The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จังหวัดน่าน
น.ส.ปาริชาติ บางใจดี ชั้น ม.4/5 เลขที่32

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

จังหวัดน่าน

จังหวัดน่าน
น.ส.ปาริชาติ บางใจดี ชั้น ม.4/5 เลขที่32

เร่ือง สถานทที่ ่องเท่ยี วจงั หวดั น่าน

จดั ทาโดย
นางสาว ปาริชาติ บางใจดี

เสนอ
ครู สุวารีย์ ยภี่ ู่
โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลยั จงั หวดั สุพรรณบุรี

คานา

โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง การทอ่ งเที่ยวจงั หวดั น่าน

โครงงานเล่มน้ีจดั ทาข้ึนเพอ่ื นาเสนอโครงงานเรื่อง สถานท่ีท่องเที่ยวในจงั หวดั น่านเพื่อใหค้ นไทยทุก ๆ คน และ
ชาวต่างชาติไดท้ ราบถึงสถานที่ทอ่ งเท่ียวจงั หวดั น่านวา่ มีท่ีใดบา้ ง โดยขอ้ มูลที่ไดม้ าคณะผจู้ ดั ทาไดศ้ ึกษาจากหนงั สือและ
เวบ็ ไซตต์ ่าง ๆ หากโครงงานเล่มน้ีผดิ พลาดประการใดกข็ ออภยั ไว้ ณ ท่ีน้ีดว้ ย
จดั ทาโดย
ปาริชาติ บางใจดี

สารบัญ หน้า

เร่ือง 1
4
ประวตั ิจงั หวดั น่าน 7
ภูมิประเทศ 8
ดอยเสมอดาว 9
ดอยภูคา อุทยานแห่งชาติดอยภู 10
ดอยตีดูว้ ์
ม่อนเคียง 11

ดอยภูแว 12
ซุม้ ลีลาวดี ณ พิพธิ ภณั ฑสถาน 13
ล่องแก่งลา 14
วงั ศิลา 15
ดอยสกาด

เรื่อง หน้า

นาขา้ วข้นั บนั ได โครงการปิ ดทองหลงั พระ 16
ดอยผาชู้ 17
วดั พระธาตุเขานอ้ ย 18
เสาดินนานอ้ ย คอกเสือ 19
วดั ภมู ินทร์ (กระซิบรักบนั ลือโลก) 20

ถนนคนเดินข้างวดั ภมู ินทร์ 22

พระบรมธาตแุ ช่แหง้ 23

วดั พระธาตชุ า้ งค้าวรวหิ าร 24

วดั ศรีพนั ตน้ 25

วดั ม่ิงเมือง 26
วดั หนองบวั 27

เร่ือง หน้า

วดั สวนตาล 28
วดั ภูเกต็ 29
บ่อเกลือ สินเธาว์ 30
หอศิลป์ ริมน่าน 31
บา้ นสะปัน 33
กาแฟบา้ นไทลือ 34
ตึกรักษีเกษม 35

1

ประวตั จิ งั หวดั น่าน

มีประวตั ิความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนาน มีช่ือเรียกในพงศาวดารวา่ นันทบุรี เมืองน่านในอดีตเป็นนครรัฐเล็ก ๆ ก่อตวั
ข้ึนราวกลางพทุ ธศตวรรษที่ 18 บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้าน่านและแม่น้าสาขาในหุบเขาทางตะวนั ออกของภาคเหนือ
สมยั เมืองล่าง-วรนคร

เจา้ หลวงภูคา ปฐมเจา้ ผคู้ รองนครน่าน แห่งราชวงศภ์ ูคา
ประวตั ิศาสตร์เมืองน่านเริ่มปรากฏข้ึนราว พ.ศ. 1825 ภายใตก้ ารนาของพญาภูคาและนางพญาจาปาผเู้ ป็นชายา ซ่ึง

ท้งั สองเป็นชาวเมืองเงินยาง ไดเ้ ป็นแกนนาพาผคู้ นอพยพมาต้งั ศูนยก์ ารปกครองอยทู่ ่ีเมืองล่าง ตอ่ มาเพ้ยี นเป็นเมืองยา่ ง (เชื่อ
กนั วา่ คือบริเวณริมฝั่งดา้ นใตข้ องแม่น้ายา่ งบริเวณตาบลศิลาเพชร อาเภอปัว เลยไปถึงลาน้าบวั่ ใกลท้ ิวเขาดอยภูคาในเขตบา้ น
เส้ียว บา้ นทุ่งฆอ้ ง บา้ นลอมกลาง ตาบลยม อาเภอทา่ วงั ผา) เพราะปรากฏร่องรอยชุมชนในสภาพที่เป็นคูน้า คนั ดิน และ
กาแพงเมืองซอ้ นกนั อยู่ เห็นชดั เจนท่ีสุดคือบริเวณขา้ งพระธาตุจอมพริกบา้ นเส้ียวมีกาแพงเมืองปรากฏอยซู่ ่ึงเป็นปราการทิศ
ใต้ และป้อมปราการทิศเหนือลกั ษณะที่ปรากฏเป็นสนั กาแพงดินบนยอดดอยม่อนหลวง บา้ นลอมกลาง เป็นกาแพงเมืองสูง
ถึง 3 ช้นั ในแต่ละช้นั กวา้ ง 3 เมตร สูง 5 เมตร ขนานไปกบั ยอดดอยม่อนหลวง ต่อมาพระยาภูคา ไดข้ ยายอาณาเขต
ปกครองของตนออกไปใหก้ วา้ งขวางยง่ิ ข้ึน โดยส่งราชบุตรบุญธรรม 2 คนไปสร้างเมืองใหม่ โดยขนุ นุ่นผพู้ ไ่ี ปสร้างเมือง
จนั ทบุรี (เมืองพระบาง) และขนุ ฟองผนู้ อ้ งสร้างเมืองวรนครหรือเมืองปัว

ภายหลงั ขนุ ฟองถึงแก่พริ าลยั เจา้ เกา้ เถ่ือนราชบุตรจึงไดข้ ้ึนครองเมืองปัวแทน ดา้ นพญาภูคาครองเมืองยา่ งมานานและ
มีอายมุ ากข้ึน มีความประสงคจ์ ะใหเ้ จา้ เกา้ เถื่อนผหู้ ลานมาครองเมืองยา่ งแทน จึงใหเ้ สนาอามาตยไ์ ปเชิญ เจา้ เกา้ เถ่ือนเกรงใจป่ ู
จึงยอมไปอยเู่ มืองยา่ งและมอบใหช้ ายาคือนางพญาแมท่ า้ วคาปิ นดูแลรักษาเมืองปัวแทน เม่ือพญาภูคาถึงแก่พิราลยั เจา้ เกา้
เถื่อนจึงครองเมืองยา่ งแทน ในช่วงท่ีเมืองปัววา่ งจากผนู้ า เน่ืองจากเจา้ เกา้ เถื่อนไปครองเมืองยา่ งแทนป่ ูน้นั พญางาเมืองเจา้ ผู้
ครองเมืองพะเยา จึงไดข้ ยายอิทธิพลเขา้ ครอบครองบา้ นเมืองในเขตเมืองน่านท้งั หมด นางพญาแม่เทา้ คาปิ นพร้อมดว้ ยบุตรใน
ครรภไ์ ดห้ ลบหนีไปอยบู่ า้ นห้วยแร้ง จนคลอดไดบ้ ุตรชายชื่อวา่ เจา้ ขนุ ใส เติบใหญไ่ ดเ้ ป็ นขนุ นางรับใชพ้ ญางาเมืองจนเป็นท่ี
โปรดปราน พญางาเมืองจึงสถาปนาใหเ้ ป็นเจา้ ขนุ ใสยศ ครองเมืองปราด ภายหลงั มีกาลงั พลมากข้ึนจึงยกทพั มาตอ่ สู้จนหลุด
พน้ จากอานาจเมืองพะเยา และไดร้ ับการสถาปนาเป็นพญาผานอง ข้ึนครองเมืองปัวอยา่ งอิสระระหวา่ งปี 1865-1894
รวม 30 ปี จึงพริ าลยั

2

องคพ์ ระบรมธาตุแช่แหง้ อนุสรณ์ความรักและความสมั พนั ธ์ ระหวา่ งเมืองน่านกบั เมืองสุโขทยั ในอดีต
ในสมยั ของพญาการเมือง (กรานเมือง) โอรสของพญาผานอง เมืองปัวไดม้ ีการขยายตวั มากข้ึน ตลอดจนมี

ความสมั พนั ธ์กบั เมืองสุโขทยั อยา่ งใกลช้ ิด พงศาวดารเมืองน่านกล่าวถึงพญาการเมืองวา่ ไดร้ ับเชิญจากเจา้ เมืองสุโขทยั (พระ
มหาธรรมราชาลิไท) ไปร่วมสร้างวดั หลวงอภยั (วดั อมั พวนาราม) ขากลบั เจา้ เมืองสุโขทยั ไดพ้ ระราชทานพระธาตุ 7 องค์
พระพมิ พท์ องคา 20 องค์ พระพิมพเ์ งิน 20 องค์ ใหก้ บั พญาการเมืองมาบูชา ณ เมืองปัว ดว้ ยพญาการเมืองไดป้ รึกษาพระ
มหาเถรธรรมบาลจึงไดก้ ่อสร้างพระธาตุแช่แหง้ ข้ึนที่บนภูเพยี งแช่แหง้ พร้อมท้งั ไดอ้ พยพผคู้ นจากเมืองปัวลงมาสร้างเมือง
ใหม่ที่บริเวณพระธาตุแช่แหง้ เรียกวา่ ภูเพยี งแช่แหง้ ในปี พ.ศ. 1902 โดยมีพระธาตุแช่แหง้ เป็ นศูนยก์ ลางเมือง หลงั จาก
พญาการเมืองถึงแก่พิราลยั โอรสคือพญาผากองข้ึนครองแทน อยมู่ าเกิดปัญหาความแหง้ แลง้ จึงยา้ ยเมืองมาสร้างใหม่ท่ีริม
แมน่ ้าน่านดา้ นตะวนั ตกบริเวณบา้ นหว้ ยไค้ คือบริเวณที่ต้งั ของจงั หวดั น่านในปัจจุบนั เมื่อปี พ.ศ. 1911[7]

ในสมยั เจา้ ป่ ูเขง่ ครองเมืองระหวา่ งปี พ.ศ. 1950-1960 ไดส้ ร้างวดั พระธาตุชา้ งค้าวรวหิ าร วดั พระธาตุเขานอ้ ย
วดั พญาภู แตส่ ร้างไมท่ นั เสร็จกถ็ ึงแก่พริ าลยั เสียก่อน พญางวั่ ฬารผาสุมผเู้ ป็นหลานไดส้ ร้างต่อจนแลว้ เสร็จและไดส้ ร้าง
พระพทุ ธรูปทองคาปางลีลา ปัจจุบนั คือ พระพทุ ธนนั ทบุรีศรีศากยมุนี ประดิษฐานอยใู่ นวหิ ารวดั พระธาตุชา้ งค้าวรวหิ าร
สมยั ล้านนา

ในปี พ.ศ. 1993 พระเจา้ ติโลกราชกษตั ริยน์ ครเชียงใหม่ มีความประสงคจ์ ะครอบครองเมืองน่านและแหล่งเกลือ
บอ่ มาง (เขตตาบลบอ่ เกลือใต้ อาเภอบ่อเกลือปัจจุบนั ) ที่มีอยา่ งอุดมสมบูรณ์และหาไดย้ ากทางภาคเหนือ จึงไดจ้ ดั กองทพั เขา้
ยดึ เมืองน่าน พญาอินตะ๊ แก่นทา้ วไมอ่ าจตา้ นทานไดจ้ ึงอพยพหนีไปอาศยั อยทู่ ่ีเมืองเชลียง (ศรีสัชนาลยั ) เมืองน่านจึงถูกผนวก
เขา้ ไวใ้ นอาณาจกั รลา้ นนาต้งั แตน่ ้นั มา

ตลอดระยะเวลาเกือบ 100 ปี ท่ีเมืองน่านอยใู่ นครอบครองของอาณาจกั รลา้ นนา ไดค้ ่อยๆ ซึมซบั เอาศิลปวฒั นธรรม
ของลา้ นนามาไวใ้ นวถิ ีชีวิต โดยเฉพาะการรับเอาศิลปกรรมทางดา้ นศาสนา ปรากฏศิลปกรรมแบบลา้ นนาเขา้ มาแทนท่ี
ศิลปกรรมแบบสุโขทยั อยา่ งชดั เจน เช่น เจดียว์ ดั พระธาตุแช่แหง้ เจดียว์ ดั สวนตาล (มวลสารจากวดั สวนตาลใชท้ าพระสมเด็จ
จิตรลดา) เจดียว์ ดั พระธาตุชา้ งค้า แมจ้ ะเหลือส่วนฐานท่ีมีชา้ งลอ้ มรอบซ่ึงเป็ นลกั ษณะศิลปะแบบสุโขทยั อยู่ แตส่ ่วนองคเ์ จดีย์
ข้ึนไปถึงส่วนยอดเปล่ียนเป็ นศิลปกรรมแบบลา้ นนาไปจนหมดสิ้น ในระหวา่ งปี พ.ศ. 2103-2328 เมืองน่านไดต้ กเป็น

3

เมืองข้ึนของพม่าอยหู่ ลายคร้ังและตอ้ งเป็นเมืองร้างไร้ผคู้ นถึง 2 ครา คือ คร้ังแรก ปี พ.ศ. 2247-2249 คร้ังท่ี 2
ปี พ.ศ. 2321-2344
สมัยรัตนโกสินทร์

ปี พ.ศ. 2331 เจา้ อตั ถวรปัญโญไดล้ งมาเขา้ เฝ้าพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเพ่ือขอเป็นขา้ ขอบ
ขณั ฑสีมา หลงั จากข้ึนเจา้ อตั ถวรปัญโญกย็ งั มิไดเ้ ขา้ ไปอยเู่ มืองน่านเสียทีเดียวเน่ืองจากเมืองน่านยงั รกร้างอยู่ จึงไดย้ า้ ยไป
อาศยั อยตู่ ามท่ีต่าง ๆ คือ บา้ นต๊ึดบุญเรือง เมืองง้วั (บริเวณอาเภอนานอ้ ย) เมืองพอ้ (บริเวณอาเภอเวยี งสา) จนกระทง่ั หลงั จาก
ไดบ้ ูรณะซ่อมแซมเมืองน่านพร้อมท้งั ไดข้ อพระบรมราชานุญาตแลว้ จึงกลบั เขา้ มาอยใู่ นเมืองน่านในปี พ.ศ. 2344 ในยคุ
สมยั กรุงรัตนโกสินทร์ เมืองน่านมีฐานะเป็ นหวั เมืองประเทศราช เจา้ ผคู้ รองนครน่านในช้นั หลงั ทุกองคต์ ่างปฏิบตั ิหนา้ ที่
ราชการดว้ ยความเที่ยงธรรม มีความซ่ือสัตย์ จงรักภกั ดีต่อพระมหากษตั ริยร์ าชวงศจ์ กั รี ไดช้ ่วยราชการบา้ นเมืองสาคญั หลาย
คร้ังหลายคราดว้ ยกนั นอกจากน้ีเจา้ ผคู้ รองนครน่านตา่ งไดอ้ ุปถมั ภค์ ้าจุนและทานุบารุงกิจการพุทธศาสนาในเมืองน่านเป็น
สาคญั ไดส้ ร้างธรรมนิทานชาดก การจารพระไตรปิ ฎกลงในคมั ภีร์ใบลาน นบั เป็นคมั ภีร์ได้ 335 คมั ภีร์นบั เป็นผูกได้
2,606 ผกู ไดน้ าไปมอบใหเ้ มืองตา่ ง ๆ มีเมืองลาปาง เมืองลาพูน เมืองเชียงใหม่ เมืองเชียงราย และเมืองหลวงพระบาง

พิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ น่าน อดีตเคยเป็ นหอคาของเจา้ ผคู้ รองนครน่านในอดีต
ในปี พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดม้ ีพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ สถาปนาให้เจา้ สุริยพงษผ์ ลิต

เดชฯ เล่ือนยศฐานนั ดรศกั ด์ิข้ึนเป็น พระเจ้านครน่าน มีพระนามปรากฏตามสุพรรณปัฏวา่ พระเจ้าสุริยพงษ์ผลติ เดช กุล
เชษฐมหนั ต์ ไชยนันทบุรมหาราชวงศาธิบดี สุริตจารีราชนุภาวรักษ์ วบิ ูลยศักด์ิกติ ไิ พศาล ภูบาลบพติ รสถติ ย์ ณ นันทราช
วงษ์ เป็นพระเจา้ นครน่านองคแ์ รกและองคเ์ ดียวในประวตั ิศาสตร์น่าน ภายหลงั ไดร้ ับการสถาปนาเป็นพระเจา้ น่าน พระเจา้ สุ
ริยพงษผ์ ริตเดชฯ ไดส้ ร้างหอคา (คุม้ หลวง) ข้ึนแทนหลงั เดิมซ่ึงสร้างในสมยั ของเจา้ อนนั ตวรฤทธิเดชฯ และดา้ นหนา้ หอคามี
ข่วงไวท้ าหนา้ ท่ีคลา้ ยสนามหลวง สาหรับจดั งานพิธีต่าง ๆ ตลอดจนเป็นที่จดั ขบวนทพั ออกสู้ศึก จดั ขบวนนาเสดจ็ หรือขบวน
รับแขกเมืองสาคญั และในวนั ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2474 เมื่อเจา้ มหาพรหมสุรธาดาเจา้ ผคู้ รองนครน่านถึงแก่พิราลยั
ตาแหน่งเจา้ ผคู้ รองนครกถ็ ูกยบุ เลิกต้งั แต่น้นั มา ส่วนหอคาไดใ้ ชเ้ ป็นศาลากลางจงั หวดั น่าน จนปี พ.ศ. 2511 จงั หวดั น่าน
ไดม้ อบหอคาใหก้ รมศิลปากร ใชเ้ ป็นสถานที่จดั ต้งั พิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ น่านจนกระทง่ั ปัจจุบนั

ในยคุ ประชาธิปไตย จงั หวดั น่านยงั มีตานานการเป็ นแหล่งกบดานของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสตแ์ ห่งประเทศ
ไทย โดยเฉพาะที่อาเภอทุ่งชา้ ง ซ่ึงเป็นพ้นื ท่ียทุ ธศาสตร์สาคญั อีกแห่งหน่ึง โดยมีอนุสรณ์สถานวรี กรรมทุ่งชา้ งเป็นพยานช่วย
เตือนความจาใหแ้ ก่ชนรุ่นหลงั

4

เส้นทางหมายเลข 1256 บนสันเขาใกลก้ บั ดอยภูคา
จงั หวดั น่านมีสภาพภูมิประเทศส่วนใหญเ่ ป็ นภูเขาซ่ึงวางตวั ในแนวเหนือ-ใต้ โดยเฉพาะบริเวณชายแดนดา้ นเหนือและ

ตะวนั ออกซ่ึงเป็นรอยต่อกบั ประเทศลาว มีภูเขใ้ นเขตอาเภอบอ่ เกลือ เป็นยอดเขาท่ีสูงท่ีสุดในจงั หวดั คือมีความสูงถึง
2,079 เมตร[8] และมีดอยภูคาในเขตอาเภอปัว เป็นยอดเขาท่ีสาคญั ของจงั หวดั มีความสูง 1,980 เมตร ส่วนพ้นื ที่ราบ
จะอยบู่ ริเวณตอนกลางของจงั หวดั และตามลุ่มน้าตา่ ง ๆ แหล่งน้าท่ีสาคญั ของจงั หวดั คือแม่น้าน่าน ซ่ึงมีตน้ กาเนิดทางตอน
เหนือของจงั หวดั แลว้ ไหลลงไปยงั เข่ือนสิริกิต์ิในจงั หวดั อุตรดิตถ์ และบรรจบกบั แม่น้าปิ งท่ีจงั หวดั นครสวรรคเ์ ป็ นแมน่ ้า
เจา้ พระยา นอกจากน้ียงั มีลาน้าสาขาต่าง ๆ ท่ีสาคญั ไดแ้ ก่ ลาน้าสา ลาน้าวา้ ลาน้าสมนุ ลาน้าปัว ลาน้ายาว ลาน้ายา่ ง ลาน้า
แหง เป็นตน้ มีพ้นื ที่กวา้ งใหญ่ พ้นื ที่เตม็ ไปดว้ ยภูเขาสูงสลบั ซบั ซอ้ น ท้งั ยงั มีประชากรหลายชาติพนั ธุ์ นบั วา่ เป็นดินแดนของ
ความหลากหลายอีกแห่งหน่ึงของประเทศ
ภูมอิ ากาศ

มีลกั ษณะอากาศแบบทุ่งหญา้ เมืองร้อนแบบ 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว โดยมีความแตกต่างของฤดูอยา่ ง
ชดั เจน

 ฤดูร้อน ระหวา่ งเดือนมีนาคม - พฤษภาคม อากาศร้อนถึงร้อนจดั (สถิติอุณภูมิสูงสุด 44.1 องศาเซลเซียส เม่ือวนั ที่
12 เมษายน พ.ศ. 2502)

 ฤดูฝน ระหวา่ งเดือนมิถุนายน - ตุลาคม มีฝนตกชุก จากอิทธิพลลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้
 ฤดูหนาว ระหวา่ งเดือนพฤศจิกายน - กมุ ภาพนั ธ์ อากาศหนาวถึงหนาวจดั จากอิทธิพลลมมรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ

(สถิติอุณภูมิต่าสุด 2.7 องศาเซลเซียส เม่ือวนั ท่ี 25 ธนั วาคม พ.ศ. 2542) [9]
อาณาเขต ทิศเหนือและตะวนั ออก ติดตอ่ กบั ประเทศลาว

 ทศิ ใต้ ติดต่อกบั จงั หวดั อุตรดิตถ์
 ทศิ ตะวนั ตก ติดต่อกบั จงั หวดั พะเยาและจงั หวดั แพร่

5

จงั หวดั น่านมีด่านเขา้ ออกกบั ประเทศลาวหลายแห่งดว้ ยกนั เช่น จุดผา่ นแดนถาวรสากลหว้ ยโก๋น-น้าเงิน อาเภอเฉลิม
พระเกียรติ, จุดผอ่ นปรนบา้ นใหม่ชายแดน อาเภอสองแคว และจุดผอ่ นปรนบา้ นหว้ ยสะแตง อาเภอทุง่ ชา้ ง
พืน้ ทป่ี ่ า

ทะเลหมอกในอุทยานแห่งชาติขนุ น่าน
มีจานวนอุทยานแห่งชาติ 7 แห่ง, วนอุทยาน 1 แห่ง, เขตหา้ มล่าสตั วป์ ่ า 1 แห่ง และสวนรุกขชาติ 2 แห่ง ไดแ้ ก่

 อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจงั หวดั น่าน มีอาณาเขตกวา้ งขวางเป็นอนั ดบั 4 ของประเทศ
โดยมีพ้นื ท่ีประมาณ 1,065,000 ไร่ หรือ 1,704 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมในทอ้ งที่ 8 อาเภอของจงั หวดั
น่าน ไดแ้ ก่ อาเภอปัว อาเภอท่าวงั ผา อาเภอทุ่งชา้ ง อาเภอเชียงกลาง อาเภอบ่อเกลือ อาเภอสันติสุข อาเภอเฉลิมพระ
เกียรติ และ อาเภอแม่จริม ประกอบดว้ ยพรรณไมท้ ี่หลากหลาย มีการคน้ พบพืชสาคญั หลายชนิด เช่น เตา่ ร้างยกั ษภ์ ูคา
ก่วมภูคา รางจืดภูคา ท่ีพบเฉพาะท่ีน่ีเพยี งแห่งเดียว รวมถึงตน้ ชมพูภูคา ซ่ึงพบที่น่ีเพยี งแห่งเดียวเช่นกนั

 อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพ้นื ท่ีครอบคลุมในทอ้ งที่อาเภอนาหมื่น อาเภอนานอ้ ย อาเภอเวยี งสา ตามแนวสองฟากฝั่งลา
น้าน่าน จนไปสิ้นสุดท่ีอา่ งเก็บน้าเข่ือนสิริกิต์ิ มีเน้ือที่ประมาณ 640,237.50 ไร่ หรือ 1,024.38 ตาราง
กิโลเมตร สถานที่ท่องเท่ียวท่ีน่าสนใจ ไดแ้ ก่ ดอยเสมอดาว ผาหวั สิงห์ ผาชู้ เสาดิน แก่งหลวง หมูบ่ า้ นประมงปากนาย
เป็ นตน้

 อุทยานแห่งชาติแมจ่ ริม อยใู่ นอาเภอแม่จริม มีเน้ือท่ีประมาณ 270,000 ไร่ หรือ 432 ตารางกิโลเมตร มี
กิจกรรมการทอ่ งเท่ียวท่ีเด่นคือ การล่องแก่งลาน้าวา้

 อุทยานแห่งชาติถ้าสะเกิน อยใู่ นทอ้ งที่อาเภอทา่ วงั ผา อาเภอเชียงกลาง อาเภอทุ่งชา้ ง อาเภอสองแคว จงั หวดั น่าน และ
อาเภอเชียงคา อาเภอปง จงั หวดั พะเยา มีพ้นื ที่ประมาณ 155,200 ไร่ หรือ 248.32 ตารางกิโลเมตร

 อุทยานแห่งชาตินนั ทบุรี มีพ้นื ท่ีครอบคลุมทอ้ งที่อาเภอท่าวงั ผา อาเภอเมืองน่าน อาเภอบา้ นหลวง เน้ือที่ประมาณ
548,125 ไร่ หรือ 877 ตารางกิโลเมตร พ้นื ท่ีแห่งน้ีเป็นจุดยทุ ธศาสตร์ท่ี สาคญั แห่งหน่ึงในอดีต เคยอยภู่ ายใต้
อิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสตแ์ ห่งประเทศไทย มีการต่อสู้ระหวา่ งเจา้ หนา้ ท่ีของรัฐกบั ผกู้ ่อการร้ายคอมมิวนิสต์

 อุทยานแห่งชาติขนุ สถาน มีพ้นื ที่ครอบคลุมป่ าฝ่ังขวาแม่น้าน่านตอนใต้ ในทอ้ งท่ีอาเภอนานอ้ ย และอาเภอนาหม่ืน
เน้ือท่ีประมาณ 262,000 ไร่ หรือ 419.2 ตารางกิโลเมตร

 อุทยานแห่งชาติขนุ น่าน ครอบคลุมพ้นื ที่อาเภอบอ่ เกลือ มีพรรณไมแ้ ละสัตวป์ ่ าท่ีน่าสนใจมากมาย มีพ้นื ท่ีประมาณ
155,375 ไร่ หรือ 248.6 ตารางกิโลเมตร

 วนอุทยานถ้าผาตูบ อยใู่ นทอ้ งที่บา้ นผาตูบ ตาบลผาสิงห์ อาเภอเมืองน่าน มีเน้ือที่ประมาณ 528 ไร่

6

 เขตหา้ มล่าสตั วป์ ่ าภูฟ้า อยใู่ นทอ้ งท่ีตาบลบ่อเกลือใต้ ตาบลภูฟ้า อาเภอบ่อเกลือ และตาบลหนองแดง ตาบลน้าพาง
ตาบลแมจ่ ริม อาเภอแม่จริม มีเน้ือที่ประมาณ 74,553 ไร่

 สวนรุกขชาติแช่แหง้ ต้งั อยทู่ ่ีตาบลม่วงต๊ึด อาเภอภูเพยี ง โดยมีอาณาเขตติดกบั วดั พระธาตุแช่แหง้ มีเน้ือที่ประมาณ
72 ไร่

 สวนรุกขชาติห้วยน้าอุ่น อยใู่ นทอ้ งท่ีตาบลอา่ ยนาไลย อาเภอเวยี งสา มีเน้ือท่ีประมาณ 400 ไร่

7

ทเี่ ทีย่ วน่าน หน้าหนาว ครบรสชาตกิ ารผจญภยั

1.ดอยเสมอดาว

เขตเทือกเขาประกอบดว้ ยป่ าดิบเขา ป่ าดิบแลง้ ป่ าสนเขา พบสตั วป์ ่ าหายากหลายชนิด เช่น นกยงู ซ่ึงมี อยหู่ ลายฝงู
เสือดาว เสือดา หมี กวาง หมาป่ า และหมาในมีสตั วป์ ่ าหลายชนิดท่ีสาคญั คือ ชา้ งป่ า ววั แดง และกระทิง ซ่ึงจะ
อพยพไปมาระหวา่ งเขตติดต่อประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เขา้ สู่ช่วงฤดูปลายฝนตน้ หนาว เพ่ือน ๆ หลายคนตอ้ งนึกถึงที่เที่ยวดอยสวย ๆ ลองจินตนาการภาพเรากาลงั ยนื รับ
ไอหมอกเยน็ ๆ ในยามเชา้ หรือกางเตน็ ทน์ อนชมดาวที่ส่องสวา่ งไปทว่ั ฟ้าในยามกลางคนื “ดอยเสมอดาว” ถือ
เป็นหน่ึงในสถานท่ีท่ีคุณหา้ มพลาดกนั เลยทีเดียว
ดอยเสมอดาว
เป็นพ้นื ท่ีท่ีมีลานกวา้ งโคง้ ไปตามสันเขาเหมาะสาหรับการพกั ผอ่ นชมพระอาทิตยข์ ้ึนและพระอาทิตยต์ กในเวลา
เดียวกนั และยงั สามารถ ชมทะเลหมอกในยามเชา้ ชมดาวและแสงไฟจากตวั อาเภอนานอ้ ยในยามค้าคืนไดอ้ ยา่ ง
สวยงาม
ตกกลางคืนดาวเร่ิมมา แตไ่ ม่ไดม้ าแบบธรรมดา! เพราะตอ้ งบอกวา่ มาเตม็ ทอ้ งฟ้า ไมว่ า่ จะมองข้ึนไปมุมไหนก็
เจอแต่ “ดวงดาวลา้ นดวง” เรียกวา่ บรรยากาศดีมาก ๆ และโรแมนติกสุดๆ
“ดอยเสมอดาว” สถานท่ีเท่ียวยอดฮิต ในเขต อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อาจจะไม่ใช่ดอยที่สูงที่สุดในไทย เพราะ มี
ความสูงเหนือระดบั น้าทะเลอยเู่ พียง 888 เมตรเท่าน้นั แต่ความอลงั การของการชม “ดวงดาวลา้ นดวง” ตอ้ งบอก
วา่ ที่นี่สวยติดอนั ดบั ตน้ ๆ แน่นอน
บ้านพกั และสิ่งอานวยความสะดวก

ท่ีนี่มีบา้ นพกั ไวใ้ หบ้ ริการนกั ท่องเท่ียว จานวน 3 หลงั และเตน็ ทใ์ หเ้ ช่า ราคาหลงั ละ 225 บาท นอนได้ 3 ทา่ น แผน่ รอง
นอน 20 บาท ถุงนอน 30 บาท หมอน 10 บาท

8

2.ดอยภูคา อทุ ยานแห่งชาติดอยภูคา

“อทุ ยานแห่งชาติดอยภูคา” เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจงั หวดั น่านท่ีไม่ควรพลาดมาก ๆ หลายคนอาจจะรู้จกั ดอยภู
คาจาก “ตน้ ชมพูภูคา” ในนามของพรรณไมท้ ี่หายาก และใกลส้ ูญพนั ธุ์ แต่จริง ๆแลว้ ดอยภูคาก็เป็นหน่ึงในสถานที่มี
ทศั นียภาพสวยดุจดงั่ นางงามของน่าน ซ่ึงความสวยงามของดอยภูคาจะเร่ิมตน้ ต้งั แตข่ บั รถข้ึนมา ตลอดระยะสองขา้ ง
ทางจะมีมุม สวยๆอลงั การหลายจุดมาก ตรงไหนสามารถจอดรถไดแ้ นะนาให้จอดเลยครับ ไดภ้ าพมุมสวย ๆ กลบั บา้ น
แน่นอน ดอยภูคาไมไ่ ดม้ ีจุดทอ่ งเที่ยวเด่น ๆเพยี งแคล่ านชมววิ 1715 เทา่ น้นั นะ ยงั มีแหล่งท่องเท่ียวอื่น ๆอีกหลาย
แห่งมาก ไมว่ า่ จะเป็น ลานดูดาว ลานดูเดือน เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่ าดึกดาบรรพห์ รือดอยภูแว ลว้ นแลว้ แตอ่ ยเู่ ขต
อุทยานแห่งชาติดอยภูคาท้งั สิ้น แลว้ ใครท่ีเป็ นสายถ่ายภาพ ขอบอกเลยวา่ “ท่ีนี่สุดมาก” แตค่ วามยากมนั อยทู่ ี่วา่ เราจะ
ไปเกบ็ ภาพตรงมุมไหน เพราะวา่ มีใหเ้ ลือกถ่ายหลายจุดจริง ๆ หากใครมาเยอื นน่านกต็ อ้ งหาเวลาแวะมาดอยภูคาแลว้
ละ รับรองวา่ ธรรมชาติท่ีนี่สุดจริง แตจ่ ะเอาใหส้ ุดตอ้ งมานอนรับลมหนาวสักคืนดว้ ย ความหนาวที่นี่อยใู่ นระดบั สิบ

กะโหลก

9

3.ดอยตีด้วู ์

ดอยตีดูว้ ์ เป็นยอดดอยสูงประมาณ 700 เมตรจากระดบั น้าทะล ต้งั อยบู่ นเส้นทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข 1091 (น่าน-
พะเยา) ตาบลสะเนียน อาเภอเมือง จงั หวดั น่าน อยหู่ ่างตวั เมืองน่านราว ๆ 29 กิโลเมตร ใชเ้ วลาเดินทางโดย
รถยนตป์ ระมาณ 35 นาที

คุณณฐั วดี แซ่ลี (จี) เล่าใหฟ้ ังวา่ แรกเริ่มน้นั บา้ นของเธอจะมาทาไร่ในบริเวณน้ีเป็ นประจา และสงั เกตเห็นวา่ พ้ืนท่ีน้ีสามารถ
มองเห็นทะเลหมอกไดอ้ ยา่ งสวยงามมาก ๆ จึงร่วมดว้ ยช่วยกนั กบั คนในครอบครัว เร่ิมถางท่ีดินใหโ้ ล่งเตียน จากน้นั จึงมี
ชาวบา้ นในชุมชน กรมป่ าไมฯ้ และหน่วยงานรัฐ เขา้ มาช่วยสนนั สนุนในการทาจุดชมวิวไวร้ องรับนกั ท่องเที่ยว โดยปัจจุบนั ท่ี
จุดชมววิ ดอยตีดูว้ ม์ ีการสร้างจุดชมววิ ใหย้ นื่ ออกไปจากเชิงเขา ราวกบั ไดส้ ัมผสั กบั ทะเลหมอกใกลแ้ คเ่ อ้ือม ถือไดว้ า่ เป็นอีก
หน่ึงจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหน่ึงของเมืองไทยเลยทีเดียว
นอกจากการมาชมทะเลหมอกยามเชา้ ที่ดอยตีดูว้ แ์ ลว้ ยามเยน็ ก็ยงั ชมพระอาทิตยต์ กดินไดอ้ ีกดว้ ย และยงั มีตลาดชุมชนให้
นกั ท่องเท่ียวไดเ้ ดินเลือกซ้ือสินคา้ ผลิตภณั ฑท์ างการเกษตร สินคา้ พ้ืนเมืองและอาหารพ้นื เมือง มีร้านอาหาร ร้านกาแฟเล็ก ๆ
ใหบ้ ริการ อีกท้งั ยงั มีกิจกรรมสนุก ๆ รออยู่ เช่น การโลช้ ิงชา้ มง้ การแตง่ กายดว้ ยชุดพ้ืนเมืองชาวมง้ การชมแปลงสตรอวเ์ บอร์
รี ไม่เพยี งเท่าน้นั ในอนาคตท่ีน่ียงั จะมีลานกางเตน็ ทใ์ หน้ กั ท่องเที่ยวที่หลงใหลในธรรมชาติไดม้ านอนดูดาวกนั ดว้ ย โดยทาง
ชุมชนจะมีการจากดั จานวนนกั ทอ่ งเท่ียวท่ีจะเขา้ มากางเตน็ ท์ เพอ่ื ไม่ใหเ้ ป็นการรบกวนธรรมชาติจนเกินไป และเพ่ือให้
นกั ท่องเที่ยวแตล่ ะท่านไดส้ ัมผสั ความงดงามของท่ีน่ีอยา่ งแทจ้ ริง โดยนกั ท่องเท่ียวท่ีจะมาพกั คา้ งแรมจะตอ้ งเขา้ ใจก่อนวา่ ใน
พ้ืนท่ีน้ีน้นั เป็นพ้ืนที่ท่ีชาวบา้ นอยากจะอนุรักษค์ วามสวยงามใหค้ งอยไู่ ปจนชว่ั ลูกชวั่ หลาน เพราะฉะน้นั จะไม่ไฟฟ้าหรือสิ่ง
อานวยความสะดวกอยา่ งที่พกั ในรีสอร์ททวั่ ไป จะมีเพยี งแสงจากตะเกียงและดวงดาวบนทอ้ งฟ้าท่ีอยรู่ ายรอบเทา่ น้นั

10

4. ม่อนเคยี งดาว

ม่อนเคียงดาว กลางคืนเคียงดาว ตอนเช้ าเคียงหมอก

ม่อนเคยี งดาว จ.น่าน เป็ นอีกหน่ึงในสถานท่ี หา้ มพลาด เพราะมอ่ นเคียงดาวน้นั เป็นสถานที่ท่ีสุดแสนจะโรแมนติกมากๆ
สาหรับคู่รัก เราสามารถมองเห็นดวงดาวที่หมุนอยเู่ ตม็ ทอ้ งฟ้าในยามค่าคืน และในยามเชา้ ตรู่เราจะเห็นสายหมอก ที่ลอยต่าอยู่
ใกลๆ้ จนกลายเป็นความสุขสุดขอบฟ้าของสถานท่ีแห่งน้ี ที่ไมม่ าไม่ไดแ้ ลว้ จริงๆ โดยมอ่ นเคียงดาวน้นั อยใู่ นจงั หวดั น่าน
ห่างจากจุดชมววิ ดอยเสมอดาวมาเพยี ง 2 กิโลเมตรเทา่ น้นั เราใชเ้ วลาขบั รถประมาณ 10 นาทีจากจุดชมววิ ก็ถึงท่ีพกั แลว้
และหากใครอยากจะไปเท่ียว กแ็ นะนาวา่ ใหแ้ วะ ดอยเสมอดาวดว้ ยเลย กจ็ ะยงิ่ คุม้ คา่ กบั การเท่ียวมากข้ึน เพราะดอยเสมอดาวก็
ยงั มีมุมสวยๆ ใหเ้ ราดูพระอาทิตยต์ กดินไดด้ ว้ ย ม่อนเคียงดาว ต้งั อยใู่ นอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตาบลศรีษะเกษ อาเภอนานอ้ ย
จงั หวดั น่าน ใกลๆ้ กบั ดอยเสมอดาว ห่างกนั ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถา้ เบื่อความวนุ่ วายท่ีดอยเสมอดาว คนแน่น ที่พกั เตม็
แนะนาใหม้ าเอนกายนอนที่ม่อนเคียงดาวเลย พ้ืนที่ส่วนใหญ่ จะเป็ นไร่ขา้ วโพดของชาวบา้ น ท่ีปลูกไวเ้ ล้ียงสัตว์ หรือนามาทา
ผลิตภณั ฑอ์ าหาร หลงั จากหมดฤดูทาไร่ขา้ วโพด ชาวบา้ นก็จะปรับพ้ืนท่ีตรงน้ีทาเป็นท่ีพกั ช่วงคราว ไวร้ องรับนกั ทอ่ งเท่ียว
นน่ั เอง กลางคืนเคียงดาว ตอนเช้าเคียงหมอก … คาพดู ของพีเ่ จา้ ของท่ีพกั ไม่ผดิ จริงๆ ตกดึกมีดาวเตม็ ฟ้า ส่องแสงพร่าง
พราวเหมือนอยใู่ กลเ้ ราแค่เอ้ือมมือ ดูดาวไป คีบหมูกระทะร้อนๆ เขา้ ปากไป ท่ามกลางอากาศหนาวๆ โอย๊ ยย มนั ฟิ นเกิน
บรรยาย ตื่นเชา้ มาไม่ตอ้ งลุกไปไหน ทะเลหมอกฟุ้งๆ ก็ปรากฏอยหู่ นา้ ที่พกั หรือจะเดินไปตรงลานชมววิ ท่ีมีการต่อเติมไม้
ยน่ื ออกไป ใหเ้ ห็นเตม็ ๆ ตา ทะเลหมอกสีขาวนวล ไหลผา่ นยอดเขาเหมือนสายน้าเช่ียว กลายเป็นลาธารหมอกตดั กบั แสงสี
ทองของดวงอาทิตยอ์ ยา่ งสวยงาม ชมไดแ้ บบจุใจ 360 องศาเลยทีเดียว แถมมีทุง่ ปอเทืองพลิ้วไหวอยเู่ คียงขา้ งเราอีกดว้ ย

11

5. ดอยภูแว

ดอยภูแว ต้งั อยทู่ ี่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ในเขตอุทยานแห่งชาตดิ อยภูคา ตามเส้นทาง ปัว-บ่อเกลือ-เฉลิมพระเกียรติ เป็ นยอดเขา
ทุง่ หญา้ ไมม่ ีตน้ ไมใ้ หญ่ มีความงดงาม รูปทรงแปลกตา เต็มไปดว้ ยหินผา ทุ่งหญา้ ที่เกาะกมุ ยอดเขาสูงน้ียงั เป็นสญั ลกั ษณ์ของ
จงั หวดั น่าน เล่าขานกนั มาวา่ เขาสูงที่หนาวเยน็ แห่งน้ี เป็นเมืองเก่าของบรรพบุรุษชาวน่าน หนทางแมจ้ ะเหน็ดเหนื่อยยาวไกล
แตส่ ิ่งที่นกั ผจญภยั จะไดพ้ บ ยอ่ มคุม้ คา่ ดว้ ยความสูง 1,837 เมตร จากระดบั น้าทะเล ใชร้ ะยะเวลาในการเดินเทา้ ประมาณ
6 ชว่ั โมง ในระยะทางกวา่ 8 กม. กวา่ คุณจะพบกบั จุดชมววิ 360 องศา กบั ทะเลหมอกสุดแสนตระการตา ตดั กบั ทุ่งหญา้

สีเขียวบนยอดภู พร้อมกบั อากาศสุดหนาวเหน็บ แคน่ ้ีก็คุม้ ค่ากบั ความเหนื่อย ท่ีนกั ผจญภยั ทุกท่านจะตอ้ งประทบั ใจ ดอ

ภูแว เป็นยอดเขาที่สวยท่ีสุดของเทือกเขาภูคา มีทางเดินข้ึน 2 เส้นทาง คือทางบา้ นด่าน ทางสูงชนั แต่ใกล้ และทางบา้ นปาง
ควาย ทางไม่สูงชนั แตไ่ กลกวา่ ไฮไลทส์ าคญั อยใู่ นช่วงบ่ายแก่ๆ ทุ่งหญา้ สีเขียวสดยามโดนแดดส่อง จะคอ่ ยๆ เปลี่ยนเป็นสี

ทองตามแสงแดด เป็ นภาพท่ีคุณจะไมม่ ีวนั ลืม

12

6. ซุ้มลลี าวดี ณ พพิ ธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ

เสน่ห์แห่งความเนิบชา้ และไลฟ์ สไตลก์ ารปั่นจกั รยาน ดูจะสะทอ้ นเอกลกั ษณ์ของจงั หวดั น่านไดเ้ ป็นอยา่ งดี และอีก
Signature ท่ีสาคญั คือ ภาพซุ้มต้นลลี าวดีหรือตน้ ลน่ั ทม บริเวณหนา้ พพิ ธิ ภณั ฑ์แห่งชาติน่าน ท่ีข้ึนเป็นแถวเรียงรายแผ่
ขยายก่ิงกา้ นโคง้ เขา้ หากนั ราวกบั อุโมงคต์ น้ ไมย้ งิ่ ใหญ่สวยงาม ท่ีเราชินตาจากภาพในตา่ งประเทศเหมาะอยา่ งยงิ่ ที่จะป่ันเจา้
คนั โปรดมาพกั ผอ่ นลอดซุม้ บนั ทึกภาพสุดชิลล์ ซ่ึงบรรยากาศของการเดินอยใู่ ตโ้ ถงตน้ ลีลาวดีแห่งน้ี ถูกยอมรับวา่ สวยงาม
และร่มรื่นติดอนั ดบั ตน้ ๆ ของเมืองไทยเลยทีเดียว และเป็ นหน่ึงจุดถ่ายรูปท่ีนกั ทอ่ งเท่ียวตอ้ งไม่พลาดเกบ้ ความภาพประทบั ใจ
อีกดว้ ย

13

7. ล่องแก่งลาน้าว้า

“ล่องแก่ง” ไดย้ นิ คาน้ี ใครๆ กค็ งนึกถึงกิจกรรมอนั โลดโผน การผจญภยั กลางสายน้าท่ีเชี่ยวกราก ที่สามารถทาใหเ้ ลือดลมสูบ
ฉีดและอะดรีนาลีนหลงั่ ไดง้ ่ายๆ ยง่ิ ถา้ บอกวา่ จะไปล่องแก่งที่ลาน้าวา้ ก็ยงิ่ ทาใหน้ ่าต่ืนเตน้ มากข้ึนไปอีก เพราะ “ลาน้าวา้ ” จดั
วา่ เป็นที่สุดแห่งการล่องแก่งในเมืองไทย และยงั ติดอยใู่ นอนั ดบั ตน้ ๆ ของเอเชียอีกดว้ ยแต่ที่น้าวา้ ตอนล่าง สายน้าไม่ได้
โหดร้าย ทา้ ทายความสามารถอยา่ งน้าวา้ ตอนบน และน้าวา้ ตอนกลาง เพราะมีความยากอยใู่ นระดบั 1-3 เท่าน้นั ถา้ จะ
เปรียบก็คงเรียกไดว้ า่ อยใู่ นระดบั ประถม ดงั น้นั นกั ล่องแก่งมือใหม่แกะกล่องก็ไมต่ อ้ งเป็นห่วงวา่ จะล่องไมไ่ ด้ เพราะ
เจา้ หนา้ ที่อุทยานบอกวา่ พวกคุณนา้ คุณอา คุณป้า คุณลุง กส็ ามารถลงเล่นไดเ้ หมือนกนั และการล่องแก่งท่ีน้าวา้ ตอนล่างจะใช้
เวลาประมาณ 2 ชว่ั โมงเทา่ น้นั และส่วนมากจะเหมือนเป็นการล่องเรือยางชมววิ ทิวทศั น์ของป่ าเขาซะมากกวา่ เกาะแก่งที่มี
กท็ าใหไ้ ดต้ ื่นเตน้ บา้ งแบบท่ีเลือดในกายจะไดส้ ูบฉีดแตพ่ อดี พอไดฟ้ ังคาบอกเล่าแบบน้ีเราจึงรู้สึกอุ่นใจมากข้ึนและอ

ยากจะขอลองซอ้ มมือ ก่อนคิดจะเล่ือนช้นั ไปล่องแก่งในระดบั ท่ียากกวา่

14

8.วงั ศิลาแลง

วงั ศิลาแลงหรือวงั บอก ท่ีชาวบา้ นเรียกขานกนั มานาน สาเหตุที่ชาวบา้ นเรียกวงั บอก เนื่องจาก เรียกตามลกั ษณะ ของหิน ที่มี
ลกั ษณะเป็นช่องทรงกระบอก จึงทาใหช้ าวบา้ นเรียกตามกนั เรื่อยมาวา่ วงั บอก แลว้ ภายหลงั กเ็ ปลี่ยนช่ือเป็น วงั ศิลาแลง วงั
ศิลาแลงหรือวงั บอก ท่ีชาวบา้ นเรียกขานกนั มานาน สาเหตุท่ีชาวบา้ นเรียกวงั บอก เนื่องจาก เรียกตามลกั ษณะ ของหิน ท่ีมี
ลกั ษณะเป็นช่องทรงกระบอก จึงทาใหช้ าวบา้ นเรียกตามกนั เรื่อยมาวา่ วงั บอก แลว้ ภายหลงั กเ็ ปลี่ยนช่ือเป็น วงั ศิลาแลง
ส่วนสาเหตุท่ีหินมีลกั ษณะเป็นทรงกระบอก เนื่องจากพ้นื ดินดงั กล่าว เมื่อนานมาแลว้ หลายพนั ปี เกิดการเล่ือนตวั ของเปลือก
โลก ยองแนวรอยเลื่อนปัว ซ่ึงมีภูมิลกั ษณ์แบบแกว้ ไวน์ เมื่อกระแสน้ากนู ไหลผา่ นจึงทาใหเ้ กิดเป็นทรงกระบอก หรือที่
ชาวบา้ นเรียกวา่ วงั เม่ือชาวบา้ นอพยพเขา้ มาอาศยั อยบู่ ริเวณบา้ นหวั น้าในปัจจุบนั กไ็ ดส้ ร้างเป็นฝายกกั เกบ็ น้าเพื่อใชใ้ น
การเกษตร จึงเรียกวา่ แมน่ ้ากูน หรือ วงั ศิลาแลง แม่น้าแหล่งน้ี เป็นแม่น้าที่ไหลเล้ียงชาวตาบลศิลาแลงมาเป็นเวลาชา้ นาน

15

9.ดอยสกาด

ดอยสกาด

ต้งั อยใู่ นอาเภอปัว จงั หวดั น่าน บนเทือกเขาดอยภูคา ห่างจากตวั เมืองปัวประมาณ 22 กม. ใชเ้ วลาเดินทางคร่ึงชวั่ โมง ผา่ น
เส้นทางของถนนท่ีโคง้ ไปมามีชนั บา้ งในช่วงสุดทา้ ย ถนนข้ึนดอยเป็ นถนนลาดยางตลอดท้งั เส้น รถทุกชนิดสามารถสญั จรได้
ถา้ ขบั ข้ึนดอยเขา้ โคง้ ไดก้ ไ็ ม่ยากเกินไปท่ีจะมาถึงดอยแห่งน้ี เม่ือเขา้ สู่ดอยสกาดจะเห็นบา้ นเรือนของชาวบา้ นปลูกแทรกตาม
ไหล่เขา บางหลงั มีตน้ ชาหรือเม่ียงปลูกอยใู่ นบริเวณบา้ นดว้ ย พนั ธุ์ท่ีนิยมปลูกบนดอยสกาด คือ ชาอสั สมั ซ่ึงมีปลูกท้งั แบบ
เพาะเมลด็ พนั ธุ์เอง และข้ึนเองตามธรรมชาติ จึงทาใหก้ ารปลูกชาไมเ่ ป็นแถวแตล่ กั ษณะการปลูกเป็นการปลูกใตร้ ่มเงาของไม้

ใหญ่หรือไมร้ ่มเงา

16

10.นาข้าวข้ันบนั ได โครงการปิ ดทองหลงั พระ

ต้งั อยใู่ น อาเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็ นโครงการตามแนวพระราชดาริจงั ซ่ึงจงั หวดั น่าน เป็นจงั หวดั นาร่องสืบสานแนว
พระราชดาริ ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั สมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินีนาถ โดยแนวทาง ของโครงการ กค็ ือ
เริ่มตน้ ดว้ ยการลดการใชพ้ ้นื ที่ป่ า แสวงหาวธิ ีปลูกขา้ วแบบใหม่ โดยนาวธิ ีการทานาข้นั บนั ไดบนพ้นื ที่ ภูเขา แทนขา้ ว
ไร่ เพือ่ แกป้ ัญหาความยากจนอยา่ งยง่ั ยนื โดยเนน้ ใหช้ าวบา้ นคิดเอง แต่ภาครัฐจะเขา้ ไปใหค้ วามรู้เพื่อหาตน้ แบบที่เหมาะสม
ในการแกป้ ัญหาการอยูร่ ่วมกนั ระหวา่ งคนกบั ป่ าใน พ้ืนท่ีป่ าตน้ น้า โครงการท่ีน้ีไม่ใช่แค่ขดุ นาข้นั บนั ไดอยา่ งเดียว ยงั รวมไป
ถึง การสร้างบ่อกกั เกบ็ น้า ฝาย การปลูกถว่ั เหลือง รวมไปถึงการเล้ียงสัตวด์ ว้ ย

17

11.ดอยผาชู้

อีกหน่ึงยอดดอยท่ีสวยงามไม่แพด้ อยเสมอดาว และยงั ต้งั อยภู่ ายในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน กค็ ือ ดอยผาชู้ ซ่ึงต้งั อยหู่ ่าง
ออกไปจากดอยเสมอดาวเพียงแค่ 4 กิโลเมตรเท่าน้นั ที่น่ีมีจุดชมววิ พระอาทิตยข์ ้ึนที่งดงามสุด ๆ สามารถมองเห็นทะเล
หมอกสุดกวา้ งใหญ่สีขาวนวล พร้อมกบั แสงสีทองของพระอาทิตยย์ ามเชา้ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน และท่ีนี่ยงั เป็นที่ต้งั ของสายธงชาติท่ี
ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวประมาณ 200 เมตร

18

12.วัดพระธาตุเขาน้อย

วดั พระธาตุเขานอ้ ย ต้งั อยใู่ น อาเภอเมืองน่าน ความงดงามของวดั พระธาตุเขานอ้ ย คือ องคพ์ ระธาตุต้งั อยบู่ นยอดดอยเขานอ้ ย
สามารถมองเห็นทิวทศั น์โดยรอบของตวั เมืองน่าน ปัจจุบนั บริเวณลานชมทิวทศั น์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนนั ท
บุรีศรีน่าน ซ่ึงเป็นพระพทุ ธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบวั สูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทาจากทองคาหนกั 27
บาท เป็นจุดชมววิ พระอาทิตยข์ ้ึนและพระอาทิตยต์ กไดอ้ ยา่ งงดงาม ในยามเชา้ บางวนั สามารถมองเห็นสายหมอกบางปกคลุม
อยเู่ บ้ืองล่างอีกดว้ ยทางรถข้ึนถึงตวั วดั เม่ือข้ึนไปยนื บนยอดเขา จะมองเป็นทิวทศั นข์ องเมืองน่าน ไดอ้ ยา่ งชดั เจน ตามประวตั ิ
พระธาตุองคน์ ้ี สร้างโดย มเหสีรองของพญาภูเขง็ เจา้ ผูค้ รองนครน่าน เม่ือราวพทุ ธศตวรรณที่ 20 เจา้ ผคู้ รองนครน่านอีก
หลายองคต์ อ่ มา ไดบ้ ูรณปฏิสังขรณ์ องคพ์ ระธาตุ โดยตลอด จนกระทงั่ มีการบูรณะคร้ังใหญ่ในสมยั พระเจา้ สุริยพงษผ์ ริตเดชฯ
ในปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพมา่ ชื่อหม่องยงิ

19

13.เสาดนิ นาน้อย คอกเสือ

เสาดนิ นาน้อย และคอกเสือ ต้งั อยทู่ ี่ตาบลเชียงของ ทางดา้ นทิศตะวนั ตกของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีระยะ ทางห่างจากท่ีทา
การอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 24 กิโลเมตร ท้งั สองแห่งต้งั อยไู่ ม่ไกลกนั เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สวยงามท่ีเสาดินนา
นอ้ ยมีลกั ษณะเป็นหุบผาและแท่งดินผสมหินลูกรังสีแดงปนส้ม รูปทรงตา่ ง ๆ กนั ไป บา้ งเป็นแทง่ แหลม บา้ งเป็นแท่งมน
กลม แลว้ แตจ่ ะจินตนาการใหเ้ ป็นรูปอะไร กระจายอยใู่ นพ้นื ท่ีประมาณ 20 ไร่คลา้ ยกบั แพะเมืองผที ี่ จ. แพร่ โดยมีป่ าเตง็
รังข้ึนอยกู่ ระจดั กระจาย สนั นิษฐานวา่ เสาดินนานอ้ ยมี อายปุ ระมาณ 30,000-10,000 ปี และเคยเป็นกน้ ทะเลมาก่อน
นอกจากน้ียงั คน้ พบกาไลหินและขวานโบราณที่นี่ (ปัจจุบนั เกบ็ รักษาอยทู่ ่ีพิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติน่าน) แสดงใหเ้ ห็นวา่
บริเวณน้ีอาจเคยเป็ น แหล่งอาศยั ของ มนุษยย์ คุ หินเก่าเกิดจากการทบั ถมของดินและเกิดน้ากดั เซาะจนกลายเป็นริ้วรายท่ีแปลก
ตาจากเสาดินนานอ้ ยประมาณ 300 ม. จะพบกบั คอกเสือ ซ่ึงมีลกั ษณะเป็นแอง่ ลึกจากเนินดินดา้ นบนประมาณ10 ม.มีทาง
ลงไปชมปฎิมากรรมดินท่ีอยดู่ า้ นล่าง เมื่อลงไปจะพบวา่ บริเวณรอบ ๆ มีลกั ษณะเป็นหุบผาเป็นฉากมา่ นขนาดใหญ่มีริ้วลาย
เป็นร่องยาว รวมถึงมีแทง่ ดินรูปร่างต่างๆ กระจดั กระจายอยภู่ ายในเหมือนกบั ท่ีเสาดินนานอ้ ย ในสมยั ก่อนชาวบา้ นเล่าวา่
บริเวณน้ีมีเสืออาศยั อยเู่ ป็ นจานวนมาก และจะมาขโมยเอาววั ควาย และหมูของชาวบา้ นที่เล้ียงไวก้ ินเป็ นอาหาร ชาวบา้ นจึง
รวมกาลงั ไล่ตอ้ นเสือใหต้ กลงไปในบ่อดินดงั กล่าว แลว้ ใชก้ อ้ นหินและไมแ้ หลมขวา้ งและท่ิมแทงเสือจนตาย เขาจึงเรียก

บริเวณน้ีวา่ “คอกเสือ”

20

14.วดั ภูมินทร์ (กระซิบรักบันลอื โลก)

ใครท่ีเห็นภาพ ป่ ูยา่ ม่านกระซิบรักกนั คงตอ้ งอยากมาดูภาพของจริงที่วดั ภูมินทร์ วดั ท่ีมีชื่อเสียงในเร่ืองของภาพจิตรกรรมฝา
ผนงั สีฝ่ นุ

ภาพจิตรกรรมฝาผนงั ภายในวดั ภูมินทร์ จงั หวดั น่าน "ป่ มู ่านย่าม่าน หรือ หนุ่มกระซิบ" อนั เป็นผลงานของหนานบวั ผนั
จิตรกรพ้นื ถ่ินเช้ือสายไทล้ือ ซ่ึงไดร้ ับการยอมรับวา่ เป็ นผลงานที่ปราณีตและเป็นภาพท่ีโดดเด่นประจาวดั ภูมินทร์ โดยเป็น
ภาพชายหญิงคู่หน่ึงกาลงั กระซิบสนทนา และมีชื่อเสียงวา่ เป็นภาพ "กระซิบรักบนั ลือโลก" และกลายเป็นเสมือนสญั ลกั ษณ์

ของเมืองน่าน ซ่ึงหนานบวั ผนั ไดต้ ้งั ชื่อภาพดงั กล่าวตามเจตนารมณ์ดว้ ยการกากบั ชื่อดา้ นบนของภาพวา่ "ป่ ูม่านย่า
ม่าน" และ วนิ ยั ปราบริปู ศิลปิ นและเจา้ ของหอศิลป์ ริมน่าน ไดค้ น้ ควา้ เก่ียวกบั ที่มาของช่ือ "ป่ มู ่านย่าม่าน"

หมายถึงวา่ เขาเรียกผู้ชายพม่า ผ้หู ญงิ พม่าคู่นี้ เป็ นนัย เป็ นสามีภรรยา แลว้ การเกาะไหล่กนั เป็นธรรมชาติของผชู้ ายผหู้ ญิงท่ี
เป็นสามีภรรยา ถา้ เป็นหนุ่มสาวถูกเน้ือตอ้ งตวั ไม่ได้ และรูปลกั ษณะการแต่งกายช้ีชดั ไปอีกสอดคลอ้ งกบั คาวา่ ป่ ูม่าน ยา่ มา่ น
มา่ นคือพม่า ป่ ูน่ีคือผชู้ าย พน้ วยั เดก็ ผชู้ ายเรียกป่ ู พน้ วยั เดก็ ผหู้ ญิงเรียกยา่ ซ่ึงท่ีจริงออกเสียง "ง่า" ไมใ่ ช่ป่ ูยา่ ตายายซ่ึงมีความ
เช่ือวา่ ถา้ หาก คู่รักใดมาบอกรักขอพรต่อหนา้ “ป่ มู ่านย่าม่าน” นอกจากจะขอพรใหม้ ีความรักยนื ยงยาวนานแลว้ ยงั หมายถึง
ความมนั่ คง มงั่ คงั่ ในชีวติ รักหรือชีวติ สมรสอีกดว้ ย การขอพรน้นั คูร่ ักฝ่ ายชาย จะตอ้ งจาประโยคบอกรักที่สาคญั ซ่ึงแตง่ และ
แปลโดย อาจารยส์ มเจตน์ วมิ ลเกษม เป็นภาษาถิ่นพายพั (ภาษาเหนือ) อนั สละสลวย ไปพูดกระซิบบอกคนรักตอ่ หนา้ “ป่ ูมา่ น
ยา่ มา่ น” วา่

คาฮักน้อง กูปี้ จักเอาไว้ในนา้ กก็ ลวั หนาว

จักเอาไว้พืน้ อากาศกลางหาว กก็ ลวั หมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลมุ

จักเอาไปใส่ในวงั ข่วงคุ้ม กก็ ลวั เจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป

กเ็ ลยเอาไว้ในอกในใจตวั ชายปี้ นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้

ยามปี้ นอนสะดุ้งตื่นเววา…

แปลว่า
ความรักของน้องน้ัน พจี่ ะเอาฝากไว้ในนา้ กก็ ลวั เหน็บหนาว

21

จะฝากไว้กลางท้องฟ้าอากาศกลางหาว กก็ ลวั เมฆหมอกมาปกคลุมรักของพไี่ ปเสีย

หากเอาไว้ในวงั ในคุ้ม เจ้าเมืองมาเจอกจ็ ะแย่งความรักของพไี่ ป

เลยขอฝากเอาไว้ในอกในใจของพี่ จะให้มันร้องไห้ราพรี้ าพนั ถึงน้อง

ไม่ว่ายามพนี่ อนหลบั หรือสะดุ้งต่ืน

โดยก่อนขอพร คูร่ ักตอ้ งไปทาการลอด ซุ้มพญานาคคู่ขวญั ท่ีอยทู่ างดา้ นหนา้ พระอุโบสถเสียก่อน ซ่ึงซุม้ พญานาคคู่ขวญั
ดงั กล่าวมีอายกุ วา่ 400 ปี คู่รักตอ้ งลอดเดินวนทวนเขม็ นาฬิกาสามรอบ แลว้ คอ่ ยมาขอพรจาก “ป่ มู ่านย่าม่าน” ความรัก
จะยง่ั ยนื นาน

22

15.ถนนคนเดนิ ข้างวัดภมู นิ ทร์

ถนนคนเดินเมืองน่าน แห่งน้ีต้งั อยขู่ า้ งๆ วดั ภูมินทร์ ค่ะ เปิ ดทุกศุกร์-อาทิตย์ ต้งั แต่ 5 โมงเยน็ ไปจนถึงประมาณส่ีทุ่ม เป็น
ถนนคนเดินที่ไมย่ าวมาก จุดเริ่มตน้ จะอยบู่ ริเวณสี่แยกวดั พระธาตุชา้ งค้า บนถนนผากอง ระหวา่ งลานข่วงเมือง หนา้
ศูนยบ์ ริการนกั ท่องเท่ียว ไปถึงสามแยกถนนจทั รประโชติ เย้อื งๆ หนา้ วดั ภูมินทร์ ระยะทางประมาณ 500 เมตรท่ีน่ีมีของ
ขายท่ีน่าสนใจ ส่วนใหญ่เป็นของท่ีระลึกท่ีทาใหน้ ึกถึงเมืองน่าน ของแฮนดเ์ มดต่างๆ รวมไปถึงของอร่อยของเมืองน่านท่ีน่า
ลองชิมท้งั น้นั เลย

เราสามารถเดินชิลๆ เพลินๆ เลือกซ้ืออาหารมากมาย ท้งั อาหารพ้ืนเมือง ผกั ผลไม้ หรือเส้ือผา้ พ้นื เมือง ของฝากของท่ี
ระลึกจากจงั หวดั น่านไดจ้ ากท่ีน่ีในราคายอ่ มเยาอีกดว้ ยนา้ ใครท่ีไดแ้ วะมาเท่ียวเมืองน่านแลว้ ล่ะก็ อยา่ พลาดมาเดินชิลถน
นคนเมืองเมืองน่านตอนช่วงหวั ค่ากนั นะ เป็นอีกที่ในเมืองน่านที่น่าไปมากๆ เลย

23

16.พระบรมธาตุแช่แห้ง

พระธาตุคูบ่ า้ นคู่เมืองของชาวน่าน วดั พระบรมธาตุแช่แหง้ ต้งั อยทู่ ี่บา้ นหนองเต่า ตาบลม่วงต๊ึด ก่ิงอาเภอภูเพียง จงั หวดั น่าน
อยหู่ ่างจากตวั เมืองไปราว 2กม. เส้นทางสายน่าน-แมจ่ ริม สันนิษฐานวา่ มี อายรุ าว 600 ปี พญาการเมืองโปรดให้สร้างข้ึน
เม่ือปี พ.ศ. 1891 เพือ่ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ท่ีไดม้ าจาก กรุงสุโขทยั องคพ์ ระธาตุมีีความสูง55.5 เมตร ต้งั อยบู่ น
ฐานส่ีเหล่ียมจตั ุรัส กวา้ งดา้ นละ 22.5 เมตร บุดว้ ยทอง เหลืองหมดท้งั องค์ เป็ นโบราณสถาน ที่งดงามท่ีสุดแห่งหน่ึงของ
ลา้ นนา ทุกปี จะมีงานนมสั การ พระบรมธาตุแช่แหง้ ระหวา่ งวนั ข้ึน 11 ค่า ถึง 15 ค่าเดือน 6 ทางเหนือ ซ่ึงจะอยรู่ าวปลาย
เดือนกมุ ภาพนั ธ์หรือตน้ เดือนมีนาคมของทุกปี พระบรมธาตุแช่แหง้ ปูชนียสถานที่สาคญั ของเมืองน่าน มีอายกุ วา่ 600 ปี
ตามพงศาวดาเมืองน่านกล่าววา่ พญาการเมืองโปรดเกลา้ ให้ สร้างข้ึนเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ไดม้ าจากเมืองสุโขทยั
ระหวา่ งปี พ.ศ.1891-1901 สถาปัตยกรรมดา้ นโบสถข์ องวดั พระธาตุแช่แหง้ ที่สาคญั และแสดงใหเ้ ห็นถึงแบบอยา่ ง

สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมสกลุ ช่างน่าน

24

17.วดั พระธาตุช้างคา้ วรวหิ าร

อยตู่ รงขา้ มพพิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาติน่าน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไวภ้ ายใน นบั เป็น ปูชนียสถานสาคญั เป็น
เจดียท์ ่ีไดร้ ับอิทธิพลทางดา้ นศิลปะสุโขทยั ภายในวดั ประดิษฐาน เจดีย์ช้างคา้ ซ่ึงเป็นศิลปสมยั สุโขทยั อายปุ ระมาณพุทธ
ศตวรรษท่ี 20 รอบเจดียม์ ีรูปป้ันชา้ งปูนป้ันเพียงคร่ึงตวั ประดบั อยโู่ ดยรอบ พระธาตุเจดียส์ ร้าง ดว้ ยอิฐถือปูน มีสัณฐานเป็ น
รูปสี่เหลี่ยมจตั ุรัสซอ้ นกนั 3 ช้นั กวา้ งดา้ นละ 9 วา ฐานจากช้นั แรกสูงถึงช้นั สองมีรูปชา้ งค้าอยใู่ นลกั ษณะ เหมือนฐาน
รองรับไวด้ า้ นละ 6 เชือก รวมท้งั หมด 24 เชือก ชา้ งแต่ละตวั โผล่ส่วนหวั ลอย ออกมาคร่ึงตวั ขาหนา้ ท้งั คูย่ นื่ พน้ ออกมาจาก
เหลี่ยมฐาน เหนือข้ึนไปเป็นฐานปัทม์ (ฐานบวั ) ซอ้ นกนั 3 ช้นั และเป็น องคร์ ะฆงั แบบลงั กา ต่อจากองคร์ ะฆงั ทาเป็นฐาน
เขียงรองรับ มาลยั ลูกแกว้ ลดหลนั่ กนั ไปเป็นส่วนยอด ปัจจุบนั พระธาตุเจดียช์ า้ งค้าไดร้ ับการบูรณะซ่อมแซม และหุ้นดว้ ยแผน่

ทองเหลืองท้งั องคม์ ีความสวยงาม มาก
นอกจากน้ียงั มีพระพุทธรูปทองคา ปางลีลา คือ พระพทุ ธนนั ทบุรี ศรีศากยมุนี ซ่ึงเป็นทองคา 65 % สูง 145 เซ็นติเมตร
ยอดพระโมฬี ทาเสริมเมื่อ พ.ศ. 2442 หนกั 69 บาท เจา้ งวั่ ฬารผาสุม เจา้ ผูค้ รองนครน่านองคท์ ่ี 14 แห่งราชวงคภ์ ูคา
เป็นผสู้ ร้างเมื่อวนั พุธ เดือน 6 เหนือ พ.ศ. 1969 เป็นศิลปะสุโขทยั ประดิษฐานอยทู่ ่ีหอพระไตรปิ ฎกใหญท่ ่ีสุดในประเทศ
พระวหิ ารหลวงวดั พระธาตุชา้ งค้าวรวหิ าร เป็ นวหิ ารขนาด ใหญร่ ูปทรงสร้างตามสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ ลกั ษณะภายใน
โอ่โถง ดา้ นหนา้ มีสิงห์คู่ยนื ตรงเชิงบนั ใดดา้ นละตวั มีทางเขา้ 3 ทาง ประตูกลางทาเป็นประตูใหญ่ และประตูเลก็ อยดู่ า้ นซา้ ย
และดา้ นขวามีทาง ข้ึนเป็ นประตูเลก็ ๆ ตรงขา้ มพระประธานดา้ น ทิศตะวนั ออกและตะวนั ตกอีก 2 ขา้ ง ทาหลงั คาซอ้ นกนั 2
ช้นั มุขลดดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั หนา้ บนั ตีดว้ ยแผน่ กระดานเรียงตอ่ กนั แลว้ ประดบั ท่ีขอบเสาดา้ นหนา้ ทุกตน้ ตามลกั ษณะ
สถาปัตยกรรม ลา้ นนาไทยภายในพระวหิ าร กวา้ งขวาง มีเสาปูนกลมขนาดใหญ่ ขนาด 2 คนโอบรอบจาหลกั ลวดลายปูนป้ัน
นูนสูงไว้ เหนือจากระดบั พ้นื พระวหิ าร 1.50 เมตร เป็นลวดลายกนอกระยา้ ยอ้ ยเหมือน ลวดลายที่เสาในวหิ ารวดั ภูมินทร์

25

18.วดั ศรีพนั ต้น

สร้างโดยพญาพนั ตน้ เจา้ ผคู้ รองนครน่าน แห่งราชวงศภ์ ูคา (ครองนครน่าน ระหวา่ ง พ.ศ. 1960 - 1969 ชื่อวดั ตรงกบั
นามผสู้ ร้าง คือพญาพนั ตน้ บางสมยั เรียกวา่ วดั สลีพนั ตน้ (คาวา่ สลี หมายถึง ตน้ โพธ์ิ) ซ่ึงในอดีตมีตน้ โพธ์ิใหญอ่ ยดู่ า้ นทิศ
เหนือและทิศใตข้ องวดั ปัจจุบนั ถูกโค่นเพื่อตดั เป็นถนนแลว้ วดั ศรีพนั ตน้ ไดร้ ับพระราชทานวสิ ุงคามสีมาเม่ือ พ.ศ. 2505
ภายในวดั มีวหิ ารท่ีสวยงาม ต้งั เด่นเป็ นสง่ามีสีทองระยบิ ระยบั เป็นอีกวดั หน่ึงในจงั หวดั น่านท่ีมีจิตรกรรมปูนป้ันที่สวยงาม
โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียร เฝ้าบนั ได หนา้ วหิ ารวดั สีทองเหลืองอร่ามสวยงามตระการตา มีความสวยงามมาก ดูอ่อนโยนมี
ชีวติ ชีวา ซ่ึงป้ันแต่งโดยช่าง ชาวน่านช่ือ นายอนุรักษ์ สมศกั ด์ิ หรือ "สล่ารง" และภายในวหิ ารไดม้ ีการเขียนภาพลายเส้น
ประวตั ิของพระพทุ ธเจา้ และประวตั ิ การกาเนิด เมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพ เขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงามและ
ทรงคุณคา่ อยา่ งยง่ิ วดั ศรีพนั ตน้ เคยเป็นที่พานกั ของหลวงป่ ูครูชนั ทะ อดีต เจา้ อาวาสวดั ศรีพนั ตน้ ซ่ึงเป็นพระสงฆผ์ ปู้ ฎิบตั ิดี

ปฎิบตั ิชอบ มีวชิ ารักษาคนป่ วย ดว้ ยการเป่ าคาถาเสกน้ามนตแ์ ละการใชส้ มุนไพรพ้ืนบา้ นรักษาไดผ้ ลดีมาก

26

19.วัดม่ิงเมือง

ประวตั ิของวดั มิ่งเมือง คือ เดิมเป็นวดั ร้าง มีเสาหลกั เมืองท่ีเป็นทอ่ นซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวหิ าร ในราวปี
2400 เจา้ อนนั ตวรฤทธิเดช เจา้ ครองนครน่านสถาปนาวดั ใหม่ ต้งั ชื่อวา่ วดั มิ่งเมือง ตามช่ือท่ีเรียกเสาหลกั เมืองวา่ เสามิ่ง
เมือง ต่อมาปี 2527ไดม้ ีการร้ือถอนและสร้างอุโบสถหลงั ใหม่เป็น แบบลา้ นนาร่วมสมยั แบบในปัจจุบนั
ลกั ษณะเด่นคือ ลายปูนป้ันที่ผนงั ดา้ นนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวจิ ิตรบรรจงมาก เสาหลกั เมืองน่าน ซ่ึงแตเ่ ดิม
เรียกวา่ “เสามิ่งเมือง” เดิมเป็ น ไมส้ กั ทองขนาดใหญ่ มีเส้นผา่ นศูนยก์ ลางประมาณ ๓ ฟุต สูง ประมาณ ๓ เมตร ลกั ษณะเป็น
เสาทรงกลมส่วนหวั เสาเกลาเป็น ดอกบวั ตูมฝังไวก้ บั พ้นื ท่ีดินโดยตรง ไมม่ ีศาลหรืออาคารครอบ แต่อยา่ งใด สนั นิษฐานวา่
อาจจะสร้างข้ึนในสมยั เจา้ อตั ถวรปัญโญ เป็นเจา้ ผคู้ รองนครน่าน เหตุเพราะแตก่ ่อนมาน้นั เมืองน่านไมม่ ีคติการสร้าง เสาหลกั
เมืองเป็ นฝี มือตระกลู ช่างเชียงแสน มีความวจิ ิตร งดงามมาก

27

20.วัดหนองบัว

วดั หนองบวั เป็ นวดั ที่เก่าแก่ประจาหมู่บา้ นหนองบวั ต. ป่ าคา อ. ท่าวงั ผา จ. น่านอยทู่ ่ามกลางหมู่บา้ นไทยล้ืออนั สงบร่มเยน็
วดั แห่งน้ี เป็นอีกหน่ึงผลงานทางสถาปัตยกรรม และจิตรกรรม ชิ้นเอกของเมืองน่าน วดั หนองบัวเป็ น วดั ชาวบา้ น ลกั ษณะ
การตกแตง่ ภายในตวั วหิ ารจึงเรียบง่ายกวา่ ท้งั ลกั ษณะวหิ ารก็เป็นรูปสี่เหล่ียมผนื ผา้ ธรรมดา แต่กระน้นั วหิ ารวดั หนองบวั ก็
เป็นอาคารท่ีทรงคุณค่า ในแง่สถาปัตยกรรมพ้ืนบา้ น ท่ีสวยงาม และหาชมไดย้ าก จากคาบอกเล่า กล่าววา่ วดั น้ีสร้างข้ึน ในราว
พ.ศ.2405(สมยั รัชกาลท่ี 4) โดยท่านสุนนั ตะ๊ (ครูบาหลวง) เป็น หวั เร่ียวหวั แรง นาชาวบา้ น สร้างข้ึนเป็นวดั ประจา
หมูบ่ า้ นหนอภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถเ์ ล่าเร่ืองหน่ึงในปัญญาสชาดก ซ่ึงเป็ นพระชาติหน่ึงของพระพุทธเจา้ สันนิษฐาน
วา่ เขียนโดย “ทิดบวั ผนั ” ช่างเขียนลาวพวนท่ีบิดาของครูบาหลวงสุ ช่ือนายเทพ ซ่ึงเป็ นทหารของเจา้ อนนั ตยศ (เจา้ เมืองน่าน
ระหวา่ งปี พ.ศ. 2395-2434) ไดน้ ามาจากเมืองพวน ในแควน้ หลวงพระบาง นอกจากน้นั ยงั มีนายเทพ และพระแสน
พิจิตรเป็นผชู้ ่วยเขียนจนเสร็จ และยงั มีภาพของเรือกลไฟ และดาบปลายปื นซ่ึงเริ่มเขา้ มาใน ประเทศไทย ในสมยั รัชกาลที่ 4
ถึงรัชกาลที่ 5 ภาพจิตรกรรมที่วดั หนองบวั แห่งน้ีไดส้ ะทอ้ นใหเ้ ห็นสภาพความ เป็ นอยขู่ องผคู้ นในสมยั น้นั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี

โดยเฉพาะการแต่งกายของผหู้ ญิงที่นุ่งผา้ ซิ่นลายน้า ไหลหรือผา้ ซิ่นตีน จกท่ีสวยงาม นบั วา่ มีคุณคา่ ทางศิลปะและความ
สมบูรณ์ของภาพใกลเ้ คียงกบั ภาพจิตรกรรม ฝาผนงั ของวดั ภูมินทร์ ใน เมืองน่าน นอกจากภาพจิตรกรรมแลว้ ที่ฐานพระ

ประธานยงั ประดิษฐานพระพุทธรูปลา้ นนาองคเ์ ล็กอยหู่ ลายองค์

28

21.วัดสวนตาล

วดั น้ีสร้างข้ึนโดยพระนางปทุมมาวดีชายาของพญาภูเขง็ เจา้ ผคู้ รองนครน่านเม่ือราว พ.ศ.1955 เป็นวดั ท่ีต้งั อยนู่ อกกาแพง
เมืองน่านดา้ นทิศเหนือ ในบริเวณที่เป็นสวนตาลหลวง ซ่ึงเป็นที่มาของชื่อวดั ตวั เจดียห์ ลงั วหิ ารน้นั เดิมเป็นทรงพุ่มขา้ วบิณฑ์
แบบสุโขทยั ตอ่ มาพระเจา้ สุริยพงษผ์ ริตเดชฯ ผคู้ รองนครน่านโปรดเกลา้ ฯ ใหบ้ ูรณะข้ึนใหมเ่ มื่อปี พ.ศ.2547 ไดแ้ กไ้ ข
รูปทรงเป็นเจดียย์ อดปรางคด์ งั ปัจจุบนั

ภายในวดั แห่งน้ีเป็นที่ประดิษฐาน พระเจา้ ทรงทิพย์ พระพทุ ธรูปสาริดปางมารวชิ ยั องคใ์ หญ่หนา้ ตกั กวา้ ง 10 ฟุต สูง 14 ฟุต
4 นิ้ว พระเจา้ ติโลกราช แห่งนครเชียงใหม่โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ร้างข้ึนในปี พ.ศ.1993 เพ่อื แสดงถึงชยั ชนะ ท่ีพระองคส์ ามารถ
ยดึ เมืองน่านไวใ้ นพระราชอานาจ ทุกปี ใหม่ช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ ชาวน่าน จดั งานนมสั การ และสรงน้าพระเจา้ ทองทิพย์
โดยไดร้ ับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระพ่นี างเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ประทานน้าสรงเป็นประจาทุกปี
ชาวน่านเคารพนบั ถือเป็นพระคูบ่ า้ นคู่เมือง

29

22.วัดภูเกต็

ต้งั อยใู่ น ตาบลวรนคร อาเภอปัว จงั หวดั น่าน เห็นชื่อแลว้ อาจจะแปลกใจกนั เล็กนอ้ ยวา่ ชื่อวดั น่าจะอยใู่ นจงั หวดั ภูเก็ต
มากกวา่ ที่จะอยใู่ น จงั หวดั น่าน ซ่ึงตามจริงแลว้ วดั ภูเกต็ ต้งั ชื่อตามหมู่บา้ นท่ีชื่อวา่ หมูบา้ นเกต็ แตด่ ว้ ยวดั ต้งั อยบู่ นเนินเขา
ซ่ึงทางเหนือ เรียกวา่ "ดอย" หรือ "ภู" จึงต้งั ช่ือวา่ "วดั ภูเก็ต" หมายถึง วดั บา้ นเก็ตที่อยูบ่ นภู หรือ ดอย วดั ภูเก็ต ถือวา่ เป็นวดั ท่ี
มีภูมิทศั น์และววิ ท่ีสวยงาม โดยจุดเด่นของวดั คือ มีระเบียงชมววิ ดา้ นหลงั วดั ติด กบั ทุ่งนาท่ีกวา้ ง ไกลพร้อมดว้ ยฉากหลงั
เป็นภูเขาวนอุทยานดอยภูคา ในยามเชา้ วดั ภูเก็ตเป็นจุดชมววิ พระอาทิตยข์ ้ึนท่ีงดงามอีกแห่งหน่ึง ดา้ นล่างวดั มี แม่น้าไหลผา่ น
ซ่ึงเป็นน้าซบั ซึมมาจากใตด้ ินไหลรินรวมกนั เป็นลาธารใหฝ้ งู ปลาและสัตวน์ ้าอยอู่ าศยั ทางวดั ไดจ้ ดั ใหเ้ ป็นเขตอภยั ทานให้
นกั ทอ่ งเที่ยว สามารถใหอ้ าหารจากลานขา้ งบน ผา่ นท่อไหลลงไปใหก้ บั ฝงู ปลาได้ และสามารถมองเห็นฝงู ปลาท่ีอยดู่ า้ นล่าง
ไดอ้ ยา่ งชดั เจน มีอุโบสถทรงลา้ นนาประยกุ ต์ จิตรกรรม ฝาผนงั สามมิติ เป็นท่ีประดิษฐาน "หลวงพอ่ แสนปัว หรือ หลวงพอ่

พทุ ธเมตตา" ที่ศกั ด์ิสิทธ์ิ หนั พระพกั ตร์ไปทางทิศตะวนั ออก

30

23.บ่อเกลอื สินเธาว์

อาเภอบ่อเกลือ ห่างจากตวั เมืองน่านไปประมาณ 80 กิโลเมตร ท่ีนี่เป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ เพราะมีบอ่ น้าเกลือสินเธาว์
อยถู่ ึง 9 บอ่ ดว้ ยกนั ค่ะ เป็นแหล่งเกลือสินเธาวข์ นาดใหญ่ที่มีความสาคญั มาแต่โบราณ และยงั เป็นแหล่งเกลือภูเขาที่มีเพียง

แห่งเดียว เราสามารถมาชมบ่อเกลือสินเธาว์ วธิ ีการผลิตเกลือสินเธาวแ์ บบด้งั เดิม รวมถึงซ้ือผลิตภณั ฑจ์ ากบ่อเกลือ อยา่ งไข่
ตม้ น้าเกลือ เกลือบริโภค เกลือสปาขดั ผวิ และดอกเกลือบารุงผวิ กลบั ไปเป็นของฝากได้ และในทุกๆ ปี ชาวบา้ นจะมีการทา
พธิ ีบวงสรวงเจา้ หลวงบ่อเรียกวา่ พธิ ีแก้ม ซ่ึงจะมีการเล้ียงเจา้ หรือเล้ียงผี เพอ่ื ขอบคุณส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิที่ไดป้ กป้องคุม้ ครอง และ
ใหเ้ กลือแก่พวกเขาใชท้ ามาหากินมาตลอด

31

24.หอศิลป์ ริมน่าน

เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่บนพ้ืนที่กวา่ 13 ไร่ ต้งั อยรู่ ิมแมน่ ้าน่าน เป็นแหล่งรวมศิลปะและวฒั นธรรมของจงั หวดั
น่าน ก่อต้งั และดาเนินการโดยศิลปิ นชาวน่าน วนิ ยั ปราบริปู ศิลปิ นชาวน่านชื่อดงั ท่ีรักใน ศิลปะที่ตอ้ งการสร้างหอศิลป์ เพอื่
รวบรวมงานศิลปะจากมนั สมองของศิลปิ นไทยร่วมสมยั ที่มีผลงานการสร้างสรรคแ์ ละมีเอกลกั ษณ์โดดเด่นเป็นท่ียอมรับ
โดยทวั่ ไป อีกท้งั ยงั มีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวนิ ยั ในรูปแบบก่ึงนิทรรศการถาวรให้ไดช้ มเกือบ
ตลอดปี ข้ึน ในสภาพภูมิประเทศท่ีเป็นธรรมชาติ เพื่อใหค้ นท่ีมาเสพศิลปะน้นั ไดค้ วามรู้สึกสบายใจและพกั ผอ่ นไปดว้ ยภายใน
พ้นื ท่ีหอศิลป์ มีอาคาร 2 หลงั หลงั แรกเป็นอาคาร 2 ช้นั อาคารหลงั แรกเป็ นอาคารขนาดใหญ่ภายในจดั แสดงภาพวาด และ
งานศิลปะต่างๆ ท่ีจะหมุนเวยี นผลดั เปลี่ยนกนั ไปตามวาระตา่ งๆ ภาพท่ีจดั แสดงส่วนมากมกั จะจดั แสดงเพยี งเพอ่ื ให้ผชู้ มได้

เขา้ ถึงศิลปะ เหมือนไดไ้ ปพบปะเพือ่ นใหม่ที่ช่ือศิลปะ ใหม้ ากข้ึน

32

25.บ้านสะปัน

ต้งั อยใู่ นอาเภอบอ่ เกลือ จงั หวดั น่าน ห่างจากบ่อเกลือภูเขาประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นชุมชนเล็กๆ แสนสงบ ท่ีต้งั อยู่
ทา่ มกลางธรรมชาติของขนุ เขา มีลาธารไหลผา่ น และในช่วงหนา้ ฝนฤดูทานา ยงั สามารถชมววิ ทิวทศั นข์ องนาขา้ วเขียวขจีได้
อีกดว้ ย เรียกไดว้ า่ หากแวะมาเท่ียวบอ่ เกลือภูเขาขบั รถเลยไปอีกเพียงไม่ก่ีนาทีก็จะถึงหมูบ่ า้ นสะปัน เหมาะสาหรับมาพกั ผอ่ น
ปล่อยชีวติ ใหเ้ ดินไปอยา่ งชา้ ๆ

มีสะปัน ที่พกั บรรยากาศดี แบบเตน้ ทก์ ระโจมริมน้า แห่งบา้ นสะปัน อาเภอบอ่ เกลือ จงั หวดั น่าน ท่ีพกั ต้งั อยตู่ ิดกบั
อุน่ ไอมาง นอกจากใหบ้ ริการท่ีพกั แลว้ ยงั มีร้านอาหารและร้านขายเคร่ืองดื่ม สามารถชมววิ สายน้าหรือจะลงแช่น้า ชมววิ ภูเขา
ในยามเชา้ สามารถมองเห็นสายหมอกไดจ้ ากหนา้ ท่ีพกั ในยามที่ฝนตกใหมๆ่ ที่พกั มีประมาณ 6 หลงั มีเคร่ืองนอนใหพ้ ร้อม
ส่วนหอ้ งน้าแป็นแบบห้องน้า ราคาหลงั ละ 800-1000 บาท พร้อมอาหารเชา้ ท่ีสาคญั เจา้ ของเป็ นกนั เองน่ารักมาก คุณ
ป้าดูแลและใหข้ อ้ มูลเร่ืองเที่ยวไดเ้ ป็นอยา่ งดี

33

26.ร้ านกาแฟบ้ านไทลื้อ

มาถึงอาเภอปัว จงั หวดั น่าน ตอ้ งแวะมาจิบเคร่ืองด่ืม กาแฟ และจิบบรรยากาศสไตลไ์ ทล้ือพ้ืนบา้ น ที่ ร้านกาแฟบ้านไท
ลือ้ ของร้านลาดวนผา้ ทอ เป็นอีกหน่ึงร้าน เก๋ ไก๋ ติดริมนาขา้ วแฝงไปดว้ ยบรรยากาศแบบไทล้ือด้งั เดิม เมื่อไดเ้ ห็นตอ้ งร้อง
วา้ วน่าซ้ือเครื่องด่ืมซกั แกว้ ไปนงั่ เล่น นอนเล่น รับลมเยน็ มองดูววิ นาขา้ วและขนุ เขาที่อยเู่ บ้ืองหนา้ พร้อมถ่ายภาพเช็คอิน

เก๋ เก๋ ยงั กระท่อมปลายนาในแบบฉบบั ท่ีไม่เหมือนใคร
ร้านกาแฟบ้านไทลือ้ ต้งั อยทู่ ี่ ตาบลศิลาแลง อาเภอปัว จงั หวดั น่าน เป็นร้านกาแฟของร้านลาดวนผา้ ทอ ร้านขายของที่
ระลึกและผา้ ทอไทล้ือ ผา้ ทอน้าไหล ลายโบราณ ชื่อดงั แห่งปัว อาเภอปัวถือวา่ เป็นอาเภอที่มีชาวไทล้ืออยมู่ ากที่สุดชาวไทล้ือ
มีประเพณีและวฒั นธรรมเป็ นของตนเองโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ เร่ืองการแตง่ กายแบบพ้นื บา้ น ไดแ้ ก่ผา้ ทอไทล้ือ นบั วา่ เป็น
เอกลกั ษณ์อยา่ งหน่ึงของอาเภอน้ี ผา้ ทอส่วนใหญ่เม่ือทอมาแลว้ ก็มีการจาหน่ายเป็ นผลิตภณั ฑช์ ุมชน

34

27.ตึกรังษเี กษม

ต้งั อยทู่ ่ี ถนนสุมนเทวราช อาเภอเมืองน่าน ในพ้ืนท่ีของโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา เป็นอาคารเก่าแก่สไตลต์ ะวนั ตกยคุ โค
โลเนียลที่มีอายมุ ากกวา่ 100 ปี ก่อต้งั ข้ึนราวๆ ปี พ.ศ. 2458 โดยคณะมิชชนั นารีเพอ่ื เปิ ดเป็นโรงเรียนสาหรับสอน
หนงั สือตะวนั ตกแห่งแรกของเมืองน่าน เดิมมีช่ือวา่ โรงเรียน “เมริเอริสมิท บราวส์” ตอ่ มาสมเด็จพระราชปิ ตุลาบรมพงศาภิ
มุข เจา้ ฟ้าภาณุรังษีสวา่ งวงศ์ ไดพ้ ระราชทานนามโรงเรียนใหมว่ า่ โรงเรียนรังษีเกษม และกลายเป็นช่ือตึกรังสีเกษมใน
ปัจจุบนั ในอดีตตึกรังษีเกษมใชเ้ ป็นหอ้ งประชุม หอ้ งเรียนสาหรับเดก็ และเป็นที่ประกอบศาสนพิธีที่สาคญั นอกเหนือจาก
การเรียนการสอน เช่น พิธีแต่งงาน การประชุมใหญ่ พิธีแต่งต้งั สถาปนา

35

ภาคผนวก
h ttps://www.paiduaykan.com/travel/ทเี่ ทีย่ วนา่ น
h ttps://travel.mthai.com/region/192950.html

h ttps://www.chillpainai.com/scoop/8375/


Click to View FlipBook Version