The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

V2_มคว 2 กองออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Charanpong Sakethong, 2023-07-24 02:22:44

V2_มคว 2 กองออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเ

V2_มคว 2 กองออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเ

128 EPA 1 ดูแลรักษาโรคและปญหาทางออรโธปดิกสที่พบบอยในผูปวยนอก Offering management for ambulatory orthopedic patients หัวชอที่ รายละเอียด 1.ชื่อเรี่องกิจกรรม ดูแลรักษาโรคและปญหาทางออรโธปดิกสที่พบบอยในผูปวยนอก Offering management for common ambulatory orthopedic patients 2.ขอกำหนดและขอจำกัดของ กิจกรรม (บริบทสถานที่ลักษณะ ผูปวย) รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาชีพที่ตองมี 2.1 การมีทาทีและทักษะในการซักประวัติที่เหมาะสม 2.2 สามารถตรวจรางกายตามระบบไดอยางถูกตองและเหมาะสม 2.3 วางแผนการสงตรวจทางหองปฏิบัติการอยางมีเหตุผล ประหยัด และคุมคา 2.4 รวบรวมขอมูลจากประวัติ การตรวจรางกาย ผลตรวจทางหองปฏิบัติการและการ ตรวจพิเศษตาง ๆ เพื่อนำมาตั้งสมมติฐาน วิเคราะหหาสาเหตุของปญหาผูปวย 2.5 ใชวิจารณญาณที่เหมาะสมในการตัดสินใจทางคลินิก การใหการวินิจฉัย และการ บำบัดรักษาผูปวย 2.6 การชี้แจง ใหขอมูลเพื่อใหไดรับความรวมมือจากผูปวยและญาติในการดูแลรักษาที่ เหมาะสม 2.7 สามารถบอกขอบงชี้ ขอหาม ภาวะแทรกซอน และมีทักษะในการทำหัตถการที่ จำเปนในการใหการบำบัดรักษาผูปวยนอก 2.8 บันทึกเวชระเบียนอยางเปนระบบถูกตองและตอเนื่อง บริบท สถานที่: คลินิกผูปวยนอก ผูปวย: ผูปวยที่ที่มารับบริการที่แผนกผูปวยนอกทุกอายุในโรคหรือปญหาทางออรโธป ดิกสที่พบบอย เชน ปญหาทางมือ ปวดหลัง ขอเขาเสื่อม และปญหาทางกระดูกสันหลัง เนื้องอก ปญหาทางออรโธปดิกสที่พบบอยในเด็ก เปนตน ขอจำกัด: ผูปวยตองไมอยูในภาวะฉุกเฉินหรือตองการการรักษาในโรงพยาบาล 3.สมรรถนะหลักทางวิชาชีพที่ เกี่ยวของ 3.1. การบริบาลผูปวย (Patient care) 3.2. ความรูและทักษะหัตถการเวชกรรม (Medical knowledge & procedural skills) 3.3. ทักษะระหวางบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills) 3.4. การเรียนรูและการพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement) 3.5. ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (Professionalism) 3.6. การทำเวชปฏิบัติใหสอดคลองกับระบบสุขภาพ (Systems-based practice)


129 4.ขอกำหนดดานประสบการณ ความรู ทักษะ ทัศนคติพฤติกรรม 4.1 ความรูพื้นฐานทางออรโธปดิกส 4.2 ทักษะทางคลินิกในการซักประวัติและการตรวจรางกายทางออรโธปดิกสระบบตาง ๆ การแปลผลการสงตรวจทางหองปฏิบัติการ การตรวจทางรังสีวิทยา และการตรวจ พิเศษอื่น ๆ เพื่อการคิดวิเคราะหอยางเปนเหตุเปนผลอันนำไปสูการตัดสินใจใหการดูแล รักษาผูปวยอยางเหมาะสม รวมถึงการทำหัตถการทางออรโธปดิกสในผูปวยนอกที่ จำเปน 4.3 ทักษะในการติดตอสื่อสารทั้งการพูดและการเขียน นำเสนอขอมูลผูปวย และ อภิปรายปญหาอยางมีประสิทธิภาพ 4.4 สื่อสารใหขอมูลแกญาติ และผูปวย ไดอยางถูกตองและมีประสิทธิภาพ 4.5 มีพฤตินิสัยและเจตคติที่ดีตอวิชาชีพแพทย มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณ แหงวิชาชีพ 5.การวัดและการประเมินผล 5.1 การสังเกตระหวางปฏิบัติงานโดยอาจารยอยางนอย 2 ครั้งตอป 5.2 Case-based discussion การสอบรายผูปวย หรือการประเมินสังเกตโดยตรงโดย อาจารยแตละอนุสาขา 5.3 การสอบประเมินการทำหัตถการที่ใชบอยในผูปวยนอก เชน การฉีดยาในผูปวย ปลอกหุมเอ็นอักเสบหรือพังผืดกดทับเสนประสาทในอุโมงคขอมือ การเจาะขอและการ ฉีดยาเขาขอ การผาตัดเล็ก เปนตน 6.ระดับความสามารถตาม EPA ของ แพทยฝกอบรมแตละชั้นป ระดับ L1 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.2 ภายใตการควบคุมของอาจารยอยาง ใกลชิด ระดับ L2 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.4 ภายใตการชี้แนะของอาจารย ระดับ L3 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.6 ภายใตอาจารยใหความชวยเหลือ เมื่อตองการ ระดับ L4 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.8 ไดดวยตนเองโดยไมตองมีการกำกับ ดูแล ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L1 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 2 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L2 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 3 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L3 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 4 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L4 เมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม 7.วันหมดอายุการรับรองการประเมิน หากไมมีการทำกิจกรรมในเรื่องนี้เลยเปนเวลา 1 ป ตองรับการประเมินใหม


130 EPA 2 ดูแลรักษาภาวะการบาดเจ็บและกระดูกหักหลายตำแหนง รวมทั้งการสงตอที่เหมาะสม Conduct management of multiple fractures and trauma including proper referral หัวชอที่ รายละเอียด 1.ชื่อเรี่องกิจกรรม ดูแลรักษาภาวะการบาดเจ็บ และกระดูกหักหลายตำแหนง รวมทั้งการสงตอที่เหมาะสม Conduct management of multiple fractures and trauma including proper referral 2.ขอกำหนดและขอจำกัดของกิจกรรม (บริบทสถานที่ลักษณะผูปวย) รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาชีพที่ตองมี 2.1 สามารถประเมินผูปวยในภาวะฉุกเฉิน เพื่อใหไดขอมูลในการวางแผนใหการรักษา รวมถึงวิเคราะหปญหาอื่น ๆ ที่อาจพบรวมดวยตามมาตรฐาน Advanced trauma life support (ATLS) 2.2 สามารถทำงานประสานงานกับทีมสหสาขาเพื่อรวมดูแลผูปวยไดอยางครอบคลุม 2.3 มีความสามารถในการใหการรักษาที่จำเปนเบื้องตนเพื่อใหคนไขปลอดภัย รวมถึงให การรักษาขั้นสุดทายที่เหมาะสม ตามศักยภาพของสถาบัน 2.4 อธิบายวิธีปฏิบัติตัวรวมถึงผลขางเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อผูปวยและญาติไดรับการ รักษาโดยวิธีดังกลาว 2.5 สามารถสงตอผูปวยไดอยางปลอดภัยในกรณีที่เกินศักยภาพของสถาบัน 2.6 สามารถบันทึกขอมูลในเวชระเบียนไดอยางครอบคลุมเหมาะสม บริบท สถานที่: หองฉุกเฉิน หองผาตัด ICU ผูปวย: ผูปวยฉุกเฉินที่ไดรับบาดเจ็บหลายตำแหนง ขอจำกัด: ไมมี 3.สมรรถนะหลักทางวิชาชีพที่ เกี่ยวของ 3.1. การบริบาลผูปวย (Patient care) 3.2. ความรูและทักษะหัตถการเวชกรรม (Medical knowledge & procedural skills) 3.3. ทักษะระหวางบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills) 3.4. การเรียนรูและการพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement) 3.5. ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (Professionalism) 3.6. การทำเวชปฏิบัติใหสอดคลองกับระบบสุขภาพ (Systems-based practice)


131 4.ขอกำหนดดานประสบการณ ความรู ทักษะ ทัศนคติพฤติกรรม 4.1 ความรูและทักษะการซักประวัติและการตรวจรางกาย การสงตรวจเพิ่มเติมและ แปลผล ทางรังสีวิทยาและทางหองปฏิบัติการ เพื่อใหไดขอมูลที่จำเปนและเพียงพอสำหรับการ พิจารณาแนวทางการตรวจวินิจฉัยและการรักษา 4.2 ความรูและทักษะในการดำเนินการรักษาและหัตถการเบื้องตน เชน การจัดลำดับ รักษา (Damage control in orthopedic: DCO) การสั่งการรักษาดวยยา การดึงจัด แนวกระดูกและขอ การใสและดูแลรักษาเฝอก การใสอุปกรณยึดตรึงหรือดามกระดูก ภายนอก 4.3 ความรูและทักษะในการดำเนินการรักษาและหัตถการผาตัด เชน การเย็บซอมเอ็น และกลามเนื้อ การผาตัดจัดแนวกระดูก การใสอุปกรณยึดตรึงหรือดามกระดูกภายใน 4.4 การประเมินความรูความสามารถและศักยภาพของสถานพยาบาลในการรับผูปวย เพื่อรักษาตอในสถานพยาบาล การสงปรึกษาและรับปรึกษา และการสงตอผูปวย 4.5 การลงบันทึกเวชระเบียนผูปวยและการปรับตัวใหเขากับระบบงานของ สถานพยาบาล เพื่อพัฒนาคุณภาพในการบริบาลผูปวย 4.6 พฤตินิสัยและเจตคติที่ดีตอวิชาชีพแพทย มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณ แหงวิชาชีพ 5.การวัดและการประเมินผล 5.1 การสังเกตระหวางฏิบัติงานโดยอาจารยและการประเมินโดยทีมอุบัติเหตุ 5.2 มีความรูดาน ATLS หรือหลักสูตรที่ราชวิทยาลัยแพทยออรโธปดิกสฯ รับรอง 5.3 Case-based discussion โดยอาจารยระหวางปฏิบัติงานอยางนอย2ครั้งตอป หรือการสอบรายผูปวย 5.4 การประเมินทักษะการทำหัตถการที่สำคัญ 6.ระดับความสามารถตาม EPA ของ แพทยฝกอบรมแตละชั้นป ระดับ L1 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1 ภายใตการควบคุมของอาจารยอยาง ใกลชิด ระดับ L2 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.2 ภายใตการชี้แนะของอาจารย ระดับ L3 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.3 ภายใตอาจารยใหความชวยเหลือ เมื่อตองการ ระดับ L4 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.6 ไดดวยตนเองโดยไมตองมีการกำกับ ดูแล ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L1 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 2 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L2 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 3 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L3 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 4 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L4 เมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม 7.วันหมดอายุการรับรองการประเมิน หากไมมีการทำกิจกรรมในเรื่องนี้เลยเปนเวลา 1 ป ตองรับการประเมินใหม


132 EPA 3 ดูแลรักษาแบบอนุรักษและดวยการผาตัดในภาวะบาดเจ็บทางออรโธปดิกสที่พบบอย (ยกเวนผูปวยสูงอายุ) Conduct conservative and surgical management in common musculoskeletal injuries (excluded geriatrics) หัวชอที่ รายละเอียด 1.ชื่อเรี่องกิจกรรม ดูแลรักษาแบบอนุรักษและดวยการผาตัดในภาวะบาดเจ็บทางออรโธปดิกสที่พบบอย (ยกเวนผูปวยสูงอายุ) Conduct conservative and surgical management in common musculoskeletal injuries (excluded geriatrics) 2.ขอกำหนดและขอจำกัดของ กิจกรรม (บริบทสถานที่ลักษณะ ผูปวย) รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาชีพที่ตองมี 2.1 ความสามารถในการประเมินและการตรวจรางกายการบาดเจ็บทางออรโธปดิกสที่ บอยไดอยางถูกตองและเหมาะสม 2.2 วางแผนการสงตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่แมนยำอยางมีเหตุผล ประหยัด และ คุมคา 2.3 สามารถใหการดูแลรักษาการบาดเจ็บทางออรโธปดิกสที่พบบอย 2.4 แนะนำการดูแลรักษาตอเนื่องรวมถึงการฟนฟูสภาพของผูปวยไดอยางถูกตอง เหมาะสม บริบท สถานที่: คลินิกผูปวยนอก หองฉุกเฉิน ผูปวย: ผูปวยที่ไดรับการบาดเจ็บทางออรโธปดิกสอยางงายที่พบไดบอย เชนกระดูกหัก ที่ไมซับซอน การบาดเจ็บในเสนเอ็นและกลามเนื้อ การบาดเจ็บทางการกีฬา เปนตน ขอจำกัด: ผูปวยตองไมอยูในภาวะฉุกเฉินหรือมีการบาดเจ็บหลายตำแหนง 3.สมรรถนะหลักทางวิชาชีพที่ เกี่ยวของ 3.1. การบริบาลผูปวย (Patient care) 3.2. ความรูและทักษะหัตถการเวชกรรม (Medical knowledge & procedural skills) 3.3. ทักษะระหวางบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills) 3.4. การเรียนรูและการพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement) 3.5. ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (Professionalism) 3.6. การทำเวชปฏิบัติใหสอดคลองกับระบบสุขภาพ (Systems-based practice) 4.ขอกำหนดดานประสบการณ ความรู ทักษะ ทัศนคติพฤติกรรม 4.1 ความรูพื้นฐานดานการบาดเจ็บทางออรโธปดิกสที่พบบอย 4.2 ทักษะทางคลินิกในการซักประวัติและการตรวจรางกาย ทำหัตถการ และรวบรวม ขอมูล เพื่อการคิดวิเคราะหอยางเปนเหตุเปนผลอันนำไปสูการตัดสินใจใหการดูแลรักษา ผูปวยบาดเจ็บทางออรโธปดิกสอยางเหมาะสม 4.3 ทักษะการรักษาการบาดเจ็บแบบอนุรักษ การผาตัดยึดตรึงกระดูกและขอ การ ผาตัดซอมแซมเนื้อเยื่อออน เชน เอ็น กลามเนื้อ 4.4 มีพฤตินิสัยและเจตคติที่ดีตอวิชาชีพแพทย มีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณ แหงวิชาชีพ


133 5.การวัดและการประเมินผล 5.1 การสังเกตระหวางปฏิบัติงานโดยอาจารยอยางนอย 2 ครั้งตอป 5.2 Case-based discussion การสอบรายผูปวย การประเมินสังเกตโดยตรงจาก อาจารย หรือ การประเมินชิ้นงานที่มอบหมาย (Assessing assignment) 5.3 การประเมินทักษะการทำหัตถการที่สำคัญ 6.ระดับความสามารถตาม EPA ของ แพทยฝกอบรมแตละชั้นป ระดับ L1 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1 ภายใตการควบคุมของอาจารยอยาง ใกลชิด ระดับ L2 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.2 ภายใตการชี้แนะของอาจารย ระดับ L3 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.3 ภายใตอาจารยใหความชวยเหลือ เมื่อตองการ ระดับ L4 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.4 ไดดวยตนเองโดยไมตองมีการกำกับ ดูแล ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L1 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 2 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L2 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 3 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L3 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 4 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L4 เมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม 7.วันหมดอายุการรับรองการ ประเมิน หากไมมีการทำกิจกรรมในเรื่องนี้เลยเปนเวลา 1 ป ตองรับการประเมินใหม


134 EPA 4 ดูแลรักษาผูปวยสูงอายุที่มีปญหาทางออรโธปดิกส Conduct management of geriatric orthopedic patients หัวชอที่ รายละเอียด 1.ชื่อเรี่องกิจกรรม ดูแลรักษาผูปวยสูงอายุที่มีปญหาทางออรโธปดิกส Conduct management of geriatric orthopedic patients 2.ขอกำหนดและขอจำกัด ของกิจกรรม (บริบทสถานที่ ลักษณะผูปวย) รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาชีพที่ตองมี 2.1 สามารถประเมินผูปวยสูงอายุที่มีปญหาทางออรโธปดิกสไดอยาง เหมาะสมครอบคลุมตามปญหาของผูปวย 2.2 รวบรวมขอมูลจากประวัติ การตรวจรางกาย ผลตรวจทาง หองปฏิบัติการและการตรวจพิเศษตาง ๆ เพื่อนำมาตั้งสมมติฐาน วิเคราะห หาสาเหตุของปญหาผูปวยสูงอายุ 2.3 ใชวิจารณญาณที่เหมาะสมในการตัดสินใจทางคลินิก การใหการวินิจฉัย และการบำบัดรักษาผูปวยสูงอายุ 2.4 การชี้แจง ใหขอมูลเพื่อใหไดรับความรวมมือจากผูปวยสูงอายุและญาติ ในการดูแลรักษาที่เหมาะสม 2.5 สามารถบอกขอบงชี้ ขอหาม ภาวะแทรกซอน และมีทักษะในการทำ หัตถการที่จำเปนในการใหการบำบัดรักษาผูปวยสูงอายุ 2.6 บันทึกเวชระเบียนอยางเปนระบบถูกตองและตอเนื่อง โดยใชแนวทาง มาตรฐาน บริบท สถานที่: คลินิกผูปวยนอก หองฉุกเฉิน หอผูปวยใน หองผาตัด ผูปวย: ผูปวยสูงอายุ (อายุมากกวา 60 ป) ที่มีปญหาทางออรโธปดิกสที่พบ บอยทั้งจากโรคหรืออุบัติเหตุที่ไมรุนแรง เชน กระดูกพรุน ขอเสื่อม โรคทาง กระดูกสันหลัง กระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุนเชน สะโพก ขอมือ ขอไหล กระดูกสันหลัง เปนตน ขอจำกัด: ผูปวยตองไมอยูในภาวะฉุกเฉิน 3.สมรรถนะหลักทางวิชาชีพ ที่เกี่ยวของ 3.1. การบริบาลผูปวย (Patient care) 3.2. ความรูและทักษะหัตถการเวชกรรม (Medical knowledge & procedural skills) 3.3. ทักษะระหวางบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills) 3.4. การเรียนรูและการพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement) 3.5. ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (Professionalism) 3.6. การทำเวชปฏิบัติใหสอดคลองกับระบบสุขภาพ (Systems-based practice)


135 4.ขอกำหนดดาน ประสบการณ ความรู ทักษะ ทัศนคติพฤติกรรม 4.1 ความรูพื้นฐานเกี่ยวกับปญหาทางออรโธปดิกสในผูปวยสูงอายุ 4.2 ความรูเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา การตรวจทาง หองปฏิบัติการ และการตรวจพิเศษอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ 4.3 ทักษะทางคลินิกในการซักประวัติ การตรวจรางกาย และการประเมิน อื่น ๆ ที่เกี่ยวของในผูปวยสูงอายุ 4.4 ทักษะในการรักษาและ ฟนฟูสภาพผูปวยสูงอายุตามปญหาที่มี 4.5 มีพฤตินิสัยและเจตคติที่ดีตอวิชาชีพแพทย มีคุณธรรม จริยธรรมและ จรรยาบรรณแหงวิชาชีพ 5.การวัดและการ ประเมินผล 5.1 การสังเกตระหวางปฏิบัติงานโดยอาจารยอยางนอย 2 ครั้งตอป 5.2 การประเมินชิ้นงานที่มอบหมาย (Assessing assignment) การสอบ รายผูปวย 5.3 การประเมินทักษะการทำหัตถการที่สำคัญ 6.ระดับความสามารถตาม EPA ของแพทยฝกอบรมแต ละชั้นป ระดับ L1 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1 ภายใตการควบคุมของอาจารย อยางใกลชิด ระดับ L2 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.2 ภายใตการชี้แนะของ อาจารย ระดับ L3 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.3 ภายใตอาจารยใหความ ชวยเหลือเมื่อตองการ ระดับ L4 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.6 ไดดวยตนเองโดยไมตองมี การกำกับดูแล ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L1 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 2 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L2 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 3 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L3 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 4 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L4 เมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม 7.วันหมดอายุการรับรอง การประเมิน หากไมมีการทำกิจกรรมในเรื่องนี้เลยเปนเวลา 1 ป ตองรับการประเมินใหม


136 EPA 5 ดูแลรักษาโรคทางออรโธปดิกสเฉพาะทางที่พบบอยทุกอนุสาขา Management of common orthopedic disease across subspecialties หัวขอที่ รายละเอียด 1.ชื่อเรี่องกิจกรรม ดูแลรักษาโรคทางออรโธปดิกสเฉพาะทางที่พบบอยทุกอนุสาขา Management of common orthopedic disease across subspecialties 2.ขอกำหนดและขอจำกัดของ กิจกรรม (บริบทสถานที่ ลักษณะผูปวย) รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาชีพที่ตองมี 2.1 ประเมินโรคทางออรโธปดิกสเฉพาะทางที่พบบอยอยางถูกตองและ เหมาะสม 2.2 วางแผนการสงตรวจทางรังสีวิทยา การตรวจทางหองปฏิบัติการและการ ตรวจพิเศษตาง ๆ อยางมีเหตุผล ประหยัด และคุมคา 2.3 ดูแลรักษาโรคทางออรโธปดิกสเฉพาะทางที่พบบอย 2.4 แนะนำการดูแลรักษาตอเนื่องรวมถึงการฟนฟูสภาพของผูปวยไดอยาง ถูกตอง บริบท สถานที่: คลินิกผูปวยนอกเฉพาะโรค หอผูปวยใน และหองผาตัด ผูปวย: ผูปวยที่เปนโรคหรือมีปญหาเฉพาะทาง ทางออรโธปดิกสที่พบบอย ตามภาคผนวกที่ 2 ขอจำกัด: ผูปวยตองไมอยูในภาวะช็อก สัญญาณชีพไมคงที่ ภาวะฉุกเฉิน หรือ ภาวะบาดเจ็บทางออรโธปดิกส 3.สมรรถนะหลักทางวิชาชีพที่ เกี่ยวของ 3.1. การบริบาลผูปวย (Patient care) 3.2. ความรูและทักษะหัตถการเวชกรรม (Medical knowledge & procedural skills) 3.3. ทักษะระหวางบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills) 3.4. การเรียนรูและการพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement) 3.5. ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (Professionalism) 3.6. การทำเวชปฏิบัติใหสอดคลองกับระบบสุขภาพ (Systems-based practice)


137 4.ขอกำหนดดานประสบการณ ความรู ทักษะ ทัศนคติ พฤติกรรม 4.1 ความรูพื้นฐานเกี่ยวกับปญหาทางออรโธปดิกสในผูปวยอนุสาขาตาง ๆ 4.2 ทักษะทางคลินิกในการซักประวัติ การตรวจรางกาย และการประเมิน อื่น ๆ ที่เกี่ยวของในผูปวยอนุสาขา เชน ภาวะรองช้ำ พังผืดกดทับ เสนประสาทมีเดียน ขอสะโพกอักเสบในเด็กและผูใหญ เปนตน 4.3 ความรูเกี่ยวกับการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยา การตรวจทาง หองปฏิบัติการ และการตรวจพิเศษอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ เชน การตรวจชิ้นเนื้อ ในเนื้องอกของเนื้อเยื่อออนหรือกระดูก การตรวจภาพเอ็มอาร(Magnetic Resonance Imaging; MRI) ในผูปวยเอ็นขอไหล/เอ็นไขวหนาขอเขาเสื่อม หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม การติดเชื้อในกระดูกและขอ เปนตน 4.4 ทักษะในการรักษาและ ฟนฟูสภาพผูปวยตามปญหาที่มี เชน การรักษา ภาวะนิ้วล็อค หมอนรองกระดูกกดทับเสนประสาท เสนเอ็นฉีกขาดจากการ กีฬา ขอเขาและขอสะโพกเสื่อม ขอสะโพกติดเชื้อหรืออักเสบในเด็ก เปนตน 4.5 มีพฤตินิสัยและเจตคติที่ดีตอวิชาชีพแพทย มีคุณธรรม จริยธรรมและ จรรยาบรรณแหงวิชาชีพ 5.การวัดและการประเมินผล 5.1 การสังเกตระหวางปฏิบัติงานโดยอาจารยอยางนอย 2 ครั้งตอป 5.2 การประเมินชิ้นงานที่มอบหมาย (Assessing assignment) การสอบ รายผูปวย 5.3 การประเมินทักษะการทำหัตถการที่สำคัญ 6.ระดับความสามารถตาม EPA ของแพทยฝกอบรมแตละชั้นป ระดับ L1 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1 ภายใตการควบคุมของอาจารย อยางใกลชิด ระดับ L2 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.2 ภายใตการชี้แนะของ อาจารย ระดับ L3 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.3 ภายใตอาจารยใหความ ชวยเหลือเมื่อตองการ ระดับ L4 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.4 ไดดวยตนเองโดยไมตองมี การกำกับดูแล ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L1 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 2 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L2 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 3 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L3 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 4 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L4 เมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม 7.วันหมดอายุการรับรองการ ประเมิน หากไมมีการทำกิจกรรมในเรื่องนี้เลยเปนเวลา 1 ป ตองรับการประเมินใหม


138 EPA 6 ดูแลรักษาผูปวยที่มีภาวะฉุกเฉิน ภาวะเรงดวน และภาวะแทรกซอนทางออรโธปดิกส Management of patient with orthopedic emergent and urgent conditions including complications หัวชอที่ รายละเอียด 1.ชื่อเรี่องกิจกรรม ดูแลรักษาผูปวยที่มีภาวะฉุกเฉิน ภาวะเรงดวน และภาวะแทรกซอนทางออร โธปดิกส Management of patient with orthopedic emergent and urgent conditions including complications 2.ขอกำหนดและขอจำกัดของ กิจกรรม (บริบทสถานที่ ลักษณะผูปวย) รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาชีพที่ตองมี 2.1 ประเมินผูปวยที่มีภาวะฉุกเฉินและภาวะเรงดวนทางออรโธปดิกสรวมถึง ภาวะแทรกซอนอยางถูกตองและเหมาะสม 2.2 วางแผนการสงตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่แมนยำอยางมีเหตุผล ประหยัด และคุมคา 2.3 ดูแลรักษาผูปวยที่มีภาวะฉุกเฉินและภาวะเรงดวนทางออรโธปดิกส รวมถึงภาวะแทรกซอน 2.4 แนะนำการดูแลรักษาตอเนื่องรวมถึงการฟนฟูสภาพของผูปวยไดอยาง ถูกตองเหมาะสม บริบท สถานที่: คลินิกผูปวยนอก หองฉุกเฉิน หอผูปวยใน และหองผาตัด ลักษณะผูปวย: ผูปวยทางออรโธปดิกสในภาวะฉุกเฉิน และภาวะเรงดวน รวมถึงผูปวยที่มีภาวะแทรกซอน เชน compartment syndrome, neurovascular complication, spinal cord compression เปนตน ขอจำกัด: ผูปวยตองไมอยูในภาวะฉุกเฉินอื่นเชน ภาวะฉุกเฉินทางอายุรกรรม ภาวะบาดเจ็บ เปนตน 3.สมรรถนะหลักทางวิชาชีพที่ เกี่ยวของ 3.1. การบริบาลผูปวย (Patient care) 3.2. ความรูและทักษะหัตถการเวชกรรม (Medical knowledge & procedural skills) 3.3. ทักษะระหวางบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills) 3.4. การเรียนรูและการพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement) 3.5. ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (Professionalism) 3.6. การทำเวชปฏิบัติใหสอดคลองกับระบบสุขภาพ (Systems-based practice)


139 4.ขอกำหนดดานประสบการณ ความรู ทักษะ ทัศนคติ พฤติกรรม 4.1 ความรูในการรักษาผูปวยที่มีภาวะฉุกเฉินทางออรโธปดิกสและ ภาวะแทรกซอนตาง ๆ 4.2 ความรูและทักษะในการซักประวัติ การตรวจรางกาย การสงตรวจและ ประเมินผล ภาพรังสีและการสงตรวจทางหองปฏิบัติการในผูปวยที่มีภาวะ ฉุกเฉินทางออรโธปดิกสและภาวะแทรกซอนตาง ๆ 4.3 ทักษะในการรักษาและหัตถการในผูปวยที่มีภาวะฉุกเฉินทางออรโธป ดิกสและภาวะแทรกซอนตาง ๆ เชน fasciotomy การดูแลผูปวยที่มีภาวะ cauda equine syndrome เปนตน 4.4 แสดงพฤตนิสัยและเจตคติทีดีตอวิชาชีพแพทย มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณแหงวิชาชีพในการดูแลรักษาผูปวยที่มีภาวะฉุกเฉินทางออร โธปดิกสและภาวะแทรกซอนตาง ๆ 5.การวัดและการประเมินผล 5.1 การสังเกตระหวางปฏิบัติงานโดยอาจารยอยางนอย 2 ครั้งตอป 5.2 การประเมินชิ้นงานที่มอบหมาย (Assessing assignment) การสอบ รายผูปวย 5.3 การประเมินทักษะการทำหัตถการที่สำคัญ 6.ระดับความสามารถตาม EPA ของแพทยฝกอบรมแตละชั้นป ระดับ L1 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1 ภายใตการควบคุมของอาจารย อยางใกลชิด ระดับ L2 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.2 ภายใตการชี้แนะของ อาจารย ระดับ L3 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.3 ภายใตอาจารยใหความ ชวยเหลือเมื่อตองการ ระดับ L4 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.4 ไดดวยตนเองโดยไมตองมี การกำกับดูแล ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L1 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 2 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L2 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 3 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L3 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 4 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L4 เมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม 7.วันหมดอายุการรับรองการ ประเมิน หากไมมีการทำกิจกรรมในเรื่องนี้เลยเปนเวลา 1 ป ตองรับการประเมินใหม


140 EPA 7 ประเมินและใหการบริบาลผูปวยทางออรโธปดิกสในระยะที่มีการผาตัด Providing perioperative evaluation and care for orthopedic patients หัวชอที่ รายละเอียด 1.ชื่อเรี่องกิจกรรม ประเมินและใหการบริบาลผูปวยทางออรโธปดิกสในระยะที่มีการผาตัด Providing perioperative evaluation and care for orthopedic patients 2.ขอกำหนดและขอจำกัดของ กิจกรรม (บริบทสถานที่ ลักษณะผูปวย) รายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมทางวิชาชีพที่ตองมี 2.1 ประเมินผูปวยทางออรโธปดิกสในตั้งแตขั้นตอนการเตรียมตัวผูปวยกอน ผาตัด การดูแลทั่วไปในหองผาตัดและการดูแลผูปวยหลังไดรับการผาตัด อยางถูกตองและเหมาะสม 2.2 วางแผนการสงตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่แมนยำอยางมีเหตุผล ประหยัดและคุมคา 2.3 บริบาทผูปวยทางออรโธปดิกสในระยะที่มีการผาตัด และปรึกษาแพทย เฉพาะทางโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผูปวย 2.4 แนะนำการดูแลรักษาตอเนื่องรวมถึงการฟนฟูสภาพของผูปวยไดอยาง ถูกตองเหมาะสม บริบท สถานที่: คลินิกผูปวยนอก หอผูปวยใน หองฉุกเฉิน และหองผาตัด ผูปวย: ผูปวยทางออรโธปดิกสที่จำเปนตองไดรับการรักษาโดยการผาตัด ขอจำกัด: ไมรวมเทคนิคการผาตัด 3.สมรรถนะหลักทางวิชาชีพที่ เกี่ยวของ 3.1. การบริบาลผูปวย (Patient care) 3.2. ความรูและทักษะหัตถการเวชกรรม (Medical knowledge & procedural skills) 3.3. ทักษะระหวางบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills) 3.4. การเรียนรูและการพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement) 3.5. ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (Professionalism) 3.6. การทำเวชปฏิบัติใหสอดคลองกับระบบสุขภาพ (Systems-based practice)


141 4.ขอกำหนดดานประสบการณ ความรู ทักษะ ทัศนคติ พฤติกรรม 4.1 ความรูและทักษะในการซักประวัติ ตรวจรางกาย ทำหัตถการ และ รวบรวมขอมูล เพื่อการคิดวิเคราะหอยางเปนเหตุเปนผลอันนำไปสูการ ตัดสินใจใหการดูแลรักษาผูปวยอยางเหมาะสม 4.2 วินิจฉัยบำบัดรักษาผูปวยทางออรโธปดิกสในระยะที่มีการผาตัด และ ปรึกษาแพทยเฉพาะทาง รวมถึงการติดตอประสานงานกับผูมีสวนเกี่ยวของ 4.3 ทักษะในหองผาตัด เชน การเตรียมผูปวย การจัดทา อุปกรณและ เครื่องมือในการผาตัดผูปวยทางออรโธปดิกส 4.4 แสดงพฤตนิสัยและเจตคติทีดีตอวิชาชีพแพทย มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณแหงวิชาชีพในการดูแลรักษาผูปวยออรโธปดิกสในระยะที่มี การผาตัด 5.การวัดและการประเมินผล 5.1 การสังเกตระหวางปฏิบัติงานโดยอาจารยอยางนอย 2 ครั้งตอป 5.2 การประเมินชิ้นงานที่มอบหมาย (Assessing assignment) การสอบ รายผูปวย 5.3 การประเมินทักษะการทำหัตถการที่สำคัญ 6.ระดับความสามารถตาม EPA ของแพทยฝกอบรมแตละชั้นป ระดับ L1 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1 ภายใตการควบคุมของอาจารย อยางใกลชิด ระดับ L2 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.2 ภายใตการชี้แนะของ อาจารย ระดับ L3 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.3 ภายใตอาจารยใหความ ชวยเหลือเมื่อตองการ ระดับ L4 สามารถปฏิบัติตามขอกำหนด 2.1-2.4 ไดดวยตนเองโดยไมตองมี การกำกับดูแล ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L1 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 2 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L2 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 3 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L3 สำหรับการเลื่อนไปอยูระดับชั้นที่ 4 ตองมีความสามารถอยางนอยระดับ L4 เมื่อสิ้นสุดการฝกอบรม 7.วันหมดอายุการรับรองการ ประเมิน หากไมมีการทำกิจกรรมในเรื่องนี้เลยเปนเวลา 1 ป ตองรับการประเมินใหม


142 ผนวก 3 สมรรถนะความเปนแพทย


ภาคผนวกที่ 3 สมรรถนะของความเป็ นแพทย์ รหัส สมรรถนะหลัก สมรรถนะรอง เนื้อหาโดยสังเขป ชั้นปีที่จัดฝึกอบรม 1 2 3 4 Lecture Small group teaching 1 Attitude, professional habits, moral and ethics 1.1 Altruism การปลูกฝังความเอื้อเฟื้อ เสียสละ ยึดประโยชน์ของผู้อื่น สําคัญกว่าประโยชน์ของตนเอง 1.2 Empathy ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 1.3 National pride การส่งเสริมให้เกิดความรักใน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 1.4 Knowing selflimitation การรู้ข้อจํากัดของตนเองและการ ส่งต่อ 1.5 Personality บุคลิกภาพที่เหมาะสมแห่ง วิชาชีพ 2 Social and life skills 2.1 Communication and interpersonal skills Relationship & communication with patients & their families, colleagues, and media including breaking bad news, relationship between group of individuals from different disciplines working and communication with each other individual.


143 Training methods Assessment Academic presentation Participating journal club Participating case audit Practicing in simulated situation On-the-job/Practice-based training Self-directed learning Inquiry-based learning Knowledge test OSCE Oral examination Portfolio Direct observation Chart audit Incident report review Assessing assignment & research


2.2 Critical thinking and reasoning • Decision making • Problem solving • Logical thinking • Critical thinking • Creative thinking 2.3 Decision -making skills • Decision making • Problem solving • Logical thinking • Critical thinking • Creative thinking 2.4 Cultural skills General social & cultural skills, cross -cultural skills การดํารงตนให้อยู่ในประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น 2.5 Information technology proficiency Technology for information gathering & analyzing, presentation & communication in both pracice & research 2.6 English language proficiency English for communication, presentation, and academic writing 2.7 Leadership Leadership attitude & role - playing 2.8 Financial skill Financial skills for personal life & administration 2.9 Adaptability Flexibility & adaptability for personal life and work, including mental health


144


3 Administration and management 3.1 Quality, risk management and safety 1) หลักการพื้นฐานของการ บริหารความเสี่ยงทางคลินิกที่ เกี่ยวข้องกับทางออร์โธปิดิกส์ได้ 2) ความเสี่ยงเฉพาะของการ ผ่าตัด การดมยาสลบ การใช้ เครื่องมือ การจัดท่า ในห้อง ผ่าตัดได้ 3) ความเสี่ยงเฉพาะของการ ผ่าตัดทางออร์โธปิดิกส์ ในแต่ละ อนุสาขาได้ มีจิตสํานึกหรือพฤติกรรมด้า น ความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อ เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย 3.2 Holistic care การดูแลแบบองค์รวมทั้ง กาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ 3.3 Networking & collaboration การสร้างเครือข่ายและความ ร่วมมือภายในและภายนอก วิชาชีพ 4 Creativity 4.1 Research หลักการพื้นฐานทางระบาดวิทยา การทําวิจัยทางการแพทย์ พื้นฐาน การทบทวนวรรณกรรม การเสนอโครงร่างวิจัย (research proposal) การเก็บข้อมูลและ วิธีการจัดการข้อมูลการวิจัย กา ร วิเคราะห์ทางสถิติเบื้องต้น การ อภิปรายผล และเสนอ ผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์


145 +Conceptual design assessment


4.2 Innovation ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การ เสนอแนวคิดใหม่หรือวิธีการใหม่ รวมถึงความสามารถในการสร้าง นวัตกรรมทางวิชาชีพ + op 5 General knowledge 5.1 Health promotion and disease prevention • Demographic data ที่สําคัญ ของผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ เช่น back pain, osteoarthritis, osteoporosis, fractures • Health promotion in orthopedics • Disease prevention in orthopedics (primary, secondary, และ tertiary prevention) • Counseling (ergonomics, exercise, diet (nutrition), medication, injury prevention) • Chemoprevention (calcium, vitamin D, other nutritional supplements, anti -osteoporotic agents) • Screening in orthopedics (Osteoporosis, Back pain, DDH, club foot, Osteoarthritis, Scoliosis)


146 ++shared idea pportunity


5.2 Health economics ความรู้ทางทฤษฏีเกี่ยวกับ เศรษฐศาสตร์สุขภาพ ครอบคลุม เศรษฐศาสตร์จุลภาค เศรษฐศาสตร์มหภาค โครงสร้าง ของระบบสุขภาพในประเทศไทย หลักการจัดการระบบสาธารณสุข และการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทาง เศรษฐศาสตร์โดยใช้การพิจารณา ต้นทุนอรรถประโยชน์ 5.3 Evidence -based medicine เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ การคิด เชิงวิพากษ์ หลักการทางระบาด วิทยา 5.4 Professional laws สามารถเข้าใจในหลักกฎหมาย ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับออร์ โธปิดิกส์ได้ -สามารถเข้าใจหลักในการ พิจารณาคดีทางการแพทย์ที่ เกี่ยวข้องกับออร์โธปิดิกส์ได้ -สามารถเข้าใจความสําคัญของ พยานเอกสาร และเวชระเบียน 5.5 Patient rights สิทธิผู้ป่วย 5.6 Health system ระบบสุขภาพประเภทต่างๆ


147


1 2 3 4 1 1.1 Altruism การปลูกฝังความเอ้อืเฟ้ือ เสยีสละ ยดึประโยชน์ของผอู้่นืสา คญักวา่ ประโยชน์ของตนเอง ✓ ✓ ✓ ✓ 1.2 Empathy ความเหน็อกเหน็ ใจผอู้่นื ✓ ✓ ✓ ✓ 1.3 National pride การส่งเสรมิใหเ้กดิความรกัในชาติศาสนา พระมหากษตัรยิ์ ✓ ✓ ✓ ✓ 1.4 Knowing selflimitation การรขู้อ้จา กดัของตนเองและการส่งต่อ ✓ ✓ ✓ ✓ 1.5 Personality บคุลกิภาพทเ่ีหมาะสมแห่งวชิาชพี ✓ ✓ ✓ ✓ 2 2.1 Communication and interpersonal skills Relationship & communication with patients & their families, colleagues, and media including breaking bad news, relationship between group of individuals from different disciplines working and communication with each other individual. ✓ ✓ ✓ 2.2 Critical thinking and reasoning • Decision making • Problem solving • Logical thinking • Critical thinking • Creative thinking ✓ ✓ ✓ ✓ 2.3 Decision-making skills • Decision making • Problem solving • Logical thinking • Critical thinking • Creative thinking ✓ ✓ ✓ ✓ 2.4 Cultural skills General social & cultural skills, cross-cultural skills การดา รงตนใหอ้ย่ใูนประเพณแีละวฒันธรรมทอ้งถนิ่ ✓ ✓ ✓ 2.5 Information technology proficiency Technology for information gathering & analyzing, presentation & communication in both pracice & research ✓ ✓ ✓ 2.6 English language proficiency English for communication, presentation, and academic writing ✓ ✓ ✓ 2.7 Leadership Leadership attitude & role-playing ✓ ✓ ✓ 2.8 Financial skill Financial skills for personal life & administration ✓ ✓ ✓ 2.9 Adaptability Flexibility & adaptability for personal life and work, including mental health ✓ ✓ ✓ 3 3.1 Quality, risk management and safety 1) หลกัการพน้ืฐานของการบรหิารความเสย่ีงทางคลนิกิทเ่ีกย่ีวขอ้งกบัทางออรโ์ธปิดกิสไ์ด้ 2) ความเสย่ีงเฉพาะของการผา่ตดัการดมยาสลบ การใชเ้ครอ่ืงมอืการจดัท่า ในหอ้งผา่ตดัได้ 3) ความเสย่ีงเฉพาะของการผา่ตดัทางออรโ์ธปิดกิส์ในแต่ละอนุสาขาได้ มจีติสา นกึหรอืพฤตกิรรมดา้นความปลอดภยั โดยเฉพาะเมอ่ืเกย่ีวขอ้งกบัผปู้่วย ✓ ✓ ✓ ✓ 3.2 Holistic care การดแูลแบบองคร์วมทงั้กาย ใจ สงัคม และจติวญิญาณ ✓ ✓ ✓ ✓ 3.3 Networking & collaboration การสรา้งเครอืขา่ยและความรว่มมอืภายในและภายนอกวชิาชพี 4 4.1 Research หลกัการพน้ืฐานทางระบาดวทิยา การทา วจิยัทางการแพทยพ์น้ืฐาน การทบทวนวรรณกรรม การเสนอโครง รา่งวจิยั (research proposal) การเกบ็ขอ้มลูและวธิกีารจดัการขอ้มลูการวจิยัการวเิคราะหท์างสถติเิบอ้ืงตน้ การอภปิรายผล และเสนอผลงานวจิยัฉบบัสมบรูณ์ ✓ ✓ ✓ ✓ ภาคผนวกที่3 สมรรถนะของความเป็นแพทย์ Attitude, professional habits, moral and ethics Social and life skills Administration and management Creativity ชนั้ปีทจ่ีดัฝึกอบรม รหสัสมรรถนะหลกัสมรรถนะรอง เน้อืหาโดยสงัเขป


Lecture Small group teaching Academic presentation Participating journal club Participating case audit Practicing in simulated situation On-thejob/Practicebased training Selfdirected learning Inquirybased learning Knowledge test OSCE Oral examination Portfolio Direct observation Chart audit Incident report review Assessing assignment & research ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ +Conceptua l design assessment Training methods Assessment


1 2 3 4 ภาคผนวกที่3 สมรรถนะของความเป็นแพทย์ ชนั้ปีทจ่ีดัฝึกอบรม รหสัสมรรถนะหลกัสมรรถนะรอง เน้อืหาโดยสงัเขป 4.2 Innovation ความคดิรเิรมิ่สรา้งสรรค์การเสนอแนวคดิใหมห่รอืวธิกีารใหม่รวมถงึความสามารถในการสรา้งนวตักรรมทาง วชิาชพี ✓ ✓ ✓ ✓ 5 5.1 Health promotion and disease prevention • Demographic data ทส่ีา คญัของผปู้่วยออรโ์ธปิดกิส์เชน่ back pain, osteoarthritis, osteoporosis, fractures • Health promotion in orthopedics • Disease prevention in orthopedics (primary, secondary, และ tertiary prevention) • Counseling (ergonomics, exercise, diet (nutrition), medication, injury prevention) • Chemoprevention (calcium, vitamin D, other nutritional supplements, anti-osteoporotic agents) • Screening in orthopedics (Osteoporosis, Back pain, DDH, club foot, Osteoarthritis, Scoliosis) ✓ ✓ ✓ ✓ 5.2 Health economics ความรทู้างทฤษฏเีกย่ีวกบัเศรษฐศาสตรส์ุขภาพ ครอบคลุมเศรษฐศาสตรจ์ุลภาค เศรษฐศาสตรม์หภาค โครงสรา้งของระบบสุขภาพในประเทศไทย หลกัการจดัการระบบสาธารณสุข และการวเิคราะหค์วามคมุ้คา่ทาง เศรษฐศาสตรโ์ดยใชก้ารพจิารณาตน้ทุนอรรถประโยชน์ ✓ 5.3 Evidence-based medicine เวชศาสตรเ์ชงิประจกัษ์การคดิเชงิวพิากษ์หลกัการทางระบาดวทิยา ✓ ✓ ✓ ✓ 5.4 Professioanl laws สามารถเขา้ใจในหลกักฎหมายทางการแพทยท์เ่ีกย่ีวขอ้งกบัออรโ์ธปิดกิสไ์ด้ -สามารถเขา้ใจหลกัในการพจิารณาคดทีางการแพทยท์เ่ีกย่ีวขอ้งกบัออรโ์ธปิดกิสไ์ด้ -สามารถเขา้ใจความสา คญัของพยานเอกสาร และเวชระเบยีน ✓ ✓ ✓ 5.5 Patient rights สทิธผิปู้่วย ✓ ✓ ✓ ✓ 5.6 Health system ระบบสุขภาพประเภทต่างๆ ✓ ✓ ✓ ✓ General knowledge Creativity


Lecture Small group teaching Academic presentation Participating journal club Participating case audit Practicing in simulated situation On-thejob/Practicebased training Selfdirected learning Inquirybased learning Knowledge test OSCE Oral examination Portfolio Direct observation Chart audit Incident report review Assessing assignment & research Training methods Assessment ✓ ++shared idea opportunit y ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓


148 ผนวก 4 ประสบการณ์การสะสมจํานวนหัตถการใน Electronic logbook


149 ภาคผนวกที่4 ประสบการณการสะสมจำนวนหัตถการใน Electronic logbook Observer Assistant Performed ระดับชั้น 1 30 ระดับชั้น 2 30 30 10 ระดับชั้น 3 30 60 30 ระดับชั้น 4 30 100 50 รวมระดับชั้น 1 - 4 30 100 50 หมายเหตุ ประสบการณที่สูงกวาสามารถใชทดแทนประสบการณที่ระดับต่ำกวาได หัตถการพื้นฐานทางออรโธปดิกส อนุสาขา หัตถการ Foot & Ankle • Closed reduction with/without k-wire fixation of metatarsal and toe fracture/dislocation • Open reduction and internal fixation for simple bi-malleolar fracture, spanning ankle external fixation • Debridement of foot infection Hand • Closed/open reduction and internal fixation with k-wire for metacarpal and phalangeal fracture/dislocation • Closed reduction and casting for carpal bone dislocation and distal end radius fracture • Fixation for simple radius fracture, forearm fracture, and simple elbow fracture/dislocation • Tendon repair


150 • V-Y flap and revision amputation of fingertip injury • Treatment of nailbed injury • Surgery for hand and wrist stenosing tendovaginitis • Open carpal tunnel release Hip & Knee • Knee aspiration • Knee arthrotomy • Templating for total hip arthroplasty • Wound closure for total knee arthroplasty Pediatrics • Casting for non-displaced fracture • Closed reduction and casting for hand, carpus, forearm, Monteggia, minimally displaced lateral condyle, epicondylar apophysis of the humerus, displaced tibial shaft, and displaced distal tibial metaphysis fracture • Closed reduction and casting/percutaneous pinning for distal forearm, and supracondylar of the humerus fracture • Hip spica cast for hip and femoral shaft fracture • Open reduction and plate fixation for femoral shaft fracture • Immobilization for bone and joint infection Spine • Skull traction Sports Medicine • Basic knee arthroscopic setup and examination • Open knee debridement • Subacromion injection Trauma • Closed/open reduction of simple fracture/dislocation and internal/external fixation • Closed reduction of hip, femoral neck, and intertrochanteric fracture • Reduction, nailing and plate fixation for simple femoral, tibial, and ankle fractures


151 • Anterolateral approach for open reduction and plate fixation for humeral shaft fracture • Plate osteosynthesis for extra-articular distal humeral, middle and distal shaft of both bones forearm, distal femoral fracture • Tension band wiring for simple olecranon, and patellar fracture • External fixation of the elbow, spanning knee external fixation • Pelvic binder application • Fasciotomy • Debridement and irrigation • Surgical drainage Tumor • Open/excisional biopsy for small soft tissue mass • Marginal excision for benign soft tissue tumor


152 ผนวก 5 การวัดและประเมินผล


153 ภาคผนวกที่ 5 การวัดและประเมินผลเพื่อวุฒิบัตรฯ การประเมินภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ประกอบดวย 1. การสอบดวยขอสอบปรนัย (MCQ) (100%) MCQ: Summative assessment 1 ระดับชั้นที่ 2 25% MCQ: Summative assessment 2 ระดับชั้นที่ 3 50% MCQ: Summative assessment 3 ระดับชั้นที่ 4 25% 2. การสอบดวยขอสอบอัตนัยสั้น (SEQ) (100%) SEQ: Summative assessment 1 ระดับชั้นที่ 3 50% SEQ: Summative assessment 2 ระดับชั้นที่ 4 50% 3. การสอบวิทยาศาสตรพื้นฐานทางศัลยศาสตรระดับชั้นที่ 1 (100%) 4. การสอบวิทยาศาสตรพื้นฐานทางออรโธปดิกสระดับชั้นที่ 2 (100%) 5. การประเมินทางคลินิก (100%) การสอบ OSCE ระดับชั้นที่ 4 50% การประเมิน EPA ระดับชั้นที่ 1-4 50% 6. การประเมินการสอบสัมภาษณระดับชั้นที่ 4 ( 100%) 7. การประเมินผลงานวิจัย ระดับชั้นที่ 1-4 (100%) หมายเหตุ การประเมินผลงานวิจัย 1. กำหนดคะแนนเต็ม 100 คะแนน ประกอบดวย 1.1 การทดสอบความรูดานวิจัยสำหรับแพทยประจำบานชั้นปที่ 1 ถึง 2 คิดเปน 20 คะแนน 1.2โครงรางงานวิจัยฉบับสมบูรณ และสอบโครงรางงานวิจัยปากเปลาในชวง 4 เดือนสุดทายของการ ฝกอบรมแพทยประจำบานชั้นปที่ 1 จนถึงสิ้นชั้นปที่ 2 คิดเปน 40 คะแนน ในกรณีที่ไมสามารถสอบผานตามเวลาที่กำหนดจะถูกหัก 10 คะแนนตอปการฝกอบรม 1.3 ผลงานวิจัยฉบับสมบูรณและนำเสนอ (Manuscript) สงภายใน 8 เดือนแรก ของการฝกอบรมแพทย ประจำบานชั้นปที่ 4 คิดเปน 40


154 หากสงหลังจากนั้นจะไมรับตรวจผลงานวิจัยและไมมีสิทธิ์เขารับการประเมินเพื่อวุฒิบัตร 2. การตีพิมพ เผยแพรและการนำเสนอ 2.1 หาก ณ เวลาที่สงนั้นผลงานวิจัยไดรับการตีพิมพเผยแพร (Accept/Publish) ชื่อที่หนึ่งหรือชื่อที่สองในวารสารระดับนานาชาติ จะไดคะแนนเต็ม 100 คะแนน ชื่อที่หนึ่งหรือชื่อที่สองวารสารระดับชาติ จะไดคะแนน 80 คะแนน 2.2 ผลงานวิจัยไดนำเสนอในการประชุมวิชาการประจำปของราชวิทยาลัยฯ หรือในการประชุมวิชาการ ระดับนานาชาติเปน oral หรือ poster presentation จะไดคะแนน 80 คะแนน 2.3 การตีพิมพผลงานวิจัย กำหนดใหตีพิมพในวารสารนานาชาติ ระดับชาติ ทองถิ่น หรือสถาบันในรูปแบบ original article หรือ proceeding 2.4 การเผยแพรผลงานวิจัยนอกเหนือจากการตีพิมพ ไดแก การนำเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการ ระดับนานาชาติ ระดับชาติ ทองถิ่นหรือสถาบัน ในรูปแบบ poster หรือ oral presentation ซึ่งตอง ไดรับการประเมินและพิจารณาตัดสิน โดยใชการพิจารณารวมกันตามแนวทางของคณะกรรมการดาน วิจัยที่ไดรับการแตงตั้งจากคณะกรรมการดานการวิจัยของราชวิทยาลัยฯ


155 ผนวก 6 แนวปฏิบัติการรับรองวุฒิบัตรฯ สาขาออรโธปดิกส ใหเทียบเทาคุณวุฒิปริญญาเอก


156 ภาคผนวกที่ 6 ราชวิทยาลัยแพทยออรโธปดิกสแหงประเทศไทย แนวปฏิบัติการรับรองวุฒิบัตรฯ สาขาออรโธปดิกสใหเทียบเทาคุณวุฒิปริญญาเอก ราชวิทยาลัยแพทยออรโธปดิกสแหงประเทศไทย ไดกำหนดแนวปฏิบัติการรับรองวุฒิบัตรฯ สาขาออร โธปดิกสใหเทียบเทาคุณวุฒิปริญญาเอก ดังนี้ 1. ผูตองการเทียบเทาคุณวุฒิปริญญาเอก แสดงความจำนงพรอมหลักฐาน ไดแก 1.1 หนังสือแสดงความจำนงขอรับรองวุฒิบัตร สาขาออรโธปดิกส ให เทียบเทาคุณวุฒิปริญญาเอก 1.2 วุฒิบัตรแสดงความรูความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาสาขาออรโธปดิกส 1.3 ผลงานวิจัยหรือสวนหนึ่งของผลงานวิจัยตองไดรับการตีพิมพหรืออยางนอยไดรับการยอมรับให ตีพิมพในวารสารระดับนานาชาติหรือระดับชาติในฐานขอมูล Thai-Journal Citation Index (TCI) กลุม1 ที่มี คุณภาพตามประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษาเรื่อง หลักเกณฑการพิจารณา วารสารทางวิชาการ สำหรับ การเผยแพรผลงานทางวิชาการ หรือ งานวิจัยวารสารในสาขาออรโธปดิกส ที่เปน systematic review และ meta-analysis 2. ราชวิทยาลัยแพทยออรโธปดิกสแหงประเทศไทยแตงตั้งกรรมการพิจารณาผลงานวิจัย อยางนอย 3 ทาน โดยตองมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือ เทียบเทาหรือ ขั้นต่ำปริญญาโทหรือ เทียบเทาที่มีตำแหนงรอง ศาสตราจารย 3. ราชวิทยาลัยแพทยออรโธปดิกสแหงประเทศไทยรับรองการเทียบเทาคุณวุฒิปริญญาเอก โดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยแพทยออรโธปดิกสแหงประเทศไทย 4. ราชวิทยาลัยแพทยออรโธปดิกสแหงประเทศไทย แจงขอมูลรายชื่อของผูที่ไดรับวุฒิบัตรหรือหนังสือ อนุมัติที่ “เทียบเทาคุณวุฒิปริญญาเอก” ไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา


157 ผนวก 7 รายชื่ออาจารยผูใหการฝกอบรม


158 อาจารยผูใหการฝกอบรม และอนุสาขาที่เชี่ยวชาญ รายชื่อแพทย ความเชี่ยวชาญ ประเภทของการปฏิบัติงาน เต็มเวลา ไมเต็มเวลา พล.ท.ศ.คลินิก วรัท ทรรศนะวิภาส Spine พล.ท.ดุษฎี ทัตตานนท Sports Medicine พล.ต.รศ.สุพิชัย เจริญวารีกุล Tumor พล.ต.ศ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป Metabolic พล.ท.ศ.ธไนนิธย โชตนภูติ Hip & Knee พล.ต.วุฒิพงษ ชั้นประดับ Trauma พล.ท.ผศ.คเชนทร นำศิริกุล Sports Medicine พล.ต.ศ.ทิพชาติ บุณยรัตพันธุ Tumor พ.อ.รศ.สมภพ ภูพิทยา Spine พ.อ.รศ.สัญญา ประชาพร Hand & Micro surgery พ.อ.ผศ.ธรรมนูญ ศรีสอาน Pediatric พ.อ.ผศ.พฤษพงศ ศรีสวัสดิ์ Tumor พ.อ.อารัญ สวัสดิพงษ Trauma พ.อ.วันชัย นคเรศไอศูรย Trauma พ.อ.ดนัย หีบทาไม Hip & Knee พ.อ.นุสรณ ไชยพรหม Foot & Ankle พ.อ.รศ.สุริยา ลือนาม Hand & Micro surgery พ.อ.ผศ.ณัฎฐา กุลกำมธร Sports Medicine พ.อ.ณรงคฤทธิ์ ติยะธะ Sports Medicine พ.ท.รศ.อรรคพัฐ โกสิยตระกูล Hand & Micro surgery พ.อ.ภูวดล วีรพันธุ Tumor พ.อ.ผศ.สารเดช เขื่องศิริกุล Hip & Knee พ.ท.ผศ.ชัยศิริ ชัยชาญกุล Spine พ.อ.รศ.องอาจ พฤทธิภาส Trauma / Metabolic พ.ท.กรกฎ ชรากร Sports Medicine พ.ท.รุงรัฐ จิตตการ Spine พ.ท.ชำนาญนิติ์ รุงพราย Foot & Ankle พ.ท.ญาณินภ ปลื้มอารมณ Trauma พ.ท.ผศ.ปวิณ คชเสนี Pediatric / Spine พ.ท.ผศ.ภูริพันธ จิรางกูร Trauma ร.อ.พัฒนเกติ ชีวกองเกียรติ Sports Medicine พ.ต.สุทธิพัฒน ไพโรจนบริบูรณ Tumor พ.ต.สิทธิโชค วัชรมาสบงกช Tumor ร.อ.ญาณธรัฐ ศรีพาณิชย Foot & Ankle พ.ต.ธีรภัทร ธุถาวร Metabolic ร.อ.ศุภณัฐ ตันติวรวงศ Hand & Micro surgery


159


160


159 ผนวก 8 แผนการฝกอบรมของอนุสาขาตางๆ


แผนการฝกอบรมออรโธปดิกสสาขากระดูกเทาและขอเทา หลักสูตรแพทยประจำบานโรงพยาบาลพระมงกุฎเกลาฉบับปพ.ศ. 2565 อาจารยผูรับผิดชอบ 1. พ.อ.นพ.นุสรณไชยพรหม 2. พ.ท.นพ.ชำนาญนิติ์รุงพราย 3. นพ.ญาณธรัฐ ศรีพาณิชย ระยะเวลาศึกษา 4 ป สถาบันฝกอบรมหลัก โรงพยาบาลพระมงกุฎเกลา โรงพยาบาลสมทบ ตารางการปฏิบัติงานในหนวยออรโธปดิกสสาขากระดูกเทาและขอเทา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกลา ความรับผิดชอบของแพทยประบานชั้นปที่ 1 Observe การทำงานอาจารย, ฝกการซักประวัติตรวจรางกายที่แผนกผูปวยนอกและผูปวยใน, บันทึกการดูแลผูปวยใน ward ทุก case, ปฏิบัติงานชวยเหลือแพทยประบานชั้นปที่ 2 ความรับผิดชอบของแพทยประบานชั้นปที่ 2 เตรียมคนไขกอนการผาตัด พรอมจองอุปกรณการผาตัด, ซักประวัติตรวจรางกายและบันทึกเวช ระเบียน ผูปวยที่ไดรับมอบหมายใหดูแล, การดูแลผูปวยใน ward, เขารวมผาตัด ความรับผิดชอบของแพทยประบานชั้นปที่ 3 ออกตรวจ OPD ภายใตการดูแลของอาจารย, วางแผนการผาตัดและการดูแลรักษารวมกับอาจารย, บันทึกการดูแลผูปวยใน ward และรวมผาตัดคนไขที่ไดรับการมอบหมายใหดูแล, รับปรึกษาคนไขจากตาง แผนก, ชวยอาจารยทำหัตถการที่หองเฝอก, Monthly case presentation ความรับผิดชอบของแพทยประบานชั้นปที่ 4 ออกตรวจ OPD ภายใตการดูแลของอาจารย, วางแผนการผาตัดและการดูแลรักษารวมกับอาจารย, ชวยอาจารยทำหัตถการที่หองเฝอก, บันทึกการดูแลผูปวยใน ward และรวมผาตัดคนไขที่ไดรับมอบหมายให ดูแล เตรียม journal club, workshop, review cases และ เนื้อหาการอาน textbook


161 เนื้อหาวิชา ใชหัวขอความรูพื้นฐานจาก คูมือสมรรถนะหลักของแพทยประบานออรโธปดิกสของราชวิทยาลัยออร โธปดิกสแหงประเทศไทย เอกสารคนควา Textbook 1. Rockwood and Green’s Fractures in Adults 2. Campbell’s Operative Orthopaedics 3. Mann’s Surgery of the Foot and Ankle 4. AAOS Instructional Course Lectures Journal 1. The Journal of Bone and Joint Surgery 2. Journal of the American Academy of Orthopaedic Surgeons 3. Foot and Ankle International 4. American Journal of Sports Medicine รูปแบบการเรียน 1. เรียนอบรมแบบบูรณการรวมกันทุกชั้นป 2. แตละชั้นปสามารถเรียนไดโดยไมจำกัดสมรรถนะความสามารถแตการประเมินใชเกณฑของคูมือหลัก สมรรถนะของแพทยประบานออรโธปดิกสของราชวิทยาลัยออรโธปดิกสแหงประเทศไทยซึ่งมีความแตกตางกัน ระหวางชั้นป 3. Conference 3.1 Foot and Ankle Orthopaedic Topics ในวันพฤหัสบดีเชา สำหรับแพทยประบานออรโธปดิกสทุกชั้นปจัดโดย อาจารย, แพทยประบานชั้นปที่ 3 และ 4 ในวันพฤหัสบดีบาย สำหรับแพทยประบานออรโธปดิกสชั้นปที่ 1 และ 2 จัดโดยอาจารย, แพทยประบาน ชั้นปที่ 1 และ 2 (ความรูพื้นฐาน) 3.2 Interesting Foot and Ankle Orthopedic Cases ในวันอังคารเชา (conference รวม) 15 นาทีโดยแพทยประบานชั้นปที่ 4 ทุก 2-3 เดือน 3.3 MM Conference เดือนละครั้ง โดยแพทยประจำบานชั้นปที่ 3 3.4 Interhospital Foot and Ankle Conference ที่ราชวิทยาลัยออรโธปดิกสแหงประเทศ ไทยโดยแพทยประบานชั้นปที่ 3 และ 4 เปนตัวแทนสถาบันเขารวม


4. Journal Club โดยความรับผิดชอบของแพทยประบานชั้นปที่ 4 และอาจารยในวันอังคารและศุกร บาย 5. Workshop Cadaveric Workshop in Foot and Ankle Surgery ทุกปโดยคณาจารยสาขากระดูกเทาและขอ เทา ภาควิชาออรโธปดิกสสำหรับแพทยประบานชั้นปที่ 3 และ 4 ซึ่งจัดใหมีการฝกผาตัดทั้งแบบเปดและสอง กลองตามเกณฑมาตรฐานของราชวิทยาลัย Prosthetic and Orthotic Workshop in Foot and Ankle สำหรับใหความรูพื้นฐานและวิธีการใช กายอุปกรณในผูปวยโรคทางกระดูกเทาและขอเทา โดยใหความรูแกแพทยประจำบานทุกชั้นป 6.หัตถการที่หองเฝอกหรือหองผาตัด 7.แพทยประบานชั้นปที่ 3 และ 4 ไดมีโอกาสชวยอาจารยหรือ ไดทำหัตถการดวยตนเองภายใตการดูแล ของอาจารยและบันทึกหัตถการดังกลาวใน logbookโดยใหอาจารยผูควบคุมลงชื่อรับรอง 8.วิชาเลือก แพทยประบานชั้นปที่ 3 หรือ 4 สามารถเลือกดูงานดานกระดูกเทาและขอเทาไดทั้งใน ประเทศและตางประเทศ โดยมีอาจารยประจำสาขาคอยใหคำปรึกษาแนะนำ


หัวขอการเรียนรูตามสมรรถนะหลัก สาขาศัลยกรรมกระดูกเทาและข พ.ศ หัวขอ เรื่อง 1 Functional anatomy, biomechanics and development of the foot and ankle and clinical applications 2 Evaluations and management of athletic injuries and soft tissue disorders around foot and ankle 3 Evaluations and management of diabetic foot 4 Evaluations and management of infections of the foot 5 Approach and management of forefoot disorders


163 ขอเทา ตามแนวทางของราชวิทยาลัยแพทยออรโธปดิกสแหงประเทศไทย ศ. 2565 รูปแบบการศึกษา รูปแบบการสอน บรรยา ย ปฏิบัติ การ SDL Lecture 3D model demonstration Lecture Casting Lecture Total contact cast Lecture Case demonstration Advance in diabetic wound care Lecture Case Discussion


6 Approach and management of postural disorders of the foot and ankle 7 Evaluations and management of ankle fracture 8 Evaluations and management of arthritis of the foot and ankle


t Lecture Insole and shoe wear workshop Lecture Decision making and Steps Bone model fixation Lecture Case Discussion


Click to View FlipBook Version