The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลายคนอาจยังไม่รู้จักอะโวคาโด อะโวคาเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์มากมาย รสชาติของมันสำหรับหลายคนอาจไม่ค่อยชอบเท่าไร ส่วนใหญ่นิยมกินคู่กับนมหรือน้ำผึ้ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sasithon7570, 2022-11-28 22:20:30

ประโยชน์ของอะโวคาโด

หลายคนอาจยังไม่รู้จักอะโวคาโด อะโวคาเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์มากมาย รสชาติของมันสำหรับหลายคนอาจไม่ค่อยชอบเท่าไร ส่วนใหญ่นิยมกินคู่กับนมหรือน้ำผึ้ง

Keywords: อะโวคาโด,ผลไม้สุขภาพ

อะโวคาโด...

ผลไมม้ ากประโยชน์
สำ� หรับสขุ ภาพ

กองบรรณาธกิ าร

อะโวคาโด, อาโวคาโด, อาโวกาโด, อโวคาโด้ (Avocado) หรอื ลกู เนย มชี ื่อวิทยาศาสตร์ว่า Persea
americana Mill จดั อยใู่ นวงศอ์ บเชย (Lauraceae) เปน็ ตน้ ไมพ้ นื้ เมอื งของเมก็ ซโิ กในรฐั ปวยบลา ในประเทศไทย

มกี ารนำ� มาปลูกครงั้ แรกท่ีจังหวัดนา่ น กอ่ นจะแพรข่ ยายไปทัว่ ประเทศ โดยอะโวคาโดเป็นผลไมท้ ีม่ เี นอ้ื มนั เปน็
เนย ลกั ษณะของผลจะมรี ปู รา่ งคล้ายสาล่ี หรอื รปู ไขจ่ นถงึ รปู กลม

อะโวคาโด เปน็ ผลไมท้ น่ี ยิ มรบั ประทานกนั มากในแถบ นำ้� มนั เนอ่ื งจากมพี นั ธุ์ท่หี ลากหลายมาก จงึ มีผลผลติ เกอื บ
ยุโรปและอเมริกา เพราะมีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ตลอดปี พันธุ์ท่ีส�ำคัญ ได้แก่ พันธุ์ Peterson, Reuhle,
หลากหลายท่ีมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก แต่ส�ำหรับ Buccanear, Booth 7, Booth 8, Hall และ Hass
บางคนแล้วกลับไม่ชอบรับประทานอะโวคาโดเอาเสียเลย
เพราะเปน็ ผลไม้ทไ่ี ม่มีรสหวาน และมีไขมนั สงู ผลไมช้ นดิ นี้ ชว่ งการส่งผลผลิตออกสตู่ ลาด
จงึ ถกู มองขา้ มไปอยา่ งนา่ เสยี ดาย แมว้ า่ ผลอะโวคาโดนำ�้ หนกั
100 กรัม (ประมาณคร่งึ ผล) จะมีไขมนั สงู ถงึ 14.66 กรมั เดือนมถิ ุนายน – เดือนกุมภาพนั ธ์
(ถา้ เทยี บกบั ผลไมช้ นดิ อน่ื จะมไี ขมนั นอ้ ยมากหรอื ไมม่ ไี ขมนั เลย)
แตว่ า่ การรบั ประทานอะโวคาโดไมไ่ ดท้ ำ� ใหน้ ำ้� หนกั ตวั เพม่ิ ขน้ึ การปลูกและการบำ� รุงรักษา
แต่อยา่ งใด เมอื่ เทยี บกบั การรับประทานไขมันอื่นในปรมิ าณ
เท่ากัน แถมการรับประทานอะโวคาโดยังช่วยลดน�้ำหนักได้ ระยะปลูกและการวางผังการปลกู
และไม่ท�ำให้อ้วน และยังช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL) ได้
อยา่ งชัดเจนอกี ด้วย ระยะปลกู ทเ่ี หมาะสมของอะโวคาโดนน้ั ขน้ึ อยกู่ บั พนั ธ์ุ
ที่จะใชป้ ลูก และความอดุ มสมบูรณ์ของดินเพราะเป็นปัจจัย
ลักษณะทั่วไป ที่ท�ำให้ต้นอะโวคาโดเจริญเติบโตได้ต่างกัน โดยอะโวคาโด
บางพนั ธุ์ เช่น พนั ธุเ์ บคอน และพันธร์ุ เู ฮิล จะมตี น้ สงู โปรง่
อะโวคาโดเปน็ ไมผ้ ลยนื ตน้ ทไ่ี มผ่ ลดั ใบ มใี บเขยี วตลอดปี จงึ อาจปลูกชดิ ไดม้ ากกว่าพนั ธุ์ทมี่ พี ่มุ แผ่กวา้ ง เช่น พันธ์บุ ูช7
ผลผลิตสามารถรับประทานสด และแปรรูปน�ำไปสกัดเป็น พันธุ์ฮอลล์ และพันธุ์โซเควท โดยทั่วไปการปลูกอะโวคาโด
จะใช้ระยะปลูกระหว่างต้นและระหวา่ งแถวประมาณ 8 - 12
เมตร ในการวางผงั ปลกู นนั้ ควรใหม้ กี ารสลบั ระหวา่ งพนั ธด์ุ ว้ ย

64

การเตรียมแปลงปลูก ฤดูปลกู

ควรจะเตรยี มแปลงทจี่ ะปลกู ไว้ อะโวคาโดสามารถปลูกได้ทุก
ลว่ งหนา้ กอ่ นปลกู 1 ปี สำ� หรบั ในพนื้ ท่ี ฤดถู า้ มนี ำ�้ เพยี งพอ ในประเทศไทยนยิ ม
สูงซึ่งมีความลาดชัน ควรจัดท�ำระบบ ปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ซึ่งจะประหยัด
อนุรกั ษ์ดนิ และน้ำ� เชน่ ท�ำขั้นบนั ไดดิน ค่าใช้จ่ายในการให้น�้ำ เพราะมีฝนตก
หรือปลูกหญ้าแฝกขวางความลาดเท ลงมาช่วย แต่ถ้าฝนตกชุกมากต้อง
ของพ้ืนท่ี จากนั้นจึงวางผังปลูกโดย ระมัดระวังไม่ให้น้�ำขัง ต้นอะโวคาโด
ท�ำการไถพรวนแปลงที่ใช้ปลูก ปักไม้ ถ้าปลูกในฤดูร้อนก็ต้องเตรียมป้องกัน
ตามระยะหลมุ ระหวา่ งแถวและระหวา่ ง แสงแดดเผาสว่ นของเปลอื ก ลำ� ตน้ หรอื
ต้นตามต้องการ แล้วปลูกพืชคลุมดิน กิ่งกา้ นอะโวคาโดดว้ ย ในตา่ งประเทศ
ในระหว่างแถวของหลุมท่เี ตรียม ปลกู จะชุบพลาสติกหุ้มป้องกันโคนต้น
ไม้บังลมในแนวรอบสวนหรือในแต่ละ จากแสงแดดและสตั ว์กดั แทะเปลอื ก
แนวแปลงย่อย หลังจากน้ันจึงเตรียม
หลมุ ปลกู อะโวคาโดการเตรยี มหลมุ ปลกู การปลูก
ควรมีความกว้างยาว 80 เซนติเมตร
ลกึ ประมาณ 80 เซนตเิ มตร ผสมปยุ๋ คอก ตอ้ งจดั เตรยี มตน้ กลา้ อะโวคาโด
ประมาณ 1 - 2 บุ้งกี๋ คลกุ เคลา้ กับดนิ ไว้ก่อนล่วงหน้า โดยคัดเลือกต้นกล้า
ที่ขุดข้ึนมาแล้วใส่ลงไปในหลุม ทแี่ ขง็ แรงสมบรู ณแ์ ละไดข้ นาด เมอ่ื ปลกู
เตรียมไม้ปักผูกยึดต้นกันลมโยก ให้น�ำต้นอะโวคาโดลงปลูกในหลุมที่
เตรียมวัสดุคลุมผิวหน้าดินบริเวณ เตรียมไว้ ให้รอยต่อก่ิงหรือรอยแผล
หลมุ ปลกู ไวซ้ ง่ึ อาจใชฟ้ าง เศษหญา้ แหง้ ตดิ ตาอยเู่ หนอื ระดบั ดนิ กลบดนิ รอบ ๆ
แกลบ ขีก้ บ ข้ีเลือ่ ย หรือเปลอื กถัว่ กไ็ ด้ โคนต้นให้แน่น และรดน้�ำให้ชุ่ม แล้ว
ทำ� การคลมุ ผวิ หนา้ ดนิ ดว้ ยวตั ถคุ ลมุ ดนิ
ท่ีเตรียมไว้เพื่อช่วยรักษาความชุ่มช้ืน

65

ซ่ึงจะเท่ากับจ�ำนวนกิโลกรัมของปุ๋ยท่ีใส่ให้ใน
แต่ละปีก็ได้ ควรมีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้กับต้น
อะโวคาโดทุกปี โดยใช้วิธีหว่านคลุมต้นและ
ปลอ่ ยให้ย่อยสลายตัวเอง

การให้น�้ำ

ในระยะทีป่ ลูกอะโวคาโดใหม่ ๆ ควร
ให้น้�ำแก่ต้นอะโวคาโดเพ่ือให้ต้นเจริญเติบโต
และมีรากแผ่กระจายลงทางลึกและทางกว้าง
ควรใหน้ ำ้� อยา่ งสมำ่� เสมอใหด้ นิ ชมุ่ แตอ่ ยา่ ใหน้ ำ�้
ขงั เพราะจะทำ� ใหร้ ากเนา่ ตน้ ตายได้ การใหน้ ำ�้
ชลประทานไม่จ�ำเป็นต้องให้ทุกวัน ในระยะ
ต้นเล็กควรให้ในปริมาณหลุมปลูก อาจท�ำ
ในวงขังน้�ำในบริเวณท่ีรากจะแผ่ออกไปถึง
ต้นอะโวคาโดปลูกใหม่ต้องการน้�ำวันละ

ป้องกันเมล็ดวัชพืชงอก และป้องกันความร้อนจากแสงแดด ประมาณ 15 ลติ รต่อต้น ถา้ ให้เวน้ วนั อาจให้ครงั้ ละ 30 ลิตร
ปกั ไมห้ ลกั ผกู เชอื กยดึ ตดิ แนน่ ปอ้ งกนั ลมโยก รดนำ�้ ใหส้ มำ่� เสมอ ตอ่ ตน้ เมอื่ ตน้ ใหญก่ ต็ อ้ งการปรมิ าณนำ้� มากขน้ึ หรอื อาจเลอื ก
จนกว่าตน้ จะต้ังตัวได้ ทั้งนอี้ าจจะใหน้ ำ้� ครัง้ ละ 20 - 40 ลิตร วิธีการให้น้�ำเป็นระบบน้�ำหยดหรือมินิสปริงเกอร์บริเวณ
ต่อตน้ ทกุ 3 - 4 วนั ในระยะ 1 เดอื นแรก และควรตรวจดู โคนต้นก็ได้ แล้วแต่ละพื้นท่ีปลูกและเงินลงทุน เมื่อต้น
อยเู่ สมอถา้ ฝนทงิ้ ชว่ งเปน็ เวลานานกค็ วรใหน้ ำ้� แกต่ น้ อะโวคาโด อะโวคาโดถึงระยะที่จะออกดอกควรงดให้น�้ำแก่อะโวคาโด
อีก ส�ำหรับในช่วงฤดูร้อนของปีแรกหลังจากหมดฤดูฝนแล้ว แต่โดยปกติแล้วเป็นช่วงท่ีสิ้นสุดฤดูฝนและเข้าฤดูหนาวแล้ว
ควรใหน้ �ำ้ แกต่ ้นอะโวคาโดทกุ สัปดาห์ ๆ ละ 40 - 60 ลิตร และเม่ือเกดิ ตาดอกที่ยอดซงึ่ จะสังเกตเหน็ วา่ ตุม้ ตาป้านกลม
ตอ่ ต้น จนกวา่ ต้นอะโวคาโดจะมอี ายุ 1 ปีหลังจากปลูก และชอ่ ดอกจะเริ่มเจริญออกมาบ้างแลว้ จึงเริ่มให้นำ�้ ใหม่

การใสป่ ๋ยุ การจัดทรงต้นและตดั แต่งกิ่ง

หลงั จากปลกู อะโวคาโดได้ 1 เดอื น จะใสป่ ยุ๋ วทิ ยาศาสตร์ อะโวคาโดไม่มีระบบการจัดทรงต้นและตัดแต่งกิ่ง
เพม่ิ ใหก้ ับต้นอะโวกาโด โดยใส่ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั และ ท่แี น่นอน ตน้ อะโวคาโดที่ปลูกใหมจ่ นถงึ ระยะกอ่ นออกดอก
โพแทสเซียม อัตราส่วน 3:1:1 ท้ังนี้อาจให้โดยใช้ปุ๋ยสูตร และตดิ ผลจะตดั แตง่ กงิ่ เพยี งเลก็ นอ้ ยหรอื แทบไมต่ อ้ งตดั แตง่
15-15-15 ผสมกับยูเรยี (46-0-0) อตั ราส่วน 1:1 คลุกเคลา้ กง่ิ เลย ยกเวน้ ตดั แตง่ กงิ่ เพอื่ เปลยี่ นแปลงลกั ษณะพมุ่ ตน้ เชน่
กันให้ดีแล้วใสต่ ้นละ 200 กรัม แบง่ ใสป่ ระมาณ 3 ครั้งตอ่ ปี อะโวคาโดพันธุ์ที่มีพุ่มสูงมักจะตัดยอดลงเพื่อให้แตกกิ่งใหม่
ทกุ 3 เดอื น ปที ่ี 2 จะใสป่ ยุ๋ ผสมดงั กลา่ วขา้ งตน้ ในอตั รา 300 เป็นพุม่ แผ่กว้างออก
กรัม แบง่ ใสป่ ระมาณ 4 คร้งั ตอ่ ปี เม่อื ตน้ อะโวคาโดอายไุ ด้
3 ปี จะเรม่ิ ใหผ้ ลผลติ ปรมิ าณการใสป่ ยุ๋ ตอ่ ตน้ จะเพมิ่ ขนึ้ ตาม
การให้ผล และปยุ๋ ทใ่ี ชค้ วรเปลยี่ นไปดังน้ี ในระยะต้นปที ี่ 3
จะใสป่ ุ๋ยเหมือนปที ่ี 2 แต่ปริมาณปุย๋ เพมิ่ ข้ึนเปน็ ต้นละ 400
กรัม ใส่ 2 ครงั้ ในชว่ งตน้ ฤดฝู นและกลางฤดูฝน พอถงึ ปลาย
ฤดฝู นราว ๆ เดือนตุลาคม จะเปลี่ยนเป็นปุ๋ยทม่ี ฟี อสฟอรสั
หรอื โพแทสเซยี มสูง เช่น 8-24-24 หรอื 9-24-24 ในดนิ ร่วน
ปนทรายหรอื ดนิ ทราย ส่วนดินรว่ นเหนียวควรใชป้ ยุ๋ สูตร 12-
24-12 อตั รา 500 กรมั ตอ่ ตน้ เพอ่ื ใหต้ น้ อะโวคาโดออกดอกดี
และเมือ่ ตดิ ผลแลว้ จึงใส่ปุย๋ อตั ราส่วน 3:1:1 ใหม่ เพอ่ื ให้ผล
เจริญเตบิ โตดแี ละตดิ ผลไดม้ าก โดยอาจใสย่ ูเรยี ผสมป๋ยุ สตู ร
15-15-15 อัตราส่วน 1:1 เพิม่ ขน้ึ อกี ตน้ ละ 500 กรมั ในปี
ตอ่ ๆ ไปอาจใชว้ ธิ วี ดั ระยะจากโคนตน้ ไปยงั ชายพมุ่ เปน็ เมตร

66

การเก็บเก่ียว โรคและแมลงศตั รู

ก่อนการเก็บเกี่ยวอะโวคาโดต้องตรวจสอบว่าผลแก่ • โรครากเนา่
เกบ็ เกยี่ วไดห้ รอื ไม่ โดยพจิ ารณาถงึ ระยะเวลาทเ่ี กบ็ เกย่ี วของ เปน็ โรคทสี่ ำ� คญั ทีส่ ุดของอะโวคาโดที่ระบาดในตา่ ง
อะโวคาโดแต่ละพันธน์ุ ้ัน ๆ จากน้นั ทดลองเก็บผลบนต้นใน ประเทศ และเป็นอปุ สรรคทีส่ ำ� คญั ของการปลกู อะโวคาโดใน
ระดบั ตา่ ง ๆ ประมาณ 6 - 8 ผล เพอื่ ผ่าดูเยื่อห้มุ เมล็ด หาก ประเทศไทยเชน่ กนั โดยพบวา่ ตน้ อะโวคาโดทก่ี ำ� ลงั ใหผ้ ลผลติ
เย่ือหุ้มเมล็ดเป็นสีน�้ำตาลท้ังหมดก็สามารถเก็บเก่ียวได้ เต็มท่ี อายปุ ระมาณ 10 ปี แสดงอาการของโรคนอ้ี ยูเ่ สมอ
นอกจากน้ีควรพิจารณาลักษณะภายนอกของผลเพ่ือให้ สาเหตุของโรคเกดิ จากเชอ้ื ราในดนิ ซึ่งเป็นเชื้อเดยี วกบั ทีพ่ บ
มนั่ ใจวา่ ผลแกแ่ ลว้ เนอ่ื งจากบางครงั้ ในตน้ เดยี วกนั อาจมกี าร ในตา่ งประเทศ เช้ือนอี้ าจติดมากบั ดนิ ปลกู และมักจะระบาด
ออกดอก 2 ชดุ ทำ� ใหอ้ ายขุ องผลไม่เท่ากัน ในการเก็บเก่ียว มากในดินทีช่ ้นื แฉะ มีการระบายน�้ำไมด่ ี เช้ือราสามารถเขา้
ต้องให้มีขั้วผลติดอยู่กับผล หากข้ัวผลหลุดออกจากผลจะ ท�ำลายได้ทางบาดแผลของรากท่ีเกิดจากการไถพรวน หรือ
ทำ� ใหผ้ ลเสยี หายได้งา่ ยขณะบม่ ใหส้ กุ วธิ กี ารเก็บเกีย่ ว ท�ำได้ การใชจ้ อบขดุ พรวน
โดยเดด็ หรอื ใชก้ รรไกรตดั ขว้ั ผลหลดุ ออกจากกง่ิ อาจใชบ้ นั ได อาการของโรค : ใบจะเล็กลงกว่าปกติ ใบสีเขียว
ปนี ขึ้นไปเกบ็ หรือใชต้ ะกร้อทีม่ ใี บมดี ตัดข้ัว สอยใหต้ ดิ ขัว้ หรือ อมเหลอื ง เห่ยี วเฉา และรว่ งหล่น ก่งิ จะแหง้ ตายจากยอดลง
ใชก้ รรไกรดา้ มยาวทม่ี ที หี่ นบี ขว้ั ผลไวไ้ มใ่ หผ้ ลตกเสยี หาย ควร มายงั ราก ตน้ ทเี่ ปน็ โรคจะมสี ดี ำ� เนา่ แหง้ ผลผลติ ลดลงผลเลก็
ระมดั ระวงั ไมใ่ หผ้ วิ ผลเสยี หาย เมอ่ื เกบ็ แลว้ ใหใ้ สล่ งในภาชนะ การป้องกันก�ำจัด : ควรมีการระบายน้�ำในแหล่ง
ท่ีรองด้วยกระดาษหรือฟองน�้ำท่ีป้องกันความเสียหายได้ ปลูก ไมม่ นี �้ำขัง ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กิดการชะลา้ งหนา้ ดนิ จากตน้
นำ� ไปคดั แยกเอาผลทไี่ มไ่ ดค้ ณุ ภาพตามทกี่ ำ� หนดออก ตดั ขวั้ ผล เปน็ โรคไปยงั แหลง่ อืน่ ใชต้ ้นตอท่ปี ราศจากโรคมาปลูก โดย
ให้ส้นั ลงเหลอื เฉพาะส่วนฐานของข้วั ท่ตี ดิ กบั ผล ฆา่ เช้อื ทตี่ ิดมากบั เมลด็ ด้วยการจ่มุ น�้ำอุน่ อุณหภูมิ 60 องศา
เซลเซียส นาน 20 นาที ก่อนท�ำการเพาะและอบดินด้วย
ความรอ้ นหรอื ไอนำ�้ เดอื ดกอ่ นนำ� มาเปน็ วสั ดเุ พาะ อกี วธิ หี นง่ึ
คอื ใชต้ น้ ตอตา้ นทานโรครากเนา่ เชน่ ในแคลฟิ อรเ์ นยี ใชต้ น้ ตอ
พันธ์ุดกุ๊ และจ-ี 6 แตใ่ นประเทศไทยยงั ไมม่ กี ารใชใ้ นการปลกู
เป็นการค้า เม่ือพบต้นเป็นโรคแล้วต้องควบคุมการให้น�้ำ
ระมัดระวังไม่ให้ดินจากต้นท่ีเป็นโรคเคล่ือนย้ายไปยังต้นอ่ืน
และอย่าปลอ่ ยใหด้ ินชน้ื แฉะนานเกินไป อบฆา่ เชอื้ ในดนิ ด้วย
วาปาม (Vapam) หรือใช้รโิ ดมลิ ผสมนำ้� รดในแหลง่ ที่เป็นโรค
อาจปลกู พชื อน่ื ทไี่ มใ่ ชพ้ ชื อาศยั ของเชอ้ื ราชนดิ นี้ เชน่ ปลกู ผกั
เปน็ พชื หมุนเวียนเพ่อื ให้โรคน้หี มดไปได้ แลว้ จงึ กลบั มาปลูก
อะโวคาโดใหม่
• โรคจุดด�ำหรอื โรคแอนแทรคโนส

เกิดจากเชื้อรา โดยเช้ือจะเข้าทำ� ลายตั้งแต่ผลยังมี
ขนาดเล็กจนกระท่ังผลเร่ิมสุกในผลดิบ จะพบจุดสีน�้ำตาล
เช้ือจะเจริญได้ดีในขณะที่ความช้ืนสูง ถ้าเชื้อเจริญเข้าไปใน
เน้ือผลจะท�ำให้ผลร่วงหล่น หรือเช้ืออาจไม่เจริญแต่อาจจะ
แสดงอาการในตอนบม่ ก็ได้

การปอ้ งกนั กำ� จดั : ในชว่ งฤดฝู นควรฉดี พน่ สารเคมี
ป้องกันก�ำจัด โดยใช้ไซเนปผสมมาเนป ช่ือการค้า ได้แก่
เอซนิ แมก ไดเทนเอม็ -45 หรอื ไตรแมนโซน หรอื อาจใชเ้ บนเลท
อตั รา 30 - 45 กรมั ผสมน�้ำ 20 ลติ ร หรือ 2 - 3 ช้อนแกง
ตอ่ น�ำ้ 1 ป๊บี ฉดี พน่ ทกุ 10 - 14 วัน โรคแอนแทรคโนสอาจ
เกิดบนใบและกิ่งได้เชน่ กัน

67

• โรคแคงเกอร์ เรียวแหลม ปกี คู่หลังบางใส มขี นาดยาว 11 - 14 มลิ ลเิ มตร
เกดิ จากเชอ้ื รา ซงึ่ ทำ� ใหผ้ ลเนา่ นอกจากนยี้ งั พบเชอ้ื กวา้ ง 4 - 6 มิลลิเมตร ตวั เต็มวยั จะกดั กนิ ใบอะโวคาโดจน
ทเี่ ปน็ กบั กง่ิ และปลายใบดว้ ย อาการทพี่ บจะมจี ดุ สนี ำ�้ ตาลดำ� แหว่งหรือเป็นรูพรุน ถ้ามีจ�ำนวนมากจะกัดกินใบหมดเหลือ
ท่ีผิวของผลท่บี ่มหรือใบ จุดอาจขยายทั่วผวิ ผลและมกั พบว่า แตก่ ง่ิ บางครง้ั พบวา่ ทำ� ลายชอ่ ดอกอะโวคาโดดว้ ย นอกจากน้ี
เป็นทางดา้ นกน้ ผลมาก มผี ลท�ำให้เนอ้ื เนา่ ผวิ เปลือกบุ๋ม ยังกินใบมะม่วง มะม่วงหมิ มะพานต์ ล้ินจี่ สม้ และน้อยหนา่
การป้องกันก�ำจัด : ใช้สารเคมีชนิดเดียวกับโรค ด้วย
แอนแทรคโนส
• โรคใบจุดจากเชื้อสาหร่าย การป้องกันก�ำจัด : ใชด้ ลี ครนิ 50% (W.P.) ความ
โรคนพี้ บมากในฤดฝู น ชว่ งเดอื นกรกฎาคมถงึ กนั ยายน เขม้ ข้น 0.1 - 0.5% ฉดี พ่นตามใบ
โดยอาการของโรคจะพบจดุ สนี ำ�้ ตาลแดง รปู รา่ งคอ่ นขา้ งกลม
นูนกระจายอยทู่ ่วั ไปบนผวิ ใบ ท�ำให้ประสทิ ธภิ าพในการปรงุ • หนอนผีเสอ้ื
อาหารของต้นอะโวคาโดลดลง
การปอ้ งกันก�ำจดั : ใช้คอปเปอรซ์ ัลเฟต 3 - 5 ชอ้ น ตวั เตม็ วยั มลี กั ษณะเมอื่ เกาะจะกางปกี กวา้ งประมาณ
แกงตอ่ น�ำ้ 5 ลิตร ฉดี พน่ ป้องกัน 4 - 5 เซนตเิ มตร ปกี และตวั มขี นปกคลุมยาวสสี ้ม ตัวเต็มวยั
จะวางไข่สีขาวใต้ใบอะโวคาโด ตัวละ 100 - 150 ฟอง
แมลงศตั รูของอะโวคาโด หลังจากนั้น 2 - 3 วัน ไข่จะฟักเป็นตัวหนอน ตัวหนอน
จะมอี ายุ 5 วนั เชน่ เดยี วกบั หนอนไหมแลว้ เขา้ ดกั แด้ โดยชกั ใย
• ด้วงงวงกดั กนิ ใบ สเี หลืองหุ้มดกั แดห้ วั ทา้ ยแหลม ระยะดกั แด้ใช้เวลาประมาณ
ดว้ งงวงกดั กนิ ใบ หรอื ทเี่ รยี กวา่ แมลงคอ่ มทอง หรอื 3 - 4 สปั ดาหก์ ็เปน็ ตวั เต็มวัย มกั พบระบาดมากในชว่ งเดือน
แมลงสะแก ตวั เมยี วางไขต่ ามรอยแตกบนพน้ื ดนิ ตามกองขยะ กรกฎาคมถงึ ธนั วาคม ตน้ ทถี่ กู กดั กนิ ใบมากจะทำ� ใหไ้ มอ่ อกดอก
หรืออินทรียวัตถุ ไข่จะฟักออกเปน็ ตวั หนอนภายใน 10 - 11 เนอื่ งจากเสียอาหารสะสมไป
วนั หนอนจะกัดกนิ รากพชื อยู่ 5 - 6 เดอื น ก็เข้าดกั แดใ้ ชเ้ วลา
14 - 15 วนั รวมวงจรชวี ติ จากระยะไขจ่ นถงึ ตวั เตม็ วยั ประมาณ การปอ้ งกนั กำ� จัด
174 - 206 วนั ตวั เต็มวัยมีล�ำตัวสดี �ำ ปีกสเี ขยี ว ส่วนปาก
ยาวยน่ื ออกมาเปน็ วง ตากลมเลก็ สดี ำ� ปกี คหู่ นา้ ดา้ นบนมรี อย 1. ฉีดพ่นสารเคมีท�ำลายหนอน โดยใช้คาร์บาริล
บุ๋มเล็ก ๆ เรียงเป็นเส้นขนาดตามยาวของปีก ส่วนท้ายสุด 85 เช่น เอส-85 หรือเซฟวิน-85 อัตรา 30 - 45 กรมั ผสม
น้�ำ 20 ลติ ร ควรกำ� จัดในระยะเวลาตน้ ๆ ของหนอนจะได้
ผลดี

68

2. จบั ดกั แด้เผาไฟ มจี ดุ สชี มพปู นดำ� ทว่ั ลำ� ตวั หนอนโตเตม็ ทยี่ าว 5 - 7 เซนตเิ มตร
3. จบั ตวั แก่ทำ� ลาย ดักแด้สีน�้ำตาลปนแดง ตามล�ำตัวมีหนามงอเรียงเป็นแถบ
• เพลยี้ ไฟ ผีเสื้อตวั เมยี จะวางไข่ตามรอยแตกของเปลือก เม่อื ไขฟ่ กั เป็น
ตัวหนอน หนอนจะเข้าไปในส่วนของล�ำตัวและกิ่ง ท�ำโพรง
เพล้ยี ไฟมักระบาดในช่วงฤดรู อ้ น ซ่งึ เป็นระยะแทง อาศยั และกดั กนิ ทำ� ใหใ้ บของกงิ่ แหง้ เหย่ี ว ตวั เมยี ตวั หนงึ่ วางไข่
ชอ่ ดอกหรือดอกบาน โดยจะดดู กนิ น้�ำเลีย้ งจากช่อดอกทำ� ให้ ไดป้ ระมาณ 600 ฟอง โดยวางไขไ่ วเ้ ด่ียวๆ ไข่จะฟักเป็นตัว
ชอ่ ดอกสั้นลง หรอื เข้าทำ� ลายในระยะดอกบานจะท�ำใหด้ อก ภายใน 7 - 8 วนั หนอนจะเจริญเติบโตในกง่ิ และต้นใช้เวลา
หดแห้งร่วง บางคร้ังท�ำลายขณะติดผลอ่อนท�ำให้ผลเปลี่ยน 20 เดอื น และเข้าดักแดก้ ินเวลา 3 - 7 สปั ดาห์ ตัวเตม็ วยั
เปน็ สนี �ำ้ ตาลมีตำ� หนิ อายุ 2 สัปดาห์

การปอ้ งกันก�ำจัด : ใชส้ ารเคมปี ้องกนั ก�ำจดั แมลง การปอ้ งกนั กำ� จดั
ชนิดดูดซึมฉีดพ่นเมื่อเริ่มแทงช่อดอก เช่น โมโนโครโตฟอส
อตั รา 30 ซ.ี ซี. ผสมนำ�้ 20 ลิตร 1. ตดั กิง่ ท่หี นอนทำ� ลายน�ำไปเผาไฟทิง้
2. ใชล้ วดขงึ ตะขอดงึ เอาตัวหนอนจากโพรงทเี่ จาะ
• เพลย้ี แป้งดูดกนิ น้ำ� เลีย้ งจากกงิ่ 3. ฉีดสารเคมีเข้ารูท่ีเจาะด้วยคาร์บอนไดซัลไฟต์
เพลยี้ แปง้ จะดดู กนิ นำ้� เลยี้ งทก่ี ง่ิ และใบ ทำ� ใหก้ งิ่ และ หรือน้�ำมนั เบนซินรลู ะ 2 - 5 ซ.ี ซี. แล้วใชด้ นิ เหนยี วอดุ ไว้
ใบไม่เจริญเติบโต บางคร้ังท�ำให้มีราด�ำจับตามก่ิงและใบ 4. ใชแ้ มลงศตั รธู รรมชาติพวกแตนเบยี นควบคุม
เนอ่ื งจากมลู ของเพลยี้ ทถ่ี า่ ยออกมานนั้ เหมาะสำ� หรบั การเจรญิ
ของราด�ำ ดังน้ันถ้าก�ำจัดเพลี้ยให้หมดไปราด�ำก็จะหมดไป
ด้วย
การปอ้ งกันก�ำจดั : ถ้าเปน็ น้อยใหต้ ัดกงิ่ เผาไฟ ถ้า
เป็นมากให้ใชส้ ารเคมีชนดิ ดดู ซมึ ผสมไวท์ออยล์ (white oil)
ฉดี พ่น
• เพลีย้ หอย

เพลย้ี หอยมหี ลายชนดิ ทที่ ำ� ลายยอดออ่ นและใบของ
อะโวคาโด เพลีย้ พวกนมี้ ีเปลอื กห้มุ ล�ำตวั แข็ง อาการที่พบใน
ใบคือ ด้านล่างของใบจะถูกดูดกินน้�ำเล้ียงทำ� ให้ด้านบนของ
ใบท่ีเพล้ียหอยจับอยู่มีสีซีดเหลือง ถ้าเป็นที่กิ่งอ่อนจะท�ำให้
กิง่ เห่ยี วแห้ง

• หนอนเจาะกงิ่

เปน็ หนอนผเี สอ้ื กลางคนื มลี ำ� ตวั ยาวประมาณ 2 - 3
เซนติเมตร เมอ่ื กางปกี ออกกว้าง 4.8 เซนตเิ มตร ตามปกี จะ

69

อะโวคาโดในประเทศไทย 4. พนั ธุ์แฮสส์ (Hass) เปน็ พนั ธ์ุการคา้ อันดับ 1 ของ
โลก เป็นพนั ธุ์เผา่ กวั เตมาลนั ลกั ษณะผลรูปไข่ ผวิ ผลขรุขระ
ส�ำหรับประเทศไทยอะโวคาโดถูกน�ำมาปลูกโดย มาก ผิวสีเขียว เม่ือสุกอาจเป็นสีเขียวเข้มหรือม่วงเข้ม ผล
โครงการหลวง ซ่ึงน�ำอะโวคาโดมาทดลองปลูกท่ีพื้นท่ีศูนย์ มขี นาดเลก็ นำ้� หนกั 200 - 300 กรมั เนอื้ ผลสเี หลอื ง มไี ขมนั
พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง เม่ือประมาณปี พ.ศ. 2526 ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดมีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
ปราฏวา่ ผลผลติ ทไ่ี ดม้ คี ณุ ภาพดี จงึ นำ� มาสง่ เสรมิ ใหเ้ กษตรกร เก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนพฤศจิกายน แต่พันธุ์แฮสส์มีปัญหา
ปลูกเป็นพืชสร้างรายได้ในพ้ืนท่ีเขตภาคเหนือเป็นหลัก หากความสูงจากระดับน�้ำทะเลไม่เพียงพอจะท�ำให้ผลผลิต
เนื่องจากอะโวคาโดเติบโตได้ดีในพ้ืนท่ีภาคเหนือที่มีอากาศ ไม่คอ่ ยดี
หนาวเย็น โดยพันธุ์อะโวคาโดที่น�ำมาปลูกและให้ผลผลิตดี
และไดร้ ับความนิยมมีหลายสายพนั ธุ์ ไดแ้ ก่

1. พนั ธุป์ ีเตอรส์ นั (Peterson) เปน็ เผ่าเวสต์อนิ เดียน
ลกั ษณะผลค่อนข้างกลม มีขนาดเล็กถงึ ขนาดกลาง นำ�้ หนกั
200 - 300 กรมั เนอ้ื ผลสเี หลอื งอมเขยี ว รสดเี มลด็ ใหญอ่ ยใู่ น
ชอ่ งเมลด็ แนน่ เปน็ พนั ธเ์ุ บา เกบ็ เกย่ี วผลไดใ้ นเดอื นกรกฎาคม -
สงิ หาคม พนั ธุน์ ้เี ป็นพนั ธทุ์ ่นี ยิ มทส่ี ดุ และมคี ณุ สมบัติทีด่ ี

2. พันธุ์บูธ 7 (Booth-7) เป็นลูกผสมระหว่างเผ่า
กัวเตมาลัน และเวสต์อินเดียน ผลลักษณะค่อนข้างกลม
ขนาดกลาง น�้ำหนกั 300 - 500 กรมั ผิวผลขรขุ ระเลก็ น้อย
สเี ขยี ว เปลือกหนา เนือ้ สีเหลืองออ่ น รสดี เมล็ดขนาดกลาง
มไี ขมนั 7 – 14 เปอร์เซน็ ต์ ชว่ งเกบ็ เก่ยี วผลประมาณเดอื น
กนั ยายน - ตุลาคม

3. พนั ธ์ุบธู 8 (Booth-8) ลักษณะผลรปู ไข่ ขนาดเล็ก
ถึงกลาง น�้ำหนกั ประมาณ 270 - 400 กรมั ผิวผลขรุขระ
เล็กน้อย สีเขียว เปลือกหนา เน้ือสีครีมอ่อนรสชาติพอใช้
มีไขมนั 6 - 12 เปอรเ์ ซ็นต์ เมลด็ มขี นาดกลางถงึ ใหญอ่ ยใู่ น
ชอ่ งเมลด็ แนน่ ฤดเู กบ็ เกย่ี วประมาณเดอื นกนั ยายน - ตลุ าคม

70

ประโยชนข์ องอะโวคาโด 12. การรับประทานอะโวคาโดเป็นประจ�ำจะช่วย
ป้องกันและลดความถขี่ องการเกิดโรคเหนบ็ ชาได้
1. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้อง
เซลล์ต่าง ๆ ภายในรา่ งกายไมใ่ ห้ถูกท�ำลาย 13. อะโวคาโดมีประโยชน์อย่างมาก ซ่ึงเหมาะให้
ลกู นอ้ ยรบั ประทานเป็นอาหารเสริม แมว้ า่ จะมีแคลอรีสงู แต่
2. เป็นผลไม้ทส่ี ามารถช่วยลดร้ิวรอยแห่งวยั ไดด้ กี ว่า กอ็ ดุ มไปดว้ ย DHA และไขมนั ดี (HDL) ในปรมิ าณทส่ี งู เชน่ กนั
ผลไมช้ นิดอืน่ ๆ จึงช่วยคงความอ่อนเยาว์ได้เป็นอย่างดี
14. มโี ฟเลตสงู ซ่ึงเปน็ แรธ่ าตุทมี่ ีความส�ำคัญสำ� หรบั
3. ช่วยบ�ำรงุ และรักษาสายตาได้ หญิงตัง้ ครรภอ์ ยา่ งมาก เพราะจำ� เป็นส�ำหรบั ทารกในครรภ์
4. ชว่ ยลดนำ�้ หนกั การรบั ประทานอะโวคาโดสามารถ
ช่วยลดน้�ำหนักตัวและลดระดับไขมันชนิดเลว (LDL) ลงได้ 15. น�้ำมันอะโวคาโดเป็นนำ�้ มันท่ีดูดซึมเข้าสู่ผิวหนัง
อยา่ งชัดเจน ไดด้ ที สี่ ดุ หากเทยี บกบั นำ้� มนั อนื่ ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ นำ้� มนั ถวั่ เหลอื ง
5. เปน็ แหลง่ ของกรดไขมนั ชนดิ ดี (HDL) ซง่ึ มปี ระโยชน์ น�้ำมันข้าวโพด อลั มอนด์ หรอื แม้กระท่ังน�้ำมันมะกอก
ตอ่ ร่างกายอยา่ งมาก เพราะมคี ุณสมบัติในการช่วยลดไขมัน
เลวในหลอดเลือดได้ จึงช่วยป้องกันการสะสมของไขมันใน 16. นำ�้ มันอะโวคาโดสามารถนำ� มาใชน้ วดศีรษะเพอ่ื
เส้นเลอื ด ช่วยลดโอกาสเสย่ี งของโรคเส้นเลอื ดหวั ใจตบี และ ชว่ ยเร่งการงอกของเสน้ ผมได้
โรคหัวใจวาย
6. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรค 17. อะโวคาโด นิยมรับประทานเป็นผลไม้สด หรือ
มะเรง็ ได้ รบั ประทานรว่ มกบั ไอศกรมี นมขน้ หวาน นำ�้ ตาล เคก้ สลดั ฯลฯ
7. มวี ิตามนิ ซีซง่ึ ชว่ ยปอ้ งกันหวดั ได้
8. มีสรรพคุณช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออก 18. เน้ือของอะโวคาโดสามารถน�ำมาปรุงอาหาร
ตามไรฟนั แทนเนยได้
9. ช่วยปอ้ งกนั การเกิดโรคปากนกกระจอก
10. มโี ปรตนี สงู กวา่ ผลไมช้ นดิ อนื่ เปน็ โปรตนี ทยี่ อ่ ยงา่ ย 19. สามารถนำ� มาสกดั นำ้� มนั ทำ� เปน็ เคร่ืองส�ำอางได้
มีเสน้ ใยอาหารสงู จึงช่วยในการขับถ่ายไดเ้ ป็นอย่างดี 20. อะโวคาโดสดสามารถใช้บ�ำรุงผิวพรรณและ
11. ไขมันในอะโวคาโดสามารถช่วยดูดซึมสาร เส้นผมได้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงผู้ที่มีผิวแห้ง ซึ่งจะช่วยท�ำให้
แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งเป็นตัวช่วยต่อต้านอนุมูล มผี วิ พรรณทีช่ มุ่ ชน้ื เปล่งปลงั่ มชี วี ติ ชีวาได้
อิสระอันทรงพลังได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นไลโคปีน เบตา แม้ว่าอะโวคาโดจะเป็นไขมันดี แต่อย่างไรก็ตาม
แคโรทีน หรือลูทีนในผกั ผลไมต้ ่าง ๆ
ไมค่ วรรบั ประทานเกนิ วันละ 1 ลกู

ทีม่ าขอ้ มลู : https://medthai.com/อะโวคาโด, คลังองค์ความรู้เพอ่ื การพฒั นาพ้ืนทีส่ ูงอยา่ งยง่ั ยนื เร่อื ง อาโวกาโด
และ คณุ สำ� เริง กลั่นกล่นิ

71


Click to View FlipBook Version