The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by guy, 2022-01-31 04:09:09

HIEROGRAPHS

HIEROGRAPHS

HIEROGRAPHS

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา
ประวัติศาสตร์ เพื่อการเรียนรู้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4
โดยมีจุดประสงค์ เพื่อศึกษาหาความรู้ที่ได้จากเรื่อง ตำนาน
ลายลักษณ์อักษร ในหนังสืออิเล็กทรอนิกเล่มนี้ ซึ่งประกอบ
ไปด้วยเนื้อหาที่ว่าด้วย อักษรไฮโรกลิฟิก เนื้อหาได้ถูก
เรียบเรียงเเละทำให้เข้าใจง่ายทั่วถึง

คณะผู้จัดทำหวังว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์กับผู้อ่าน หรือ ผู้ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากผิดพลาด
ประการใดคณะผู้ทำขออภัยมา ณ ที่นี้

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ ก

คำนำ 1
สารบัญ 3
ไฮโรกลิฟิ กคืออะไร 4
ลักษณะ 5
จุดกำเนิด 7
วัสดุในการเขียนหนังสือของชาวอียิปต์ 9
ความเชื่อ
อ้างอิง

1

อักษรไฮโรกลิฟิกคืออะไร?

"อักษรไฮโรกลิฟิก" (Hieroglyphic) เป็นอักษรภาพของอารยธรรม
อียิปต์ที่เก่าเเก่ รองเเค่อักษรลิ่มเท่านั้น บันทึกที่ปรากฎอักษรเฮียโรกลิฟิก
ที่เก่าเเก่ที่สุดที่ค้นพบอายุประมาณ 3,400 ปี

ไฮโรกลิฟฟิก ถือว่าเป็นอักษรแรกเริ่มของประวัติศาสตร์ยุคโบราณที่
ถัดจาก อักษรลิ่ม มีลักษณะเป็นอักษรภาพ ที่เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นมาโดย
เทพเจ้าโทห์ และเชื่อว่าอักษรเฮียโรกลิฟฟิกนี้คือคำพูดของพระเจ้า ซึ่งมี
ความหมายว่า จารึกอันศักดิ์สิทธิ์

2

อักษรไฮโรกลิฟฟิกถูกค้นพบจากแท่งหินโรเซ็ตตา ซึ่งเป็นศิลาจารึก
เรื่องราวต่างๆ ของอารยธรรมอิยิปต์ มีลักษณะเป็นแผ่นหินบะซอลต์สีดำ
สูงประมาณ 140 เซนติเมตร กว้าง 72 เซนติเมตร ที่ถูกค้นพบขึ้น
ณ เมืองโรเช็ตตา ประเทศอียิปต์ บนศิลาจารึกนั้นจะมีจารึกเป็น
อักษร 3 ภาษา คือ อักษรเฮียโรกลิฟฟิก อักษรเดโมติก และอักษรกรีกโบราณ

แรกเริ่มอักษรเหล่านี้ยังไม่มีผู้ใดที่สามารถแปลความหมายได้ จนกระทั่ง
ฌอง-ฟรองซัว ฌองโปลิอง (Jean-Francois Champollion) นักปราชญ์
ชาวฝรั่งเศส ที่ได้ทำการริเริ่มศึกษาและเป็นผู้ที่สามารถถอดความหมายของ
อักษรเฮียโรกลิฟฟิกได้สำเร็จในที่สุด ทำให้เขาสามารถสรุปได้ว่า ลักษณะของ
อักษรเฮียโรกลิฟฟิกนี้ สะกดคำโดยถือเสียงเป็นเกณฑ์ และตัวอักษรจริงๆ
นั้นจะมีเพียง 66 ตัว ที่ใช้ประสมเป็นคำ และแทนเสียงพยัญชนะและสระใน
ภาษาพูด ซึ่งอักษรบางตัวก็ใช้ซ้ำๆกันได้ ชองโปลิองได้ทำการศึกษา
ภาษาโบราณนี้อยู่เป็นระยะเวลายาวนานถึง 14 ปี ซึ่งก็ทำให้เขาสามารถรวบรวม
ตำราไวยากรณ์และพจนานุกรมภาษาอียิปต์ได้สำเร็จ

3

ลักษณะ

อักษรไฮโรกลิฟฟิกอาจจะเก่ากว่าอักษรรูปลิ่มของชาวซูเมอร์ทิศทาง
การเขียนเป็นได้หลายแบบ ทั้งแนวนอน ซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย
แนวตั้งจากบนลงล่าง การบอกทิศทาง สังเกตจากการหันหน้าของรูปคน
หรือสัตว์ ซึ่งจะหันหน้าเข้าหาจุดเริ่มต้นของเส้น อียิปต์ยุคต้นและยุคกลาง
(ราว 1,457-1,057 ปีก่อนพุทธศักราช) ใช้สัญลักษณ์ 700 ตัว ในยุค
กรีก-โรมัน ใช้สัญญลักษณ์มากกว่า 5,600 ตัว สัญลักษณ์แต่ละตัวบอก
ทั้งการออกเสียงและความหมาย เช่นสัญลักษณ์ของจระเข้ เป็นรูปจระเข้
รวมกับสัญลักษณ์แทนเสียง “msh” เช่นเดียวกับคำว่าแมว “miw” จะใช้
รูปแมว รวมกับสัญลักษณ์แทนอักษร m i และ w

อักษรที่มีลักษณะเช่นเดียวกับอักษรไฮโรกลิฟฟิกของอียิปต์จะเรียกอักษร
ไฮโรกลิฟฟิกด้วย เช่นอักษรไฮโรกลิฟฟิกของชาวลูเวียและชาวฮิตไตน์

4

จุดกำเนิด

ชาวอียิปต์เชื่อว่าอักษรนี้ประดิษฐ์โดยเทพเจ้าโทห์ และเรียกชื่ออักษรว่า
mdwt ntr (คำพูดของพระเจ้า) คำว่าไฮโรกลิฟฟิก มาจากภาษากรีก
hieros (ศักดิ์สิทธิ์) + glypho (จารึก) คำนี้ใช้เป็นครั้งแรก โดยคลีเมนต์แห่
งอเล็กซานเดรีย การเขียนในอียิปต์ที่เก่าที่สุด เริ่มเมื่อราว 2,867 ปีก่อน
พุทธศักราช ส่วนอักษร ไฮโรกลิฟฟิกที่ใหม่ที่สุด เป็นประกาศที่กำแพงวิหารใน
ฟิแล (philae) อายุราว พ.ศ. 939 อักษรนี้ใช้กับจารึกอย่างเป็นทางการ
ตามกำแพงวิหารและหลุมฝังศพ บางแห่งมีการระบายสีด้วย การเขียนทั่วไป
ในชีวิตประจำวันใช้อักษรเฮียราติกหลังจากจักรพรรดิทีออสซิอุสที่1สั่งปิดวิหาร
ของพวกเพเกิน ทั่วจักรวรรดิโรมันในช่วงพ.ศ. 1000 ความรู้เกี่ยวกับอักษรนี้
ได้สูญหายไป จนกระทั่งชอง-ฟรองซัว ชองโปเลียงชาวฝรั่งเศส
ถอดความอักษรนี้ได้

5

วัสดุในการเขียนหนังสือ
ของชาวอียิปต์

สำหรับวัสดุที่ใช้ในการเขียนหนังสือของชาวอียิปต์โบราณ ประกอบด้วย
หมึก ปากกา กระดาษ

ในช่วงแรกๆ อักษรไฮโดกลิฟฟิค จะใช้บันทึกลงบนแผ่นหินหน้าเรียบ
ต่อมาเมื่ออียิปต์ รู้จักสร้างกระดาษขึ้น ก็หันมาบันทึกลงบน
แผ่นกระดาษแทน

กระดาษ ของชาวอียิปต์ทำมาจากต้นไม้เมืองชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า
“ต้นปาปิรุส” (papyrus) ซึ้งขึ้นอยู่ตามริมฝั่ งแม่น้ำไนล์ โดยแกะเอา
เปลือกออก แล้วนำมาเรียงแผ่กันหลายๆชั้น แล้วตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน
แผ่นกระดาษเหล่านั้นจะนำมาต่อกัน บางฉบับยาวนับเป็นสิบๆ หลา เมื่อเขียน
เสร็จแล้วจะม้วนเก็บไว้ เรียกว่า“ม้วนปาปิรัส”

น้ำหมึก ชาวอียิปต์มาทำหมึก โดยใช้ยางของพืชชนิดหนึ่งใส่ลงไป
ในน้ำนิดหน่อย ยางของพืชนั้นจะทำให้เกิดน้ำข้นขึ้น แล้วนำไปผสมกับ
เขม่าสีดำที่ติดอยู่กับก้นหม้อซึ่งมีเขม่าจับ คนให้เข้ากันอย่างดี

6

ปากกา ชาวอียิปต์ใช้ต้นอ้อซึ่งขึ้นอยู่ตามแถบแม่น้ำไนล์ เสี้ยมปลายให้
แหลมแล้วจิ้มหมึกลงบนกระดาษปาบีรุสเป็นแผ่นแคบๆ ถ้าต้องการให้ใหญ่ขึ้น
ชาวอียิปต์ก็ทำให้แผ่นแคบๆนั้นติดกัน โดยใช้ยางไม้เหนียวๆทา ทำให้ชาว
อียิปต์มีกระดาษเรียบสีเกือบขาวไว้ใช้ พร้อมทั้งหมึกและปากกาใช้ในสมัย
โบราณ (สมบูรณ์ ธรรมครองอาต์ 2514 : 66-67)

7

ความเชื่อ

ชาวอียิปต์มีความชำนาญทางศิลปะหัตกรรม งานช่าง และการทำหนังสือ
โดยเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญ
กับชีวิตหลังความตายและอักษรภาพหรือภาษาตามความเชื่อที่มีอำนาจและ
อิทธิพลต่อการดำรงชีวิตและพิธีกรรม

ชาวอียิปต์ เชื่อว่าตัวอักษรของพวกเขาประดิษฐ์ขึ้นโดยเทพเจ้าธอร์
(Thoth) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งภูมิปัญญา และจอความดีชั่วของผู้ตาย และ
เรียกชื่อตัวอักษรของพวกเขาว่า “mdw nTr” หรือคำพูดของเทพเจ้า

ดังนั้น ตัวอักษรในยุคแรกๆ จึงมักจะพบถูกจารึกคู่กับการแกะสลักหรือ
วาดภาพเทพเจ้า ไม่ว่าจะบนกำแพงวิหาร, หลุมฝังศพหรือโลง ที่ทำจากหิน
เพื่อคุ้มครองผู้ตาย นอกจากนี้ยังจารึกที่เป็นคำสาปแช่งผู้ที่ล่วงละเมิดสุสาน

8

การค้นพบอักษรเฮียโรกลิฟฟิกนั้น นับว่าเป็นการไขข้อปริศนาสิ่งลี้ลับ
ต่างๆ ของอารยธรรมอียิปต์โบราณ ที่หลายคนเกิดข้อสงสัย ทำให้เราได้
ทราบถึงประวัติศาสตร์ ความเป็นมา เรื่องราวต่างๆ ของอียิปต์โบราณ
อย่างถูกต้องและแท้จริง การค้นพบอักษรเฮียโรกลิฟฟิกนับเป็นจุดเริ่มต้น
ที่ทำให้ผู้คนเริ่มกลับมาสนใจในประวัติศาสตร์อียิปต์อีกครั้ง จนมีการ
ศึกษาเรื่องราวต่างๆ เพิ่มเติมจากจารึกอักษรเฮียโรกลิฟฟิกนี้ ซึ่งก็ทำให้
เราได้ทราบเรื่องราวของอารยธรรมอียิปต์โบราณว่ามีที่มาเป็นอย่างไรมา
จนถึงทุกวันนี้

9

อ้างอิง

https://sites.google.com/site/hieroglyphinegypt/xaksr-heiy-ro-
kli-fikh

http://worldcivil14.blogspot.com/2014/12/hieroglyphics.html

http://amad02.blogspot.com/2015/11/hieroglyphic-2-600-
hieratic-5-1799-3.html

https://www.blockdit.com/posts/5cf65c7bb8f3801e542290a6


Click to View FlipBook Version