อิทธพิ ล
ของการเปน็ ตวั อยา่ ง
บทที่ 6
ครสิ เตยี นและอิทธิพลในการเป็นตัวอยา่ ง
ในชมุ ชน
สบุ นิ ปั้นบุญ
คริสตจกั รของพระคริสต์ หมู่บ้านมติ รภาพ
1
คริสเตียนและอทิ ธพิ ล
ในการเปน็ ตวั อยา่ ง
ในชมุ ชน
“อยา่ ให้สมาชิกใหม่ๆ เป็นเจ้าอธิการ เกรง
ว่าหัวจะสูง แล้วก็จะเลยล้มไปถูกปรับโทษ
เหมือนอย่างมารนั้น นอกนั้นเขาจะต้องมี
ช่ือเสียงดีท่ามกลางคนท้ังหลายท่ีอยู่ภายนอก
เกรงว่าเขาจะตกอยู่ในการติเตียนและในบ่วง
แรว้ ของมาร” (1 ตโิ มเธียว 3:6-7)
2
1เปโตร 4:15-16 “แต่ว่าในพวกท่านอย่า
ให้คนใดต้องมีโทษเพราะเป็นผู้ฆ่าคน หรือเป็น
คนขโมย หรือเป็นคนทาร้าย หรือเป็นคนท่ี
เทีย่ วยงุ่ กับธรุ ะของคนอนื่ แต่ถ้าผใู้ ดถูกการร้าย
เพราะมีชื่อว่าเป็นคริสเตียน อย่าให้คนน้ันมี
ความละอาย แต่ให้ถวายเกียรติยศแก่พระเจ้า
เพราะชอื่ น้ัน”
อารัมภบท : อยากย้าเตือนว่า ยังไง! ยังไง!
ท่านก็มีอิทธิพลในการเป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่น
ท่านหนีไม่พ้น ไม่ว่าท่านเป็นคริสเตียนดีหรือไม่
กต็ าม
3
จุดประสงคข์ องบทเรยี นในซรี นี่ เ้ี พอ่ื :
1.เพ่ือปลุกจิตสานึก: ให้คริสเตียนทุกคน
ตระหนักดีว่า เขามีอิทธิพลในการเป็นตัวอย่าง
แกผ่ ูอ้ น่ื
2.เพ่ือกระตุ้น: ให้คริสเตียนทุกคนจุด
ประกายในการมีอิทธิพลเป็นตัวอย่างท่ีดีแก่คน
รอบข้าง ท่ีบ้าน ท่ีโบสถ์ ท่ีทางาน ที่โรงเรียน
ฯลฯ
3.เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ: ให้คริสเตียน
เสริมสร้างอิทธิพลในการเป็นตัวอย่างในทาง
เสรมิ สรา้ งไม่ใชใ่ นทางลบ
คานา : 1.หัวข้อบทเรียนวันน้ีสาคัญมาก
เพราะว่าคนในชุมชนจะตัดสินคริสตจักรจาก
สมาชิกแต่ละคนของคริสตจักร และจะตัดสิน
4
จากชีวิตของคริสเตียนท่ีเขาเห็น คริสเตียนควร
ใช้ชีวิตในชุมชนอย่างดีที่สดุ เพ่ือไม่ให้ศัตรูมีช่อง
ท่ีกลา่ วหยาบช้าต่อครสิ ตจักรได้
2.คริสเตียนไม่ใช่มุ่งในการใช้ชีวิตเพื่อไม่ให้
ชุมชนตาหนติ เิ ตยี นในทางเสียหายเท่านั้น คริส
เตียนจะต้องมุ่งในการใช้ชีวิตจุดประกาย
อิทธิพลในการเป็นตัวอย่างในทางท่ีชอบธรรม
ในสังคมอีกด้วยแม้ว่าคนในสังคมมีจานวน
มากกว่าคริสเตียนก็ตาม คริสเตียนอาจจะถูก
กดดัน ถูกบีบ ให้คล้อยตามเสียงข้างมาก เช่น
การไหว้รูปเคารพ, การแต่งงานกับผู้ไม่เชื่อ,
การดูดวงชะตาราศี, การดื่มเหลา้ สูบบุหร่ี, ลอย
กระทง ถือโชคลางต่างๆ อย่าไปคล้อยตาม
หรือไปร่วมกับกิจกรรมเหล่าน้ี ถ้าผู้เชื่อพระ
5
เจ้าประพฤติตามสังคมคริสเตียนก็จะถูกความ
บาปเหล่าน้ีซึมเข้าไปในคริสตจักร ผลท่ีสุดคริส
เตียนจะใช้ชีวิตไม่แตกต่างจากคนในสังคม โน
ฮาไม่ได้คล้อยตามสังคมในเวลาน้ันแม้ว่ามีแต่
แปดคนเท่านั้น ชนชาติยิศราเอลกราบไหว้รูป
เคารพ แต่งงานกับผู้ไม่เช่ือพระเจ้าถือประเพณี
ตามชาวต่างชาติ ผลที่สุดพระเจ้าได้ลงโทษชน
ชาติยิศราเอลให้ตกเป็นเชลยในประเทศบาบิ
โลนเมอื่ ปี 586 ก.ค.ศ.
I. มนุษย์ต้องการสังคมและคริสเตียนใช้ชีวิต
ร่วมกบั สังคม
1.คนปกติไม่ abnormal เขาจะใช้ชีวิตอยู่
ท่ามกลางสังคม คริสเตียนไม่สามารถหนี
ออกไปใช้ชีวิตนอกโลกได้ หรือลาจากการเป็น
6
พลเมืองในโลก ใช่ชีวิตเป็นฤาษี มีคนเป็น
จานวนมากทาอย่างน้นั แตม่ เี ร่ืองราวปรากฏใน
หน้าหนังสือพิมพ์บ่อยๆ เพราะฝืนความเป็น
มนุษย์ก็ตอ้ งอยูร่ วมกบั สังคม
(ก) โยฮนั 17:15 “ข้าพเจ้ามไิ ด้ขอพระองค์
ให้เอาเขาไปจากโลก แต่ให้ป้องกันรักษาเขาไว้
ให้พ้นความชว่ั ”
(ข) 1โกรินโธ 5:9-10 “ข้าพเจ้าเขียน
หนังสือฝากมายังท่านท้ังหลายว่า อย่าคบคนท่ี
ผิดประเวณี แต่ว่าซึ่งจะคบคนของโลกน้ีท่ีเป็น
คนผิดประเวณี, คนโลภ, คนฉ้อโกง หรือคนไหว้
รปู เคารพ ข้าพเจ้ามิไดห้ า้ มเสยี ทีเดียว เพราะว่า
ถ้าห้ามอย่างนั้นแล้วท่านทั้งหลายต้องออกไป
เสยี จากโลกน้ี”
7
(ค) 1โกรินโธ 10:31-32 “เหตุฉะน้ันถ้า
ท่านทั้งหลายจะกินจะด่ืมก็ดี หรือจะทา
ประการใดก็ดีจงกระทาทุกส่ิงให้เป็นที่ถวาย
เกียรติยศแก่พระเจ้า อย่าเป็นต้นเหตุให้พวกยู
ดาหรอื พวกตา่ งประเทศหรอื คริสตจักรของพระ
เจ้าหลงผิด” (เร่ิมข้อ 23-33 เปาโลอธิบายเร่ือง
การรบั ประทานอาหารไหวร้ ปู เคารพ)
2.พระเยซูไม่ปฏิบัติตนเป็นฤาษีที่แยกตัว
ออกไปจากสังคม ไม่ยุ่งเก่ียวกับคน พระเยซูใช้
ชีวิตปะปนอยู่กับคนในสังคมท่ีเป็นคนบาปทุก
ชนิด เพ่ือต้องการช่วยสังคมให้พ้นจากความ
บาป ลูกา 2:52 “พระเยซูก็ได้จาเริญข้ึนใน
ฝ่ายสติปัญญา ในฝ่ายกาย และเป็นที่ชอบ
จาเพาะพระเจ้า และตอ่ หน้าคนท้งั ปวง”
8
พระเยซูเสด็จไปในงานสมรสท่ีบ้านคานา
(โยฮนั 2:1-11)
พระเยซูเสด็จไปบ้านของซักคายคนเก็บ
ภาษี (ลูกา 19:1-10)
II. สิ่งท่ีคริสเตียนต้องรู้และต้องปฏิบัติเพื่อ
กระจายอิทธิพลท่ีดใี นชุมชน
1.คริสเตียนต้องนาคาสอนของศาสนาคริสต์
เป็นหลักปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมในชีวิตจริงๆ
ไมใ่ ชน่ บั ถือพอเป็นพิธีรีตองเท่านั้น ชายคนหน่ึง
มีปั้มน้ามัน แต่เขาไม่ยอมปิดร้านในวันอาทิตย์
อยู่มาในวันอาทิตย์วันหนึ่งเจ้าของป้ัมพยายาม
สอนลูกค้าคนหนึ่งเก่ียวกับคริสตจักร หลังจาก
ลูกคา้ ได้ฟังคาสนทนาจากเจ้าของปั้มน้ามันเป็น
ท่จี บั ใจจงึ พดู ขึ้นว่า “ถ้าครสิ ตจักรมีความสาคัญ
9
สาหรับคุณมาก ทาไมคุณไม่อยู่ท่ีนั่นเด๋ียวนี้
ล่ะ?” ใช่ ! เราจะต้องปฏิบัติตามส่ิงท่ีเรา
ประกาศ เราจะตอ้ งปฏิบตั ิตามส่ิงทีเ่ ราเทศนา
โรม 2:21-24 “เหตุฉะน้ันท่านผู้สอนคน
อื่นไม่ได้สอนตัวเองหรือ ท่านผู้ประกาศว่าไม่
ควรลักทรัพย์ ตัวท่านเองยังลกั หรือ ท่านผสู้ อน
ว่าไม่ควรล่วงประเวณี ตัวท่านเองล่วงประเวณี
หรือ ท่านผู้เกลียดชังรูปเคารพ ตัวท่านเองลัก
รูปเคารพในโบสถ์หรือ ท่านผู้อวดในพระ
บัญญัติยังกระทาอัปยศแก่พระเจ้าโดยทาผิด
พระบัญญัติหรือ ด้วยว่าคนต่างประเทศพูด
หยาบคายต่อพระนามของพระเจ้าก็เพราะท่าน
ดังที่มีคาจารึกไว้แล้ว” ไม่ใช่สงิ่ ท่ีเราพูดเท่าน้ัน
แต่การสาแดงในชีวิตของเรา บ่งบอกว่าเรา
เป็นคริสเตียนท่ีแท้จริง โลกจะเสื่อมความ
10
ศรัทธาต่อคริสตจักรเพราะบางคนใช้ชีวิตคริส
เตียนไม่ดี แอบดื่มเหล้า สบู บุหร่ี เจ้าชู้ พูดมุสา
เปน็ ทส่ี ะดดุ แก่คนภายนอก เราไม่สามารถสร้าง
คริสตจักรให้แข็งแรงบนก้อนหินที่ทาให้สะดุด
ได้ ถ้าท่านต้องการให้เพื่อนบ้านของท่านเห็น
ว่าพระเยซูสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้
โปรดสาแดงให้เพ่ือนบ้านของท่านเห็นว่าพระ
เยซูได้เปล่ียนแปลงชีวิตของท่านอย่างแท้จริง
ก่อน
2.คริสเตียนจะต้องวางตัวเป็นมิตรกับคน
ท่ัวไป “คนที่มีมิตรสหายมากคือคนที่ทาตัวเป็น
มิตร” (สุภาษิต 18:24 แปลจากฉบับ K.J.V.
English) คนท่วี างตวั ภูมิฐานสูงเกินไป หรือคน
ที่มองเห็นคนอ่ืนไม่อยู่ในสายตาเป็นเหมือนถัง
11
ครอบอิทธิพลที่ดีของคริสเตียน “คนท่ีไหล่เชิด
อยู่ตลอดเวลา ไม่มีเสน่ห์ในการดึงดูดใครให้
เป็นคริสเตยี น”
3.คริสเตียนจะต้องสร้างความน่าเช่ือถือใน
ชุมชน ก่อนอ่ืนเขาจะต้องเป็นคนนับถือตนเอง
ภาคภูมิใจและม่ันใจตนเอง คนท่ีไม่เคารพนับ
ถือตัวเอง ก็ไม่ควรหวังให้คนอ่ืนเคารพนับถือ
ตัวเอง ผมไม่หวี เสือ้ ผ้าสกปรก แต่งตัวเหมือน
คนข้ียา บ้านช่องสกปรกรกรุงรังเหมือนรังหนู
อาการเหล่านี้บ่งให้เห็นว่าคนนี้ไม่นับถือตัวเอง
คนที่ไม่เคารพนับถือตนเองย่อมไม่สามารถทา
ให้คนอ่ืนนบั ถือตนเองได้ อาการอย่างนม้ี ีผลเสีย
ในการเป็นอิทธิพลในการเป็นตัวอย่างที่ดีใน
ชุมชน
12
4.คริสเตียนจะต้องไม่ซุบซิบนินทา การ
ซุบซิบนินทาในชุมชนไม่ได้สร้างสรรค์ชุมชน
หรือสร้างคริสตจักร โดยเฉพาะคริสเตียนที่อยู่
ท่ามกลางชมุ ชนผู้ไมเ่ ช่อื มีอะไรนิดหน่อยชุมชน
จะปล่อยข่าวออกไปทางเสียหาย เพราะฉะน้ัน
เราจะต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังไม่ตก
เป็นข้ีปากของคนในชุมชน โดยการไม่ปล่อย
ขา่ วลอื เสียเอง
บทเพลงสรรเสริญ 15:1-3 “ข้าแต่พระยะ
โฮวาผู้ใดจะพักอยใู่ นพลับพลาของพระองค์ ใคร
จะอาศัยอยู่ที่ภูเขาอันบริสุทธิ์ของพระองค์ คือ
คนท่ีประพฤติเท่ียงตรงที่กระทาการยุติธรรม
และพูดแต่คาจริงจากใจของตน คนที่มิได้พูด
นินทาด้วยลิ้นของตน คนที่ไม่กระทาชั่วร้ายแก่
13
เพ่ือน และไม่นาความช่ัวร้ายมากล่าวส่อเสียด
เพ่อื นบ้าน”
ผูห้ ญิงท่ีอยู่ว่างๆ “และเขามักเป็นคนเกียจ
คร้านด้วย คือเท่ียวไปขึ้นบ้านน้ีข้ึนบ้านโน้น
และไม่ใช่เป็นคนเกียจคร้านอย่างเดียว แต่มัก
เป็นคนปากบอนด้วย และเท่ียวยุ่งกับธุระของ
ผู้อื่นและพดู ซึง่ ไมค่ วรจะพดู ” 1ตโิ มเธยี ว 5:13
5.คริสเตียนจะต้องดูแลลูกๆ ให้ดี เม่ือคน
ในชุมชนคิดถึงลูกๆ ของคริสเตียน เขาจะคิดว่า
ลูกของคริสเตียนมีกิริยามารยาทเรียบร้อย ให้
ความเคารพผู้สูงอายุ รักษาทรัพย์สินชาวบ้าน
ขยันหมั่นเพียรในการศึกษา ซื่อสัตย์ พูดจา
สุภาพเรียบร้อยไม่หยาบคายแต่งตัวสะอาด
เรียบร้อย ไม่ทาตัวเปร้ียวแบบชาวโลก สงบ
14
เสง่ียมเจียมตัว เช่ือฟังดี คุณสมบัติเหล่าน้ีจะ
เกิดขึ้นถ้าพ่อแม่ปฏิบัติตามคาสอนของพระ
คัมภีร์ สุภาษิต 22:6 “จงฝึกสอนเด็กให้
ประพฤติตามทางที่ควรจะประพฤตินั้น และ
เมื่อแกช่ ราแลว้ เขาจะไม่เดินหา่ งจากทางนนั้ ”
เอเฟโซ 6:4 “ฝา่ ยท่านทั้งหลายผเู้ ป็นบิดา
อย่าย่ัวบุตรของตนให้ขัดเคืองใจ แต่จงอบรม
ด้วยการตีสอนและการเตือนสติขององค์พระผู้
เป็นเจ้า”
6.คริสเตียนจะต้องสงบสติอารมณ์ไม่โครม
คราม 1ติโมเธยี ว 2:2 “เพ่ือเราจะประกอบชีวิต
ได้อย่างสงบสุขโดยทางธรรม และโดยการ
ประพฤติซึ่งเป็นสง่าผ่าเผย” สุภาษิต 17:1
“เสบียงกรังชิ้นเดียวและมีความสงบดีกว่า
15
เคหาสน์ที่มีการเลี้ยงเสมอ และมีการชิงดีกัน”
ทะเลาะถกเถียงกัน เสียงดัง จู้จ้ี ย่อมไม่เป็น
อทิ ธิพลทีด่ ใี นชมุ ชน
7.คริสเตียนจะต้องใช้นโยบาย 80 เส้น
เพ่ือหลีกเล่ียงการสร้างศัตรูในชุมชน (มัดธาย
5:38-48, โรม 12:19-21)
เด็กผู้ชายกาลังเล่นกับดินตาเหลือบไปเห็น
เด็กผู้หญิงแต่งตัวชุดสีขาวสะอาดถือช่อดอกไม้
กาลงั เดินไปโบสถ์ เด็กผู้ชายคนน้ันคิดจะแกล้ง
เด็กผูห้ ญิงคนน้ี จึงปาก้อนดินใส่เด็กผหู้ ญิง ดิน
ทาให้เสอื้ ผ้าของเธอสกปรก ตอนแรกสหี นา้ แดง
เหมือนกัน เธอย้ิมให้แล้วก็โยนช่อดอกไม้ให้
เดก็ ชายผูน้ ้ัน เดก็ ผชู้ ายรู้สกึ อาย ความสนุกของ
เขาทาใหฝ้ ดื ดว้ ยชอ่ ดอกไมแ้ ทนก้อนดนิ
16
โลกน้ีจะเปล่ียนแปลงอย่างสิ้นเชิงถ้าคนใน
โลกนีจ้ ะโยนชอ่ ดอกไมใ้ ห้แทนความแค้นเคอื ง
8. คริสเตียนจะต้องเทิดทูนอุดมติของ
ศาสนาคริสต์ใหส้ งู สง่ ไวเ้ สมอ
(ก) คริสเตียนต้องระมัดระวังวาจาของตน
(ติโต 2:8) “คาพูดอันให้เกิดปกติสุขซ่ึงคนจะติ
เตียนไม่ได้เพ่ือฝ่ายปฏิปักษ์น้ันจะมีความ
ละอาย ไม่มีคาชั่วสิ่งใดที่จะว่าท่านได้” คา
หยาบคาย, คาสกปรก, ลามก, คาพูดสองแง่,
คาพูดดุดัน, ซุบซิบนินทา ฯลฯ และคาพูดท่ีไม่
ดีอื่นๆ ลูกของพระเจ้าไม่ควรใช้ เอเฟโซ 4:29
“อย่าให้คาหยาบคายออกมาจากปากของท่าน
เลยแต่ให้ใช้คาดีตามแต่จะต้องการซึ่งเป็นให้
17
เกิดความจาเริญขึ้น เพื่อจะเป็นคุณแก่คน
เหล่าน้นั ท่ไี ด้ยิน”
(ข) คริสเตียนควรจะต้องระมัดระวังการ
แต่งกาย 1ติโมเธียว 2:9-10 “ฝ่ายพวกผู้หญิงก็
เหมือนกันให้แต่งตัวด้วยผ้านุ่งห่มอย่างสุภาพ
ให้รู้จักละอาย และหงิมเสงี่ยม ไม่ใช่ถักผมหรือ
ประดับกายด้วยเคร่ืองทองและมุกดา หรือมี
ผ้านุ่งห่มอย่างแพง แต่ให้ประดับกายด้วย
กจิ การอนั ดซี ง่ึ สมกับหญิงท่ีที่ประกาศตัวว่าเป็น
คนธรรม”
อิทธิพลในการเป็นคริสเตียนจะตกลงมา
เหลือเลขศูนย์ถ้าคนในชุมชนเห็นคริสเตียน
แต่งตัวท่ีล่อแหลมท่ีใช้อักษรย่อจนไม่มีอะไร
เหลือ Jimmy Wood เป็นนักเทศนท์ ี่คริสตจกั ร
ของพระคริสต์ ที่ Plainview Texas เล่าให้ฟัง
18
ว่ามีผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนโทรศัพท์ไปหา
เขาพูดว่า “ดิฉันไม่รู้ว่าจะโทรศัพท์ติดต่อไปหา
ใคร แต่ดิฉันจะต้องบอกใครสักคนหน่ึงท่ีเป็น
สมาชิกคริสตจักรของพระคริสต์ คือว่าเมื่อวัน
จันทร์ท่ีผ่านมาเราได้ไปชมการเดินสวนสนามที่
ง า น ม ห ก ร ร ม ใ น เ มื อ ง Lubbock ดิ ฉั น มี
ความรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงวง
ดุริยางค์ที่สวนสนามทุกวงแต่งตัวน้อยชิ้นเต็มที
แตม่ วี งดุริยางค์ของโรงเรียนแห่งหนึ่งเด็กผหู้ ญิง
แตง่ ตวั สภุ าพเรียบร้อย เด็กผหู้ ญิงเล่นดนตรีได้
เพราะมากๆ สิ่งท่ีสวยงามมากอยู่ที่เด็กผู้หญิง
เหลา่ นี้ไดส้ าแดงดวงวิญญาณของคริสเตียนเป็น
อยา่ งดี เราได้รับคาบอกเล่าวา่ วงดุริยางคน์ ้ีเปน็
ของโรงเรียน Lubbock คริสเตียนสว่ นมากเป็น
สมาชิกคริสตจักรของพระคริสต์ เราไม่สามารถ
19
เก็บความรู้สึกเอาไว้ได้รู้สึกว่าต้องบอกใครสัก
คนว่าเรารู้สึกขอบคุณมากที่พวกคุณยืนหยัดใน
ส่งิ ท่ีคุณเชือ่ ”
(ค) คริสเตียนจะต้องระมัดระวังอารมณ์
ของตนเอง ยาโกโบ 1:19 “ดูก่อนพ่ีน้องท่ีรัก
ของข้าพเจ้าท่านรู้ข้อน้ีแล้ว แต่จงให้ทุกคน
วอ่ งไวในการฟัง, ชา้ ในการพดู , ช้าในการโกรธ”
เอเฟโซ 4:26 “โกรธเถิด แต่อย่าให้เป็น
การบาป อยา่ ให้ถงึ ตะวันตกท่านยังโกรธอยู่”
(ง) คริสเตียนจะต้องระมัดระวังอบายมุข
ต่างๆ เหล้าบุหรี่, การพนัน, สิง่ เสพติด, คริส
เตียนบางคนมีถังขยะเต็มไปด้วยกระป๋องเบียร์
หรือขวดเหล้าแสดงว่าเขาเป็นเกลือท่ีหมดรส
เค็มไปแล้ว (มัดธาย 5:13) และเป็นตะเกียงที่
เอาถงั ครอบไว้ (มดั ธาย 5:15)
20
(จ) คริสเตียนจะต้องควบคุมเศรษฐกิจ
อย่างพอเพยี งเป็นคนสตั ยซ์ อื่ รูจ้ ักใช้เงินให้อยู่ใน
ขอบข่ายงบประมาณรายรับของตนเอง คริส
เ ตี ย น จ ะ ต้ อ ง ห ลี ก เ ล่ี ย ง ก า ร ใ ช้ จ่ า ย เ กิ น ตั ว
พยายามแข่งบารมีกับคนอ่ืน เม่ือรายจ่ายของ
คนมากกว่ารายรับเศรษฐกิจของเขาจะตกต่า
และเขากจ็ ะล้มลงอย่างแน่นอน โรม 13:8
(1ติโมเธียว 6:6-8) “แต่ว่าธรรมประกอบ
กับสันโดษก็ได้กาไรมาก เพราะว่าเราเข้ามาใน
โลกเราเข้ามาในโลกไม่ได้เอาอะไรมาฉันใด เรา
ไปจากโลกก็เอาอะไรไปไม่ได้ฉันน้ัน แต่ว่าถ้า
เรามีเครื่องอุปโภคบริโภค ก็ให้เราอ่ิมใจด้วย
ของเหลา่ นัน้ เถิด ”
21
III. อิทธิพลในการเป็นตัวอย่างท่ีดีของสมาชิก
คริสตจกั รยะรซู าเล็ม
1.สมาชิกของคริสตจักรยะรูซาเล็มเป็น
คริสตจักร Model ในการนาวิญญาณ ทาให้
คริสตจักรเจริญ คริสเตียนท่ีคริสจักรยะรูซา
เล็มมีชื่อเสียงดีมาก นายแพทย์ลูกาได้บันทึก
ว่า “ท้ังได้สรรเสริญพระเจ้าและเป็นท่ีชอบต่อ
คนทั้งปวง (กิจการ 2:41,47, 4:4, 5:14, 6:7)
เป็นหลักฐานยืนยันให้เห็นว่าคริสตจักรยะรูซา
เล็มมีอิทธิพลที่ดีในชุมชนพวกคริสเตียนเหล่าน้ี
ใช้ชีวิตที่ดีจึงทาให้มีอิทธิพลในชุมชนคริสเตียน
ค ริ ส ต จั ก ร ข อ ง พ ร ะ ค ริ ส ต์ ก็ ค ว ร ป ฏิ บั ติ ต า ม
คริสตจักรยะรูซาเล็มด้วยการใช้ชีวิตที่ดี เพ่ือ
ครสิ ตจกั รจะเจริญข้ึน
22
2.พวกเขาตั้งม่ันคงในความเชื่อ กิจการ 2
:42 “เขาทั้งหลายได้ตั้งม่ันคงอยู่ในคาสอนของ
พวกอัครสาวก และร่วมใจกันในการหักขนมปัง
และการอธิษฐาน” คริสเตียนที่ไม่คงเส้นคงวา
เด๋ียวขึ้นเด๋ียวลง, เด๋ียวร้อนเดี๋ยวเย็น, เด๋ียวเปิด
เดี๋ยวปิดจะไม่มีใครนับถือ และจะไม่มีอิทธิพล
ในการสร้างสรรค์คริสตจักรแต่อย่างใด ให้เรา
รับคาเตือนจาก 1 โกรินโธ 15:58 “เหตุฉะนั้น
พี่น้องท้ังหลายที่รักของข้าพเจ้า ท่านท้ังหลาย
จงตั้งมั่นคงอยู่อย่าสะเทือนสะท้าน จงกระทา
การขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา
ด้วยว่าท่านทั้งหลายรู้ว่าโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า
น้ัน การของท่านจะไร้ประโยชน์ก็หามิได้”
หลีกเลี่ยงท่ีจะไม่เป็นผู้ฟังชนิดท่ีมีหินมากดิน
น้อยรบั เรว็ และทิ้งเร็ว (ลูกกา 8:13, 14)
23
3.พวกเขาตง้ั มน่ั คงในการนมสั การ (กจิ การ
2:42) คริสเตียนยุคแรกไม่ขาดการประชุม
นมัสการ สมาชิกของคริสตจักรที่ขาดการ
นมัสการจนติดเป็นนิสัยโดยไม่มีเหตุสุดวิสัย
คนในชุมชนจะรู้ว่าเราขาดการประชุม การ
ขาดการนมัสการจะไม่เป็นอิทธิพลในทางท่ีดีถ้า
เราขาดการประชุมเสียเอง เมอ่ื มีแขกมาประชุม
แต่ไม่เห็นเราในท่ีประชุมเราจะเชิญให้เขา
ม า ร่ ว ม ป ร ะ ชุ ม ใ น ง า น ฟื้ น ฟู ไ ด้ อ ย่ า ง ไ ร
เพราะฉะนั้นขอให้เราพึงจดจาข้อพระคัมภีร์
เฮ็บราย 10:25
4.พวกเขาให้ความร่วมมือพร้อมเพรียงเป็น
น้าหน่ึงใจเดียวกัน กิจการ 2:44-45 “บรรดาผู้
ทเ่ี ชอ่ื ถอื นัน้ ได้อยพู่ ร้อมแหง่ เดียวกัน และทรัพย์
24
ส่ิงของๆ เขาเหล่าน้ันได้เอามารวมกันเป็นของ
กลาง เขาจึงได้ขายท่ีดินและทรัพย์สิ่งของมา
แบ่งให้แก่คน ทั้งปวงตามซึ่งทุกคนต้องการ”
และ 4:32-37 “คนทั้งปวงท่ีเชื่อนั้นก็มีใจเป็น
อันหนึ่งอันเดียวกัน และไม่มีใครอ้างว่าสิ่งของ
ซ่ึงมีอยู่น้ันเป็นของๆ ตน แต่ของท้ังหมดเป็น
ของกลาง อัครสาวกจึงประกอบด้วยฤทธ์ิเดช
ใหญ่ยง่ิ และได้เป็นพยานว่าพระเยซูเจ้าได้ทรง
คืนพระชนม์แล้ว และพระคุณอันใหญ่ยิ่งได้อยู่
กับเขาทุกคน ด้วยในจาพวกสานุศิษย์ไม่มีผู้ใด
ขัดสน เพราะว่าผู้หนึ่งผใู้ ดมีไร่นาบ้านเรือนก็ได้
ขายเสีย และได้นาเงินค่าสิ่งของท่ีขายไปนั้นมา
วางไว้ที่เท้าของอัครสาวกๆ จึงแจกจ่ายให้ทุก
คนตามที่ต้องการ ฝ่ายโยเซฟที่อัครสาวก
เรียกว่าบาระนาบา แปลว่าลูกแห่งการหนุน
25
น้าใจ เป็นตระกูลเลวีชาวเกาะกุบโร มีท่ีดินก็
ขายเสยี และไดน้ าเงินคา่ ท่ีดินมาวางไว้ท่เี ทา้ ของ
อคั รสาวก”
ถ้าคริสตจักรมีการแตกแยกไม่มีความ
สามัคคีกัน ไม่ร่วมไม้ร่วมมือกัน มีการแก่งแย่ง
ชิงดีกัน มีปัญหายุ่งยากกัน คนในชุมชนจะรู้
ทาให้คริสตจักรถดถอยถ่วงความเจริญไปหลาย
ปี ขอให้ศกึ ษาข้อพระคมั ภรี ์ต่อไปน้ี
(ก) บทเพลงสรรเสริญ 133 :1“จงดูเถอะ
ซง่ึ พวกพ่ีนอ้ งอาศัยอยพู่ ร้อมเพียงเปน็ น้าหนึ่งใจ
เดียวกันก็เป็นการดี และอยู่เย็นเป็นสุขมาก
เท่าใด”
(ข) สุภาษิต 16:19 “การท่ีมีใจถ่อมลงและ
อยู่กับคนจนก็ดีกว่า...” คนท่ีแพร่การแตกแยก
สามัคคใี นหม่พู ี่นอ้ ง
26
(ค) พระเยซอู ธิษฐานเพ่ือความเป็นอันหนึ่ง
เดยี ว (โฮนั 17:20-21)
(ง) เอาสันติสุขผูกมัดความเป็นหนึ่งใจ
เดียวกนั (เอเฟโซ 4:3-4)
(จ) เป็นน้าหน่ึงใจเดียวกันและถืออย่าง
เดยี วกัน (1โกรินโธ 1:10)
(ฉ) เป็นน้าหนึ่งใจเดียวกันกับต่อสู้เหมือน
อยา่ งเปน็ คนเดยี ว (ฟลิ ปิ ปอย 1:27 )
5.พวกเขามีน้าใจกว้างขวางเอื้อเฟ้ือเผ่ือแผ่
ไม่เห็นแก่ตัว (กิจการ 2:44, 45, 4:32-3, 6:1-
8) เราจะสามารถสาแดงอิทธิพลในการเป็น
ตัวอย่างท่ีดี ถ้าเรามีน้าใจในการสงเคราะห์
เอื้อเฟ้ือช่วยเหลือผู้อ่ืน ดีกว่าการสาแดงใจ
แคบ ฆะลาเตีย 6:10 “เหตุฉะนั้นตามที่เรามี
27
โอกาสอยู่ให้เรากระทาการดีแก่คนท้ังปวง และ
ที่สาคัญน้ันจงกระทาแก่ครอบครัวของความ
เช่ือ” คริสตจักรที่สมาชิกมีใจแห้งแล้งไม่มีการ
เอ้ือเฟอื้ เผ่ือแผ่ จะทาให้ครสิ ตจักรไมเ่ จรญิ
6 . พ ว ก เ ข า มี ใ บ ห น้ า ย้ิ ม แ ย้ ม แ จ่ ม ใ ส มี
ความสุขความยินดีแม้จะถูกข่มเหงก็ตาม
(กจิ การ 2:46,47) พวกเขาไดต้ ง้ั มนั่ คงรว่ มใจกัน
อย่ใู นโบสถท์ กุ ๆ วนั เขาจงึ ไดร้ ับประทานอาหาร
ด้วยความช่ืนชมยินดี 5:41 อัครสาวกมีความ
ยินดีที่ถูกเฆ่ียนเพราะพระเยซู คริสเตียนที่มี
ใ บ ห น้ า บู ด บ้ึ ง อ ม ทุ ก ข์ เ ห มื อ น โ ก ร ธ ใ ค ร ม า
ตลอดเวลาจะไม่สามารถมีอิทธิพลในการเป็น
ตัวอย่างแกผ่ ู้ใด ย่งิ ไปกวา่ นั้นทาให้ชุมชนเข้าใจ
ผิดคิดว่า “ทาไมคริสเตียนหน้ายุ่งๆ” ถ้าคริส
28
เตียนมีใบหน้าเหมือนคนตายแบบนี้ ฉันไม่
เป็นคริสเตียนดีกว่า คริสเตียนมีเหตุผล
มากมายทีจ่ ะมคี วามยินดีได้
“จงโสมนัสยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุก
เวลา ข้าพเจ้าขอย้าอีกทีว่าจงโสมนัสยินดีเถิด”
(ฟิลิปปอย 4 :4)
“จงมีใจร่าเริงอยู่เสมอ” (1เธซะโลนิเก 5
:16)
7.พวกเขาร้อนรนในการประกาศส่ังสอน
และในการศึกษาพรคัมภีร์ “เขาจึงได้ส่ังสอน
ประกาศกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ในโบสถ์
และตามบ้านเรือนทุกวันมิได้ขาด” (กิจการ 5
:42) (กิจการ 8:4) “เหตุฉะน้ันสานุศิษย์
ทง้ั หลายซึ่งกระจดั กระจายไปกไ็ ด้เทยี่ วประกาศ
29
พระคาน้ัน” พวกคริสเตียนยุคแรกมีความ
ม่ันใจในความเชื่อจริงๆ พระพรมากมาย
หล่ังไหลเข้ามาในชีวิตของพวกเขา นับต้ังแต่ที่
เป็นคริสเตียน พวกเขาต้องการแบ่งปันพระพร
อันนี้ให้กับผู้อื่นเขาส่ังสอนเร่ืองพระเยซูให้แก่
เพื่อนบ้านท่ีรู้จัก ความร้อนรนในการนา
วญิ ญาณทาใหค้ นมีความศรทั ธา
สุภาษิต 11:30 “ผลของคนชอบธรรมก็คือ
ต้นไม้แห่งชีวิต และบุคคลผู้มีปัญญาย่อมมีชัย
แกว่ ิญญาณหลายดวง”
8.พวกเขาต้ังมัน่ ในการอธิษฐาน (กิจการ 4
:31, 2:42) การอธิษฐานของคริสเตียนยุคแรก
ทาให้บ้านสั่นสะเทือน คริสเตียนยุคน้ีถ้า
อธิษฐานด้วยใจร้อนรนชุมชนจะส่ันสะเทือนได้
30
คงไม่ใช่เพราะทาให้เกิดแผ่นดินไหว แต่คา
อธิษฐานของเราหลายคนในคริสตจักรจะเป็น
พลังสร้างสรรค์คุณสมบัติฝ่ายวิญญาณจิตต์โดย
ภาพรวมทาให้คริสเตียนรักพระเจ้า , รัก
คริสตจักร รักเพ่ือนบ้าน ห่วงใยจิตวิญญาณ
ของเพ่ือนมนุษย์ (ลูกา 18:1) ศึกษา (1เธซะโล
นิเก 5:17, โกโลซาย 4:2, โรม 12:12, ลูกา
18:1)
9.พวกเขารักซ่ึงกันและกันด้วยน้าใสใจจริง
(กิจการ 4:32, 34) เราจะมีอิทธิพลในชุมชน
มากแค่ไหนถ้าสมาชิกคริสตจักรแสดงความ
เกลียดชัง, หวาดระแวงสงสัยซ่ึงกันและกัน,
อิจฉาซ่ึงกนั และกนั , กินเหนงแคลงใจซึ่งกันและ
กัน 1โยฮัน 4:20 “ผู้ใดว่าข้าพเจ้ารักพระเจ้า
31
และใจยงั เกลียดชงั พีน่ อ้ งของตวั ผูน้ ้ันเปน็ คนพูด
มุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพ่ีน้องของตนท่ีแลเห็น
แล้ว จะรักพระเจ้าซ่ึงยังไม่ได้แลเห็นอย่างไร
ได้”
คริสเตียนในยุคแรกได้ยินชาวบ้านพูดถึง
บรรดาคริสเตียนว่า “พวกคริสเตียนเขารักซึ่ง
กันและกันดี” ความรู้สึกนี้น่าจะเกิดขึ้นใน
ชุมชนทกุ แห่งท่มี คี ริสเตยี นอยู่
10.พวกเขากลับใจบังเกิดใหม่เป็นคริส
เตียนจริงๆ (กิจการ 2:37, 38, 41) คุณสมบัติ
เป็นการปูพื้นฐานของคุณสมบัติอ่ืนๆ ถ้าเรา
กลับใจอย่างแท้จริงและเปล่ียนแปลงชีวิตเป็น
สาวกของพระเยซูอย่างแท้จริง ทาให้คุณสมบัติ
อื่นพัฒนาได้ง่ายขอให้เราหลีกเลี่ยงเพียงแค่มี
32
ชื่ออยู่ในบญั ชีของคริสตจักรเท่านนั้ ใหเ้ รากลบั
ใจใหม่เปลี่ยนชวี ติ จริงๆ (โรม 6:4, 16-18)
IV. ฉวยโอกาสในการสาแดงการเปน็ ตัวอย่าง
ท่ีดีในชมุ ชน
1.ส่ิงแรกท่ีคริสเตียนควรทาคือฉวยโอกาส
ท่ีคริสตจักรมีกิจกรรมร่วมกันเช่นการประชุม
ฟื้นฟู วันรวมพ่ีรวมน้อง, การประชุมโซน, การ
ประชุมอนุชน, การจัดแคมป์, โรงเรียนภาคฤดู
ร้อน ฯลฯ คริสเตียนควรฉวยโอกาสในการเชื้อ
เชิญเพ่ือนให้มาในงานน้ี จงเป็นเหมือนอันดะเร
อาและฟลิ ปิ (โยฮนั 1:40-51) จงเป็นเหมือนโก
ระเนเลียว (กิจการ 10:24-33) คนส่วนมาก
เป็นคริสเตียนก็โดยการท่ีสมาชิกเชิญเพื่อน
33
และญาติพ่ีน้องมา วิธีน้ีเป็นวิธีดีท่ีสุดในการนา
วญิ ญาณคอื ปากต่อปาก
2 . ใ น โ อ ก า ส ที่ เ พื่ อ น ป ร ะ ส บ กั บ ค ว า ม
เดือดร้อนต่างๆ การเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตคริส
เตียนควรฉวยโอกาสในการยื่นมือออกไปด้วย
การแสดงความเห็นอกเห็นใจ, เมตตาสงสาร มี
วิธีหลายอย่างท่ีคริสเตียนทาได้เช่นการเย่ียม
เยยี น, เฝา้ คนไข้, ช่วยดแู ลลกู ๆ, นาอาหารไปให้
ส่งการ์ด และดอกไม้ไปให้กาลังใจ ฯลฯ เวลา
อย่างนี้เป็นเวลาท่ีคนในชุมชนต้องการท่ีสุด
และเป็นเวลาอย่างนี้ที่ชีวิตคริสเตียนสามารถ
สัมผัสได้ “เหตุฉะน้ันตามที่เรามีโอกาสอยู่ให้
เรากระทาการดีแก่คนทั้งปวง และที่สาคัญน้ัน
34
จงกระทาแก่ครอบครัวของความเช่ือ” (ฆะลา
เตยี 6:10)
3.ในโอกาสที่ประสบภัยอันตรายต่างๆ
เป็นโอกาสท่ีจะสาแดงน้าใจของพระเยซู คริส
เตียนสามารถยื่นมือย่ืนน้าใจเข้าไปช่วย ถ้า
สูญเสียบ้านเรือนทรัพย์สิน คริสเตียนก็ควร
ช่วยเหลือส่ิงของที่จาเป็น อาหาร เส้ือผ้า เงิน
ช่วยซ่อมแซมบ้านให้เป็นท่ีพักพิง ฯลฯ (ยาโก
โบ 4:27)
V. ชุมชนควรเป็นสถานที่น่าอยู่น่าอาศัย
เพราะคริสเตยี นอยู่ที่นัน่
1. ในประเด็นนี้ให้เราต้ังคาถามเพ่ือสารวจ
ตัวเอง ถ้าทุกคนในชุมชนท่ีข้าพเจ้าอาศัยอยู่ใช้
35
ชีวิตเป็นเหมือนกับข้าพเจ้าชุมชนนี้จะเป็น
อย่างไร? และให้เราถามตัวเราเองว่าถ้าทุกคน
ในชุมชนใช้ชีวิตเหมือนข้าพเจ้า ข้าพเจ้า
อยากจะอยูใ่ นชุมชนน้ไี หม?
2.ชุมชนที่นาซาเรธ็ คงเป็นชุมชนท่ีน่าอยู่น่า
อาศัยท่ีสุดเพราะพระเยซูอยู่ท่ีน่ัน ลูกา 1:77-
79 “เพ่ือจะให้พลเมืองของพระองค์รู้ถึงความ
รอดท่ีจะทรงโปรดยกความผิดทั้งหลายของเขา
โดยพระทัยเมตตากรุณาแห่งพระเจ้าของเรา
แสงอรุณจากท่ีสูงได้มาเย่ียมเยียนเรา จะส่อง
สว่างแก่คนทั้งหลายผู้อยู่ในท่ีมืด และแก่ผู้ท่ีน่ัง
อยู่ในเงาแห่งความมรณา เพ่ือจะนาเท้าของเรา
ไปในทางแห่งความสขุ สาราญ”
36
สรปุ : ท่านเปน็ หนังสอื พระคัมภีร์ท่ีคนในชุมชน
อ่านไม่ว่าท่านจะพูดหรือทาอะไรท่านสาแดง
อทิ ธพิ ลในการเปน็ ตวั อยา่ งตลอดเวลา
I AM MY NEIGHBOR’S BIBL
I am my neighbor’s Bible,
He reads me when we meet;
Today he reads me in my home,
Tomorrow in the street.
He may a relative or friend,
Or slight acquaintance be;
He may not even know my name,
Yet he is reading me.
Dear Christian friends and brothers,
If we could only know,
37
How faithfully the world records,
Just what we say and do
Oh, we would make our record plain,
And labor hard to see,
Our worldly neighbor’s won to Christ,
While reading you and me.
ข้าพเจ้าเป็นพระคัมภีร์ให้เพื่อนบ้านของ
ขา้ พเจ้า
เขาอ่านตัวขา้ พเจ้าเม่อื พบเห็นขา้ พเจ้า
วนั นี้เขาอ่านตวั ข้าพเจ้าในบ้านของข้าพเจ้า
วนั พรงุ่ น้ีเขาอ่านข้าพเจา้ ทถี่ นน
เขาอาจจะเป็นญาตหิ รือเปน็ เพือ่ น
หรืออาจเป็นคนแค่รูจ้ ัก
เขาอาจจะไมร่ จู้ ักชอื่ ของขา้ พเจ้า
38
แต่เขากาลงั อา่ นตวั ข้าพเจ้า
เพอ่ื นคริสเตยี นและพน่ี อ้ งทร่ี กั
ถ้าเราอาจหยง่ั ร้ไู ด้
โลกจะบนั ทึกความจริงที่สตั ย์ซ่ืออย่างไร
ในส่ิงท่เี ราพูดและสงิ่ ทีเ่ ราทา
เราจะทาให้ประวตั ชิ ีวิตของเราแจม่ ชัด
และใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อทาให้
เพ่อื นบ้านในโลกนเ้ี ชือ่ ถือพระเยซคู ริสต์
ขณะท่ีเขาอา่ นชีวิตของท่านและของขา้ พเจา้
อิทธพิ ล
ของการเป็นตวั อยา่ ง
สบุ นิ ปน้ั บญุ
คริสตจกั รของพระครสิ ต์ หม่บู า้ นมิตรภาพ