หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ พุทธประวัติ พระสาวก ศาสนิกชนตัวอย่าง และชาดก
ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
วิภาวรรณ กูนา
หนวยการเรยนรูที ๒
ี
้
่
่
พุทธประวัติ พระสาวก ศาสนิกชนตัวอยาง และชาดก
่
การศกษาพุทธประวัติ ประวัติพุทธสาวก พุทธ
ึ
สาวิกา ชาวพุทธตัวอยาง และชาดก นอกจากจะท า
่
่
ใหเหนคุณคาของค าสอนทางพระพุทธศาสนา อัน
็
้
่
่
์
็
้
เปนประโยชนตอการเผยแผพระพุทธศาสนาแลว
ิ
ยังสามารถน าจรยาวัตรของ พระศาสดาและพระ
็
้
์
้
่
สาวกเหลานน มาประยุกตใชเปนแนวทางปฏิบัติ
ั
ื
่
เพอใหสามารถด ารงชวิตอยูในสงคมอยางมี
ั
่
ี
้
่
ความสุข
๑. พุทธประวัติ
ผจญมาร
ภาพพระสทธตถะผจญมาร
ิ
ั
ี่
ทมา : http://www.luangpoothon.com/lp_dhamma_detail.php?dhamma_id=2
➢เหตุการณ ์
ั่
ขณะที่พระสทธตถะก าลังนงสมาธ เพอแสวงหาหนทางดับ
ิ
ื่
ั
ิ
์
้
ทุกข พญามารนามวสวัตดี มาปรากฏตัวพรอมเสนามาร
้
์
รองบอกใหพระองคลุกจากอาสนะ พระองคทรงแยงวา
์
้
่
้
บัลลังกเปนของพระองคจากนนเหยียดพระดรรชนลง
์
็
์
ี
้
ั
้
็
ั
ื
ยังพ้นดินและตรสวา “ขอใหวสุนธราจงเปนพยาน”
่
ื
ทันใดนนพระแมธรณีผุดขึ้นจากพ้นดิน
ั
่
้
่
และบีบมวยผม บันดาลใหมีกระแสน้ามาทวม
้
กองทัพพญามารจนแตกพายไปในทีสุด
่
่
่
ุ
ื
ู
พระพุทธรปปางมารวิชัย สรางข้นเพอจ าลองเหตการณ ์
ึ
้
พุทธประวัตตอนผจญมาร
ิ
์
ิ
➢วเคราะหเหตุการณ ์
พญามาร หมายถึง กิเลสที่มารบกวนพระทัยของพระสทธต
ั
ิ
่
ิ
้
ถะในขณะนงสมาธ อันไดแก โลภะ โทสะ และโมหะ
ั่
ื
ั
่
้
ดังนน การผจญมาร ก็คอการตอสูกับอ านาจของกิเลส
้
พระแมธรณี หมายถึง บารมีทัง ๑๐ ที่ทรงบ าเพ็ญมา
้
่
้
ื
่
ั
้
ดังนน การอางถึงพระแมธรณี ก็คอทรงอางถึงคุณ
้
้
้
่
ความดีที่ทรงบ าเพ็ญมา เพอใชเปนก าลังใจในการตอสูกับกิเลส
็
ื่
ทังปวง จนสามารถเอาชนะกิเลสและตรสรูในทีสุด
้
ั
้
่
ั
การตรสรู ้
์
็
้
้
ั
ั
ิ
ภาพพระสทธตถะตรสรูเปนองคพระสมมาสมพุทธเจา
ั
ั
ทมา : http://rjdigiart.blogspot.com/2010/04/blog-post.html
ี่
้
์
้
้
ั
➢ขันตอนการคนควาทางพนทุกขของพระสทธตถะ
ิ
้
ึ
ขั้นที่ ๑ ทรงฝกปฏิบัติโยคะ
ขั้นที่ ๒ ทรงบ าเพ็ญตบะ
ิ
ขั้นที่ ๓ ทรงบ าเพ็ญทุกกรกิรยา
• ขันที่ ๑ กัดฟน
้
ั
• ขั้นท ๒ กลั้นลมหายใจ
่
ี
• ขั้นท ๓ อดอาหาร
่
ี
ขั้นที่ ๔ ทรงบ าเพ็ญเพียรทางจิต
ั
➢ตรสรู ้ หลังจากทรงพิจารณาไตรตรองแลว พบวาการบ าเพ็ญ
้
่
่
่
ิ
ั
้
์
ิ
ั
ิ
่
้
ทุกกรกิรยานน มิใชหนทางดับทุกขทีแทจรง พระสทธตถะจึง
ั
้
้
็
ทรงเลิกกระท า แลวทรงยึดทางสายกลาง จนตรสรูเปน
ื
ั
พระพุทธเจาเมอวันขึ้น ๑๕ ค ่า เดอน ๖ กอนพุทธศกราช ๔๕
่
ื
่
้
ิ
ป โดยสงทีพระองคตรสรู ้
ั
่
่
์
ี
์
ี
์
ื
่
คอ กระบวนการเกิดของทุกข และการดับทุกข เรยกวา
ิ
“อรยสจ ๔” ประกอบดวย
้
ั
ิ
ทุกข ์ สมุทัย นโรธ มรรค
้
ู
ุ
ิ
ขั้นตอนการรแจ้งของพระสทธัตถะ สามารถสรปได้ ดังน้
ึ
ิ
• ทรงระลกชาตหนหลังของพระองค์ได้
้
ยามตน
• ทรงได้ตาทพย์ มองเหนการเกิด การตายของสัตว์
็
ิ
ยามที่ ทั้งหลายตามผลกรรมทได้กระท าไว้
ี
่
สอง
ยามที่ • ทรงเกิดการรู้แจ้งทีสามารถท าลายกิเลสให้หมดสิ้นไปได้
่
สาม
ั่
การสงสอน
ภาพพระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปญจวัคคย์
ั
ี
ทมา : http://buddhaforyou.files.wordpress.com/2011/11/lp021_e589afe69cac1.jpg
ี่
ั
➢แสดงปฐมเทศนาโปรดปญจวัคคีย ์
้
้
้
ั
ั
• หลังจากทรงตรสรู พระพุทธเจาไดเสด็จไปตรสสอน “ธัมมจัก
้
่
ิ
์
ั
กัปปวัตตนสูตร” วาดวยอรยสจ ๔ ประการแกปญจวัคคีย
่
ั
้
• โกณฑัญญะได “ดวงตาเหนธรรม” และขอบวช
็
้
ี
• พระพุทธเจาประทานอุปสมบทใหดวยวิธ “เอหภิกขุ” จึงเกิด
้
ิ
้
ั
พระสงฆรูปแรกขึ้นในโลก และมี “พระรตนตรย” ไดแก พระ
์
่
ั
้
์
พุทธ พระธรรม และพระสงฆครบบรบูรณ
์
ิ
่
➢เผยแผพระพุทธศาสนา
• หลังจากมีพระอรหนตสาวกครบ ๖๐ รูป พระพุทธเจาทรงสง
่
้
ั
้
ใหแยกยายไปประกาศพระพุทธศาสนายังทิศตางๆ สวน
่
้
่
้
้
พระพุทธเจาเสด็จไปโปรดชฎิลสามพีนอง โดยทรงแสดง “อา
่
้
ิ
ทิตตปรยายสูตร” จนชฎิลสามพี่นองและบรวารบวชเปนสาวก
็
ิ
ของพระพุทธองค ์
ั
• พระเจาพิมพิสาร และชาวเมองมคธที่นบถอชฎิลสามพี่นอง
ื
้
ื
้
้
่
่
ตางพากันเลอมใสในพระพุทธศาสนา และทรงสราง “วัดพระ
ื
่
เวฬุวัน” ถวายเปนวัดในพระพุทธศาสนาแหงแรกของโลก
็
ิ
ิ
ุ
ิ
ื่
• ศษย์ของสัญชัยเวลัฏฐบตร ชอ อุปตสสมาณพ และโกลตมาณพ
ึ
ุ
่
ได้ขอบวชเปนพระสาวก ซงต่อมา คอ พระสารบตร และพระ
ื
็
โมคคัลลานะ
ิ
็
➢พระสารบุตร เปนพระอัครสาวกเบ้องขวา เลศกว่าภกษ ุ
ิ
ื
ี
ั
ทั้งหลายในทางมปญญามาก
ิ
ิ
็
➢พระโมคคัลลานะ เปนพระอัครสาวกเบ้องซ้าย เลศกว่าภกษ ุ
ื
ทั้งหลายในทางมฤทธมาก
ิ์
้
ี
ี
• สุทัตตเศรษฐ หรออนาถบิณฑิกเศรษฐ ทูลอาราธนาพระพุทธเจาให ้
ื
ื
้
เสด็จไปโปรดชาวเมองสาวัตถี และสรางวัด “พระเชตวันมหา
วิหาร” ถวาย
้
่
• หลังจากเสด็จไปเผยแผพระพุทธศาสนายังแควนตางๆ เปนเวลา ๔๕
่
็
ื่
้
ิ
ิ
้
พรรษา พระพุทธเจาก็เสด็จดับขันธปรนพพาน เมอพระชนมายุได
๘๐ พรรษา
ึ
ื
ี
ิ
่
โบราณสถานในเมองสาวัตถ ซงสันนษฐานว่า
เปนบ้านของอนาถบณฑกเศรษฐ
ิ
ี
็
ิ
ิ
์
์
่
➢วิเคราะหเหตุการณพุทธประวัต ตอนทรงสงสอนธรรม และเผย
ั
ั
ั
่
แผพระพุทธศาสนาหลงการตรสรู ้
ื
่
ุ
ถาม : เพราะเหตใดพระพุทธเจ้าจงทรงเลอกแสดงธรรมทตรสร ู ้
ั
ึ
็
แก่ปญจวัคคย์เปนกล่มแรก ?
ั
ุ
์
วิเคราะห :
• ทรงตองการเปล้องความเห็นผิดของปญจวัคคีย เมอครงที่พระองค ์
์
ั
ื
้
ั
้
ื่
้
้
ั
ิ
้
่
่
ทรงเลิกบาเพ็ญทุกกรกิรยา วาคลายความเพียรแลวไมมีทางตรสรูได
ิ
่
ั
้
์
้
้
้
พระพุทธเจาจึงตองการใหปญจวัคคียทราบวา ทุกกรกิรยานนมิใช ่
ั
้
ิ
่
ั
่
้
ทางบรรลุ แตอรยมรรคมีองค ๘ เทานนที่สามารถท าใหบรรลุได ้
์
ั
้
้
้
์
• ทรงตองการใหปญจวัคคียเปนสกขีพยานแหงการตรสรูของ
็
ั
่
ั
่
ื่
์
พระองค เพอท าใหการเผยแผพระพุทธศาสนาเปนไปอยางราบรน
่
็
้
่
ื
ื
ื่
่
และนาเชอถอ
ุ
ึ
ุ
ถาม : เพราะเหตใดพระพุทธเจ้าจงทรงแต่งตั้งพระสารบตร
เปนพระอัครสาวกเบ้องขวา และพระโมคคัลลานะเปนพระ
็
ื
็
ื
่
อัครสาวกเบ้องซ้าย ทั้งทเพิ่งอุปสมบทได้เพ ยง ๑๔ วัน ?
์
วิเคราะห :
• การเผยแผ่พระพุทธศาสนา จ าเปนต้องอาศัยผู้มความร ู ้
็
ความสามารถเข้ามาท างาน ซงพระสารบตร และพระ
ึ
ุ
่
ื
ิ
ิ
โมคคัล-ลานะมคณสมบัตดังกล่าวเหนอกว่าพระภกษุรป
ุ
ู
ใด เพราะรไตรเพทเปนอย่างด และเคยเปนศษย์ของสัญ
ู
็
ิ
็
้
ิ
ึ
่
ุ
ชัยเวลัฏฐบตร ซงสอนปรชญาสาขา “อมราวิกเขปกา”
ั
ทเน้นวิภาษวิธ หักล้าง ถกเถยงกันด้วยเหตผล
่
ุ
สรุปเหตุการณสาคัญในพุทธประวัติ
์
พระพุทธเจ้า
ิ
พระสทธัตถะ โกณฑัญญะ ประทานอุปสมบท
ทรงผนวช ขออุปสมบท ด้วยวิธ เอหภกขุ
ิ
ิ
ี
ทรงแสวงหา โกณฑัญญะได้ เกิดพระสงฆ์รป
ู
ุ
หนทางดับทกข์ ดวงตาเหนธรรม แรกของโลก
็
ด้วยวิธต่างๆ
ี
แสดงธัมมจัก-
ั
ั
้
ู
ั
ิ
ตรสรอรยสัจ ๔ กัปปวัตนสตร พระรตนตรยครบ
ู
ื
็
เปนพระพุทธเจ้า องค์ ๓ คอ พระพุทธ
แก่ปญจวัคคย์ พระธรรม พระสงฆ์
ั
ี
ิ
ิ
ิ
ู
ี
ิ
พระพุทธเจ้าเสด็จ อนาถบณฑกเศรษฐ ทล อนาถบณฑกเศรษฐ ี
้
ิ
ไปโปรดชฎลสามพี่ อาราธนาพระพุทธเจ้า สรางวัดพระเชตะวัน
ื
น้อง ให้เสด็จไปเมองสาวัตถ ี มหาวิหารถวาย
พระสารบุตร และพระโมค- พระพุทธศาสนาถูก
ี
ชฎลสามพน้องและ คัลลานะ ได้รบการแต่งตั้ง
ิ
ี่
ั
ิ
ิ
ิ
บรวารบวชเปนสาวก เปนพระอัครสาวกเบ้องขวา ประดษฐานอย่างเจรญ
็
ื
็
ของพระพุทธองค์ และเบ้องซ้าย และมั่นคง
ื
ิ
พระเจ้าพมพสารทรง
ิ
ิ
ิ
พระเจ้าพมพสาร และ สรางวัดพระเวฬวัน พระพุทธเจ้าปรนพพาน
ิ
ิ
้
ุ
ื่
ื
ชาวเมองมคธเลอมใส ถวาย เปนวัดแห่งแรก เมอพระชนมายุได้ ๘๐
ื่
็
ในพระพุทธศาสนา ของโลก พรรษา
๒. ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา
ี
พระสารบุตร
➢ประวัต ิ
่
ื
์
็
• มีนามวา อุปติสสะ เปนบุตรพราหมณในเมองนาลันทา กรุงราชคฤห ์
• มีคุณสมบติพิเศษ คอ เปนผูมีปญญาเฉยบแหลม เลาเรยนไดอยาง
ั
ี
ั
้
ื
็
่
ี
้
่
รวดเรว
็
ั
• ไดเขาศกษาปรชญาอยูในสานกสญชยเวลัฏฐบุตร
่
ั
ั
ึ
้
ั
้
็
้
็
้
ั
• ไดฟงธรรมจากพระอัสสชเถระจนไดดวงตาเหนธรรม จึงขอบวชเปน
ิ
้
สาวกของพระพุทธเจา
• ไดนามวา “สารบุตร” และไดรบการแตงตังจากพระพุทธเจาใหเปน
็
้
้
้
ี
้
ั
้
่
่
พระอัครสาวกเบองขวา
ื
้
็
เปนผู้มปญญาหลักแหลม
ั
ี
็
่
คุณธรรมทีควรถือเปนแบบอยาง
่
ี
็
มความกตัญญกตเวทตา เปนผู้มั่นคง และปรารถนาดต่อ
ู
ิ
ี
็
ธรรมเปนเลศ พระพุทธศาสนา
ิ
➢ ประวัต ิ พระโมคคัลลานะ
ี
ู
มนามเดมว่า โกลตะ เปนบตรพราหมณหัวหน้าหม่บ้านโกลต
ิ
์
ิ
็
ิ
ุ
ั
คามได้เข้าศกษาปรชญาอยู่ในส านักสัญชัยเวลัฏฐบตรได้ฟงธรรม
ุ
ั
ึ
ึ
จากพระอัสสชเถระจนได้ดวงตาเหนธรรม จงขอบวชเปนสาวกของ
็
็
ิ
ี
พระพุทธเจ้า มนามว่า “โมคคัลลานะ” หลังบรรลุ
ิ
พระอรหัตตผล มคณสมบัตพิเศษ คอ เปนผู้มฤทธ ิ์
ื
ุ
ี
็
ี
ู
ิ
ิ
มาก สามารถใช้อทธปาฏหารย์ชักจงคนให้คลาย
ิ
ิ
จากความเหนผิดได้รบการแต่งตั้งจากพระพุทธเจ้า
็
ั
ื
็
ให้เปนพระอัครสาวกเบ้องซ้าย
เปนผู้มความอดทนยิ่ง
็
ี
็
่
่
คุณธรรมทีควรถือเปนแบบอยาง
เปนผู้ถ่อมตนยิ่ง มความใฝรอย่างยิ่ง
็
ู
้
ี
่
่
้
นางขุชชุตตรา (อุตราผูคอม)
➢ประวัติ
่
็
ิ
ื
ั
• เปนหญิงคอม ธดาของนางนมในบานโฆสกเศรษฐ เมองโกสมพี
้
ี
้
ื
้
่
้
• มีหนาที่ซอดอกไมถวายแกพระนางสามาวดี
้
• ไดฟงพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจา จนบรรลุโสดาปตติผล
้
ั
ั
้
• ไดรบมอบหนาที่จากพระนางสามาวดีให ้
้
ั
้
เปนผูไปฟงธรรม แลวนามาแสดง
ั
็
้
้
ใหพระนางและบรวารฟง จนกลาย
ิ
ั
์
้
เปนอาจารยผูแสดงพระธรรมในเวลาตอมา
็
่
่
็
่
คุณธรรมทีควรถือเปนแบบอยาง
ี
ี
่
่
เอาใจใส่หน้าททได้รบ
ั
เปนผู้ฝกฝนตนเองอยู่เสมอ
็
ึ
ี
มอบหมายอย่างดยิ่ง
้
พระเจาพิมพิสาร
➢พระราชประวัติ
ิ
็
์
• เปนพระมหากษัตรยแควนมคธ
้
่
ื
• ทรงเลอมใสในพระพุทธเจาและพระพุทธศาสนา และ
้
้
ื
่
้
ไดถวายสวนไผ เพอใช สรางวัดเวฬุวันถวาย
่
้
่
้
พระพุทธเจา ถอเปนวัดในพระพุทธศาสนาแหงแรก
็
ื
ของโลก
ทรงเปนพระบดาทดของบตร
ิ
็
ี่
ุ
ี
่
็
่
คุณธรรมทีควรถือเปนแบบอยาง
ทรงเปนผู้มั่นคงใน
็
็
ี่
ั
ั
พระรตนตรย ทรงเปนผู้น าทดี
่
๓. ศาสนกชนตัวอยาง
ิ
พระมหาธรรมราชาลิไทย
พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจทรงเปนพระราชโอรสใน
็
ี่
ุ
ิ
ุ
พระยาเลอไทย พระมหากษัตรย์องค์ท ๕ แห่งกรงสโขทัยทรงศกษา
ึ
ี
วิชาชั้นต้นจากพระเถระชาวลังกาหลังจากครองราชย์ได้๕ ป ทรง
อุปสมบทเปนภกษในพระพุทธศาสนาทรงปกครองแผ่นดนด้วย
ุ
ิ
็
ิ
ุ
ุ
ทศพิธราชธรรม และให้การท านบ ารงพระพุทธ
์
ศาสนาอย่างดยิ่งทรงพระราชนพนธ “เตภมกถา”
ี
ิ
ิ
ู
ู
ิ
หรอ “ไตรภมพระร่วง” ซงเปนวรรณกรรม
ื
ึ
็
่
ทางพระพุทธศาสนาเรองแรกของไทย
ื่
ี
ทรงมความกตัญญ ู
อย่างยิ่ง
คุณธรรมทีควรถือ
่
่
็
เปนแบบอยาง
ี
ทรงมความสามารถใน
ี
ิ
ิ
ิ
การถ่ายทอดนามธรรม ทรงมความคดรเร่ม
็
็
ให้เปนรปธรรม เปนยอด
ู
้
ิ
สมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระยาวชรญาณวโรรส
พระประวัติ และผลงาน
้
มีพระนามเดิมวา พระองคเจามนุษยนาคมานพ
์
่
็
ื
่
่
ประสูติเมอวันที ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๐๒ เปน
่
พระราชโอรสใพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหว
ั
้
้
และเจาจอมมารดาแพทรงผนวชเปนสามเณรที่วัดพระศรรตน
ั
ี
้
็
็
้
ื
ื่
่
ั
ศาสดารามเมอพระชนษาได ๑๓ พรรษา ทรงผนวชเปนภิกษุเมอพระ
ั
ิ
ชนษาได ๒๐ พรรษา และเสด็จไปประทับที่วัดบวร-นเวศวิหาร และ
้
้
ิ
็
่
่
ั
วัดมกุฏกษัตรยารามตามล าดับทรงไดรบการยกยองวาทรงเปน “ดวง
้
ประทีปแกวแหงคณะสงฆไทย”
์
่
้
ผลงานสาคัญดานการจัดการทางพระพุทธศาสนา
้
้
่
ี
ั
- ทรงจัดสอนภกษุสามเณรผูบวชใหม ใหไดเรยนพระธรรมวินย และภาษาไทย
้
ิ
์
- ทรงใหสวดมนตในวันพรรษาทุกวัน
้
ี
้
่
่
ั
่
้
ิ
้
- ทรงจัดใหภกษุทีพรรษาต ากวา ๕ ที่จบนกธรรมแลว มาเรยนบาลีทังหมด
้
- ทรงจัดตังมหามกุฏราชวิทยาลัย
ื
้
์
ี
ื
้
ั
่
- ทรงจัดการเรยนการสอนทังหนงสอไทยและความรูในศาสตรอนๆ ควบคู ่
กันไป
่
ึ
- ทรงฝกพระธรรมกถึกจนสามารถแสดงธรรมปากเปลาได ้
ั
ั
- ทรงจัดตังการฟงธรรมสาหรบเด็กวัดในวันธรรมสวนะ
้
์
ิ
• ผลงานพระนพนธทางพระพุทธศาสนา
้
้
- ทรงตังหลักสูตร “สามเณรผูรูธรรม”
้
- ทรงนพนธ “นวโกวาท”
์
ิ
ั
่
่
่
ี
- ทรงรจนาหนงสอแบบเรยนตางๆ เชน วินยมุขเลม ๑, ๒ และ ๓ ธรรม
ั
ื
ี
วิจารณ ธรรมวิภาค แบบเรยนบาลีไวยากรณ เปนตน
็
้
์
์
ื่
่
- ทรงพระนพนธหนงสอประเภทอน เชน ประเภทพระโอวาท พระ
์
ิ
ื
ั
์
ธรรมกถา ประเภทประวัติศาสตรและโบราณคดี เปนตน
็
้
- ทรงพระนพนธภาษาบาลี ทรงรจนาบทนมัสการ
ิ
์
ิ
ิ
ื่
ั
ั
พระรตนตรย ชอ นมการสทธคาถา (โย จักขุมา)
ทรงมความใฝร ู ้
ี
่
ึ
่
ใฝศกษา
ทรงมความ
ี
ทรงม ี
วิสัยทัศน์ อ่อนน้อม
่
กว้างไกล คุณธรรมทีควรถือ ถ่อมตน
็
่
เปนแบบอยาง เปนเลศ
็
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
ี
ิ
ิ
ทรงมความคดรเร่ม ทรงมหรโอตัปปะ
็
เปนเลศ
ิ
มิตตวินทุกชาดก ๔. ชาดก
ิ
ั
็
ื่
มตตวินทกชาดก เปนเรองราวของชายชอมตตวินทกะ ผู้ได้รบผลกรรมเหน
ิ
ื่
็
ุ
ุ
ิ
กงจักรเปนดอกบัว เพราะเปนผู้มความโลภ ต้องการได้ทรพย์สมบัตจ านวนมาก
ั
็
็
ึ
่
ท าให้เมอเขาได้พบกับปราสาทแก้วผลก ปราสาทเงน ปราสาทแก้วมณ และ
ิ
ื
ปราสาททอง เขาก็เลอกทจะเดนผ่านเข้าไปเรอยๆ เพราะหวังว่าจะได้พบกับ
่
ื
ิ
ื
่
ั
ึ
ทรพย์ล าค่ามากข้น
้
ุ
ิ
่
่
จนในทสดความโลภนั้นได้ชักน าให้มตตวินทกะได้พบเจอกับผ เปรตทม
ุ
็
ิ
่
กงจักรบดศรษะอยู่ แต่มตตวินทกะกลับเหนว่าเปนเทพบตรทมดอกบัวประดับ
ุ
็
ุ
้
ศรษะ จงรองขอดอกบัวนั้น ท าให้ต้องเสวยผลกรรมต่อจากผ เปรตตนนั้น ถก
ึ
ู
กงจักรบดศรษะได้รบความทรมานยิ่งนัก
ั
่
ซงให้คตสอนใจ คอ โลภมาก ลาภหาย
ื
ิ
ึ
ราโชวาทชาดก
่
็
ราโชวาทชาดก เปนเรองราวทสั่งสอนให้ผู้น าประเทศปกครอง
่
ื
ื
่
ิ
ุ
ประเทศโดยธรรม มความซอสัตย์สจรต ไม่คดโกง ทั้งน้เพอประโยชน์สข
ื
่
ุ
ของประชาราษฎรเปนส าคัญ โดยข้อคดส าคัญทได้จากเรองราโชวาทชาดก
ื่
์
็
่
ิ
ุ
ื
สามารถสรปได้ ๒ ประการ คอ
็
ิ
• ผู้ปกครองทดต้องประพฤตตนเปนแบบอย่างทด เพอให้ผู้น้อยปฏบัต ิ
ิ
่
ื
ี
่
ี
ี
่
ี
ึ
ตาม ซงจะช่วยให้สังคมสงบสข
ุ
่
ุ
ื
• ธรรมหรอคณความดน ามาซงความสงบร่มเย็นของบ้านเมอง
ื
ี
่
ึ
ึ
็
ุ
ผู้ปกครองทประพฤตธรรม จงท าให้ประชาราษฎรอยู่อย่างร่มเย็นเปนสข
ิ
่
์
ี
ที่มา:https://www.aksorn.com