46 สื่อเทคโนโลยีโพสต์แสดงความคิดเห็น และตรวจสอบความคิดและข้อคิดเห็นไปด้วยกัน เพื่อให้นักเรียนเกิดความ สนใจมากขึ้น 4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมอยู่ในระดับมาก จากตอนที่ 2 ดัชนีประสิทธิผลของการพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยการจัดกิจกรรมการอ่าน ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจด้วยเทคนิค DR-TA ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่3ก่อนและหลังเรียน พบว่านักเรียนที่ เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยการจัดกิจกรรมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความ เข้าใจด้วยเทคนิค DR-TA ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่3 มีดัชนีประสิทธิผลทางการอ่านหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งสอดคล้องกับซึ่งสอดคล้องกับ เอกลักษณ์ เทพวิจิตร ที่กล่าวว่า เทคนิค DR-TAเป็นเทคนิคที่ทำให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้ใหม่กับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน ไปเชื่อมโยงกับเนื้อหาภายใน บทความ จึงทำให้เกิดความเข้าใจในบทความได้อย่างถูกต้องและแม่นยำขึ้นจากตอนที่ 3 นักเรียนมีความพึงพอใจ ต่อการเรียนที่ได้รับการสอนการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยการจัดกิจกรรมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อ ความเข้าใจด้วยเทคนิค DR-TA ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่3 โดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมาก ด้านที่นักเรียนมี ความพึงพอใจเป็นลำดับที่ 1 คือ ด้านครูผู้สอนรองลงมาคือ ด้านการวัดและการประเมินผล ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า นักเรียนได้ฝึกร่วมมือกันทำงานเป็นกลุ่มเกิดความสามัคคีทำให้ได้ฝึกใช้ภาษาและมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูมอบหมายให้ มีการทำงานเป็นทีม มีการคิดเป็นลำดับขั้นตอน โดยการจัดการเรียนสอนโดยครูเน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีการแลกเปลี่ยน ถามตอบครู นักเรียนไม่เกิดความเขินอายต่อการ จัดการเรียนโดยครูผู้สอน ด้านการวัดและประเมินผล นักเรียนได้รับการประเมินจากการทำกิจกรรมการเรียนรู้ รายบุคคลและรายกลุ่ม ครูได้ชี้แจงคะแนน และประเมินอย่างยุติธรรม ทำให้นักเรียนได้เห็นคะแนน และผลการทำ กิจกรรมของแต่ละคน จึงเกิดความพึงพอใจมากในการวัดและประเมินผลครั้งนี้ ด้านเนื้อหา นักเรียนมีความพึง พอใจมาก เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่มีความยาก ง่ายและเหมาะสมกับนักเรียน กิจกรรมการเรียนการสอนมีความ น่าสนใจ และเป็นกิจกรรมที่ใหม่ น่าสนใจเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างมาก ส่วนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ในแต่ละหน่วยทำให้เห็นว่านักเรียนได้ฝึกการใช้ภาษาเต็มที่ เพราะนักเรียนได้รับการเรียนรู้ที่สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการฝึกพูดคุยกับเพื่อนๆในห้องและครูช่วยชี้แนะนักเรียนสังเกตได้จากการ เขียนอนุทินของนักเรียนและสังเกตจากแบบบันทึกพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนทำให้เห็นผลการจัดกิจกรรม การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจด้วยเทคนิค DR-TA เมื่อพิจารณาในทุก ๆ ด้าน พบว่า นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่3 มีความพึงพอใจมากต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เทคนิคการอ่านแบบ DR-TA เป็น เทคนิคที่ฝึกกระบวนการคิดของนักเรียนให้เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งไม่จาเป็นต้องเป็นบทความหรือเนื้อเรื่องที่เป็น ภาษาอังกฤษ แต่ยังรวมถึงการอ่านสื่อหรือข้อความอื่น ๆ ด้วย ก่อนอ่านนักเรียนจะต้องคิดได้ว่าจะได้อะไรจากการ อ่านบทความหรือเนื้อหานี้ หรือผู้เขียนต้องการจะส่งสารอะไรให้ผู้อ่านเข้าใจ เมื่อครูได้ใช้เทคนิค DR-TA จน นักเรียนเกิดความเคยชินกับระบบการคิดตามเทคนิคนี้แล้ว ในคาบเรียนต่อไป ครูอาจจะไม่ต้องตั้งคำถามให้กับ นักเรียน นักเรียนจะสามารถตั้งคำถามในเรื่องที่อ่าน และทำความเข้าใจในเนื้อหาใจความสำคัญได้เอง
47 ข้อเสนอแนะ 1. ควรเลือกบทอ่านตามความสนใจของผู้เรียน ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนจะรู้สึกสนใจและมีปฏิสัมพันธ์กับบทอ่านมากขึ้น 2. ควรมีการพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษควบคู่ไปกับเทคนิค DR-TA 3. ควรมีการนาเทคนิค DR-TA ไปประยุกต์ใช้กับเทคนิคอื่น ๆ เช่น เทคนิคการอ่านคร่าวๆ และอ่านหาเฉพาะจุด (skimming and scanning) หรือเทคนิคการเชื่อมโยงผังความคิด (Mind mapping)
48 บรรณานุกรม กรมวิชาการ. (2544). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: กรม วิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. ______. (2546). การจัดสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศตามหลักสูตรการจัด การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุ ภัณฑ์. ______. (2550). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้ง ที่ 3. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. ______. (2554). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ไกรคุง อนัคฆกุล. (2558). การอ่านภาษาอังกฤษ: การสอนที่เน้นกลวิธีการอ่าน. วารสารปัญญา ภิวัฒน์, 7(1), 232–41. ฆนัท ธาตุทอง. (2551). การออกแบบการสอนและบูรณาการ. นครปฐม: เพชรเกษมการพิมพ์. จรัส โพธิ์จันทร์. (2553). ความพึงพอใจในการทางานของอาจารย์วิทยาลัยพยาบาลในภาคเหนือ. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2542). การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร. 82 ชนาธิป พรกุล. (2552). การสอน กระบวนการคิด ทฤษฎี และการนาไปใช้. กรุงเทพฯ: บริษัท วี พริ้นท์ (1991) จำกัด. ชวลิต ชูกำแพง. (2553). การวิจัยหลักสูตรและการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 2. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ชัชวาล แสงจักรวาล. (2551). ผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบร่วมมือแบบผสมผสานการอ่าน และการเขียนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษและพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์คุรุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการ สอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร. ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากร ศึกษาศาสตร์, 5(3), 7–20. ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2553). เทคโนโลยีการศึกษา ทฤษฏีและการวิจัย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. ดุษฎี นาหาร. (2553). การพัฒนากิจกรรมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและความคงทนใน การเรียนรู้ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วิธีสอนอ่านแบบ SQ3R. วารสาร
49 ศึกษาศาสตร์, 4(3), 24–31. เถกิง พันธุ์เถลิงอมร. (2542). การอ่านตีความ. สงขลา: ณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สถาบันราช ภัฏสงขลา. นงลักษณ์ วิรัชชัย และ สุวิมล ว่องวานิช. (2555). มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการวิจัยการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. นารีรัตน์ กว้างขวาง. (2547). ความพึงพอใจของประชาชนต่อประสิทธิภาพในการให้บริการของ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ. วิทยานิพนธ์ปริญญาเครษฐศาสตร์ธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ. แน่งน้อย พงษ์สามารถ. (2551). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: ธีระฟิล์มและไซแท็กซ์. บันลือ พฤกษะวัน. (2530). สอนอ่านใหเสริมสรางกระบวนการคิด. กรุงเทพฯ: ศูนยสงเสริมวิชาการ. ______. (2545). แนวพัฒนาการอ่านเร็ว คิดเปน. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สุวีริยา สาส์น. ______. (2558). วิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์. ______.อัมพันธ์ ดอกเตย. การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้หนังสือ จัดระดับ. พิฆเนศวร์สาร2560;1:59-71. ______.กระทรวงศึกษาธิการ. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด; 2551. ______.สุวีรยา ทองประดิษฐ์, และ นิสากร จารุมณี. การพัฒนาบทเรียนอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้เนื้อหาบริบท ท้องถิ่น. วารสารมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร 2561;2:77-96. ______.ผัสสพรรณ ถนอมพงษ์ชาติ, สุมาลี ชิโนกุล, และ สาลี ทองธิว. หกขั้นตอนการสอนการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจตามแนวคิด. ______.Suranaree Journal of Science and Technology 2013; 2: 59-78. ______.เอกลักษณ์ เทพวิจิตร. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วย วิธีการสอนอ่านแบบ DR-TA (Directed Reading - Thinking Activity). วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ 2560 ;2 :17-28. ______.Stauffer, R. G. Teaching reading as a thinking process. New York: Harper & Row; 1969. ______.Tierney, R. J. et al. Reading strategies and practices (4th ed.). Massachusetts: Allyn and Bacon; 1995. ______.พวงรัตน์ ทวีรัตน์. วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สานัก ทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร; 2540. ______.ประสพชัย พสุนนท์. ความเที่ยงตรงของแบบสอบถามสาหรับงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ วารสาร สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2558;18:375-396
50 ______.สันติ งามเสริฐ, นาวาตรี. การสร้างข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ 2560;1:48-66. ______.ศิริชัย กาญจนวาสี. การเลือกใช้สถิติที่เหมาะสมสาหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: บุญศิริกา รพิมพ์; 2544. ______.ณัฐธิดา กลางประชา. การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษา ปีที่ 5 โดยใช้การสอนอ่านแบบ Directed Reading – Thinking Activity (DR-TA). วารสาร ศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา 2557;1(37):53-59.