The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suphakonsasi126, 2020-09-02 23:19:16

กติกาตะกร้อของสหพันธ์เซปักตะกร้อนานขาติ

sepaktakraw_thai

-1-

กตกิ าเซปักตะกร้อ
ของสหพนั ธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF)

ข้อที 1 สนามแข่งขัน ( THE COURT )

1.1 สนาม พืนทีของสนามมีความยาว 13.40 เมตร และกว้าง 6.10 เมตร จะต้องไมม่ ีสิงกีดขวาง
ใด ๆ วดั จากพืนสนามสงู ขนึ ไป 8 เมตร ( พืนสนามไมค่ วรเป็ นสนามหญ้าหรือสนามทราย )

1.2 เส้นสนาม ขนาดของเส้นสนามทกุ เส้นเป็นขอบเขตของสนามต้องไมก่ ว้างกวา่ 4 เซนตเิ มตร
ให้ตเี ส้นจากขอบนอกเข้ามาในสนามและถือเป็นสว่ นพืนทีสนามแขง่ ขนั ด้วย เส้นเขตสนามทกุ
เส้นต้องหา่ งจากสิงกีดขวางอยา่ งน้อย 3 เมตร

1.3 เส้นกลาง มีขนาดความกว้างของเส้น 2 เซนตเิ มตร โดยจะแบง่ พืนทีของสนามออกเป็ น
ด้านซ้ายและด้านขวาเทา่ ๆ กนั

1.4 เส้นเสียววงกลม ทีมมุ สนามของแตล่ ะด้านตรงเส้นกลาง ให้จดุ ศนู ย์กลางอยทู่ ีกงึ กลางของ
เส้นกลาง ตดั กบั เส้นขอบนอกของเส้นข้าง เขียนเส้นเสียววงกลมทงั สองด้าน รัศมี
90 เซนตเิ มตร ให้ตเี ส้นขนาดความกว้าง 4 เซนตเิ มตร นอกเขตรัศมี 90 เซนตเิ มตร

1.5 วงกลมเสิร์ฟ ให้มีรัศมี 30 เซนตเิ มตร โดยวดั จากขอบด้านนอกเส้นหลงั เข้าไปในสนามยาว
2.45 เมตร และวดั จากเส้นข้างเข้าไปในสนามยาว 3.05 เมตร ให้ตรงจดุ ตดั จากเส้นหลงั และ
เส้นข้างเป็นจดุ ศนู ย์กลาง ให้เขียนเส้นวงกลมขนาดความกว้าง 4 เซนตเิ มตร
นอกเขตรัศมี 30 เซนตเิ มตร

13.40 m

6.10 m. 30 cm 3.05 m.
2 cm. 2.45 m.
90 cm.
4 cm. -2-

-2-
ข้อที 2 เสา ( THE POST )

2.1 เสามีความสงู 1.55 เมตร สําหรับผ้ชู าย และ 1.45 เมตร สําหรับผ้หู ญิง เสาให้ตงั อย่อู ยา่ ง
มนั คงพอทีจะทําให้ตาข่ายตงึ ได้ โดยเสาต้องทําจากวสั ดทุ ีมีความแข็งแกร่งและรัศมี
ไมเ่ กิน 4 เซนตเิ มตร.

2.2 ตาํ แหนง่ ของเสา ให้ตงั หรือวางไว้อยา่ งมนั คงนอกสนามตรงกบั แนวเส้นกลางหา่ งจาก
เส้นข้าง 30 เซนตเิ มตร

ข้อที 3 ตาข่าย ( THE NET )

3.1 ตาขา่ ยให้ทําด้วยเชือกอยา่ งดีหรือไนล่อน มีรูตาขา่ ยขนาดกว้าง 6-8 เซนตเิ มตร
3.2 ตาขา่ ย เมือขงึ ตงึ อยเู่ หนือเส้นกลาง มีขนาดความกว้างของผืนตาขา่ ย 70 เซนตเิ มตร

และความยาวไมน่ ้อยกว่า 6.10 เมตร
3.3 แถบข้างตาขา่ ย ตรงปลายทงั สองด้านของตาขา่ ยให้มีแถบขนาดความกว้าง 5 เซนตเิ มตร

ติดตงั ตรงอยเู่ หนือแนวเส้นข้างและถือเป็นส่วนหนงึ ของตาขา่ ย
3,4 ตาขา่ ยให้มีแถบขนาดความกว้าง 5 เซนตเิ มตร ทงั ด้านบนและด้านล่าง โดยมีเชือกธรรมดา

หรือไนลอ่ นอยา่ งดรี ้อยผา่ นแถบ ลามารถขงึ ตาขา่ ยให้ตงึ เสมอระดบั ความสงู ของเสาได
3.5 ความสงู ของตาข่าย วดั จากพืนถงึ ขอบบนของตาขา่ ยกงึ กลางสนาม มีความสงู 1.52 เมตร

สําหรับผ้ชู าย และ 1.42 เมตร สําหรับผ้หู ญิง ในขณะทีบริเวณหวั เสา มีความสงู 1.55 เมตร
สําหรับผ้ชู าย และ 1.45 เมตร สําหรับผ้หู ญิง

ช 1.52 ม. 70
ญ1.42 ม.
42 ม. ซม

.
ช.1.55 ม.

ญ1.45 ม.

5 ซม. 6 – 8 ซม.

30 ซม.

-3-

ข้อที 4 ลูกตะกร้อ ( THE SEPAKTAKRAW BALL )

4.1 ลกู ตะกร้อแตเ่ ดมิ ทําด้วยหวาย มีลกั ษณะเป็นลกู ทรงกลม ปัจจบุ นั ทําด้วยใยสงั เคราะห์
ถกั สานเป็นชนั เดียว

4.2 ลกู ตะกร้อทีไมไ่ ด้เคลือบด้วยยางสงั เคราะห์ ต้องมีลกั ษณะดงั นี
4.2.1 มี 12 รู
4.2.2 มีจดุ ตดั ไขว้ 20 จดุ
4.2.3 มีขนาดของเส้นรอบวง 41 – 43 เซนตเิ มตร สําหรับผ้ชู าย
และ 42 – 44 เซนตเิ มตร สําหรับผ้หู ญิง
4.2.4 มีนําหนกั อยรู่ ะหวา่ ง 170 – 180 กรัม สําหรับผ้ชู าย
และ 150 - 160 กรัม สําหรับผ้หู ญิง

4.3 ลกู ตะกร้ออาจมีสีเดียวหรือหลายสีหรือใช้สีสะท้อนแสงก็ได้ แตจ่ ะต้องไมเ่ ป็นสีทีทําให้
ขีดความสามารถของผ้เู ลน่ ลดลง

4.4 ลกู ตะกร้ออาจทําด้วยยางสงั เคราะห์หรือเคลือบด้วยวสั ดนุ มุ่ ทีมีความคงทน เพือให้มี
ความออ่ นนมุ่ ตอ่ การกระทบกบั ร่างกายของผ้เู ล่น ลกั ษณะของวสั ดแุ ละวธิ ีการผลิต
ลกู ตะกร้อหรือการเคลือบลกู ตะกร้อด้วยยางหรือวสั ดทุ ีอ่อนนมุ่ ต้องได้รับการรับรอง
มาตรฐานจากสหพนั ธ์ (ISTAF) ก่อนการใช้ในการแขง่ ขนั

4.5 รายการแขง่ ขนั ระดบั โลก, นานาชาติ และการแขง่ ขนั ระดบั ภมู ภิ าคทีได้รับการรับรอง
จากสหพนั ธ์ (ISTAF) รวมทงั ในการแขง่ ขนั โอลมิ ปิคเกมส์, เวลิ ดเ์ กมส์, กีฬาเครือจกั รภพ,
เอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ ต้องใช้ลกู ตะกร้อทีได้รับการรับรองจากสหพนั ธ์ ( ISTAF )

ข้อที 5 ผู้เล่น ( THE PLAYERS )

5.1 การแขง่ ขนั มี 2 ทีม ประกอบด้วยผ้เู ลน่ ฝ่ ายละ 3 คน
5.2 ผ้เู ลน่ คนหนงึ ในสามคนจะเป็ นผ้เู สริ ์ฟและอย่ดู ้านหลงั เรียกวา่ “ เตกอง หรือ

ผู้เสริ ์ฟ” (TEKONG OR SERVER )
5.3 ผ้เู ลน่ อีกสองคนอยดู่ ้านหน้า โดยคนหนงึ จะอย่ดู ้านซ้ายและอีกคนหนงึ จะอยดู่ ้านขวา คนที

อยดู่ ้านซ้าย เรียกวา่ “ หน้าซ้าย “ ( LEFT INSIDE ) และคนทีอยหู่ น้าขวา เรียกวา่
“ หน้าขวา “ ( RIGHT INSIDE )

-4-

หน้าซ้าย หน้าขวา

ผ้ ูเสิร์ ฟ ผ้ ูเสิร์ ฟ

หน้าขวา หน้าซ้าย

-4-

ข้อที 6 เครืองแต่งกายของผู้เล่น ( THE PLAYER’S ATTIRE )

5.4 ประเภททมี ชุด
5.4.1 แต่ละทีมประกอบด้วยผู้เล่นอย่างน้อย 9 คน และไม่เกนิ 12 คน
(3 ทมี ผู้เล่นทมี ละ3 คน สาํ รอง 3คน)
ผ้ ูเล่ นแต่ ละคนต้ องลงทะเบียนเพือเข้ าร่ วมการแข่ งขันทุกครั ง
แต่ละทีมจะมีผู้เล่นทีลงทะเบียนเป็ นผู้เล่นสาํ รอง ได้ไม่เกิน 3 คน
และอนุญาตให้ผู้เล่นสาํ รอง เปลียนตัวลงแข่งขันได้ได้เพียงทมี ใดทมี หนึง
เท่านัน
5.4.2 ก่อนการแขง่ ขนั แตล่ ะทีมต้องมีผ้เู ลน่ ทีขนึ ทะเบียนอยา่ งน้อย 9 คน พร้อมทีจะลง
แขง่ ขนั ในสนามแขง่ ขนั
5.4.3 ทีมใดมีผ้เู ลน่ น้อยกวา่ 9 คน จะไมอ่ นญุ าตให้เข้าแขง่ ขนั และถือวา่ ถกู ปรับเป็นแพ้
ในการแขง่ ขนั

5.5 ประเภททีมเดียว
5.5.1 แตล่ ะทีมประกอบด้วยผ้เู ลน่ อยา่ งน้อย 3 คน และไมเ่ กิน 5 คน ( 1 ทีม มีผ้เู ลน่ 3 คน
สํารอง 2 คน ) ผ้เู ลน่ ทกุ คนต้องลงทะเบียนเพือเข้าร่วมการแขง่ ขนั ทกุ ครัง
5.5.2 ก่อนการแขง่ ขนั แตล่ ะทีมต้องมีผ้เู ลน่ ทีขนึ ทะเบียนอยา่ งน้อย 3 คน พร้อมทีจะลง
แขง่ ขนั ในสนามแขง่ ขนั
5.5.3 ในระหวา่ งการแข่งขนั ทีมใดมีผ้เู ลน่ น้อยกวา่ 3 คนในสนามแขง่ ขนั จะไมอ่ นญุ าตให้
ทําการแขง่ ขนั และถกู ปรับเป็นฝ่ ายแพ้ในการแขง่ ขนั

-5-

ข้อที 6. เครืองแต่งกายของผู้เล่น ( PLAYER’S ATTIRE )

6.1 อปุ กรณ์ทีผ้เู ลน่ ใช้ต้องเหมาะสมกบั การเล่นเซปักตะกร้อ อปุ กรณ์ใดทีออกแบบเพือเพิม
หรือลดความเร็วของลกู ตะกร้อ เพมิ ความสงู ของผ้เู ลน่ หรือการเคลือนไหว หรือให้เกิดความ
ได้เปรียบใด ๆ หรืออาจเป็นอนั ตรายตอ่ ตวั ผ้เู ลน่ และคแู่ ขง่ ขนั จะไมไ่ ด้รับอนญุ าตให้ใช้

6.2 เพือป้ องกนั ไมใ่ ห้เกิดความสบั สนหรือเกิดการขดั แย้งโดยไมจ่ ําเป็นทงั สองทีม ทีมทีเข้าแขง่ ขนั
ต้องใช้เสือสีตา่ งกนั

6.3 แตล่ ะทีมต้องมีชดุ แขง่ ขนั อยา่ งน้อย 2 ชดุ เป็นสีออ่ นและสีเข้ม หากทงั สองทีมทีเข้าร่วมการ
แขง่ ขนั ใช้เสือสีเดยี วกนั ทีมเจ้าบ้านต้องเปลียนสีเสือทีม ในกรณีสนามกลางทีมทีมีชือแรกใน
โปรแกรมการแขง่ ขนั ต้องเปลียนสีเสือทีม

6.4 เครืองแตง่ กายของผ้เู ลน่ ประกอบด้วย เสือยืดคอปกหรือ คอกลมแขนสนั กางเกงขาสนั
ถงุ เท้าและรองเท้าพืนยางไมม่ ีส้น สว่ นตา่ ง ๆ ของเครืองแตง่ กายของผ้เู ล่นถือเป็ นสว่ นหนงึ
ของร่างกาย และชายเสือต้องอยใู่ นกางเกงตลอดเวลา ในกรณีทีอากาศหนาว อนญุ าตให้
ผ้เู ลน่ สวมชดุ วอร์มทําการแขง่ ขนั

6.5 เสือของผู้เล่นทุกคนจะต้องตดิ หมายเลขทังด้านหน้าและด้านหลัง และผู้เล่นแต่ละ
คนต้องใช้หมายเลขประจาํ นันตลอดการแข่งขัน ให้แต่ละทีมใช้หมายเลข 1- 36
เท่านัน
สาํ หรับขนาดของหมายเลข ด้านหลังสูงไม่น้อยกว่า 19 ซม. และด้านหน้า สูงไม่น้อย
กว่า 10 ซม. (ตรงกลางหน้าอก)
เสือทีมต้องมีชือของผู้เล่นอยู่เหนือหมายเลขด้านหลังเสือ และมีขนาดใหญ่ที
สามารถมองเหน็ ได้จากทางโทรทัศน์
ห้ามไม่ให้มีตราสัญลักษณ์อืน ๆ ทีไม่ใช่สัญลักษณ์ของผู้ผลิตเสือปรากฏอย่บู นเสือ
ของผู้เล่นโดยเดด็ ขาด ยกเว้นเสือทมี อาจมีสัญลักษณ์ของผู้สนับสนุนทีด้านหน้าของ
เสือทีม โดยให้ปฏบิ ัตติ ามกฎ ระเบียบของการแข่งขัน

6.6 หวั หน้าทีมต้องสวมปลอกแขนทีด้านซ้ายของแขนเสือ และให้สีตา่ งจากสีเสือของผ้เู ลน่
6.7 เครืองแตง่ กายอืนใดทีไมไ่ ด้ระบไุ ว้ในกตกิ านี ต้องได้รับการรับรองจากกรรมการเทคนิคของ

สหพนั ธ์ ( ISTAF ) กอ่ น

ข้อที 7 การเปลียนตวั ผู้เล่น (SUBSTITUTION)

7.1 ในทีมชดุ ผ้เู ลน่ แคล่ ะคนทีลงแขง่ ขนั ในทีมใดแล้ว จะไมม่ ีการแขง่ ขนั ซําในทีมอืนอีก
7.2 การเปลียนตวั ผ้เู ลน่ จะกระทําในเวลาใดก็ได้ โดยผ้จู ดั การทีมยืนขอตอ่ กรรมการผ้ชู ีขาด

( Official Referee ) เมือลกู ตะกร้อไมไ่ ด้อยใู่ นการเลน่

-6-

7.3 ประเภททมี เดยี ว ในการแข่งขันแต่ละครังให้แต่ละทีมมีผู้เล่นสาํ รองได้ไม่เกนิ 2 คน

นอกเหนือจากผู้เล่น 3 คนทเี ริมเล่นในสนามและสามารถทาํ การเปลียนตวั ได้ไม่เกนิ
2 ครังในแต่ละเซท็

ประเภททมี ชุด ในการแข่งขันแต่ละครัง ให้แต่ละทีมเดยี วเปลียนตวั ผู้เล่นสาํ รองได้

ไม่เกนิ 1 คน นอกเหนือจากผู้เล่น 3 คนทีเริมเล่นในสนามและสามารถทาํ การ
เปลียนตัวได้wม่เกนิ 2 ครังในแต่ละเซท็
การเปลียนตัวทกุ ครังให้อยู่ในอาํ นาจหน้าทีของกรรมการประจําสนาม
( Court Referee )และให้กระทาํ ทีด้านข้างของสนาม โดยให้อยู่ในสายตาของ
ผู้ตัดสิน ( Match Referee )
การเปลียนตัวสามารถกระทาํ ได้ในระหว่างการแข่งขัน เมือลูกตะกร้อไม่ได้อยู่ใน
การเล่น หรือในทันทีทีเริมการแข่งขันในแต่ละเซ็ท
การเปลียนตัวสามารถเปลียนตัวได้ 1 คนหรือ 2 คนพร้อมกันในเวลาเดยี วกัน
สาํ หรับประเภททีมเดียวเท่านัน (เปลียน 2 คนพร้อมกัน ให้นับเป็ นสองครัง)
ก่อนการแข่งขันในเซ็ทใหม่ ทีมใดมีการเปลียนตัวในการพักระหว่างเซ็ทให้ถอื เป็ น
การเปลียนตัวในเซ็ทใหม่
7.4 ถ้ามีผู้เล่นเกดิ การบาดเจ็บและไม่สามารถทาํ การแข่งขันต่อไปได้ อนุญาตให้ ทีมนัน
ทาํ การเปลียนตวั ผู้เล่นถ้ายงั ไม่ได้ใช้สิทธิในการเปลียนตวั แต่ถ้ามีการเปลียนตวั ครบ
2 ครังในเซ็ทนันแล้ว การแข่งขันจะยตุ ลิ งและทมี ดังกล่าวจะถกู ปรับให้เป็ นแพ้ในการ
แข่งขัน
7.5 ถ้าผู้เล่นได้รับบัตรแดง จะถกู ลงโทษให้ออกจากการแข่งขัน อนุญาตให้ทมี นัน
ทาํ การเปลียนตวั ผู้เล่น ถ้ายงั ไม่ได้ใช้สิทธิในการเปลียนตวั แต่ถ้ามีการเปลียนตวั ผู้เล่น

ครบ 2 ครังในเซ็ทนันแล้ว การแข่งขันจะยุตลิ งและทีม’ดังกล่าวจะถกู ปรับให้เป็ นแพ้
ในการแข่งขัน
7.6 มีผ้เู ลน่ น้อยกวา่ 3 คน การแขง่ ขนั จะยตุ ลิ ง และทีมดงั กลา่ วจะถกู ปรับให้เป็นแพ้ใน
การแขง่ ขนั

ข้อที 8 การเสียงและการอบอุ่นร่างกาย (THE TOSS OF COIN AND WARM UP)

8.1 ก่อนเริมการแข่งขัน กรรมการประจาํ สนาม ( Court Referee ) จะทาํ การเสียงโดยใช้
เหรียญหรือวัตถกุ ลมแบน ต่อหน้าหวั หน้าทมี ฝ่ ายทีชนะการเสียงจะได้สิทธิเลือก
“แดน” หรือเลือก “เสิร์ฟ” ผู้แพ้การเสียงต้อง เลือกสทิ ธิทเี หลือ และทังสองทีมต้อง
ปฏิบัตติ ามคาํ สังของกรรมการประจาํ สนาม (Court Referee )

-7-
8.2 ทีมทีชนะการเสียงจะต้องอบอนุ่ ร่างกายก่อนเป็ นระยะเวลา 2 นาที ในสนามด้วยลกู ตะกร้อที

ใช้ในการแขง่ ขนั และตามด้วยทีมทีแพ้การเสียง โดยอนญุ าตให้มีบคุ คลในสนาม 5 คนเทา่ นนั

ข้อที 9 ตาํ แหน่งของผู้เล่นระหว่างการส่งลูก
( POSITION OF PLAYERS DURING SERVICE )

9.1 เมือเริมเลน่ ผ้เู ลน่ ทงั สองทีม ต้องยืนอยใู่ นทีทีกําหนดไว้ในแดนของตนในลกั ษณะ
เตรี ยมพร้ อม

9.2 ผ้เู สิร์ฟ ต้องวางเท้าข้างหนงึ อยใู่ นวงกลมเสิร์ฟ
9.3 ผ้เู ลน่ ด้านหน้าทงั สองคนของฝ่ ายเสิร์ฟต้องยืนในเสียววงกลมของตนเอง
9.4 ผ้เู ลน่ ฝ่ ายตรงข้ามหรือฝ่ ายรับ จะยืนอยทู่ ีใดก็ได้ในแดนของตนเอง

ข้อที 10 การเริมเล่นและการส่งลูก (THE START OF PLAY AND SERVICE)

10.1การแข่งขันจะถูกดาํ เนินการโดยรผู้ตดั สิน ( Match Referee )หนึงคน
โดยอยู่ในตาํ แหน่งด้านหนึงของปลายตาข่าย ผู้ช่วยผู้ตดั สิน( Assistant Match
Referee ) หนึงคน อยู่ตรงกันข้ามกับผู้ตดั สิน กรรมการประจําสนาม (Court
Referee )หนึงคนอยู่ด้านหลังผู้ตดั สิน ผู้กาํ กับเส้น ( Linesman ) สองคน
โดยคนหนึงอยู่ทางเส้นข้างด้านขวามือของผู้ตัดสิน และอีกคนหนึง อยู่ทางเส้นข้าง
ด้านขวามือของผู้ช่วยผู้ตัดสนิ
ผู้ตัดสินจะได้รับความช่วยเหลือจากกรรมการผู้ชีขาด (Official Referee) ทีอยู่นอก
สนาม
ทีมทีได้เสิร์ฟก่อนจะเสิร์ฟตดิ ต่อกัน 3 ครัง ในขณะทอี ีกทมี หนึงก็จะได้สิทธิ
การเสิร์ ฟในลักษณะเดียวกัน
หลังจากนันให้สลับกันเสริ ์ฟทุก ๆ 3 คะแนน ไม่ว่าฝ่ ายใดจะได้คะแนนหรือเสีย
คะแนน
การดวิ ส์ เมือทังสองทีมทาํ คะแนนได้เท่ากันที 14 - 14 การเสิร์ฟจะสลับกัน
ทกุ คะแนน
ทีมทีเป็ นฝ่ ายรับจากการเริมเล่นในเซท็ ใดก็ตาม จะเป็ นฝ่ ายเริมเสริ ์ฟก่อน
ในเซ็ทต่อไป
และจะต้องเปลียนแดนก่อนเริมการแข่งขันในแต่ละเซ็ท

10.2 ผ้สู ง่ ลกู ต้องโยนลกู ตะกร้อเมือผ้ตู ดั สินขานคะแนน หากผ้สู ง่ ลกู โยนลกู ตะกร้อกอ่ นที
ผ้ตู ดั สนิ ขานคะแนน ผ้ตู ดั สินต้องตกั เตือนและให้โยนใหม่ หากกระทําซําดงั ทีกลา่ วอีกจ
ตดั สนิ วา่ “เสีย” ( Fault )

-8-
10.3 ระหวา่ งการเสิร์ฟ ทนั ทีทีผ้เู สิร์ฟใช้เท้าเตะลกู ตะกร้อ จะอนญุ าตให้ผ้เู ล่นทกุ คนเคลือนที

ได้ในแดนของตน
10.4 การเสริ ์ฟทีถกู ต้องคือลกู ตะกร้อจะต้องข้ามตาขา่ ย ไมว่ า่ ลกู ตะกร้อนนั จะสมั ผสั ตาขา่ ย

หรือไมก่ ็ตาม และได้ตกลงในแดนหรือขอบเขตของสนามฝ่ ายตรงข้าม
10.5 ในระบบการแขง่ ขนั แบบแพ้คดั ออก ไมจ่ ําเป็นต้องแขง่ ขนั ในทีมที 3 เมือมีผลการแชง่ ชนั

แพ้ – ชนะเกิดขึนแล้ว
10.6ในระบบการแข่งขันแบบพบกันหมด ถอื เป็ นข้อบังคับสําหรับทกุ ทีมต้องแข่งขัน

ครบทงั 3 ทีม

ข้อที 11 การผิดกตกิ า (FAULTS)

11.1 ผู้เล่นฝ่ ายเสิร์ฟ ระหว่างการเสิร์ฟลูก ( The Serving Side During Service )
11.1.1 ภายหลงั จากทีผ้ตู ดั สนิ ขานคะแนนแล้ว ผ้เู ลน่ หน้าทีทําหน้าทีโยนลกู กระทํา
อยา่ งหนงึ อย่างใดกบั ลกู ตะกร้อ เชน่ โยนลกู เลน่ เคาะลกู เลน่ โยนลกู ให้ผ้เู ลน่
หน้าอีกคนหนงึ เป็ นต้น
11.1.2 ผู้เล่นหน้าคนใด ยกเท้าหรือเหยียบเส้นข้าง หรือเส้นกลาง หรือข้ามเส้น
หรือส่ วนหนึงส่ วนใดของร่ างกายสัมผ้ สตาข่ ายขณะทีโยนส่ งลูก
11.1.3 ผ้เู สิร์ฟ กระโดดเสิร์ฟในขณะเตะสง่ ลกู หรือเท้าหลกั ทีแตะพืนเหยียบ เส้นวงกลม
ก่อนและระหวา่ งการสง่ ลกู
11.1.4 ผ้เู สริ ์ฟ ไมไ่ ด้เตะลกู ทีผ้โู ยน โยนไปให้เพือการเสิร์ฟ
11.1.5 ลกู ตะกร้อถกู ผ้เู ลน่ คนอืนภายในทีมก่อนข้ามไปยงั พืนทีฝ่ ายตรงข้าม
11.1.6 ลกู ตะกร้อข้ามตาขา่ ยแตต่ กลงนอกเขตสนาม
11.1.7 ลกู ตะกร้อไมข่ ้ามไปยงั ฝ่ ายตรงข้าม
11.1.8 ผ้เู ลน่ ใช้มือข้างหนงึ ข้างใดหรือทงั สองข้าง หรือสว่ นอืนของแขนเพือชว่ ยในการ
เตะลกู แม้มือหรือแขนไมไ่ ด้สมั ผสั ลกู ตะกร้อโดยตรง แตส่ มั ผสั สิงหนงึ สงิ ใด
ในขณะกระทําการดงั กลา่ ว
11.1.9 ผ้สู ง่ ลกู โยนลกู ตะกร้อก่อนทีกรรมการผ้ตู ดั สินขานคะแนน เป็นครังทีสอง
หรือครังตอ่ ไปในการแขง่ ขนั

11.2 ฝ่ ายเสิร์ฟและฝ่ ายรับในระหว่างการเสิร์ฟ
( Serving And Reciving Side During Service )

11.2.1 กระทําการในลกั ษณะทําให้เสียสมาธิ หรือสง่ เสียงรบกวน หรือตะโกนไปยงั
ฝ่ ายตรงข้าม

-9-
11.3 สาํ หรับผู้เล่นทังสองฝ่ ายระหว่างการแข่งขัน( For Both Side During The Game )

11.3.1 ผ้เู ลน่ สมั ผสั ลกู ตะกร้อในแดนฝ่ ายตรงข้าม
11.3.2 สว่ นหนงึ สว่ นใดของร่างกายผ้เู ลน่ ลําไปในแดนฝ่ ายตรงข้าม ไมว่ า่ จะเป็ นด้านบน

หรือด้านลา่ งของตาข่าย ยกเว้นระหวา่ งการเลน่ ลกู ตอ่ เนือง ( Follow Through )
11.3.3 เลน่ ลกู เกิน 3 ครังติดตอ่ กนั
11.3.4 ลกู ตะกร้อสมั ผสั แขน
11.3.5 หยดุ ลกู หรือยดึ ลกู ตะกร้อไว้ใต้แขน หรือระหวา่ งขาหรือร่างกาย
11.3.6 สว่ นหนงึ สว่ นใดของร่างกายผ้เู ลน่ หรืออปุ กรณ์ เชน่ รองเท้า, เสือ, ผ้าพนั ศีรษะ

สมั ผสั ตาขา่ ยหรือเสาตาขา่ ย หรือเก้าอีกรรมการผ้ตู ดั สิน หรือตกลงในแดน
ฝ่ ายตรงข้าม
11.3.7 ลกู ตะกร้อถกู เพดาน, หลงั คา ผนงั หรือวตั ถสุ งิ กีดขวางอืนใด
11.3.8 ผ้เู ลน่ คนใดใช้อปุ กรณ์หรือสิงกีดขวางภายนอกอืนใดเพือชว่ ยในการเตะ

ข้อที 12 การนับคะแนน (SCORING SYSTEM)

12.1 ผู้เล่นฝ่ ายเสริ ์ฟหรือฝ่ ายรับทาํ ผิดกตกิ า ( Fault ) ฝ่ ายตรงข้ามจะได้คะแนน
12.2 การชนะในแต่ละเซ็ทผู้ชนะต้องทาํ คะแนนได้ 15 คะแนน จึงจะถือว่าชนะใน

การแข่งขันครังนัน
ในกรณีแต่ละทีมมีคะแนนเท่ากัน 14 – 14 ผู้ชนะต้องมีคะแนนนําทีต่างกัน
2 คะแนน และสูงสุดไม่เกนิ 17 คะแนน
เมือคะแนนเท่ากัน 14 –14 ผู้ตดั สนิ ต้องขานว่า “ดวิ ส์คู่ไม่เกนิ 17 คะแนน”
( Setting up to 17 points )

12.3 ประเภททมี เดียว การแข่งขัน ต้องชนะกัน 3 ใน 5 เซ็ท มีการพักระหว่างเซ็ท

2 นาที และเรียกแต่ละเซ็ทว่า เซ็ททีหนึง เซท็ ทีสอง เซ็ททสี าม เซ็ททีสี และ
เซท็ ทหี ้า

ประเภททมี ชุด การแข่งขันต้องชนะกัน 2 ใน 3 เซท็ มีการพักระหว่างเซ็ท

2 นาที และเรียกแต่ละเซท็ ว่า เซท็ ทีหนึง เซ็ททสี อง และเซ็ททีสาม
12.4 ก่อนเริมการแข่งขันในเซ็ททีห้า ในประเภททมี เดียวและเซ็ททีสาม

ในประเภททีมชุด ให้ผู้ตดั สนิ กระทาํ การเสียง โดยใช้เหรียญหรือวัตถกุ ลมแบน
ฝ่ ายทีชนะการเสียงจะเป็ นฝ่ ายทีเริมเสิร์ฟก่อน เมือทมี ใดทีมหนึงทําคะแนนได้
ถงึ 8 คะแนน จะต้องทาํ การเปลียนแดน

- 10 -

ข้อที 13 การขอเวลานอก ( TIME - OUT )

13.1 แต่ละทีมสามารถขอเวลานอกได้ 1 ครัง ครังละ 1 นาที ต่อเซ็ท
การขอเวลานอกให้ขอโดยผู้จัดการทมี หรือผู้ฝึ กสอน เมือลูกตะกร้อไม่ได้อยู่ใน
การเล่น
ระหว่างการพักเวลานอก ประเภททีมเดียว จะอนุญาตให้มีผู้เล่นและ
เจ้าหน้าทีทีมอยู่นอกสนามบริเวณเส้นหลังจํานวน 5 คน
ประเภททมี ชุด จะอนุญาตให้มีผู้เล่นและเจ้าหน้าทีทมี อยู่นอกสนามบริเวณ
เส้นหลังจาํ นวน 6 คน

13.2 ประเภททีมเดียวบคุ คลทงั 5 คน ประกอบด้วย ผ้เู ลน่ 3 คน และบคุ คลทีแตง่ กายแตกตา่ ง
จากนกั กีฬาอีก 2 คน ประเภททีมชดุ บคุ คลทงั 6 คน ประกอบด้วย ผ้เู ลน่ 3 คน และบคุ คล
ทีแตง่ กายแตกตา่ งจากนกั กีฬาอีก 3 คน

ข้อที 14 การหยดุ การแข่งขันชัวคราว (TEMPORARY SUSPENSION OF PLAY )

14.1 กรรมการผ้ตู ดั สนิ สามารถหยดุ การแขง่ ขนั ชวั คราว เมือผ้เู ลน่ บาดเจ็บและ ต้องการ
การปฐมพยาบาล โดยให้เวลาไมเ่ กิน 5 นาที สําหหรับแตล่ ะทีม

14.2 นกั กีฬาทีบาดเจบ็ จะได้รับการพกั ไมเ่ กิน 5 นาที หลงั จาก 5 นาทีแล้ว นกั กีฬาไม่
สามารถทําการแขง่ ขนั ตอ่ ไปได้ ต้องมีการเปลียนตวั ผ้เู ล่น แตถ่ ้าทีมทีมีนกั กีฬาบาดเจบ็
ได้มีการเปลียนตวั ผ้เู ลน่ ไปแล้ว ตามกตกิ าข้อ 7. 4 การแขง่ ขนั จะประกาศให้ทีมตรง
ข้ามเป็นฝ่ ายชนะในการแขง่ ขนั ครังนนั

14.3 ในกรณีทีมีการขดั ขวาง รบกวนการแขง่ ขนั หรือสาเหตอุ ืนใด กรรมการผ้ชู ีขาดเทา่ นนั ทีจะ
เป็นผ้พู จิ ารณาหยดุ การแข่งขนั โดยหารือกบั คณะกรรมการจดั การแขง่ ขนั

14.4 ในการหยดุ การแขง่ ขนั ชวั คราว ไมอ่ นญุ าตให้ผ้เู ลน่ ทกุ คนออกจากสนาม และไมอ่ นญุ าต
ให้ดมื นําหรือได้รับความชว่ ยเหลือใด ๆ

ข้อที 15 วินัยและมารยาทในการแข่งขัน ( DISCIPLINE )

15.1 ผ้เู ลน่ ทกุ คนจะต้องปฏิบตั ติ ามกตกิ าการแขง่ ขนั
15.2ในระหวา่ งการแขง่ ขนั จะอนญุ าตให้หวั หน้าทีมเทา่ นนั ทีจะเป็นผ้ตู ดิ ตอ่ กบั กรรมการ

ผ้ตู ดั สิน ไมว่ า่ จะเป็นเรืองเกียวกบั ตนเอง หรือเรืองทีเกียวกบั ผ้เู ลน่ ในทีม หรือเรืองต้องการ
ซกั ถามเพือขอคําอธิบายในการตดั สนิ ของกรรมการผ้ตู ดั สิน ซงึ กรรมการผ้ตู ดั สินต้อง
อธิบายหรือชีแจงตามทีหวั หน้าทีมซกั ถาม

- 11 -
15.3 ผ้จู ดั การทีม, ผ้ฝู ึ กสอน, นกั กีฬา และเจ้าหน้าทีประจําทีม จะไมไ่ ด้รับอนญุ าตให้ประท้วง

ตอ่ การตดั สนิ ของกรรมการผ้ตู ดั สินในระหวา่ งการแขง่ ขนั หรือแสดงปฏิกิริยาทีจะเป็น
ผลเสียตอ่ การแขง่ ขนั หากมีการกระทําดงั กลา่ วถือเป็นการผิดวินยั อยา่ งร้ายแรง

ข้อที 16 การลงโทษ ( PENALTY )

การทําผิดกตกิ าและผิดวนิ ยั จะมีการลงโทษดงั นี :-
การลงโทษทางวินัย
16.1 การตักเตอื น

ผ้เู ลน่ ทีถกู ตกั เตือนและได้รับบตั รเหลือง หากมีความผดิ ข้อหนงึ ข้อใดใน 6 ประการ ดงั นี
16.1.1 กระทําผดิ ในลกั ษณะทีไมม่ ีนําใจเป็นนกั กีฬา โดยแสดงอาการอยา่ งใดอยา่ งหนงึ

ไมถ่ กู ต้องตามมรรยาทการเป็นนกั กีฬาทีดี ซงึ พจิ ารณาได้วา่ การกระทํานนั อาจทําให้
เกิดผลทีเป็นอนั ตรายตอ่ การแขง่ ขนั ได้
16.1.2 แสดงกิริยาและวาจาทีไมส่ ภุ าพ
16.1.3 กระทําผิดกตกิ าการแขง่ ขนั บอ่ ย ๆ
16.1.4 ถว่ งเวลาการแข่งขนั
16.1.5 เข้าหรือออกสนาม โดยไมไ่ ด้รับอนญุ าตจากกรรมการผ้ตู ดั สนิ
16.1.6 เจตนาเดนิ ออกไปจากสนาม โดยไมไ่ ด้รับอนญุ าตจากกรรมการผ้ตู ดั สนิ
16.2 ความผิดทีถูกให้ออกจากการแข่งขัน
ผ้เู ลน่ จะถกู ให้ออกจากการแขง่ ขนั และได้รับบตั รแดง หากมีความผิดข้อใดข้อหนงึ ใน
5 ประการ ดงั นี
16.2.1 กระทําผดิ กติกาอยา่ งร้ายแรง
16.2.2 ประพฤตผิ ิดร้ายแรง โดยเจตนาทําให้ฝ่ ายตรงข้ามบาดเจ็บ
16.2.3 ถม่ นําลายใสฝ่ ่ ายตรงข้ามหรือผ้อู ืน
16.2.4 มีปฏิกิริยาหยาบคายหรือใช้วาจาหยาบคายหรือดถู กู ฝ่ ายตรงข้าม
16.2.5 ถกู ตกั เตือนและได้รับบตั รเหลืองเป็นครังที 2 ในการแขง่ ขนั ครังนนั
16.3 ผู้เล่นทีถูกตกั เตือนและได้รับบัตรเหลืองหรือให้ออกจากการแข่งขัน ไม่ว่าจะ
เป็ นความผิดทังในและนอกสนามแข่งขันทีกระทาํ ต่อฝ่ ายตรงข้าม เพือนร่วม
ทีม กรรมการผู้ตดั สิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือบุคคลอืนๆ
ให้พจิ ารณาโทษทางวินัย ดังนี -
16.3.1 ได้รับบัตรเหลืองใบแรก

บทลงโทษ

- 12 -
: ตกั เตอื น
16.3.2 ได้รับบัตรเหลืองใบทีสอง ในผ้เู ลน่ คนเดมิ ในเกมการแขง่ ขนั ตา่ งเกม แตเ่ ป็น
รายการแขง่ ขนั เดียวกนั
บทลงโทษ
: พักการแข่งขัน 1 ครัง
16.3.3 ได้รับบัตรเหลืองใบทีสาม หลงั จากพกั การแขง่ ขนั เพราะได้รับบตั รเหลือง 2 ใบ
ในรายการแขง่ ขนั เดียวกนั และในผ้เู ลน่ คนเดมิ
บทลงโทษ
: พักการแข่งขัน 2 เกม
: ปรับเป็ นเงนิ 100 เหรียญสหรัฐอเมริกา โดยสโมสรหรือ

บคุ คลทีผ้เู ลน่ สงั กดั เป็นผ้รู ับผดิ ชอบ
16.3.4 ได้รับบัตรเหลืองใบทีสี

ได้รับบตั รเหลือง หลงั จากต้องพกั การแขง่ ขนั 2 ครัง จากการทีได้รับ
บตั รเหลืองใบทีสามในรายการแขง่ ขนั เดียวกนั และในผ้เู ลน่ คนเดมิ
บทลงโทษ
: ให้พักการแข่งขันในเกมต่อไป และในรายการแข่งขันที

รับรองโดยองค์กรกีฬาตะกร้อ ทีเกียวข้องจนกวา่ จะได้รับ
การพิจารณาจากคณะกรรมการวินยั ในเรืองดงั กลา่ ว
16.3.5 ได้รับบัตรเหลือง 2 ใบ ในผ้เู ลน่ คนเดียวกนั และในเกมแขง่ ขนั เดยี วกนั
บทลงโทษ
: พกั การแข่งขัน 2 เกม
: ปรับเป็ นเงนิ 100 เหรียญสหรัฐอเมริกา โดยสโมสรหรือบคุ คล

ทีผ้เู ลน่ สงั กดั เป็นผ้รู ับผิดชอบ
: ได้รับบตั รแดงในกรณีทําผดิ วินยั หรือกระทําผิดกตกิ าในการแขง่ ขนั
เกมอืน ซงึ อยใู่ นรายการแขง่ ขนั เดียวกนั
16.4ผ้เู ลน่ ทีกระทําผิดและถกู ให้ออกจากการแขง่ ขนั ไมว่ า่ จะกระทําในสนามหรือนอกสนามแขง่ ขนั ซงึ
กระทําผดิ ตอ่ ฝ่ ายตรงข้าม, เพือนร่วมทีม, ผ้ตู ดั สนิ , ผ้ชู ่วยผ้ตู ดั สินหรือบคุ คลอืน โดยได้รับบตั ร
แดงจะได้รับพจิ ารณาโทษดงั นี : -
16.4.1 ได้รับบัตรแดง
บทลงโทษ

- 13 -
: ให้ไลอ่ อกจากการแขง่ ขนั และพกั การแขง่ ขนั ในทกุ รายการแขง่ ขนั ที

รับรองจากองคก์ รทีกํากบั ดแู ลกีฬาเซปักตะกร้อ จนกวา่ คณะกรรมการวินยั จะ
มีการประชมุ และพิจารณาในเรืองดงั กลา่ ว

ข้อ 17 ความผดิ ของเจ้าหน้าทที มี ( MISCONDUCT OF TEAM OFFICIALS )

17.1 กฎระเบยี บด้านวนิ ยั จะใช้กบั เจ้าหน้าทีประจําทีมในกรณีทีทําผิดวินยั หรือรบกวน
คณะกรรมการในระหวา่ งการแขง่ ขนั ทงั ภายในและภายนอกสนามแขง่ ขนั

17.2 เจ้าหน้าทีประจําทีม ผ้ใู ดประพฤตไิ มส่ มควรหรือกระทําการรบกวนการแขง่ ขนั จะถกู เชญิ
ออกจากบริเวณสนามแขง่ ขนั โดยเจ้าหน้าทีจดั การแขง่ ขนั หรือกรรมการผ้ชู ีขาด และจะถกู
พกั การปฏิบตั หิ น้าทีภายในทีมจนกวา่ คณะกรรมการทางวนิ ยั จะมีการประชมุ เพือพจิ ารณา
ตดั สินปัญหาดงั กลา่ วแล้ว

ข้อ 18 บททวั ไป ( GENERAL )

18.1 ในการแขง่ ขนั หากมีปัญหาหรือเรืองราวใด ๆ เกิดขึน ซงึ ไมไ่ ด้กําหนดหรือระบไุ ว้ในกตกิ า
การแขง่ ขนั ให้ถือการตดั สินของกรรมการผ้ชู ีขาดเป็นทีสินสดุ

กตกิ านีได้รับความเหน็ ชอบจากการประชุมของสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ
( ISTAF) เมือวันที 17 มกราคม 2554 ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

คณะผู้แปลและเรียบเรียง

ดร.เฉลมิ ชัยวัชราภรณ์
นายธนวัฒน์ ประสงค์เจริญ
นายชวลิต จิรายุกุล
นายวีระพล นาคะประวิง


Click to View FlipBook Version