หน*วยการเรียนร1ูท่ี ๒ โคลงโลกนิติ
ตัวชี้วัด
• สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ8าน
• วิเคราะห:วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ8าน พร=อมยกเหตุผลประกอบ
• อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ8าน
• สรุปความรู=และข้อคิดจากการอ8านเพื่อประยุกต:ใช้ในชีวิตจริง
• ท8องจําบทอาขยานตามที่กําหนดและบทร=อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ
เบื้องหลังวรรณกรรม +
บทวิเคราะหA +
- คุณค่าด=านเนื้อหา
- คุณค่าด=านวรรณศิลปO
- ความเปKนมา
- ประวัติผ=ูแต8ง
- ลักษณะคําประพันธ:
โคลงโลกนิติ
เนื้อหา
+
บทความนี้ดีมากเลย อ8านแล=วรู=สึกมีกําลังใจ แชร:ให= ปอนด:อ8านด=วยดีกว8า
โอ=โห! เจ๋งอะ กําลังหาอย8ูเลย
ข้อความลักษณะใดสามารถสื่อสารแนวคิดท่ีเปIนสากลได1
เบื้องหลังวรรณกรรม
ความเปIนมา
เน้ือหานํามาจากคาถาบาลี ที่ปรากฏในคัมภีร:ต8าง ๆ เช่น คัมภีร:ธรรมนิติ พระไตรป[ฎก
รัชกาลท่ี ๓ เสด็จฯ ถวาย ผ=าพระกฐิน ณ วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาวาส ได=ทอดพระเนตร เห็นพระอารามมีความทรุดโทรม
นักปราชญ:เลือกคาถา ที่มีเน้ือหาดีมาแปลเปKนร=อยแก้ว
รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล=า ฯ ให=ปฏิสังขรณ: วัดโพธิ์ และให=รวบรวมความรู= หลากหลายสาขาวิชาจารึกบนผนัง ในบริเวณวัด
บทร=อยแก้วถูกนํามา เรียบเรียงใหม8เปKนโคลงสี่สุภาพ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ:เธอ กรมพระยา เดชาดิศรทรงชําระโคลงโลกนิติของเดิม เพื่อจารึกบนแผ8นศิลา ประดับศาลาทิศ ท้ัง ๔ รอบพระมณฑป
โคลงโลกนิติได=รับการจัดให=เปKน หนังสือดี ๑๐๐ เล8ม ที่คนไทยควรอ8าน
โคลงโลกนิติได=รับความนิยม เพราะเปKนวรรณกรรมประเภทคําสอน ท่ีบอกเล8าระเบียบแบบแผนแห8งโลก ที่สามารถนําไปใช้ในชีวิตประจําวันได=
ประวัติผ1ูแต*ง
พ.ศ. ๒๓๓๖
พ.ศ. ๒๓๕๖
พ.ศ. ๒๓๗๕
พ.ศ. ๒๓๙๔
พ.ศ. ๒๔๐๒
พระประวัติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ:เธอ กรมพระยาเดชาดศิ ร ประสูติเมื่อวันเสาร:ที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๓๖
ได=รับการสถาปนาเปKน พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหม่ืนเดชอดิศร ในรัชกาลท่ี ๒
ได=เลื่อนเปKน กรมขุนเดชอดิศร ในรัชกาลที่ ๓
ได=เลื่อนเปKน กรมสมเด็จพระเดชาดิศร เทพยนิกรปYยานุรักษA บวรศักดิพิเศษ บรมเชษฐวราธิวงศ พงศานุพงศประดิษฐา สุนทรปรีชานุภาพ ศุภกาพยปฏิภาณ สุตไพศาลอรรถธรรมศาสตร ธรรมิก นารถบพิตร ในรัชกาลท่ี ๔
สิ้นพระชนม:เมื่อวันจันทร:ที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๐๒ พระชันษา ๖๗ ปj ทรงเปKนต=นราชสกุล เดชาติวงษA
พระกรณียกิจและพระนิพนธA สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ:เธอกรมพระยาเดชาดิศรได=กํากับราชการกรมพระอาลักษณ: ตั้งแต8รัชกาลท่ี ๒ ถึงรัชกาลท่ี ๔ สืบเน่ืองกันตลอดจนสิ้นพระชนม:
รัชกาลที่ ๒
• ทรงกํากับราชการกรมพระอาลักษณ:
รัชกาลที่๓ (พ.ศ.๒๓๖๗-๒๓๙๔) • ปฏิสังขรณ:พระอารามสําคัญ ได=แก่
วัดราชคฤหแ: ละวัดทองธรรมชาติ
รัชกาลท่ี๔ (พ.ศ.๒๓๙๔-๒๔๑๑)
• ทรงกํากับราชการกรมนา
• ทรงจัดระเบียบการใช้คํานําหน=า
พระนามพระราชวงศ: ให=เปKนการนับ ความสัมพันธ: ฉันพระประยูรญาติ กับพระเจ้าแผ8นดิน
(พ.ศ. ๒๓๕๒ - ๒๓๖๗)
ทรงนิพนธA ทรงนิพนธA
• โคลงนิราศเสด็จไปทัพเวียงจันทร:
• โคลงโลกนิติ (ทรงชําระจากสํานวนเก่าท้ังส้ิน ๔๐๘ บท) • โคลงภาพต8างภาษา
• ประกาศพระราชพิธีสารทฉบับร8ายยาวและร8ายด้ัน
• ประกาศพระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัลใหม8 • ประกาศพระราชพิธคี เชนทรศั วสนาน
• ฉันท:สังเวยพระมหาเศวตฉัตร
• ฉันท:กล8อมมงคลคเชนทรชํานิเผือกพลาย
• ฉันท:ดุษฎีสังเวยพระพุทธบษุ ยรัตน:
• คําฤษฎี
ลักษณะคําประพันธA
โคลงโลกนิติ แต8งด=วยคําประพันธ:ประเภทโคลงสี่สุภาพ และมีบางบทเปKนโคลงกระท1ู
๒ ตําแหน8งนี้อาจสลับที่กันได=
บาทที่ ๑,๒,๓ มี๗คํา
บาทท่ี ๔ มี๙คํา
กระทู1 ๑ คํา กระทู1 ๔ คํา กระทู1 ๒ คํา กระทู1 ๓ คํา
ท=ายบาทท่ี ๑, ๓ อาจมีคําสร=อยได= บาทละ ๒ คํา
๑บท มี๔บาท
โคลงกระท1ู คือ คําประพันธ:ที่มีคณะและสัมผัสเหมือนโคลงสี่สุภาพทุกประการ โดยเพิ่มกระทู=ที่ตั้งนําไว=หน=าเนื้อความในแต8ละบาท ถ=าแบ8งตามจํานวนคําของกระทู= จะมี ๔ อย8าง คือ โคลงกระทู= ๑ คํา โคลงกระทู= ๒ คํา โคลงกระทู= ๓ คํา และโคลงกระท=ู ๔ คํา
เนื้อหา
VDO
บทวิเคราะหA
คุณค่าด1านเน้ือหา
โคลงโลกนิติให1ข้อคิดเพื่อนําไปปรับใช้ในชีวิตประจําวันได1 ดังนี้
การคบคน ความใฝdร1ู ความกตัญfู การมีไมตรี การมีทิฐิ
สามารถคลิกเพ่ือดูเนื้อหาด1านนั้น ๆ
การยึดมั่นในความดี การระมัดระวังในการแสดงออก ความขยันหม่ันเพียร การปล*อยวาง การพึ่งพาตนเอง
การไม*ประมาท ความอ*อนน1อม ประมาณตน
การรักษาความสัตยA
การคบคน
การล*ุมหลงในอํานาจ
ถัดไป
การคบคน
(๗) ผลเดื่อเม่ือสุกไซร= ภายนอกแดงดูฉัน ภายในย8อมแมลงวัน ดุจดั่งคนใจร=าย
ย1อนกลับ
Ø อย*ามองคนที่ความงามภายนอก
Ø ไม*ควรเชื่อใจใครง่าย ๆ เพราะจิตใจคนยากเกินจะหยั่งถึง
มีพรรณ ชาดบ=าย หนอนบ8อน นอกนั้นดูงาม
(๗๗) พระสมุทรสุดลึกล=น สายดิ่งทิ้งทอดมา เขาสูงอาจวัดวา
จิตมนุษย:น้ีไซร=
คณนา หย่ังได= กําหนด ยากแท=หย่ังถึง
(๔๐๓) เพื่อนกินสิ้นทรัพย:แล=ว หาง่ายหลายหม่ืนมี เพื่อนตายถ8ายแทนช-ี หายากฝากผีไข้
แหนงหนี มากได= วาอาตม: ยากแท=จักหา
Ø อย*าประมาทในการเลือกคบเพ่ือน เพราะในคราวที่มีความสุข จะหาเพื่อนง่าย แต*ยามทุกข์จะหาเพื่อนได1ยากย่ิง
ความใฝdร1ู
ย1อนกลับ
(๑๑๗) ความรู=ดูยิ่งล้ํา คิดค่าควรเมืองนับ เพราะเหตุจักอยู8กับ โจรจักเบียนบ8ได=
สินทรัพย: ย่ิงไซร= กายอาต-มานา เร8งร=ูเรียนเอา
Ø ควรเห็นคุณค่าของความรู1 เร*งศึกษาเล*าเรียน เพราะความรู1 จะเปIนสิ่งท่ีติดตัวไปตลอด ไม*มีวันสูญหาย
ความกตัญfู
(๒๑๔) คนใดละพ8อทั้ง อันทุพพลชรา-
ขับไล8ไปมt ีปรา- คนด่ังนี้uแคล=ว
ย1อนกลับ
มารดา ภาพแล=ว ณีเนตร คลาดพ=นไภยัน
(๒๓๑) คุณแม8หนาหนักเพี้ยง คุณบิดรดุจอา-
คุณพี่พ8างศิขรา คุณพระอาจารย:อ=าง
พสุธา กาศกว=าง เมรุมาศ อาจส=ูสาคร
Ø ห1ามละเลยการดูแลบิดา มารดา เพราะอาจ ทําให1ตนประสบภัยอันตราย
Ø ควรสํานึกในพระคุณของบิดา มารดา และครูอาจารยA
การมีไมตรี
ย1อนกลับ
(๑๐๑) ใครจักผูกโลกแม= เหล็กเท8าลําตาลตรึง มนตร:ยาผูกนานหึง ผูกเพื่อไมตรีนั้น
รัดรึง
ไปtหมั้น หายเสื่อม แน8นเท=าวันตาย
Ø การจะสร1างความสัมพันธA ควรสร1างด1วยการให1ไมตรี คือ มีความหวังดีต*อกัน จะเปIนวิธีที่สามารถผูกมิตรได1ย่ังยืนที่สุด
การมีทิฐิ
ย1อนกลับ
(๘๘) รักกันอยู8ขอบฟwา เสมออยู8หอแห8งเดียว ชังกันบ8แลเหลียว เหมือนขอบฟwามาปwอง
เขาเขียว ร8วมห=อง ตาต8อ กันนา ปtาไม=มาบัง
Ø การอยู*ร*วมกันในสังคม ควรระวังไม*ให1เกิดเรื่องบาดหมาง เพราะอาจสร1างความอึดอัดให1ทั้ง ๒ ฝdายได1
การยึดมั่นในความดี
(๑๓๑) สนิมเหล็กเกิดแต8เนื้อ กินกัดเนื้อเหล็กจน บาปเกิดแต8ตนคน บาปย8อมทําโทษซ้ํา
ย1อนกลับ
ในตน กร8อนขร้ํา เปKนบาป ใส8ผู=บาปเอง
(๓๐๘) โคควายวายชีพได= เปKนส่ิงเปKนอันยัง คนเด็ดดับสูญสัง- เปKนช่ือเปKนเสียงได=
เขาหนัง อยู8ไซร= ขารร8าง แต8ร=ายกับดี
Ø ผลของการกระทําที่เปIนบาป ย*อมให1ทุกข์ ให1โทษแก่ผู1ท่ีกระทําบาปเอง
Ø เม่ือมีชีวิตอย*ูควรหม่ันทําความดี เพราะเมื่อส้ินชีวิต จะคงเหลือแต*เกียรติยศ ความดีไว1ให1คนจดจําเท*าน้ัน
การระมัดระวังในการแสดงออก
(๒๗๘) ก้านบัวบอกลึกต้ืน มารยาทส8อสันดาน โฉดฉลาดเพราะคําขาน หย8อมหญ=าเหี่ยวแห=งเรื้อ
ย1อนกลับ
Ø กิริยามารยาทท่ีแสดงออก ย*อมบอกถึงชาติตระกูล
(๔๑๑) อ8อนหวานมานมิตรล=น เหลือหลาย
ชลธาร
ชาติเชื้อ ควรทราบ บอกร=ายแสลงดิน
หยาบบ8มีเกลอกราย ดุจดวงศศิฉาย สุริยะส8องดาราไร=
เกลื่อนใกล=
ดาวดาษ ประดับนา เพื่อร=อนแรงแสง
Ø การมีกิริยาวาจาที่อ*อนหวาน ย*อมมีเพื่อนคบค้าสมาคม แต*การแสดงกิริยาวาจาที่หยาบกระด1าง ย*อมไม*มีใคร อยากคบหา
การไม*ประมาท
(๗๒) น้ําเคี้ยวยูงว8าเงี้ยว ทรายเหลือบหางยูงงาม ตาทรายยิ่งนิลวาม ลิงว8าหว=าหวังหว=า
ย1อนกลับ
Ø ควรมีสติ ไม*ถูกกิเลสครอบงํา มิฉะน้ันจะหลงผิด จนเกิดความเสียหายได1
(๓๑๙) สูงสารสี่เท=าย8าง บางคาบเช่ียวไปพลัน นักร=ูร่ําเรียนธรรม: กล8าวดั่งน้ําผลั้งผลั้ง
เหยียบยัน พลวกพลั้ง
ถึงมาก ก็ดี พลาดถ=อยทางความ
ยูงตาม
ว8าหญ=า พรายเพริศ หว8าด้ินโดยตาม
Ø ความผิดพลาดเปIนเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได1 แม1กับผู1เชี่ยวชาญ ดังน้ัน จึงไม*ควรทะนงตน ในความสามารถของตนจนเกินไป
ความขยันหม่ันเพียร
(๒๔) ความร=ูผู=ปราชญ:นั้น ฝนท่ังเท8าเข็มเพียร คนเกียจเกลียดหน8ายเวียน กลอุทกในตะกร=า
ย1อนกลับ
Ø การทํากิจการใดก็ตาม หากมีความ ขยันหม่ันเพียร ย*อมสําเร็จได1
Ø การทํางานใด ๆ ควรมีความเอาใจใส* ไม*ละทิ้ง หรือทําครึ่ง ๆ กลาง ๆ
นักเรียน ผ8ายหน=า วนจิต เปxjยมล=นuมี
(๙๘) เจ็ดวันเว=นดีดซ้อม อักขระห=าวันหนี สามวันจากนารี วันหนึ่งเว=นล=างหน=า
ดนตรี
เนิ่นช้า
เปKนอื่น อับเศร=าศรีหมอง
(๑๘๗) เห็นท8านมีอย8าเคลิ้ม เรายากหากใจงาม อุตส8าห:พยายาม เอาเยี่ยงอย8างเพื่อนบ=าน
ใจตาม อย8าคร=าน การกิจ อย8าท=อทํากิน
Ø ไม*ควรย*อท1อที่จะสร1างเนื้อสร1างตัว เพราะหาก มีความมุ*งม่ันมานะ ก็ย*อมประสบผลสําเร็จได1
การปล*อยวาง
ย1อนกลับ
(๔๑) ห=ามเพลิงไว=อย8าให= ห=ามสุริยแสงจันทร: ห=ามอายุให=หัน
ห=ามดั่งนี้ไว=ได=
มีควัน ส8องไซร= คืนเล8า จ่ึงห=ามนินทา
Ø การนินทาเปIนเรื่องธรรมดาของโลก ไม*ควรใส*ใจหรือตอบโต1 เพราะจะทําให1เกิดความขุ่นเคืองใจ
การพึ่งพาตนเอง
ย1อนกลับ
(๒๘๘) ถึงจนทนสู=กัด อย8าเท่ียวแล8เนื้อเถือ อดอยากเย่ียงอย8างเสือ โซก็เสาะใส8ท=อง
กินเกลือ พวกพ=อง สงวนศักดิ์ จับเนื้อกินเอง
Ø ถึงแม1จะเดือดร1อน ยากแค้นเพียงใด ก็ให1พยายามต*อสู1 ดิ้นรนด1วยตนเองก่อน อย*ารบกวนเบียดเบียนผ1ูอ่ืน
ความอ*อนน1อม ประมาณตน
ย1อนกลับ
(๒๓) นาคีมีพิษเพี้ยง เลื้อยบ8ทําเดโช พิษน=อยหยิ่งโยโส ชูแต8หางเองอ=า
สุริโย แช่มช้า แมลงปtอง อวดอ=างฤทธี
(๕๘) รู=น=อยว8ามากรู= กลกบเกิดอยู8ใน ไปtเห็นชเลไกล ชมว8าน้ําบ8อน=อย
เริงใจ
สระจ้อย กลางสมุทร มากล้ําลึกเหลือ
Ø ควรแสดงความสามารถในยามจําเปIน
Ø อย*าสําคัญตนว*ามีความรู1มาก
(๑๘๖) นกน=อยขนน=อยแต8 รังแต8งจุเมียผัว มักใหญ8ย8อมคนหวัว ทําแต8พอตัวไซร=
พอตัว
อยู8ได=
ไพเพิด อย8าให=คนหยัน
Ø อย*าพยายามคิดการใหญ*หรือเร่ืองที่เกินตัว
การล*ุมหลงในอํานาจ
ย1อนกลับ
(๖๐) จระเข้คับน8านน้ํา รถใหญ8กว8ารัถยา เสือใหญ8กว8าวนา เรือเข่ืองคับชเลแล=
ไฉนหา ภักษ:เฮย ยากแท=
ไฉนอยู8 ได=แฮ แล8นโล=ไปไฉน
Ø อย*าใช้อํานาจเกินหน1าท่ีของตน จะทําให1ผ1ูอ่ืนว*ุนวายใจ และทําให1ตนเองลําบาก
การรักษาความสัตยA
ย1อนกลับ
(๖๙) เสียสินสงวนศักดิ์ไว= เสียศักด์ิสู=ประสงค์ เสียรู=เร8งดํารง
เสียสัตย:อย8าเสียสู=
วงศ:หงส:
สิ่งรู=
ความสัตย: ไว=นา ชีพม=วยมรณา
Ø ความสัตยAเปIนส่ิงสําคัญ ควรรักษาไว1เท*าชีวิต
คุณค่าด1านวรรณศิลปk
การสรรคํา
- การซ้ําพยางค์หน1า
(๔๑) ห=ามเพลิงไว=อย8าให= ห=ามสุริยแสงจันทร: ห=ามอายุให=หัน
ห=ามดั่งนี้ไว=ได=
มีควัน ส8องไซร= คืนเล8า จึ่งห=ามนินทา
(๖๙) เสียสินสงวนศักด์ิไว= เสียศักด์ิส=ูประสงค์ เสียร=ูเร8งดํารง
เสียสัตย:อย8าเสียสู=
วงศ:หงส:
สิ่งร=ู
ความสัตย: ไว=นา ชีพม=วยมรณา
การสรรคํา
- การเลือกใช้คํา ๒ พยางค์หน1า ให1มีเนื้อความต*อเนื่องกัน
(๔๐๓) เพื่อนกินสิ้นทรัพย:แล=ว แหนงหนี
หาง่ายหลายหมื่นมี เพื่อนตายถ8ายแทนช-ี หายากฝากผีไข้
มากได= วาอาตม: ยากแท=จักหา
การมองโลก
ผู=แต8งมีมุมมองในการเชื่อมโยงสิ่งรอบตัวกับคําสอนที่เปKนนามธรรม เพื่อให=ผู=อ8านเข้าใจได=ง่าย
(๑๓๑) สนิมเหล็กเกิดแต8เนื้อ กินกัดเนื้อเหล็กจน บาปเกิดแต8ตนคน บาปย8อมทําโทษซ้ํา
ในตน กร8อนขร้ํา เปKนบาป ใส8ผ=ูบาปเอง
(๓๐๘) โคควายวายชีพได= เปKนสิ่งเปKนอันยัง คนเด็ดดับสูญสัง- เปKนชื่อเปKนเสียงได=
เขาหนัง อยู8ไซร= ขารร8าง แต8ร=ายกับดี
Ø เชื่อมโยงลักษณะของการเกิดสนิมในเหล็ก กับการทําบาปของคน
Ø เช่ือมโยงประโยชนAที่ได1จากอวัยวะของสัตวA กับความดีของมนุษยAเมื่อสูญสิ้นชีวิต
สรุปบทเรียน
ความเปIนมา
นําคาถาบาลีมาแปล แล=วเรียบเรียงเปKนโคลงสี่- สุภาพ ในคราวบูรณะวัดโพธิ์ สมเด็จฯ กรมพระยา เดชาดิศรก็ทรงชําระโคลงของเดิม แล=วจารึกบน แผ8นศิลาที่ศาลารอบพระมณฑป
ผ1ูแต*ง
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศAเธอ กรมพระยาเดชาดิศร
พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๒ กับ เจ้าจอมมารดาน่ิม
โคลงโลกนิติ
ข้อคิด
• การคบคน
• ความใฝtร=ู
• ความกตัญ|ู
• การมีไมตรี
• การมีทิฐิ
• การยึดม่ันในความดี • การไม8ประมาท
วรรณศิลปk
• การสรรคํา (โคลงกระทู=)
• การเช่ือมโยงสิ่งรอบตัวให=เข้ากับข้อคิด คําสอน
• การระมัดระวังในการแสดงออก • ความขยันหมั่นเพียร
• การปล8อยวาง
• การพ่ึงพาตนเอง
• ความอ8อนน=อม ประมาณตน • การลุ8มหลงในอํานาจ
• การรักษาความสัตย:
ลักษณะคําประพันธA
• โคลงส่ีสุภาพ • โคลงกระทู=
โคลงโลกนิติเปKนวรรณกรรมทรงคุณค่าที่นําเสนอคําสอน ข้อคิดในด=านต8าง ๆ ที่เปKนประโยชน:ต8อการดําเนินชีวิตทั้งในอดีตและป{จจุบัน