The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 5 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พรทิพย์ พลกิจ, 2021-05-27 22:28:07

หน่วยที่ 5 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

หน่วยที่ 5 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

สอื่ การสอน PowerPoint
online E-bookใชโ้ ปรแกรม Pubhtml5

เรอื่ งวนั สาคญั ทาง
พระพทุ ธศาสนา

จดั ทำโดย นำงสำวพรทิพย์ พลกิจ
ครูชำนำญกำรพิเศษ

โรงเรยี นแหลมสงิ หว์ ิทยำคม จ.จนั ทบรุ ี

สำนกั งำนเขตพืน้ ท่ีกำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำเขต ๑๗

คำนำ

• ส่ือกำรสอน PowerPoint เร่ืองวนั สำคญั ทำงพระพทุ ธศำสนำใช้เป็ น
ส่ือกำรเรียนกำรสอนในรำยวชิ ำสังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
รหัสวชิ ำ ส๓๑๑๐๑ ช้ันมธั ยมศึกษำปี ท่ี ๔ ประกอบด้วยเนื้อหำ ๗ เร่ือง
ได้แก่ วนั มำฆบูชำ วนั วสิ ำขบูชำ วนั อำฬหบูชำ วนั เข้ำพรรษำ วนั ออกพรรษำ
วนั ธรรมสวนะ วนั อฏั มบี ูชำ และแบบทดสอบเกบ็ คะแนน ๓๕ ข้อ ใช้เวลำ
สอน ๒ ชั่วโมง

ทำงผ้จู ัดทำหวงั ว่ำสื่อกำรสอน PowerPoint เรื่องวนั สำคญั
ทำงพระพุทธศำสนำ คงเป็ นประโยชน์ต่อนักเรียนและคุณครูผ้สู อนสังคม
ได้พอสมควร

วนั สำคญั ทำงพระพุทธศำสนำ

๑. วันมาฆบูชา ๕. วันออกพรรษา

๒. วนั วสิ ำขบูำ ๖. วันธรรมสวนะ
๗. วันอัฐมบี ชู า
๓. วนั

อำสำฬหบูช


๔. วันเข้าพรรษา

ตรงกบั วนั เพ็ญ
เดอื น ๓

วนั มำฆบชู ำ เป็นวนั ท่ีพระพทุ ธเจำ้ ทรงแสดงหลกั กำรของพระพทุ ธศำสนำในท่ี
ประชมุ ใหญ่ของพระสงฆส์ ำวก

ลกั ษณะของกำรประชมุ ใหญ่พระสงคส์ ำวกครงั้ นนั้ เรยี กวำ่
จาตุรงคสันนิบาต คือกำรประชมุ ท่ีประกอบดว้ ย

องค์ ๔ ประการ

องค์ ๔ ประกำร

๑. วันประชุมตรงกับวันเพญ็ เดอื น ๓
๒. พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูปมาประชุมกันโดยมไิ ดน้ ัดหมาย
๓. พระสงฆเ์ หล่านั้นล้วนเป็ นเอหภิ กิ ขุอุปสัมปทา
๔. พระสงฆเ์ หล่านั้นเป็ นพระอรหนั ตท์ งั้ สิน้

หลักธรรมทเ่ี กีย่ วขอ้ ง

โอวาทปาตโิ มกข์ คอื คาสอนอันเป็ นหัวใจของพระพุทธศาสนา มี ๓
ประการคอื

๑. การไม่ทาบาปทงั้ ปวง

๒. การทากุศลใหถ้ งึ พร้อม
๓. การทาจติ ใจของตนให้ผ่องใส

การปฏิบตั ิตนในวนั มาฆบชู า

๑. ทำบญุ ตกั บำตร กรวดนำ้ แผส่ ว่ นกศุ ลใหแ้ ก่ผลู้ ว่ งลบั ไปแลว้
๒. ฟังธรรมเทศนำท่ีวดั ทำงวิทยุ
๓. รกั ษำศีล ๕ หรอื ศีล ๘ โดยงดเวน้ กำรเบียดเบียนตนเองและผอู้ ่ืน
๔. บำเพญ็ สำธำรณประโยชน์ บรจิ ำคทรพั ยเ์ พ่ือกำรกศุ ล บรจิ ำคโลหติ
๕. นำดอกไมธ้ ปู เทียน ไปเวยี นเทยี นเป็นพทุ ธบชู ำ



วนั วสิ ำขบูชำ

หลกั ธรรมที่เกยี่ วขอ้ ง

อริยสัจ ๔ หมำยถึง ควำมจรงิ อนั ประเสรฐิ ท่ีพระพทุ ธเจำ้ ตรสั รูด้ ว้ ย
ตนเอง เป็นหลกั ควำมจรงิ ของชีวติ ท่ีสำมำรถนำผู้

ปฏบิ ตั ไิ ปสคู้ วำมพน้ ทกุ ข์ หรอื แกป้ ัญหำชีวิตได้

อริยสัจ ๔

๑. ทุกข์ คือ สภำพท่ีทนไดย้ ำก แบง่ ออกเป็น ๒ ประกำร คอื
• สภาวะทกุ ข์ คือ ทกุ ขป์ ระจำท่ีทกุ คนมเี หมอื นกนั หมดและหลกี เลีย่ ง

ไมไ่ ด้ ไดแ้ ก่ ควำมเกิด ควำมแก่ เจบ็ และควำมตำย
• ปกิณทกุ ข์ คอื ควำมทกุ ขท์ ่ีเกิดจำกกำรทนตอ่ เหตภุ ำยนอกท่ีมำกระทบ

ไมไ่ ด้ เรยี กวำ่ ทกุ ขจ์ ร เชน่ ควำมเศรำ้ โศก ควำมไมส่ บำยกำยไมส่ บำย
ใจ ควำมพลดั พรำกจำกสง่ิ อนั เป็นท่ีรกั ควำมผดิ หวงั

อริยสัจ ๔

๒. สมุทยั คือ สำเหตขุ องควำมทกุ ข์ มีอยู่ ๓ ประกำร
ภวตณั หำ คือ ควำมอยำกเป็น
วภิ วตณั หำ คือ ควำมไมอ่ ยำก
กำมตณั หำ คือ ควำมอยำกได้

๓. นิโรธ คือ กำรดบั ทกุ ข์ เป็นสภำพจติ ท่ีสงบ
ปรอดโปรง่ อิสระ คือ กำรขจดั ภำวะตณั หำน่นั เอง

อริยสัจ ๔

๔. มรรค ๘ ถำ้ ปฏิบตั ิตำมมรรค ๘ แลว้ จะทำใหเ้ กิดกำรพน้
ทกุ ข์
มรรค ๘ ประกอบดว้ ย

- ความเหน็ ชอบ ( สัมมาทฏิ ฐิ )
- ความดาริชอบ (สมั มาสงั กปั ปะ )
- การเจรจาชอบ (สัมมาวาจา)

- การทางานชอบ (สัมมากัมมนั ตะ)
- การเลีย้ งชพี ชอบ ( สัมมาอาชวี ะ)
- ความเพยี รพยายามชอบ (สัมมาวายามะ)
- ความละลึกชอบ (สัมมาสต)ิ
- ความตงั้ ใจม่ันชอบ (สัมมาสมาธิ )

กำรปฏิบตั ติ นในวนั วสิ ำขบูชำ

๑. ทาบุญตักบาตร
๒. ฟังเทศ
๓. รักษาศีล ๕ ศีล ๘
๔. บาเพญ็ สาธารณประโยชน์
๕. นาดอกไม้ธูปเทยี นไปเวียนเทยี น



วนั อำสำฬหบูชำ การบชู าใน
วนั เพญ็ เดอื น



ควำมสำคญั

๑. เป็ นวันทพี่ ระพทุ ธเจ้า แสดงธรรมเป็ นครั้ง
แรกโปรดปัญจวัคคีย์ ณ ป่ าอสิ ิปตน
มฤคทายวัน แขวงเมอื งพาราณสี

เรียกการแสดงธรรมครั้งแรกนีว้ ่า
“ธรรมจกั กัปปวัตตนสูตร”

• ๒. ทาใหเ้ กดิ พระอริยสงฆอ์ งคแ์ รกของโลกคอื
โกณฑัญญะ
• ๓. เป็ นวันทม่ี พี ระรัตนตรัยครบสมบรู ณ์ คอื
พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์

หลักธรรมทเ่ี กี่ยวข้องในวันอาสาฬหบชู า

ธรรมจักกัปปวัตตนสูตร

มีควำมสำคญั กลำ่ วถงึ ท่ีสดุ ๒ อยำ่ งท่ีไมค่ วรปฏิบตั ิ
และทำงท่ีควรปฏบิ ตั คิ ือ มรรค ๘

ทสี่ ุด ๒ อย่ำงท่ไี ม่ควรไม่ปฏบิ ัติ

๑. กามสุขัลลิกานุโย หมายถงึ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นให้พัวพนั
อยใู่ นกามสุข (สุขทเ่ี กดิ จากกามารมณ)์

๒. อัตตกลิ มถานุโยค หมายถงึ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ หล้ าบาก ไดแ้ ก่
การบาเพญ็ ตบะด้วยวธิ ที รมานตนเอง เช่น การนอนบนเหลก็ แหลม
การกลั้นลมหายใจ การอดอาหาร

มรรคมอี งค์ ๘

๑. สมั มำทิฏฐิ คือ ควำมเห็นชอบ
๒. สมั มำสงั กปั ปะ คอื ควำมดำรชิ อบ
๓. สมั มำวำจำ คือ กำรเจรจำชอบ
๔. สมั มำกมั มนั ตะ คือ กำรทำงำนชอบ
๕. สมั มำอำชีวะ คือ กำรเลยี้ งชีพชอบ
๖. สมั มำวำยำมะ คอื ควำมเพียรพยำยำมชอบ
๗. สมั มำสติ คือ ควำมระลกึ ชอบ
๘. สมั มำสมำธิ คอื ควำมตงั้ ใจม่นั ชอบ

กำรปฏบิ ัตติ นของพทุ ธศำสนิกชนทดี่ ี

๑. ทำบญุ ตกั บำตร กรวดนำ้ แผส่ ว่ นกศุ ลใหแ้ ก่ผลู้ ว่ งลบั ไปแลว้
๒. ฟังธรรมเทศนำท่ีวดั ทำงวทิ ยโุ ทรทศั น์
๓. รกั ษำศีล ๕ หรอื ศลี ๘ โดยงดเวน้ กำรเบียดเบยี นตนเองและผอู้ ่ืน
๔. บำเพ็ญสำธำรณประโยชน์ บรจิ ำคทรพั ยเ์ พ่ือกำรกศุ ล บรจิ ำคโลหิต
๕. นำดอกไมธ้ ูปเทียน ไปเวียนเทียนเป็นพทุ ธบชู ำ



วนั เข้ำพรรษำ

ควำมสำคญั ของวนั เข้ำพรรษำ

๑. พระภิกษุไดป้ ฏบิ ตั ติ ำมพระบรมพทุ ธำนญุ ำติ และประจำท่ี
อยนู่ ำนๆ จะไดม้ ีโอกำสศกึ ษำพระธรรมวนิ ยั
๒. เป็นกำรเปิดโอกำสใหช้ ำวพทุ ธไดบ้ ำเพญ็ ทำน รกั ษำศีล
ฟังธรรม เจรญิ ภำวนำ
๓. เป็นกำรเปิดโอกำสใหช้ ำวพทุ ธไดง้ ดเวน้ อบำยมขุ และควำม
ช่วั ตำ่ งๆ

หลกั ธรรมทเี่ กย่ี วข้องกบั พระภิกษุสงฆ์

อริยวงศ์ ๔ ประกอบด้วย
๑. สันโดษด้วยจวี ร คือ พอใจดว้ ยจีวรท่ีมีอยู่
๒. สันโดษด้วยบณิ ฑบาต คือ พอใจในอำหำรท่ี
ชำวบำ้ นถวำย
๓. เสนาสนะสันโดษ คือ พอใจในท่ีพกั อำศยั
๔. ภาวนาปหานารามตา คือ ยินดีในกำรทำบญุ และ
ละอกศุ ล

หลกั ธรรมทพ่ี ทุ ธศำสนิกชนควรนำมำเป็ นแนวทำง
ในกำรดำเนินชีวติ

วริ ัติ
๑. สัมปัตตวริ ัติ ได้แก่ การงดเว้นจากบาป ความช่ัว
และอบายมุขตา่ งๆ ด้วยความรู้สกึ ทเ่ี กรงกลัวต่อ
บาปขนึ้ มาเอง
๒. สมาทานวริ ัติ ได้แก่ การงดเว้นจากความช่ัวและ
อบายมุขต่างๆ โดยการถอื ศีล ๕ หรือศลี ๘ พร้อม
ทงั้ ระมัดระวังไม่ให้ศลี ขาดหรือดา่ งพร้อย
๓. สมุจเฉทวริ ัติ เป็ นการงดเว้นอบายมุขหรือบาป
ตา่ งๆได้อย่างเดด็ ขาด โดยตรงซง่ึ ทา่ นถอื ว่าเป็ น
คุณธรรมของพระอรยิ เจ้า

เทศกำลทเี่ กย่ี วข้องกบั วนั เข้ำพรรษำ

๑. กำรถวำยผำ้ อำบนำ้ ฝน
๒. กำรถวำยเทียนพรรษำ เทศกำลดงั กลำ่ วชำวพทุ ธ
ไดป้ ฏบิ ตั สิ ืบเน่ืองตอ่ กนั มำ จนเป็นประเพณีโดยจะ
เรม่ิ ก่อนชว่ งเขำ้ พรรษำ ประมำณ ๑ เดอื น
แตส่ ว่ นใหญ่จะมีพิธีกนั ในวนั กอ่ นเขำ้ พรรษำ ๑ วนั
คอื วนั ขนึ้ ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ (วนั อำสำฬหบชู ำ)

กำรปฏบิ ัตติ นสำหรับพทุ ธศำสนิกชน

๑. ไปทำบญุ ตกั บำตร
๒. รกั ษำศีล
๓. ฟังธรรม
๔. ถวำยเครอ่ื งไทยธรรมและดอกไมธ้ ูปเทียน
๕.อธิษฐำนใจของดเวน้ ควำมช่วั และตงั้ ใจทำควำมดี
ตลอดระยะเวลำ ๓ เดือน เชน่ งดเวน้ กำรด่มื สรุ ำ
งดเวน้ กำรเลน่ กำรพนนั ตงั้ ใจรกั ษำศลี ๕ ตงั้ ใจ
ถวำยทำนแดพ่ ระภกิ ษุสำมเณร





ควำมสำคญั ของวนั ออกพรรษำ

๑. พระภกิ ษุทอี่ ยู่จาพรรษาได้รับอนุญาตให้ไปจาริกค้างแรมทอ่ี น่ื

๒. พระภกิ ษุเหล่านั้นเมอ่ื อยู่จาพรรษาไดร้ ่าเรียนอบรมพระธรรมวนิ ัยจนมี
ความรู้แตกฉานกน็ าความรู้นั้นไปเผยแผ่แก่ประชาชน

๓. พระภกิ ษุไดท้ าการปวารณา เปิ ดโอกาสใหว้ ่ากล่าวตกั เตอื นกัน

๔. เปิ ดโอกาสให้ประชาชนนาแบบอย่างการปวารณาไปใช้

๕. เปิ ดโอกาสใหป้ ระชาชนไดท้ าบุญ รักษาศลี

หลกั ธรรมทเ่ี กยี่ วข้อง

๑. ความเสยี สละ จาคะ หมำยถึง ควำมมนี ำใจ
เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผ่ สำมำรถทำได้ ๒ วธิ ี คอื
- เสียสละวตั ถุ หรอื สง่ิ ของ
- เสียสละอำรมณห์ รอื กิเลสท่ีเป็นเหตใุ หจ้ ิตใจเศรำ้

หมอง

๒. ความสามัคคี หมำยถงึ ควำมพรอ้ มเพรยี งกนั ควำมรกั ใครป่ องดอง
กนั เป็นหลกั ธรรมสำคญั ท่ีสำมำรถนำควำมสขุ และควำมเจรญิ มำสหู่ มู่
คณะได้ ดว้ ยเหตนุ ีจ้ งึ มคี ำกลำ่ ววำ่ สุขา สังฆสั สะสามัคคี (ควำม
สำมคั คีนำควำมสขุ มำสหู่ มคู่ ณะ)

เทศกำลทช่ี ำวพทุ ธปฏิบตั กิ นั เป็ นประจำ

การตกั บาตรเทโว เรยี กอีกอย่ำงหน่งึ วำ่ วันเทโวโรหณะ

เป็ นวันทพ่ี ระพุทธเจ้าเสดจ็ ลงมาจากดาวดงึ สเ์ ทวโลก
หลังจากแสดงพระอธธิ รรมโปรดพระมารดา

ในวันนีไ้ ดเ้ กดิ เหตุอัศจรรย์ คอื เทวดา มนุษยแ์ ละสัตว์
ทเ่ี กดิ ในนรก ต่างมองเหน็ ซงึ่ กันและกัน

จงึ นิยมเรียกวันนีอ้ กี อยา่ งหนึ่งว่าวันพระเจ้าเปิ ดโลกคอื
เปิ ดโลกให้โลกทัง้ ๓ ไดเ้ หน็ กัน

กำรปฏบิ ัตติ นสำหรับพทุ ธศำสนิกชน

ชำวพทุ ธจะไปทำบญุ ตกั บำตรท่ีวดั โดยจำลองสถำนกำรณ์
วนั ท่ีพระพทุ ธเจำ้ เสดจ็ ลงมำจำกดำวดงึ สเ์ ทวโลก จะน่งั หรอื ยืน
สองฝ่ังทำงลงจำกอโุ บสถหรอื ศำลำใหพ้ ระภิกษุสงฆเ์ ดนิ เขำ้
แถวเรยี งลำดบั รบั บำตรตรงกลำง โดยมีมคั นำยกเดินอญั เชิญ
พระพทุ ธรูปนำหนำ้ แถวพระภกิ ษุสงฆ์



ในประเทศไทยกำหนดวนั พระไว้
เดอื นละ ๔ วนั คอื วนั ขนึ้ ๘ ค่ำ
วนั ขนึ้ ๑๕ ค่ำ วนั แรม ๘ค่ำและ

วนั แรม ๑๕ ค่ำ

ควำมสำคญั

วนั พระเป็นวนั สำคญั วนั หน่งึ ในพระพทุ ธศำสนำ เป็น
วนั แหง่ กำรทำควำมดี โดยพระพทุ ธองคไ์ ดท้ รง

อนญุ ำตใหช้ ำวพทุ ธไดม้ ีโอกำสทำบญุ ทำทำนรกั ษำ
ศีล เจรญิ ภำวนำ และฟังธรรม เพ่ือทำจิตใจให้
สะอำด สงบและสวำ่ งย่งิ ๆขนึ้ ไป

คุณธรรมทพี่ ทุ ธศำสนิกชนนำมำปฏบิ ตั เิ ป็ นประจำในวนั
ธรรมสวนะ

กาเลน ธัมมสากัจฉา หมำยถงึ กำรสนทนำธรรมตำมกำล

การสนทนาธรรม คอื การทค่ี นตัง้ แตส่ องคนขนึ้ ไปพดู
กันถงึ ปัญหาเกย่ี วกับความดี ความช่ัว ความควรไม่ควร
การสนทนาทจ่ี ะเป็ นการสนทนาธรรมนั้น เรียกว่า
สนทนาต้องเป็ นเรื่องทางธรรม มใิ ช่เรื่องทางโลก

กำรสนทนำธรรมจะได้ผลดตี ้องปฏิบัตดิ งั นี้

๑.มงุ แสวงหำธรรมจรงิ ๆ
๒.รกั ษำมำรยำทในกำรสนทนำ
๓.ไม่ดหู ม่นิ คสู่ นทนำ
๔.ไมด่ หู ม่ินตนเอง
๕.ยดึ ถือเหตผุ ลอยำ่ ยดึ ถือบคุ คล

กำรปฏิบตั ติ นในวนั ธรรมสวนะในฐำนะทเ่ี ป็ นพทุ ธศำสนิกชน
ทด่ี คี วรปฏิบตั ดิ งั นี้

๑.ไปทำบญุ ตกั บำตร

๒.รกั ษำศลี ๕ ศลี ๘
๓.บำเพ็ญสำธำรณะประโยชน์
๔.ปลอ่ ยนกปล่อยปลำ
๕.กจิ กรรมอนื่ ๆในกำรกระทำ
ควำมดี





ความสาคญั ของ
วันอฐั มบี ชู า

เป็นวนั ท่ีถวำยพระเพลิง
พระสรรี ะของพระพทุ ธเจำ้
ท่ีเมืองกสุ นิ ำรำซง่ึ ตรงกบั
วนั แรม ๘ ค่ำ เดอื น ๖ คอื

หลงั พทุ ธปรนิ พิ พำน ๗ วนั

หลกั ธรรมทพ่ี ทุ ธศำสนิกชนควรนำไปปฏิบตั ิ

ไตรลักษณ์ อนิจจงั ทกุ ขงั อนตั ตำ

ไตรลักษณ์ คือ ภำวะท่ีตงั้ อยเู่ ป็น
ธรรมดำ ลกั ษณะท่ีเรยี กวำ่ ธรรมฐิติ
เป็นกฎธรรมชำติ แสดงลกั ษณะของ

สงั ขำรทงั้ ปวง

ลกั ษณะของสังขำรท้งั ปวงเป็ นดังนี้

๑.อนิจจตา ควำมไมเ่ ท่ียงแท้ ควำมไมค่ งท่ี ภำวะท่ีเกิดขนึ้ แลว้ เส่อื มสลำยไป

๒.ทุกขตา ควำมเป็นทกุ ข์ ภำวะท่ีถกู บงั คบั ดว้ ยกำรเกิดขนึ้ และสลำยไป

๓.อนัตตตา คือ สภำวะควำมเป็น
อนตั ตำ ควำมไมม่ ีตวั ตน จำก
ควำมเป็นน่นั เป็นน่ี ไมม่ ีใครเป็น
เจำ้ ของ ไมเ่ ป็นของใครจรงิ

ในวนั อฏั ฐมบี ูชำควรปฏบิ ัตติ นดงั นี้

๑.ไปทำบญุ ตกั บำตร
๒.รกั ษำศีล
๓.ฟังธรรม
๔.เวยี นเทยี น


Click to View FlipBook Version