The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายศรันย์ บัวศรี, 2020-11-05 03:54:40

พิจิตร

พิจิตร

1

จงั หวัดพจิ ติ ร

รายวชิ าคอมพวิ เตอร์

จัดทาโดย

นางสาว จตุพร ผวิ ออ่ นดี
เสนอ

คุณครู สุวารยี ์ ยภี่ ู่
โรงเรียน กรรณสูตศึกษาลยั

2

คานา

พจิ ิตร เป็นจงั หวดั ท่รี ูจ้ กั กนั ดีในนาน ‘เมืองชาลาวนั ’ ตน้ กาเนิดวรรณคดพี นื้ บา้ นเรือ่ งไกรทอง เห็นได้
ชดั จากมาสคอตจระเขน้ ่ารกั ๆ อย่ตู ามมมุ เมืองและเกาะกลางถนนหากมโี อกาสไปเท่ียวพจิ ติ รในช่วงเดือน
มีนาคมและเมษายน ตอ้ งไมพ่ ลาดแวะชมชิมชอ้ ปงานสม้ โอหวานและของดี อาเภอโพธิป์ ระทบั ชา้ ง ได้
บรรยากาศงานกาชาดท่เี ต็มไปดว้ ยสินคา้ โอทอปแตล่ ะตาบล ซง่ึ ไฮไลทอ์ ย่ทู ่ีกจิ กรรมแบบจดั เต็ม เช่น พธิ ี
บวงสรวงหลวงพ่อโต, พิธีบวงสรวงพระเจา้ เสอื , ประกวดไก่ชนพืน้ เมอื งสวยงาม, การแขง่ ขนั ชกมวยไทย, การ
แสดงแสง สี เสียง ตานานสมเด็จพระเจา้ เสือ และมหรสพสมโภช ในบรรยากาศยอ้ นยคุ อย่างลเิ ก ภาพยนตร์
และราวงพนื้ บา้ น

ในสว่ นของตวั เมอื ง พจิ ิตรเองก็มียา่ นเมอื งเก่า อย่าง ‘ย่านเก่าวงั กรด’ ชมุ ชนเกา่ แก่ บรรยากาศน่ารกั
ท่แี นะนาวา่ ไม่ควรพลาดเชน่ กนั ท่นี ่ใี นอดตี มีความรุง่ เรื่องดา้ นการคา้ ขาย เน่อื งจากเป็นจดุ ตดั ทางการ
คมนาคมทงั้ ทางบกและทางนา้ อีกทงั้ ชาวบา้ นสว่ นใหญ่เป็นชาวไทยเชือ้ สายจีนประกอบอาชีพคา้ ขายมา
ตงั้ แต่สมยั บรรพบรุ ุษ ทาใหก้ ลายเป็นศนู ยก์ ลางการคา้ ขายแห่งใหญ่ของพิจติ ร แตเ่ ม่อื ความเปล่ียนแปลง
ทางการคมนาคมและระบบซอื้ ขายแบบสมยั ใหม่เขา้ มา ทาใหเ้ ศรษฐกิจของตลาดวงั กรดซบเซาลงอย่าง
รวดเรว็ ลกู หลานชาวตลาดส่วนใหญ่จงึ ไปหางานทานอกพนื้ ท่กี นั หมด

พจิ ติ ร เป็นเพียงเมอื งเลก็ ๆ ท่ีนา่ รกั และเตม็ ไปดว้ ยวฒั นธรรมและเรอ่ื งราวท่ชี วนใหค้ ิดถึง บา้ นเมือง-
วฒั นธรรม ท่มี เี สนห่ แ์ ละมีเอกลกั ษณ์ เป็นอีกหน่งึ จงั หวดั ท่นี ่ารกั ท่ผี มอยากจะหาโอกาส กลบั มาเท่ยี วอีกสกั
ครงั้ แนน่ อนครบั และอยากจะชวนทกุ คนมารว่ มเท่ียวเมอื งไทย เท่ียวพจิ ติ รดว้ ยกนั ดว้ ยนะครบั และอีกหน่ึง
สถานท่ที ่องเท่ยี วถา้ พลาดอาจมาไมถ่ งึ พจิ ิตรก็คือ การมาตามหาชาละวนั ท่ี ‘บงึ สไี ฟ’ แหลง่ นา้ จดื ท่มี ขี นาด
ใหญ่เป็นอนั ดบั ตน้ ๆ ของประเทศ น่งั ชมพระอาทติ ยต์ กดนิ และบอกลาหนึ่งวนั ไปกบั บรรยากาศอนั สงบเงยี บ
และลมพดั เบาๆ

สารบัญ 3

พจิ ิตรดีนะ หนา้
ท่ีต้งั และอาราเขต
พฒั นาการประวตั ิ 3
อทุ ยานเมืองเก่า 5
เท่ียวกนั 6
ทิ้งทา้ ย 9
17
34

4

พิจิตร" แปลว่า "งาม" เม่อื กลา่ วถึงเมืองพิจติ รจึงหมายถงึ เมืองงาม เมืองท่ีมเี สนห่ ป์ ระทบั ใจ
นอกจากนยี้ งั เป็นเมืองท่ีสาคญั ทางประวตั ิศาสตร์ คือ เป็นท่ปี ระสตู ิของพระเจา้ เสอื หรอื "พระศรีสรรเพชญท์ ่ี8
พระเจา้ แผน่ ดินแห่งกรุงศรีอยธุ ยาและเป็นเมืองท่ีใหก้ าเนิดนกั ปราชญร์ าชบณั ฑิตคือ พระโหราธิบดีบิดาของ
ศรปี ราชญจ์ งั หวดั พิจิตรเป็นจงั หวดั เก่าแกม่ ากจงั หวดั หนึ่งของประเทศไทยมีมาตงั้ แต่สมยั กรุงสโุ ขทยั เป็นราช
ธานี เช่ือกนั ว่าเจา้ กาญจนกุมาร (พระยาโคตระบอง) โอรสพระยาโคตมเทวราช เป็นผสู้ รา้ งเมอื ง เหนือฝ่ัง
แมน่ า้ นา่ นในปี พ.ศ. 1601 เดมิ มีหลายช่ือ คือ เมอื งสระหลวง เมืองโอฆะบรุ ี เมอื งชยั บวรและเมืองปากยม
ดนิ แดนอนั เป็นเขตจงั หวดั พิจิตรอย่ใู นท่รี าบลมุ่ ตอนใตข้ องภาคเหนอื ในดินแดนสวุ รรณภมู บิ รเิ วณนเี้ ป็น
บรเิ วณท่ีลานา้ ยมและลานา้ น่านไหลผา่ น ลกั ษณะพเิ ศษของดินแดนจงั หวดั พจิ ิตรเดิมเตม็ ไปดว้ ยหว้ ย หนอง
คลอง บงึ พนื้ ดินจงั หวดั พิจิตร เป็นดินอดุ มสมบรู ณเ์ หมาะแกก่ ารเกษตร เพราะเป็นดินตะกอนท่เี กิดจากนา้
ทว่ มทบั ถมทุกปีมีปลาชกุ ชมุ ในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถแหง่ กรุงศรีอยธุ ยา เม่อื เปล่ียนการปกครอง
เป็นแบบจตสุ ดมภแ์ ละแบ่งหวั เมอื งออกเป็นหวั เมือง เอก โท ตรี จตั วา เมอื งพิจิตรมีฐานะเป็นเมอื งตรี มี
ความสาคญั ทางทหารและการปกครองมาก ต่อมาในสมยั รชั กาลท่ี 2 แห่งกรุงรตั นโกสินทร์ ไดท้ รงพระราช
นิพนธค์ ากลอนเร่ือง "ไกรทอง" โดยใชเ้ มืองพจิ ิตรเป็นแหล่งกาเนิดของเรอื่ งราว เน่อื งจากเมืองพิจติ ร เป็นเมือง
ท่มี แี หลง่ นา้ มากมายและมจี ระเขช้ กุ ชมุ น่นั เอง ในปี พ.ศ. 2435 กรมพระยาดารงราชานภุ าพ ไดน้ ารูปแบบ
การปกครองระบบ เทศภบิ าลมาใชแ้ ละไดจ้ ดั ตงั้ มณฑลพษิ ณโุ ลก เป็นมณฑลแรกประกอบดว้ ย 5 เมอื ง
คือ เมืองพิษณโุ ลก เมืองพิชยั เมอื งสวรรคโลก เมืองสโุ ขทยั และเมืองพิจิตร

5

ตง้ั และอาณาเขต
จงั หวดั พจิ ิตรอย่หู ่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศเหนือประมาณ 350 กิโลเมตร มีเนือ้ ท่ปี ระมาณ 5,020 ตาราง

กิโลเมตร มอี าณาเขตติดต่อกบั จงั หวดั ใกลเ้ คยี ง ดงั นี้

ทิศเหนือ ติดต่อกบั จงั หวดั พษิ ณุโลก

ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั จงั หวดั เพชรบรู ณ์

ทิศใต้ ตดิ ต่อกบั จงั หวดั นครสวรรค์

ลักษณะภูมปิ ระเทศและการประกอบอาชพี

มี สภาพภมู ิประเทศเป็นท่รี าบลมุ่ ตอนกลางและค่อยสงู ขึน้ ทางทิศตะวนั ออกและตะวนั ตกมแี มน่ า้ ยมและแมน่ า้ นา่ นไหล
ผา่ นจากเหนือ
จรดใต้ มีบงึ สีไฟ และบงึ หนอง คลอง อีกจานวนมาก

สภาพภมู อิ ากาศโดยท่วั ไปอณุ หภมู ิเฉลย่ี 30.2 องศาเซลเซยี ส
ต่าสดุ โดยประมาณ 14.4 องศาเซลเซยี ส สงู สดุ โดยเฉลยี่ ประมาณ
33.2 องศาเซลเซยี ส ปรมิ าณนา้ ฝนเฉล่ียตลอดปี 911.3 มิลลเิ มตร
สงู สดุ 1,113.9 มิลลิเมตร

การประกอบอาชพี สว่ นใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร
เป็นภาคการผลิตหลกั รองลงมาไดแ้ ก่ อตุ สาหกรรม การคา้ สง่
การคา้ ปลีก และการบรกิ าร ผลผลิตสาคญั ไดแ้ ก่ ขา้ วโพด
ถ่วั เขยี ว และการประมง

6

พฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์

การตง้ั ถิ่นฐาน
เมื่อปี พ.ศ. 2536 ไดต้ รวจมีการตรวจสอบแหล่งโบราณคดีที่ตาบลป่ าคา อาเภอเมือง พบ

โบราณวตั ถุท่ีทาใหส้ ันนิษฐานไดว้ า่ เป็นแหล่งโบราณคดีสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ตอนปลาย อายปุ ระมาณ
2,000-3,000 ปี จากการสารวจดว้ ยภาพถา่ ยทางอากาศ พบวา่ ชุมชนโบราณอยใู่ นเขตจงั หวดั พิจิตรรวม
10 แห่ง คือ ท่ีบา้ นเมืองเก่า ตาบลเมืองเก่า อาเภอเมือง ท่ีบา้ นโคกใต้ บา้ นไดรัง ตาบลหว้ ยร่วม บา้ นหว้ ย
เรียงใต้ ตาบลวงั กรด บา้ นไดปลาดุก ตาบลวงั สาโรง อาเภอบางมลู นาก บา้ นทงุ่ โพธิ อาเภอโพธิประทบั
ชา้ ง บา้ นป่ ุมประดู่ ตาบลดงเสือเหลือง อาเภอตะพานหิน บา้ นทบั คลอ้ ตาบลทบั คลอ้ บา้ นหมอง
เด่ือ ตาบลเขาทราย อาเภอทบั คลอ้ และที่บา้ นทงุ่ พระเนียด ตาบลหนองหลมุ อาเภอวชิรบารมี

นอกจากน้ี ยงั ปรกฎร่องรอยเมืองโบราณชื่อ เมืองไชยบวร อยใู่ นเขตตาบลบา้ นนอ้ ย อาเภอ
โพทะเล สันนิษฐานวา่ เป็นเมืองปากยมที่มีอยใู่ นศิลาจารึกสมยั กรุงสุโขทยั ปากยม คอื บริเวณที่แม่น้ายม
ไหลมาบรรจบแมน่ ้าน่าน แตเ่ นื่อจากแม่น้าน่านไดเ้ ปล่ียนทางเดินไปต้งั สมยั ตน้ รัตนโกสินทร์ ทาใหก้ าหนด
ที่ต้งั เมืองปากยมไมไ่ ด้

เมืองพจิ ิตรเก่าเป็นของกรุงศรีอยธุ ยา ต้งั แตป่ ี พ.ศง 1959 ตามที่ปรากฎหลกั ฐานในจารึกลาน
ทอง ซ่ึงพบท่ีวดั พระศรีรัตนมหาธาตุ ที่เมืองพิจิตรเก่า มีขอ้ ความเป็นพระบรมราชโองการเล่ือนสมณศกั ด์ิ
พระเถรพุทธสาคร ซ่ึงเป็นพระครูธรรมโมลีศรีราชบตุ ร เมื่อปี พ.ศ. 1959 ซ่ึงอยใู่ นรัชสมยั สมเดจ็ พระศรีนค
รินทราชาแห่งกรุงศรีอยธุ ยา

จากพงศาวดารเมืองเหนือ ในเรื่องพระยาแกรก มีความวา่ เมื่อพระยาโคตมเทวราช หนีพระยา
แกรก ไปต้งั เมืองใหม่ที่บา้ นโกณทญั ญคาม ซ่ึงเป็นชุมชนโบราณ มีผอู้ ยอู่ าศยั มาแลว้ หลายชวั่ คน ต่อมาเจา้
กาญจนกมุ ารผเู้ ปนพระราชบุตร ไดค้ รองเมืองตอ่ จากพระราชบิดา จึงไดน้ ามวา่ เจา้ โคตรตะบอง และได้
สร้างเมืองพจิ ิตร มีเช้ือสายปกครองสือตอ่ กนั มาประมาณ 200 ปี วงศโ์ คตรตะบองกส็ ิ้สุดลง เน่ืองจากไมม่ ี
รัชทายาทสืบราชสมบตั ิ คงมีแตส่ ามญั ชนเป็นเจา้ เมืองปกครองตอ่ มา

7

เม่ือกรุงสุโขทยั มีอานาจแผอ่ าณาเขตลงมาทางใต้ เมืองพจิ ิตรจึงตกอยใู่ นอานาจการปกครองของอาณาจกั ร
สุโขทยั และอยใู่ นฐานะเมืองหนา้ ด่านทางทิศใต้ หรือเมืองลูกหลวง เม่ือกรุงสุโขทยั เสื่อมอานาจลง และกรุง
ศรีอยธุ ยามีอานาจข้นึ เมืองพิจิตรจึงมาข้นึ กบั กรุงศรีอยธุ ยา ในสมยั อยธุ ยาตอนปลาย เมืองพจิ ิตรมีเมืองข้นึ อยู่
เมืองหน่ึงคือ เมืองภูมิ หรือเมืองภมู ิพระราชทาน อยทู่ างทิศตะวนั ออกเฉียงใตข้ องเมืองพิจิตร อยหู่ ่างไป
ประมาณ 70 กิโลเมตร ซ่ึงเป็นชุมชนขนาดเลก็ ในรัชสมยั พระสรรเพชญท์ ี่ 8 หรือสมเด็จพระเจา้ เสือ ไดท้ รง
สร้างวดั โพธิประทบั ชา้ ง เป็นอนุสรณ์สถาน ท่ีพระองคไ์ ดป้ ระสูตร ณ ท่ีน้นั

พวกท่ีอพยพมาอยใู่ นเขตจงั หวดั พิจิตร ไดด้ าเนินมาโดยตลอดเป็นเวลาหลายร้อยปี มาแลว้
ประกอบดว้ ย ชาวไทยจากภาคกลาง ลาวโซ่ง จากจงั หวดั เพชรบุรี และราชบุรี ลาวยวน จากจงั หวดั
สระบุรี ลาวพวน จากอาเภอบา้ นหม่ี จงั หวดั ลพบรุ ี ลาวข้ีคร่ัง จากภาคอิสาน และชาวไทยอิสาน สมยั หลงั
สงครามโลกคร้ังท่ีสอง

กล่าวกนั วา่ เมืองพจิ ิตรเดิมช่ือวา่ เมืองสระหลวง หรือเมืองโอฆบรุ ี ในเขตจงั หวดั พิจิตรยงั มี
ชุมชนโบราณอีก 2 เมือง คือ เมืองบา่ ง อยใู่ นเขตตาบลทุ่งโพธิ อาเภอตะพานหิน และอีกเมืองหน่ึงไม่ปรากฎ
ช่ือ อยใู่ นเขตตาบลทบั คลอ้ อาเภอทบั คลอ้ เมืองท้ีงสองน้ีมีผสู้ นั นิษฐานวา่ น่าจะช่ือเมืองนครพงั คา และเมือง
แสงเชรา

ตามพงศาวดารเหนือ มีตานานกลา่ วถึงเมืองพิจิตรอยู่ 2 เร่ืองดว้ ยกนั คือเร่ืองพระยาแกรก กลา่ วถึง
การสร้างเมืองไชยบวร และเรื่องสร้างเมืองพิษณุโลก กล่าวถึงการสร้างเมืองโอฆบุรีเมืองไชยบวร ยงั มีแนวคู
เมืองและกาแพงเมืองเหลืออยู่ คเู มืองมีขนาดใหญ่ และลึก มกั จะเรียกวา่ บึงไชยบวร และเรียกเมืองไชยบวรวา่
เมืองชีบวน

สาหรับเมืองโอฆบรุ ี พงศาวดารเหนือกลา่ ววา่ เป็นเมืองที่พระเจา้ ศรีธรรมไตรปิ ฎกสร้างข้ึนพร้อม
กบั เมืองพษิ ณุโลก

8

สมยั กรุงศรีอยธุ ยา
เม่ือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 พระเจา้ อทู่ อง ทรงสถาปนากรุงศรีอยธุ ยาเป็นราชธานี เม่ือปี พ.ศ.

1893 เมืองพจิ ิตรมีฐานะเป็นหวั เมืองหน่ึงใน 16 เมือง และหลงั จากท่ีสมเด็จพระบรมไตรโกนาถ ทรง
จดั ลาดบั ฐานะหัวเมืองเป็นหัวเมืองเอก โท ตรี และจตั วา พระไอยการตาแหน่งนาทหารหวั เมือง ระบฐุ านะ
ของเมืองพิจิตรวา่ เป็นหวั เมืองช้นั ตรี ข้ึนกบั สมหุ กลาโหม มีออกญาเทพาธิบดีศรีณรงคฤาไชยอภยั พรียพาหะ
ตาแหน่งเจา้ เมืองนา 5,000

สมยั รตั นโกสนิ ทร์
เม่ือคร้ังศึกพมา่ ในสงครามเกา้ ทพั กรมพระราชวงั บวรสถานภิมขุ ไดใ้ หเ้ จา้ พระยามหาเสนา ยก

ทพั ข้นึ ไปรักษาเมืองพิจิตรไว้
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว เม่ือคร้ังยงั ทรงผนวชอยไู่ ดเ้ สด็จธุดงคไ์ ปยงั เมืองเหนือ

หลายเมือง รวมท้งั เมืองพิจิตรดว้ ย โดยไดแ้ วะประทบั ที่เขาลูกชา้ งและบา้ นขมงั เม่ือปี พ.ศ. 2376 และ
เมื่อพระองคไ์ ดเ้ สด็จข้นึ ครองราชยแ์ ลว้ ไดเ้ สด็จหวั เมืองเหนือ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกลา้
เจา้ อยหู่ วั เม่ือคร้ังยงั บรรพชาเป็นสามเณรไดโ้ ดยเสด็จพระราชดาเนินดว้ ย ไดเ้ สด็จไปทางลาน้าเก่าหรือลา
น้าพจิ ิตร

ในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั หลวงธรเณนทร์ (แจ่ม) ไดย้ า้ ยเมืองพิจิตรไป
สร้างใหม่ที่บา้ นปากทาง ตาบลปากทาง เม่ือปี พ.ศ. 2424 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2427 ไดย้ า้ ยเมืองอีกคร้ัง
ไปต้งั อยทู่ ี่บา้ นทา่ หลวง ตาบลในเมือง อนั เป็นท่ีต้งั ศาลากลางจงั หวดั ในปัจจุบนั

ปี พ.ศ. 2448 พระยาศรีสุริยราชวราภยั (จร) เจา้ เมืองพจิ ิตร ไดส้ ร้างกรมทหารเมืองพจิ ิตรท่ีริม
ฝั่งตะวนั ตกของแม่น้าน่าน คอื กรมทหารราบที่ 17 มีนายพนั ตรีหลวงราชานุรักษ์ เป็นผบู้ งั คบั การกรม

ในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดโ้ ปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ปลี่ยนคาวา่ เมืองเป็น
จงั หวดั เมื่อปี พ.ศ. 2459 และเปลี่ยนตาแหน่งผวู้ า่ ราชการเมือง เป็นผวู้ า่ ราชการจงั หวดั และประกาศใหใ้ ช้
ช่ืออาเภอให้ตรงกบั ชื่อตาบลที่ต้งั ท่ีวา่ การอาเภอ จงั หวดั พิจิตรไดเ้ ปลี่ยนชื่ออาเภอเมืองเป็นอาเภอท่าหลวง
อาเภอภมู ิเป็นอาเภอบางมูลนาก กรมมหารราบที่ 17 ถกู ยบุ ไปข้ึนอยกู่ บั กรมทหารราบ มณฑลพษิ ณุโลก

หลงั เปลี่ยนแปลงการปกครอง ไดม้ ีการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิระเบียบราชการบริหารแห่ง
ราชอาณาจกั รสยาม พ.ศ. 2476 ยกเลิกมณฑลเทศาภิบาล ไดม้ ีการต้งั เทศบาลเมืองพจิ ิตรข้ึนเป็นคร้ังแรก
เม่ือปี พ.ศ. 2479

9

อทุ ยานเมืองเก่าพจิ ติ ร(ซึ่งเช่ือกนั ว่าเป็ นเมืองพจิ ติ รเก่า)
เมืองพิจิตร เคยเป็นเมืองที่พระเจา้ แผน่ ดินปกครองสืบต่อกนั มาหลายพระองค์ ต้งั แต่คร้ังยงั สร้างเมืองอยู่ ณ
นครไชบวรประมาณหลงั ปี พทุ ธศกั ราช 1600 ถึง 1800 เมื่อสิ้นราชวงศ์ เมืองพิจิตรก็ยงั คงมีฐานะเป็น
หนา้ ดา้ นข้ึนตรงต่อราชธานีสุโขทยั เมื่อปี พ.ศ. 300 ชาติละวา้ เป็นชาติที่ใหญแ่ ละเจริญท่ีสุดในสุวรรณภูมิ
เป็นชาติท่ีมีระเบียบวินยั เรียบร้อยในการปกครองมาก่อน ไดต้ ้งั อาณาจกั รใหญ่ ๆ แยกกนั อยู่ 3 อาณาจกั ร คือ
อาณาจกั รทวาราวดี อาณาจกั รยางหรือโยนก และอาณาจกั รโคตรบรู อาณาจกั รทวาราวดี ไดแ้ ก่พ้ืนที่ต้งั แต่
จงั หวดั พิษณุโลก ไปจนจดจงั หวดั ราชบุรีทิศตะวนั ออกไปถึงปราจีนบุรี อาณาจกั รทวาราวดีน้ีมีเมืองสาคญั 3
เมืองดว้ ยกนั คือ เมืองนครปฐม เป็นราชธานี เมืองละโว้ ต่อมาเปล่ียนเป็นลพบุรี และเมืองสยามต่อมา
เปลี่ยนเป็นสุโขทยั เมืองพจิ ิตรในสมยั ทวาราวดีจึงข้นึ อยใู่ นเมืองละโว้ (หรือเมืองลพบุรีในปัจจุบนั ) แต่
ขณะน้นั เมืองพิจิตร จะมีนามวา่ อยา่ งไร ต้งั ท่ีไหน ไม่มีกล่าวไวใ้ นประวตั ิศาสตร์ ต่อมาเม่ือประมาณปี พ.ศ.
1400 เป็นตน้ มา ขอมมีอานาจและแผอ่ านาจมาในอาณาจกั รทวาราวดีดว้ ยขอมติไดเ้ มืองโคตรบูร เมืองยาง
หรือโยนกไวไ้ ดท้ ้งั หมดแลว้ จดั ส่งคนมาครอบครองอยา่ งเมืองข้นึ ธรรมดา เฉพาะเมืองทวาราวดี ขอมแบง่ การ
ปกครองออกเป็น 2 มณฑล คือ มณฑลฝ่ายใต้ และมณฑลฝ่ายเหนือ มณฑลฝ่ายใตม้ ีเมืองละโวโ้ ดยขอมมา
เปล่ียนแปลงเป็นลพบุรีใหเ้ ป็นศูนยก์ ลาง ฝ่ายเหนือมีเมืองสยามคือ สุโขทยั เป็นศนู ยก์ ลาง การขยายอานาจของ
ขอมทาใหช้ าวละวา้ ซ่ึงเป็นชนพ้ืนเมืองส่วนใหญ่ตกอยภู่ ายใตก้ ารปกครอง หรือการเป็นประเทศราชของขอม
กลุ่มชนที่เคยมีอานาจและรักความเป็นอิสระไม่สมคั รใจจะอยใู่ นสภาพเช่นน้ี ชาวละวา้ จึงมีการอพยพข้นึ ไป
ทางเหนือเพอ่ื ไปแสวงหาดินแดนสร้างเมืองใหม่

10

พระยาโคตะบอง
เม่ือราว พ.ศ. 1600 พระราชวงศผ์ สู้ ืบสายมาแตพ่ ระยาโคตระบองเทวราชองคห์ น่ึง ทรงพระ
นามวา่ เจา้ กาญจนกมุ าร (พระยาโคตระบอง) เสด็จประพาสทางชลมารคไปตามลาน้าน่านเก่าข้ึนไปทางเหนือ
เสดจ็ พระราชดาเนินถึงหมบู่ า้ นสระหลวงมีบึงใหญ่น้าลึกใสมีปลาชุกชุม ประกอบดว้ ยบวั หลวงงามสะพรั่งเตม็
บึงเป็นที่ตอ้ งพระทยั จึงทรงดาริใหย้ า้ ยเมืองจากนครไชยบวร มาต้งั ใหมท่ ี่บา้ นสระหลวง และโปรดเกลา้ ฯให้
ฝังหลกั เมือง ต่อมาโอรสพระยาโคตรตะบอง ผคู้ รองนครไชยบวรตอ่ มามี พระนามวา่ เจา้ กาญจนกุมาร เสด็จ
ทางชลมารคไปทางทิศเหนือของแม่น้าน่านเก่าถึงบา้ นสระหลวง ทรงดาริวา่ ถา้ ต้งั เมืองใหม่ในบริเวณน้ี ต่อไป
การขยายเมืองกส็ ะดวก ทางใตม้ ีบึงใหญ่อีกแห่งหน่ึง(บึงไอจ้ ๋อ ปัจจุบนั น้ีต้ืนเขินแลว้ ) ขวางอยู่ ทางตะวนั ออกมี
บึงสีไฟ ทางตะวนั ตกมีแมน่ ้าน่านเป็นพรมแดน หากขา้ ศึกยกมาก็ยากท่ีจะบุกเขา้ ถึงตวั เมืองพ้นื ที่บางแห่งราบ
ลมุ่ กวา้ งใหญเ่ หมาะแก่การเพาะปลกู ริมฝ่ังแม่น้าน่านเป็นที่เนินน้าไมท่ ่วมเหมาะแก่ราษฎรจะสร้างบา้ นเรือน
เรียงราย ไปตามแมน่ ้าลอ้ มดว้ ยตวั เมืองอีกทีหน่ึง เม่ือมีบา้ นเรือนหนาแน่นแลว้ การเก็บส่วยอากรขนอนของ
แมน่ ้าน่านเก่า และก่อกาแพงเมืองดว้ ยอิฐชุบยางไมบ้ ง (บง เป็นตน้ ไมช้ นิดหน่ึงมียางเหนียวมาก) เป็นกาแพง
ช้นั เดียว และไดท้ าพธิ ีฝังหลกั เมือง เม่ือ พ.ศ. 1601 ลกั ษณะกาแพงเมืองก่อดว้ ยอิฐชุบยางไมบ้ ง ฐานกวา้ ง
10 ศอก สร้างเป็นแนวดิ่งเรียงอิฐตามความยาวของกาแพง 2 แถว แถงหน่ึง ๆ กวา้ ง 3 ศอก เวน้ ช่องกลาง 4
ศอก เป็นทางยาวตลอดกาแพง เรียงอิฐสูงข้ึนไปพร้อมกบั ถมดินลงช่องกลางตามข้นึ ไปจนสุดกาแพง จึงเรียง
อิฐปิ ดขา้ งบนและขา้ งบนที่ขอบกาแพงน้นั ไม่ไดส้ ร้างเชิงเทิน หรือป้อมปราการ หากปักเสาระเนียดเป็น
ปราการรายรอบโดยวา่ งเสาห่างกนั เป็นระยะ ติดไมค้ ร่าวประกบั มน่ั คง ดา้ นหนา้ ทีประตู 3 ช่อง ดา้ นหลงั มี 2
ช่อง ประตูเมืองทุกช่องก็ดว้ ยอิฐชุบยางไมบ้ ง ซุม้ ประตูก็เป็นหลงั คอทรงปราสาท คนเก่าทา่ นเลา่ กนั ต่อ ๆ มา
วา่ ซุม้ ประตูไม่สวย ทรงปราสาทอยบู่ นหลงั คามุข มขุ หนั หนา้ เขา้ ตวั เมืองทางหน่ึง หนั ออกนอกตวั เมืองทาง
หน่ึง

11

นอกกาแพงดา้ นตะวนั ออก และดา้ นเหนือขดุ คลู ึก 6 ศอก เพ่อื ป้องกนั ศตั รูภายนอก ดา้ นตะวนั ตกเป็นหนา้
เมือง ภายในกาแพงเมืองเมืองเดิมไม่มีวดั มีแต่สถูป (ปัจจุบนั คอื วดั มหาธาตุ) เม่ือสร้างเมืองเสร็จ รุ่งข้ึนจึงมี
พระราชพิธีสมโภชตามลทั ธิพราหมณ์ ทรงพระราชทานนามเมืองใหม่วา่ “เมืองพิจิตร” อนั เป็นสมญาต้งั แต่
พ.ศ. 1602 เป็นตน้ มา พระประยรู วงศานุวงศต์ ลอดจนไพร่ฟ้า ขา้ ราชบริพาร จึงถวายพระนามพระเจา้ กาญ
จนกมุ ารใหม่วา่ “พระยาโคตรตะบองเทวราช” ใหเ้ หมือนกบั นามพระยาโคตรตะบององคแ์ รก ซ่ึงเป็นตน้
ราชวงศ์ แลรัชทายาทท่ีจะครองเมืองต่อไปเบ้ืองหนา้ ก็ใหม้ ีนามวา่ พระยาโคตรตะบองเทวราชทุก
พระองค์ คร้ันเมื่อขอมเส่ือมอานาจลง ไทยไดเ้ ริ่มทยอยลงมาในดินแดนสุวรรณภูมิ พ่อขนุ ผาเมืองไดย้ ก
กองทพั เขา้ ตีเมืองหนา้ ด่านของขอมได้ เมืองพิจิตรจึงเป็นของไทยต้งั แต่น้นั มา

ในปี พ. ศ. 1800 พระยาโคตรตะบองเทวราชองคส์ ุดทา้ ยที่เมืองพิจิตรสวรรคต ไม่มีพระราช
โอรสสืบสมบตั ิเมืองพจิ ิตร วงศโ์ คตรตะบองเทวราชสิ้นสุดลง เมืองพจิ ิตรไดข้ ้ึนตรงต่อสุโขทยั สมยั พอ่ ขนุ
รามกาแหงมหาราช ทรงวางระเบียบการปกครองหวั เมืองออกเป็น 3 อยา่ ง โดยแบ่งเป็นหวั เมืองช้นั ใน หวั
เมืองช้นั นอก และเมืองข้ึนหรือเมืองประเทศราช หวั เมืองช้นั ใน ทรงต้งั เป็นเมืองลกู หลวง(เมืองหนา้ ด่าน) ลอ้ ม
กรุงสุโขทยั ไว้ 4 ทิศ เพ่ือป้องกนั ขา้ ศึกที่จะทะลทุ ะลวงเขา้ มาถึงเมืองหลวง และเพอ่ื สะดวกในการจดั กาลงั
กองทพั เมืองพจิ ิตรเป็นเมืองลูกหลวง หรือเมืองหนา้ ด่านอยทู่ างทิศใต้ ทิศเหนือมีเมืองเชลียง(สวรรคโลก) ทิศ
ตะวนั ออกมีเมืองสองแคว(พิษณุโลก) ทิศตะวนั ตกมีเมืองชากงั ราว(กาแพงเพชร) เมื่อสุโขทยั เลื่อมอานาจลง
และไดต้ กเป็นเมืองข้ึนของกรุงศรีอยธุ ยา แตค่ วามสาคญั ของเมืองพิจิตรน้นั ลดนอ้ ยลง เม่ือประมาณ พ.ศ.
2006 รัชสมยั สมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ทรงยกเลิกการปกครองแบบเก่า เปล่ียนมาเป็นแบบจตุสดมภ์
เพ่อื สร้างความสามคั คีกลมเกลียวในชาติ เป็นการรวบอานาจไวท้ ่ีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคมีขนุ นางเป็น
ผปู้ กครอง และแบ่งหัวเมืองออกเป็นหวั เมืองเอก โท ตรี จตั วา เมืองพจิ ิตรมีฐานะเป็นเมืองตรี นบั วา่ พจิ ิตรเป็น
เมืองใหญแ่ ละมีความสาคญั ทางทหาร และการปกครองไมน่ อ้ ย

เม่ือสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถไดเ้ สด็จครองราชยท์ ่ีเมืองพษิ ณุโลก ทรงเห็นวา่ พิจิตรเป็นเมืองลมุ่
เตม็ ไปดว้ ย บึง คลอง ลาหว้ ย โดยเฉพาะบึงสีไฟที่มีน้าขงั ตลอดท้งั ปี ไมเ่ คยแหง้ มีเน้ือที่ประมาณ 12,000
ไร่ จึงขนานนามเมืองพจิ ิตรอีกนามหน่ึงวา่ “โอฆะบุรี” ซ่ึงแปลวา่ หว้ งน้า เมืองโอฆะบรุ ีคอื เมืองพิจิตร เป็น
เมืองโบราณมีป้อมปราการอยรู่ ิมแมน่ ้าน่านเก่า ซ่ึงต้ืนเขินแลว้ ชื่อเดิมเรียกวา่ เมืองสระหลวง คงเป็นเพราะเป็น
เมืองท่ีมีบึงบางมาก ท้งั ในศิลาจารึกสุโขทยั และกฎหมายช้นั เก่าของกรุงศรีอยธุ ยากเ็ รียกวา่ เมืองสระหลวง
ปรับเป็นคูก่ บั เมือง เมืองสองแคว คือเมืองพษิ ณุโลก ซ่ึงเดิมมีแมน่ ้านอ้ ยอยทู่ างตะวนั ออก และแม่น้าน่านอยู่
ทางตะวนั ตก แต่แมน่ ้านอ้ ยต้ืนเขนิ เสียนานแลว้

12

มเดจ็ พระสรรเพชญ์ที่ 8 พระโหราธบิ ดี

ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีเหตุการณ์ประวตั ิศาสตร์ที่เกี่ยวขอ้ งกบั เมืองพิจิตร คือ เมือง

พจิ ิตรเป็นท่ีประสูติของสมเด็จพระสรรเพชญท์ ี่ 8 และเป็นถ่ินกาเนิดของพระโหราธิบดี กวีเอกของไทย ดงั ท่ี

ประวตั ิศาสตร์ไดจ้ ารึกไวว้ า่ เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสดจ็ ไปเมืองพษิ ณุโลก พระเพทราชา(ครองราชย์

พ.ศ. 2231-2246 ตน้ ราชวงศบ์ า้ นพลหู ลวง) ไดพ้ านางสนมท่ีไดร้ ับพระราชทาน ซ่ึงขณะน้นั ต้งั ทอ้ งแก่

จวนคลอดติดตามไปดว้ ย เม่ือถึงบา้ นโพธ์ิประทบั ชา้ ง แขวงเมืองพิจิตร นางไดค้ ลอดบุตรในเดือนอา้ ย ปี ขาล

พ.ศ. 2201 และฝังรกไวท้ ่ีตน้ มะเดื่อ หรือ ดอกเดื่อตอ่ มาไดเ้ ป็นพระเจา้ แผ่นดินกรุงศรีอยธุ ยา ใน ราชวงศ์

บา้ นพลหลวง ทรงพระนามว่า สมเดจ็ พระสรรเพชญท์ ี่ 8 (ครองราชยใ์ นปี พ.ศ. 2246-2254) ไดเ้ สดจ็

ไปคลอ้ งชา้ งที่เมืองพิจิตร เลยไปเยย่ี มมาตุภมู ิเดิมท่ีหม่บู า้ นโพธ์ิประทบั ชา้ ง โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ร้างพระอาราม

ประกอบดว้ ยพระอโุ บสถ วิหาร เจดีย์ ศาลาการเปรียญ และกฏุ ิสงฆ์ แลว้ เสร็จใน ปี พ.ศ. 2244 ในรัชสมยั

สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช สภาพบา้ นเมืองยงั ไมส่ งบราบคาบ มีเจา้ เมืองต่าง ๆ ต้งั ตวั เป็นก๊กเป็นเหล่า ถึง

5 ก๊ก เม่ือสดเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชยกทพั ไปปราบก๊กพระยาพิษณุโลกในปี พ.ศ.2311 ถึงตาบลเกยชยั

ทรงถูกปื นที่พระชงฆซ์ า้ ย จึงตอ้ งยกทพั กลบั พระนคร จากน้นั เจา้ พระฝางตีเมืองไดเ้ มืองพษิ ณุโลก ชาวเมือง

พษิ ณุโลกและเมืองพิจิตรต่างแตกหนีไปพ่งึ พระบรมโพธิสมภาร ณ กรุงบนบุรี จนกระทงั่ พ.ศ2313 สมเด็จ

พระเจา้ ตากสอนมหาราชทรงยกทพั ไปปราบเจา้ ฝาง ตีไดเ้ มืองพษิ ณุโลกและเมืองสวางคบรุ ี ในการน้ีเมือง

พิจิตรเป็นทางผา่ นของกองทพั และชาวพจิ ิตรคงจะถกู เกณฑไ์ ปในการรบดว้ ย และตอ่ มาทกุ คร้ังท่ีมสเด็จพระ

เจา้ ตากสินมหาราชโปรดใหย้ กทพั ไปตีเมืองเชียงใหม่ มกั จะโปรดให้เกณฑก์ าลงั หวั เมืองเพ่ือทาศึกสงคราม

ดว้ ยทุกคร้ังไป สมยั รัชกาลที่ 1 พระบาลสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เม่ือคร้ังศึก 9 ทพั ปี พ.ศ.

2328 หม่ายกกองทพั เขา้ ไปตีเมืองไทยถึง 9 ทพั ท้งั ภาคเหนือ ภาคใต้ และทางตะวนั ตก ทางเหนือพม่ายก

มาทางเมืองเชียงแสน ตีไดเ้ มืองสวรรคโลก เมืองสุโขทยั และเมืองพิษณุโลก นอกจากเมืองพจิ ิตร

13
เพราะวา่ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดใหจ้ ดั กองทพั สไหรับท่ีจะต่อสูถ้ ึง 9 ทพั ทาง
เหนือใหก้ รมพระราชวงั บวรสถานพมิ ขุ เป็นแม่ทพั ไปขดั ตาท่ีทพั ท่ีเมืองนครสวรรค์ กรมพระราชวงั บวรสถาน
พมิ ขุ ไดใ้ หเ้ จา้ พระยาเสนายกกองทพั ข้นึ ไปรักษาเมืองพิจิตรไว้ เม่ือเป็นเช่นน้ีพมา่ ถึงต้งั คา่ ยอยทู่ ี่ปากพิงใต้
เมืองพิษณุโลกเพ่ือคอยกองทพั หนุนจึงยกมาตีกองทพั ไทยท่ีเมืองพิจิตรและเมืองนครสวรรค์ ดงั น้นั กองทพั
หลวงของไทยจากกรุงเทพฯ จึงยกกองทพั ตามข้นึ ไปท่ีเมืองนครสวรรคก์ ่อน แลว้ หนุนกรมพระราชวงั บวร
สถานพิมุขข้นึ ไปทางบางขา้ วตอก แขวงเมืองพิจิตรและยกเขา้ ตีค่ายพม่าที่ปากพิง จนกองทพั พม่าแตกพา่ ยไป
พม่าจึงไมม่ ีโอกาสตีเมืองพิจิตร

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลยั

14

พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั
ในสมยั รัชกาลท่ี 2 พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั ไดท้ รงราชนิพนธค์ ากลอนเร่ือง ไกร
ทอง เน่ืองจากเมืองพิจิตรเป็นเมืองที่มีแหลง่ น้ามากมาย และมีจระเขช้ ุกชุม พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลา้
นภาลยั ทรงอาศยั เคา้ โครงเรื่องจากเรื่องราวชาวพจิ ิตรไดเ้ ล่าสืบตอ่ กนั มา พระราชนิพนธ์วรรณคดีเรื่อง ไกร
ทอง ปัจจุบนั ในเร่ืองไกรทองไดก้ ลายเป็นชื่อตาบลชื่อหมู่บา้ น ตามทอ้ งเรื่องหลายแห่ง เช่น บา้ นดงเศรษฐี เกาะ
ศรีมาลา ดงชาละวนั และสระไข่ สมยั รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดเ้ สด็จพระราช
ดาเนินไปสมโภชพระพทุ ธชินราชท่ีเมืองพิษณุโลก ก็เสด็จผา่ นเมืองพจิ ิตรไปตามแมน่ ้าน่านเก่า ซ่ึงปัจจุบนั ต้ืน
เขนิ เพราะแมน่ ้าเปล่ียนทางเดินเสียแลว้ กระแสน้าไดเ้ ริ่มเปลี่ยนทางเดิน ราวปี พ.ศ. 2410 กระแสน้าในลา
น้าน่านเปล่ียนเส้นทางเดินบริเวณบา้ นดงเศรษฐีเป็นทอ้ งคุง้ ดินต่า กระแสน้าหลากในฤดูน้าไหลแรงจดั ทาใหด้ ิน
ขา้ งคลองทรุดพงั ลงมากมาย กระแสน้าจึงไหลลงคลองเลียบบา้ นท่าฬอ แลว้ ไปบรรจบกบั คลองท่าหลวงหนา้ ตวั
เมืองพิจิตรในปัจจุบนั เลยไปถึงคลองหว้ ยคต คลองบษุ บงเหนือและใต้ ในทอ้ งที่อาเภอบางมลู นาก เกิดเป็นลา
น้าใหญ่ไหลไปบรรจบกบั น้ายม ทาใหแ้ มน่ ้าน่านเดิมท่ีไหลผา่ นตวั เมืองพิจิตรเก่าต้ืนเขินข้นึ ทกุ ท่ีการสญั จรไป
มาทางเรือชะงกั ลง เกิดเป็นความเดือดร้อน จึงตอ้ งยา้ ยเมืองใหมม่ ายงั หมู่บา้ นปากทาง ตาบลปากทาง
สมยั รัชกาลท่ี 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั หลวงธรเณนทร์ (แจ่ม) ไดท้ ายา้ ยเมือง
พจิ ิตรในปี พ.ศ.2424 โดยไปสร้างเมืองพจิ ิตรใหม่ที่บา้ นปากทาง ตาบลปากทาง โดยต้งั ศาลากลางจงั หวดั
เป็นการชงั่ คราวข้ึน ณ ฝ่ังตะวนั ตกของลาน้าน่านเหนือตน้ โพธ์ิใหญ่ใกลป้ ากทางที่จะไปตาบลคลองคะเชนทร์
ซ่ึงต้งั อยบู่ ริเวณชิงสะพารพิจิตร(สะพานขา้ มแม่น้าน่านปัจจุบนั ) ดา้ นใต้ ปัจจุบนั น้ีตน้ โพธ์ิและพ้นื ดินท่ีต้งั ศาลา
กลางชวั่ คราวไดถ้ กู น้าพดั พงั ทลายลงแมน่ ้าไปหมดแลว้ อยเู่ กือบจะตรงกลางสะพานพระพจิ ิตรในขณะน้นั
ทีเดียว

15

ตอ่ มาในปี พ.ศ.2427 จงึ ไดย้ า้ ยเมอื งเป็นครง้ั ท่ี 2 โดยยา้ ยไปตงั้ ท่ีบา้ นท่าหลวง ตาบลในเมือง สมเด็จกรม
พระยาดารงราชานภุ าพ ไดน้ ารูปแบบการปกครองแบบเทศภิบาลมาใชป้ รบั ปรุงระเบยี บการบรหิ ารราชการ
แผน่ ดินในการปกครองสว่ นภมู ภิ าค แบ่งสว่ นของการปกครองออกเป็น มณฑล จงั หวดั อาเภอ ตาบล หม่บู า้ น
ลดหล่นั กนั ลงมาตามลาดบั จดั แบง่ หนา้ ท่รี าชการเป็นสดั สว่ นและสว่ นกลางจะจดั สง่ ขา้ ราชการจากสว่ นกลาง
ไปบรกิ ฃหารราชกรตามทอ้ งถ่นิ ตา่ ง ๆ เหลา่ นนั้ แทนท่สี ว่ นภมู ิภาคจะจดั การปกครองกนั เอง ซ่งึ นบั ว่าเป็นการ
รดิ รอนอานาจของเจา้ เมืองตามระบบกินเมอื งลงอย่างสิน้ เชงิ ในปี พ.ศ.2435 สมเด็จพระยาดารงราชานุ
ภาพไดท้ รงตงั้ มณฑลพษิ ณโุ ลกเป็นมณฑลแรกประกอบดว้ ยเมอื ง 5 เมืองคือ เมืองพษิ ณโุ ลก เมอื งพิชยั เมือง
สวรรคโลก เมอื งสโุ ขทยั และเมืองพิจติ ร เม่อื เร่มิ ตน้ มณฑลเทศภบิ าล เมืองพจิ ิตรขนึ้ อย่กู บั มณฑลพิษณโุ ลก
และมีเมืองขึน้ หนึง่ เมอื ง คือ เมืองภมู ิ(ปัจจบุ นั อยใู่ นทอ้ งถ่ินท่อี าเภอบางมลู นาก)ในปี พ.ศ.2446 ไดม้ ีการ
ปกครองหวั เมือง สาหรบั เมืองพิจติ รแบง่ ออกเป็น 3 อาเภอดว้ ยกนั คือ อาเภอเมือง อาเภอบางคลาน และ
อาเภอเมอื งภมู ิ

ในปี พ.ศ.2448 สมยั พระศรสี รุ ิยราชวรภยั (จร) เป็นเมอื งพจิ ิตร ไดส้ รา้ งกรมทหารเมอื งพิจิตร ท่ี
รมิ ฝ่ังตะวนั ออกของแมน่ า้ นา่ น(ตรงบรเิ วณวิทยาลยั เทคนิคพิจติ รในปัจจบุ นั ) ซง่ึ กรมทหารราบท่ี 17 มีพนั ตรี
หลวงราชานรุ กั ษเ์ ป็นผบู้ งั คบั การกรมทหารท่ีประจาการมี 4 กองรอ้ ย ในปี พ.ศ.2451 ไดม้ ีการเปิดทางรถไฟ
จากปากนา้ โพถงึ เมอื งพษิ ณโุ ลก ซ่งึ ทางรถไฟสายนผี้ ่านเมืองพจิ ิตร เดินทางรถไฟสายเหนอื เปิดเดินถึงปากนา้
โพเท่านนั้ ตอ่ มาพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั ทรงกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งทางรถไฟต่อจากนา้
โพถงึ เมืองพษิ ณโุ ลก เมืองพจิ ติ รจึงมที างรถไฟผ่านดว้ ย ในปี พ.ศ.2450 พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
เจา้ อยหู่ วั ไดท้ รงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ ปลย่ี นคาว่า เมอื ง เป็น จงั หวดั ดงั นนั้ เมืองพจิ ิตรจงึ เปลยี่ นเป็น
จงั หวดั พิจิตร และตาแหนง่ ผวู้ ่าราชการเมอื งพิจิตร เปล่ียนเป็นผวู้ ่าราชการจงั หวดั พิจิตร และในปีเดียวกนั ไดม้ ี
การประกาศใชช้ ่ืออาเภอท่เี ปลีย่ นใหมใ่ หต้ รงกบั ช่ือตาบลท่ตี งั้ ว่าการอาเภอสาหรบั จงั หวดั พจิ ติ รไดเ้ ปล่ียน
อาเภอเป็นอาเภอเมืองเป็นอาเภอทา่ หลวง อาเภอภมู ิ เป็นอาเภอบางมลู นาก สว่ นอาเภอบาลคลานคงเรียกช่ือ
เดมิ สว่ นกรมทหารราบท่ี 17 ถกู ยุบเลิกไปอย่กู บั กรมทหารรบ มณฑลพิษณโุ ลก ยา้ ยท่วี า่ การอาเภอจาก
ตาบลบางคลาน ไปตงั้ ใหม่ท่ีบา้ นโพทะเล จึงเปลี่ยนช่อื อาเภอบางคลาน เป็นอาเภอโพทะเล

16

ปี พ.ศ.2473 รชั สมยั พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อย่หู วั พระชาติตระการ ดารงตาแหน่งผวู้ ่า
ราชการจงั หวดั พิจติ รไดส้ รา้ งศาลากลางจงั หวดั ขึน้ ใหมแ่ ทนหลงั เก่าท่ชี ดุ รุดทรุดโทรมมาก โดยสรา้ งเป็นอาคาร
สงู ชนั้ เดียวทรงเป็นหยาออกมขุ กลาง ฝากระดาน พนื้ กระดานมงุ กระเบือ้ งซีเมนต์ สรา้ งบา้ นพกั หวั หนา้ ศาล
หลงั หนงึ่ เป็นอาคารสองชนั้ ทรงสมยั ใหม่สรา้ งบา้ นพกั นายตารวจ และสรา้ งบา้ นพกั หวั หนา้ สว่ นราชการอีก
หลายหลงั พ.ศ.2479 รชั สมยั พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั อานนั ทมหิดล ไดม้ ีการตงั้ เทศบาลเมืองพิจติ รขนึ้
เป็นครง้ั แรก โดยมีอาณาเขตของเทศบาลเมืองพจิ ติ ร 1.88 ตารางกิโลเมตรเทา่ นนั้ นายกเทศมนตรีคนแรก
คือ หลวงประเทืองคดี

ต่อมาในปี พ.ศ.2480 ไดเ้ ปล่ียนช่ืออาเภอท่าหลวง เป็นอาเภอเมืองพจิ ิตร และก่อนหนา้ นนั้ มีการ
พิษณโุ ลก ยา้ ยท่ีวา่ การอาเภอจากตาบลบางคลาน ไปตงั้ ใหมท่ ่บี า้ นโพทะเล จงึ เปลีย่ นช่ืออาเภอบางคลาน
เป็นอาเภอโพทะเล

หลวงพ่อโต หลวงพ่อเงิน

เมืองพิจิตรยงั เป็นสถานท่ีประสูติของสมเดจ็ พระสรรเพชญท์ ี่ 8 เป็นถ่ินกาเนิดของพระมหาราชครูใน

แผน่ ดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นถ่ินกาเนิดของยอดเกจิอาจารยถ์ ึง 2 องค์ คือ สมเดจ็ พระพุฒาจารย์

(โต) พรหมรังสี และหลวงรังสี และหลวงพ่อเงิน วดั พิรัญญาราม (วงั ตะโก) บางคลาน และเป็นที่เกิดของ

วรรณคดีเรื่องไกรทองอนั ลือชื่อ

17

เทย่ี วกนั
4 ชว่ั โมงจากกรุงเทพขบั รถชมววิ แวะพกั รายทางบา้ ง สาหรับการจดั เพลนท่องเที่ยวแลว้ แตว่ า่ เราอยากจะแวะท่ี
ไหน จะเริ่มจากสถานท่ีทอ่ งเที่ยวในตวั เมืองพิจิตรก่อนหรือจะเร่ิมจากสถานที่ที่อยหู่ ่างจากตวั เมืองก่อนก็
ได้ หากดูจากแผนที่เดินทางจากกรุงเทพ อาเภอบางมูลนากจะถึงก่อนอาเภออื่น มีแยกซา้ ยไปอาเภอ
โพทะเล ตอ่ ดว้ ยอาเภอตะพานหิน อาเภอเมือง อาเภอโพธ์ิประทบั ชา้ ง ซ่ึงสถานทท่ี อ่ งเท่ียวท่ีต้งั ใจจะแวะอยู่
ใน 5 อาเภอท่ีกล่าวมาท้งั หมด เราเร่ิมไลเ่ ท่ียวเที่ยวอาเภอที่ถึงก่อนเพราะถือวา่ ไดแ้ วะพกั ระหวา่ งทางไป
ดว้ ย นน่ั ก็คอื อาเภอบางมูลนาก
หว้พระนอนองค์ใหญ่ วดั สุขุมาราม อาเภอบางมูลนาก

วดั สุขมุ าราม เราต้งั ใจแวะมาท่ีวดั น้ีเพ่ือชมความงามขององค์ พระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน ที่วา่ กนั วา่ ใหญ่
เป็นอนั ดบั 3 ของประเทศ เห็นคร้ังแรกตอ้ งบอกวา่ ตะลึงในความยงิ่ ใหญ่ ความเมื่อยลา้ จากการขบั รถหายไป
ในทนั ใด โดยปกติเราจะเห็นพระนอนสร้างอยใู่ นอุโบสถของวดั แตพ่ ระนอนท่ีวดั น้ีสร้างในอาคารสีขาวแบบ
เปิ ดโลง่ ใหเ้ ห็นองคพ์ ระโดดเด่น สอดแทรกดว้ ยประติมากรรมที่งดงามและดว้ ยศิลปะร่วมสมยั บริเวณ
โดยรอบมีการปลกู ตน้ ไมน้ อ้ ยใหญ่นานาชนิดใหร้ ่มเยน็ ดา้ นหนา้ มีพระบรมฉายาลกั ษณ์ของพระ
เจา้ อยหู่ วั เน่ืองจากพระพุทธไสยาสน์ สร้างข้นึ เพ่ือถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เนื่องใน
วโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธนั วามหาราช

18

ขา้ ไปกราบขอพรพระพทุ ธรูป บรรยากาศขา้ งในโอ่อา่ กวา้ งขวาง เงียบสงบร่มเยน็ มาก

19
ชมจิตรกรรมฝาผนังโบราณ วดั ห้วยเขน
จากวดั สุขมุ มาราม ไมถ่ ึง 10 นาที เรามาถึง วดั หว้ ยเขน ซ่ึงต้งั อยใู่ นอาเภอเดียวกนั และไมไ่ กลมาก ดา้ นหนา้
วดั มีพระอุโบสถที่แกะสลกั ลวดลายปูนป้ันวิจิตรงดงาม

ถดั ออกไปจะเป็นพระอุโบสถหลงั เก่า ซ่ึงปัจจุบนั ไดร้ ับการบรู ณะแลว้ และไดข้ ้ึนทะเบียนจากรมศิลปากรดว้ ย
ภายในโบสถม์ ีภาพจิตรกรรมฝาผนงั เก่าโบราณที่ยงั คงเอกลกั ษณ์แบบ เดิมไวโ้ ดย ไม่ไดม้ ีการบรู ณะหรือเพิม่ เติม
ใดๆ ศิลปกรรมฝาผนงั อายปุ ระมาณ 80 ปี มาแลว้ ซ่ึงตรงกบั รัชสมยั ของรัชกาลท่ี 5

20

เรื่องราวที่ปรากฏบน ฝาผนงั เป็นเรื่องเก่ียวกบั พระพทุ ธประวตั ิ และทศชาติชาดก ดา้ นหลงั พระประธานในพระ
อโุ บสถ เป็นเร่ืองพระเวสสนั ดรท้งั หมด ส่วนเร่ืองของพุทธประวตั ิอยเู่ หนือระดบั หนา้ ต่างดา้ นซา้ ย และตอนล่าง
ระดบั หนา้ ตา่ งดา้ นซา้ ย แต่ส่วนลา่ งปูนกระเทาะเสียหายมาก จนเห็นแผน่ อิฐ เป็นศิลปกรรมท่ีงดงามมาก มี
อิทธิพลจากตะวนั ตกเขา้ มาผสมผสานบา้ งเลก็ นอ้ ย จากการสอบถามชาวบา้ นทราบวา่ ผเู้ ขียนภาพมีชื่อวา่ “ทงั่ ”
ไมท่ ราบวา่ เป็นใครมาจากไหน

21

พกั ท้อง ไหว้หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วดั เทวปราสาท
ม้ือเท่ียงของเราทานกนั เกือบบา่ ย เราแวะมาท่ีอาเภอตะพานหิน ใชเ้ วลาจากวดั หว้ ยเขนประมาณ 40 นาที ตอน
แรกต้งั ใจวา่ จะไปทานก๋วยเต๋ียวเป็ดแม่ลายงค์ แต่ปรากฏวา่ หมด search หาขอ้ มลู เร่ืองกิน มาถึงท่ีน่ีตอ้ งมา
ทานบะหมี่ชาละวนั ก็ตอ้ งตามเคา้ ซกั หน่อย มาถึงท่ีร้านก็ ใกลห้ มดแลว้ เช่นกนั เพราะมาถึงร้านใกลป้ ิ ดแลว้ สั่ง
บะหม่ีน้ามาทาน บะหม่ีใส่หมูแดงและหมบู ดเป็นหลกั ส่วนรสชาติโดยส่วนตวั ถือวา่ ปานกลางจะติดไปทาง
หวานซกั นิด ส่วนบะหมี่เป็ดแม่ลายงค์ แวะทานวนั กลบั อีกวนั ไมม่ ีเป็ดมา เลยไดท้ านบะหม่ีไก่และหมูสะเต๊ะ
แทน รสชาติโดยรวมก็คอื เคยทานในกรุงเทพอร่อยกวา่ สาหรับเราความเห็นส่วนตวั พจิ ิตรอาจไมเ่ ด่นเร่ือง
ของอาหารการกินมากนกั ตลอด 2 วนั เทา่ ที่ลองทานตามร้านแนะนาจากชาวบา้ นเองหรือตามรีวิวท่ีวา่ เดด็
รสชาติยงั ไม่ค่อยถูกปากมาก เลยไมไ่ ดเ้ นน้ กินเท่าไหร่เนน้ สถานท่ีทอ่ งเท่ียวดีกวา่ เพราะน่าสนใจอยหู่ ลายแห่ง

22

วั

ดเทวปราสาท เป็นวดั ที่ประดิษฐานพระพทุ ธรูป หลวงพ่อโต ปางประทานพร ขนาดใหญ่ ไดร้ ับพระราชทาน
นาม จากพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั วา่ “พระพทุ ธเกตุมงคล” ประดิษฐานอยกู่ ลางแจง้ หนา้ ตกั กวา้ ง 20
เมตร เฉพาะองคพ์ ระสูง 30 เมตร แทน่ สูง 4 เมตร นบั เป็นพระพทุ ธรูปท่ีมีพุทธลกั ษณะสวยงามไดส้ ดั ส่วน
และใหญ่ท่ีสุดของจงั หวดั พจิ ิตร

23

วดั เขารูปช้าง ชมววิ เมืองพจิ ิตร
จะเห็นวา่ พิจิตรน้ี สถานท่ีท่องเท่ียวเดน่ ส่วนใหญจ่ ะมีแตว่ ดั วาอาราม แต่วดั แตล่ ะแห่ง
บอกเลยไมธ่ รรมดา เพราะแตล่ ะวดั มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามคอ่ นขา้ งเป็น
เอกลกั ษณ์ บางแห่งเป็นวดั เก่าแก่มีคุณค่าทางประวตั ิศาสตร์ ควรค่าแห่งการแวะไป
อยา่ งเช่นวดั น้ี วดั เขารูปชา้ ง ซ่ึงต้งั อยใู่ นอาเภอเมืองแต่จะอยอู่ อกมาในบริเวณรอบนอก
เสน้ ท่ีมงุ่ หนา้ ไปยงั อาเภอตะพานหิน จากอาเภอตะพานหินมาวดั น้ีใชเ้ วลาแค่ประมาณ
ไม่ถึง 20 นาที เทา่ น้นั วดั น้ีต้งั อยบู่ นยอดเขาเม่ือเริ่มเขา้ มาใกลจ้ ะเห็นเจดียท์ รงลงั กา
สีขาว ต้งั อยบู่ นหินที่เรียงซอ้ นกนั มาแต่ไกล มาถึงตวั วดั ดา้ นล่างจากน้นั ขบั รถข้ึนไปนิด
เดียวจะถึงจุดจอดรถจะอยดู่ า้ นหนา้ มณฑปจตรุ มุข โบราณสถานที่สาคญั ของวดั ซ่ึงเป็น
ที่ประดิษฐานพระพทุ ธบาทสาริด และมีภาพเขยี นฝาผนงั เรื่อง ไตรภูมพิ ระร่วง

24

เดินเขา้ ไปขา้ งในสุด เราจะพบกบั เจดียส์ ีทองแบบลงั กาเชิงบนั ไดทางข้ึน รูปป้ันโขลง
ชา้ ง 5 เชือก ต้งั อยบู่ นยอดเขาที่มีหินซอ้ นกนั มองดูคลา้ ยรูปชา้ ง เจดียเ์ ดิมเป็นเจดียเ์ ก่ามา
ก่อนตอ่ มาทางวดั ได้ ปฏิสงั ขรณ์ใหมโ่ ดยประดบั กระเบ้ืองเคลอื บสีทองท้งั องค์ มีร้ัวรอบ

บนยอดเขาเป็นท่ีต้งั ของพระเจดียส์ ามารถมองวิวทิวทศั น์ ของเมืองพิจิตรไดแ้ บบ 360 องศา ซ่ึงจะมองเห็นไร่
นาของชาวบา้ นรวมถึงเสน้ ถนนที่ตดั มายงั วดั ดว้ ย

25

ตามหาชาละวนั ทบี่ ึงสีไฟ
และที่พลาดไมไ่ ดเ้ ม่ือมาถึงพจิ ิตร แลว้ ไม่ไดแ้ วะมาบึงสีไฟ ถือวา่ มาไมถ่ ึง เพราะที่น่ีถือได้
วา่ เป็นสญั ลกั ษณ์แห่งแรกของจงั หวดั พิจิตร บรรยากาศรอบๆ บึงสีไฟ มีความสงบงาม
และเป็นธรรมชาติจึงกลายเป็น สถานท่ีพกั ผอ่ นหยอ่ นใจของชาวเมืองที่สาคญั แห่งหน่ึง
เลยทีเดียว

26

แน่นอนมาถึงเมืองชาละวนั แลว้ ไมไ่ ดถ้ ่ายภาพกบั รูปป้ันพญาชาละวนั ยกั ษ์ ก็ถือวา่ ไมถ่ ึงเช่นกนั รูปป้ันดงั กล่าว
ต้งั อยทู่ ่ีดา้ นหนา้ ของบึงสีไฟ

27

บึงสีไฟ ถือวา่ เป็นสถานท่ีที่มีบรรยากาศยามเยน็ และพระอาทิตยต์ กท่ีคอ่ นขา้ งสวยงาม มองเห็นเป็นแสงท
ไวไลซ์หลากสี คงไม่มีใครปฏิเสธวา่ พระอาทิตยต์ กกลางบึงสีไฟน้นั คือความงามจบั ตาในช่วงเยน็ ที่น่า
ประทบั ใจจริงๆ

28
สัมผัสรอยยมิ้ อนั อบอ่นุ ท่ยี ่านเก่าวังกรด
เราต่ืนและออกจากที่พกั แตเ่ ชา้ เพ่ือขบั รถไปหาอะไรทานในตวั เมือง ในตวั เมืองพจิ ิตรมีร้านอาหารไม่เยอะท่ีเปิ ด
ในตอนเชา้ เป็นร้านอาหารตามสง่ั ร้านขา้ วมนั ไก่ ก๋วยเต๋ียว เกาเหลา สามารถเลือกทานไดต้ ามใจชอบ ประมาณ
9 โมงกวา่ เรามาถึง ยา่ นเก่าวงั กรด ซ่ึงต้งั อยหู่ ่างจากตวั เมืองประมาณ 6 กม.

านเก่าวงั กรดเป็นชุมชนเก่าแก่ บรรยากาศน่ารักแห่งพจิ ิตร ท่ีเราไมค่ วรพลาด ในอดีตมีความรุ่งเร่ืองดา้ นการ
คา้ ขายอยา่ งมาก เนื่องจากเป็นจุดตดั ทางการคมนาคมท้งั ทางบกและทางน้า จนเป็นศูนยก์ ลางการคา้ ขายแห่ง
ใหญ่ของพิจิตร ชาวบา้ นท่ีน่ีส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเช้ือสายจีน ประกอบอาชีพคา้ ขายมาต้งั แต่สมยั บรรพบรุ ุษ
ตอ่ มาความเปลี่ยนแปลงทางการคมนาคมและระบบซ้ือขายแบบสมยั ใหม่ ทาใหเ้ ศรษฐกิจของตลาดวงั กรดซบ

เซาลงอยา่ งรวดเร็ว ทาใหล้ ูกหลานชาวตลาดส่วนใหญ่ไปหางานทานอกพ้ืนท่ี

29

บางร้านเลิกกิจการไป หรือยา้ ยไปเปิ ดกิจการในตวั เมืองพจิ ิตร แต่ก็ยงั คงเหลือไวซ้ ่ึงร้านคา้ ท่ีดาเนินกิจการ
ตอ่ เน่ืองกนั มาต้งั แต่อดีต แมเ้ วลาจะผา่ นไปนานเท่าใดยา่ นเก่าวงั กรดยงั คงสามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตและ
ใหค้ วามทรงจาแก่ผทู้ ี่ผา่ นมาท่ีแห่งน้ีได้ ผา่ นสถาปัตยกรรมเรือนแถวไมเ้ ก่าแก่ อีกท้งั รูปแบบสถาปัตยกรรมยงั

คงไวซ้ ่ึงเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั ของยา่ นเก่าวงั กรด ขา้ วของเครื่องใชท้ ี่เคยใชใ้ นอดีตยงั มีใหเ้ ห็นและยงั ถูกใช้
งาน แมว้ า่ จะยคุ สมยั จะเปลี่ยนแปลงไป ที่น่ีถือวา่ เป็นชุมชนเลก็ ๆ ที่ใชเ้ วลาสารวจไม่นานก็เดินทวั่ แลว้
เดินทางมาแตเ่ ชา้ ในวนั ธรรมดา ร้านคา้ และบา้ นบางหลงั ก็ยงั ไม่ไดเ้ ปิ ดมากนกั ดา้ นหนา้ ชุมชมเป็นที่ต้งั ของ

สถานีรถไฟวงั กรด ซ่ึงยงั มีรถไฟที่ยงั เปิ ดใชง้ านอยู่

30

ชาวบา้ นในชุมชนส่วนใหญ่ คือ ผสู้ ูงอายุ นงั่ อยหู่ นา้ บา้ นทากิจกรรมต่างๆ ไมว่ า่ จะอ่านหนงั สือ ร้อยมาลยั แตล่ ะ
ท่าน อธั ยาศยั ดีมาก เราเดินถ่ายภาพกจ็ ะยม้ิ ใหเ้ ราตลอด เป็นชุมชนยา่ นเก่าที่เรารู้สึกวา่ แทบไม่ไดม้ ีการปรุงแต่ง
ใดๆ ท้งั สิ้น ด้งั เดิมเป็นอยา่ งไรก็เป็นเช่นน้นั างท่านดูต่ืนเตน้ กบั การมาเที่ยวของแขกผมู้ าเยอื นอยา่ งเรามาก คุณ
ป้าเส้ือลายดอกสีฟ้าเจา้ ของจกั รยายคนั เก๊า ที่ทกุ คนบอกวา่ “ หนูคนั น้ีมีคนั เดียวในหม่บู า้ นน่ะ หาท่ีไหนไมได้
แลว้ ” เป็นจกั รยานสีเหลืองน่ารักท่ีถูกดดั แปลงมาไดอ้ ยา่ งเก๋ไก๋มาก อดไมไ่ ดเ้ ลยตอ้ งไปขอถ่ายภาพร่วมกนั
ซกั หน่อย คณุ ป้าอีกคนรีบหยิบหมวกมาใส่บอกวา่ ถา่ ยป้าดว้ ยม้ยั เราเลยบอกวา่ มาเลยค่ะ มาถ่ายภาพดว้ ยกนั
ร้านทาผมแบบโบราณสมยั คุณแม่ ยงั มีใหเ้ ห็นอยู่

31

วดั เก่าโบราณ วัดโพธ์ปิ ระทบั ช้าง
วดั โพธ์ิประทบั ชา้ ง ต้งั อยใู่ นอาเภอโพธ์ิประทบั ชา้ ง ห่างจากตวั เมืองประมาณ 27 กิโลเมตร เป จงั หวดั พิจิตร
เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่สร้างข้ึน ในสมยั สมเดจ็ พระพุทธเจา้ เสือ พระมหากษตั ริยส์ มยั กรุงศรีอยธุ ยา เพอ่ื เป็น
อนุสรณ์สถาน ณ สถานที่ประสูติของพระองค์

ลกั ษณะของวดั มีพระวหิ ารสูงใหญ่ มีกาแพงลอ้ มรอบ 2 ช้นั เป็นศิลปะแบบอยธุ ยา ปัจจุบนั ไดร้ ับการบูรณะ
ซ่อมแซมจากกรมศิลปากร เพ่ืออนุรักษไ์ วใ้ หอ้ นุชนรุ่นหลงั ไดช้ ม ภายในอโุ บสถมี พระพทุ ธรูปหลวงพอ่ โต
หนา้ ตกั กวา้ ง 4 ศอก กวา้ ง 5 ศอก เป็นพระพุทธรูปปนู ป้ัน เป็นพระประธานประจาอโุ บสถวดั โพธ์ิประทบั
ชา้ ง หลวงพ่อโต หรือ หลวงพ่อยมิ้ เป็นพระพทุ ธรูปท่ีศกั ด์ิสิทธ์ิ อีกองคห์ น่ึง ท่ีชาวบา้ นใหค้ วามเคารพนบั ถือ
มากในจงั หวดั พิจิตร เป็นพระพทุ ธรูปปนู ป้ัน สมยั กรุงศรีอยธุ ยา มีอายไุ ด้ 300 ปี เศษ ซ่ึงองคป์ ัจจุบนั น้ีเป็น
การซ่อมแซมบูรณะข้ึนใหม่หลงั จากท่ีไดร้ ับความเสียหายจากการ ถูกตน้ ไมแ้ ถบบริเวณน้นั โคน่ ทบั จนเศียร และ
องคพ์ ระหกั ลงไดร้ ับความเสียหาย ชาวบา้ นจึงไดร้ ่วมแรงร่วมใจกนั สร้างข้ึนมาใหม่ เมื่อหลายสิบปี แตก่ ็ยงั
ศกั ด์ิสิทธ์ิเป็นที่เคารพนบั ถือสืบมาจนถึงปัจจุบนั น้ีนอกจากน้ีชาวอาเภอโพธ์ิประทบั ชา้ งไดส้ ร้างอนุสาวรีย์
พระพทุ ธเจา้ เสือไวเ้ ป็นท่ีระลึกขา้ งที่วา่ การอาเภอโพธ์ิประทบั ชา้ งอีกดว้ ยดา้ นหนา้ วดั มีตน้ ตะเคยี นตน้ ใหญ่อายุ
กวา่ 300 ปี

32

ศาลหลกั เมือง ไปดูถา้ ชาละวนั อทุ ยานเมืองเก่าพจิ ติ ร
จากวดั โพธ์ิประทบั ชา้ ง เรากลบั มายงั เสน้ ทางเดิมเขา้ ไปยงั ตวั เมือง เพอื่ ไปยงั อทุ ยานเมืองเก่าพิจิตร เช่ือกนั วา่
ที่น่ีคือที่ต้งั ของ เมือง พจิ ิตรเก่า ซ่ึงสร้างในสมยั พระยาโคตรบอง เจา้ เมืองคนแรกของจงั หวดั พิจิตร อุทยานเมือง
เก่า มีลกั ษณะเป็นเมืองโบราณ ประกอบไปดว้ ย กาแพงเมือง คเู มือง เจดียเ์ ก่า ฯลฯ มีสวนรุกขชาติกาญจนกุมาร
ซ่ึงกรมป่ าไมไ้ ด้ จดั ต้งั ข้ึนเม่ือ พ.ศ. 2520 ทาใหพ้ ้นื ที่ภายในความร่มร่ืน เหมาะสาหรับพกั ผอ่ นหยอ่ นใจ สิ่ง
ท่ีน่าสนใจในอุทยานเมืองเก่า คอื ศาลหลกั เมือง อาคารแบ่งออกเป็น 2 ช้นั คือ ดา้ นบนจะเป็นท่ีต้งั ของ
ศาลหลกั เมือง ส่วนดา้ นล่างจะเป็นที่ประดิษฐาน รูปป้ันของพระยาโคตรบองซ่ึงชาวบา้ นเรียกวา่ พ่อป่ ู สภาพ
โดยรอบศาลจะมีตน้ ไมม้ ากมายดูร่มรื่นเยน็ ตา ในบริเวณยงั มีศาลาสาหรับ นกั ท่องเที่ยวพกั ผอ่ นอีกดว้ ย

วดั มหาธาตุ เป็นโบราณสถานก่อดว้ ยอิฐท่ีต้งั อยกู่ ่ึงกลางเมืองพจิ ิตรเก่า ทางฝั่งตะวนั ออกของแม่น้าน่านเก่า
ไดร้ ับการข้ึนทะเบียนเป็น โบราณสถาน สาคญั ของชาติ ไมค่ วรพลาดชม พระธาตเุ จดีย์ เจดียท์ รงลงั กาซ่ึงภายใน
มีพระเคร่ืองชนิดตา่ งๆ ซ่ึงไดถ้ กู ลกั ลอบขดุ คน้ ไป ดา้ นหนา้ พระเจดียค์ ือวิหารเกา้ หอ้ ง ดา้ นหลงั พระเจดียเ์ ป็น
พระอุโบสถ มีใบเสมา 2 ช้นั ดูขรึมขลงั จากรากไทรที่เกาะอยหู่ นา้ บนั บริเวณใตเ้ นิน ดินส่วนวหิ ารยงั พบ
สิ่งก่อสร้าง 2 ยคุ สมยั คอื สมยั สุโขทยั และสมยั อยธุ ยา รวมท้งั เจดียร์ ายจานวนมากและ แนวกาแพง ขนาดใหญ่
ภายในวดั มีการจาลอง ถ้าชาละวนั โดยมีลกั ษณะเป็นถ้าลึกลงไปในดิน ดา้ นหนา้ มีรูปป้ันไกรทองและชาละวนั ที่
ทางจงั หวดั ไดส้ ร้างไว้ มีเร่ืองเล่าวา่ เมื่อประมาณ 65 ปี มาแลว้ พระภิกษุวดั นครชุมรูปหน่ึง จุดเทียนไขเดินเขา้
ไปในถ้า จนหมดเทียนเล่มหน่ึงก็ยงั ไม่ถึงกน้ ถ้า จึงไม่ทราบวา่ ภายในถ้าชาละวนั จะสวยงามวิจิตรพิสดารเพยี งใด
ปัจจุบนั ดินพงั ทลายทบั ถมจนต้ืนเขนิ

33
บูชาหลวงพ่อเงนิ วัดบางคลาน
จากตวั เมือง เราขบั รถผา่ นอาเภอตะพานหิน ไปต่อยงั อาเภอโพทะเล ซ่ึงเป็นที่ต้งั ของวดั บางคลาน เรามาที่นี่
เพราะนบั ถือหลวงพ่อเงินอยู่แลว้ เลยอยากแวะมากราบท่านยงั วดั ท่ีทา่ นจาพรรษาอยดู่ ว้ ยตวั เอง หลวงพ่อเงิน
พระเกจิอาจารยช์ ื่อดงั ผเู้ ล่ืองช่ือ ดา้ นไสยเวทเยย่ี มยอดที่สุดของเมืองพจิ ิตร จนเม่ือมาอยู่วดั วงั ตะโดและ ได้
พฒั นาวดั จนรุ่งเรือง เป็นท่ีรู้จกั กนั ไปทวั่ วา่ หลวงพ่อเงินสามารถรู้ผมู้ าเยอื นดว้ ยญาณวิเศษไดอ้ ยา่ งมหศั จรรย์
และยงั เป็นหมอ เช่ียวชาญในการรักษาโรคภยั ไขเ้ จบ็ ใหแ้ ก่ชาวบา้ นไดอ้ ยา่ งชะงดั อีกดว้ ย เคยมีผไู้ ปลองดีกบั ทา่ น
ท่านก็แอ่นอกใหย้ งิ แตก่ ระสุน ไมย่ อมออกจากลากลอ้ ง ความศกั ด์ิสิทธ์ิเยยี่ งอจั ฉริยะของ “หลวงพ่อเงิน” บาง
คลาน นบั วา่ ร่าลือกนั ไปไกลมาก จนถึงขนาดเสด็จในกรม “กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศกั ด์ิ” ก็ยงั เสดจ็ ไปฝากตวั
เป็นศิษย์ ส่ิงก่อสร้างท่ีน่าสนใจ ของวดั น้ีคือ พิพธิ ภณั ฑน์ ครไชยบวร ซ่ึงเป็นพพิ ิธภณั ฑร์ ูปมณฑป 2 ช้นั ช้นั
บนประดิษฐานรูปหล่อเทา่ องคจ์ ริงของหลวงพ่อเงิน นบั เป็นพพิ ิธภณั ฑแ์ ห่งแรกและแห่งเดียวของจงั หวดั พจิ ิตร

ศูนยบ์ ชู าพระเครื่องหลวงพ่อเงิน วดั บางคลาน ซ่ึงเด่นทางดา้ นอยยู่ ง คงกระพนั แคลว้ คลาด และโชคลาภ เป็น
วตั ถุมงคลที่ไดร้ ับความนิยมสูงสุด ต้งั แตอ่ ดีตจนถึงปัจจุบนั

34

ทงิ้ ท้าย
พจิ ติ ร เมืองท่ีอยากรู้จกั พจิ ิตรเมืองแห่งวดั สวย พิจิตรเมืองแห่งมิตรไมตรีและผคู้ นน่ารักที่ยงั คงมีวถิ ีชีวติ แบบ
เรียบง่ายด้งั เดิม พิจิตรเมืองท่ีเท่ียวไดโ้ ดยไมต่ อ้ งใชเ้ งินเยอะ แต่ถือวา่ ไดม้ าที่นี่ท้งั เตม็ อิ่มกบั บรรยากาศที่สวยงาม
ทอ้ งฟ้ายามเยน็ และผคู้ นที่น่ี ลองมาเยยี่ มเยอื นพจิ ิตรสกั คร้ัง เมืองเลก็ ๆที่เตม็ เปี่ ยมไปดว้ ยเรื่องราว และรอยยม้ิ
หากใครกาลงั รู้ศึกวา่ ตวั เองกาลงั หมดพลงั ลองมาชาจแบตเพม่ิ พลงั ไดท้ ่ีจงั หวดั พจิ ิตร รับลองวา่ คุณจะได้
พลงั งานและความสุขกลบั ไอยา่ งเตม็ เป่ี ยม อยากใหล้ องเปิ ดใจรับจงั หวดั เลก็ ๆจงั หวดั น้ีไวใ้ นออ้ มใจ แลว้ คุณจะ
รู้วึความสุขเกิดไดจ้ ากสิ่งเลก็ ๆ และมาท้งั ทีตอ้ งเท่ียวใหค้ มุ้ พิจิตร ดีน่ะ ลองมาแวะมาเที่ยวกนั ดูซกั คร้ัง
rพจิ ิตร เป็นเพียงเมืองเลก็ ๆ ที่น่ารัก และเตม็ ไปดว้ ยวฒั นธรรมและเรื่องราวท่ีชวนใหค้ ิดถึง และยงั เป็นจงั หวดั ที่
ต้งั อยทู่ างภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน มีความหมายวา่ "เมืองงาม" ต้งั อยรู่ ะหว่างจงั หวดั นครสวรรคก์ บั
จงั หวดั พษิ ณุโลก เมืองงาม สาวงามไม่พจ้ งั หวดั อ่นื ๆเลย การเดนิ ทางท่องเท่ียวเป็นอกี ส่ิงหน่ึงท่ีไมส่ ามาราถบ
อกเลา่ แลว้ ทาใหเ้ ห็นภาพได้ นอกเสยี จากจะมาและสมั ผสั มนั ดว้ ยตวั เอง บางครอาจจะยงั ไมเ่ คยไดย้ นิ ดว้ ยซา้
ว่าเมอื งพจิ ิตรม่ที ่ที ่องเท่ยี วดว้ ยหรือ อาจจะเป็นเพียงจงั หวดั เล็กๆแต่เต็มไปดว้ ยบรรกาศท่งี ดงาม ท่ีทาใหห้ วน
นึกถงึ บรรยากาศความทรงจาเก่าๆแน่นอน

35

พจิ ติ ร เมืองที่อยากรู้จกั พิจิตรเมืองแห่งวดั สวย พิจิตรเมืองแห่งมิตรไมตรีและผคู้ นน่ารักที่ยงั คงมีวถิ ีชีวติ แบบ
เรียบงา่ ยด้งั เดิม พิจิตรเมืองท่ีเท่ียวไดโ้ ดยไม่ตอ้ งใชเ้ งินเยอะ แต่ถือวา่ ไดม้ าท่ีนี่ท้งั เตม็ อ่ิมกบั บรรยากาศที่สวยงาม
ทอ้ งฟ้ายามเยน็ และผคู้ นท่ีนี่ ลองมาเยยี่ มเยอื นพจิ ิตรสักคร้ัง เมืองเลก็ ๆที่เตม็ เป่ี ยมไปดว้ ยเร่ืองราว และรอยยม้ิ
หากใครกาลงั รู้ศึกวา่ ตวั เองกาลงั หมดพลงั ลองมาชาจแบตเพมิ่ พลงั ไดท้ ่ีจงั หวดั พจิ ิตร รับลองวา่ คณุ จะได้
พลงั งานและความสุขกลบั ไอยา่ งเตม็ เป่ี ยม อยากใหล้ องเปิ ดใจรับจงั หวดั เลก็ ๆจงั หวดั น้ีไวใ้ นออ้ มใจ แลว้ คณุ จะ
รู้วา่ ความสุขเกิดไดจ้ ากสิ่งเลก็ ๆ และมาท้งั ทีตอ้ งเท่ียวใหค้ ุม้ พิจิตร ดีน่ะ ลองมาแวะมาเที่ยวกนั ดูซกั คร้ัง
Facebook
Twitter

Line


Click to View FlipBook Version