เดก็ วยั น้ีเป็นช่วงสำคญั ในกำรปลูกฝัง
สร้ำงพฤติกรรมท่ีดีงำมใหค้ ุน้ เคยท้งั กำร
ดูแลตนเอง กินอำหำรเอง เคำรพกติกำ
รักษำมำรยำท สื่อสำรอยำ่ งมีสมั มำคำรวะ มี
น้ำใจ เสียสละ ช่วยเหลือคนรอบขำ้ ง
ควำมเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น และตอบแทน
บุญคุณผใู้ หญ่
คำแนะนำ
ในเรื่องกำรฝึ กระเบยี บวนิ ัยแก่เดก็
1. เลือกฝึกพฤติกรรมท่ีสำคญั จริงๆ เช่น เลน่
ของเล่นแลว้ ตอ้ งเกบ็ ทำน้ำหกตอ้ งเช็ด ทำควำม
สะอำด อำบน้ำ ดว้ ยตวั เอง รับประทำนขำ้ วเอง
โกรธไดแ้ ต่จะตีนอ้ งไม่ได้ หำกโกรธมำกอำจตี
หมอนหรือ ตุก๊ ตำแทนได้ ถอดเส้ือผำ้ ลงตะกร้ำทุก
คร้ัง เป็นตน้
2. ต้งั กฎระเบียบใหช้ ดั เจน วำ่ สิ่งใดสำมำรถทำ
ไดแ้ ละทำไม่ได้ ระยะแรกอำจตอ้ งใชค้ ำพดู สอนเดก็
ควบคู่กบั กำรสมั ผสั เพอื่ กำหนดพฤติกรรม เช่น เดก็
หยบิ อำหำรจำกจำนของตวั เองได้ แต่หยบิ ของจำก
จำนผอู้ ื่นไม่ได้ กำรกำหนดงำนใหเ้ ดก็ ทำในสิ่งท่ีง่ำย
ไปสู่งำนท่ียำก ฝึกใหท้ ำงำนที่ไม่ซบั ซอ้ นไปสู่งำนที่
ซบั ซอ้ น
3. สื่อสำรใหท้ ุกคนในบำ้ นเขำ้ ใจอยำ่ ง
ชดั เจน วำ่ ส่ิงท่ีเดก็ จะเผชิญขอ้ จำกดั หรือ
บทลงโทษที่สมเหตุสมผลถำ้ ไม่ทำตำมกติกำมี
อะไรบำ้ ง ใหท้ ุกคนในบำ้ นร่วมมือกนั ทำตำมกฎ
ท่ีต้งั ไว้
4. อธิบำยใหเ้ ดก็ ฟังวำ่ ทำไมตอ้ งทำตำมกฎ
เช่น ถีบจกั รยำนขำ้ มถนนไม่ ได้ เพรำะอำจ
บำดเจบ็ ทำร้ำยนอ้ งหรือคนอื่นไม่ไดเ้ พรำะหนู
จะกลำยเป็นคนไม่ดี ช่วยแม่ทำงำนบำ้ นจะทำให้
เก่ง ทำงำนเป็น เป็นตน้
5. แสดงควำมช่ืนชมเมื่อเดก็ ทำตำมกฎได้
กอดเดก็ พร้อมกบั พดู ชมเชย หรือใหส้ ิทธิเดก็
ไดเ้ ลือกทำในสิ่งท่ีชอบ เป็นตน้ จะทำใหเ้ ดก็
รู้สึกดีและภำคภูมิใจในตนเอง อยำกทำดีต่อไป
จนในที่สุดเดก็ ควบคุมตนเองไดอ้ ตั โนมตั ิ
6. ใหเ้ วลำฝึกฝนอยำ่ งสม่ำเสมอนำน 6-12
เดือน พอ่ แม่ ผใู้ หญ่ตอ้ งมีควำมหนกั แน่น ไม่
เปลี่ยนกฎไปมำ มีควำมชดั เจนเดด็ ขำดในกำรทำ
ตำมกฎ ท้งั น้ำเสียง ท่ำทำง และสีหนำ้ จะตอ้ งส่ือ
ไดอ้ ยำ่ งชดั เจนวำ่ กำรกระทำน้นั ทำไดห้ รือไม่ได้
และหลีกเลี่ยงกำรข่มขู่
7. หำกเดก็ ทำไม่ได้ ควรหยดุ กำรฝึกชว่ั ครำว พอ่
แม่ควรใหก้ ำลงั ใจ และวนกลบั มำฝึกฝนใหม่ต่อ อยำ่
ทำใหเ้ ดก็ อำย พอ่ แม่ ผปู้ กครองควรควบคุมอำรมณ์
ตนเอง หำกหงุดหงิดท่ีลกู หลำนไม่ทำตำมที่ตกลงกนั
ไว้ ใหอ้ อกจำกสถำนกำรณ์ไปเพอื่ ใหใ้ จเยน็ ข้ึน แลว้
ค่อยกลบั มำคุยกบั เดก็ ใหม่ดว้ ยควำมเห็นอกเห็นใจ
และเขำ้ ใจเดก็ มำกข้ึน
8. เมื่อเดก็ ไม่ยอมทำตำมกฎที่วำงไว้
ใหห้ ำสำเหตุและแกไ้ ขไปตำมสำเหตุ
และไม่ดุเดก็ ต่อหนำ้ คนอ่ืน
9. สอนใหเ้ ดก็ รู้จกั ผอ่ นคลำยควำมเครียด เมื่อ
เดก็ หงุดหงิดจำกกำรฝึกหรือไม่พอใจที่ตอ้ งฝืนใจ
ทำ หำทำงออกท่ีเหมำะสมตำมวยั เช่น เมื่อโกรธ
อำจแยกตวั ไปสงบสติอำรมณ์ ฝึกหำยใจเขำ้ ออก
ชำ้ ๆ อำจเบี่ยงเบนไปทำกิจกรรมอื่นเช่น ออก
กำลงั กำย หรือวำดรูป เป็นตน้
10. สมมติสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ข้ึนมำ เพ่ือใหเ้ ดก็
รู้จกั วิธีคิดหำหนทำงแกไ้ ขปัญหำไดท้ นั ที เช่น “หำก
ลำ้ งจำนแลว้ ทำจำนหล่นแตก หนูจะทำอยำ่ งไร” เพ่อื
ฝึกใหเ้ ดก็ หดั แกไ้ ขปัญหำดว้ ยตนเอง แต่ตอ้ งเนน้ ให้
เดก็ รับผดิ ชอบต่อผลกำรกระทำ มีบทลงโทษท่ี
เหมำะสม ทำใหเ้ ร็วท่ีสุดเท่ำท่ีจะทำได้ ไม่ทิ้ง
เวลำนำน ไม่ต่อลอ้ ต่อเถียงกนั เม่ือจะคุมใหเ้ ดก็
รับผดิ ชอบส่ิงที่ตวั เองทำ
11. ช่วยใหเ้ ดก็ หดั ทบทวนกำรกระทำ
ของตนเองในแต่ละวนั เพ่ือฝึกวเิ ครำะห์
และปรับปรุงทกั ษะในกำรฝึกระเบียบวินยั
ร่วมกบั พอ่ แม่