนเกี่ยวกบั
- การแสดงออกของผเู้ รียนในลกั ษณะตา่ งๆ
- การรู้จักควบคุมอารมณ์
- ความมุ่งม่นั ตง้ั ใจ ขยนั หม่ันเพยี ร
2. ครูผู้สอนไดส้ ังเกตพฤติกรรมของผ้เู รียนดว้ ยตนเอง
3. การกำหนดเกณฑ์การวัดไว้ด้วยว่าด้วยการแสดงออกทางพฤติกรรมในระดับดีมาก ดี ปานกลาง และ
ปรบั ปรงุ แก้ไข
ดา้ นท่ี 4 ความพร้อมด้านรา่ งกาย และจิตใจ
1) ใช้แบบสงั เกต และแบบสำรวจเก่ียวกบั
- สขุ ภาพรา่ งกายของผเู้ รยี น
- ความเจรญิ เตบิ โตสมวัย
- ด้านสุขภาพจิต
11
2. ใช้แบบสงั เกต และสมั ภาษณ์ กบั ครปู ระจำช้ัน เพอื่ นผใู้ กลช้ ดิ ผูเ้ รยี น หรอื ผู้ปกครอง
3. การกำหนดเกณฑก์ ารวดั ไวด้ ว้ ยว่าความพร้อมทางด้านจติ ใจในระดับดีมาก ดี ปานกลาง และปรับปรุงแกไ้ ข
ดา้ นที่ 5 ความพรอ้ มดา้ นสงั คม
1. ใช้แบบสังเกต และแบบสำรวจเกีย่ วกบั
- การปรับตัวให้เข้ากับผูอ้ นื่
- การเสยี สละไม่เหน็ แก่ตวั
- การมีระเบียบวนิ ยั และการเคารพกตกิ า
2. ใช้แบบสงั เกต และสมั ภาษณ์ กบั ครูประจำชนั้ เพ่อื นผใู้ กลช้ ิด ผู้เรยี น หรอื ผู้ปกครอง
3. การกำหนดเกณฑ์การวัดไวด้ ้วยว่าความพร้อมทางด้านจติ ใจในระดับดมี าก ดี ปานกลาง และปรบั ปรุงแกไ้ ข
12
ขอ้ มูลอ้างอิงการรายงานผลการวิเคราะห์ผเู้ รียนรายบคุ คล
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1/2
วชิ า ประวตั ศิ าสตร์ 1 รหสั วิชา ส21102
ตอนที่ 1 ข้อมูลด้านพืน้ ฐานของนกั เรยี น
13
14
15
ตอนท่ี 2 ข้อมลู ดา้ นผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน ผลการเรยี นเฉลย่ี ในภาคเรยี นทีผ่ า่ นมา
ตอนท่ี 3 ข้อมูลดา้ นความสนใจและความสามารถพเิ ศษ
16
17
ตอนที่ 4 ด้านความพร้อมของผู้เรียน
1. ดา้ นความรู้ความสามารถและประสบการณ์
18
2. ความพร้อมดา้ นสติปญั ญา
19
3. ความพร้อมดา้ นพฤติกรรม
20
4. ความพร้อมดา้ นร่างกายและจติ ใจ
21
22
5. ความพรอ้ มทางดา้ นสังคม
23
ตอนที่ 5 นักเรยี นต้องการใหค้ รจู ดั การเรยี นรู้ โดยวิธี/แบบใด มากทส่ี ุด
24
สรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียน
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1/2 วชิ า ประวัติศาสตร์ 1 รหัสวิชา ส 21102 กล่มุ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา
ศาสนาและวฒั นธรรม
จากตารางสรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียน ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1/2 จำนวน 27 คน ปรากฏว่านักเรียน
ส่วนมากของห้อง ( 50 % ข้ึนไป ) มีด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ทางภาษา ความพร้อมด้าน
สติปญั ญา อยู่ในระดบั ดี และความพรอ้ มด้านพฤติกรรม ความพรอ้ มด้านสังคม ความพร้อมด้านสุขภาพ ร่างกาย
จติ ใจ อยใู่ นระดับ ดี
ครูผ้สู อนได้นำข้อมูลการวเิ คราะห์ผู้เรียนมาจดั แบง่ กลุ่มผเู้ รยี น ออกเป็น 3 กลมุ่ โดยพิจารณา จากเกณฑ์มี
ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ทางภาษา ความพร้อมด้านสติปัญญา เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวาง
แผนการสอนใหเ้ หมาะสมกบั สภาพความแตกต่างของผเู้ รยี น ดงั น้ี
1. กลมุ่ เก่ง มี 26 คน ดังน้ี
ด.ช. การณั ยภาส นารถอุดม
ด.ช. ติณภพ ตลับเพชร
ด.ช. เทียนพรรษา สายหม่อน
ด.ช. ธรี วชิ ญ์ บัวตมู
ด.ช. ปัณณทัต นลิ พฒั น์
ด.ช. ภาณุพงศ์ เจริญสุข
ด.ช. ภมู ิรพี ศรีมงคล
ด.ช. อศิ รว์ ัศศ์ เรือนงาม
ด.ญ. กรรวี ศักด์แิ พทย์
ด.ญ. กัณฐมณี สทิ ธิลาภ
ด.ญ. จิรัชยา กระเเจะจนั ทร์
ด.ญ. ฐติ าภา โสจนั ทร์
ด.ญ. ณัฏฐณิชา สขุ สวัสด์ิ
ด.ญ. ณัฏฐ์นรี ไชยสิทธิ์
ด.ญ. ณฐั ณิชา คลาดแคล้ว
25
ด.ญ. ธญั ญาการต์ ประเสริฐศรี 2. กลุ่มปานกลาง มี 1 คน ดังน้ี
ด.ญ. ธัญวรัตน์ สงคราม
ด.ญ. ปารฉิ ตั ร โสวณะปรีชา
ด.ญ. ปุณณภา โสระวงค์
ด.ญ. พรชิตา สกุ ระสยู านนท์
ด.ญ. พิชามญชุ์ ภทู องเงนิ
ด.ญ. ภญิ ญดา พิณเสนาะ
ด.ญ. วริยา พรหมมา
ด.ญ. วริ ลั ยพุ า เรอื งสวัสด์ิ
ด.ญ. สธุ รี ัตน์ เขม้ แขง็
ด.ญ. เอวารนี สุขสะอาด
ด.ญ. ชโลบล ชลาลัย
3. กลุม่ ทีต่ ้องปรบั ปรุงแกไ้ ข มี 0 คน
ลงชอ่ื ..............................................ผู้รายงาน
( นางสาวธมนวรรณ ปัตถาพงษ์ )
ครผู ชู้ ่วย