หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔พระไตรปิฎกและพุทธศาสนสุภาษิต
ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
วิภาวรรณ กูนา
้
ี
่
หนวยการเรยนรูที่ ๔
พระไตรปฎกและพุทธศาสนสุภาษิต
ิ
ั
่
ิ
็
ั
่
ี
์
พระไตรปฎกเปนคัมภรของพระพุทธศาสนา ทีบนทึกค าสงสอนของ
่
พระพุทธเจา ซงเดิมถายทอดกันตอมาดวยการทองจ า ตอมาจึงไดมีการจารก
่
่
่
้
ึ
้
่
้
ึ
ั
็
เปนลายลักษณอักษรท าใหหลักธรรมมีความชดเจนและถูกตองมากขึ้น
์
้
้
่
พระไตรปฎกจึงมีความสาคัญในการสบตอพระพุทธศาสนา ในพระไตรปฎกมี
ิ
ิ
ื
้
้
่
่
้
ึ
พุทธศาสนสุภาษิตสอนใจจ านวนมาก การหมันศกษาใหเขาใจอยาง ถองแท
่
ื
่
่
้
ี
จะชวยเตอนสติเรามิใหหลงไปในทางที่ผิดและชวยช้แนะแนวทางที่ดีงามในการ
้
ด าเนนชวิตใหแกเราได ้
่
ี
ิ
ิ
๑. พระไตรปฎก
์
ั
ิ
้
โครงสราง ชอคัมภีร และสาระสงเขปของพระอภิธรรมปฎก
ื่
ิ
พระไตรปฎก คัมภีรที่บันทึกค ำสอนทำง
์
พระพุทธศำสนำ
่
้
มี ๓ หมวดใหญ ไดแก ่
ิ
• พระวินยปฎก
ั
• พระสุตตันตปฎก
ิ
• พระอภิธรรมปฎก ซงจะกลำวในที่น้ ี
่
ิ
ึ่
่
่
ิ
้
พระอภิธรรมปฎก พระสูตรหรอเทศนำตำงๆ ทีพระพุทธเจำทรงแสดงแก ่
ื
่
บุคคลตำงๆ
้
่
่
ิ
ั
ึ
่
่
ตำงกรรม ตำงวำระ ซงรวบรวมไวในพระสุตตันตปฎกนนเอง แตนำเอำมำ
่
ี
ี
เรยบเรยงใหมใน
่
รูปวิชำกำรและอธบำยใหละเอียด เปนขันเปนตอน
ิ
้
็
็
้
่
ิ
้
้
ิ
พระอภิธรรมปฎกมีอยูทังสน ๔๒,๐๐๐ พระ
ี
ธรรมขันธ แบงออกเปน ๗ คัมภีร เรยกโดยยอวำ
์
่
์
่
่
็
ั
ั
สง วิ ธำ ปุ กะ ยะ ปะ (หวใจพระอภิธรรม)
ิ
พระอภิธรรมปฎก
ั
ั
ธมมสงคณี รวมกลุมธรรมะเปนหวขอสนๆ
้
้
็
่
ั
ั
้
ั
ั
้
ั
ื่
วิภังค ์ แยกธรรมะในขอธมมสงคณีเพอใหชดเจน
์
่
้
ธาตุกถา จัดขอธรรมตางๆ มารวมในขันธ อายตนะและธาตุ
่
ั
ั
ั
ปุคคลบญญัติ บญญติเรยกบุคคลตางๆ ตามคุณธรรมที่มี
ี
กถาวัตถุ ถาม-ตอบหลักธรรม ๒๑๙ ขอ
้
่
้
็
่
ยมก วาดวยธรรมะเปนคูๆ
ปฏฐาน ธรรมะทีเปนปจจัยเก้อกูลกัน ๒๔ อยาง
ั
็
่
ั
่
ื
ิ
้
ิ
ิ
เรองนารูจากพระไตรปฎก (พุทธปณิธาน ๔ ในมหาปรนพพานสูตร)
่
่
ื
้
พุทธปณิธำน ควำมตังพระทัยของ
พระพุทธเจำวำ ตรำบใดที ่
่
้
ื
่
่
พระพุทธศำสนำยังไมแพรหลำย คอ
ิ
ิ
้
ิ
พุทธบรษัททัง ๔ (ภกษุ ภกษุณี
อุบำสก อุบำสกำ) ยังไมมีคุณสมบัติ
่
ิ
่
ครบถวน พระองคจะไมเสด็จดับ
์
้
ิ
ิ
ขันธปรนพพำน
์
พุทธปณิธำน ๔
ศกษำ พุทธบรษัทควรได้ศกษาพระสัทธรรมอย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง
ึ
ิ
ึ
ั
้
ิ
ั
ปฏิบติ พุทธบรษัทควรไดประพฤติปฏิบติตำมพระสทธรรมที่ทรง
ั
้
่
์
แสดง ไดอยำงประจักษในผลของกำรประพฤติปฏิบัติ
ิ
ั
่
่
่
ี
ช้แจง พุทธบรษัทควรชวยกันเผยแผพระสทธรรมทีได ้
้
้
่
่
ึ
ศกษำปฏิบติมำแลว ไดอยำงลุมลึกและกวำงขวำง
ั
้
พุทธบรษัทควรสามารถแก้ไขตอบโต้การกล่าววิจารณจ้วง
ิ
์
ปกปอง จาบบดเบอนหลักพระสัทธรรมให้ยุตลงด้วยความเรยบรอย
้
้
ี
ื
ิ
ิ
๒. พุทธศาสนสุภาษิต
ฺ
ั่
ิ
อตตา หเว ชต เสยฺโย : ชนะตนนนแลดีกวา
่
ิ่
่
กำรชนะตน กำรทีสำมำรถควบคุมตนเองใหท ำในสงที่ควรท ำและไมท ำ
้
่
่
ั
่
้
ึ่
่
ิ่
ในสงที่ไมควรท ำ กลำวอีกอยำงหนงไดวำ สำมำรถบงคับตนใหท ำ
้
่
ั่
ควำมดี ละเวนควำมชวได ้
้
พระพุทธศำสนำมีหลักธรรม ๓ ขอ ที่จะชวย
้
่
ใหเอำชนะตนได ดังน้ ี
้
้
ึ
• สติ ตองฝกตนเองใหมีสติอยูเสมอ
่
้
้
่
• ทมะ กำรขมจิตขมใจของตน
่
้
การเอาชนะตนทางโลก จะท าให้ • ขันติ กำรอดกลัน
ประสบความส าเรจในการด าเนนชวิต
็
ี
ิ
ี
่
้
่
ฺ
ธมมจาร สุข เสติ : ผูประพฤติธรรมยอมอยูเปนสุข
็
ึ
ิ
่
ิ
ผูประพฤติธรรม ผู้ปฏบัตตามค าสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ซงพระธรรม
้
ี
ื
เบ้องต้นทควรประพฤตปฏบัต ได้แก่ ศล ๕ และธรรม ๕
ิ
ี
ิ
่
ิ
่
็
ปมาโท มจฺจุโน ปท : ความประมาทเปนทางแหงความตาย
้
่
่
ควำมประมำท กำรขำดสติ ปลอยใจใหลองลอยไป ไมรูสกตัววำก ำลังท ำ
ึ
่
่
้
้
้
อะไร ก ำลังพูดอะไร ควำมประมำทมีไดทังทำงโลกและทำงธรรม
่
้
ในทำงธรรม กำรไมระวังตัวท ำใหจิตใจฟุงซำน
่
้
็
่
ก็อำจเปนทำงใหเดินไปสูควำมชวได ้
ั
่
้
ควำมประมำทในกำรขับขี่ยำนพำหนะ ยอม
่
ั
ิ
์
นำไปสูกำรสูญเสยชวิตและทรพยสนได ้
่
ี
ี
ฺ
่
ั
้
ั
ฺ
้
สุสสูส ลภเต ปญญ : ฟงดวยดียอมไดปญญา
้
่
ั
้
้
ื
ปญญำ ควำมรู อำจแยกได ๒ ประเภทใหญๆ คอ รูหลักวิชำและรูหลัก
้
็
์
้
้
ั
่
่
ั
์
ควำมประพฤติ มนุษยเปนสตวโลกทีมีปญญำ มีควำมรูทังสองอยำง
่
้
้
ั
่
้
ั
้
ได ปญญำนนเกิดไดหลำยทำง และทำงทีเกิดไดมำกทีสุดทำงหนง
ึ่
ื
คอ กำรฟง
ั
ั
ในกำรฟงควรปฏิบัติ ดังน้ ี
ั
• ตองเลอกคนที่เรำจะฟง
ื
้
่
่
้
• ไมควรมีอคติตอผูพูด
• ตองมีสมำธ ิ
้
ั
การฟงอย่างมสตย่อมก่อให้เกิดปญญา
ั
ิ
ี
้
• รูจักแยกแยะ