โครงงาน
เรื่อง เส้ือมดั ยอ้ ม-เส้ือกดั
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (ง32101)
จัดทาโดย
น.ส. อริศรา สมสนุก เลขท่ี ๔๑
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๕/๙
อาจารย์ทป่ี รึกษา
คุณครู วนิดา บุญพิเชฐวงศ์
ภาคเรียนที่ ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๓
โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อาเภอเมือง จงั หวดั อุดรธานี
สานกั งานเขตพ้ืนที่การมธั ยมศึกษาศึกษา เขต ๒๐
เกย่ี วกบั โครงงาน
เร่ือง เส้ือมดั ยอ้ ม-เส้ือกดั
กล่มุ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี (ง32101)
ผ้จู ัดทา น.ส. ฟาริดา ไชยจนั ลา เลขท่ี ๒๓
น.ส. ภารดี หลกั คา เลขท่ี ๒๔
น.ส. ภิญญาพชั ญ์ วเิ ศษมี เลขท่ี ๒๕
น.ส. อริศรา สมสนุก เลขท่ี ๔๑
น.ส. อาทิตยา อินทร์สมบูณ์ เลขที่ ๔๒
อาจารย์ทปี่ รึกษา คุณครู วนิดา บุญพิเชฐวงศ์
สถานทศี่ ึกษา โรงเรียนสตรีราชินูทิศ
ปี การศึกษา ๒๕๖๓
กติ ตกิ รรมประกาศ
การศึกษาโครงงานเรื่องฉบบั น้ี สาเร็จลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดี เนื่องจากไดร้ ับการช่วยเหลือดูแลเอาใจ
ใส่เป็นอยา่ งดีจากหลายๆฝ่ ายหลายๆดา้ น โดยเฉพาะคุณครูวนิดา บุญพิเชฐวงศ์ ท่ีให้คาปรึกษา ตรวจทาน ให้
คาแนะนาในการแกไ้ ข ใหข้ อ้ เสนอแนะและติดตามความกา้ วหนา้ ในการดาเนินการทาโครงงาน คณะผจู้ ดั ทา
รู้สึกซาบซ้ึงในความกรุณาของคุณครูท่ีปรึกษาเป็นอยา่ งยงิ่ และขอขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูงไว้ ณ โอกาสน้ี
สุดทา้ ยน้ีขอขอบพระคุณผูป้ กครองท่ีกรุณาให้ขอ้ มูลรวมท้งั สนับสนุนวสั ดุอุปกรณ์ และให้
กาลงั ใจในการจดั ทาโครงงานจนสาเร็จลุล่วงดว้ ยดี คณะผจู้ ดั ทาหวงั เป็ นอยา่ งยงิ่ วา่ รายงานโครงงานเล่มน้ีจะ
เป็นประโยชน์ต่อผทู้ ่ีสนใจไม่มากก็นอ้ ย
คณะผจู้ ดั ทา
บทคดั ย่อ
ในทอ้ งถิ่นแต่ละทอ้ งถ่ินมีการดาเนินชีวติ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การทามาหากินความเป็ นอยแู่ ละความอยู่
รอดของบุคคล ครอบครัว หรือในชุมชนน้ัน ๆ จึงเป็ นเหตุให้เกิดการค้นควา้ คิดท่ีจะพฒั นาสร้างหรือ
ประดิษฐส์ ิ่งตา่ งๆข้ึนในแตล่ ะทอ้ งถ่ิน ซ่ึงคนในแต่ละทอ้ งถิ่นอาจอยูใ่ นสภาพแวดลอ้ มท่ีแตกต่างกนั จึงทาให้
ภูมิปัญญาแต่ละภูมิปัญญามีความเป็ นเอกลกั ษณ์ของทอ้ งถ่ินน้นั ๆต่างกนั ออกไปและในภูมิปัญญาน้นั ๆก็จะ
เกิดการพฒั นาข้ึนมาเร่ือยๆใหม้ ีคุณภาพตามยคุ ตามสมยั หรือความเหมาะสมของภูมิปัญญาที่จะนามาใชไ้ ดใ้ น
สภาพสงั คมท่ีเปล่ียนแปลงไปตลอดระยะเวลาของทอ้ งถิ่นน้นั ผา้ มดั ยอ้ มก็เช่นกนั เป็ นภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินของ
คนในหมู่บา้ น ประดิษฐ์คิดคน้ ข้ึนมาดว้ ยสติปัญญาของคนในทอ้ งถ่ินโดยนาวสั ดุที่มีอยใู่ นทอ้ งถิ่นมาใชใ้ ห้
เกิดประโยชน์ ดงั น้นั เราควรท่ีจะศึกษา และอนุรักษก์ ารทาผา้ มดั ยอ้ มไวเ้ พื่อให้บุคคลรุ่นหลงั หรือผทู้ ี่สนใจ
ไดศ้ ึกษาแนวทางในกระบวนการผลิตผา้ มดั ยอ้ มต่อไป
ผา้ มดั ยอ้ มเป็ นอีกภูมิปัญญาท่ีถ่ายทอดสู่เยาวชนรุ่นหลงั ทาให้เยาวชนไดศ้ ึกษาหาความรู้และนา
ความรู้ท่ีไดม้ าใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ โดยยงั คงรักษาภูมิปัญญาของทอ้ งถ่ินไปนานๆ ซ่ึงสามารถนาภูมิปัญญา
น้นั มาประกอบอาชีพเพ่ือเพิ่มมูลค่าใหส้ ินคา้ ในทอ้ งถ่ิน ซ่ึงสามารถสร้างงานข้ึนในชุมชนไดอ้ ีกดว้ ย ฉะน้นั
เราในฐานะที่เป็นเยาวชนคนหน่ึงในสงั คมก็ควรที่จะช่วยกนั ศึกษาและรักษาภูมิปัญญาของแต่ละทอ้ งถิ่นของ
เราใหเ้ ยาวชนรุ่นหลงั ไดศ้ ึกษาและไดน้ ามาใชป้ ระโยชน์ไดส้ ืบไป
สารบัญ หน้า
เร่ือง ก
ข
เกี่ยวกบั โครงงาน ค
กิตติกรรมประกาศ
บทคดั ยอ่
บทที่ ๑ บทนา
- ท่ีมาและความสาคญั
- วตั ถุประสงค์
- ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับ
บทที่ ๒ เอกสารประกอบการศึกษา
บทที่ ๓ วสั ดุอุปกรณ์และวธิ ีการดาเนินงาน
- วสั ดุอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการจดั ทาโครงงาน
- ข้นั ตอนการดาเนินงาน
บทท่ี ๔ ผลการศึกษา
บทที่ ๕ สรุปผลการศึกษา
- สรุปผลการศึกษา
- อภิปราย
- ประโยชน์ที่ไดจ้ ากโครงงาน
- ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
บทท่ี ๑
บทนา
ทมี่ าและความสาคัญ
ในปัจจุบนั ส่ิงของต่างๆมีราคาแพง ผูป้ กครองนกั เรียนตอ้ งรับภาระเสียค่าใชจ้ ่ายในครอบครัวสูง
คณะผจู้ ดั ทาโครงงานเห็นวา่ นกั เรียนก็สามารถท่ีจะหารายไดช้ ่วยเหลือครอบครัวได้ จึงมีการจดั ทาโครงงาน
สร้างเสริมทกั ษะอาชีพในนกั เรียนได้มีทกั ษะความรู้นาไปใช้ในการหารายไดเ้ สริมระหว่างเรียนโดยคิด
โครงงานอาชีพ ผ้ามดั ยอ้ ม ซ่ึงเป็ นงานอาชีพท่ีสามารถทาได้ง่ายไม่ยุ่งยาก และเพ่ือเป็ นการน้อมหลัก
เศรษฐกิจพอเพยี งมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั คณะผูจ้ ดั ทาโครงงานจึงไดป้ รึกษากบั ครูผูส้ อนและจดั ทา
โครงงานอาชีพผา้ มดั ยอ้ มขนึ้ มา
วตั ถุประสงค์
๑. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถทาผา้ มดั ยอ้ มได้
๒. เพอื่ ใหน้ กั เรียนมีรายไดเ้ สริมระหวา่ งเรียน
๓. เพอ่ื ปลูกฝังคุณธรรมพ้นื ฐาน ๘ ประการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ
๑. นกั เรียนสามารถทาผา้ มดั ยอ้ มได้
๒. นกั เรียนมีรายไดเ้ สริมระหวา่ งเรียน
๓. นกั เรียนมีคุณธรรมพ้ืนฐาน ๘ ประการ
บทที่ ๒
เอกสารประกอบการศึกษา
ประวตั ิความเป็ นมาของผ้ามัดย้อม
สันนิษฐานว่าการยอ้ มผา้ มีมากวา่ ๑๐๐ ปี มีการยอ้ มสีแหหรืออวนจบั ปลาเพ่ือป้องกนั การเปื่ อย
และเก่าง่าย โดยใชไ้ มม้ ะเกลือมาตม้ ใหเ้ กิดสี ต่อมาใชเ้ ปลือกไมต้ ่างๆเช่น ไมโ้ กงกาง ไมโ้ ปรงแดง ไมโ้ ปรง
ดา ไมต้ ะบูน ไมต้ ะบนั แต่ท่ีนิยมกนั มาก คือไมโ้ ปรงกบั ไมต้ ะบูน ซ่ึงเรียกการยอ้ มน้นั วา่ การยอ้ มผา้ น้ากะ
เตา ซ่ึงมีสีน้าตาลอยา่ งเดียว การยอ้ มเส้ือผา้ สมยั ก่อนเกิดจากผูท้ ่ีมีอาชีพตดั ไม้ โดยตดั ไมแ้ ลว้ ทาใหย้ างไมต้ ิด
เส้ือผา้ ซกั ไม่ออก จึงเกิดการนาเปลือกไมม้ าตม้ แลว้ นาเส้ือผา้ มายอ้ มซ่ึงทาใหใ้ ส่แลว้ เยน็ สบาย ผทู้ ี่มีอาชีพตดั
ไม้ และเผาถ่านจึงนิยมยอ้ มเส้ือผา้ เพื่อนาไปใส่ในการประกอบอาชีพ ต่อมามีการฟ้ื นฟูพิพิธภณั ฑเ์ ขายี่สาร
จึงมีการคิดคน้ เพ่อื ทาเป็นของท่ีระลึกเวลามีนกั ทอ่ งเท่ียว หรือนกั ศึกษาคน้ ควา้ มาเยีย่ มชมพิพิธภณั ฑเ์ ขาย่ีสาร
โดยมีการสืบสานภูมิปัญญาการยอ้ มผา้ ดว้ ยเปลือกไมธ้ รรมชาติซ่ึงนามาจากพืชป่ าชายเลนท่ีมีอยูใ่ นทอ้ งถิ่น
มาจดั ทาเป็นเส้ือ กางเกง ผา้ เช็ดหนา้ กระเป๋ า เป็ นตน้ โดยเรียนการมดั ยอ้ มจากสานกั งานพฒั นาฝี มือแรงงาน
จงั หวดั สมุทรสงครามและพฒั นามาเป็นลวดลายของตนเอง โดยแต่ละชิ้นงานไม่ซ้าแบบใครและยดึ หลกั การ
ใชส้ ีธรรมชาติเป็นเอกลกั ษณ์สืบสานตอ่ มา
ข้นั ตอนในการทาผ้ามัดย้อม
๑. การเตรียมผา้
ผา้ ท่ีใชท้ าผา้ มดั ยอ้ มควรใชผ้ า้ สีขาวหรือผา้ สีอ่อนผา้ ที่มีขายตามทอ้ งตลาดเป็ นผา้ ท่ีผา่ นการแต่งมา
ก่อน เพอื่ ใหผ้ า้ แข็งตวั และเป็ นเงาเรียบ ผผู้ ลิตจะแต่งและอาบผา้ ดว้ ยสารเรซ่ินหรือแป้งใชเ้ ป็ นส่วนมาก สาร
ตวั ท่ีกล่าวมาน้ีนบั วา่ เป็ น อุปสรรคต่อการแทรกซึมของน้าสี ฉะน้นั ก่อนจะลงมือยอ้ มสี ควรขจดั สิ่งเหล่าน้ี
ออกใหห้ มดเสียก่อน แต่ถา้ มีสารอาบผวิ ใส่จานวนนอ้ ยอาจทาความสะอาดได้ โดยการใชผ้ งซกั ฟอกได้
๒. การเตรียมลายมดั ยอ้ ม
ผูป้ ฏิบตั ิผา้ มดั ยอ้ มย่อมปรารถนาให้ลายที่เกิดข้ึนบนผา้ ลายที่ไม่อยากให้ซ้ากบั ผูอ้ ่ืน ดงั น้นั ผูท้ ี่
ปฏิบตั ิงานมดั ยอ้ มจึงผูกผา้ ของตนเองไดอ้ ยา่ งอิสระ โดยการให้ความคิดคานึงสร้างสรรค์ ลายท่ีออกมายอ่ ม
เป็นงานท่ีพงึ พอใจของผปู้ ฏิบตั ิเอง
การเตรียมนา้ สาหรับย้อมผ้า
การยอ้ มสี
การทาผา้ มดั ยอ้ มสามารถยอ้ มไดต้ ามวิธีกรรมถึงสีที่ยอ้ มไดใ้ นอุณหภูมิสูงและต่าได้ แต่ท้งั น้ี
จะตอ้ งคานึงถึงประเภทของสีและผา้ ให้ถูกตอ้ งหลายๆสี ภายหลงั ที่ไดย้ อ้ มสีแรกเสร็จแลว้ เช่นน้ีเร่ือยไป
จนกวา่ จะไดส้ ีและลายท่ีตอ้ งการ
การมดั ยอ้ มโดยการเล่นสีใหเ้ ป็ นสีอ่อนสีแก่ในผนื เดียวกนั ในการยอ้ มสีอาจทาไดโ้ ดยการเร่ิมจาก
สีอ่อนไปจนถึงสีเขม้ จดั
๔. สีรีแอ๊ดทฟี
สีประเภทน้ีมีความทนทานสูงใหส้ ีสดใส ยอ้ มง่าย ซึมเขา้ ในเส้นใยไดด้ ี โดยทาปฏิกิริยากบั สารเคมี
จะทาให้สีสดใส แต่ราคาค่อนขา้ งสูงยอ้ มง่าย แต่ถา้ ยอ้ มน้าเขม้ จะตอ้ งเอาผา้ ที่ยอ้ มเก็บคา้ งคืนเสียก่อนจึง
นาไปลา้ ง จะไดส้ ีผา้ สีเขม้ และสีที่ไดจ้ ะสดใสสวยงาม
๕. วธิ ีย้อม
ละลายสีดว้ ยน้าอุ่นหรือน้าร้อน เติมน้าเยน็ ให้ครบตามจานวน ใส่ซิลิเกตตามลาดบั คนสารละลาย
ใหเ้ ขา้ กนั นาผา้ ลงยอ้ ม ใชเ้ วลาคนผา้ กลบั ไปกลบั มา ประมาณ ๒๐ นาที เพ่ือใหผ้ า้ ดูดซึมสีไดท้ วั่ แลว้ แช่ผา้
ตอ่ อีก ๓๐ นาที หลงั จากน้นั จึงนาไปซกั น้าใหส้ ะอาด
๖. ข้นั ตอนการทาผ้ามดั ย้อม
๑. เตรียมวสั ดุอุปกรณ์
๒. ละลายสีดว้ ยน้าอุ่น
๓. ใส่ซิลิเกต
๔. ใส่น้าใหค้ รบตามจานวน
๕. พกั ไว้
๖. เตรียมผา้ ท่ีมดั ไวแ้ ลว้ ใส่ลงในน้ายอ้ ม
๗. คนพลิกไปพลิกมา
๘. แช่ทิง้ ไวป้ ระมาณ ๓๐ นาที
๙. ลา้ งน้าใหส้ ะอาดแลว้ แกะเชือกออก
๑๐. ไดล้ วดลายตามตอ้ งการ
สรรพคุณของซิลเิ กต
โซเดียมซิลิเกต หมายถึง โซเดียมซิลิเกต คือน้ายาคงสภาพสี มีลกั ษณะเหนียวขน้ โซเดียมซิลิเกต
ไมเ่ ป็นอนั ตรายต่อผวิ หนงั แตไ่ ม่ควรใหโ้ ดนบาดแผล หรือเน้ือไม้ ถา้ โดนใหร้ ีบลา้ งออกทนั ที
"โซเดียม ซิลิเกต" หรือที่รู้จกั กนั ในช่ือ "น้าแกว้ หรือ น้ากาว" โดยขอ้ มูลในอินเตอร์เน็ตระบุวา่
สารเคมีตวั น้ีเป็ นน้ายาบ่มคอนกรีตชนิดโซเดียม ซิลิเกต สามารถแทรกซึมบนพ้ืนผิวของคอนกรีตและปูน
ฉาบไดเ้ ป็ นอยา่ งดี หนา้ ท่ีถูก กาหนดให้มาทาปฏิกิริยากบั หินปูน ส่วนท่ีเหลือจากปฏิกิริยาไฮโดรชน่ั อีกคร้ัง
หน่ึง จึงทาใหผ้ วิ หนา้ ของคอนกรีตแข็งข้ึน ลดรูพรุนที่เกิดจากน้าในคอนกรีตที่ระเหยออกมาไดก้ ระบวนการ
ผลิต เริ่มจากการนาเอาโซดาแอชกบั ซิลิกามาหลอมใหเ้ ป็ นน้าแกว้ ท่ีอุณหภูมิประมาณ 1200 องศาเซลเซียส
แลว้ ทาให้เยน็ ตวั เป็ นกอ้ นแกว้ แลว้ นาไปเขา้ Autoclave เพื่อละลายอีกคร้ังให้กลายเป็ นน้าแกว้ สัดส่วนของ
โซเดียมกบั ซิลิเกตจะบ่งบอกถึงคุณสมบตั ิของ โซเดียมซิลิเกต ถา้ ทาให้สัดส่วนใกลก้ นั มากเราจะไดเ้ ป็ น
ผลึกของของแขง็ ที่เรียกวา่ โซเดียมเมตาซิลิเกต
โซเดียมซิลิเกตมีประโยชนม์ ากสาหรับอุตสาหกรรมผงซกั ฟอก อุตสาหกรรมก่อสร้าง และกาลงั มี
บทบาทในฐานะเป็ นตวั เช่ือมและทาใหเ้ กิดโครงสร้างของพวก Geopolymer ท่ีไม่จาเป็ นตอ้ งเผาสูงเหมือน
การผลิตเซรามิก สาหรับในอุตสาหกรรมเซรามิก ถือวา่ เป็ นสัดส่วนที่นอ้ ยมากๆเมื่อเทียบกบั การใช้ งานใน
อุตสาหกรรมอื่นๆ เราเอาไวใ้ ชส้ าหรับเป็นตวั ช่วยกระจายลอยตวั เป็ นตวั เช่ือมประสานสาหรับการก่ออิฐเตา
เป็นเคลือบใสสาหรับผลิตภณั ฑท์ ่ีตอ้ งการความมนั แบบไม่มากนกั เป็นแค่ปิ ดผวิ จางๆ
หลกั การมัดผ้า
การคิดประดิษฐล์ ายผา้ ข้ึนอยกู่ บั จินตนาการและการสังเกตของแต่ละคน ซ่ึงการมดั แต่ละคร้ังหรือ
แต่ละคน ลายผา้ ที่ไดจ้ ะไม่เหมือนกนั แต่ก็สามารถปรับปรุง หรือออกแบบให้ใกลเ้ คียง หรือ คลา้ ยกนั ได้
ข้ึนอยกู่ บั การสงั เกตและพฒั นาการของแตล่ ะคนดว้ ย ซ่ึงการมดั ลายแบบพ้ืนฐานอยา่ งง่ายมี ๔ แบบ ดงั น้ี
๑. การพบั แลว้ มดั กล่าวคือ เป็ นการพบั ผา้ เป็ นรูปต่างๆ แลว้ มดั ดว้ ยยางหรือ เชือก ผลที่ไดจ้ ะได้
ลวดลายท่ีมีลกั ษณะลายดา้ นซ้ายและลายดา้ นขวาจะมีความใกลเ้ คียงกนั แต่จะมีสีอ่อนดา้ นหน่ึงและสีเขม้
ดา้ นหน่ึง เน่ืองจากวา่ หากดา้ นใดโดนพบั ไวด้ า้ นในสีก็จะซึมเขา้ ไปนอ้ ย ผลท่ีไดก้ ค็ ือจะมีสีจางกวา่ นน่ั เอง
๒. การห่อแลว้ มดั กล่าวคือ เป็ นการใชผ้ า้ ห่อวตั ถุต่างๆ ไวแ้ ลว้ มดั ดว้ ยยางหรือเชือก ลายที่เกิดข้ึน
จะเป็ นลายใหญ่หรือเล็กข้ึนอยู่กับวตั ถุที่นามาใช้ และลกั ษณะของการมดั เช่น การนาผา้ มาห่อก้อนหิน
รูปทรงแปลกๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่นกั แลว้ มดั ไขวไ้ ปมา โดยเวน้ จงั หวะของการมดั ให้มีพ้ืนที่วา่ งใหส้ ีซึมเขา้
ไปได้ อยา่ งน้ีกจ็ ะมีลายเกิดข้ึนสวยงามแตกตา่ งจากการมดั ลกั ษณะวตั ถุอื่นๆ ดว้ ย
๓. การขยาแลว้ มดั กล่าวคือ เป็ นการขยาผา้ อยา่ งไม่ต้งั ใจแลว้ มดั ดว้ ยยางหรือเชือก ผลท่ีไดจ้ ะได้
ลวดลายแบบอิสระ เรียกวา่ ลายสวยแบบบงั เอิญ ทาแบบน้ีอีกก็ไม่ไดล้ ายน้ีอีกแลว้ เน่ืองจากการขยาแต่ละ
คร้ังเราไม่สามารถควบคุมการทบั ซ้อนของผา้ ได้ ฉะน้ันลายที่ได้เป็ นลายที่เกิดจากความบงั เอิญ จริงๆ
เปรียบเทียบเหมือนกบั การท่ีเราเห็นกอ้ นเมฆ กอ้ นเมฆแต่ละกอ้ นจะมีลกั ษณะแตกตา่ งกนั และเม่ือผา่ นสักครู่
ลายหรือลกั ษณะของกอ้ นเมฆกจ็ ะเปลี่ยนไปเราเรียกวา่ ลายอิสระ หรือรูปร่างรูปทรงอิสระนนั่ เอง
๔. พบั แลว้ หนีบ กล่าวคือ เป็นการพบั ผา้ เป็ นรูปแบบต่างๆ แลว้ เอาไมไ้ อศกรีม หรือไมไ้ ผผ่ า่ บางๆ
หนีบไวท้ ้งั สองขา้ งเหมือนปิ้ งปลาตอ้ งมดั ไมใ้ ห้แน่นภาพท่ีออกมาก็จะเป็ นรูปต่างๆ เช่น รูปดอกไม้ รูป
ส่ีเหลี่ยม
ข้อสังเกต และ ข้อควรระวงั
หลกั การสาคญั ในการทามดั ยอ้ มคือ ส่วนที่ถูกมดั คือส่วนท่ีไม่ตอ้ งการให้สีติด ส่วนท่ีเหลือหรือ
ส่วนท่ีไมไ่ ดม้ ดั คือส่วนที่ตอ้ งการใหส้ ีติด การมดั เป็นการกนั สีไม่ใหส้ ีติดนน่ั เอง ลกั ษณะที่สาคญั ของการมดั
มีดงั น้ี
๑. ความแน่นของการมดั
- กรณีแรกมดั มากเกินไปจนไม่เหลือพ้ืนท่ีให้สีแทรกซึม เขา้ ไปได้ เลย ผลที่ไดก้ ็คือ ไดส้ ีขาว
ของเน้ือผา้ เดิม อาจมีสียอ้ ม แทรกซึมเขา้ มาไดเ้ ลก็ นอ้ ย อยา่ งน้ีเกิดลายนอ้ ย
- กรณีที่สองมดั นอ้ ยเกินไป เหลือพ้ืนที่ให้สียอ้ มติดเกือบเต็มผืน อยา่ งน้ีเกิดลายนอ้ ยเช่นกนั ท้งั
ผนื มีสียอ้ มแตแ่ ทบไม่มีลายเลย
- กรณีท่ีสาม มดั เหมือนกนั แต่มดั ไม่แน่น อยา่ งน้ีเท่ากบั ไม่ไดม้ ดั เพราะหากมดั ไม่แน่นสีก็จะ
แทรกซึมผา่ นเขา้ ไปไดท้ วั่ ท้งั ผนื
๒. การใชอ้ ุปกรณ์ช่วยในการหนีบผา้ แลว้ มดั เพ่อื ใหเ้ กิด ความ แน่นและเกิดลวดลายตามแม่แบบที่
ใชห้ นีบ ดงั น้นั ลายสวยเพยี งใดข้ึนอยกู่ บั การออกแบบแมแ่ บบที่จะใชห้ นีบดว้ ย
๓. ความสม่าเสมอของสียอ้ ม สียอ้ มท่ีติดผา้ จะสม่าเสมอไดข้ ้ึนอยกู่ บั อุณหภูมิความร้อนขณะนาผา้
ลงยอ้ ม และการกลบั ผา้ ไปมาการขยาผา้ เกือบตลอดเวลาของการยอ้ มหน่ึงถึงหน่ึงชว่ั โมงคร่ึงก่อนที่จะแช่ผา้
ไว้
บทท่ี ๓
วสั ดุอุปกรณ์และวธิ ีดาเนินงาน
วสั ดุอุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการจัดทาโครงงาน
๑. เส้ือขาว
๒. สี
๓. เชือกฟาง
๔. หนงั ยาง
๕. ไมไ้ อศกรีม
๖. ชอ้ นโตะ๊
๗. กะละมงั
๘. กรรไกร
๙. ถุงมือยาง
๑๐. เหยอื กตวงน้าอุ่น
๑๑. น้าเปล่า
ข้นั ตอนการดาเนินงาน
การเตรียมการ
๑. ศึกษาสารวจขอ้ มูล เขียนโครงการ ขออนุมตั ิโครงงาน ออกสารวจและสมั ภาษณ์เพ่ือเก็บ
รวบรวมขอ้ มูล
๒. กาหนดรูปแบบการทาผา้ มดั ยอ้ ม
เตรียมสถานที่
จดั สถานที่ / เตรียมวสั ดุอุปกรณ์
ตารางการดาเนินงาน
วนั เดือน ปี รายการกิจกรรม สถานท่ี ผรู้ ับผดิ ชอบ หมายเหตุ
๑๑ ก.ย. ๖๓ ศึกษาหาความรู้เบ้ืองตน้ จาก หอ้ งคอมพิวเตอร์ สมาชิกท้งั ๕ คน
หอ้ งคอมพิวเตอร์ สมาชิกท้งั ๕ คน
๑๒ ก.ย. ๖๓ Internet สมาชิกท้งั ๕ คน
ศึกษาเก่ียวกบั วธิ ีเขียนโครงงาน หอ้ งเรียน สมาชิกท้งั ๕ คน
๒๑ ก.ย. ๖๓ โรงอาหาร
จาก Internet สมาชิกท้งั ๕ คน
๓ ต.ค. ๖๓ วางแผนปฏิบตั ิงาน ปฏิบตั ิการ หอ้ งเรียน
- เตรียมเคร่ืองมือใชว้ สั ดุ อุปกรณ์
๕ ต.ค. ๖๓ ลงมือทาผา้ มดั ยอ้ ม บรรจุ
๑๓ ต.ค. ๖๓
ประมาณราคา จาหน่าย ทาบญั ชี
สรุปผลและรายงานผล
วธิ ีทาผ้ามัดย้อม
๑. เตรียมเส้ือขาวนามาตามขนาดที่ตอ้ งการ
๒. นาผา้ ไปซกั ในน้าเปล่า เพอ่ื ลา้ งแป้งที่ติดผา้ มาใหห้ ลุดออก ทาใหผ้ า้ นุ่มและดูดสีไดด้ ี
๓. นาผา้ ที่เตรียมไวม้ ามดั ลายตามตอ้ งการ
๔. ผสมสีกบั น้าอุน่
๕. นาผา้ ท่ีเตรียมไวล้ งไปแช่ในน้าสี แช่ทิ้งไว๓้ ๐นาที(ในการแช่ผา้ ตอ้ งให้ผา้ โดนสีทวั่ ท้งั ผืน
เพื่อใหผ้ า้ ดูดสีไดส้ ม่าเสมอกนั )
๖. นาผา้ มาลา้ งดว้ ยน้าเปล่าแลว้ ตดั เชือกหรือหนงั ยางออกแลว้ นาผา้ ที่ไดไ้ ปซกั ดว้ ยน้าเปล่าอีกคร้ัง
แลว้ ไปตากใหแ้ หง้ แลว้ นาไปรีดใหเ้ รียบ
๗. แลว้ เราก็ไดผ้ า้ มดั ยอ้ มท่ีสวยงาม
บทท่ี ๔
ผลการศึกษา
การดาเนินงานตามข้นั ตอนการทาผา้ มดั ยอ้ ม เพื่อจาหน่ายในแต่ละคร้ังอุปกรณ์ที่ใช้ไดแ้ ก่
กะละมงั ลูกแกว้ ชอ้ น เหยือกตวง กรรไกร ไดย้ ืมของโรงเรียน ส่วนท่ีตอ้ งลงทุนไดแ้ ก่ ผา้ สี ซิลิเกต เชือก
ฝาง ไมไ้ อศกรีม หนงั ยาง และถุงมือยาง
ในการลงทุนทาผา้ มดั ยอ้ มมีวสั ดุอุปกรณ์ ตามตารางดงั น้ี
ตารางแสดงการลงทุนการทาผา้ มดั ยอ้ ม
ที่ รายการ ปริมาณ ราคา / หน่วย จานวนเงิน
๑ เส้ือขาว ๒ ตวั ๔๕ ๔๕
๒ สี ๒ กรัม ๓ ๖
๔ เชือกฟาง ๑ มว้ น ๑๐ ๑๐
๕ หนงั ยาง ๒๐ เส้น ๒ ๒
๖ ถุงมือยาง ๑ คู่ ๗ ๗
๗ ไมไ้ อศกรีม ๑ แพค็ ๑๕ ๑๕
๘ ลูกแกว้ ๑๐ ลูก ๕ ๕
๙ กะละมงั ๓ ใบ - -
๑๐ น้าอุน่ ๕๐๐ มิลลิลิตร - -
๑๑ น้าเปล่า ๕๐๐ มิลลิลิตร - -
๑๒ เหยอื กตวง - -
๑ ใบ
๑๓ กรรไกร ๑ ดา้ ม - -
รวม ๙๐
บทที่ ๕
สรุปผลการศึกษา
สรุปผลการศึกษา
การทาโครงงานผา้ มดั ยอ้ มตลอดระยะเวลาระหว่างปฏิบตั ิงานผลสาเร็จเป็ นท่ีน่าพึงพอใจแก่
ผปู้ ฏิบตั ิงานเป็นอยา่ งมาก เพราะนอกจากการทาโครงงานอาชีพแลว้ การปฏิบตั ิงานยงั ช่วยใหก้ ่อประโยชน์
ในดา้ นอื่นๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็ นดา้ นการวางแผนการรับผิดชอบหน้าท่ีแต่ละบุคคลซ่ึงทกั ษะต่างๆไม่
สามารถท่ีจะเรียนรู้ไดใ้ นหอ้ งเรียนท้งั การปฏิบตั ิงานคร้ังน้ียงั เป็ นแบบอยา่ งใหแ้ ก่บุคคลท่านอ่ืนท่ีผา่ นมาเห็น
ขณะทากิจกรรมไดร้ ับคาชื่นชมจากหลายบุคคลในการรู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็ นประโยชน์ เป็ นแบบอยา่ งให้รุ่น
นอ้ งทาตามเพือ่ หารายไดเ้ สริม เพราะเป็นการปฏิบตั ิงานที่ใชไ้ ดจ้ ริง
อภิปรายผล
การทาผา้ มดั ยอ้ มในคร้ังน้ีผบู้ ริโภคพอใจในสินคา้ ที่ออกมามีลวดลายที่สวยงาม และมีสีสันสดใส
เหมาะสมกบั การใชง้ าน
ประโยชน์ทไี่ ด้รับ
๑. มีความรู้และประสบการณ์ในการทาผา้ มดั ยอ้ ม
๒. ทาใหม้ ีรายไดใ้ นระหวา่ งเรียน และเห็นคุณคา่ ของการประกอบอาชีพ
ข้อเสนอแนะ
ผูบ้ ริโภคเสนอแนะให้นาผลผลิตออกเผยแพร่ ออกแบบลายผา้ ให้หลากหลายและออกแบบสินคา้
เพ่มิ เช่น นามาตดั เยบ็ เป็นเส้ือ กางเกง เป็นตน้
บรรณานุกรม
https://data.bopp-obec.info/emis/news/news_view.php?ID_New=103491
https://sites.google.com/site/phamadyxm/
http://sodeice.blogspot.com/2012/09/blog-post.html
ภาคผนวก