The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาฏศิลป์นานาชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ttpchyn, 2022-02-13 15:02:16

นาฏศิลป์นานาชาติ

นาฏศิลป์นานาชาติ

นาฏศิลป์
นานาชาติ

ปรัชญานนท์ ยุงทอง
ม.6.2 เลขที่ 7

คำนำ

สมุดเล่มเล็กเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา ศ33102 ศิลปะ6
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องนาฎศิลป์นานาชาติ
ได้แก่ นาฎศิลป์เกาหลี นาฎศิลป์อินเดีย นาฎศิลป์สเปน นาฎศิลป์จีน
นาฎศิลป์ญี่ปุ่น และ ได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน

ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน
นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาด
ประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

สารบัญ

01 นาฎศิลป์เกาหลี
02 นาฎศิลป์อินเดีย
03 นาฎศิลป์สเปน
04 นาฎศิลป์จีน
05 นาฎศิลป์ญี่ปุ่น

01 นาฏศิลป์เกาหลี

มีลักษณะคล้ายนาฏศิลป์สเปน คือ ผู้แสดงเคลื่อนไหวทั้งส่วนบน และส่วนล่างของร่างกาย เป็นการผสม
ผสานระหว่างนาฏศิลป์ตะวันตก และนาฏศิลป์ตะวันออกเข้าด้วยกัน ซึ่งนาฏศิลป์ตะวันตกเน้นหนักในการใช้ขา
และร่างกายส่วนล่าง แต่นาฏศิลป์ตะวันออกจะใช้ส่วนไหล่ แขน และมือ

วิวัฒนาการของนาฏศิลป์เกาหลีก็ทำนองเดียวกับของชาติอื่น
มักจะเริ่มและดัดแปลงให้เป็นระบำปลุกใจในสงคราม เพื่อให้กำลังใจ
แก่นักรบ หรือไม่ก็เป็นพิธีทางพุทธศาสนา หรือเป็นการร้องรำทำ
เพลงในหมู่ชนชั้นกรรมาชีพ หรือแสดงเป็นหมู่ นาฏศิลป์ในราชสำนัก
ก็มีมาแต่โบราณกาลเช่นเดียวกัน

TALCHUM ระบำหน้ากากเกาหลี (Korean Mask Dance)
ที่เรียกว่า “ทัลชุม” (Talchum) เป็นการแสดงที่
ระบำหน้ากากเกาหลี สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งยังสามารถหาชมกันได้ในงานเทศกาลหรือการ
แสดงในแต่ละเมือง ในสมัยก่อนการระบำหน้ากาก
เกาหลีนั้นเป็นการแสดงของชนชั้นล่าง ที่มีการคับ
ข้องใจจากการถูกกดขี่จากชนชั้นที่สูงกว่า เนื้อหา
ที่ใช้แสดงจึงจะเกี่ยวกับการเสียดสีสังคม การเกิด
ความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น และเรื่องราวในวัง
ต่างๆ ซึ่งขณะแสดงผู้แสดงจะสวมหน้ากากเพื่อ
ปกปิดตัวตน และว่ากันว่าเสมือนได้ปลดปล่อย
ความอึดอัดใจภายใต้หน้ากากอีกด้วย

ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของการ
ออกแบบหน้ากาก แต่เนื้อหาของในแต่ละพื้นที่นั้นก็
จะไปในทิศทางเดียวกันคือ การเสียดสีสังคม แต่จะ
เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตเพราะปัจจุบันระบบ
ขุนนางในวังได้หมดไปแล้ว ระบำหน้ากากทัลชุมจึง
จะเน้นเรื่องราวของการกระทำผิดศีลธรรมใน
สังคมแทน เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ผู้คนได้
ตระหนักต่อการกระทำความผิดนั่นเอง.

02 นาฏศิลป์อินเดีย

โดยทั่วไปแล้วนาฏศิลป์อินเดียนั้นสามารถแบ่งโดยใช้เกณฑ์ด้าน
ลีลาและลักษณะการแสดงออกเป็น ๔ ประเภท ได้แก่ ภารตนาฏยา
หรือ ภารตนาฏยัม, กถกฬิ, กถัก และ มณีปุรี

นาฏศิลป์อินเดียมีที่มาที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ และ
ความศรัทธาในศาสนาฮินดู การแสดงสะท้อนให้เห็นถึง
พิธีกรรม ความศักดิ์สิทธิ์ อินเดียเชื่อว่านาฏศิลป์เป็น
ทิพยกำเนิดตามคัมภีร์ ภารตะนาฏยศาสตร์ ซึ่งได้กล่าว
ถึงประวัติและความเป็นมาของนาฏศิลป์อินเดียเอาไว้

การแสดงชุด เป็นการแสดงที่เกี่ยวของกับ Ramanattam
หรือ รามายณะ และมีการแสดงเกี่ยวกับเรื่องราว
กถักกฬิ ของเทพเจ้าในศาสนาฮินดู เช่น พระราม พระ
กฤษณะ

การแต่งหน้ามีเทคนิกซับซ้อนและใช้ระยะเวลานาน

โขน ของบ้านเรา ก็น่าจะได้รับวัฒนธรรม บาง
ส่วน ไปจากการแสดงประเภทนี้
แหล่งกำเนิดอยูที่ Kerala ทางตอนใต้ของอินเดีย

03 นาฏศิลป์ สเปน

ประเทศสเปน มีชื่อเสียงเรื่องการเฉลิมฉลอง งานรื่นเริง และความ
สนุกสนานของผู้คน ชาวสเปนมีอุปนิสัยชื่นชอบการเข้าสังคมและการสังสรรค์
เป็นอย่างมาก มักจะรวมตัวกับเพื่อนและครอบครัว โดยการออกไปนั่งในบาร์ที่มี
อาหารเช้าอย่าง ‘ทาปาส’ และเพลิดเพลินไปกับการดื่ม ‘กันโญส’ สิ่งที่ทำให้คุณ
ประหลาดใจ คือวัยรุ่นชาวสเปน ที่ต่างชื่นชอบการสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ
แน่นอนว่าพวกเขาสามารถเข้าออกแหล่งท่องราตรีเป็นสิบๆ แห่งภายในคืนเดียว
เ พ ร า ะ เ ห ตุ นี้ จึ ง ส่ ง ผ ล ทำ ใ ห้ ช า ว ส เ ป น มี นิ สั ย ช อ บ ก า ร เ ฉ ลิ ม ฉ ล อ ง เ ป็ น อ ย่ า ง ม า ก

ชาวสเปนไม่เพียงแค่หลงใหลในการเต้นรำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการ
เล่นดนตรีพื้นเมืองเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไว้ พวกเขาจะรวมตัวกันในช่วง
เทศกาลพิเศษต่างๆ และบรรเลงดนตรีพื้นเมือง รวมถึงการเปิดหมวกตาม
ท้องถนน ซึ่งชิ้นงานดนตรีอันโดดเด่นของสเปน มีตั้งแต่ดนตรีคลาสสิก
ตะวันตกและดนตรีคลาสสิกอันดาลูเซีย ดนตรีชาวบ้าน รวมทั้งดนตรีสมัย
ใหม่อย่างแนวร็อกแอนด์โรล ป็อป เฮฟวีเมทัล พังก์ร็อก และฮิปฮอป

FLAMENCO DANCE

ระบำฟามิงโก

ระบำฟลามิงโก มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบแปด การเต้น
ที่แสนโดดเด่นและมีชื่อเสียงของ ประเทศสเปน แต่เดิมได้รับ
อิทธิพลมาจากชาวยิปซี นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้น
ทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกด้านวัฒนธรรมอีกด้วย

ระบำฟลามิงโก ไม่ใช่เพียงการเต้นเท่านั้น แต่ยังผสม
ผสานระหว่างการร้องเพลง การเล่นกีตาร์ เต้นรำ การ
จับนิ้วมือและการปรบมือไปพร้อมกับจังหวะ ทั้งยังได้รับ
ความนิยมอย่างแพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ด้วย
จังหวะการเต้นที่เร้าใจและสนุกสนาน รวมไปถึงเครื่องแต่ง
กายสีสันจัดจ้านสวยงามของเหล่านักเต้นทำให้เกิดเป็น
เสน่ห์ของระบำฟลาเมงโกที่ชวนหลงใหล

04 นาฏศิลป์จีน นาฏศิลป์ของจีนนั้น อาจมีความเก่าแก่มากที่สุด เพราะ
มันมีจุดเริ่มต้นเมื่อประมาณ 2 พันปีก่อน มันมีลักษณะคล้าย
กับนาฏศิลป์ของประเทศอื่นๆ คือการที่มันพัฒนามาจากการ
ฟ้อนรำในแบบโบราณ ซึ่งสมัยก่อนถูกใช้ประกอบพิธีทาง
ไสยศาสตร์ ก่อนที่จะมีการคิดภาษาพูดขึ้นมาใช้ นับจากนั้น
ก็ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นละครรูป
แบบต่างๆ ที่เรารู้จักกันดีอย่างเช่น “งิ้ว” ถือเป็นศิลปะที่ได้ผ่าน
การพัฒนามาหลายชั่วอายุคน จนกลายเป็นการแสดงประจำ
ชาติที่มีความสง่าสงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

จุดกำเนิดของนาฏศิลป์เริ่มขึ้นจากการแสดงในพิธีทาง
ศาสนา เพื่อใช้เป็นการบรรเทาความเจ็บไข้ และความทุกข์ทร
มมาน จนกระทั่งเข้าสมัยราชวงศ์โจว ศิลปะของจีนได้พัฒนา
จนมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ละครใบ้ การ
เล่านิทาน ฯลฯ ในช่วงนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ การ
แสดงสำหรับในราชสำนัก กับการแสดงโดยชาวบ้าน ก่อนที่
จะได้เป็นที่แพร่หลายในรางวงศ์ เนื่องจากมีการจัดตั้ง
วิทยาลัยการละครขึ้นโดย จักรพรรดิมิ่งฮวง

การแสดง จุดกำเนิดของนาฏศิลป์เริ่มขึ้นจากการแสดงในพิธี
ทางศาสนา เพื่อใช้เป็นการบรรเทาความเจ็บไข้ และ
งิ้ว ความทุกข์ทรมมาน จนกระทั่งเข้าสมัยราชวงศ์โจว
ศิลปะของจีนได้พัฒนาจนมีความหลากหลายมากยิ่ง
ขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ละครใบ้ การเล่านิทาน ฯลฯ

ในช่วงนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ การแสดง
สำหรับในราชสำนัก กับการแสดงโดยชาวบ้าน ก่อนที่
จะได้เป็นที่แพร่หลายในรางวงศ์ เนื่องจากมีการจัดตั้ง
วิทยาลัยการละครขึ้นโดย จักรพรรดิมิ่งฮวง

05 นาฏศิลป์ญี่ปุ่ น

ประวัติของละครญี่ปุ่นเริ่มต้นประมาณศตวรรษที่ 7 แบบแผนการแสดงต่างๆที่ปรากฎอยู่ใน
ครั้งยังมีเหลืออยู่ และปรากฎชัดเจนแสดงสมัยปัจจุบันนี้ ได้แก่ ละครโนะ ละครคาบู ปูงักกุ ละครหุ่น
บุนระกุ การกำเนิดของละครญี่ปุ่น กล่าวกันว่ามีกำเนิดมาจากพื้นเมืองเป็นปฐม กล่าวคือ
วิวัฒนาการมาจากการแสดงระบำบูชาเทพเจ้าแห่งภูเขาไฟ และต่อมาญี่ปุ่นได้รับแบบแผนการแสดง
มาจากประเทศจีนโดยได้รับผ่านประเทศ เกาหลีช่วงหนึ่ง

ละคร วิธีการแสดงคาบูกินั้นจะไม่เน้นความ
เป็นธรรมชาติหรือความสมจริง แต่จะเน้น
คาบูกิ ความเว่อร์วังอลังการ โดยทุกอย่างใน
การแสดงจะเกินจริงทั้งหมด เช่น สีหน้า
วิกผมฟูฟ่อง เสื้อผ้าสีสันจัดจ้าน ท่าโพ
สหรือท่าสะบัดวิกผมและมองด้วยสายตา
ดุดันอันเป็นเอกลักษณ์

อย่างที่ได้บอกไปว่ามีการห้ามผู้หญิง
แสดงคาบูกิ บทบาทผู้หญิงในละครจึงต้อง
ยกให้นักแสดงชายเล่นแทน เราเรียกนัก
แสดงชายที่แสดงบทผู้หญิงว่า อนนะกาตะ
(Onnagata) หนึ่งในไฮไลท์ของอนนะกาตะ
คือสีหน้าและท่วงท่าอันอ่อนช้อยของ
บรรดานักแสดงชายที่ดูเหมือนผู้หญิง
มากกว่าผู้หญิงจริงๆ ซะอีก

THANK YOU


Click to View FlipBook Version