การแ บ่ ง เ ซลล์ CELL DIVISION BY.KRUNOOMNIM
คื อ การเพิ่ม จำ นวนข อ งเซล ล์ ( C E L L ) ในสิ่ ง มี ชี วิต เพื่อการเ จ ริญเติบ โตแล ะรักษา ซ่อ มแซม ร่างกา ย ส่ วนที่สึกหร อ ร ว มถึง ส ร้างเซล ล์ สื บพันธุ์ที่ค งไ ว้ซึ่ง ส ารพันธุกรร ม ซึ่งทำ หน้าที่ค ว บ คุ ม ลักษณะ แล ะการแส ด ง อ อกที่เป็นเ อกลักษณ์ข อ ง ชนิดพันธุ์ กระ บ วนการแบ่ งเซล ล์ ส า ม ารถแบ่ ง อ อก เป็น 2 ขั้นตอน ไ ด้แก่ การแบ่ งนิว เ ค ลี ย ส (KA R YOKINE S I S ) แล ะการแบ่ งตัว ข อ งไซโทพล า ซึม ( C Y TOKINE S I S ) การแบ่บ่ บ่บ่ งเซลล์ล์ ล์ล์ (CELL DIVISION)
การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส (MITOSIS) ประกอบด้วย 2 ลักษณะ 1. - การแบ่งเซลล์เพื่อเพิ่มจำ นวนของเซลล์ ร่างกาย (SOMATIC CELL) 2. การแบ่งเซลล์ แบบไมโอซิส (MEIOSIS) - การเพิ่มจำ นวนเซลล์ในสิ่งมีชีวิตที่มีความ ซับซ้อนและมีขั้นตอนมากขึ้น เพื่อการสร้างเซลล์ สืบพันธุ์ การแบ่บ่ บ่บ่ งนินิ นินิ วเคลีลี ลีลียส (KARYOKINESIS)
- การแบ่งเซลล์เพื่อเพิ่มจำ นวนของเซลล์ร่างกาย (SOMATIC CELL) ในการเจริญเติบโต - ทำ ให้นิวเคลียสที่ได้ทั้งหมดมีคุณภาพและปริมาณ เหมือนกัน - โครโมโซมหรือหน่วยพันธุกรรมภายในก็เท่าเดิม และเหมือนกันทุกประการ - ส่วนเซลล์ที่ได้ในตอนท้ายของการแบ่งคือ 2 เซลล์ 1. การแบ่บ่ บ่บ่ งเซลล์ล์ ล์ล์ แบบไมโทซิซิซิซิส (MITOSIS)
แบ่งได้ 2 ช่วง 1. อินเทอร์เฟส (INTERPHASE) 1.1 FIRST GROWTH PHASE (G1 PHASE) ระยะเตรียมตัวสร้างสารแบ่งเซลล์ เช่น กรดอะมิโน โปรตีน เป็นต้น 1.2 SYNTHETIC PHASE (S PHASE) ระยะการสังเคราะห์โครโมโซม หรือจำ ลองตัวเองของดี เอ็นเอ 1.3 SECOND GROWTH PHASE (G2 PHASE) ระยะการตรวจสอบความถูกต้องของ โครโมโซม สังเคราะห์โปรตีนและออร์แกเนลล์เพิ่มขึ้น วัวั วัวั ฏจัจั จัจั กรของเซลล์ล์ ล์ล์ (CELL CYCLE)
แบ่งได้ 2 ช่วง 2. ไมโทซิสหรือไมโทติกเฟส (M PHRASE) 2.1 ระยะโพรเฟส (PROPHASE) 2.2 ระยะเมทาเฟส (METAPHASE) 2.3 ระยะแอนาเฟส (ANAPHASE) 2.4 ระยะเทโลเฟส (TELOPHASE) วัวั วัวั ฏจัจั จัจั กรของเซลล์ล์ ล์ล์ (CELL CYCLE)
ระยะโพรเฟส (PROPHASE) - โ ค ร ม าทินเริ่ มหดตัวกล า ย เป็นแท่ง เรี ยกว่ า "โ ค รโ ม โซม " - เ ยื่ อหุ้มนิว เ ค ลี ย ส จ ะเริ่ ม ส ล า ยตัว - เซนโทโซมก็จ ะเริ่ ม เ ค ลื่ อนที่แยก อ อกจ ากกันไปยั ง ขั้ ว เซล ล์ - โ ด ย มีการ ส ร้างเ ส้นใ ย สปินเ ดิ ล ( SPIND L E F I B E R ) ม า จั บ เซนโทเ มี ย ร์ ข อ งโ ค รโ ม โซม ทำ ให้เ ส้นใ ย สปินเ ดิ ล ยื ด อ อก
ระยะเมทาเฟส (METAPHASE) - เ ส้นใ ย สปินเ ดิ ล ( SPIND L E F I B E R ) ม า จั บ เซนโทเ มี ย ร์ ข อ งโ ค รโ ม โซม ทำ ให้โ ค รโ ม โซม เ ค ลื่ อนตัว เรี ย ง อ ยู่ตรงกล าง - เรียกระนาบที่โครโมโซมเรียงตัวกันนี้ว่า เมทาเฟสเพลท (METAPHASE PLATE) - โครโมโซมมีการหดตัวที่ชัดเจนที่สุด ** เป็นระยะที่นำ มามาศึกษาเรื่องโครโมโซม
ระยะแอนาเฟส (ANAPHASE) - เ ส้นใ ย สปินเ ดิ ล ( SPIND L E F I B E R ) เริ่ มหดตัว ส่ งผล ให้โ ค ร ม าทิด ( CHROMA T I D ) ข อ งแต่ล ะโ ค รโ ม โซม ( CHROMOSOME )ถูกดึ ง แ ล ะ แ ย ก อ อ ก จ า ก กั น ไ ป ยั ง ขั้ ว ข อ งเ ซ ล ล์
ระยะเทโลเฟส (TELOPHASE) - โ ค ร ม าทิด ( CHROMA T I D ) ถูกดึ ง ม าที่ ขั้ ว เซล ล์ แล ะ มีการเกาะกลุ่ มกัน - โ ค รโ ม โซม เริ่ ม ค ล า ยตัวกลั บ ไปเป็น โ ค ร ม าทิน - มีการ ส ร้างเ ยื่ อหุ้มนิว เ ค ลี ย สแล ะนิว ค ลี โ อ ลั ส ม าใหม่
สรุป กระบวนการแบ่บ่ บ่บ่ งเซลล์ล์ ล์ล์ แบบไมโทซิซิซิซิส
- การเพิ่มจำ นวนเซลล์ในสิ่งมีชีวิตที่มีความซับซ้อนและ มีขั้นตอนมากขึ้นเพื่อการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ (อสุจิและไข่) - เพิ่มจำ นวนเซลล์จากเซลล์ดั้งเดิม 1 เซลล์ ก่อ กำ เนิดเซลล์ใหม่ 4 เซลล์ - เซลล์ลูกไม่เหมือนเซลล์แม่ - แบ่งเซลล์ลดลงเหลือครึ่งนึง - จำ แนกออกเป็น 2 ขั้นตอน * ระยะขั้นที่ 1 (MEIOSIS I) * ระยะขั้นที่ 2 (MEIOSIS II) 2. การแบ่บ่ บ่บ่ งเซลล์ล์ ล์ล์ แบบไมโอซิซิซิซิส (MEIOSIS)
ระยะ MEIOSIS I โพรเฟส 1 (PROPHASE I) - เ ยื่ อหุ้มนิว เ ค ลี ย ส แล ะนิว ค ลี โ อ ลั ส ส ล า ย - มีการเ ข้ า คู่กันข อ งโ ค รโ ม โซม คู่ เหมื อนหรื อ HOMOLOGOUS CHROMOSOME - เกิดการแลกเปลี่ ยนชิ้นส่ วนกัน เรี ยกว่ า " C ROS S ING OVE R " ทำ ให้เซล ล์ สื บพันธ์ุ มี ค ว า ม หล ากหล า ย
ระยะ MEIOSIS I เมทาเฟส 1 (METAPHASE I) - HOMOLOGOUS CHROMOSOME เ ค ลื่ อนที่เรี ย งตัว อ ยู่ตรงกล าง - ส รา้งเ ส้นใ ย สปินเ ดิ ล ( SPIND L E F I B E R ) ม า จั บ เซนโทเ มี ย ร์ ข อ งโ ค รโ ม โซม
ระยะ MEIOSIS I แอนนาเฟส 1 (ANAPHASE I) - ส รา้งเ ส้นใ ย สปินเ ดิ ล ( SPIND L E F I B E R ) เริ่ มหดตัว ทำ ให้ HOMOLOGOUS CHROMOSOME แยกตัว อ อกจ ากกัน - HOMOLOGOUS CHROMOSOME เริ่ มถูกดึ งไปยั ง ขั้ ว เซล ล์
ระยะ MEIOSIS I เทโลเฟส 1 (TELOPHASE I) - HOMOLOGOUS CHROMOSOME ถูกดึ งไปยั ง ขั้ ว เซล ล์ - เริ่ ม ส ร้างเ ยื่ อหุ้มนิว เ ค ลี ย ส ใหม่ ขึ้น - จำ นวนโ ค รโ ม โซม ล ด ล งเหลื อ ค รึ่งนึง
ระยะ MEIOSIS II - เ ยื่ อหุ้มนิว เ ค ลี ย ส เริ่ ม ส ล า ยตัว - โ ค รโ ม โซม เริ่ มหดตัว - เ ส้นใ ย สปินเ ดิ ล ( SPIND L E F I B E R ) เ ค ลื่ อนที่ม า จั บ บ ริเ วณเซนโทรเ มี ย ร์ โพรเฟส 2 (PROPHASE II)
ระยะ MEIOSIS II - โ ค รโ ม โซม ม าเรี ย งตัว อ ยู่ตรงกล างตา มแนว เ มทาเฟส เพลท (ME T APHA S E PL A T E ) เมทาเฟส 2 (METAPHASE II)
ระยะ MEIOSIS II - เ ส้นใ ย สปินเ ดิ ล ( SPIND L E F I B E R ) เริ่ ม หดตัว ทำ ให้โ ค ร ม าทิด ( CHROMA T I D ) แยกอ อก จ ากกัน ไปยั ง ขั้ ว เซล ล์ แอนนาเฟส 2 (ANAPHASE II)
ระยะ MEIOSIS II - โ ค ร ม าทิด เ ค ลื่ อนที่ม า ยั ง ขั้ ว เซล ล์ แล้ ว เกาะ กลุ่ มกันไ ด้ อ อกม าเป็น 4 เซล ล์ เทโลเฟส 2 (TELOPHASE II)
สรุป กระบวนการ แบ่บ่ บ่บ่ งเซลล์ล์ ล์ล์ แบบไมโอซิซิซิซิส
สรุป การแบ่บ่ บ่บ่ งเซลล์ล์ ล์ล์ ในนินิ นินิ วเคลีลี ลีลียส
การเกิดร่องแบ่ง (FURROW TYPE) ใน เซลล์สัตว์ โดยเยื่อหุ้มเซลล์จ ะคอดกิ่ว จ ากทั้ง 2 ด้านเข้าสู่ใ จกลางเซลล์ จ ากการเคลื่อนตัวของ ไมโครฟิลาเมนท์ (MICROFILAMENT) หรือ เส้นใยโปรตีนที่อยู่ใต้เยื่อหุ้มเซลล์ ทำ การแบ่ง ไซโทพลาซึมของเซลล์สัตว์ออกเป็น 2 ส่วน สุดท้ายเกิดเป็นเซลล์ใหม่ขึ้นจำ นวน 2 เซลล์ การแบ่บ่ บ่บ่ งตัตั ตัตั วของไซโทพลาซึซึซึซึม (CYTOKINESIS)
การสร้างผนังกั้น (CELL PLATE TYPE) ในเซลล์พืช เกิดเซลล์เพลท (CELL PLATE) ขึ้นตรงบริเ วณกึ่งกลางเซลล์ ก่อนขยายตัวออกไป ทั้ง 2 ด้านของเซลล์ กลายเป็นผนังเซลล์ (CELL WALL) ซึ่งแยกนิว เคลียสออกจ ากกัน หลัง จ ากการแบ่งตัวของนิว เคลียส การก่อตัวขึ้น ของผนังเซลล์ทำ ให้การแบ่งไซโทพลาซึมในขั้น ตอนสุดท้ายเสร็ จสมบูรณ์ การแบ่บ่ บ่บ่ งตัตั ตัตั วของไซโทพลาซึซึซึซึม (CYTOKINESIS)
จจบบแแล้ล้ ล้ล้ววคัคั คัคับบป๋ป๋ป๋ป๋มม