การป้องกันและควบคุมการติด
เชื้อ
ในโรงพยาบาล (Infection
control: IC)
เชื้อดื้อยา (MDR) คือ
การที่เชื้อจุลชีพมีความทนทานต่อฤทธิ์ของยาต้านจุลชีพที่เคยใช้ทำลายเชื้อชนิดนั้นที่
เคยใช้ทำลายเชื้อชนิดนั้นได้ผลเชื้อดื้อยาหลายขนาน (Multidrug-Resistant
Organism) หมายถึง เชื้อจุลชีพโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาต้านจุลชีพ
ตั้งแต่ 3 กลุ่มขึ้นไป เช่น เชื้อแบคทีเรียแกรมลบที่ดื้อยาหลายกลุ่ม, เชื้อที่ผลิตเอนไซม์
extended spectrum beta-lactamase (ESBL)-producing เป็นต้น
นอกจากนี้แม้ว่าเชื้อบางชนิดจะระบุว่าดื้อต่อยาเพียงชนิดเดียว เช่น Methicillin-
resistant Staphylococcus aureus (MRSA), Vancomycin resistant
Enterococci (VRE) แต่เชื้อเหล่านี้มักดื้อยาที่มีใช้ในปัจจุบันร่วมด้วยการติดเชื้อ
ดื้อยาในโรงพยาบาล
ความหมายของการติดเชื้อในรพ. : HAI
•การติดเชื้อที่เกิด
ในโรงพยาบาล เป็นการติดเชื้อที่เกิดขึ้นหลังจาก
เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไป (hospital
day 3)
เชื้อจุลชีพนี้อาจเป็น Exogenous organism หรือ
Endogenousorganism
อาการของโรคอาจเกิดขณะที่อยู่ในร.พ./ออกจาก ร.พ. ขึ้นอยู่กับ
ระยะฟักตัวของเชื้อ และสภาพของผู้ป่วย
เกิดได้ทั้งกับผู้ป่วย ผู้รับบริการอื่นๆ และบุคลากร
ตำแหน่งการติดเชื้อที่เกี่ยวกับอุปกรณ์สอดใส่
•Ventilator- associated pneumonia ( VAP)
•Catheter- associated urinary tract infection (CAUTI)
•Central line-associated blood stream infection( CLABSI)
•Surgical Site infection (SSI)
ปัจจัยชักนำการติดเชื้อใน
โรงพยาบาล
อยู่อย่างแออัด
มีแหล่งเชื้อโรค
ภูมิต้านทานโรคต่ำ
การรักษาบางอย่าง
ปัจจัยด้านตัวผู้ป่วย
Underlying diseases:
–Age, genetic factor, virulence factors, underlying
disease (DM, COPD, HIV disease, chronic liver
disease, chronic renal failure) immune status,
Behavior:
–smoking, alcoholic, herbal medicine
Other factors: obesity
Therapeutic Interventions
การให้ยา:
–Corticosteroids, antacid, H2 antagonist,
proton-pump inhibitor, sedation
หัตถการ:
–Surgery, ERCP, endoscopy
การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์:
–ET tube, peripheral or central IV line,
hemodialysis catheter, Foley’s catheter
ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม
อยู่ใกล้กับผู้ป่วยอื่นที่มี
การติดเชื้อหรือมี colonization
บุคลากรที่ดูแลผู้ป่วย
อุปกรณ์ทางการแพทย์
หลักการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ
1.มนุษย์ หรือ Host E 2. สิ่งที่ทำให้เกิดโรค
การส่งเสริมสุขภาพ (Agent)
3. สิ่งแวดล้อม
โภชนาการ (Environment) การวินิจฉัยแต่เริ่มแรก
สุขศึกษา และรักษาทันที
การคุ้มกันเฉพาะโรค การควบคุมสิ่งแวดล้อม การค้นหาและรักษา
การให้ Vaccine การจัดหาน้ำสะอาด พาหะ ของโรค
การให้ยาป้องกัน การกำจัดขยะมูลฝอย การควบคุมแหล่งแพร่
การกำจัดสิ่งปฏิกูล กระจายเชื้อ
การกำจัดสัตว์ และแมลงนำโรค
Prevention of Ventilator
associated pneumonia
VAP Bundle หมายถึง แนวทางในการดูแลผู้ป่วยในการป้องกัน
ปอดอักสบจากการใช้ เครื่องช่วยหายใจ (VAP Bundle) ใช้ตัวย่อ
ว่า “WHAPO” ได้แก่ Wean, Hand hygine, Aspiration
precaution, Prevent contamination, Oral care
Weaning VAP Bundle = WHAPOC Consult
assessment Hand Prevent Oral care Physical
hygine Aspiration therapy
ข้อบ่งชี้การใส่ contamination
Ventilator 1.ปรึกษา
ล้างมือตามหลัก มาตรการป้องกัน มาตรการป้องกัน ทำความ อายุรแพทย์ด้าน
1.ภาวะขาดออกซิเจน ปอดทุกรายที่ใส่
หรือระบบหายใจล้ม การ 7 ท่า 5 ขณะ การสำลัก การปนเปื่อน สะอาดช่อง Ventilator
2ปรึกษาภาย
เหลว 01 1.ล้างมือด้วยน้ำ 1.จัดให้ผูป่วยนอน 1.ใช้resuscitator ปากของผู้ บำบัด
สบู่ผสมน้ำยาฆ่า ศีรษะสูง 30-40
2มีพยาธิสภาพที่ เชื้อ 7 ขั้นตอน นาน องศา bag และข้อต่อ 1
ปอด อย่างน้อย 30 2.Monitor cuff
3.พบปัญหาเกี่ยวกับ วินาที หรือ ล้างมือ pressure ให้ค้างอยู่ ชุด ต่อผู้ป่วยแต่ละ ป่วยวันละ 2
หลอดลม ด้วย Alcohol ระหว่าง 20- ราย ครั้งด้วย
4.ภาวะหัวใจวาย hands rub อย่าง 30cmH2o
5.อื่นๆ น้อย 20 วินาที 3.ดูดเสมหะก่อนให้ 2.หัวต่อ SMW
6.ใช้Weaning 2.ล้างมือให้ครบ 7 อาหารทางสาย
daily assessment ของresuscitator
7.ใช้Weaning
Protocal bag ให้เช็ดด้วย
Alcohol 70%
ท่า ตามหลักการ 5 4.เทน้ำที่ตกค้างใน
Ventilator circuits
Closed circuit
Oral care
Endotracheal Tube Inflator and
Manometer
กิจกรรมที่ต้องปฏิบัติ
1. ล้างมือ ตาม 5 moment
2.Ventilator Circuit ไม่พบน้ำค้างตามสายเกิน 3 ร่อง
3.ดูดเสมหะทางปากก่อนในท่อช่วยหายใจและใช้สาย suction คนละเส้น
4.น้ำสำหรับล้างสาย Sucเion เตรียมเป็นครั้งๆ ไม่มีน้ำเหลือค้าง
S. วัด CUFF PRSSURE ทุก 8 ชม.และความดันใน CUFF 20-
30cmH20
6.VENTILATOR CIRCUIT เปลี่ยนทุก 7 วันพร้อมติดป้ายบ่งชี้หรือกรณี
disposable ใช้จนจบ Case หรือเมื่อสกปรก
กิจกรรมที่ต้องปฏิบัติ
7.เตรียม NSS สำหรับละลายเสมหะเป็น single dose
8.อุปกรณ์ที่สัมผัสเยื่อบุทางเดินหายใจผ่านการ sterilization
9.จัดท่านอนศรีษะสูง 30-40 องศาในผู้ป่วยที่ ไม่มีข้อห้าม
10.แก้วน้ำที่ใช้ Mouth Care เตรียมเป็นครั้งๆ ไม่มีน้ำและสำลีเหลือค้าง
แปรงสีฟันเก็บในที่แห้ง
1 1.ล้างทำความสะอาดชุดพ่นยา เก็บในที่แห้งและเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ก่อนนำมา
ใช้ครั้งต่อไป
12.ทำความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟัน เช็ดและบ้วนปากด้วยน้ำยา B-
Mouth wash วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
13.ใช้สำลีAlcohol 70% 5 ก้อนในกระบวนการ Suction ครบทุกครั้ง
14.Ventilator Weaning assessment /Try Wean off Ventilator
Prevention of Catheter-associated
Urinary Tract Infections
CAUTI
Avoid unnecessary CAUTI BUNDER
urinary catheters
Insert urinary catheters
ข้อบ่งชี้ในการใส่สายสวนปัสสาวะคาสาย usingaseptic technique
1.มีการอุดตันในระบบทางเดินปัสสาวะ การใส่สายสวนปัสสาวะ
2.ต้องบันทึกจำนวนปัสสาวะอย่าง
เคร่งครัด 1.บุคคลากรต้องผ่านการฝึกอบรม
3.การผ่าตัด 2.ล้างมือก่อนใส่สายสวน
3.ใช้เทคนิคปราศจากเชื้อ
-ระยะเวลานาน 4.อุปกรณ์ปราศจากเชื้อ
-ความถูกต้องของI/O 5.เลือกใส่สายสวนที่เหมาะสม
-ผ่าตัดบริเวณก้นกบ 6.ยึดตรึงสายสวนให้แน่นกับตัวผู้ป่วย
-ผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ บริเวณต้นขา ปุ่มกระดูกเชิงกราน
4.แผลบริเวณก้นกบหรือบริเวณอวัยวะ
สืบพันธ์
5.จำกัดการเคลื่อนไหว
6.เพื่อความสุขสบายในผู้ป่วยระยะ
สุดท้าย
การสวนที่ไม่เหมาะสม
1.Unclear indication
2.ผู้ป่วยกลั้นปัสสาวะไม่ได้แต่ไม่มีภาวะ skin breakdown
3.Neurogenic bladder ที่สามารถทำ intermittent self-
catheterization ได้
4. ทำให้การดูแลผู้ป่วยสบายขึ้น
5.สำหรับการสวนล้างกระเพาะปัสสาวะด้วยยา amphotericin B
6. เจ้าหน้าที่ยุ่งมากจนไม่มีเวลาเอาสายสวนออก
7. เจ้าหน้าที่ลืมเอาสายสวนออก
8. เพื่อเก็บปัสสาวะส่งเพาะเชื้อ
กิจกรรม CUTI Bundle 6. ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์
Checklist ขณะคาสายสวนปัสสาวะด้วยน้ำ
และสบู่วันละ 2 ครั้งและทุกครั้ง
1.ล้างมือ ตาม 5 moment หลังขับถ่าย
2.ใส่สายสวนปัสสาวะตามข้อบ่งชี้
7.ยึดตรึงสายสวนปัสสาวะให้อยู่กับที่
3.ประเมินความจำเป็นในการคาสาย อย่างเหมาะสม
สวนปัสสาวะทุกวันและมีการเตือน 8.ดูแลระบบระบายปัสสาวะให้อยู่กับที่
อย่างเหมาะสม
แพทย์เมื่อหมดความจำเป็นในการคา 9.จัดวาง urine bag ให้ต่ำกว่า
กระเพาะปัสสาวะโดยไม่สัมผัสกับ
สายสวนปัสสาวะ 1พื0้น.ไม่เปลี่ยนสายสวนโดยไม่
4.ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ด้วย จำเป็น หรือไม่เปลี่ยนเป็น routine
Sterile water ก่อนคาสายสวน
5.ใช้ Sterile gel แบบ single use
(ใช้ครั้งเดียว)ในการหล่อลื่นสาย
การดูแลผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะ หญิง
การยึดตรึงสายสวนปัสสาวะ
ชาย
Prevention of
Central line-associated blood stream
infection( CLABSI)
Infection Risk Skin preparation
Type of Catheters Hygienic Hand
Site of catheter Hygiene
placement
Duration Clean glove
Clean the site
ต่ำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยง
IV Catheter Dressings
ใช้ก๊อสปราศจากเชื้อหรือแผ่นฟิลม์ใส
ปราศจากเชื้อติดบริเวณตำแหน่งที่แทงเข็ม
ยึดตัว catheterให้ดี เพื่อป้องกันการ
เลื่อนหลุดหรือเคลื่อนที่จากตำแหน่ง
ป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อน เชื้อ
โรคจากภายนอกเข้าสู่ตำแหน่งที่
แทงเข็ม
การปิดบริเวณตำแหน่งแทงเข็มที่
ถูกต้อง เรียบร้อย สวยงาม
4.ใช้ 2% chlohexidine in 70%
alcohal เช็ดผิวหนังบริเวณที่จะสอดใส่
กิจกรรม CLABSI Bundle Central Iine เป็นเวลา 30 วินาทีและ
Checklist ปล่อยให้แห้งสนิทก่อนเจาะผิวหนัง
5.เลือกตำแหน่งที่เหมาะสมการสอดใส่
1. ล้างมือ ตาม 5 moment Central line โดยพิจารณาความเสี่ยง
2.ใช้ maximul barrier ต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน
precaution ในการเตรียมใส่ 6. แผลบริเวณ Central line ปิดด้วย Gauze
Central line ให้รอบทั้ง 4 ด้านเปลี่ยนทุก 2 วัน ทุก
1 สวมผ้าปิดปากปิดจมูก 7 วันและเปลี่ยนทันทีเมื่อสกปรก
2.สวมหมวก เปลี่ยนสายให้สารน้ำทุก 96 ชั่วโมง
3.สวมเสื้อคลุมปราศจากเชื่อ
4.สวมถุงมือปราศจากเชื้อ 8.การให้ TPN ชนิด Lipid 9.ถอดออกทันทีที่ไม่มีความ
emulsion เปลี่ยนทุก 24 ชั่ไมง จำเป็นต้องใส่สาย
การป้องกันการติดเชื้อแผลผ่าตัด
Symptoms of SSIs
การป้องกันการติดเชื้อแผลผ่าตัด
Fever
Redness
Swelling
Heat
Pain and tenderness at the
surgical wound site
Purulent drainage
Drainage of cloudy fluid
Sudden opening of surgical
wound
Older age
Elevated glucose levels Risk factors of SSIs
Diabetes
Obesity Smoking
Malnutrition Steroid use
Immunocompromised
systems
Comorbid conditions
Perioperative transfusions
Other infections in the body
การป้องกันการติดเชื้อแผลผ่าตัด
การเตรียมผู้ป่วย
การปฏิบัติของบุคลากรในทีมผ่าตัด
การทำลายเชื้อและทำให้ปราศจากเชื้อ
อุปกรณ์ทางการแพทย์
การควบคุมสิ่งแวดล้อม
การเฝ้าระวังการติดเชื้อในห้องผ่าตัด
การเตรียมผู้ป่วย
1. ไม่โกนขนบริเวณที่จะผ่าตัด การป้องกันการติดเชื้อแผลผ่าตัด
2. ถ้าจำเป็นควรใช้กรรไกรขลิบออกแทน
3. การโกน(ในกรณีจำเป็น)ควรทำใกล้กับเวลาที่ผ่าตัดที่สุด
4. ทำความสะอาดและเตรียมผิวหนังบริเวณที่จะผ่าตัดและบริเวณ
โดยรอบด้วยน้ำยาทำลายเชื้อที่เหมาะสมควรกระทำในห้อง
ผ่าตัด
5. ใช้ยาต้านจุลชีพเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่แผลผ่าตัดอย่าง
เหมาะสม
6. ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อควรทำเป็นรายสุดท้ายของ
การป้องกันการติดเชื้อแผลผ่าตัด
การควบคุมสิ่งแวดล้อม
กิจกรรม SSI Bundle 3.ให้ยา Antibiotic Prophylacxis
Checklist เฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้และให้ไม่เกิน 1
ชั่วโมงก่อนลงมีด
1. ล้างมือ ตาม 5 moment
4.รักษาอุณภูมิร่างกายผู้ป่วยหลัง
2. ไม่จำกัดขน หรือผมยกเว้นขน ผ่าตัด 36-38 องศาเซลเซียส
หรือผมนันรบกวนการผ่าตัดถ้ำ ร.ควบคุมระดับนำตาลในเลือค
จำเป็นต้องกำจัดให้ใช้ clipper โดย ภายใน 48 ชั่วโมงหลังผ่าตัดไม่
โกนขนทันทีก่อนทำการผ่าตัดหรือ เกิน 200mg/dl
ใน 1 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด
แหล่งข้อมูล
https://nurse.pmk.ac.th/images/WI/PMK-WND-029.pdf
https://www.thatakiabhospital.com/uploads
https://www.rama.mahidol.ac.th/ic/sites/default/files/publi
c/pdf/CAUTI
https://ns.mahidol.ac.th/english/th/departments/MN/th/k
m/2561.pdf