Science ว23101 ขอ้ สอบประจาบท เร่ือง แสง
หน่วยท่ี 3 ชื่อ-สกลุ ชน้ั ม.3/ เลขท่ี
คลนื่ และแสง
คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบตอ่ ไปน้ี ข้อใดถูกตอ้ งท่ีสุด คะแนน............/15
7. การมองในขอ้ ใดที่ไมใ่ ช่การเห็นจากการสะท้อนแสงจากวัตถุ
1. การมองกอ้ นเมฆ 2. การดูกระจกเงา
3. การดูเงาในน้า 4. การมองกองไฟกาลงั ไหม้
8. ข้อใดไม่ใชก่ ารใช้ประโยชน์จากกระจกเงาเว้า
1. กล้องจลุ ทรรศน์ 2. ตอู้ บพลังงานแสงอาทติ ย์
3. กระจกรถยนต์ 4. กระจกแต่งหน้า
9. เมอื่ แสงเดนิ ทางจากตวั กลางหน่งึ ไปอีกตัวกลางหนง่ึ ซึง่ เป็นตัวกลางตา่ งชนิดกนั
ปริมาณท่ไี ม่เปล่ยี นแปลง คือ
1. ทศิ ทางที่แสงเคลอ่ื นที่ 2. อัตราเร็วของแสง
3. ความยาวคล่นื แสง 4. ความถ่ีแสง
10. ถา้ เรามองเห็นดนิ สอหกั งอในแกว้ ทีม่ ีนา้ เราสรุปไดว้ ่าอยา่ งไร
1. อัตราเร็วของแสงในอากาศมคี ่ามากกวา่ นา้
2. อตั ราเร็วของแสงในอากาศมคี า่ น้อยกว่าน้า
3. อตั ราเรว็ ของแสงในอากาศมีค่าเท่ากับอตั ราเร็วของแสงในน้า
4. อตั ราเรว็ ของแสงเท่ากันจงึ ทาให้ดินสอหักงอ
11. มุมวกิ ฤต หมายถึง ข้อใด
1. มุมตกกระทบทีท่ าใหม้ ุมหักเหมคี ่านอ้ ยกวา่ 90 องศา
2. มมุ ตกกระทบทีท่ าใหม้ มุ หักเหมีคา่ มากกวา่ 90 องศา
3. มุมตกกระทบท่ีทาใหม้ มุ หักเหมีคา่ เท่ากับ 90 องศา
4. มมุ ตกกระทบท่ที าให้เกิดการสะทอ้ นกลบั ท้งั หมด
12. เมอ่ื แสงจากดวงอาทติ ยส์ ่องผ่านปรซิ มึ จะแยกออกเป็นแสงสตี ่าง ๆ ปรากฏการณท์ ่เี กดิ ขน้ึ
เป็นเพราะเหตใุ ด
1. การสะทอ้ นของแสง 2. การหักเหของแสง
3. การแยกตัวของแสง 4. การแทรกสอดของแสง
13. ถา้ วางวัตถุไว้ตาแหนง่ ทีม่ ากกว่าจุดโฟกัส 2 เทา่ ภาพท่ไี ดจ้ ากเลนสน์ ูนมีลักษณะเปน็ อยา่ งไร
1. ภาพจรงิ หวั กลับ ขนาดเท่ากับวัตถุ
2. ภาพจริง หวั กลับ ขนาดใหญก่ ว่าวัตถุ
3. ภาพเสมอื น หัวกลับ ขนาดเทา่ กบั วตั ถุ
4. ภาพเสมอื น หวั กลับ ขนาดใหญ่กว่าวตั ถุ
51
Science ว23101 ข้อสอบประจาบท เร่ือง แสง
หนว่ ยที่ 3 ชือ่ -สกลุ ชน้ั ม.3/ เลขที่
คล่ืนและแสง คะแนน............/15
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบตอ่ ไปน้ี ข้อใดถกู ต้องท่สี ุด
14. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับดวงตาของคนสายตาส้ัน
1. ต้องใช้เลนส์นูน เพราะต้องการขยายภาพสง่ ใหถ้ งึ เรตินา
2. ต้องใชเ้ ลนสเ์ วา้ เพราะต้องการขยายภาพส่งใหถ้ งึ เรตนิ า
3. ตอ้ งใช้เลนสเ์ ว้า เพราะตอ้ งการรวมแสงสง่ ให้ถงึ เรตินา
4. ตอ้ งใช้เลนส์เว้า เพราะต้องการกระจายแสงสง่ ใหถ้ ึงเรตนิ า
15. พื้นที่ในข้อใดต้องการคา่ แสงสวา่ งมากทสี่ ุด
1. หอ้ งสมดุ 2. หอ้ งประชมุ
3. ห้องผ่าตัด 4. หอ้ งแต่งตวั
52
Science ว23101 ใบงานท่ี 1 แรงโนม้ ถว่ งระหวา่ งดวงอาทติ ยก์ บั ดาวบรวิ าร
หน่วยท่ี 4 ชอ่ื -สกลุ ชัน้ ม.3/ เลขที่
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
1. ใหน้ ักเรียนเขียนเคร่อื งหมาย ✓หน้าข้อความทีถ่ กู ตอ้ งและ X หนา้ ขอ้ ความทไี่ มถ่ ูกต้อง
❑1.1 แรงลพั ธท์ ก่ี ระทาต่อวตั ถทุ ไี่ ม่เท่ากบั ศนู ย์ทาใหว้ ัตถเุ ปลี่ยนแปลงสภาพการเคลอื่ นที่
❑1.2 แรงโน้มถ่วงสามารถกระทาต่อวัตถไุ ดโ้ ดยไม่ตอ้ งสมั ผัสวตั ถุ
❑1.3 แรงกริ ยิ า-ปฏกิ ิรยิ าระหว่างวตั ถคุ ่หู นึ่งมขี นาดเท่ากัน
แตท่ ศิ ทางตรงกนั ข้ามและเกดิ ขน้ึ บนวัตถเุ ดยี วกัน
❑1.4 สนามโน้มถว่ งจะมขี นาดลดลงเม่อื อย่หู ่างจากต้นกาเนิดสนามมากขึน้
❑1.5 สนามโนม้ ถว่ งมีทิศทางพุง่ ออกรอบ ๆ ตน้ กาเนิดสนามโน้มถว่ ง
2. สมการแรงโนม้ ถว่ ง
F = 1 2
2
เมอ่ื F แทน (N)
m1, m2แทน (kg)
r แทน
G แทน (m)
kg2
3. เพราะเหตใุ ดเม่อื เราช่ังน้าหนกั บนดวงจันทร์ เราจะมนี า้ หนกั ไม่เท่ากบั นา้ หนกั ที่ช่งั บนโลก
แนวคาตอบ เนื่องจากขนาดของแรงโน้มถ่วงมีความสมั พนั ธก์ บั ขนาดของมวลของผู้ชัง่ และมวล
ของดาว ดงั นั้นดวงจันทร์ซ่ึงมีมวลน้อยกว่าโลกจึงมแี รงโน้มถว่ งที่กระทาตอ่ คน
น้อยกวา่ ดังนัน้ เมอ่ื ชงั่ นา้ หนกั บนดวงจันทรจ์ ึงมีขนาดนอ้ ยกว่าเม่ือช่งั บนโลก
4. เพราะเหตใุ ดดาวเคราะห์จงึ โคจจรรอบดวงอาทิตย์
แนวคาตอบ ดาวเคราะหโ์ คจรรอบดวงอาทิตยด์ ้วยแรงโน้มถว่ งที่ดวงอาทิตย์กระทาตอ่
ดาวเคราะห์ โดยดาวเคราะหร์ วมถงึ วตั ถตุ า่ ง ๆ ในระบบสรุ ยิ ะตา่ งโคจรรอบ
ดวงอาทิตย์ซึ่งเปน็ วัตถทุ ีม่ ีมวลมากทส่ี ดุ ในระบบสุรยิ ะ
5. ถ้าต้องการส่งดาวเทียมข้ึนไปโคจรรอบโลก ดาวเทียมจะตอ้ งมีอัตราเรว็ เปน็ อยา่ งไร
แนวคาตอบ ดาวเทียมจะตอ้ งมอี ัตราเรว็ เท่ากับอัตราเรว็ ในวงโคจร ถา้ อตั ราเร็วของดาวเทยี ม
นอ้ ยกว่าอัตราเรว็ ในวงโคจร ดาวเทยี มก็จะตกลงสพู่ ้ืนโลก
53
Science ว23101 ใบงานที่ 2 ปรากฏการณท์ เี่ กดิ จากการเคลอ่ื นทขี่ องโลกรอบดวงอาทติ ย์
หนว่ ยท่ี 4 ชอื่ -สกลุ ช้นั ม.3/ เลขที่
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
6. ใหน้ ักเรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย ✓หนา้ ข้อความทถี่ กู ต้องและ X หนา้ ขอ้ ความท่ีไมถ่ ูกต้อง
❑6.1 ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งกาเนิดพลงั งานทใ่ี หญ่ทส่ี ดุ ในระบบสรุ ิยะ เม่ือโลกไดร้ บั แสง
จากดวงอาทิตย์จะไดร้ ับท้งั พลังงานแสงและพลงั งานความร้อน
❑6.2 แสงจากดวงอาทติ ยเ์ ดนิ ทางมายังโลกเป็นเสน้ ตรง
❑6.3 การโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ยท์ าใหเ้ กดิ กลางวนั กลางคนื
❑6.4 การโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ย์มที ิศทางดังภาพ
❑6.5 การหมนุ รอบตวั เองของโลกทาให้เกิดปรากฏการณข์ ้ึนและตกของดวงอาทิตย์
และนาไปสกู่ ารกาหนดทศิ
❑6.6 การหมนุ รอบตัวเองของโลกมที ิศทางดังภาพ
7. ประเทศไทยมี 3 ฤดู คือ ฤดูรอ้ น ฤดหู นาว ฤดูฝน
ฤดูใบไมร้ ว่ ง
แตพ่ ืน้ ทีส่ ่วนใหญข่ องโลกจะมี 4 ฤดู คือ
ฤดูรอ้ น ฤดหู นาว ฤดูฝน
8. โลกหมนุ รอบตวั เองในทศิ ทาง และโคจรรอบดวงอาทิตยใ์ นทิศทางเดยี วกัน
เมื่อมองจากมมุ มองดา้ นบนหรือบริเวณเหนอื ข้วั โลกเหนอื
9. แกนโลกเอยี ง องศากบั แนวต้ังฉากกบั ระนาบทางโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ย์
54
Science ว23101 ใบงานท่ี 2 ปรากฏการณท์ เ่ี กดิ จากการเคลอื่ นทขี่ องโลกรอบดวงอาทติ ย์
หน่วยที่ 4 ชอ่ื -สกลุ ชน้ั ม.3/ เลขท่ี
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
10. เส้นศนู ยส์ ตู ร คอื เสน้ ทสี่ มมติทีล่ ากรอบกึ่งกลางของโลกตามแนวตัง้ ฉากกับแกนโลกจนครบรอบ
11. ใหน้ กั เรยี นเตมิ คาตอบลงในชอ่ งว่างตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ตอ้ ง
ข้ัวโลกเหนือ ขวั้ โลกใต้ แกนโลก
3
1
2
12. ให้นักเรยี นเตมิ คาตอบลงในชอ่ งว่างต่อไปน้ใี ห้ถกู ตอ้ ง 20-21 มีนาคม
22-23 กันยายน 20-21 มิถุนายน 21-22 ธนั วาคม
1
2
3
4
55
Science ว23101 ใบงานท่ี 2 ปรากฏการณท์ เ่ี กดิ จากการเคลอื่ นทข่ี องโลกรอบดวงอาทติ ย์
หน่วยที่ 4 ชือ่ -สกุล ชั้น ม.3/ เลขที่
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
13. ใหน้ ักเรยี นอธิบายความหมายของการเกิดมรสุมพดั ผ่านประเทศไทย
มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ไดร้ บั ผลจากมรสมุ ตะวันออกเฉยี งเหนอื ซึ่งพัดพาอากาศเย็นจากตอนเหนือของ
สาธารณรัฐประชาชนจนี มาปกคลมุ ประเทศไทยช่วงเดอื นพฤศจิกายน-มกราคม จึงทาให้
ประเทศไทยเข้าสู่ฤดหู นาว
มรสุมตะวันออกเฉยี งใต้
มรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้ ซึ่งพัดพาอากาศชื้นจากมหาสมุทรอนิ เดยี มาปกคลมุ ประเทศไทยใน
เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม จงึ เปน็ ชว่ งท่ปี ระเทศไทยเข้าส่ฤู ดฝู น
14. ถ้าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ในลักษณะท่ีแกนของโลกต้ังตรงจะสง่ ผลอย่างไร
แนวคาตอบ สง่ ผลตอ่ การเกิดฤดขู องโลก โดยจะทาใหไ้ ม่เกดิ ฤดูในรอบปีเหมอื นเดิม
บรเิ วณตา่ ง ๆ บนโลกจะไดร้ บั พลังงานแสงคงท่ีตลอดปี เช่น แสงจะตกตั้งฉากที่
บริเวณเสน้ ศูนยส์ ูตรของโลกตลอดทั้งปี ซงึ่ อาจส่งผลให้บริเวณดังกลา่ วมีอณุ หภูมิ
สูงตลอดปี เชน่ เดยี วกับบริเวณซีกโลกเหนือและใต้ซงึ่ ไดร้ บั แสงตกเฉียงเท่ากัน
ตลอดปีทาใหไ้ ม่เกิดการเปลีย่ นแปลงอณุ หภมู ใิ นรอบปี
15. การเกิดฤดูเก่ยี วข้องกบั ระยะทางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์หรือไม่ อย่างไร
แนวคาตอบ ไม่เกีย่ วขอ้ ง เพราะการเกดิ ฤดเู กดิ จากการทโ่ี ลกโคจรรอบดวงอาทิตยใ์ นลกั ษณะที่
แกนของโลกเอียงคงท่ี ทาใหพ้ ลังงานต่อหนงึ่ หนว่ ยพนื้ ที่ท่ไี ดร้ บั จากดวงอาทิตย์
แตกตา่ งกันเนอื่ งมาจากการรบั แสงตกตัง้ ฉากหรือตกเฉียงทตี่ า่ งกนั
ซง่ึ ไม่เกีย่ วขอ้ งกบั ระยะห่างระหวา่ งโลกกบั ดวงอาทติ ย์
56
Science ว23101 ใบงานที่ 3 ปรากฏการณท์ ี่เกดิ จากปฏิสมั พนั ธร์ ะหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจนั ทร์
หนว่ ยที่ 4 ช่ือ-สกุล ช้นั ม.3/ เลขท่ี
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
16. ให้นกั เรียนเขียนเครื่องหมาย ✓หน้าขอ้ ความท่ีถูกต้องและ X หน้าข้อความที่ไม่ถูกตอ้ ง
❑16.1 ดวงจนั ทรจ์ ะปรากฏบนท้องฟา้ ในเวลากลางคนื เท่านัน้
❑16.2 ในรอบ 1 เดือนเราจะเหน็ ดวงจันทรม์ รี ูปรา่ งเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน
❑16.3 ถ้าระยะหา่ งระหวา่ งจุดศนู ยก์ ลางของดาว 2 ดวงมากขน้ึ แรงโนม้ ถ่วงทีก่ ระทาต่อกนั
จะมากขน้ึ ตามไปดว้ ย
17. ข้างขึน้ ขา้ งแรม (Moon Phases) เกดิ จากดวงจนั ทร์มรี ปู รา่ งเปน็ ทรงกลม ไม่มแี สงในตวั เอง
ด้านสว่างได้รับแสงจากดวงอาทติ ย์ ส่วนดา้ นตรงขา้ มไม่ได้รบั แสงจากดวงอาทิตย์ การโคจรของ
ดวงจันทรร์ อบโลกทาใหม้ ุมระหวา่ งดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ และโลก เปลย่ี นเปลยี่ นแปลงไป เม่อื
มองดูดวงจันทร์จากพน้ื โลก เราจงึ มองเหน็ เส้ยี วของดวงจนั ทรม์ ขี นาดเปลย่ี นไปเปน็ วงรอบ โดย
เราเรียกวา่ ข้างขน้ึ และขา้ งแรม
18. ให้นกั เรียนเติมคาในชอ่ งว่างต่อไปนี้ให้ถูกตอ้ ง สมบูรณ์ แรม 8 คา่
ขึ้น 12 คา่ แรม 4 ค่า ข้นึ 8 ค่า
ขนึ้ 15 คา่ แรม 15 คา่ แรม 12 คา่ ขึ้น 4 คา่
แรม 15 คา่
แรม 15 คา่ แรม 15 คา่
แรม แรม
15 คา่ 15 คา่
แรม 15 คา่ แรม 15 คา่
แรม 15 คา่
57
Science ว23101 ใบงานที่ 3 ปรากฏการณท์ ีเ่ กดิ จากปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งดวงอาทิตย์ โลก และดวงจนั ทร์
หน่วยท่ี 4 ชอ่ื -สกุล ช้ัน ม.3/ เลขที่
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
19. น้าข้ึน นา้ ลง (Tide) คอื ระดบั น้าทะเลมกี ารเปลีย่ นแปลงไปในแตล่ ะช่วงเวลาในรอบวัน
ซ่ึงเกดิ จากผลของแรงไทดัล (Tidal Force)
20. ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายความหมาย ของคาตอ่ ไปน้ี
20.1 แรงไทดลั (Tidal Force)
แรงที่เกดิ ข้นึ จากแรงโนม้ ถว่ งหรอื แรงดึงดูดระหว่างโลกและดวงจันทร์
20.2 วนั น้าเกิด (Spring Tides)
วันข้ึน 15 คา่ และแรม 15 คา่ ตาแหน่งของดวงจันทร์อยูใ่ นแนวเส้นตรงเดยี วกบั
ดวงอาทิตย์ (นา้ ข้นึ สงู สุด-น้าลงต่าสดุ )
20.3 วนั น้าตาย (Neap Tides)
วนั แรม 8 คา่ และขนึ้ 8 ค่า ตาแหน่งของดวงจนั ทรอ์ ยู่ในแนวต้งั ฉากกบั ดวง
อาทิตย์(น้าข้นึ สุงสดุ ไมแ่ ตกตา่ งจากนา้ ลงตา่ สดุ )
21. ให้นกั เรยี นเติมคาในช่องวา่ งตอ่ ไปนใี้ ห้ถูกต้อง สมบูรณ์
แรงไทดลั ดวงจันทร์
แรม 15 คา่
แรม 15 คา่
58
Science ว23101 ใบงานท่ี 4 เทคโนโลยอี วกาศ
หน่วยท่ี 4 ชอ่ื -สกลุ ชั้น ม.3/ เลขที่
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
22. เขียนเครือ่ งหมาย ✓หน้าขอ้ ความทีถ่ ูกต้องและ X หนา้ ขอ้ ความทีไ่ ม่ถกู ตอ้ ง
❑เทคโนโลยีอวกาศเปน็ กระบวนการประยกุ ตใ์ ชว้ ิทยาการทางดา้ นวิทยาศาสตรแ์ ละ
วิศวกรรมศาสตรเ์ พอื่ การสารวจและเก็บข้อมลู เกย่ี วกับอากาศ
23. เขยี นเคร่อื งหมาย ✓หนา้ ภาพท่เี ปน็ การใชป้ ระโยชน์จากเทคโนโลยอี วกาศ
24. ใหน้ กั เรียนเติมคาในช่องวา่ งเกี่ยวกับประโยชนจ์ ากเทคโนโลยีอวกาศ ต่อไปนี้
24.1 กล้องโทรทรรศน์ (Telescope) ที่สังเกตแสงทตี่ ามองเห็นมี 2 ประเภท แบง่ โดยใช้
หลักการรวมแสงเมอ่ื ผา่ นอปุ กรณช์ นดิ ต่าง ๆ ดังนี้
1. กลอ้ งโทรทรรศน์แบบหักเหแสง (Refracting Telescope)
ใช้หลักการหักเหของแสงผา่ นเลนส์นนู 2 ชดุ คอื
- เลนสใ์ กลว้ ตั ถุ
- เลนสใ์ กลต้ า
2. กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง (Refrecting Telescope)
ใชห้ ลกั การรับและรวมแสงจากวัตถไุ ปยงั กระจกเงาเว้า
ให้สะท้อนไปรวมกัน ทาใหเ้ กดิ ภาพจริงท่ีจดุ โฟกัส
ของกระจกเวา้ ภาพน้จี ะเป็นวัตถขุ องเลนสใ์ กล้ตา
ทาให้เกิดภาพเสมือนขยาย
59
Science ว23101 ใบงานที่ 4 เทคโนโลยอี วกาศ
หนว่ ยที่ 4 ชอ่ื -สกุล ชั้น ม.3/ เลขที่
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
25. จรวจ (Rocket)
เป็นเทคโนโลยีอวกาศทีส่ าคญั จรวดจะตอ้ งมีอัตราเร็วมากพอคา่
หน่ึง จนแรงโนม้ ถ่วงของโลกไม่สามารถที่จะดงึ ดดู ไว้ไดเ้ พอ่ื นา
ยานอวกาศออกไปปฏิบัตภิ ารกิจในอวกาศได้
26. สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station)
ใช้จรวจบรรทุกชิน้ สว่ นของสถานีอวกาศเปน็ จานวน
หลายรอบ เพอื่ นาไปประกอบเป็นสถานอี วกาศใน
ขณะท่ีโคจรรอบโลก
27. ด้านอตุ ุนิยมวทิ ยา
เราใชด้ าวเทยี มเพ่อื ประโยชน์ในการพยากรณ์อากาศ
28. ด้านการสอ่ื สาร
เราใชด้ าวเทียมเพื่อการสื่อสารจากท่ัวโลก
60
Science ว23101 ข้อสอบประจาบท เร่ือง ระบบสรุ ยิ ะของเรา
หนว่ ยท่ี 4 ชือ่ -สกุล ชั้น ม.3/ เลขท่ี
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบตอ่ ไปนี้ ข้อใดถกู ตอ้ งที่สดุ คะแนน............/20
1. ดาวดวงใดเป็นดาวฤกษ์ของระบบสรุ ิยะ
1. ดาวหาง 2. ดาวเคราะห์
3. ดวงอาทิตย์ 4. ดวงจนั ทร์
2. ขอ้ ใดกลา่ วถึง แรงโนม้ ถ่วง ไมถ่ กู ต้อง
1. เมอื่ มีระยะห่างเพมิ่ มากขึ้น แรงโนม้ ถว่ งจะยงิ่ ลดลง
2. เม่อื มีระยะหา่ งเพิ่มมากข้นึ แรงโนม้ ถว่ งจะย่ิงเพ่ิม
3. เม่ือมีมวลเพิม่ มากขนึ้ แรงโนม้ ถว่ งจะยิ่งเพมิ่
4. เมอ่ื มวลเพม่ิ ข้ึนเป็น 2 เท่า แรงโน้มถ่วงจะเพมิ่ เป็น 2 เท่าเชน่ กนั
3. ข้อใดคือสาเหตุทท่ี าใหค้ นเรามองเห็นดวงอาทติ ยข์ ้ึนทางทศิ ตะวนั ออกและตกทางทศิ ตะวันตก
1. โลกโคจรรอบดวงอาทติ ยจ์ ากทศิ ตะวนั ตกไปทิศตะวันออก
2. โลกโคจรรอบดวงอาทิตยจ์ ากทิศตะวนั ออกไปทศิ ตะวนั ตก
3. โลกหมนุ รอบตวั เองจากทิศตะวันตกไปทิศตะวนั ออก
4. โลกหมนุ รอบตวั เองจากทศิ ตะวันออกไปทิศตะวนั ตก
4. โลกหมนุ รอบตวั เองทาให้เกดิ ปรากฏการณต์ า่ งๆ ยกเว้น ขอ้ ใด
1. กลางวนั กลางคนื 2. การขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์
3. กาหนดทิศ 4. ฤดูกาล
5. เมอื่ โลกโคจรมาอยูใ่ นตาแหน่งท่แี กนโลกเอียงเขา้ หาดวงอาทติ ย์ ซกี โลกเหนือจะเกดิ ฤดูอะไร
1. ฤดูรอ้ น 2. ฤดูหนาว
3. ฤดใู บไมผ้ ลิ 4. ฤดใู บไมร้ ว่ ง
6. ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ งเกย่ี วกับการเกดิ ขา้ งข้นึ ขา้ งแรมของดวงจันทร์
1. ดวงจันทรข์ ้างข้ึนจะเห็นดวงจันทร์ค่อย ๆ สวา่ ง
2. ดวงจนั ทร์ขา้ งแรมจะเหน็ ดวงจันทร์คอ่ ยๆมดื สนิท
3. วันทีไ่ มม่ ีดวงจันทรเ์ ราเรียกว่า วันจนั ทร์ดับ
4. ถูกทุกขอ้ ท่กี ล่าวมา
7. ในวนั แรม 15 ค่า เรามองไมเ่ หน็ ดวงจันทร์ เกดิ จากการท่ดี วงจนั ทร์โคจรมาอยู่ ณ ตาแหนง่ ใด
1. ดวงจนั ทรโ์ คจรมาอยดู่ ้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์
2. ดวงจนั ทรอ์ ยู่ระหว่างโลกกบั ดวงอาทิตย์
3. ดวงจนั ทร์โคจรมาอยู่ในตาแหนง่ มุมฉากระหวา่ งโลกกบั ดวงอาทติ ย์
4. ไมม่ ขี ้อใดถูกตอ้ ง
61
Science ว23101 ขอ้ สอบประจาบท เรอื่ ง ระบบสุรยิ ะของเรา
หนว่ ยท่ี 4 ชือ่ -สกลุ ชั้น ม.3/ เลขที่
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นเลือกคาตอบตอ่ ไปนี้ ขอ้ ใดถูกต้องท่ีสดุ คะแนน............/20
8. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเกย่ี วกบั การเกิดขา้ งข้ึนข้างแรมของดวงจันทร์
1. ดวงจนั ทรข์ า้ งข้ึนจะเห็นดวงจนั ทร์คอ่ ยๆสว่าง
2. ดวงจนั ทร์ข้างแรมจะเหน็ ดวงจันทร์ค่อยๆมืดสนทิ
3. วนั ทไี่ ม่มดี วงจนั ทร์เราเรยี กว่า วันจันทรด์ ับ
4. ถกู ทุกขอ้ ที่กล่าวมา
9. ในวันแรม 15 คา่ เรามองไมเ่ หน็ ดวงจนั ทร์ เกดิ จากการท่ีดวงจันทร์โคจรมาอยู่ ณ ตาแหน่งใด
1. ดวงจันทรโ์ คจรมาอยู่ดา้ นตรงข้ามกบั ดวงอาทิตย์
2. ดวงจนั ทรอ์ ย่รู ะหว่างโลกกับดวงอาทติ ย์
3. ดวงจันทรโ์ คจรมาอยู่ในตาแหน่งมมุ ฉากระหว่างโลกกบั ดวงอาทิตย์
4. ไมม่ ขี อ้ ใดถกู ต้อง
10. คนบนโลกจะเหน็ ดวงจันทรอ์ ยู่กลางศรีษะ ในวันแรม 1 ค่า เวลาเทา่ ใด
1. 00.53 น. 2. 00.35 น.
3. 01.46 น. 4. 01.53 น.
11. วนั นา้ เกดิ จะเกิดหมายถงึ ขอ้ ใด 2. วนั ทีร่ ะดบั นา้ สูงนอ้ ยกว่าปกติ
1. วนั ท่รี ะดับนา้ สงู ท่ีสุดและตา่ ท่สี ดุ 4. วันท่นี า้ ขึ้นสูงจนเกิดคลนื่ ขนาดใหญ่
3. วันที่น้ามคี ลื่นแรงพดั เขา้ ชายฝัง่
12. ข้อใดกล่าวถึง วันนา้ ตาย ไม่ถกู ต้อง
1. วนั ที่ระดบั น้าสงู นอ้ ยกว่าปกติ 2. วนั ทีแ่ รงไทดัลเสรมิ กนั มากจึงเกดิ นา้ ข้นึ สงู
3. เกดิ ในวันแรม 8 คา่ และขน้ึ 8 คา่ 4. ดวงจันทรโ์ คจรมาอยแู่ นวตงั้ ฉากกบั ดวงอาทิตย์
13. ข้อใดกล่าวถงึ สรุ ยิ ปุ ราคา ไม่ถกู ตอ้ ง
1. ดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ และโลก โคจรมาเรยี งอยใู่ นแนวเดยี วกัน
2. มดี วงจันทร์อยตู่ รงกลาง
3. เกดิ ขึ้นเฉพาะในวนั ทด่ี วงจนั ทร์ดบั
4. สามารถมองดดู ว้ ยตาเปลา่
14. ขอ้ ใดกลา่ วถึง จันทรุปราคา ไมถ่ ูกต้อง
1. เกดิ ขึ้นจากดวงจนั ทร์โคจรผ่านเขา้ ไปในเงาของโลก
2. ดวงจนั ทรโ์ คจรมาอยูร่ ะหวา่ งโลกและดวงอาทิตย์
3. เราจะมองเหน็ ดวงจันทรแ์ หว่งหายไปในเงามดื แลว้
4. คนโบราณเรียกวา่ ราหอู มจันทร์
62
Science ว23101 ขอ้ สอบประจาบท เร่ือง ระบบสรุ ยิ ะของเรา
หนว่ ยท่ี 4 ช่อื -สกุล ช้ัน ม.3/ เลขที่
ระบบสรุ ยิ ะของเรา
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบต่อไปน้ี ขอ้ ใดถกู ต้องทีส่ ุด คะแนน............/20
15. เทคโนโลยอี วกาศ หมายถึงข้อใด
1. การสารวจส่งิ ตา่ ง ๆ ที่อยนู่ อกโลกของเราและสารวจโลกของเราเองดว้ ย
2. การสารวจพนื้ ที่บนโลกของเราเท่านนั้
3. เทคโนโลยเี กี่ยวกับดวงดาวต่าง ๆ
4. เทคโนโลยที ่ีเกิดข้นึ นอกโลก
16. ดาวเทียมใดใชใ้ นการพยากรณอ์ ากาศ 2. ดาวเทยี มนาร่อง
4. ดาวเทียมอุตุนยิ มวทิ ยา
1. ดาวเทียมสอื่ สาร
3. ดาวเทยี มสารวจ
17. ดาวเทยี มใดใช้ประโยชน์ดา้ นการสงคราม 2. ดาวเทียมสอ่ื สาร
1. ดาวเทยี มจารกรรม 4. ดาวเทยี มสารวจอวกาศ
3. ดาวเทยี มสารวจ
18. มนษุ ย์ไดส้ ่งดาวเทยี มหรือยานอวกาศไปโคจรรอบโลกไดโ้ ดยอาศัยพาหนะใด
1. จรวด 2. กระสวยอวกาศ
3. ยานขนส่งอวกาศ 4. ยานขนส่งดาวเทียม
19. ดาวเทียมส่ือสารมีวถิ ีการโคจรอย่างไร 2. วงโคจรระดับตา่
1. วงโคจรค้างฟา้ เปน็ วงกลม 4. วงโคจรระดับสงู
3. วงโคจรระดับปานกลาง
20. ยานอวกาศใดทีอ่ งค์การนาซาส่งไปสารวจดวงอาทิตย์
1. ยานวอยเอเจอร์ 2. ยานปารก์ เกอร์ โซลาร์ โพรบ
3. ยานไวกิ้ง 4. ยานเมอรค์ วิ รี
63