บทเรยี นจากหนงั สือ
โยบ
เลม่ 7
ใช้ทกั ษะด้วยความจรงิ ใจ
ในการหนนุ น้าใจเพ่อื น
สุบิน ปัน้ บุญ
คริสตจักรของพระครสิ ต์ หมู่บา้ นมติ รภาพ
1
“ใช้ทักษะด้วยความจริงใจ
ในการหนุนน้าใจเพ่อื น”
(โยบ 8)
“เม่ือน้ันบิลดัดชาวซูฮาจึงกล่าวตอบว่า
ท่านจะพูดถึงเรื่องนี้นานเท่าใดและถ้อยคาของ
ท่านจะพลุ่งออกมาจากปากดุจพายุนานสักแค่
ไหน แปลกจริง พระเจ้าจะทรงหันเหไปจาก
ความยุติธรรมหรือ มีอย่างหรือท่านผู้ทรงฤทธิ์
จะทรงหันเหไปจากความชอบธรรม เพราะบุตร
2
ทั้งหลายของท่านได้กระทาผิดต่อพระองค์นั่น
แหละ พระองค์ก็ได้ทรงปล่อยเขาไว้ในเงื้อมมือ
แห่งความผดิ ของเขา” (โยบ 8:1-4)
ค้าน้า: 1.สหายของโยบ 3 คนไดเ้ ดนิ ทางมาเพ่ือ
เล้าโลมโยบ แต่เม่ืออะลีฟาศเพ่ือนคนแรกได้
เปิดปากพูด โยบเห็นว่าไม่เป็นท่ีเล้าโลมอะไร
เลย
หลังจากท่ีโยบได้ตอบข้อกล่าวหาของอะ
ลีฟาศในบทท่ี 6, 7 แล้วบิลดัดชาวซูฮากพ็ ดู บา้ ง
2.บิลดัดเป็นคนขวานผ่าซากโผงผาง โดย
ไม่มีทักษะในการวิพากษ์วิจารณ์สหายโยบที่
กาลงั เจบ็ ปวดทุกข์ใจ
บิลดัดรู้สึกไม่พอใจในการท่ีโยบอ้างว่า เขา
เป็นคนบริสุทธ์ิไม่ได้ทาบาปแต่อย่างใด ปัญหา
3
ของบิลดัดคือปากโป้งพูดอะไรโพล่งออกมาโดย
ไมย่ ้งั คิด
สุ ภ า ษิ ต 25:11“ค า พู ด ที่ เ ห ม า ะ กั บ
กาลเทศะเปรียบเหมือนผลแอปเปิ้ลทาด้วย
ทองคาใส่ไว้ในกระเช้าเงิน”
I.บิลดัดไม่ใช้กลยุทธ์ด้วยความจริงใจ แต่ใช้
ปากวิพากษว์ ิจารณ์ทที่ ม่ิ แทงจิตใจ (8:1-4)
1.บลิ ดัดโจมตโี ยบอยา่ งไร้ความปราณี และ
ไรค้ วามสงสารสหายโยบแม้แต่นอ้ ย
บิลดัดไม่เช่ือว่าโยบ และลูกของโยบ
บริสุทธ์ิปราศจากบาป อย่างไรก็ตามบิลดัดไม่
ควรใช้วาจาทิ่มแทงให้สะใจตัวเอง
โยบ 8:4 “เพราะบตุ รท้ังหลายของท่านได้
กระทาผิดต่อพระองค์น่ันแหละ พระองค์ก็ได้
4
ทรงปล่อยเขาไว้ในเงื้อมมือแห่งความผิดของ
เขา”
2.จุดอ่อนของมนุษย์ก็คือการใช้วาจา พระ
เยซูตรัสว่า “ฝ่ายเราบอกท่านทั้งหลายว่า คาท่ี
ไม่เป็นสารทุกคาซึ่งมนุษย์พูดน้ันเขาจะต้องให้
การด้วยคาเหล่านั้นในวันพิพากษา เหตุว่าที่
ท่านจะพ้นโทษได้หรือจะต้องถูกปรับโทษนั้นก็
เพราะวาจาของท่าน” (มดั ธาย 12:36-37)
3.โยบได้พรั่งพรู และได้ระบายความกลัด
กลุ้มใจกบั พระเจ้าและกบั สหาย
ในการระบายความรู้สึก และอารมณ์ท่ี
สูญเสียมิได้ทาให้โยบพล้ังเผลอทาผิดต่อพระ
เจ้าแต่อย่างใด (โยบ 1:22,2:10) เป็นธรรมชาติ
ของมนุษย์อย่างเช่นโยบ เม่ือเผชิญกับความ
5
ทุกข์อย่างแสนสาหัสก็บ่นไปตามเร่ือง เราไม่
ควรไปตาหนิคนท่ตี กอยู่ในที่นงั่ เหลา่ นี้
4.แทนที่บิลดัดจะเห็นอกเห็นใจ ความรู้สึก
ของโยบและเล้าโลมโยบแต่บิลดัดกลับเป็นคน
ใจดาใจเห้ียมโหด พูดจาใส่ร้ายและท่ิมแทง
เจ็บปวดทรวงใน
ส่ิงที่มนุษย์ต้องการคือ แรงหนุนน้าใจและ
แรงบนั ดาลใจ โลกนม้ี คี วามแล้งนา้ ใจเหลอื เกนิ
1เธซะโลนิเก 5:11,14 “เหตุฉะนั้นจงหนุน
น้าใจซึ่งกันและกัน และจงต่างคนต่างก่อร่าง
สรา้ งกันข้ึน ตามอย่างทที่ ่านท้ังหลายกระทาอยู่
น้ัน และดูก่อนพ่ีน้องท้ังหลาย เราวิงวอนพวก
ท่านให้กล่าวเตือนสติคนที่เกะกะ ให้หนุนน้าใจ
ผู้ท่ีท้อใจ ให้ชูกาลังคนที่อ่อนกาลัง และให้มีใจ
อดเอาเบาสูแ้ ก่คนทั้งปวง”
6
5.บิ ล ดั ด ไ ม่ มี ก ล ยุ ท ธ์ ก ล่ า ว ห า โ ย บ ว่ า
ถ้อยคาของโยบเหมือนพายุที่พลุ่งออกมาจาก
ปาก
โยบ 8:2 “ท่านจะพูดถึงเรื่องน้ีนานเท่าใด
และถ้อยคาของท่านจะพลุ่งออกมาจากปากดุจ
พายุนานสักแคไ่ หน”
ถ้อยคาของบิลดัดประโยคต่อไปแทบตัดข้ัว
หัวใจของโยบ กล่าวหาว่าลูกๆ ของโยบได้ทา
ผดิ (ข้อ4) เป็นการยากมากที่จะจินตนาการว่า
ตัว เ ร าต ก อ ยู่ใ น ท่ี นั่ ง ข อ ง โย บ นั่ง ฟั ง ค า
วิพากษ์วิจารณ์จากสหายที่ไม่เป็นธรรมเลย ถ้า
เราเป็นโยบเราก็มีอาการฉุนเฉียวแม้ว่าโยบจะ
เปน็ คนที่มคี วามอดทนกต็ าม
7
II.บิลดัดไม่ใช้กลยุทธ์ด้วยความจริงใจ แต่ต้ัง
เงื่อนไข “ถ้าอย่างนั้น” “ถ้าอย่างน้ี” (โยบ
8:5,6)
1.บทที่ 8:5-6 บิลดัดได้ให้คาแนะนา
เหมือนทอ่ี ะลีฟาศได้ใหไ้ ว้ก่อนหนา้ น้ี
บิลดัดกาชับให้โยบสารภาพว่าไปทาอะไร
ผิดจึงเปน็ เหตใุ หเ้ กิดความวบิ ัตใิ นครงั้ น้ี
2.บลิ ดัดตง้ั เงอื่ นไขใหโ้ ยบ 2 เงื่อนไข “ถ้า”
สอง “ถ้า” (ข้อ 5-6)
(1)“ถ้าท่านจะแสวงหาอยู่ตลอดเวลาและ
ร้องขอตอ่ ท่านผทู้ รงฤทธิ์” (ข้อ5)
(2)“ถ้า” ท่านบริสทุ ธิ์ใจและสัตย์ซื่อจริงๆ
แน่นอนพระองค์จะทรงตอบคาอธิษฐานของ
ท่านและกระทาให้บ้านที่อาศัยมีความชอบ
ธรรมของท่านนั้นรุ่งเรอื งเจริญข้ึน (ข้อ6)
8
3.คาแนะนาบางส่วนของบิลดัดที่มีต่อโยบ
ถกู ตอ้ งตามหลกั คาสอนของพระคมั ภีร์
เราท้ังหลายควรแสวงหาพระเจ้าและเรา
ท้ังหลายควร “ร้องขอต่อพระเจ้า” ยาโกโบ
สอนวา่ “เหตุฉะนนั้ ท่านท้ังหลายจงสารภาพรับ
ผิดต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพ่ือกันและ
กัน เพอ่ื ทา่ นทง้ั หลายจะไดห้ ายโรค คาอธิษฐาน
ด้ ว ย ใ จ ร้ อ น ร น แ ห่ ง ผู้ ช อ บ ธ ร ร ม ก็ มี อ า น า จ
มาก ซึง่ จะนาให้เกิดผล” (ยาโกโบ 5:16)
5.บลิ ดดั พยายามประพฤติตามหลักคาสอน
ของพระคัมภีร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่บิลดัด
สรุปว่าโยบทาผิดซึ่งทาให้โยบเจ็บปวดเพิ่มข้ึน
ไปอีก
9
บลิ ดัดหมายความว่าโยบไม่ได้แสวงหาพระ
เจ้าโยบ ไม่ได้อธิษฐานไม่มีชีวิตที่บริสุทธิ์ชอบ
ธรรม
III.บิลดัดไม่ใช้กลยุทธ์ด้วยความจริงใจ แต่
เทศนาโจมตีโยบ
1.ในข้อ 8 บิลดัดเริ่มเทศนาโจมตีโยบ บิล
ดดั ยกประวตั ศิ าสตรเ์ พอื่ สอนโยบ
โยบ 8:8 “ข้าขอให้ท่านลองถามคนในยุค
โบราณและสืบสวนความรู้ที่บรรพบุรุษได้
ค้นพบ”
การศึกษาประวัติศาสตร์ย้อนอดีต สามารถ
เรียนรู้กับสิ่งท่ีเกิดข้ึนในอดีตเพื่อเราจะไม่ทาผดิ
เหมือนกับอดีต “เพราะอายุของเราในโลกก็
เปรียบเหมอื นเงาเท่าน้นั ” (โยบ 8:9)
10
2.บิลดัดต้องการสอนให้โยบ เรียนรู้สิ่งท่ี
สะท้อนจากคนในอดีต
คาตอบอยู่ในข้อ 20 บิลดัดบอกว่า “เออ
พระเจ้าท่านไม่ทรงละทิ้งคนดีรอบคอบหรือ
พระองค์ไม่ทรงช่วยพยุงมือของคนชั่ว” (โยบ
8:20)
บิลดัดเช่ือว่าโยบได้ทาผิดบาป และพระ
เจ้ากาลังลงโทษเพราะความผิดบาปของท่าน
3.บิ ล ดั ด ใ ช้ ธ ร ร ม ช า ติ เ ป็ น อุ ท า ห ร ณ์
ประกอบคาเทศนามุ่งประเดน็ ไปที่โยบ (8:11)
บิลดัดเปรียบเทียบโลกเป็นเหมือนต้นไม้ที่
ขาดน้า
โยบ 8:11 “คอื ต้นทรงกระเทียมจะงอกขึ้น
ในท่ีที่ไม่มีโคลนหรือ ต้นกกจะงอกงามในท่ีที่ไม่
มีน้าไดห้ รือ” หมายความวา่
11
(1)โยบจะเห่ียวแห้ง โยบ 8:12 “ถึงว่ามัน
ยังสดชื่นอยู่และไม่มีใครตัดมัน มันก็เหี่ยวแห้ง
ไปเร็วกว่าต้นหญา้ อ่นื ๆ”
(2)เพราะโยบลืมพระเจ้าจะวอดวายใน
ที่สดุ โยบ 8:13 “ทางท้ังหลายแห่งคนที่ลมื พระ
เจ้าเสยี ก็เป็นดังน้ันแหละ และความหวังใจแห่ง
คนทไี่ ม่มีพระเจา้ จะวอดวายไป”
ความหวังของโยบขาดสะบั้นไป โยบ 8:14
“ความหวังของเขาจะขาดสะบั้นไปและความ
ไวว้ างใจของเขาเปน็ ดุจใยแมลงมมุ ”
3.ทาไมบิลดัดเหมาผิดๆ เกี่ยวกับโยบอย่าง
น้ัน? เพราะบิลดัดเชื่อว่า ส่ิงเลวร้ายจะไม่เกิด
ขึ้นกับคนชอบธรรมอย่างแน่นอน สมมติฐาน
ดังกล่าวไม่เป็นความจริงเสมอไป โยบเหมือน
อัครสาวกเปาโล และพระเยซู ทั้งสามเป็นผู้
12
ชอบธรรมแต่ได้เผชิญกับความทุกข์ยากลาบาก
ดว้ ยกันท้ังนน้ั โดยไมน่ ่าจะเกิดเลย
IV.บิลดัดไม่ใช้กลยุทธ์ด้วยความจริงใจจึง
พลาดโอกาสท่หี นนุ ใจเพื่อน
1.บิ ล ดั ด มี ใ จ อ ค ติ ต่ อ โ ย บ ต้ั ง ห น้ า ต้ั ง ต า
ประดิษฐ์ถ้อยคาเพื่อโจมตีแทนท่ีจะเล้าโลม
เพอ่ื น
โยบ 8:20-22 “เออ พระเจา้ ท่านไม่ทรงละ
ทิ้งคนดีรอบคอบหรือพระองค์ไม่ทรงช่วยพยุง
มือของคนชั่ว ยังจะทรงบรรจุการหัวเราะไว้ใน
ปากของท่านและริมฝีปากของท่านจะเปี่ยม
ด้วยความช่ืนใจยินดี ผู้ที่เกลียดชังท่านจะหุ้ม
ห่อตัวด้วยความอายและท่ีอาศัยของคนชั่วร้าย
จะเสือ่ มศูนย์ไป”
13
2.บิลดัดไม่ฉวยโอกาสในการปลอบใจ
เพ่ือนที่กาลังมีความทุกข์และไม่ได้อธิษฐาน
เผ่อื
โยบไม่ได้ต้องการคาเทศนา ไม่ต้องการใช้
กลยุทธ์การตลาดด้วยการยกประวัติศาสตร์มา
อ้างอิง ยกปรากฏการณ์ตามธรรมชาติมาเป็น
อุทาหรณ์ โยบโหยหาเพ่ือนท่ีจะมาหนุนใจและ
ปลอบใจในยามทุกข์ยาก เพ่ือนที่มีความรู้สึก
เ ป็ น ทุ ก ข์ โ ศ ก เ ศ ร้ า เ ห มื อ น กั บ พ ร ะ เ ย ซู ท ร ง
กรรแสงเมอื่ ทราบวา่ ลาซะโลเสยี ชวี ติ
โยฮัน 11:33-35 “เม่ือพระเยซูทรงเห็นมา
เรยี ร้องไห้และพวกยูดายที่มากับเขาร้องไห้ด้วย
พระองค์ทรงคร่าครวญร้อนพระทัย และตรัส
ถามว่า ได้เอาศพไปไว้ท่ีไหน? เขาทูลว่า
14
พระองค์เจ้าข้า เชิญเสด็จมาดูเถิด ฝา่ ยพระเยซู
กก็ รรแสง”
สรุป: 1.ในยามวิกฤตทุกข์โศกเศร้า ไม่ต้อง
ใช้กลยุทธ์การตลาดและปรัชญาเพ่ือปลอบใจ
เพ่ือน บิลดัดพลาดโอกาสในการปลอบใจ
เพอื่ น
1โกรินโธ 12:26 “ถ้าอวัยวะอันหนึ่งเจ็บ
อวัยวะทั้งปวงก็พลอยเจ็บด้วยกัน ถ้าอวัยวะ
อันหน่ึงได้รับเกียรติยศ อวัยวะทั้งปวงก็พลอย
ชน่ื ชมยนิ ดีด้วย”
บทเรยี นจากหนงั สอื
โยบ
สุบิน ปน้ั บญุ
คริสตจักรของพระครสิ ต์ หม่บู ้านมิตรภาพ