1
2 กำหนดการสอน รายวิชา ฟิสิกส์2 รหัสวิชา ว30202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ครูผู้สอน ครูขจรศรี สุทธสังข์ โรงเรียนลองวิทยา ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A 1 สมดุลกล 1-6 1) สมดุลกลเป็นสภาพที่วัตถุรักษาสภาพการ เคลื่อนที่ให้คงเดิม คือ หยุดนิ่ง หรือเคลื่อนที่ ด้วยความเร็วคงตัว หรือหมุนด้วยความเร็ว เชิงมุมคงตัว 2) วัตถุจะสมดุลต่อการเลื่อนที่คือหยุดนิ่ง หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัวเมื่อแรงลัพธ์ ที่กระทำต่อวัตถุเป็นศูนย์ เขียนแทนได้ด้วย สมการ ∑F⃑ i = 0 n i=0 3) วัตถุจะสมดุลต่อการหมุนคือไม่หมุนหรือ หมุนด้วยความเร็วเชิงมุมคงตัวเมื่อผลรวมของ โมเมนต์ที่กระทำต่อวัตถุเป็นศูนย์ เขียนแทน ได้ด้วยสมการ ∑Mi = 0 n i=0 1-2 24 8 5 2 - ตรวจผังมโนทัศน์ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงาน - ตรวจแบบฝึกหัด - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน
3 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A โดยโมเมนต์คำนวณได้จากสมการ M = Fl 4) เมื่อมีแรงคู่ควบกระทำต่อวัตถุ แรงลัพธ์จะ เท่ากับศูนย์ ทำให้วัตถุสมดุลต่อการเลื่อนที่แต่ ไม่สมดุลต่อการหมุน 5) การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อ วัตถุอิสระสามารถนำมาใช้ในการพิจารณาแรง ลัพธ์และผลรวมของโมเมนต์ที่กระทำต่อวัตถุ เมื่อวัตถุอยู่ในสมดุลกล 6) เมื่อออกแรงกระทำต่อวัตถุที่วางบนพื้นที่ ไม่มีแรงเสียดทาน ในแนวระดับ ถ้ำแนวแรง นั้นกระทำผ่านศูนย์กลางมวลของวัตถุ วัตถุจะ เคลื่อนที่แบบเลื่อนที่โดยไม่หมุน 7) วัตถุที่อยู่ในสนามโน้มถ่วงสม่ำเสมอ ศูนย์กลางมวลและศูนย์ถ่วงอยู่ที่ตำแหน่ง เดียวกัน ศูนย์ถ่วงของวัตถุมีผลต่อเสถียรภาพ ของวัตถุ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 2 งานและพลังงาน 7-11 1) งานของแรงที่กระทำต่อวัตถุหาได้จากผล คูณของขนาดของแรงและขนาดของการ กระจัดกับโคไซน์ของมุมระหว่างแรงกับการ กระจัด ตามสมการ W = F∆xcosθ หรือหา งานได้จากพื้นที่ใต้กราฟระหว่างแรงในแนว 3-6 18 7 5 3 - ตรวจผังมโนทัศน์ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงาน - ตรวจแบบฝึกหัด
4 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A การเคลื่อนที่กับตำแหน่ง โดยแรงที่กระทำ อาจเป็นแรงคงตัว หรือไม่คงตัวก็ได้ 2) งานที่ทำได้ในหนึ่งหน่วยเวลา เรียกว่า กำลังเฉลี่ย ดังสมการ Pav = W ∆t 3) พลังงานเป็นความสามารถในการทำงาน 4) พลังงานจลน์เป็นพลังงานของวัตถุที่กำลัง เคลื่อนที่คำนวณได้จากสมการ Ek = 1 2 mv 2 5) พลังงานศักย์เป็นพลังงานที่เกี่ยวข้องกับ ตำแหน่งหรือรูปร่างของวัตถุ แบ่งออกเป็น พลังงานศักย์โน้มถ่วง คำนวณได้จากสมการ Ep = mgh และพลังงานศักย์ยืดหยุ่น คำนวณได้จากสมการ Eps = 1 2 kx 2 6) พลังงานกลเป็นผลรวมของพลังงานจลน์ และพลังงานศักย์ตามสมการ E = Ek + Ep 7) แรงที่ทำให้เกิดงานโดยงานของแรงนั้นไม่ ขึ้นกับเส้นทางการเคลื่อนที่ เช่น แรงโน้มถ่วง และแรงสปริง เรียกว่า แรงอนุรักษ์ 8) งานและพลังงานมีความสัมพันธ์กัน โดย งานของแรงลัพธ์เท่ากับพลังงานจลน์ของวัตถุ ที่เปลี่ยนไป ตามทฤษฎีบทงาน-พลังงานจลน์ เขียนแทนได้ด้วยสมการ W = ∆Ek - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน
5 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A 9) ถ้างานที่เกิดขึ้นกับวัตถุเป็นงานเนื่องจาก แรงอนุรักษ์เท่านั้น พลังงานกลของวัตถุจะคง ตัว ซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์พลังงานกล เขียนแทนได้ด้วยสมการ Ek + Ep = ค่าคงตัว โดยที่พลังงานศักย์อาจเปลี่ยนเป็นพลังงาน จลน์ 10) กฎการอนุรักษ์พลังงานกลใช้วิเคราะห์การ เคลื่อนที่ต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนที่ของวัตถุที่ติด สปริง การเคลื่อนที่ภายใต้สนามโน้มถ่วงของ โลก 11) การทำงานของเครื่องกลอย่างง่าย ได้แก่ คาน รอก พื้นเอียง ลิ่ม สกรู และล้อกับเพลา ใช้หลักการของงานและสมดุลกลประกอบการ พิจารณาประสิทธิภาพ และการได้เปรียบ เชิงกลของเครื่องกลอย่างง่าย ประสิทธิภาพ ค ำ น ว ณ ไ ด ้ จ า ก ส ม ก า ร Efficiency = Wout Win × 100% การได้เปรียบเชิงกลคำนวณ ได้จากสมการ M. A. = Fout Fin = sin sout 3 โมเมนตัมและการชน 11-16 1) วัตถุที่เคลื่อนที่จะมีโมเมนตัมซึ่งเป็น ปริมาณเวกเตอร์มีค่าเท่ากับผลคูณระหว่าง มวลและความเร็วของวัตถุ ดังสมการ p⃑ = mv⃑ 7-8 20 8 5 2 - ตรวจผังมโนทัศน์ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน
6 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A 2) เมื่อมีแรงลัพธ์กระทำต่อวัตถุจะทำให้โมเม นตัมของวัตถุเปลี่ยนไป โดยแรงลัพธ์เท่ากับ อัตราการเปลี่ยนโมเมนตัมของวัตถุ 3) แรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุในเวลาสั้น ๆ เรียกว่า แรงดล โดยผลคูณของแรงดลกับเวลา เ ร ี ย ก ว ่ า ก า ร ด ล ต า ม ส ม ก า ร I = (∑ F⃑ i n i=1 )∆t ซึ่งการดลอาจหาได้จากพื้นที่ ใต้กราฟระหว่างแรงดลกับเวลา 4) ในการชนกันของวัตถุและการดีดตัวออก จากกันของวัตถุในหนึ่งมิติ เมื่อไม่มีแรง ภายนอกมากระทำ โมเมนตัมของระบบมี ค่าคงตัวซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม เขียนแทนด้วยสมการ p⃑ i = p⃑ f โดย p⃑ i เป็น โมเมนตัมของระบบก่อนชน และ p⃑ f เป็น โมเมนตัมของระบบหลังชน - ตรวจใบงาน - ตรวจแบบฝึกหัด - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 4 การเคลื่อนที่แนวโค้ง 16-20 1) การเคลื่อนที่แนวโค้งพาราโบลาภายใต้ สนามโน้มถ่วง โดยไม่คิดแรงต้านของอากาศ เป็นการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ วัตถุมีการ เปลี่ยนตำแหน่งในแนวดิ่งและแนวระดับ พร้อมกัน และเป็นอิสระต่อกัน สำหรับการ เคลื่อนที่ในแนวดิ่งเป็นการเคลื่อนที่ที่มีแรง 9-10 18 7 5 3 - ตรวจผังมโนทัศน์ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงาน - ตรวจแบบฝึกหัด
7 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A โน้มถ่วงกระทำจึงมีความเร็วไม่คงตัว ปริมาณ ต่าง ๆ มีความสัมพันธ์ตามสมการ vy = uy + ayt ∆y = ( uy + vy 2 ) t ∆y = uyt + 1 2 ayt 2 vy 2 = uy 2 + 2ay∆y ส่วนการเคลื่อนที่ในแนวระดับไม่มีแรงกระทำ จึงมีความเร็วคงตัว ตำแหน่ง ความเร็ว และ เวลา มีความสัมพันธ์ตามสมการ ∆x = ux t 2) วัตถุที่เคลื่อนที่เป็นวงกลมหรือส่วนของ วงกลม เรียกว่า วัตถุนั้นมีการเคลื่อนที่แบบ วงกลม ซึ่งมีแรงลัพธ์ที่กระทำกับวัตถุในทิศ เข้าสู่ศูนย์กลาง เรียกว่า แรงสู่ศูนย์กลาง ทำ ให้เกิดความเร่งสู่ศูนย์กลางที่มีขนาดสัมพันธ์ กับรัศมีของการเคลื่อนที่และอัตราเร็วเชิงเส้น ของวัตถุ ซึ่งแรงสู่ศูนย์กลางคำนวณได้จาก สมการ Fc = mv 2 r - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน
8 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A นอกจากนี้การเคลื่อนที่แบบวงกลมยัง สามารถอธิบายได้ด้วยอัตราเร็วเชิงมุม ซึ่งมี ความสัมพันธ์กับอัตราเร็วเชิงเส้นตาม ส ม ก าร v = ωr และแรงสู่ศูนย์กลางมี ความสัมพันธ์กับอัตราเร็วเชิงมุมตามสมการ Fc = mω2 r รวม 80 30 20 10 หมายเหตุ : สอบกลางภาค 20 คะแนน สอบปลายภาค 20 คะแนน รวมคะแนนทั้งหมด 100 คะแนน
9 กำหนดการสอน รายวิชา ฟิสิกส์4 รหัสวิชา ว30204 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1-5/3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ครูผู้สอน ครูขจรศรี สุทธสังข์ โรงเรียนลองวิทยา ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A 1 เสียง 1-5 1) เสียงเป็นคลื่นกลและคลื่นตามยาว เกิดจากการถ่ายโอน พลังงานจากการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียงผ่านอนุภาคตัวกลาง ทำให้อนุภาคของตัวกลางสั่น อัตราเร็วเสียงในอากาศขึ้นกับ อุณหภูมิของอากาศ คำนวณได้จากสมการ v = 331 + 0.6Tc 2) เสียงมีสมบัติการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และ การเลี้ยวเบน 3) กำลังเสียงเป็นอัตราการถ่ายโอนพลังงานเสียงจาก แหล่งกำเนิดเสียง กำลังเสียงต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ ของหน้าคลื่นทรงกลม เรียกว่า ความเข้มเสียง คำนวณได้จาก สมการ A P I = 4) ระดับเสียงเป็นปริมาณที่บอกความดังของเสียง โดยหาได้ จากลอการิทึมของอัตราส่วนระหว่างความเข้มเสียงกับความ เข้มเสียงอ้างอิงที่มนุษย์เริ่มได้ยิน ตามสมการ 1-3 20 6 5 2 - ตรวจผังมโนทัศน์ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงาน - ตรวจแบบฝึกหัด - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน
10 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A = 0 I I 10log 5) ระดับสูงต่ำของเสียงขึ้นกับความถี่ของเสียง เสียงที่ได้ยินมี ลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกัน เนื่องจากมีคุณภาพเสียง แตกต่างกัน 6) เสียงที่มีระดับเสียงสูงมากหรือเสียงบางประเภทที่มีผลต่อ สภาพจิตใจของผู้ฟังจัดเป็นมลพิษทางเสียง 7) ถ้าอากาศในท่อถูกกระตุ้นด้วยคลื่นเสียงที่มีความถี่เท่ากับ ความถี่ธรรมชาติของอากาศในท่อนั้นจะเกิดการสั่นพ้องของ เสียง โดยความถี่ในการเกิดการสั่นพ้องของท่อปลายเปิดหนึ่ง ด้านคำนวณได้จากสมการ 4L v f n n = เมื่อ n = 1, 3, 5, ... 8) ถ้าเสียงจากแหล่งกำเนิดเสียงสองแหล่งที่มีความถี่ต่างกัน ไม่มากมาพบกันจะเกิดบีต ทำให้ได้ยินเสียงดัง ค่อย เป็น จังหวะ 9) คลื่นเสียงสองขบวนที่มีความถี่เท่ากันมาแทรกสอดกัน จะ ทำให้เกิดคลื่นนิ่ง 10) เมื่อแหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่โดยผู้ฟังอยู่นิ่ง ผู้ฟัง เคลื่อนที่โดยแหล่งกำเนิดเสียงอยู่นิ่ง หรือทั้งแหล่งกำเนิดและ
11 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A ผู้ฟังเคลื่อนที่เข้าหรือออกจากกัน ผู้ฟังจะได้ยินเสียงที่มี ความถี่เปลี่ยนไป เรียกว่า ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ 11) ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วมากกว่า อัตราเร็วเสียงในตัวกลางเดียวกัน จะเกิดคลื่นกระแทก ทำให้ เสียงตามแนวหน้าคลื่นกระแทกมีพลังงานสูงมากมีผลทำให้ผู้ สังเกตในบริเวณใกล้เคียงได้ยินเสียงดังมาก 12) ความรู้เรื่องเสียงนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ เช่น การ ปรับเทียบเสียงเครื่องดนตรี อธิบายหลักการทำงานของเครื่อง ดนตรี การเปล่งเสียงของมนุษย์ การประมง การแพทย์ ธรณีวิทยา อุตสาหกรรม เป็นต้น 2 ไฟฟ้าสถิต 6-13 1) การนำวัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้ามาขัดสีกันจะทำให้วัตถุไม่ เป็นกลางทางไฟฟ้า เนื่องจากอิเล็กตรอนถูกถ่ายโอนจากวัตถุ หนึ่งไปอีกวัตถุหนึ่งโดยการถ่ายโอนประจุเป็นไปตามกฎการ อนุรักษ์ประจุไฟฟ้า 20) เมื่อนำวัตถุที่มีประจุไฟฟ้าไปใกล้ตัวนำไฟฟ้าจะทำให้เกิด ประจุชนิดตรงข้ามบนตัวนำทางด้านที่ใกล้วัตถุและประจุชนิด เดียวกันด้านที่ไกลวัตถุเรียกวิธีการนี้ว่า การเหนี่ยวนำไฟฟ้า สถิต ซึ่งสามารถใช้วิธีการนี้ในการทำให้วัตถุมีประจุได้ 3) จุดประจุไฟฟ้ามีแรงกระทำซึ่งกันและกัน โดยมีทิศอยู่ใน แ น ว เ ส ้ น ต ร ง ร ะ ห ว ่ า ง จ ุ ด ป ร ะ จ ุ ท ั ้ ง ส อ ง แ ล ะ มีขนาดของแรงระหว่างจุดประจุแปรผันตรงกับผลคูณของ 4-9 30 12 8 4 - ตรวจผังมโนทัศน์ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงาน - ตรวจแบบฝึกหัด - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม
12 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A ขนาดของประจุทั้งสองและแปรผกผันกับกำลังสองของ ระยะห่างระหว่างจุดประจุ ซึ่งเป็นไปตามกฎของคูลอมบ์ เขียนแทนได้ด้วยสมการ 2 12 1 2 12 r q q F = k เมื่อ 0 4 1 k = 4) รอบอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า 1 q มีสนามไฟฟ้าขนาด 2 1 r q E = k ทำให้เกิดแรงไฟฟ้ากระทำต่ออนุภาคที่มีประจุ ไฟฟ้า 5) สนามไฟฟ้าที่ตำแหน่งใด ๆ มีความสัมพันธ์กับแรงไฟฟ้าที่ กระทำต่อประจุไฟฟ้า 2 q ตามสมการ 2 12 q F E = 6) สนามไฟฟ้าลัพธ์เนื่องจากจุดประจุหลายจุดประจุเท่ากับ ผลรวมแบบเวกเตอร์ของสนามไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุแต่ละ จุดประจุ 7) ตัวนำทรงกลมที่มีประจุไฟฟ้ามีสนามไฟฟ้าภายในตัวนำ เป็นศูนย์ และสนามไฟฟ้าบนตัวนำมีทิศทางตั้งฉากกับผิว ตัวนำนั้น โดยสนามไฟฟ้าเนื่องจากประจุบนตัวนำทรงกลมที่ ตำแหน่งห่างจากผิวออกไปหาได้เช่นเดียวกับสนามไฟฟ้า เนื่องจากจุดประจุที่มีจำนวนประจุเท่ากันแต่อยู่ที่ศูนย์กลาง ของทรงกลม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน
13 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A 8) สนามไฟฟ้าของแผ่นโลหะคู่ขนานเป็นสนามไฟฟ้า สม่ำเสมอ 9) ประจุที่อยู่ในสนามไฟฟ้ามีพลังงานศักย์ไฟฟ้าคำนวณได้ จากสมการ r q q U k 1 2 = 10) พลังงานศักย์ไฟฟ้าที่ตำแหน่งใด ๆ ต่อหนึ่งหน่วยประจุ เรียกว่า ศักย์ไฟฟ้าที่ตำแหน่งนั้น โดยศักย์ไฟฟ้าที่ตำแหน่งซึ่ง อยู่ห่างจากจุดประจุแปรผันตรงกับขนาดของประจุ และ แปรผกผันกับระยะทางจากจุดประจุถึงตำแหน่งนั้นเขียนแทน ได้ด้วยสมการ r Q V = k 11) ศักย์ไฟฟ้ารวมเนื่องจากจุดประจุหลายจุดประจุ คือ ผลรวมของศักย์ไฟฟ้าเนื่องจากจุดประจุแต่ละจุดประจุ เขียน แทนได้ด้วยสมการ = = n i 1 i i r q V k 12) ความต่างศักย์ระหว่างสองตำแหน่งใด ๆ ในบริเวณที่มี สนามไฟฟ้าคือ งานในการเคลื่อนประจุบวกหนึ่งหน่วยจาก ตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งหนึ่ง เขียนแทนได้ด้วยสมการ q W V V A B B A − = → 13) ความต่างศักย์ระหว่างสองตำแหน่งใด ๆ ในสนามไฟฟ้า สม่ำเสมอขึ้นกับขนาดของสนามไฟฟ้าและระยะทางระหว่าง
14 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A สองตำแหน่งนั้น ในแนวขนานกับสนามไฟฟ้า ตามสมการ V V Ed B − A = 14) ตัวเก็บประจุประกอบด้วยตัวนำไฟฟ้าสองชิ้นที่คั่นด้วย ฉนวน โดยปริมาณประจุที่เก็บได้ขึ้นอยู่กับความต่างศักย์ คร่อมตัวเก็บประจุและความจุของตัวเก็บประจุ ตามสมการ V Q C = 15) ตัวเก็บประจุจะมีพลังงานสะสมซึ่งมีค่าขึ้นกับความต่าง ศักย์และปริมาณประจุ ตามสมการ Q V 2 1 U = 16) เมื่อนำตัวเก็บประจุมาต่อแบบอนุกรม ความจุสมมูลมีค่า ลดลง ตามสมการ ... C 1 C 1 C 1 C 1 1 2 3 = + + + 17) เมื่อนำตัวเก็บประจุมาต่อแบบขนาน ความจุสมมูลมีค่า เพิ่มขึ้น ตามสมการ C C C C ... = 1 + 2 + 3 + 18) ความรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตสามารถนำไปอธิบายการทำงาน ของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด เช่น เครื่องกำจัดฝุ่นในอากาศ เครื่องพ่นสี เครื่องถ่ายลายนิ้วมือ และเครื่องถ่ายเอกสาร 19) ความรู้เรื่องไฟฟ้าสถิตยังสามารถนำไปอธิบาย ปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ฟ้าผ่า ประกายไฟจาก การเสียดสีกันของวัตถุ ซึ่งช่วยให้สามารถป้องกันอันตรายที่ อาจเกิดขึ้น
15 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A 3 ไฟฟ้ากระแส 13-20 1) เมื่อต่อลวดตัวนำกับแหล่งกำเนิดไฟฟ้าอิเล็กตรอนอิสระที่ อยู่ในลวดตัวนำจะเคลื่อนที่ในทิศตรงข้ามกับสนามไฟฟ้า ทำ ให้เกิดกระแสไฟฟ้า ซึ่งทิศของกระแสไฟฟ้ามีทิศทางเดียวกับ สนามไฟฟ้าหรือมีทิศทางจากจุดที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงไปยังจุดที่มี ศักย์ไฟฟ้าต่ำกว่า 2) กระแสไฟฟ้าในตัวนำไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับความเร็วลอย เลื่อนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่นของอิเล็กตรอน อิสระในตัวนำและพื้นที่หน้าตัดของตัวนำ ตามสมการ I nev A = d 3) เมื่ออุณหภูมิคงตัว กระแสไฟฟ้าในตัวนำโลหะ ความต่าง ศักย์ที่ปลายทั้งสองและความต้านทานของตัวนำนั้นมี ความสัมพันธ์กันตามกฎของโอห์ม เขียนแทนได้ด้วยสมการ V R 1 I = 4) ความต้านทานของวัตถุเมื่ออุณหภูมิคงตัวขึ้นอยู่กับชนิด และรูปร่างของวัตถุ ตามสมการ A 1 R = 5) ค่าความต้านทานของตัวต้านทานอ่านได้จากแถบสีบนตัว ต้านทาน 6) เมื่อนำตัวต้านทานมาต่อแบบอนุกรม ความต้านทานสมมูล มีค่าเพิ่มขึ้น ตามสมการ R R R R ... = 1 + 2 + 3 + 10-14 30 12 7 4 - ตรวจผังมโนทัศน์ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน - ตรวจใบงาน - ตรวจแบบฝึกหัด - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน
16 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A 7) เมื่อนำตัวต้านทานมาต่อแบบขนาน ความต้านทานสมมูลมี ค่าลดลง ตามสมการ ... R 1 R 1 R 1 R 1 1 2 3 = + + + 8) แหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง เช่น แบตเตอรี่ เป็นอุปกรณ์ ที่ให้พลังงานไฟฟ้าแก่วงจร พลังงานไฟฟ้าที่ประจุไฟฟ้าได้รับ ต่อหนึ่งหน่วยประจุไฟฟ้าเมื่อเคลื่อนที่ผ่านแหล่งกำเนิดไฟฟ้า เรียกว่า อีเอ็มเอฟ คำนวณได้จากสมการ = V + Ir 9) พลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้ไปในเครื่องใช้ไฟฟ้าในหนึ่งหน่วย เวลา เรียกว่า กำลังไฟฟ้า ซึ่งมีค่าขึ้นกับความต่างศักย์และ กระแสไฟฟ้า คำนวณได้จากสมการ W = IVt เเละ P = IV 10) เมื่อนำแบตเตอรี่มาต่อแบบอนุกรม อีเอ็มเอฟสมมูลและ ความต้านทานภายในสมมูลมีค่าเพิ่มขึ้น ตามสมการ 1 2 n = + +...+ และ 1 2 n r = r + r + ...+ r ตามลำดับ 11) เมื่อนำแบตเตอรี่ที่เหมือนกันมาต่อแบบขนาน อีเอ็มเอฟ สมมูลมีค่าคงเดิม และความต้านทานภายในสมมูลมีค่าลดลง ตามสมการ 1 2 n = = = ...+ และ 1 2 n r 1 ... r 1 r 1 r 1 = + + + ตามลำดับ
17 ลำดับที่ ชื่อหน่วย สัปดาห์ที่ สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ จำนวน คาบ คะแนน วิธีวัดผล K P A 12) กระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงที่ประกอบด้วย แบตเตอรี่และตัวต้านทาน คำนวณได้ตามสมการ R r I + = 13) การนำพลังงานทดแทนมาใช้เป็นการแก้ปัญหา หรือ ตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน เช่น การเปลี่ยน พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานไฟฟ้า ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าโดย เซลล์สุริยะ 14) เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความ ต้องการทางด้านพลังงานเป็นการนำความรู้ ทักษะและ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาสร้างอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ ที่ช่วยให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวม 80 30 20 10 หมายเหตุ : สอบกลางภาค 20 คะแนน สอบปลายภาค 20 คะแนน รวมคะแนนทั้งหมด 100 คะแนน