The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kroovan, 2021-07-02 07:20:23

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ หน้าที่ชาวพุทธและมารยาทชาวพุทธ๓

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕หน้าที่ชาวพุทธและมารยาทชาวพุทธ




ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม



กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓








































วิภาวรรณ กูนา


หนวยการเรยนรูที ่ ๕






หนาทีชาวพุทธและมารยาทชาวพุทธ




พระพุทธศาสนามีสวนชวยจรรโลงสงคมไทยมาจนถึง





กระทังปจจุบัน แสดงใหเหนวาพระพุทธศาสนาไดหยังรากลึกลงใน





วิถีชวิตของคนไทย ดังนน ในฐานะชาวพุทธทีดีจึงควรชวยกันท านุ









บ ารุงพระพุทธศาสนาใหเจรญมันคงยิงขึ้นไป หมันศกษาหาความรู


ปฏิบัติตามหลักธรรม และประเพณีพิธกรรมทางศาสนา เผยแผและ





ปกปองพระศาสนา ตลอดจนเรยนรูมารยาททีดีงามของชาวพุทธ



เพอสบทอดพระพุทธศาสนาตอไป




๑. หนาทีของพระภกษุในการปฏิบติตามหลักพระธรรมวินยและจรยาวัตรอยาง






เหมาะสม


การศกษา




การศกษา หมายถึง การเรยนพระพุทธวจนะ สมัยกอนใชวิธี









ทองจ า เรยกวา “มุขปาฐะ” ถายทอดสบตอกันมา ตอมามีการเรยก




ื่


ประชุม “สงคายนา” (รอยกรองหรอสวดสอบทานกัน) เพอความ


ถูกตองสมบูรณยิงขึ้น

พระพุทธวจนะเปนจ านวนมากจึงถูกถายทอดผานระบบ




ทองจ า ท าใหค าสอนของพระพุทธเจาสบทอดมากวา ๒,๐๐๐ ป ี









การศกษาเลาเรยนพระพุทธวจนะน้ตอมา เรยกวา “คันถธุระ”





(หนาที่ดานการเรยนพระคัมภีร) เปนการเรยนรูวิชาเพอเก้อกูลและ








สนบสนุนการปฏิบติธรรมใหเกิดผลดี



การปฏิบัติ









ภาระหนาที่น้เรยกตามศพทศาสนาวา







ื่

“วิปสสนาธุระ” (หนาที่ปฏิบติเพอความเหนแจง)


หมายถึง การฝกฝนอบรมจิตใหเปนสมาธและใหมีพลัง









เพอนาไปใชในการขมหรอก าจัดกิเลส คอ ความเศรา
ื่



หมองแหงจิตและใหเกิดความรูแจงเหนจรง









การปฏิบัติตามทฤษฎีที่ไดศกษามาขางตนน้ ก็








เพอการดับทุกขเปนขันๆ จนถึงความดับทุกขโดยสนเชง






คุณคาและประโยชนทีไดจากการปฏิบัติตามหลักธรรม









สามารถควบคุมกาย วาจา ใหเรยบรอย งดเวนจากขอหามที ่



พระพุทธเจาทรงบญญติไวได ้






สามารถฝกฝนจิตใจของตนเองใหมีสมาธอันแนวแนจนจิต





สงบ สามารถขจัดสงมัวหมองออกจากใจได ้
ิ่







กอใหเกิดปญญาที่เกิดจากการฝกปฏิบตินน ทังยังเขาใจโลก






และชวิตอยางแจมแจง จนสามารถปลอยวางจากความโลภ






ความโกรธ ความหลง ใหลดลงจนกระทั่งหมดไปโดยสนเชง



การสงสอนและเผยแผพระธรรม
ั่






การสงสอนและเผยแผพระธรรม
ั่



เปนการท าประโยชนแกสงคม





หมายถึง การท าประโยชนแกชาวบาน








ผูไดอนุเคราะหชวยเหลอพระสงฆ ์

ดวยปจจัย ๔




ึ่


หรออีกนัยหนง คอ การท า พระสงฆ์มหน้าทสั่งสอนและเผยแผ่พระธรรมให้แก่



ประชาชน

ประโยชนแกชาวโลกทังมวล





ั่

หนาที่ของพระสงฆในดานการสงสอนและการเผยแผธรรมแกประชาชน



ี่


ในพระไตรปฎกเล่มท ๑๑ พระพุทธเจ้าได้ตรสถงหน้าทของพระสงฆ์


ในด้านการสั่งสอนและการเผยแผ่ธรรมแก่ประชาชนไว้ ๖ ประการ



ความสาคัญของการเผยแผค าสอนของพระพุทธเจา

๒. มารยาทชาวพุทธ







การปฏิบติตนตอพระภกษุในงานศาสนพิธที่บาน




การอาราธนาพระสงฆมาเจรญพระพุทธมนต งานมงคลนยม





นมนตพระจ านวน ๕ รูป ๗ รูป หรอ ๙ รูป

• เมอพระมาถึงควรรบรองทานดวยอัธยาศยไมตร ี


ื่



ั่



• นมนตพระสงฆใหนงที่สมควรที่จัดไว ้
ื่


• ถวายของรบรอง เชน น้าดมหรอน้าผลไม ไม ่






ควรถวายหมากพลู บุหรอันเปนสงเสพติด








• ถายังไมถึงเวลาประกอบพิธ เจาภาพควรอยูรวม





สนทนากับทานตามสมควร ชาวพุทธพงปฏบัตต่อพระสงฆ์ในงานศา
สนพิธด้วยความเคารพ

• เมอเสรจพิธ ควรเดินตามไปสงทานจนพน




ื่

บรเวณงานหรอไปสงถึงวัด





การสนทนากับพระภกษุตามฐานะ







• ควรพูดจาอยางไพเราะ ไมกระโชกโฮกฮาก เสยดส แดกดัน
• ใชค าพูดใหถูกตองเหมาะสมแกสถานภาพของตนเองและพระสงฆ ์







• ไมลอเลนกับพระสงฆ หรอพูดตลกโปกฮา








• เมอพูดกับพระผูใหญควรพนมมอพูดกับทานทุกครง



• ไมชวนพระสงฆพูดคุยเรองทีไมเหมาะสม







• เวลาพูดถึงพระสงฆลับหลังพึงพูดดวยความปรารถนาดี


• เวลาพูดกับพระสงฆจะตองใชสรรพนามใหเหมาะสม






บคคลพงสนทนากับพระสงฆ์
ด้วยความส ารวม



การใชค าพูดกับพระภกษุตามฐานะ





การแตงกายในพิธตางๆ

การแต่งกายเมอไปพบพระทวัดหรอ





ี่
นมนต์พระมาทบ้าน




• ควรแต่งกายให้สะอาดซงไม่เกียวกับ




ความเก่า ความใหม่ เส้อผ้าควรซักรดให้






เรยบรอย รองเท้าก็ขัดให้ดเงางาม การแต่งกายในพธต่างๆ ต้องค านงถงความ


สะอาด สภาพเรยบรอย และถูกกาลเทศะ





• แต่งกายให้สภาพเรยบรอย สภาพสตร ี




ควรแต่งกายให้รดกุม เช่น ไม่น่งกระโปรง


สั้นจนเกินไป ไม่ใส่เส้อผ้ารดรปจนเกินไป


๓. หนาทีชาวพุทธ









การปฏิบติตนเปนชาวพุทธทีดีตามหลักทิศ ๖ เปนการปฏิบติตน








ตอบุคคลประเภทตางๆ ที่เราตองเกี่ยวของสมพันธทางสงคมดุจทิศทีอยู ่

รอบทิศ ซงมีอยู ๖ ทิศ เรยกวา “ทิศ ๖”








การปฏิบัติตนเปนชาวพุทธทีดีตามหลักทิศ ๖ (ทิศเบ้องขวา)

การปฏิบติตนตอครู อาจารย ์





การปฏิบัติตนตอศษย ์

การปฏิบติตนตามพุทธปณิธาน ๔






พุทธปณิธาน คอ ความตั้งพระทัยของพระพุทธเจ้า โดยเมอพระองค์บรรลุ

พระสัมมาสัมโพธญาณใหม่ๆ มพญามารนามว่า “วสวัตต” ได้มาทลอาราธนา





ให้เสด็จดับขันธ์ปรนพพาน


พระพุทธองค์ตรสว่า ตราบใดทพระพุทธศาสนายังไม่มั่นคงแพร่หลาย




ื่


พระองค์จะไม่เสด็จดับขันธปรนพพาน พระองค์จะดับขันธปรนพพานเมอ


พุทธบรษัททั้ง ๔ (ภกษุ ภกษุณ อุบาสก อุบาสกา) มคณสมบัต ดังน้ ี








การปฏิบัติตนตามพุทธปณิธาน ๔


การแสดงตนเปนพุทธมามกะ







พุทธมามกะ แปลว่า ผู้นับถอพระพุทธเจ้าเปนของตน คอ นับถอ


พระพุทธศาสนาอย่างแท้จรง ไม่ละท้งนั่นเอง









สถานทท าพธควรเปนพระอโบสถ ถ้ามใช่พระอโบสถ สถานทท าพิธควร





มส่งต่างๆ ดังน้ ี



วิธแสดงตนเปนพุทธมามกะ



ค ากลาวแสดงตนเปนพุทธมามกะ


การเขารวมพิธกรรมทางพระพุทธศาสนา





องคประกอบในการจัดพิธกรรมทางพระพุทธศาสนาทีถูกตอง



๑. ถูกตองตามหลักศาสนา








๒. ประหยัด









๓. ค านงถึงประโยชน ์







๔. ไมขัดกับประเพณีนยม









การศกษาเรยนรูองคประกอบของพระพุทธศาสนาเพอปฏิบติและเผยแผ ่

องคประกอบ ๓ ประการของพระพุทธศาสนา



























พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์


พระพุทธเจา
















อาจแนะนาผูอนใหรูจักความจรงเบองตนเกียวกับพระพุทธเจาวา


“พระองคประสูติเปนคนธรรมดามีเนอหนงมังสาเหมอนคนทั่วไป














แตก็เหนอกวาคนธรรมดาทีพระปญญายอดเยียม สามารถตรสรูความ











จรงดวยพระองคเอง แลวนามา สงสอนแกมวลมนุษย พระองคเปนผู ้
สถาปนาพระพุทธศาสนาเมอประมาณ ๒,๕๐๐ป ี”



พระธรรม




อาจแนะนาหลักค าสอนพ้นฐานของพระศาสนาวา





“เบญจศลและเบญจธรรม ทีสูงขึ้นไปก็เชนหลักอรยสจ ๔








หรออธบายหลักธรรมตางๆ ทีสามารถนาไปประยุกตใชใน






ชวิตประจ าวันไดงาย เชน





อิทธบาท ๔ เปนหลักธรรมแหงความสาเรจ พรหมวิหาร ๔
เปนหลักธรรมทีสอนใหมีความเมตตากรุณาตอคนอน เปนตน”









พระสงฆ ์







อาจเขาไปในวัดและแนะนาให ้






รูจักเกียวกับพระสงฆวา




“พระสงฆผูสละโลก ออกบวชเพอ
ศกษาและปฏิบัติตามหลักธรรม




แลวนาหลักธรรมมาเผยแผแก ่







ชาวบาน พระสงฆเปนผูปฏิบัติ

ื่

ชอบเพอเปนตัวอยางที่ดีแกคน

ทั่วไป”






ขอควรระวังในการแนะนาใหคนทีไมรูจักพระพุทธศาสนา






• ไมควรใชค าหรอแสดงกิรยาทีจะเปนเชงดูหมิ่น



ศาสนาของผูอน







• เราพูดไดวาศาสนาของเราดีอยางไร แตอยาไป





กาวราววาของเขาไมดีอยางไร





• ไมควรพูดในลักษณะทีชวนใหเขามานบถอศาสนาเรา
นอกจากวาเขาจะแสดงความสนใจและพูดเองวาอยากจะรู ้




และอยากจะเหนมากขึ้น เราก็อาจชวยอธบายเขาได ้


การศกษาการรวมตัวขององคกรชาวพุทธ






การรวมตัวขององคกรชาวพุทธ นอกจากการรวมตัวในรูป









สถาบัน คอ เปนพุทธบรษัท ๔ แลว ผูนบถอพระพุทธศาสนาใน



ประเทศตางๆ ยังมีการรวมตัวกันเปนองคกรตางๆ เพอสบทอดและ
ื่



เผยแผพระพุทธศาสนา ไดแก ่





ชมรม สมาคม องคการ

ชมรม



ชมรมเกิดจากการ





รวบรวมสมาชกที่มีความ


สนใจในแนวเดียวกันตังชมรม



ขึ้นเพอศกษาและปฏิบัติธรรม

ื่


ไมมีการจดทะเบียน เชน



ชมรมพุทธศาสตร ์











ธรรมศาสตร ชมรมพุทธ ชมรมพุทธศาสตร เปนองค์กรชาวพุทธทตั้งข้นเพอ
สบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา


ศาสตรจุฬาฯ เปนตน



สมาคม






สมาคมเปนองคกร




ชาวพุทธที จดทะเบียนเปน


สมาคม มีวัตถุประสงคเพอ



ศกษาและเผยแผ ่



พระพุทธศาสนา เชน พุทธ



สมาคม สมาคมบาลีปกรณ







เปนตน พุทธสมาคมจัดตั้งข้นเพอศกษา


และเผยแผ่พระพุทธศาสนา

องคการ











องคกรชาวพุทธอีกรูปแบบหนง เชน องคการพุทธศาสนกสมพันธ ์
แหงโลก เปนองคการทางศาสนาพุทธระหวางประเทศ เพอใหตัวแทน








พระพุทธศาสนาจากนกายและประเทศตางๆ ไดมีโอกาสมาประชุม




ปรกษาหารอการพระศาสนารวมกัน เปนตน






การปลูกจิตสานกในดานการบารุงรกษาวัดและพุทธสถานใหเกิดประโยชน ์







วัด เปนศูนยกลางของชุมชนในดานตางๆ สมัยกอนวัดเปน




ศูนยกลางทางการศกษา เปแหลงก าเนด รกษา สบทอด พัฒนา หรอ








สนบสนุนศลปะและดนตร และเปนศูนยกลางของกิจกรรมทังหลาย



ในชุมชน


• สถาปตยกรรม จิตรกรรม และ





ประติมากรรม ไดรบการสรางสรรค ์


ขึ้นดวยแรงบันดาลใจ เพอแสดงถึง
ื่


ความศรทธาในพระพุทธศาสนา และ



ื่
เปนสอถายทอดหลักธรรม ท าให ้


เกิดศาสนสถานและศลปะแขนงตางๆ









จากวัสดุและฝมอชางทีดีทีสุด


คุณคาของวัดและพุทธสถาน



วัดและพุทธสถานมี



คุณคาทางศลปวัฒนธรรม มี





คุณคาทางเศรษฐกิจ และเปนศูนย ์



รวมน้าใจของชาวพุทธ ท าใหเกิด

ความหวงแหนใน


พระพุทธศาสนา





เราจึงควรบารุงวัดและ




พุทธสถาน แตตองไมเกินก าลัง ชาวพุทธทดควรท านบ ารงวัดซงเปนศูนย์กลางของ



ี่








ไมหลงกับเปลอกจนลมแกนแท ้ ชมชน

ของพระพุทธศาสนา คอ ศาสน

ธรรม

ที่มา:https://www.aksorn.com


Click to View FlipBook Version