บทเรียนจากหนงั สือ
โยบ
เล่ม 5
โต้ตอบขอ้ กล่าวหาทไี่ มเ่ ป็นความจริง
สบุ นิ ปนั้ บุญ
ครสิ ตจกั รของพระคริสต์ หม่บู ้านมติ รภาพ
1
“โตต้ อบขอ้ กลา่ วหา
ทไี่ มเ่ ป็นความจริง”
(โยบ 6)
โยบ 6:1-3 “โยบจึงตอบว่า โอ ขอให้การ
วิตกเดือดร้อนของข้าน้ันได้ถูกชั่งด้วยตราชู
เทียบกับภัยพิบัติที่ข้าได้รับไว้อย่างละเอียด
ด้วยว่าภัยพิบัติน้ันมันหนักเสียยิ่งกว่าทรายใน
ทะเล เหตุฉะน้ันข้าจึงได้พูดออกมาเพ่ือบรรเทา
ทกุ ขเ์ ท่านัน้ ”
2
คานา:1.เราจะโต้ตอบข้อกล่าวหาการฟ้องร้อง
หรอื รับฟังคาแนะนาท่เี พยี้ นไดอ้ ย่างไร?
เราจะมปี ฏกิ ิริยาอย่างไรแม้กระท่ังคนที่เรา
รักไม่เช่ือเรา? สภาวะเช่นน้ันมันช่างเจ็บปวด
กลดั กลุม้ ใจ และผิดหวงั อยา่ งแรง
2.โยบคงมีอารมณ์รุนแรง เป็นพายุพัด
ก ร ะ ห น่ า ห ลั ง จ า ก ท่ี ไ ด้ ฟั ง อ ะ ลี ฟ า ศ ส ห า ย
กล่าวหาใส่ร้ายว่า โยบเป็นต้นเหตุนาความ
หายนะมาให้ตวั เอง
เราคงรู้สกึ เจ็บปวดเหมือนโยบ เม่ืออะลฟี า
ศกล่าวหาว่าโยบถูกพระเจ้าลงโทษเพราะความ
บาปที่โยบได้กระทา ถ้าเป็นเราทั้งหลายเราคง
จะโกรธฉุนเฉียว และโต้ตอบโดยไม่มีดวง
วิญญาณเหมือนพระเยซู ให้เราพิจารณาดูว่า
3
โยบโต้ตอบข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง
อย่างไร?
I.“โอ!ขอให้การวิตกเดือดร้อนของข้าน้ันช่าง
ดว้ ยตราชู” (6:2)
1.โยบโต้ตอบข้อกล่าวหาของอะลฟี าศ พูด
ง่ายๆ โยบจะพูดว่า “เชิญมาดูหน้าข้าให้เต็ม
ตา” (6:28)
ให้เรามองดูโยบให้เต็มตา โยบสูญเสียลูก
ไปทง้ั 10 คน ผู้ที่สญู เสียลกู ไปแม้แต่คนเดียวไม่
ต้องถึงกับ 10 คนพร้อมกัน จะมีความทุกข์
โศกเศร้ามากแค่ไหน ผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์
ที่สูญเสียลูกไปจะไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ท่ี
โศกเศร้าเจ็บปวดเป็นอย่างไร อะลีฟาศไม่มี
4
ทางเข้าใจความโศกเศร้าของโยบได้ เพราะอะ
ลีฟาศไม่เคยมีประสบการณ์เหมอื นกบั โยบ
2.โยบยังประสบกับความเจ็บปวดทรมาน
ด้านร่างกายอย่างมาก แม้ว่าโยบจะมีความ
อดทนต่อความเจ็บปวดมากสักแค่ไหนแต่โยบก็
ยั ง ต้ อ ง ก า ร ไ ด้ รั บ ค ว า ม บ ร ร เ ท า จ า ก ค ว า ม
เจ็บปวด ร่างกายของโยบเต็มไปด้วยฝีพุพอง
เต็มไปทั้งตัวต้ังแต่ศีรษะจรดเท้า (โยบ 2:7)
โยบน่ังอยู่บนกองข้ีเถ้าใช้กระเบื้องหม้อแตกขูด
ตวั เพือ่ บรรเทาความเจ็บปวด
โยบ 2:8 “ท่านจึงเอากระเบื้องหม้อแตก
มาขดู ตวั และนัง่ จมลงในกองเถา้ ”
3.เม่ือสหาย 3 คนได้มาเย่ียมโยบ เห็นคร้ัง
แรกจาโยบไมไ่ ด้
5
โยบ 2:12 “เมื่อเขามองเห็นท่านแต่ไกลก็
จา ท่ า น ไ ม่ ไ ด้ เ ข า ท้ั ง ส า ม จึง เ ป ล่ ง เ สี ย ง
ร้องไห้ และฉีกเสื้อคลุมของตนทุกคน และเอา
ผงคลีดินซัดข้ึนไปบนอากาศเหนือศีรษะของ
เขา”
โยบเจ็บปวดท้ังด้านอารมณ์ และร่างกาย
ย่ิงกว่านั้นโยบสูญเสียไร่นาปศุสัตว์คนงาน
ลูกจา้ งทง้ั หมด
4.นอกเหนือจากการสูญเสียสิ่งของทั้งปวง
เหล่านั้นแล้ว โยบถูกกล่าวหาโดยอะลีฟาศว่า
โยบทาบาป สมควรได้รับการลงโทษจากพระ
เจ้า
คากล่าวหาของอะลีฟาศเจ็บหนักเหมือน
มดี แทง โยบตอบอะลฟี าศวา่
6
โยบ 6:2 “โอ ขอให้การวิตกเดือดร้อนของ
ข้านั้นได้ถูกช่ังด้วยตราชูเทียบกับภัยพิบัติท่ีข้า
ไดร้ บั ไว้อยา่ งละเอียด”
คากล่าวหาของอะลีฟาศหนักกว่าทรายใน
ทะเล
โยบ 6:3 “ด้วยว่าภัยพิบัตินั้นมันหนักเสีย
ยิ่งกว่าทรายในทะเล เหตุฉะนั้นข้าจึงได้พูด
ออกมาเพื่อบรรเทาทกุ ขเ์ ทา่ นนั้ ”
อะลีฟาศไม่สามารถเข้าใจความเจ็บปวด
ของโยบได้
II.“โอ! ถ้าแม้นข้าฯ จะไดส้ มดังปรารถนาของ
ข้าฯ แลว้ ” (6:8)
7
1.เพราะความเจ็บปวดท้ังด้านอารมณ์
และร่างกายฝงั ลกึ อยูใ่ นใจของโยบ โยบตอ้ งการ
อยากจะตายเพ่ือหนใี หพ้ ้นจากความทรมาน
โยบ 6:8-9 “โอ ถ้าแม้นข้าจะได้สมดัง
ความปรารถนาของข้าแล้วและพระเจ้าจะทรง
โปรดให้ตามท่ีข้าอยากได้ คือพระเจ้าจะทรง
เห็นชอบท่ีจะทาลายข้าเสีย และพระองค์จะ
ทรงละพระหัตถ์ของพระองค์ไปจากข้า และ
ปล่อยขา้ ไปตามยถากรรม”
โยบบรรยายความเจ็บปวดว่า “ไม่มีการ
พักผ่อนเลย” (โยบ 6:10) สาหรับโยบความ
เจ็บปวดไมม่ กี ารหยดุ พักเลย โยบต้องการให้จบ
เสียที นี่เป็นเหตุที่โยบขออยากตายเป็นเร่ือง
เศรา้ ทีค่ นจะตกอยูใ่ นสถานะแบบนั้น
8
2.พระเจ้าไม่ได้ตอบสนองความต้องการ
ของโยบทันที เพราะว่าพระองค์มีจุดประสงค์ท่ี
ยงิ่ ใหญ่กว่า
พระเจ้าต้องการให้เรารู้ว่าพระองค์เป็นผู้
บงการมนุษย์โลก และเพ่ือผลประโยชน์ของเรา
เ ร า ส า ม า ร ถ ม อ ง ย้ อ น ชี วิ ต ข อ ง เ ร า ใ น อ ดี ต
ขอบคุณพระเจ้าท่ีพระองค์ไม่ได้ตอบสนองตาม
ความปรารถนาของเรา
III.“ดว้ ยว่าข้าฯ มิไดเ้ คยละเมิดคาสั่งสอนของ
ท่านผู้บรสิ ุทธิ์” (6:10)
ข้อ10 “แล้วข้ายังจะมีความช่ืนใจ เออ ข้า
ยังจะมีความยินดีในความเจ็บปวดซ่ึงไม่มีการ
พักผ่อนเลย ด้วยว่าข้ามิได้เคยละเมิดคาสัง่ สอน
ของท่านผู้บรสิ ทุ ธ์ิ”
9
1.เราสามารถพูดประโยคนี้เต็มปากเต็มคา
เหมอื นโยบไดไ้ หม?
โยบบอกอะลีฟาศ ว่าถ้าพระเจ้าให้เขาตาย
ตามคาขอโยบก็จะตายอย่างผู้ชอบธรรม และ
ไปยังหลุมฝังศพด้วยความมั่นใจว่าเขาสัตย์ซ่ือ
ต่อพระเจ้ามาโดยตลอด เราสามารถพูดด้วย
ความมั่นใจว่าเราสัตย์ซ่ือต่อพระเจ้ามาโดย
ตลอดไดไ้ หม?
2.โยบยังสับสน และไม่เข้าใจว่าทาไม
โศกนาฏกรรมอันเลวร้ายเกดิ ขน้ึ กบั ตัวท่าน
โยบ6:12-13 “กาลังกายของข้าทนทานได้
อย่างก้อนหินหรือ กล้ามเนื้อของข้าเป็นเช่น
ทองเหลอื งหรอื กาลงั ใจของข้าก็หมดไปทั้งส่ิงที่
จะชชู ว่ ยใหเ้ ปน็ ปกตกิ ็เสยี ไปหมดแล้ว”
10
แตจ่ งขอบคุณพระเจ้าสาหรับชีวิตของท่าน
โยบ ท่ีบริสุทธ์ิชอบธรรมแม้ว่าจะฟันฝ่าความ
ทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส เขาก็ยังสัตย์ซื่อต่อ
พระเจา้ ท่านจงึ เปน็ ตัวอยา่ งแกเ่ ราทัง้ หลาย
3.ใน 6:14-17,20 โยบตาหนิอะลีฟาศว่า
แล้งนา้ ใจขาดความเมตตาสงสาร
โยบ 6:14-16, 20 “คนท่ีกาลังทนความ
ทุกข์เวทนาอยู่ก็ควรท่ีจะได้รับความสงสารจาก
มิตรสหายของเขา แม้แต่เป็นผู้ที่ละเลยไม่ยา
เกรงท่านผู้ทรงฤทธิ์ มิตรสหายของข้าประพฤติ
ตนไม่สมชือ่ ดุจลาธารหรือห้วยท่ีไหลล้นฝง่ั น้าก็
ขุ่นเปน็ ตมเต็มไปด้วยน้าแข็งและหิมะซึ่งละลาย
หายไป แต่เมื่อถึงคราวอากาศอุ่นน้าก็ค่อยๆ
ลดลงและคร้ันถึงฤดูร้อนเข้ามันก็เหือดแห้งไป
11
ทีเดียว ต่างก็เก้อเพราะไม่สมประสงค์ เขาพา
กันมาทน่ี น้ั แล้วกห็ น้าจืดไป”
4.ในโยบ 6:21-23 โยบถามอะลีฟาศว่า
“ข้าฯ ไดข้ ออะไรจากท่านหรอื ?”
โยบ 6:21-23 “ท่านท้ังสามก็ไม่ดีดุจกัน
นั่นแหละ พอท่านมาเห็นภัยพิบัติเข้าเท่าน้ัน
ท่านก็ตกใจกลัว ข้าได้ขออะไรจากท่านหรือ
หรือข้าได้ขอทรัพย์สินจากท่านเพ่ือไปเป็น
สนิ บน ข้าได้ขอให้ท่านชว่ ยขา้ ให้พน้ จากมือศตั รู
หรือ หรือได้ขอให้ท่านใช้ค่าไถ่เพ่ือให้ข้าพ้น
จากมือของผูร้ ้าย”
โยบไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่เอา
ตัวเองมาก่อนและสหายทั้ง 3 ก็รู้ดี อะลฟี าศสา
มารถตอบคาถามของโยบว่า “ไม่” โยบไม่เป็น
คนท่ีเหน็ แกต่ ัว
12
IV.“ขอช้ีแจงให้ข้าฯรู้ว่าข้าฯ ไดท้ าผิดอะไร?”
(6:24-26)
โยบ 6:24-26 “ข้าขอให้สอนเท่านั้นและ
ข้าจะน่ิงฟัง ขอช้ีแจงให้ข้ารู้ว่าข้าได้ทาผิดอะไร
คาแนะนาที่ถูกต้องก็ย่อมมีน้าหนักมาก แต่
ข้อความซึ่งท่านได้อ้างมาแล้วน้ันไม่เห็นมี
ประโยชน์อะไร ท่านติคาเหล่าน้ันหรือ อันเป็น
ถ้อยคาที่พดู พล่อยๆ ออกมาจากปากของผู้ที่ย่อ
ทอ้ หมดทา่ แลว้ ”
1.โยบวางความหนกั ใจใหอ้ ะลีฟาศ
โยบรู้ว่าอะลีฟาศเป็นคนชอบธรรม แต่ข้อ
ก ล่ า ว ห า ข อ ง อ ะ ลี ฟ า ศ ที่ มี ต่ อ โ ย บ เ ป็ น ข้ อ
กล่าวหาท่ีผิดพลาด โยบพูดกบั อะลฟี าศวา่
โยบ 6:27-30 “เออ ท่านน้ีแหละเอาลูก
กาพร้าในเรือนเงินมาจับสลากกันและขายมิตร
13
ของตัวเสีย บัดน้ีขอเชิญมาดูหน้าข้าให้เต็มตาก็
จะเห็นประจักษ์ว่าข้ามิได้พูดมุสาเลย ขอให้
ท่านกลับคิดเสียใหม่อีกเถอะ อย่าให้มีความ
อยุติธรรมเลย เออ กลับคิดเสียใหม่เถอะด้วยว่า
คติของข้าอยู่ฝ่ายชอบธรรม มีความผิดร้าย
อะไรอยู่ทีล่ น้ิ ของข้าหรือ หรือข้าหมดความรู้สกึ
สงิ่ ทดี่ ีและชว่ั ไปเสยี แล้ว”
2.“เชิญมาดูหน้าข้าฯ ให้เต็มตาก็จะเห็น
ประจกั ษว์ า่ ขา้ ฯ ไมไ่ ดม้ ุสาเลย” (ขอ้ 28)
นี่เป็นคาเรียกร้องที่ท้าทาย ถ้าเราถูก
กล่าวหา คริสเตียนทุกคนควรใช้ชีวิตด้วย
ความชอบธรรม เราสามารถตอบผู้เคลือบแคลง
สงสัยอย่างเต็มปากเต็มคาว่า “คุณเชื่อผม
ไหม?”
14
สรุป: สิ่งท่ีมนุษย์ต้องการจากพระเจ้าคือความ
เมตตาสงสาร เมื่อเราไปยืนต่อหน้าพระพักตร
พระเจ้าในวันพิพากษา สิ่งท่ีเราร้องขอต่อพระ
เจา้ คือ “ความเมตตาสงสาร”
มัดธาย 5:7 “บุคคลผ้ใู ดมีใจเมตตาปราณีก็
เปน็ สุข เพราะว่าเขาจะไดร้ ับความเมตตาปราณี
เหมอื นกนั ”
บทเรยี นจากหนงั สอื
โยบ
สุบิน ปน้ั บญุ
คริสตจักรของพระครสิ ต์ หม่บู ้านมิตรภาพ