โครงงานวิวิ วิวิ ทยาศาสตร์ร์ ร์ร์ ว30285 โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn i m มัธยมศึกษาปีที่ 5
หัว หั ข้อ ข้ การนำ เสนอ บทที่ 4 บทที่ 5 การเขียนเอสารอ้างอิง การนำ เสนอ บทที่ 1 ส่วนประกอบของโครงงาน บทที่ 2 บทที่ 3 เกณฑ์การสอบ และให้คะแนน ความหมาย และประเภทของโครงงาน
คือ การศึกษาค้นคว้า หรือ การทดลอง หรือ การทำ สิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่ผู้ทำ ต้องการศึกษา ต้องการรู้ สงสัย หรือต้องการแก้ปัญหา ด้วย กระบวนการที่เป็นวิทยาศาสตร์จนกระทั่งได้ข้อสรุป หรือ ผลลัพธ์ โครงงานวิทยาศาสตร์ ความหมาย โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn i m
โครงงานที่เป็นการสำ รวจ รวบรวมข้อมูล โครงงานที่เป็นการค้นคว้า ทดลอง โครงงานประเภทนี้ เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูล เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วนำ ข้อมูลนั้นมาจำ แนกเป็นหมวดหมู่ ในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึก เป็นต้น เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ โดยออกแบบในรูป ผลการทดลอง เพื่อศึกษาตัวแปรหนึ่ง จะมีผลต่อตัวแปรที่ต้องการศึกษาอย่างไร ด้วยการ ควบคุมตัวแปร ประเภทของโครงงาน โครงงานวิทยาศาสตร์ โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn i m
โครงงานที่เป็นการศึกษาทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดใหม่ๆ โครงงานที่เป็นการประดิษฐ์ คิดค้น เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอความรู้ หรือหลักการใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ ยังไม่มีใครเคยคิดหรือขัดแย้ง หรือขยายจากของเดิมที่มีอยู่ ซึ่งต้องผ่านการพิสูจน์อย่างมี หลักการก่อน เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์ คือ การนำ ความรู้ทฤษฎี หลักการ มาประยุกต์ใช้ โดยประดิษฐ์ เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่างๆ หรืออาจเป็นการประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ หรือ ปรับปรุงของเดิมให้ดีขึ้นก็ได้ ประเภทของโครงงาน โครงงานวิทยาศาสตร์ โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn i m
โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn i m 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผู้จัดทาโครงงาน/โรงเรียน/วันเดือนปีที่จัดทา 3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา 4. บทคัดย่อ บอกเค้าโครงย่อย ๆประกอบด้วย เรื่อง....วัตถุประสงค์......วิธีการศึกษาและสรุปผล 5. กิตติกรรมประกาศ (แสดงความขอบคุณ บุคคล หรือหน่วยงาน ที่มีส่วนในการให้ความช่วยเหลือ ในดาเนินโครงงาน) 6. บทที่ 1 7. บทที่ 2 8. บทที่ 3 9. บทที่ 4 10. บทที่ 5 12. เอกสารอ้างอิง ส่ส่ส่ส่ ว น ป ระ ก อ บ ข อ งโ ค รงงา น
ที่มาและความสำ คัญ วัตถุประสงค์ของการทำ โครงงาน สมมติฐานของการศึกษา ตัวแปรที่ศึกษา(เฉพาะโครงงานประเภททดลอง) บทที่ 1 บทนำ ขอบเขตของการทำ โครงงาน นิยามศัพท์
ที่มาและความสำ คัญ ในการเขียนที่มาและความสำ คัญของโครงงานวิทยาศาสตร์ ผู้ทำ โครงงานจำ เป็นต้องศึกษา หลักการทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจจะศึกษา หรือพูดเข้าใจง่าย ๆ ว่าเรื่องที่สนใจจะศึกษานั้นต้อง มีทฤษฎีแนวคิดสนับสนุน เพราะความรู้เหล่านี้จะเป็นแนวทางสำ คัญในเรื่องต่อไปนี้ - แนวทางตั้งสมมติฐานของเรื่องที่ศึกษา - แนวทางในการออกแบบการทดลองหรือการรวบรวมข้อมูล - ใช้ประกอบการอภิปรายผลการศึกษา ตลอดจนเสนอแนะเพื่อนำ ความรู้และสิ่ง ประดิษฐ์ใหม่ที่ค้นพบไปใช้ประโยชน์ต่อไป การเขียนที่มาและความสำ คัญของโครงงาน คือ การอธิบายให้กระจ่างชัดว่า ทำ ไม ต้องทำ ทำ แล้วได้อะไร หากไม่ทำ จะเกิดผลเสียอย่างไร ซึ่งมีหลักการเขียน คล้ายการเขียนเรียงความ ทั่ว ๆ ไป คือ มีคำ นำ เนื้อเรื่อง และสรุป โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim
ที่มาและความสำ คัญ ส่วนที่ 1 คำ นำ : ส่วนที่ 3 สรุป : ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง : เป็นการบรรยายถึงนโยบาย เกณฑ์ สภาพทั่ว ๆ ไป หรือปัญหาที่มีส่วน สนับสนุนให้ริเริ่มทำ โครงงานวิทยาศาสตร์ อธิบายถึงรายละเอียดเชื่อมโยงให้เห็น ประโยชน์ของการทำ โครงงานวิทยาศาสตร์ โดยมี หลักการ ทฤษฎีสนับสนุนเรื่องที่ศึกษา หรือการ บรรยายผลกระทบ ถ้าไม่ทำ โครงงานเรื่องนี้ สรุปถึงความจำ เป็นที่ต้องดำ เนินการตามส่วนที่ 2 เพื่อแก้ไขปัญหา ค้นข้อความรู้ใหม่ ค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ให้เป็นไปตามเหตุผลส่วนที่ 1 โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn i m
วัตถุป ถุ ระสงค์ >> คือ การกำ หนดจุดมุ่งหมายปลายทางที่ต้องการให้เกิดจากการทำ โครงงานวิทยาศาสตร์ >> หลักการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย มีดังนี้ 1. ต้องสอดคล้องกับสภาพปัญหาและชื่อเรื่อง 2. ครอบคลุมสิ่งที่ต้องการศึกษาและตัวแปร 3. ต้องระบุสิ่งที่ต้องการศึกษา ตัวแปร กลุ่มที่ศึกษา (ทำ อะไร กับใคร อย่างไร) 4. ต้องขึ้นด้วยคำ ว่า "เพื่อ" >> ตัวอย่างการเขียนวัตถุประสงค์ เช่น 1. เพื่อผลิตน้ำ หมักชีวภาพจากวัสดุธรรมชาติบางชนิด 2. เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการป้องกันแมลงศัตรูพืชของน้ำ หมักแต่ละชนิด โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim
สมมติฐานของการศึก ศึ ษา สมมติฐานของการศึกษา เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ทำ โครง งานต้องให้ความสำ คัญ ถือว่าเป็นหัวข้อที่สำ คัญอันดับต้นๆ เพราะจะทำ ให้เป็นการ กำ หนดแนวทางในการออกแบบการทดลองได้ชัดเจนและรอบคอบ สมมติฐานคือการ คาดคะเนคำ ตอบของปัญหาอย่างมีหลักและเหตุผล ตามหลักการ ทฤษฎี ที่ได้ศึกษา มา ซึ่งการคาดคะเนนี้อาจถูกหรือผิดก็ได้ แต่ต้องแสดง “เหตุ” และ “ผล” วิธีการ เขียนมีรูปแบบคือ โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim ถ้า.........(ตัวแปรต้น มีผมี ลต่อ ตัวแปรตาม แล้ว)........... ดังนั้น.....(ผลที่จะได้จากการทดลอง) ถ้า.........(ตัวแปรต้น มีผมี ลต่อ ตัวแปรตาม แล้ว)........... ดังนั้น.....(ผลที่จะได้จากการทดลอง)
ตัวแปรทางศึก ศึ ษา (เฉพาะโครงงานประเภททดลอง) ตัตั ตัตั วแปรต้ต้ ต้ต้ น หมายถึง สิ่งที่ต้องการศึกษา โดยจะเป็น สิ่งที่กำ หนดให้แตกต่างกัน เพื่อเปรียบเทียบผล ของตัวแปรนี้ หมายถึง สิ่งที่เป็นผลของตัวแปรต้น หมายถึง สิ่งอื่นๆที่อาจมีผลต่อตัวแปรตาม แต่ไม่ได้ต้องการศึกษา หรือสิ่งที่ต้องเหมือนกัน ในการทดลอง โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn i m ตัตั ตัตั วแปรตาม ตัตั ตัตั วแปรควบคุคุ คุคุ ม
ตัวอย่า ย่ งการเขีย ขี นตัวแปร นาย ก ต้องการทราบว่า ปุ๋ยA ปุ๋ยฺB และ ปุ๋ยC ปุ๋ยใดที่ทำ ให้พืชเจริญเติบโต ได้ดีที่สุดจึงทำ การทดลองปลูกพืชเป็น 4 ชุดชุดละ 10 ต้น ดังนี้ ชุดที่ 1 ไม่ใส่ปุ๋ย 10 ต้น ชุดที่ 2 ใส่ปุ๋ย A 10 ต้น ชุดที่ 3 ใส่ปุ๋ย B 10 ต้น ชุดที่ 4 ใส่ปุ๋ย C 10 ต้น ทำ การทดลองโดยปลูกพืชชนิดเดียวกัน ควบคุมแสง การรดน้ำ ปริมาณปุ๋ย ให้เท่ากัน เป็นเวลา 1 เดือน แล้ววัดความสูงของพืช โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim สามารถกำ หนดตัวแปรของการทดลองนี้ ได้ดังนี้ ตัวแปรต้น ชนิดปุ๋ย ตัวแปรตาม การเจริญเติบโตของพืช (การเพิ่มความสูง) ตัวแปรควบคุม ชนิดพืช ปริมาณแสง ปริมาณน้ำ ปริมาณปุ๋ย ฯลฯ
ขอบเขตการศึก ศึ ษา ผู้ทำ โครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องให้ความสำ คัญต่อการกำ หนดขอบเขตการทำ โครงงาน เพื่อให้ได้ผล การศึกษาที่น่าเชื่อถือ ซึ่งได้แก่ การกำ หนดประชากร กลุ่มตัวอย่าง ตลอดจนตัวแปรที่ศึกษา 5.1. ประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา (เขียนเพิ่มในกรณีโครงงานประเภทสำ รวจ) ประชากร คือ คนหรือสัตว์หรือพืช ชื่อใด กลุ่มใด ประเภทใด (ระบุชื่อวิทยาศาสตร์) ที่อยู่สถานที่ใด เวลา ใด กลุ่มตัวอย่าง คือ ส่วนหนึ่งของประชากร โดยการสุ่มให้มีจำ นวนเหมาะสม เพื่อเป็นตัวแทนของประชากรที่ สนใจศึกษา เช่น ประชากร : ต้นสัก (Tectona glandis. L) ทั้งหมดที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลำ น้ำ กก อำ เภอเมือง จังหวัดเชียงราย กลุ่มตัวอย่าง : ต้นสัก (Tectona glandis. L) จำ นวน 50 ต้น ในเขตอุทยานแห่งชาติลำ น้ำ กก อำ เภอเมือง จังหวัดเชียงราย ที่สุ่มโดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster sampling) 5.2. ช่วงเวลาที่ศึกษา ให้ระบุช่วงเวลาที่จะทำ การศึกษา เช่น มกราคม 2566- กรกฎาคม 2566 5.3. สถานที่ ระบุสถานที่ที่สำ รวจ หรือ ใช้ในการทำ การทดลอง โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim
นิย นิ ามศัพ ศั ท์ โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim หมายถึง คำ ทั่วไป แต่เมื่อนำ มาใช้ในการศึกษานี้จะหมายถึงสิ่งที่แตกต่างออกไป โดยให้เขียนอธิบายความหมายของศัพท์ดังกล่าว เช่น ในการศึกษาของนักเรียน นักเรียนวัด การเจริญเติบโตของพืช โดยการวัดความสูง จำ นวนใบ และ น้ำ หนักสด ก็ควรระบุ นิยาม ของคำ ว่า “การเจริญเติบโต” ในที่นี้ว่าหมายถึงอะไร เนื่องจาก คำ ว่า “การเจริญเติบโต” มี ความหมายกว้างกว่านี้มาก เช่น น้ำ หมักชีวภาพ หมายถึง น้ำ หมักชีวภาพจาก ขิง ข่า ฟ้าทะลายโจรและ เปลือกหอยเชอรี่ การเจริญเติบโต หมายถึง การเพิ่มความสูง จำ นวนใบ และ การเพิ่มเส้นรอบวงของ ลำ ต้นที่ระดับเหนือพื้นดิน 5 เซนติเมตร
เอกสารที่เกี่ยวข้อง โครงงานที่เกี่ยวข้อง บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อ ข้ ง
เอกสารที่เกี่ โครง กี่ ยวข้อ ข้ ง งานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim ให้ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน โดยหัวข้อที่ศึกษาจะเป็นความรู้ที่ ควรจะทราบหากจะทำ โครงงานนี้ เช่น หากต้องการทำ โครงงานเรื่อง “การศึกษา ความเหมาะสมของการนำ ไส้หญ้าปล้องไฮมีนาซีนมาใช้ดูดซับคราบน้ำ มันในแหล่งน้ำ ” เอกสารที่ควรศึกษาค้นคว้าควรประกอบด้วย 1. ปัญหาคราบน้ำ มันในแหล่งน้ำ 2. หญ้าปล้อง (อนุกรมวิธานของหญ้าปล้อง โครงสร้างภายนอก และภายในของหญ้าปล้อง) 3. วิธีการดูดซับคราบน้ำ มันในแหล่งน้ำ ที่ใช้กันในปัจจุบัน
โครงงานที่เกี่ โ กี่ ยวข้อ ข้ ง ครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim ให้ศึกษาโครงงานที่เกี่ยวข้อง กับโครงงานของตนเอง ที่มีเนื้อหาบาง ส่วนที่สามารถนำ มาใช้ประโยชน์กับโครง งานของตนเองได้
ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา วิธีการดำ เนินการ บทที่ 3 วิธีการดำ เนิน นิ การ วิเคราะห์ข้อมูล
โค ประชากร และกลุ่ม ลุ่ ตัวอย่า ย่ ง รงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim ประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา 1. ประชากร คือ คนหรือสัตว์หรือพืช ชื่อใด กลุ่มใด ประเภทใด (ระบุชื่อวิทยาศาสตร์) ที่อยู่สถานที่ใด เวลาใด 2. กลุ่มตัวอย่าง คือ ส่วนหนึ่งของประชากร โดยการสุ่มให้มี จำ นวนเหมาะสม เพื่อเป็นตัวแทนของประชากรที่สนใจศึกษา
เครื่องมือ มื ที่ โ ใช้ใช้ นการศึกษา ครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim คือเครื่องมือที่ช่วยในการบรรลุเป้าหมายของโครงการ และยังช่วย ควบคุมโครงการเป็นไปตามปัจจัยบังคับต่างๆ อย่างเวลา งบประมาณ และคุณภาพอีกด้วย ได้แก่ แบบสอบถาม (Questionnaire), แบบสัมภาษณ์ (Interview), แบบสังเกต (Observation) และแบบทดสอบ (Test)
โคร วิธีการดำ เนิน นิ การ งงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim เขียนรายละเอียดการลงมือศึกษา ให้สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์การศึกษา หัวข้อนี้ประกอบด้วย >> วัสดุ อุปกรณ์ และสารเคมี (เขียนแยกเป็นข้อๆ) >> วิธีดำ เนินการ (เขียนแยกเป็นตอนให้สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ และในแต่ละตอนให้ระบุวิธีอย่าง ละเอียด เขียนเป็นข้อๆ)
โครง วิเคราะห์ข้ ห์ อ ข้ มูล งานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถาม ทำ ได้โดยผู้วิจัยนำ แบบสอบถามที่ได้จากการตอบกลับมา และสำ รวจข้อมูลเรียบร้อยแล้ว มาตรวจให้คะแนนแต่ละข้อตามเกณฑ์ที่กำ หนดไว้และจัดระบบเพื่อนำ ไปวิเคราะห์ทางสถิติด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยดำ เนินการตาม ขั้นตอนสรุปข้อมูลตาม
ผลการดำ เนินงาน บทที่ 4 ผลการดำ เนิน นิ งาน
โครง ผลการดำ เนิน นิ งาน งานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim ผลการดำ เนินงานเป็นไป ตามเป้าหมายและจุดประสงค์ ของโครงงานที่ตั้งไว้ หรือผลที่ ได้จากการดำ เนินการของโครง งานว่าได้อย่างอย่างไร
สรุปผล อภิปราย ข้อเสนอแนะ บทที่ 5 สรุป รุ ผล อภิปรายผล และข้อ ข้ เสนอแนะ
โครง สรุป รุ ผล งานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim การสรุปผลจาก การดำ เนินการของ โครงงาน
โครง อภิปราย งานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim การสรุปผลจากการดำ เนิน การของโครงงาน โดยการสรุป ตามวัตถุประสงค์และสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ว่าเป็นไปตามที่ตั้งไว้หรือ ป่าว
โคร ข้อ ข้ เสนอแนะ งงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomnim การที่คณะจัดทำ โครงงานได้ มองเห็นข้อผิดพลาด สิ่งที่อย่าง เพิ่มเติม หรือสิ่งที่สามารถนำ โครงงานนี้ไปต่อยอดให้เรื่องใด ได้บ้าง เป็นต้น
โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn ก im การเขีขีย ขีขี นเอกสารอ้อ้า อ้อ้ งอิอิง อิอิ 1. ตำตำ ตำตำ ตำตำรา (Textbook) หรืรื รืรื อหนันั นันั งสืสื สืสื อ ชื่อ ชื่ สกุล กุ ของผู้แ ผู้ ต่ง. (ตัวเลข ปี พ.ศ.ที่ตีพิม พิ พ์)พ์ . ชื่อ ชื่ หนัง นั สือ สื . (พิม พิ พ์ค พ์ รั้งที่). เมือ มื งที่ พิม พิ พ์: พ์ โรงพิม พิ พ์ห พ์ รือสำ นัก นั พิม พิ พ์. พ์ เลขหน้า น้ เริ่มต้น–หน้า น้ สุด สุ ท้ายที่อ้า อ้ งอิง อิ . ภาษาอัง อั กฤษ ให้ให้ ช้ชื่ ช้ชื่ อ ชื่ สกุล กุ , อัก อั ษรย่อ ย่ ชื่อ ชื่ ต้น. อัก อั ษรย่อ ย่ ชื่อ ชื่ รอง (ถ้ามี)มี ของผู้แ ผู้ ต่ง. (ตัวเลข ปี ค.ศ.ที่ตีพิม พิ พ์)พ์ . เช่น ช่ ลัดดา วงศ์รั ศ์รั ตน์. น์ (2537). คู่มื คู่ อ มื การเลี้ยงแพลงก์ตอน. พิมพิพ์ค พ์ รั้งที่ 3. กรุง รุ เทพฯ: ภาควิชาชีว ชี วิทยาประมงคณะประมง มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. หน้า น้ 103 – 105. Johnson, E.A. and Schroeder, W.A. (1995). Microbial carotenoids. In Advances Biochemical Engineering and Biotechnology. Heidelberg: Springer-Verlag. pp. 119-178.
โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn ก im การเขีขีย ขีขี นเอกสารอ้อ้า อ้อ้ งอิอิง อิอิ 2. วารสาร (Journal) ชื่อ ชื่ สกุล กุ ของผู้แ ผู้ ต่ง. (ตัวเลข ปี พ.ศ.ที่ตีพิม พิ พ์)พ์ . ชื่อ ชื่ บทความ. ชื่อ ชื่ วารสาร. เล่มที่ (ฉบับ บั ที่): เลขหน้า น้ เริ่มต้น–หน้า น้ สุด สุ ท้ายที่อ้า อ้ งอิง อิ . ภาษาอัง อั กฤษ : ชื่อ ชื่ สกุล กุ , อัก อั ษรย่อ ย่ ชื่อ ชื่ ต้น. อัก อั ษรย่อ ย่ ชื่อ ชื่ รอง (ถ้ามี)มี ของผู้แ ผู้ ต่ง. (ตัวเลข ปี ค.ศ. ที่ตีพิม พิ พ์)พ์ ชื่อ ชื่ บทความ ชื่อ ชื่ วารสาร (แบบย่อ ย่ ). Volume (Issue): เลขหน้า น้ เริ่มต้น–หน้า น้ สุด สุ ท้ายที่ อ้า อ้ งอิง อิ . เช่น ช่ ไพลิน จิตจิรชุ่ม ชุ่ และลัดดา วงศ์รั ศ์รั ตน์. น์ (2550). องค์ประกอบชนิดนิและความหนาแน่น น่ ของโคพีพ พี อดบริเวณอ่า อ่ วมะนาว จัง จั หวัด ประจวบคีรีขัน ขั ธ์. วารสารวิจัย จั วิทยาศาสตร์ (section T). 6 (ฉบับ บั พิเพิศษ 1):133 - 142. Turner, J.T. (2004). The importance of small planktonic copepods and their roles inpelagic marine food webs. Zoological Studies 43(2): 255-266.
โครงงานวิทยาศาสตร์ By.Kru.Noomn ก im การเขีขีย ขีขี นเอกสารอ้อ้า อ้อ้ งอิอิง อิอิ 3. แหล่ล่ ล่ล่ งข้ข้ ข้ข้ อมูมู มูมู ลอิอิ อิอิ เล็ล็ ล็ล็ กทรอนินิ นินิ กส์ส์ ส์ส์) ชื่อ ชื่ สกุล กุ ของผู้แ ผู้ ต่ง. (ตัวเลข ปี พ.ศ.ที่ตีพิม พิ พ์)พ์ . ชื่อ ชื่ บทความ. แหล่งข้อ ข้ มูล: URL ของ เว็บไซต์ที่อ้า อ้ งอิง อิ ข้อ ข้ มูล. ค้นเมื่อ มื่ วันที่ เดือน ปี พ.ศ.. ภาษาอัง อั กฤษ ให้ให้ ช้ ชื่อ ชื่ สกุล กุ , อัก อั ษรย่อ ย่ ชื่อ ชื่ ต้น. อัก อั ษรย่อ ย่ ชื่อ ชื่ รอง (ถ้ามี)มี ของผู้แ ผู้ ต่ง. (ตัวเลข ปี ค.ศ.ที่ตีพิม พิ พ์. พ์ เช่น ช่ อกลักษณ์ จัน จั เทร์มะ และ อ่อ อ่ นจัน จั ทร์ โครตพงษ์. (2010). ผีเ ผี สื้อ สื้ กระพือ พืปีก. กรมส่ง ส่ เสริมคุณ คุ ภาพสิ่งสิ่แวดล้อม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งสิ่แวดล้อม, แหล่งข้อ ข้ มูล:http://www.deqp.go.th/website/20/index.php? option=com_content&view=article&id=4160%3A2010-09-30-03-37-43&catid=50&Itemid=74&lang=th. ค้นเมื่อ มื่ วันที่ 20 ธันวาคม 2554.